บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2745493

"ธีระพงศ์-ศ.ดร.ภก.จอมจิน" มอบทุนการศึกษาสนับสนุนบุคลากร นักศึกษาและพัฒนาวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์

5 ธ.ค. 2566 04:55 น.

“ธีระพงศ์-ศ.ดร.ภก.จอมจิน” มอบทุนการศึกษาสนับสนุนบุคลากร นักศึกษาและพัฒนาวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์

@ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ และ ศ.ดร.ภก.จอมจิน จันทรสกุล มอบทุนการศึกษาจำนวน 50 ทุน มูลค่า 2,346,400 บาท ให้ รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ และ ภก.ธีระ ฉกาจนโรดม เพื่อสนับสนุนแก่บุคลากร นักศึกษาและพัฒนาวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์ ที่อาคาร B.L.H. ถนนวิทยุ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ตรงกับวันพ่อแห่งชาติ ฉบับประจำวันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2566

  • การประชุม ครม.สัญจร เป็นครั้งแรกของ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่ จ.หนองบัวลำภู…เป็นการติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และ อุดรธานี….เน้นติดตามให้ความสำคัญการ แก้ปัญหายาเสพติด กลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด โดยชุมชนเป็นฐาน เป็นพิเศษ….โอกาสนี้ “อินทรีเหล็ก” อยากให้รัฐบาล ทบทวน ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้ การครอบครองยาเสพติด 5 เม็ด ให้ถือว่า เป็นผู้เสพ…ซึ่งเท่ากับ เป็นการส่งเสริมการซื้อขาย ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ให้ถูกต้องตามกฎหมาย…เป็นอันตรายต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน….และ ยังจะเป็นการกระทบกับคะแนนเสียงของรัฐบาลโดยตรงอีกด้วย
อยากสวยเชิญ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี เป็นประธานเปิด “Crazi Clinic” คลินิกเสริมความงาม ให้ รักษิณาภร ลูกสาวของ ดร.มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี โดยมี จุฬาลักษณา จุฑาธุช, ดร.สมศักดิ์ ชลาชล และ นิภาพรรณ สุขวิมล มาร่วมงานด้วย ที่ย่านถนนสุรวงศ์ วันก่อน.

ส่วนความเดือดร้อนของประชาชน จากปัญหาค่าไฟแพง ส่งสัญญาณไม่พอใจจาก นายกฯเศรษฐา ถึง รมว.พลังงาน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค….ล่าสุด รมว.พลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ กกพ. มีมติให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเดือน ม.ค.-เม.ย.ปีหน้า เพิ่มขึ้น เป็นหน่วยละ 4.68 บาท หรือเพิ่มขึ้น 17% จากราคาปัจจุบันหน่วยละ 3.99 บาท….“ผมเองก็รับไม่ได้ถ้าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างนั้น เพราะถึง กกพ.จะมีมติแบบนั้น แต่เราต้องบริหารจัดการเอาราคาค่าไฟลงมาให้ได้ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆเร่งประสานทุกจุดล่วงหน้าด้วยวิธีการใหม่ๆหลายรูปแบบ เพื่อไม่ให้ประชาชนแบกรับค่าไฟฟ้าที่มากเกินไป”…..แต่ชาวบ้านแค่สงสัยว่า แล้วทำไมรัฐบาลไม่หาทางแก้ไข ก่อนที่ กกพ. จะมีมติออกมา จบข่าว

แจกทุน ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ และ ศ.ดร.ภก.จอมจิน จันทรสกุล มอบทุนการศึกษาจำนวน 50 ทุน มูลค่า 2,346,400 บาท ให้ รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ และ ภก.ธีระ ฉกาจนโรดม เพื่อสนับสนุนแก่บุคลากร นักศึกษาและพัฒนาวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์ ที่อาคาร B.L.H. ถนนวิทยุ วันก่อน.
มีที่เชียงใหม่ ฮิกุจิ เคอิจิ, อกิฮิโร่ คาโมการิ และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ เปิดร้าน “MUJI” แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น สินค้ากว่า 3,000 รายการ โดยมี อรชร จันทร์วิวัฒนา, มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ และ สุกิคิ ทาคาฮิโระ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันก่อน.

ปัญหาการแก้หนี้นอกระบบและในระบบ เริ่มจะลามเป็นไฟลามทุ่ง …..นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข สั่งการให้มีการตั้ง คลินิกรักษาสุขภาพความมั่นคงทางการเงิน ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินให้บุคลากรของกระทรวง…รวมถึง การสร้างวินัยทางการเงินและจัดทำแผนความมั่นคงปลอดภัยทางการเงิน โดยแบ่งเป็น โครงการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และ โครงการสินเชื่อสวัสดิการ….เนื่องจากพบว่า บุคลากรของกระทรวง 40% เป็นหนี้เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อคน เสียดอกเบี้ย 16%….โครงการจะคิกออฟตั้งแต่ 8 ธ.ค.เป็นต้นไป….โกยคะแนนไปเต็มๆ

น่าดู ทัตสึชิ นิชิโอะกะ, สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ และ เนล เวนน์ ทอมบ์สัน จัดงาน “STUDIO GHIBLI FILM FESTIVAL 2023” ฉายภาพยนตร์จากสตูดิโอ จิบลิ โดยมี พิมสิริ ทองร่มโพธิ์, รักษิต รักการดี และ จุมพล อดุลกิตติพร มาร่วมชมด้วย ที่เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.

ส่วน มาตรการแก้หนี้นอกระบบ ของ มหาดไทย ยังอึมครึม ล่าสุด สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย เปิดเผย ฝ่ายปกครอง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ได้จับตัวชาวต่างชาติ 3 ราย ปล่อยเงินกู้นอกระบบ จาก เบาะแส ที่ประชาชนมาลงทะเบียน……มองว่าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นนโยบายระดับชาติ…แต่การทำงานของ ฝ่ายปกครอง มองแต่ ปัญหาปลาซิวปลาสร้อย อ้างเป็นวาระเร่งด่วนในการ ขจัดความยากจน และ ปราบปรามผู้มีอิทธิพล….ได้แต่ว้าเหว่

ให้รางวัล สนั่น อังอุบลกุล มอบรางวัล Top Business Organization 2023 ให้ 19 องค์กรภาคเอกชนชั้นนำ จากการคัดสรรของ อมรสิริ บุญญสิทธิ์ บก.บห.เดอะ ไทยแลนด์เดอร์ส ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 โดยมี รุจิตร สุธนะเสรีพร และ มนาเทศ อันนวัฒน์ มารับรางวัลด้วย ที่โรงแรมไฮแอท เอราวัณ วันก่อน.

เช่นเดียวกับนโยบาย ซอฟต์พาวเวอร์ ที่กำลังถูกโฟกัสเป็นพิเศษ…งบประมาณกว่า 5 พันล้าน กับ การจัดงานอีเวนต์ ไม่คุ้มค่า…ในเมื่อยังหาความหมายของคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้….จะเป็น หมูกระทะทั่วไทย หรือ จะจัดงานประเพณีสงกรานต์เป็นเดือน ก็ไม่เกิด พลังละมุน ระหว่าง งานอีเวนต์ กับ ซอฟต์พาวเวอร์ ต้องแยกให้ออกก่อน จริงมะ…ที่ประชุม ครม.สัญจร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เสนอเดินหน้าสร้าง เสถียรภาพยางพาราด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศ ที่ ภาครัฐ จะต้องกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจน เป็นมติ ครม. ออกมา เพื่อทำให้ ราคายางมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ทำกันแบบไฟไหม้ฟาง ไม่เกิดประโยชน์……ต่อเนื่องจากการเดินทางไปเจรจากับ นักธุรกิจของสหรัฐฯ ของ นายกฯเศรษฐา ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย….วันก่อน โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าพบผู้แทนการค้าไทย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ชื่นชมความสำเร็จในการเจรจาระหว่าง นายกฯเศรษฐา กับ ภาคเอกชนสหรัฐฯ มั่นใจว่าสหรัฐฯกับไทยจะมีการลงทุนร่วมกันมากขึ้น…..ททท. จับมือกับ พันธ มิตรภาครัฐและเอกชน ตอกย้ำความเป็น Thailand Winter Festivals เนรมิตปรากฏการณ์แห่งแสง สี ริมแม่น้ำเจ้า พระยาสุดยิ่งใหญ่ ตระการตา 1-31 ธ.ค. สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่งดงาม จากแนวของสายน้ำที่คดโค้งไหลผ่านวัดวาอารามและย่านสำคัญ 7 พื้นที่ แสดงถึงวิถีชีวิตสู่แลนด์มาร์กของประเทศไทย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ คาดจะเป็น การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2566 และต่อเนื่องปี 2567 สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 600 ล้านบาท…ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า การ ททท. ตั้งใจให้เป็นหนึ่งปรากฏการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่และอลังการแต้มแต่งสีสันแนวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง ผสมสื่อทันสมัย ติดตามรายละเอียดกิจกรรมแต่ละสถานที่ บริเวณสะพานพระราม 8, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, ป้อมวิไชยประสิทธิ์, สะพานพระพุทธยอดฟ้า, ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก, ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ เดสติเนชั่น ได้ทาง Facebook Fanpage : Vijit Chao Phraya 2023…..ขอแสดงความยินดีกับ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ในโอกาสเข้ารับรางวัล Outstanding Engineer Award จาก ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะวิศวกรที่มีผลงานโดดเด่นและน่ายกย่องในวิชาชีพวิศวกรรม รวมถึงการทำประโยชน์ต่อสังคม….และในโอกาสที่ กลุ่ม ปตท. จัดกิจกรรมส่งเสริมพลังสร้างสรรค์นิสิต นักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย สร้างยอดขายชุมชนผ่านเว็บไซต์ ชุมชนยิ้มได้ กนกพร รอดรุ่งเรือง ผช.กรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ได้มอบรางวัลโครงการ Young Influencer Challenge Thailand 2023 ชวน U สร้างรอยยิ้ม ส่งเสริมการขายสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง http://www.ชุมชนยิ้มได้.com เป็นเงิน 547,048 บาท ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน สร้างทักษะการตลาดให้ชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน

ตามไปกิน ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ และ อมรรัตน์ บรรยงก์สินธุ์ เปิดแฟล็กชิปสโตร์ “KFC” โฉมใหม่ ในโอกาสฉลอง CRG ครบรอบ 45 ปี พร้อมบริการ Bucket Kiosk จุดสั่งอาหารผ่านเครื่องสั่งอาหารและชำระเงินอัตโนมัติ โดยมี สิทธิศักดิ์ วงศ์สมุทร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ลายมังกร พลินร์ วงศ์ลี้เจริญ เปิดตัว “Ventura Dragon” คอลเลกชันส่งท้ายปีของนาฬิกาแฮมิลตัน ดีไซน์หน้าปัดลวดลายมังกร พร้อมนาฬิการุ่น Boulton 4 สีใหม่ โดยมี อาคาร จิราธิวัฒน์, อติรุจ กิตติพัฒนะ และ ธิติ มหาโยธารักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จทดสอบปล่อยจรวดเชื้อเพลิงแข็งเป็นครั้งที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745683

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จทดสอบปล่อยจรวดเชื้อเพลิงแข็งเป็นครั้งที่ 3

5 ธ.ค. 2566 10:15 น.

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จทดสอบปล่อยจรวดเชื้อเพลิงแข็งเป็นครั้งที่ 3

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดอวกาศที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง ในการทดสอบครั้งที่ 3 เพื่อส่งดาวเทียมสำรวจขนาดเล็กขึ้นสู่วงโคจร

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ แถลงว่า ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดอวกาศที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง ในการทดสอบครั้งที่ 3 ซึ่งจรวดได้ถูกปล่อยจากแท่นกลางทะเล ในน่านน้ำใกล้เกาะเชจู เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวานนี้ โดยจรวดได้บรรทุกดาวเทียมสำรวจโลกขนาดเล็กนำขึ้นปล่อยสู่วงโคจรได้สำเร็จ

โดยความสำเร็จครั้งนี้ นับเป็นการทดสอบเทคโนโลยีของจรวดที่ประสบความสำเร็จครั้งที่สาม หลังจากทดสอบสองครั้งในเดือนมีนาคมและธันวาคมปีที่แล้ว และยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของเกาหลีใต้ในการสร้างระบบเฝ้าระวังเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ จรวดเชื้อเพลิงแข็งสำหรับภารกิจบรรทุกดาวเทียมของเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักงานเพื่อการพัฒนากลาโหมของรัฐ และใช้ระบบส่งดาวเทียมที่ผลิตโดยบริษัทฮันฮวา ซิสเต็ม ของเกาหลีใต้ ซึ่งระบุว่า ดาวเทียมจะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพลเรือน รวมถึงการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม.

สลด นักท่องเที่ยวสาวอเมริกัน โดนฉลามกัดเสียชีวิตนอกชายฝั่งบาฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745681

สลด นักท่องเที่ยวสาวอเมริกัน โดนฉลามกัดเสียชีวิตนอกชายฝั่งบาฮามาส

5 ธ.ค. 2566 10:14 น.

สลด นักท่องเที่ยวสาวอเมริกัน โดนฉลามกัดเสียชีวิตนอกชายฝั่งบาฮามาส

เกิดเหตุสลด นักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกัน ถูกฉลามกัดเสียชีวิต ขณะลงเล่นแพดเดิลบอร์ดบริเวณใกล้เกาะนิวโพรวิเดนซ์ ของหมู่เกาะประเทศบาฮามาส

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เกิดเหตุนักท่องเที่ยวเป็นหญิงชาวอเมริกัน ถูกฉลามกัดเสียชีวิต ขณะลงเล่นแพดเดิลบอร์ด บริเวณใกล้เกาะนิวโพรวิเดนซ์ ของประเทศบาฮามาส เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวมาจากเมืองบอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ และจุดที่เธอถูกฉลามโจมตีอยู่ ห่างจากชายฝั่งออกไปไม่ถึง 1 ไมล์ ในณะที่เพื่อนชายคนหนึ่งซึ่งเล่นน้ำอยู่ด้วยกันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยตำรวจระบุว่า หลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุฉลามทำร้ายนักท่องเที่ยว ทางเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตได้รีบไปช่วยเหลือทั้งสองคนด้วยเรือเล็ก แต่ผู้หญิงรายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นแผลเหวอะหวะที่ด้านขวาของร่างกาย และได้รับการประกาศว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ทางด้านนายเกวิน เลย์เลอร์ ผู้อำนวยการโครงการ International Shark Attack File ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่เห็นตัวฉลาม และยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันเป็นฉลามสายพันธุ์ใด ขณะที่สถิติระบุว่า มีรายงานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับฉลาม 2-3 ราย ในบาฮามาสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาตั้งข้อสังเกตว่าบาฮามาสมีประชากรนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมีผู้คนจำนวนมากอยู่ในน้ำ และผู้มาเยือนจำนวนมากที่ต้องการดูฉลามจากเรือหาปลา หรือออกไปดำน้ำกับฉลาม.

รัฐบาลสหรัฐฯหวังสภาผ่านงบประมาณ ต่อท่อน้ำเลี้ยงยูเครน อิสราเอล รักษาพรมแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745674

รัฐบาลสหรัฐฯหวังสภาผ่านงบประมาณ ต่อท่อน้ำเลี้ยงยูเครน อิสราเอล รักษาพรมแดน

5 ธ.ค. 2566 09:10 น.

รัฐบาลสหรัฐฯหวังสภาผ่านงบประมาณ ต่อท่อน้ำเลี้ยงยูเครน อิสราเอล รักษาพรมแดน

รัฐบาลสหรัฐฯยังคงพยายามอย่างหนัก ในการผลักดันร่างงบประมาณทางความมั่นคงเพิ่มเติมมูลค่า 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.8 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นงบประมาณที่จะถูกจัดสรรให้ยูเครน อิสราเอล ดูแลพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายจอห์น เคอร์บี ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกร่วมกันสนับสนุนร่างงบประมาณที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นตัวตั้งตัวตีโดยทันที พร้อมระบุว่าเป็นเงินสำหรับช่วยเหลือยูเครนที่เราต้องการอย่างมาก เพื่อทะลวงท่อน้ำเลี้ยงที่กำลังตีบตัน ทั้งนี้ มีรายงานข่าวต่อเนื่องว่า งบประมาณที่ยูเครนได้รับจากสหรัฐฯกำลังร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากสภาคองเกรสยังไม่สามารถผ่านงบประมาณ ก้อนใหม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ตึงเครียด และความสูญเสียของฝ่ายยูเครนจากปฏิบัติการตีโต้ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา

เมแกน เจ้าชายแฮร์รี่ ยังเงียบ หนังสือ ‘Endgame’ เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745548

เมแกน เจ้าชายแฮร์รี่ ยังเงียบ หนังสือ ‘Endgame’ เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก

4 ธ.ค. 2566 21:36 น.

เมแกน เจ้าชายแฮร์รี่ ยังเงียบ หนังสือ ‘Endgame’ เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก

  • หนังสือ ‘Endgame’ ของ ‘โอมิด สโคบี’ ร้อนฉ่า เมื่อหนังสือฉบับแปลเป็นภาษาดัตช์ วางขายในเนเธอร์แลนด์ ต้องถูกเก็บหนังสือลงจากชั้นวางจำหน่าย หลังจาก ‘หลุด’ เผยชื่อเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงอังกฤษ 2 พระองค์ ที่เมแกนอ้างว่าเคยถามด้วยความกังวลเกี่ยวกับสีผิวของโอรสอาร์ชี ก่อนจะมีพระประสูติการ
  • ‘โอมิด สโคบี’ นักเขียนอังกฤษ ยืนยันไม่ได้ใส่ชื่อพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงทั้งสองพระองค์ในหนังสือต้นฉบับภาษาอังกฤษด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย และตอนนี้กำลังมีการสอบสวนว่าทำไมจึงมีชื่อทั้งสองพระองค์อยู่ในหนังสือ Endgame ภาคภาษาดัตช์
  • เมแกน และเจ้าชายแฮร์รี่ ยังเงียบ ไม่ออกมาแสดงความเห็น หลังมีชื่อคิงชาร์ลส์ และเจ้าหญิงเคท ปรากฎอยู่ในหนังสือ Endgame ภาคภาษาดัตช์ จนเขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก(จนได้)

กำลังเป็น ‘ประเด็นร้อน’ เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก เมื่อหนังสือแนวแฉราชวงศ์ ‘Endgame’ ที่เขียนโดย ‘โอมิด สโคบี’ นักข่าว และนักเขียน ‘สายวัง’ ชาวอังกฤษ ฉบับแปลเป็นภาษาดัตช์ เกิดความผิดพลาด จนต้องรีบเก็บหนังสือลงจากชั้นวางจำหน่ายในเนเธอร์แลนด์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากมีการเปิดเผยชื่อสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงของอังกฤษ 2 พระองค์ ที่เมแกนอ้างว่าเคยถามเธอเกี่ยวกับเรื่องสีผิวของโอรสอาร์ชี ขณะที่เมแกนกำลังตั้งครรภ์ว่า โอรสอาร์ชีเมื่อมีพระประสูติการแล้วจะมีผิวสีคล้ำหรือไม่?

ก่อนหน้านี้ประเด็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษบางพระองค์ ‘เหยียดสีผิว’ เคยถูกเมแกนนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งแรก ขณะที่ เมแกน และเจ้าชายแฮร์รี่ ไปนั่งให้สัมภาษณ์กับ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรหญิงคนดังชาวอเมริกัน ในรายการทีวีเมื่อปี 2564 จนเขย่าราชวงศ์อังกฤษอย่างหนัก และทำให้เกิดการคาดเดาว่าเชื้อพระวงศ์องค์นี้เป็นใคร ก่อนที่เจ้าชายแฮร์รี่จะยืนยันในเวลาต่อมาว่าไม่ใช่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป

เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

แต่แล้ว ก่อนที่หนังสือ ‘Endgame’ ของสโคบี พระสหายของเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่า เขาเป็น ‘ร่างทรง’ ของทั้งคู่ เตรียมจะวางแผงจำหน่ายเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2566 ปรากฏว่าได้มีการโปรโมตหนังสือ ‘เรียกน้ำย่อย’ เปิดเผยเพิ่มเติมมาก่อนว่า มีสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษถึง 2 พระองค์ (ไม่ใช่แค่พระองค์เดียว) ที่เคยถามเมแกนเกี่ยวกับเรื่องสีผิวของโอรสอาร์ชี ก่อนจะมีประสูติการ เพราะกังวลว่าสีผิวอาจจะคล้ำ

เท่านั้นล่ะ หนังสือ ‘Endgame’ ของสโคบี ก็ถูกกล่าวขานกระหึ่ม กลายเป็นประเด็นร้อนจนสื่อแนวสีสันในอังกฤษเกาะติดหนึบ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ปฏิเสธว่าพระองค์ และเมแกน ไม่ได้กล่าวหาว่ามีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษองค์หนึ่งเหยียดสีผิวก็ตาม

และนี่คือความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเขย่าราชวงศ์อังกฤษระลอกใหม่

หนังสือ ‘Endgame’ภาษาดัตช์ วางจำหน่ายในเนเธอร์แลนด์ ก่อนถูกเก็บลงจากชั้นหนังสือ

สนพ.ดัตช์พลาด!! ‘หลุด’ เผยชื่อ 2 สมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงอังกฤษ 

สำนักพิมพ์ Xander Uitgevers ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์หนังสือ ‘Endgame’ มาแปลเป็นภาษาดัตช์ เพื่อวางจำหน่ายในเนเธอร์แลนด์ กำลังตอบคำถามและสอบสวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่ามีชื่อของสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ 2 พระองค์ ที่ถูกเมแกนอ้างว่าเคยแสดงความกังวลเรื่องสีผิวของโอรสอาร์ชี หลุดไปปรากฏในหนังสือ ‘Endgame’ ภาษาดัตช์ได้อย่างไร จนต้องรีบเก็บหนังสือลงจากชั้นวางจำหน่าย

ขณะที่ หนังสือพิมพ์ The Times อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว ระบุว่า บริษัทเอเจนซี่ United Talent Agency ได้ส่งต้นฉบับสุดท้ายของหนังสือ ซึ่งมีการใส่ชื่อเชื้อพระวงศ์อังกฤษสองพระองค์ที่ถูกเมแกนอ้างว่าได้ถามเธอเกี่ยวกับสีผิวของโอรสอาร์ชีว่าอาจเกิดมามีผิวสีคล้ำ ขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์

ด้าน Saskia Peeters หนึ่งในสองนักแปลที่ช่วยกัรฃนแปลหนังสือเล่มนี้ในเนเธอร์แลนด์ กล่าวกับ Mailonline ว่า ในฐานะนักแปล ‘ฉันแปลข้อความที่อยู่ตรงหน้า ชื่อเชื้อพระวงศ์ทั้งสองอยู่ตรงนั้นสีขาว และดำ ฉันไม่ได้เติมชื่อ ฉันแค่ทำในสิ่งที่ฉันตั้งใจทำ และแปลหนังสือจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาดัตช์’

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชินีคามิลลา เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน

เก็บไม่ทันแต่แรก มีชื่อ ‘คิงชาร์ลส์’ และ ‘เจ้าหญิงเคท’ ในหนังสือภาษาดัตช์

หนังสือ ‘Endgame’ ฉบับภาษาดัตช์ ที่เขียนว่า ‘Eindstrijd’ ระบุชื่อ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และเจ้าหญิงแคเธอรีน หรือเจ้าหญิงเคท พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ คือพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอังกฤษที่ถูกเมแกนอ้างว่ามีความกังวลในเรื่องสีผิวของเจ้าชายอาร์ชี ก่อนมีพระประสูติการ ก่อนที่หนังสือจะถูกเก็บลงจากชั้นวางจำหน่ายในเนเธอร์แลนด์ แต่ก็สายเกินไป เพราะเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนไปเรียบร้อยแล้ว

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน และโอรสอาร์ชี

‘โอมิด สโคบี’ ยืนยัน ไม่ได้ใส่ชื่อสองพระองค์ในหนังสือ

ด้านโอมิด สโคบี นักเขียนสายวังในอังกฤษ ยืนยันว่า เขาไม่ได้ใส่ชื่อสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษทั้งสองพระองค์ในหนังสือ ‘Endgame’ ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย โดยสโคบีได้ให้สัมภาษณ์รายการทีวีในอังกฤษหลายรายการ รวมทั้งรายการ This Morning ยืนยันว่า เขาไม่เคยส่งมอบหนังสือที่มีชื่ออยู่ในนั้นเลย

นอกจากนั้น โอมิด สโคบี ยังให้สัมภาษณ์ในรายการ Newsnight ของสถานีโทรทัศน์ BBC 2 ว่า มีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบว่า มีชื่อของสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ 2 พระองค์ไปอยู่ในหนังสือฉบับแปลเป็นภาษาดัตช์ได้อย่างไร โดยสโคบีบอกว่า ‘หนังสือต้นฉบับเล่มนี้ภาคภาษาอังกฤษ ผมเป็นคนเขียน เป็นคนตรวจทาน ปรับแก้ และไม่ใส่ชื่อ’

ก่อนหน้านี้ โอมิด สโคบี เคยร่วมเขียนหนังสือ ‘Finding Freedom’ เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของเมแกน และเจ้าชายแฮร์รี่ หลังจากทั้งคู่ตัดสินใจขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ ย้ายไปอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 3 ปีก่อน

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกนยังเงียบ

หลังจากประเด็นร้อนหนังสือ Endgame ภาคภาษาดัตช์ เผยชื่อพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษ 2 พระองค์ ที่เคยถามเมแกนเกี่ยวกับสีผิวของเจ้าชายอาร์ชี ก่อนจะมีพระประสูติการนั้น ทั้งเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ในขณะที่ หนังสือเล่มใหม่ Endgame ภาคภาษาดัตช์ ที่แฉเรื่องราวในราชวงศ์อังกฤษ ได้ปรากฏชื่อของ กษัตริย์ชาร์ลส์ และเจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ซึ่งเมแกนพยายาม ‘ปิด’ มาตลอด นับตั้งแต่ให้สัมภาษณ์กับ โอปราห์ วินฟรีย์ เมื่อสองปีก่อน ในที่สุด กลับ ‘หลุด’ ออกสู่สาธารณชน จนเขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกระลอก และแน่นอนว่า คงยิ่งทำให้รอยร้าวระหว่าง เจ้าหญิงเคท กับเมแกน ยากที่จะประสานกันได้มากกว่าเดิม.

หนังสือ Endgame ของโอมิด สโคบี

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : BBCharpersbazaar

นาทีภูเขาไฟมาราปีปะทุสุดน่ากลัว กู้ภัยพบร่าง 11 นักปีนเขาดับสลดแล้ว (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745622

นาทีภูเขาไฟมาราปีปะทุสุดน่ากลัว กู้ภัยพบร่าง 11 นักปีนเขาดับสลดแล้ว (คลิป)

4 ธ.ค. 2566 19:37 น.

นาทีภูเขาไฟมาราปีปะทุสุดน่ากลัว กู้ภัยพบร่าง 11 นักปีนเขาดับสลดแล้ว (คลิป)

กู้ภัยอินโดนีเซียพบร่างนักปีนเขา 11 ศพ ใกล้ปากปล่องภูเขาไฟมาราปีแล้ว ยังสูญหายอยู่ที่ 12 คน ขณะที่มีคลิปเผยนาทีภูเขาไฟมาราปีปะทุรุนแรงอย่างน่ากลัว โดยที่นักปีนเขาเหล่านี้ไม่คาดคิดมาก่อน

เมื่อ 4 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียเผยพบร่างนักปีนเขา 11 ราย ที่เสียชีวิตบริเวณใกล้ปากปล่องภูเขาไฟมาราปี บนเกาะสุมาตรา หลังปะทุรุนแรงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนนักปีนเขาที่สูญหายยังอยู่ที่ 12 คน และการค้นหาต้องยุติลงชั่วคราวในวันนี้ (4 ธ.ค.) เนื่องจากภูเขาไฟมีการปะทุขึ้นมาอีก แต่ไม่รุนแรงเท่ากับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมืองปาดัง บนเกาะสุมาตรา เปิดเผยว่า ขณะที่ภูเขาไฟมาราปีปะทุรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค.นั้นมีนักปีนเขาอยู่บนภูเขาไฟมาราปีจำนวน 75 คน และส่วนใหญ่ได้ถูกอพยพลงมาจนปลอดภัยแล้ว โดยในจำนวนนี้มีนักปีนเขา 3 คนได้รับความช่วยเหลือเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. ก่อนที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือนักปีนเขาที่ยังสูญหายต้องยุติลงชั่วคราว

ภูเขาไฟมาราปี บนเกาะสุมาตรา ในอินโดนีเซีย ปะทุรุนแรงเมื่อ 3 ธ.ค.2566 เป็นเหตุให้นักปีนเขาเสียชีวิตสลด 11 ศพ ยังสูญหาย 12 คน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียได้พบนักปีนเขา 3 คนนี้อยู่ใกล้กับปากปล่องภูเขาไฟมาราปี และทั้งสามคนอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย และมีรอยไหม้บนผิวหนังบางส่วน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยนักปีนเขา 49 คนลงมาจากภูเขาไฟมาราปีได้ก่อนหน้านี้ และส่วนมากผิวหนังมีรอยไหม้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานกู้ภัยเมืองปาดัง ไม่ได้เปิดเผยชื่อและสัญชาติของนักปีนเขาที่ประสบเหตุขณะภูเขาไฟมาราปีปะทุรุนแรง โดยทันที

ขณะเดียวกันมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะภูเขาไฟมาราปี ความสูง 2,891 เมตร ในจังหวัดสุมาตราตะวันตกเกิดการปะทุรุนแรงเมื่อช่วงเวลา 14.54 น. ของวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น พ่นเถ้าถ่านมหาศาลขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 3,000 เมตร อย่างน่ากลัว และเถ้าถ่านจากภูเขาไฟมาราปีได้ถูกกระแสลมพัดไปปกคลุมหลายหมู่บ้าน

ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้แนะนำให้ชาวบ้านอยู่ห่างจากบริเวณปากปล่องภูเขาไฟมาราปีเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพราะเกรงว่าจะมีลาวาไหลออกมาจากภูเขาไฟจนทำให้ได้รับอันตราย.

ที่มา : BBC

สยอง หนุ่มอเมริกันคลั่งใช้มีดสเต๊กแทงญาติๆ ดับ 4 ศพ ก่อนถูก ตร.วิสามัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745529

สยอง หนุ่มอเมริกันคลั่งใช้มีดสเต๊กแทงญาติๆ ดับ 4 ศพ ก่อนถูก ตร.วิสามัญ

4 ธ.ค. 2566 14:02 น.

สยอง หนุ่มอเมริกันคลั่งใช้มีดสเต๊กแทงญาติๆ ดับ 4 ศพ ก่อนถูก ตร.วิสามัญ

ตำรวจนิวยอร์กเข้าระงับเหตุรุนแรงภายในครอบครัว หลังได้รับแจ้งชายคนหนึ่งใช้มีดสเต๊กก่อเหตุแทงสมาชิกครอบครัวในบ้านหลังหนึ่ง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ศพ

เหตุความรุนแรงในครัวเรือนครั้งนี้เกิดขึ้นในย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคนร้ายเป็นชายวัย 38 ปี ก่อเหตุใช้มีดแทงสมาชิกในครอบครัว 4 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กชายอายุ 12 ปี และเด็กหญิงอายุ 11 ปี หญิงวัย 44 ปี และชายอายุราว 30 ปี โดยเด็กชายวัย 12 ปี นอนเสียชีวิตที่หน้าบ้าน ขณะที่อีก 3 คน เสียชีวิตภายในห้องนอน นอกจากนี้ยังมีหญิงวัย 61 ปี ถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย

ซึ่งหลังจากก่อเหตุแทงสมาชิกในครอบครัวแล้ว ผู้ก่อเหตุยังได้จุดไฟเผาบริเวณโซฟาในห้องนั่งเล่นด้วย ทำให้ตำรวจต้องรอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ก่อนที่จะบุกไปถึงตัวได้ โดยคนร้ายใช้มีดแทงตำรวจจนบาดเจ็บไป 2 นาย ก่อนที่จะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม โดยตำรวจทั้งสองนายถูกนำส่งโรงพยาบาล และอาการปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติเคยถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายสมาชิกในครอบครัวมาก่อน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

อิสราเอลลั่น ขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน บุกกาซาทั้งหมด เด็ดชีพ ผบ.ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745503

อิสราเอลลั่น ขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน บุกกาซาทั้งหมด เด็ดชีพ ผบ.ฮามาส

4 ธ.ค. 2566 12:58 น.

อิสราเอลลั่น ขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน บุกกาซาทั้งหมด เด็ดชีพ ผบ.ฮามาส

อิสราเอลประกาศขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน จะบุกฉนวนกาซาทั้งหมด หลังหวนทิ้งระเบิดโจมตีอย่างหนัก และสามารถปลิดชีพ ผบ.กลุ่มฮามาสได้อีกหนึ่ง

เมื่อ 4 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสหวนกลับมาทวีความรุนแรง กองกำล้งป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นว่า กองทัพอิสราเอลกำลังขยายปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินในฉนวนกาซาทั้งหมด ผลักดันให้ชาวปาเลสไตน์รีบอพยพลงใต้ หลังจากกองทัพอิสราเอลหวนกลับมาทิ้งระเบิดโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างอิสราเอลกับฮามาสได้ล่มไปแล้ว เมื่อ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังทั้งสองฝ่ายตกลงพักรบกันมาได้ 7 วัน ตั้งแต่ 24 พ.ย. 2566

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังแจ้งเตือนชาวปาเลสไตน์ให้อพยพไปยังเมืองราฟาห์ ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของฉนวนกาซา และมีพรมแดนติดกับประเทศอียิปต์ หลังจากก่อนหน้านี้กองทัพอิสราเอลประกาศบุกภาคพื้นดินเข้าไปทางตอนเหนือของฉนวนกาซาเท่านั้น 

ชาวปาเลสไตน์ตรวจดูความเสียหายของอาคารบ้านเรือน หลังกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของฉนวนกาซา เมื่อ 3 ธ.ค.2566

นอกจากนั้น กองทัพอิสราเอลยังแจ้งว่าได้ทิ้งระเบิดโจมตีสังหาร นายไฮธัม คูวาจารี ผู้บัญชาการกองพลน้อยชาตี (Shati Battalion) ของกลุ่มฮามาส เนื่องจาก นายคูวาจารี เป็นผู้บัญชาการกองพลน้อยชาตี ซึ่งมีส่วนร่วมในการโจมตีอิสราเอลแบบช็อกโลกเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ศพ อีกทั้งกองพลน้อยชาตีภายใต้การบัญชาการของ นายคูวาจารี ยังได้รับมอบหมายให้คุ้มครองความปลอดภัยให้กับการดำเนินการของกลุ่มฮามาสที่โรงพยาบาลอัล ชีฟา ในเมืองกาซา ซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งถูกทหารอิสราเอลโจมตี และบุกยึดโรงพยาบาลเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

มีรายงานด้วยว่า กองทัพอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในฉนวนกาซา รวมทั้งเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. ขณะที่สำนักข่าววาฟารายงานว่ามีชาวอิสราเอลคนหนึ่งบุกฆ่าชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 4 ศพ ที่บริเวณใกล้โรงพยาบาลคามัล อัดวาน ในเมืองจาบาเลีย เขตเวสต์แบงก์ นอกจากนั้นกองทัพอิสราเอลยังได้ส่งยานหุ้มเกราะนับ 30 คันบุกเข้าไปในเมืองเจนิน และเป้าหมายในหลายเมืองของเขตเวสต์แบงก์ด้วย.

ที่มา : CNNAljazeera

นักวิทย์เตือน คลื่นความร้อนทำประชากรทั่วโลกเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745488

นักวิทย์เตือน คลื่นความร้อนทำประชากรทั่วโลกเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 เท่า

4 ธ.ค. 2566 12:13 น.

นักวิทย์เตือน คลื่นความร้อนทำประชากรทั่วโลกเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 เท่า

  • นักวิทยาศาสตร์เผยข้อมูลรายงานการวิจัยฉบับใหม่ ที่พบว่าปัญหาโลกร้อนหากไม่รีบดำเนินการแก้ไข จะนำไปสู่การเสียชีวิตของประชากรโลกจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
  • รายงานฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่ก่อนการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 ของสหประชาชาติ ในนครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่กำลังมีการหารือถึงผลกระทบด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และจะอุทิศเวลาหนึ่งวันให้กับผลกระทบด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วารสารด้านสุขภาพ The Lancet เผยแพร่รายงานประจำปีที่มีชื่อว่า Countdown โดยปีนี้มีเนื้อหาที่ระบุว่า การต่อสู้ของมนุษยชาติเพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังล้มเหลว โดยพบว่าผู้คนในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุล้มป่วยบ่อย อาการป่วยหนักขึ้น และเสียชีวิตจากสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นความร้อนมากขึ้น และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ยังไม่ดำเนินการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง และยังคงสนับสนุนทางอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลของทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ติดตามผลการตรวจวัด 47 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตรวจสุขภาพภายนอก เพื่อวินิจฉัยอาการป่วย โดยเน้นไปยังภัยอันตรายที่เกิดจากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง

ตามรายงานระบุว่า ในขณะที่โลกของเรายังคงปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1,337 ตันทุกๆ วินาที และเราไม่ได้มีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเร็วพอที่จะรักษาอันตรายจากสภาพภูมิอากาศให้อยู่ในระดับที่ระบบสุขภาพของเราสามารถรับมือได้ อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าอันตรายจากสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นหรือไม่

ดร.มารีนา โรมาเนลโล ผู้เขียนจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ในอังกฤษ กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากโภชนาการที่ไม่ดี การติดเชื้อปรสิตที่เพิ่มขึ้น และโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีสาเหตุโดยตรงจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น

ดร.โรมาเนลโล ระบุว่า การเสียชีวิตจากความร้อนของผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงสูง ได้เพิ่มขึ้น 85% นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 90 เพียงอย่างเดียว และตอนนี้เรารู้แล้วว่าการเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งจะไม่เกิดขึ้นหากอุณหภูมิไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ในวันนี้ เรายังเห็นตัวอย่างอีกด้วยว่าความไม่มั่นคงด้านอาหารกำลังเพิ่มสูงขึ้น ภาวะโภชนาการตกอยู่ในความเสี่ยง และเรารู้ว่าภาวะทุพโภชนาการมีผลกระทบถาวรโดยเฉพาะกับเด็ก

ทางด้าน ดร.ไฮเม มาร์ติเนซ เออร์ตาซา ศาสตราจารย์ภาควิชาพันธุศาสตร์และจุลชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยอิสระ แห่งนครบาร์เซโลนา ระบุว่า สเปนเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปตอนใต้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากคลื่นความร้อนในปีนี้ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องพัฒนาวิธีแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติ เนื่องจากการทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว กำลังเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางน้ำและการผลิตอาหาร

ขณะเดียวกัน ดร.เออร์ตาซา กล่าวว่า ยังมีความกังวลอย่างมากว่าคลื่นความร้อน สภาพอากาศร้อนยาวนานผิดปกติ จะนำไปสู่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะโลกร้อนมีความเชื่อมโยงกับความเค็มที่ลดลง เพราะฝนตกหนักบ่อยครั้ง ทำให้น้ำฝนไหลลงสู่ทะเลและความเค็มลดลง และส่วนประกอบทั้งสองนี้ส่งเสริมสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อแบคทีเรียก่อโรคในมนุษย์ในสกุล Vibrio ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่สำคัญมาก เช่น ไวบริโอ-อหิวาต์ อันเป็นสาเหตุของอหิวาตกโรค และเชื้อ Vibrio-parahaemolyticus ซึ่งเป็นสาเหตุของกระเพาะและลำไส้อักเสบ 

รายงานของ The Lancet ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาโลกร้อน ความเค็มในน้ำทะเลลดลง ทำให้เกิดภัยคุกคามสูงเป็นพิเศษในยุโรป เมื่อน่านน้ำชายฝั่งที่เหมาะกับเชื้อโรคสกุล Vibrio ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น 142 กิโลเมตรในทุกๆ ปี

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุว่า ขณะนี้โลกมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 2.7 องศาเซลเซียส ภายในปี ค.ศ. 2100 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในปี ค.ศ. 2022 ทำให้ชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตจึงแขวนอยู่บนความสมดุล

ขณะเดียวกัน นายฮูลิโอ ดิแอซ ไฮเมเนซ ศาสตราจารย์ด้านการวิจัยของ National School of Health ที่สถาบันสุขภาพคาร์ลอสที่ 3 กล่าวว่า ขั้นตอนแรกในการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างมาก

แต่กลายเป็นว่าที่ผ่านมาปัญหานี้กำลังถูกเตะไปมาราวกับการแข่งขันฟุตบอลทางการเมือง มากกว่าความพยายามที่จะจัดการกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งที่มีประชาชนเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน 14,000 ครั้งต่อปี ในจำนวนนี้เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ 8,000 ครั้ง และอีก 6,000 ครั้ง เกี่ยวกับปัญหาสำหรับเสียงรบกวน

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนมารับประทานอาหารคาร์บอนต่ำที่ดีต่อสุขภาพ สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้มากถึง 12 ล้านคน ในขณะเดียวกันยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซทางการเกษตร จากการผลิตนมและเนื้อแดงได้ถึง 57 อย่างไรก็ตาม ประชากรที่มีรายได้น้อยยังคงไม่สามารถเข้าถึงอาหารคาร์บอนต่ำและอาหารสุขภาพที่มีราคาแพงกว่า

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า สิ่งสำคัญตอนนี้คือการที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะหาแนวทางรับมือกับผลกระทบคลื่นความร้อน อาทิ เตรียมที่พักพิงด้านสภาพอากาศ อย่างที่เคยมีการจัดตั้งขึ้นเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว ในนครบาร์เซโลนา ของสเปน ขณะเดียวกันก็ต้องลดการทำงานกลางแจ้งในอุณหภูมิสูง และเร่งหาทางรับมือการเกิดไฟป่า

โดยแนะว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในกรณีที่อุณหภูมิสูง เราจะเห็นว่าสเปนกำลังปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น อุณหภูมิสูงสุดรายวัน ซึ่งสเปนในฤดูร้อนเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.4 องศาต่อทศวรรษ แต่อุณหภูมิที่ผู้คนเริ่มเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนกลับเพิ่มขึ้นที่ 0.6 โดยในพื้นที่ประชากรอยู่อาศัยเป็นคนร่ำรวย ผลกระทบของความร้อนจะน้อยลง หรือในทางกลับกัน ในสถานที่อยู่อาศัยของคนยากจน ผลกระทบของความร้อนจะยิ่งใหญ่กว่า. 

ภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ ปะทุรุนแรง พบนักปีนเขาดับอย่างน้อย 11 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745487

ภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ ปะทุรุนแรง พบนักปีนเขาดับอย่างน้อย 11 ศพ

4 ธ.ค. 2566 11:20 น.

ภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ ปะทุรุนแรง พบนักปีนเขาดับอย่างน้อย 11 ศพ

ภูเขาไฟมาราปี ในจังหวัดสุมาตราตะวันตกของอินโดนีเซีย เกิดการปะทุรุนแรง พบนักปีนเขาดับอย่างน้อย 11 ศพ กำลังเร่งค้นหาผู้ที่สูญหายอีกอย่างน้อย 12 ราย

กู้ภัยอินโดนีเซีย พบศพของนักปีนเขาอย่างน้อย 11 ศพ ที่เสียชีวิตจากการปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟมาราปี ในจังหวัดสุมาตราตะวันตก ของอินโดนีเซีย โดยสามารถช่วยชีวิตนักปีนเขาได้ 3 คน ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากการถูกไอร้อนของภูเขาไฟ แต่ยังคงต้องเร่งค้นหานักปีนเขาที่สูญหายอีกอย่างน้อย 12 คน โดยหัวหน้าหน่วยกู้ภัยในเมืองปาดังระบุว่า มีรายงานว่ามีนักปีนเขาอยู่บนภูเขาไฟลูกดังกล่าวในช่วงที่เกิดเหตุราว 75 คน โดยมีอย่างน้อย 26 คนที่ยังไม่ได้อพยพลงไป

ภูเขาไฟมาราปี ความสูง 2,891 เมตร ในจังหวัดสุมาตราตะวันตก เกิดการปะทุรุนแรงเมื่อวานนี้ ช่วงเวลา 14.54 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเถ้าถ่านควันไฟปะทะพวยพุ่งออกมาสูงขึ้นไปในอากาศกว่า 3,000 เมตร ปกคลุมหลายหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ทางการประกาศให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว นักปีนเขาที่อยู่ในรัศมี 3 กิโลเมตรจากปล่องภูเขาไฟ เร่งอพยพออกไป และได้กำหนดระดับเตือนภัยสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยภูเขาไฟมาราปี ถูกเรียกว่าภูเขาแห่งไฟ และเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่สุดในเกาะสุมาตรา.

ที่มา : รอยเตอร์CNN