‘มหาดไทย’จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลในวันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773357

‘มหาดไทย’จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลในวันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.66

‘มหาดไทย’จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลในวันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.66

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.57 น.

‘กระทรวงมหาดไทย’จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 5 ธันวาคม 2566 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูชีพ พงษ์ไชย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางชุลีพร เตรัตน์ นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธ) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ และสามเณร รับบิณฑบาต เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีใจความสำคัญว่า “เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ในวันนี้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างน้อมจิตมั่นร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามพระราชปณิธาณ ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎรโดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อให้ทวยราษฎร์มีความผาสุกร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงค้นคิดวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่มากกว่า 40 ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 5,151 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศ ว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรชาวไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ และด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงมีต่อปวงประชาประดุจดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์จึงสถิตแนบแน่นอยู่ในดวงหทัย ทั้งทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และกำลังศรัทธาของชาวไทยทุกหมู่เหล่า ซึ่งพสกนิกรทั้งประเทศต่างร่วมจิตพร้อมน้อมแสดงความจงรักภักดี เทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า “เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความจงรักภักดี ด้วยการทำความดี บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว ในชุมชน เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน”

จากนั้น ในเวลา 07.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งร่วมพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ณ บริเวณท้องสนามหลวง 

ในเวลา 08.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ผู้ว่าฯโคราชนำ ขรก.-ปชช.ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ‘วันพ่อแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773346

ผู้ว่าฯโคราชนำ ขรก.-ปชช.ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง 'วันพ่อแห่งชาติ'

ผู้ว่าฯโคราชนำ ขรก.-ปชช.ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ‘วันพ่อแห่งชาติ’

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.05 น.

วันนี้(5 ธ.ค.66)  ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2, ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองการบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ตุลาการ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลือง ผู้หญิงสวมใส่ผ้าไทยสีเหลือง รวมกว่า 500 คน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 89 รูปถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงความจงรักภักดี รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2566  

จากนั้นนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ร่วมกันประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะ วางพานพุ่ม ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ – 003

‘โรงเรียนขามสะแกแสง’ชนะเลิศประกวด’ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์’คว้าถ้วยเงินรางวัล5หมื่นบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773340

'โรงเรียนขามสะแกแสง'ชนะเลิศประกวด'ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์'คว้าถ้วยเงินรางวัล5หมื่นบาท

‘โรงเรียนขามสะแกแสง’ชนะเลิศประกวด’ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์’คว้าถ้วยเงินรางวัล5หมื่นบาท

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 08.34 น.

โรงเรียนขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดวงดนตรี “ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์” พร้อมหางเครื่อง คว้าถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศ อันดับ 1 โรงเรียนลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 35,000 บาท

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ที่บริเวณเวทีลานวัฒนธรรม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จัดการแข่งขันประกวดวงดนตรี “ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์” ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นการประกวดวงดนตรีลูกทุ่งคอมโบ้ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมหางเครื่อง ในระหว่างวันที่ 2-4  ธ.ค. 2566 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน ได้ร่วมอนุรักษ์ไว้ซึ่งดนตรีและเพลงลูกทุ่ง รวมถึงยังเป็นการสนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการเล่นดนตรี ไม่ไปมั่วสุมกับยาเสพติด และอบายมุขทุกชนิด โดยมีหลักเกณฑ์ และกฎกติกาการแข่งขัน คือสมาชิกวงที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังเรียน ในระดับที่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และจะต้องเรียนในสถานศึกษาเดียวกัน ซึ่งจะต้องรับรองโดยหัวหน้าสถานศึกษาเท่านั้น 

โดยได้รับเกียรติจาก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย อ.ประยงค์ ชื่นเย็น ศิลปินแห่งชาติ , อ.ชุติเดช ทองอยู่ (ครูเทียม) และ อ.เรืองรอง ไพลิน โปรดิวเซอร์ แกรมมี่โกลด์ เป็นผู้ตัดสิน ส่วนเพลงที่ใช้ในการประกวด เป็นเพลงลูกทุ่ง พร้อมรีวิวประกอบเพลง, เพลงจังหวะช้า และเพลงจังหวะเร็ว มีหางเครื่อง อย่างละ 1 เพลง

ในวันนี้ เป็นการแข่งขันประกวดรอบชิงชนะเลิศ มีโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบ จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก จ.บุรีรัมย์ , โรงเรียนขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา , โรงเรียนลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ,  โรงเรียนด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และ โรงเรียนเทศบาล 2 “อิสาณธีรวิทยาคาร” จ.บุรีรัมย์ โดยยมีนายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์  นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์  พร้อมด้วย รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ส่วนราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล และประชาชน มาร่วมชมการประกวด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์จากโรงเรียนต่าง ๆ มาให้กำลังใจ  จำนวนมาก ท่ามกลางสภาพอากาศที่กำลังเย็นสบายในช่วงหน้าหนาว  นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารให้ประชาชนได้เลือกซื้อ อีกด้วย

ผลการแข่งขันประกวดวงดนตรี “ลูกทุ่งคอมโบ้เมืองบุรีรัมย์” ประจำปี 2566  ทีมชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โรงเรียนลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้รับเงินรางวัล 35,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 โรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก จ.บุรีรัมย์ ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 2 “อิสาณธีรวิทยาคาร” จ.บุรีรัมย์  และโรงเรียนด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับเงินรางวัล โรงเรียนละ 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร – 003

ม.วลัยลักษณ์ เป็นสำนักงานตัวแทน ม.เเห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773276

ม.วลัยลักษณ์ เป็นสำนักงานตัวแทน  ม.เเห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย

ม.วลัยลักษณ์ เป็นสำนักงานตัวแทน ม.เเห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และ ดร.เซอร์เกย์ อันดรูชิน (Dr. Sergey Andryushin) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ลงนามร่วมมือจัดตั้งสำนักงานตัวแทนมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย ที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมเปิดสำนักงานดังกล่าว เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม การศึกษา ภาษาระหว่างสองสถาบันร่วมกัน โดย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้ส่งสารและส่งผู้แทนมาแสดงความยินดีในพิธีเปิดสำนักงาน ณ ห้องประชุมช่อประดู่อาคารจุฬาภรณเวชวัฒน์ รพ.ศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ เมื่อวันก่อน

ศ.ดร.สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา อาทิ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2565 โดยทั้งสองสถาบันเห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งสำนักงานตัวเเทนมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งสำนักงานตัวเเทนฯ แห่งนี้จะเป็นศูนย์ประสานงานที่สำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือ การจัดโครงการทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรม การพัฒนาผลงานวิจัยระดับนานาชาติ รวมถึงการประชุมและสัมมนาร่วมกันต่อไป

“การเปิดสำนักงานตัวแทนมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านทวิภาคีระหว่างรัสเซียและไทยในด้านการศึกษาและมนุษยธรรม โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในโครงการวิจัย การศึกษา การจัดประชุมและสัมมนาร่วมกันด้านวิทยาศาสตร์รวมถึงการบรรยายการเรียนการสอนโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง นอกจากนั้น ยังจัดกิจกรรมด้านภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมรัสเซียด้วย” ศ.ดร.สมบัติกล่าวสรุป

ซีเอ็ด นักการศึกษาไทยร่วมเสนอแนะ เพื่อปรับการเรียนให้สอดคล้องกับยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773273

ซีเอ็ด นักการศึกษาไทยร่วมเสนอแนะ  เพื่อปรับการเรียนให้สอดคล้องกับยุคใหม่

ซีเอ็ด นักการศึกษาไทยร่วมเสนอแนะ เพื่อปรับการเรียนให้สอดคล้องกับยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน) และ SE-ED ACADEMY จัดงานสัมมนาวิชาการ “SE-ED ACADEMIC DAY 2024” ภายใต้แนวคิด “EXPLORE AND INSPIRE FOR YOUR FUTURE” เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้ และให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนจากกระทรวงศึกษาฯ คือ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. และนายทนง โชติสรยุทธ์ คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมบรรยายพิเศษให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูอาจารย์ ณ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีเอ็ดยูเคชั่น กล่าวว่า “แรงบันดาลใจเกิดขี้นจากการสำรวจ” เป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในระบบการศึกษา นั่นหมายความถึง การสร้างคนที่มีความพร้อมให้อยู่ในสังคม เพราะสังคมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก การที่เรามีส่วนร่วมในการสำรวจสิ่งใหม่ ย่อมสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ดังนั้น บุคลากรที่จะสร้างแรงบันดาลใจคงจะไม่ใช่แต่ซีเอ็ดเพียงฝ่ายเดียว แต่หากจะเป็นบุคลากรทางการศึกษา ผู้ที่มาร่วมในงานครั้งนี้ทุกท่าน ที่จะมาร่วมมือกันในการสำรวจ ค้นหา และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อนำมาขับเคลื่อนลงสู่ภาคปฏิบัติ และหาแนวทางให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ดร.มีโชค ทองไสว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานที่ปรึกษาวิชาการและต่างประเทศ บมจ.ซีเอ็ดยูเคชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ซีเอ็ดเล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษามาโดยตลอด จึงได้จัดตั้งหน่วยงาน “SE-ED ACADEMY” ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการศึกษา พร้อมๆ ไปกับการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจ โดยนำนวัตกรรมมาสร้างอัตลักษณ์ให้เด็กไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ไม่เฉพาะแต่เวทีในประเทศเท่านั้น ยังต้องการสร้างเด็กไทยให้สามารถก้าวขึ้นไปสู่เวทีการแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย

ดร.มีโชค กล่าวต่อไปว่า ในมุมมองของ SE-ED ACADEMY การที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันค้นหา ได้ร่วมกันสำรวจนั้น ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการสร้างกระบวนการพัฒนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาจึงเป็นเรื่องของการพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ เพื่อให้เท่าทันหรือเหนือกว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ทางด้าน นายทนง โชติสรยุทธ์คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวถึงทิศทางการบริหารโรงเรียนให้มีคุณภาพ 2024 ว่า การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครอง ในการที่จะมีส่วนร่วมในการจัดระบบการศึกษา มีความตระหนักและรับรู้เพื่อก้าวสู่การพัฒนาด้านการศึกษาอย่างยั่งยืน

ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ สพฐ. กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาครู ที่สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ว่า “เรียนดี มีความสุข” คือ การพัฒนาครูให้สามารถชี้แนะ (coach) ผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ ในด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือ ทำให้ผู้เรียนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้อย่างมีความสุขตามความถนัดและความสนใจ

นอกจากนี้ ภายในงาน “SE-ED ACADEMIC DAY 2024” มีการบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ และมีการจัดแสดงนิทรรศการสื่อการศึกษาจากสำนักพิมพ์ของไทยและต่างประเทศ อาทิ Oxford University Press, Star Publishing, Pelangi, SE-ED STEM Education และ สำนักพิมพ์ซีเอ็ด

สจล.-พันธมิตร ประสบความสำเร็จ ผลิตตู้โดยสารรถไฟพรีเมียมตู้แรกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773272

สจล.-พันธมิตร ประสบความสำเร็จ  ผลิตตู้โดยสารรถไฟพรีเมียมตู้แรกของไทย

สจล.-พันธมิตร ประสบความสำเร็จ ผลิตตู้โดยสารรถไฟพรีเมียมตู้แรกของไทย

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรในไทย ดำเนินโครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ)” ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย สามารถผลิตตู้โดยสารรถไฟที่มีการออกแบบและผลิตขึ้นภายในไทย ให้มีความทันสมัย สะดวก สบาย พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับการใช้งานของผู้โดยสาร และ เป็นไปตามมาตรฐานของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สจล. มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลก “The World Master of Innovation” ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างนักวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปใช้ได้จริง เกิดประโยชน์กับประเทศมากมาย และ สจล. พร้อมที่จะพัฒนาสนับสนุนแนวคิดให้พื้นที่สำหรับนักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาอยู่เสมอ รวมทั้งการจัดทำโครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ)” นี้ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัย ของ สจล. และหน่วยงานพันธมิตรที่มีความสามารถขับเคลื่อนจนเป็นผลสำเร็จ

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ)” กล่าวว่า การทดลองวิ่งเสมือนจริงที่ผ่านมา เป็นไปอย่างราบรื่น ตู้โดยสารรถไฟตู้นี้ตั้งชื่อว่า “สุดขอบฟ้า” มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ มีระบบหน้าจอ Touchscreen ที่สามารถเข้าใช้ระบบ Infotainment เช่น YouTube,Netflix ดูอุณหภูมิภายนอกรถ ค่าฝุ่น PM2.5 รวมถึงข้อมูลตำแหน่งการเดินทางได้ มีระบบฆ่าเชื้ออัตโนมัติ เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิภายในตัวรถ มีระบบรักษาความปลอดภัย และสามารถใช้สัญญาณ 5G ได้ และโครงสร้างตู้โดยสาร ทางเดิน บันได ฯลฯ เป็นไปตามมาตรฐานของ ร.ฟ.ท. ออกแบบให้มี 25 ที่นั่ง ประกอบด้วย Super Luxury Class 8 ที่นั่ง และ Luxury Class 17 ที่นั่ง

“จากการประเมินราคาการผลิตตู้โดยสารรถไฟระดับนี้ เมื่อผลิตในไทยจะลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อ1ตู้โดยสาร และที่สำคัญเราสามารถสร้างนักวิจัยที่เกี่ยวข้องได้มากกว่า 30 คน จากการร่วมมือกันของ สจล. และ สวทช. ทำให้ผ่านการทดสอบ ตรวจสอบทุกระบบ ทุกขั้นตอน และผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวได้เป็นผลสำเร็จ รวมทั้งสามารถจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ถึง 7 ผลงาน” รศ.ดร.สมยศ กล่าว

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สจล. เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางราง ด้านรถจักรล้อเลื่อนเพื่อพัฒนาไปสู่ระบบไฟฟ้า ร่วมมือกันคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางรางด้านรถจักรล้อเลื่อน เพื่อพัฒนาไปสู่ระบบไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้วัสดุในประเทศ ส่งเสริมให้มีรูปแบบการบริการใหม่แก่ประชาชน

“ถือว่าเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลง และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของการรถไฟฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานและนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นผลักดันการใช้ “นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” หรืออุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Auto motive) ในระบบคมนาคมขนส่ง โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่งของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดมลพิษ และบรรเทาภาวะโลกร้อน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย” นายนิรุฒ กล่าวทิ้งท้าย

โครงการวิจัยนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) บริษัท ไซโนเจนปิ่นเพชร จำกัด และให้คำปรึกษาและทดสอบจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การทำวิจัยครั้งนี้ ยังทำให้ได้พบว่ามีผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมและนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีกับตู้โดยสารมากกว่า10 ราย เช่น ผลิตวัสดุในการทำที่นั่งเบาะ กระจก สีภายนอก ม่าน อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ระบบปรับอากาศ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในตัวรถ เป็นต้น

บัญชีจุฬาฯ มอบวุฒิบัตร NFT ให้ผู้อบรม Mini MBA ผ่าน CERTIFiLE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773274

บัญชีจุฬาฯ มอบวุฒิบัตร NFT ให้ผู้อบรม Mini MBA ผ่าน CERTIFiLE

บัญชีจุฬาฯ มอบวุฒิบัตร NFT ให้ผู้อบรม Mini MBA ผ่าน CERTIFiLE

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

CBS Academy  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทีมCERTIFiLE มอบวุฒิบัตรและผู้เข้าอบรมหลักสูตร “Mini MBA” สำหรับผู้บริหารของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่สำเร็จการอบรมทุกคนด้วยวุฒิบัตร NFT 

วุฒิบัตรในรูปแบบของNFT ที่มอบครั้งนี้ สามารถยืนยันและบันทึกข้อมูลโดยระบบบล็อกเชนผ่านแพลตฟอร์ม CERTIFiLE ทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ง่ายเพียงสแกน QR Code ซึ่งเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการออกเอกสารของ CBS Academy และผู้เรียนสามารถนำเอกสารไปใช้ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานอื่นได้อย่างสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับมาตรวจสอบยังสถาบันต้นทาง ทำให้การประสานงานระหว่างองค์กรรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร และเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการผลักดันการทำงานสู่ระบบ Paperless ที่มาพร้อมกับความเชื่อถือได้อีกด้วย

สช.ขานรับนโยบาย’เสมา1′ ส่งเสริมสนับสนุน’นักเรียน’พร้อมทดสอบ’TGAT-TPAT’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773297

สช.ขานรับนโยบาย'เสมา1' ส่งเสริมสนับสนุน'นักเรียน'พร้อมทดสอบ'TGAT-TPAT'

สช.ขานรับนโยบาย’เสมา1′ ส่งเสริมสนับสนุน’นักเรียน’พร้อมทดสอบ’TGAT-TPAT’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.25 น.

สช.ขานรับนโยบาย“เสมา1” ออกประกาศ เรื่อง การส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนให้พร้อมสำหรับการทดสอบ TGAT และ TPAT เพื่อให้นักเรียน ม.6 โรงเรียนเอกชนทบทวนและเตรียมความพร้อมในการสอบ

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า จากข้อห่วงใยของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่มีถึงนักเรียนที่จะต้องแบ่งเวลาเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)กำหนด โดยเฉพาะนักเรียนที่ขาดโอกาสจะไม่ได้ไปติวในที่ต่าง ๆเหมือนเพื่อนคนอื่น อีกทั้งตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต จึงมีดำริถึงการส่งเสริมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้พร้อมเข้ารับการทดสอบวัดความถนัด ตามช่วงเวลาที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)กำหนดระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2566

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงเห็นควรให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเข้ารับการทดสอบด้วยความมั่นใจ โดยให้โอกาสนักเรียนได้เรียนเสริมความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในและนอกโรงเรียน ระหว่างวันที่ 6 – 8 ธันวาคม 2566 โดยให้ถือว่านักเรียนมาเรียนตามปกติ และได้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง การส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนให้พร้อมสำหรับการทดสอบวัดความถนัด (TGAT และ TPAT) ได้กำหนดแนวทางให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และโรงเรียนเอกชนในระบบ ปฏิบัติ ดังนี้ 1.ให้โรงเรียนอนุญาตให้นักเรียน เรียนเสริมความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียนตามความสนใจและความต้องการที่จะเติมเต็มความรู้ 2.ให้โรงเรียนที่มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน โดยให้บริการนักเรียนทั้งในและนอกโรงเรียนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย 3.ให้โรงเรียนทุกแห่งมีมาตรการ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีคุณภาพ และมีมาตรการป้องกันดูแลด้านความปลอดภัยให้กับนักเรียนตลอดช่วงระยะเวลาของการเรียนเสริมความรู้ 4.ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด กำกับ ติดตาม ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ สช.ได้ขอความร่วมมือไปยังโรงเรียนเอกชนในระบบส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้พร้อมสำหรับการทดสอบวัดความถนัด (TGAT และ TPAT) เพื่อให้นักเรียนได้ทบทวนและเตรียมความพร้อมในการสอบดังกล่าว โดยให้ถือว่านักเรียนมาเรียนมาเรียนตามปกติ ระหว่างวันที่ 6 – 8 ธันวาคม 2566 ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเสริมความรู้คู่บทเรียน ในรูปแบบ Online ที่ สพฐ.จัดขึ้น โดยจะมีวิทยากรมืออาชีพที่มีชื่อเสียงมาให้ความรู้ทาง OBEC Channel ทาง Youtube และ http://www.obectv.tv ระหว่างวันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2566

‘ม.แม่ฟ้าหลวง’แถลงการณ์ ปมฟ้อง‘ดร.เค็ง’เรียกทุนคืน ยันทำตามระเบียบราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773239

‘ม.แม่ฟ้าหลวง’แถลงการณ์ ปมฟ้อง‘ดร.เค็ง’เรียกทุนคืน ยันทำตามระเบียบราชการ

‘ม.แม่ฟ้าหลวง’แถลงการณ์ ปมฟ้อง‘ดร.เค็ง’เรียกทุนคืน ยันทำตามระเบียบราชการ

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.38 น.

‘ม.แม่ฟ้าหลวง’แถลงการณ์ ปมฟ้อง‘ดร.เค็ง’เรียกทุนคืน ยันทำตามระเบียบราชการ

4 ธันวาคม 2566 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย ออกแถลงการณ์เรื่อง “การยื่นฟ้องคดีกับอาจารย์เพื่อให้ชดใช้ทุนการศึกษา” ระบุว่า ได้มีอาจารย์ที่เคยเป็นพนักงานมหาวิทยาลับแม่ฟ้าหลวง สังกัดสำนักวิชาการ ทราบชื่อว่า ดร.เค็ง เข้าปฏิบัติงานที่ มฟล.เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2548

ต่อมาได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ให้ไปศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่ University of Kent ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2551 จากนั้นได้กลับไปปฏิบัติงานต่อที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2556

แต่เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2557 ได้ลาออกโดยแสดงเจตนาสมัครใจและได้รับทราบเงื่อนไขการชดใช้ทุนดังกล่าวแล้ว ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงอนุญาต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2557 ดังนั้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยเรียกให้ชดใช้ทุนจากกระทรวงฯ จำนวน 630,207.48 บาท และ 194,730 ปอนด์ ส่วนของ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีจำนวน 726,305.94 บาท

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แถลงอีกว่า ตามเงื่อนไขสัญญาและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้รับทุนไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินตามสัญญาหากว่าเป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบโดยให้แสดงหลักฐานทางการแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐโดยมีแพทย์ที่รักษาระบุยืนยัน

อย่างไรก็ตามขณะที่ ดร.เค็ง ลาออกไม่เคยส่งเอกสารหลักฐานทางการแพทย์ดังกล่าวให้ มฟล.ทราบ แต่ได้ยื่นในชั้นพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อล่วงพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว ทำให้ศาลเคยพิพากษาให้ ดร.เค็ง ชดใช้ทุนมาแล้ว ปัจจุบันมีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2566 โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาทำให้ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้

แถลงการณ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า ได้ปฏิบัติต่ออดีตอาจารย์คนนี้ด้วยความเมตตาและมีคุณธรรมมาโดยตลอด โดยสนับสนุนและส่งเสริมให้ได้รับโอกาสไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ดังนั้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยืนยันว่าเป็นไปตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ กฎหมาย และระเบียบของทางราชการ กระนั้นหากศาลปกครองสูงสุดพิจารณาและพิพากษาเป็นอย่างไรทาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็จะปฏิบัติตามนั้นทุกประการ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ดร.เค็ง ได้ออกมาเปิดเผยตามสื่อต่างๆ ว่าได้เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่เรียนปริญญาเอกอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยมีอาการวิตกกังวลเหมือนมีคนติดตามและมีการคลุ้มคลั่งเป็นบางครั้งทำให้เข้ารับการักษาที่โรงพยาบาลแต่เมื่ออาการดีขึ้นจึงอยู่ที่ประเทศอังกฤษอีก 1 ปี จนทำวิทยานิพนธ์และงานวิจัยแล้วเสร็จก็กลับไปทำงานที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่กลับมีอาการหลอนโดยที่ไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบการรักษาอีก ดังนั้นจึงขอลาออกในวันที่ 19 ส.ค.2557 ซึ่งก็ได้รับอนุญาต

แต่ต่อมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ส่งจดหมายทวงหนี้ค่าทุนการศึกษาเพราะทำงานให้ไม่ครบตามสัญญาและ ดร.เค็ง ได้แจ้งกลับว่าไม่ได้ทำผิดจึงไม่ควรต้องชดใช้ ต่อมาจึงมีการฟ้องร้องกระทั่งคดีถึงศาลปกครองและ ดร.เค็ง ได้เริ่มปรากฏเป็นข่าวโดยระบุว่าถูกเรียกทุนคืนจำนวน 16 ล้านบาท แม้แต่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ออกมาเผยแพร่ทั้งข้อความและภาพเกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทั่งเรื่องถึงศาลปกครองสูงสุดและทาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้มีแถลงการณ์ดังกล่าว //////////////-005

3 เหล่าทัพจัดกิจกรรมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773194

3 เหล่าทัพจัดกิจกรรมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค.

3 เหล่าทัพจัดกิจกรรมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.50 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย นางโสมทิพย์ หินเธาว์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5ธ.ค. 2566 โดยกิจกรรมประกอบ พิธีตักบาตรพระสงฆ์89 รูป จากวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร และการบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้ ทบ. ยังได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันพ่อแห่งชาติ” ณ วัดราชนัดดารามวรวิหาร โดยมีกำลังพลของกองทัพบก จากหน่วยต่างๆเข้าร่วมในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ โดยการทำความสะอาดวัดขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ยังได้นำถุงพระราชทาน ไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ในพื้นที่ชุมชนวัดราชนัดดารามวรวิหาร

จากนั้น ผบ.ทบ. ได้ตรวจเยี่ยม กิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชน ซึ่งกองทัพบกได้นำ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ มาให้บริการประชาชน รวมถึงมีการมอบอาหารพระราชทาน และเจลแอลกอฮอลพระราชทานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า การบริการตัดผม การซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ และการจัดนิทรรศการเกี่ยกองทัพอากาศ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2566

ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ. พันธ์ภักดี  พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)และคุณมนทิรา  พัฒนกุล นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์  รวมทั้งการจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลของกองทัพอากาศ และสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เข้าร่วมพิธี นอกจากนั้นยังจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ กองบริการโลหิต อาคารศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ รวมทั้งจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตลอดห้วงเดือนธ.ค. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ  สำหรับกองบิน ณ ที่ตั้งต่างจังหวัด และโรงเรียนการบิน ได้จัดกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

ที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ คุณ กีรตา พันธ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์  ที่ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลของกองทัพเรือ และสมาคมแม่บ้านทหารเรือ เข้าร่วมพิธี  จากนั้นผู้บังคับบัญชาและกำลังพลได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับประชาชนและชุมชน ในการทำความสะอาดโรงเรียน ซางตาครู้สท์ คอนแวนต์ อีกด้วย