พรรครัฐบาลอินเดียกวาดชัยชนะการเลือกตั้งภูมิภาค ปูทางสดใสนายกฯ โมดี ชนะเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745475

พรรครัฐบาลอินเดียกวาดชัยชนะการเลือกตั้งภูมิภาค ปูทางสดใสนายกฯ โมดี ชนะเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า

4 ธ.ค. 2566 10:53 น.

พรรครัฐบาลอินเดียกวาดชัยชนะการเลือกตั้งภูมิภาค ปูทางสดใสนายกฯ โมดี ชนะเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า

พรรครัฐบาลอินเดีย กวาดคะแนนเสียงส่วนใหญ่จาก 3 ใน 4 รัฐสำคัญในการเลือกตั้งระดับภูมิภาค นับเป็นหนทางที่สดใสสำหรับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ที่จะได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกสมัย ในการเลือกตั้งทั่วประเทศเดือนพฤษภาคมปีหน้า

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2566 คณะกรรมการการเลือกตั้งของอินเดีย ประกาศว่า พรรคภารติยะ ชนะตะ หรือบีเจพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอินเดีย ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งระดับภูมิภาค โดยสามารถกวาดเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่จาก 3 ใน 4 รัฐสำคัญในการเลือกตั้ง ได้แก่ รัฐราชสถาน รัฐมัธยประเทศ รัฐจัณฑีครห์ และรัฐเตลังคานา

โดยผลการนับคะแนนระบุว่า พรรคบีเจพี คว้าชัยมาได้ในรัฐราชสถาน และรัฐจัณฑีครห์ ซึ่งพรรคคองเกรสที่เป็นพรรคฝ่ายค้านเคยคุมไว้ และรักษาฐานเสียงในรัฐมัธยประเทศไว้ได้

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า พรรคบีเจพี ทำผลงานได้ดีกว่าคาด เพราะก่อนหน้านี้ การสำรวจความคิดเห็นประชาชนสรุปว่า พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านน่าจะได้คะแนนสูสีกัน โดยชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญสำหรับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ก่อนถึงการเลือกตั้งทั่วประเทศ ในเดือนพฤษภาคมปีหน้า

ทั้งนี้ นายโมดี ประกาศว่าจะลงชิงชัยเพื่อเป็นผู้นำรัฐบาลสมัยที่ 3 ในปีหน้า ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนก็ชี้ว่า เขาน่าจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าฝ่ายค้าน 28 พรรค ที่นำโดยพรรคคองเกรสจะรวมตัวกันเพื่อขัดขวางพรรครัฐบาลอย่างแข็งแกร่งก็ตาม.

เกิดเหตุระเบิดกลางงานชุมนุมชาวคริสต์ ในฟิลิปปินส์ ดับ 4 ศพ บาดเจ็บอีก 42 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745470

เกิดเหตุระเบิดกลางงานชุมนุมชาวคริสต์ ในฟิลิปปินส์ ดับ 4 ศพ บาดเจ็บอีก 42 ราย

4 ธ.ค. 2566 10:52 น.

เกิดเหตุระเบิดกลางงานชุมนุมชาวคริสต์ ในฟิลิปปินส์ ดับ 4 ศพ บาดเจ็บอีก 42 ราย

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงภายในงานชุมนุมของชาวคริสต์ ที่จัดขึ้นในยิมเนเซียมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย ในจังหวัดมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บ 42 ราย

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงภายในงานชุมนุมทางศาสนาของชาวคริสต์ นิกายคาทอลิก ที่จัดขึ้นในยิมเนเซียมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัยมินดาเนา ในเมืองมาราวี จังหวัดมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยแรงระเบิดทำให้อาคารได้รับความเสียหาย และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บ 42 ราย

ทางด้านพลตรีกาเบรียล วิเรย์ ผู้บัญชาการทหารประจำภูมิภาค หลังเกิดเหตุทางกองกำลังทหารและตำรวจได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ทันที มีการจัดตั้งจุดตรวจรักษาความปลอดภัยรอบเมือง และกำลังดำเนินการสอบสวนเบื้องต้น และตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดูว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้

ขณะเดียวกัน หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มข้นในการรวบรวมข่าวกรอง การตรวจสอบเรือข้ามฟากโดยสารอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เมืองมาราวี เป็นเมืองที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดของประเทศ โดยเมื่อปี 2560 เคยเกิดการสู้รบยาวนานกว่า 5 เดือน ระหว่างกองทัพกับนักรบเครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในเมืองมาราวี โดยเหตุระเบิดรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณเตือนด้านความปลอดภัยในเมืองมาราวี ในขณะที่เทศกาลคริสต์มาสกำลังใกล้เข้ามา.

‘ครูปรีดา’ ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง ‘พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564740

04 ธ.ค. 2566

'ครูปรีดา' ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง 'พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ'

หลังเปิดสภา 12 ธันวา ‘ครูปรีดา บุญเพลิง’ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน จ่อดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ แต่ใช้ชื่อ ร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ยึดพิมพ์เขียว ฉบับ ‘หมอระวี’ ล่ารายชื่อ สส.20 คน มั่นใจทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เอาด้วย ย้ำไม่ล้างผิด คดี 112

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 ดร.ปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้บ้านเมืองต้องความสงบสุข เกิดความสมานฉันท์ของคนในประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ไม่เช่นนั้น ประเทศก็เดินต่อไม่ได้ หากยังไม่ละวาง ไม่นิรโทษกรรมผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่กินเวลาผ่านไปหลายปีมากแล้ว

“ผมจะไปคุยกับ สส.หลังเปิดประชุมสภาฯ 12 ธ.ค. เพื่อรวบรวมรายชื่อสส.เข้าชื่อกันเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพื่อเสนอต่อประธานสภาฯ ที่จะต้องได้สส.20 คนขึ้นไป ลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว แม้ผมเป็นสส.เพียงคนเดียว ของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน แต่ก็จะเป็นผู้ไปรวบรวมรายชื่อ สส.ให้ครบ 20 คน เพื่อเสนอร่างดังกล่าวต่อสภาฯ”ดร.ปรีดา กล่าว 

'ครูปรีดา' ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง 'พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ'

ดร.ปรีดา ระบุว่า ร่างที่จะเสนอจะใช้ชื่อแนวว่าร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ฯ ที่เนื้อหาหลักๆ ก็คือจะออกมาเพื่อให้มีการนิรโทษกรรมคดีเคลื่อนไหวทางการเมือง คดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง โดยให้ย้อนหลังไปตั้งแต่กลุ่มม็อบเสื้อเหลืองพันธมิตรฯ ไล่มาเรื่อย ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส.ส่วนม็อบสามนิ้ว ก็ต้องดูเป็นกรณีไป แต่หากโดนเอาผิดคดี 112 จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ต้องให้ดำเนินคดีไป เพราะร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะเสนอจะไม่ให้นิรโทษกรรมคดี 112 คดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง

ร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะเสนอฯ สภา เนื้อหาเกือบทั้งหมด จะคล้ายกับร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขฯ หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่เคยเสนอเข้าสภาฯสมัยที่แล้ว โดยเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ที่จะเสนอ เนื้อหาหลักๆ จะเหมือนกับร่างของนพ.ระวี เกือบทั้งหมด แต่จะมีแตกต่างกันบางส่วนเพราะได้คุยกันแล้ว จะขอปรับแก้ไขบางประเด็น

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขฯ ของนพ.ระวี ที่เสนอไปตอนสภาฯชุดที่แล้ว ตอนนั้น ทางสภาฯ ได้ส่งร่างดังกล่าว ฯ ไปรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานต่างๆ ตามขั้นตอนการรับฟังความเห็นแล้ว ดังนั้น หากต้องการความรวดเร็วให้ทัน ไม่ต้องไปรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ก็อาจจะเอาร่างของนพ.ระวี ทั้งหมด รวมถึงชื่อร่างด้วยก็ได้ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มองกันไว้ โดยเชื่อว่า เมื่อมีการนำร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ที่จะเสนอเข้าสภาฯ ไปให้สส.ในสภาฯ ดู และคุยกับสส.ก็คงเอาด้วย เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกัน

“เวลาผ่านนานแล้ว ต้องจบได้แล้ว ต้องหันหน้ามาคุยกันได้ ซึ่งกระบวนการพิจารณาของสภาฯ หากถึงตอนที่สภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคก้าวไกล ที่เสนอไปแล้ว พอสภาฯพิจารณาร่างของพรรคก้าวไกล เขาก็จะนำร่างพ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน คล้ายๆกัน มาพิจารณาพร้อมกันทีเดียว ก็จะทำให้ร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะรวบรวมรายชื่อสส.หลังเปิดประชุมสภา 12 ธ.ค.ก็จะถูกพิจารณาไปพร้อมกันด้วย” ดร.ปรีดา ระบุ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ นอกจากพรรคก้าวไกลที่เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสภาฯไปแล้ว ก็ยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่อยู่ระหว่างการเตรียมยกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะใช้ชื่อว่าร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข ที่จะเสนอเข้าสภาฯด้วยเช่นกัน โดยของรทสช. จะมีนายถาวร เสนเนียม อดีตสส.หลายสมัย อดีตอัยการ คอยเป็นที่ปรึกษา ดูแลเนื้อหาและการยกร่างฯ อยู่ห่างๆ

ขณะเดียวกัน ก็จะมีกลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ตอนนี้เปิดตัวมาแล้ว ก็คือ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ที่จะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อสส.เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสภาฯ เช่นกัน โดยกลุ่มของ ดร.ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้รับการประสานและให้คำปรึกษาในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จากกลุ่มของนพ.ระวี หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่เป็นหลัก ในการเคลื่อนไหวเพื่อรวมเสียงสส.ให้ได้ 20 คน จะได้เสอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯของพรรคเล็ก เสนอประกบไปกับร่างของพรรคก้าวไกล เพื่อถึงคิวสภาฯ พิจารณา จะได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่แต่ละพรรคเสนอ ที่แม้จะใช้ชื่อต่างกัน แต่หากเนื้อหาใกล้เคียงกัน สภาฯ ก็จะนำมาพิจารณาพร้อมกันหมด

“ถึงเวลาที่บ้านเมืองต้องเดินหน้า กฏหมายอะไรที่เสนอแล้วยังมีเสียงคัดค้าน หรือต่อต้าน และจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต ในฐานะสส.ขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วนพักเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเสนอ หากเห็นว่าไม่เกิดผลดีต่อชาติบ้านเมือง ก็ขอให้เลิกซะ และผมยืนยันหลักการของพรรคครูไทยฯ ไม่แตะมาตรา 112 เด็ดขาด”ดร.ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน กล่าวย้ำกับคมชัดลึก

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ‘มท.1’ สอบประมูล CCTV ชายแดนใต้ คนในพรรคสั่งล็อคสเปค หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564714

04 ธ.ค. 2566

'ศรีสุวรรณ' จี้ 'มท.1' สอบประมูล CCTV ชายแดนใต้ คนในพรรคสั่งล็อคสเปค หรือไม่

“ศรีสุวรรณ” ร้องถึง “อนุทิน” รมว.มหาดไทย สั่งสอบประมูล CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ หลังพบพิรุธ บริษัทชนะประมูล ใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ชื่อดังหรือไม่ เล็งร้อง ป.ป.ช.-กมธ.สภาฯ

4 ธ.ค. 2566  ที่กระทรวงมหาดไทย นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการประกาศผลผู้ชนะการประมูลติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อ 29 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชนะการประมูลเป็นคนที่ทำธุรกิจกับเครือญาติอดีตนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์และเป็นคนที่ซื้อเครื่องบินมือ 2 ต่อจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  หรือ มท.1 ใช่หรือไม่
             

ก่อนหน้านี้ นายศรีสุวรรณ เคยยื่นหนังสือท้วงติง และจับพิรุธการเขียน TOR  เอื้อบริษัทที่ใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ใน จ.บุรีรัมย์ มาแล้วเมื่อต้น ก.ย.2566 แต่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการฯ ก็ไม่ได้มีการทบทวนแก้ไข TOR ดังกล่าว และมีการดำเนินการเปิดให้มีการยื่นประมูลการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 965 ล้านบาท โดยประกาศผลกระประมูลไปเมื่อ 29 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน

และก็เป็นไปตามที่คาด ผู้ชนะการประมูลคือ คนที่ร่วมทำธุรกิจขายตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติกับเครือญาติอดีตนักการเมืองใหญ่ใน จ.บุรีรัมย์  โดยมีข้อพิรุธที่ถูกจับผิดว่าชนะการประมูลมาได้อย่างไร เนื่องจากในเอกสารเสนอราคาของบริษัทผู้ชนะเสนอราคาเป็นเงิน 950 ล้านบาท แต่ในใบประกาศผู้ชนะงานทำไมถึงเป็น 930 บาท มีการปกปิด ซ่อนเร้น อำพราง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทดังกล่าวหรือไม่

ส่วนบริษัทที่เสนอราคาต่ำ 820 ล้าน กลับถูกตีตกแม้จะเสนอราคาต่ำที่สุดโดยอ้างว่าเอกสารไม่ครบ หากเอกสารไม่ครบจะให้เข้าร่วมประมูลไปได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกลงไปอีกจะพบความผิดปกติ และข้อสงสัยหลายประการ เกี่ยวกับบริษัทที่ชนะการประมูล เช่น บริษัทผู้ชนะงานเป็นไกล้ชิดอดีตนักการเมืองใหญ่ชื่อดังของบุรีรัมย์ใช่หรือไม่  , เป็นบริษัทที่แกนนำมีความสนิทสนมและขับเครื่องบินส่วนตัวรับส่งนักการเมืองชื่อดังคนดังกล่าวด้วยหรือไม่ , บริษัทดังกล่าวมีกิจการตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติชื่อดัง ที่เครือญาติอดีตนักการเมืองดัง แกนนำคนสำคัญในพรรคของ มท.1 เป็นผู้ถือหุ้นด้วยใช่หรือไม่ และเป็นคนที่เคยซื้อเครื่องบินส่วนตัวมือ 2 ต่อจาก มท.1 ใช่หรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา จี้ มท.1 สอบปมประมูล CCTV 5 จังหวัดชายแดนใต้ ศรีสุวรรณ จรรยา จี้ มท.1 สอบปมประมูล CCTV 5 จังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนั้นพบว่า มีข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และ ผู้บริหารระดับสูงให้การช่วยเหลือ ช่วยพลิกคะแนน ช่วยหาวิธีการต่างๆ และ ทำทุกวิธีการเพื่อให้บริษัทเอกชนรายดังกล่าวเป็นผู้ชนะการประมูลใช่หรือไม่ เพราะเห็นชัด ว่าบริษัทที่ชนะการประมูลได้คะแนนเทคนิคต่ำสุด แต่เสนอราคาสูงสุด แต่ใกล้ชิดนักการเมืองชื่อดัง กลับเป็นผู้ชนะการประมูลงานไปได้อย่างไร ส่วนบริษัทที่ได้คะแนนเทคนิคสูงสุด และเสนอราคาต่ำสุด กลับถูกกลั่นแกล้งตีตกให้แพ้ไปได้อย่างไร ฯลฯ
             

จากเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความ พร้อมรายละเอียดที่จับพิรุธและข้อสงสัยมายื่นร้องเรียน ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ทำการตรวจสอบและสั่งระงับการเซ็นสัญญาบริษัทที่ชนะการประมูลไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบให้โปร่งใส และหาก มท.1 ยังเพิกเฉย เรื่องนี้ต้องไปต่อที่ กมธ.สภาฯ และ ป.ป.ช. ต่อไป 

‘อนุชา’ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773033

'อนุชา'ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

‘อนุชา’ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“อนุชา”ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย เกษตรกรปลื้มรายได้เพิ่มขึ้น ได้มีโอกาสจับเงินล้าน มีอนาคตที่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่เกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) กิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map (เกษตรผสมผสานและปศุสัตว์) พร้อมพบปะประชาชน เกษตรกร และหมอดินอาสา ณ พื้นที่แปลงเกษตรกร นายวิชาญ นามอาษา หมอดินอาสา ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนการผลิต ไปสู่กิจกรรมการผลิตที่มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานเชิงพื้นที่ด้านการเกษตร จากทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ข้อมูลทรัพยากรพื้นฐานการผลิต (ดิน น้ำ พืช) ข้อมูลเกษตร เศรษฐกิจและสังคม สามารถนำไปใช้วางแผนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ และบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพความเหมาะสมของปัจจัยการผลิต และการตลาดในพื้นที่ได้อย่างดี

“ประเทศไทยมีเกษตรกรเป็นกำลังหลัก ผมจึงมีนโยบาย “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” คือ ให้ความสำคัญกับเงินจากน้ำ เงินจากดิน เงินจากหญ้า ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ที่สามารถสร้างเม็ดเงินภาคเกษตร โดยเป้าหมายหลัก ต้องการเห็นพี่น้องเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน และต้องการเห็นลูกหลานเกษตรกรไทยมีอนาคตที่ดี มีรายได้ กลับมาทำอาชีพเกษตร โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการทำเกษตรแบบเดิมที่ปลูกพืชชนิดเดียว ให้มีอาชีพเสริมด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์ เช่น ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ หรือเลี้ยงโค เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเพียงแค่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ก็สามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวให้มั่นคงได้ เช่นเดียวกับพื้นที่แปลงเกษตรแห่งนี้ของนายวิชาญที่ประสบความสำเร็จ นับเป็นการดำเนินการที่ยอดเยี่ยม และถือเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวอย่าง เพื่อนำไปขยายผลต่อยอดการดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหากทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการมุ่งปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมมาทำภาคปศุสัตว์เชื่อมั่นว่าเกษตรกรไทยจะหลุดพ้นความยากจน มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมุ่งหวังและเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจัง” นายอนุชา เน้นย้ำ

นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า จากการพูดคุยกับเกษตรกรเจ้าของแปลง พบว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการ โดยยอมรับว่าการทำนาแบบแต่ก่อนนั้นทำมากแต่รายได้น้อย แต่เมื่อมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมก่อนการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าว 15 ไร่ มีรายได้ตลอดปี 14,940 บาท หลังปรับเปลี่ยนพื้นที่ รายได้เพิ่มขึ้นเป็นเงิน 148,700 บาท มีรายได้เพิ่มจากการขายมูลวัว ผลผลิตพืชบนคันดิน เป็ดไก่ ปลา เป็นต้น มีรายได้หมุนเวียนทุกวัน และเพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำกิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-map ภายใต้โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่เกษตรเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งผลดำเนินงานตั้งแต่ปี 2560 – 2566 สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว เป็นกิจกรรมการเกษตรอื่น จำนวน 649,532 ไร่ แบ่งเป็น ปลูกพืชผสมผสาน 542,217 ไร่ ประมง 20,178 ไร่ เลี้ยงสัตว์ 87,137 ไร่ ในส่วนจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ปลูกข้าว 1,893,080 ไร่ พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว 596,884 ไร่ การดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 – 2566 ของจังหวัดอุดรธานี ดำเนินการแล้วรวมพื้นที่ 30,218 ไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 4,133 ราย

– 006

‘ธรรมนัส’ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773055

'ธรรมนัส'ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

‘ธรรมนัส’ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.10 น.

“ธรรมนัส”รับฟังและแก้ไขปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา เพื่อแปรรูปยางพาราที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่ายางพาราในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังและแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยาง และเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปยางพารา ณ ต.ท่าสะอาด อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งโรงงานแปรรูปดังกล่าว เป็นโรงงานที่ไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากสหกรณ์เก่าถูกยุบไป ปัจจุบันเตรียมจัดตั้งเป็นสหกรณ์ใหม่ คือสหกรณ์ยางพาราบ้านตาลเดี่ยว ซึ่งเตรียมเข้าดำเนินการจดทะเบียนกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ หลังวันที่ 15 ธ.ค.66 นี้ และดำเนินการเช่าอาคารจากกรมธนารักษ์ เพื่อทำโรงงานแปรรูปยาง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายการยางแห่งประเทศไทยสนับสนุนในส่วนของเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อแปรรูปยางพาราที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยางพาราในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงมอบกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามาช่วยดูแลการดำเนินกิจการจะสหกรณ์ด้วย

“การลงพื้นที่ในวันนี้ต้องการมาบอกข่าวดีกับพี่น้องชาวบึงกาฬ ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรแล้ว ยังเตรียมดำเนินการในเรื่องการออกโฉนดต้นยางด้วย ซึ่งต้นยางหนึ่งต้น จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 บาท ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในต้นยาง เกษตรกรสามารถนำโฉนดต้นยางไปกู้และต่อทุน ถือเป็นการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนได้เพื่อต่อยอดการดำเนินการต่อไปได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006

‘ธรรมนัส’พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่รับฟังความคืบหน้างานมหกรรมพืชสวนโลก 2569

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773103

'ธรรมนัส'พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่รับฟังความคืบหน้างานมหกรรมพืชสวนโลก 2569

‘ธรรมนัส’พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่รับฟังความคืบหน้างานมหกรรมพืชสวนโลก 2569

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.41 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่รับฟังความคืบหน้าโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ประจำปี 2569 ณ สวนสาธารณะหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน โอกาสนี้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ และนายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมคณะเดินทางลงพื้นที่ดังกล่าวด้วย

– 006

‘ณัฏฐกิตติ์’อธิบดีข้าว ตรวจเยี่ยม’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773099

'ณัฏฐกิตติ์'อธิบดีข้าว ตรวจเยี่ยม'ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี'

‘ณัฏฐกิตติ์’อธิบดีข้าว ตรวจเยี่ยม’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี’

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.49 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วย​ นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี​ โดยมี นายนรภัทร ศรีษะนอก นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรภายในศูนย์ ให้การต้อนรับ​อย่างอบอุ่น​ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี จ.อุดรธานี ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้นำคณะร่วมสักการะบูชาแม่โพสพ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับกรมการข้าว​ อีกทั้งได้ปลูกต้นรวงผึ้ง​ และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

– 006

‘ธรรมนัส’ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพิ่มปริมาณผลผลิต-ราคาต่อไร่ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773068

'ธรรมนัส'ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพิ่มปริมาณผลผลิต-ราคาต่อไร่ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

‘ธรรมนัส’ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพิ่มปริมาณผลผลิต-ราคาต่อไร่ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.15 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ​ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการข้าวในส่วนภูมิภาค​ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ ตรวจเยี่ยมการดำเนินการของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ ณ ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยเป็นศูนย์บริการร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้สามารถติดต่อสอบถามขอทราบข้อมูลด้านข้าว ดำเนินกิจกรรมในเรื่อง 1) การผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวสู่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างการผลิตข้าวคุณภาพดี สร้างความเข็มแข็งให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวภายใต้โครงการและกิจกรรมของกรมการข้าว รวมถึงส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี และควบคุม กำกับการใช้และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพและไม่ผ่านการรับรอง โดยผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ กข22 พันธุ์ กข6 และพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 เป้าหมายการผลิตปี 2566 จำนวน 1,900,000 กิโลกรัม และ 2) เป็นโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งสามารถกระจายเมล็ดพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬได้ 3,814 ครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 39,624 ไร่ จำนวนเมล็ดพันธุ์ 578,000 กิโลกรัม ทั้งนี้ ในอนาคตมีเป้าหมายในการเพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จากเดิม 1,900,000 กิโลกรัม เป็น 2,500,000 กิโลกรัม ภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวและส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมทั้งการผลิตข้าวคุณภาพดี และการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตข้าวของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว มีแนวทางในการปรับปรุงพันธุ์ให้ได้คุณภาพ โดยในพื้นที่จังหวัดหนองคายและบึงกาฬ มีศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย ได้วิจัยและปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ข้าวคุณภาพดี จำนวนหลายพันธุ์ อาทิ ข่าวเหนียวพันธุ์ กข 22 ผลผลิตเฉลี่ย 684 กิโลกรัมต่อไร่ และข้าวเจ้าคุณภาพพิเศษ พันธุ์ กข83 (มะลิดำหนองคาย 62) ผลผลิตเฉลี่ย 640 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นต้น ซึ่งการปรับปรุงเมล็ดข้าวพันธุ์ดี จะทำให้ชาวนามีผลผลิตข้าวต่อไร่เพิ่มขึ้น และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ในราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้​ กรมการข้าวได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว​ โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว​ ปี​ 2567 โดยเป็นข้าวพันธุ์​ กข6 และ​ขาวดอกมะลิ​ 105​ จำนวน​ 200​ ตัน​ นอกจากนี้​ยังได้นำนิทรรศการงานด้านข้าว​มาจัดแสดง​ และนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวมาให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้ชิมฟรีอีกด้วย

– 006

เปิดตัวหนังสือ 4 เล่ม ตามแนวพระดำริ ‘เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773118

เปิดตัวหนังสือ 4 เล่ม ตามแนวพระดำริ 'เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ'

เปิดตัวหนังสือ 4 เล่ม ตามแนวพระดำริ ‘เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.03 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับผ้าไทยและงานหัตถกรรมเปิดตัวหนังสือ 4 เล่ม ตามแนวพระดำริ “เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” หนังสือสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา, หนังสือเครื่องสานไทย,หนังสือบาติกโมเดลสู่ตลาดสากล, หนังสือลายดอกรักราชกัญญาส่งต่อความรู้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณภาพชีวิต อย่างยั่งยืน

จากพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” สู่พันธกิจของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพและยกระดับผลงานหัตถกรรมไทย และสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งมีโครงการย่อยๆ มากมาย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าตลอดการดำเนินงานกว่า 3 ปี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงงานและทรงศึกษาผ้าทอพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทรงสร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนพระองค์ พระราชทานแนวพระดำริในการพัฒนาผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ ให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากล ให้แก่ช่างทอ ช่างหัตถศิลป์ และผู้ประกอบการ รวมถึงทรงพัฒนาออกแบบลายผ้าพระราชทาน และพระราชทานลายผ้านี้ให้แก่ช่างทอผ้าทุกภูมิภาค เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผืนผ้าตามอัตลักษณ์ 

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เทิดทูนในพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย จึงได้จัดทำหนังสือ หนังสือสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา, หนังสือเครื่องสานไทย, หนังสือบาติกโมเดลสู่ตลาดสากล, หนังสือลายดอกรักราชกัญญา เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา และเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ และพระกรณียกิจ ด้านการพัฒนาแฟชั่นให้ยั่งยืน (Fashion Sustainability) โดยจัดงานเปิดตัวหนังสือทั้ง 4 เล่ม ในงาน Silk Festival 2023 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน Silk Success Sustainability ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2566 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตลอดระยะกว่า 3 ปี ของการดำเนินโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำพระดำริแนวคิดมาพัฒนาสร้างสรรค์ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้ทันสมัย มาปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการมากมาย อาทิ ดอนกอยโมเดล นาหว้าโมเดล บาติกโมเดล Young OTOP รวมถึง การพัฒนาโครงการหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) และล่าสุดพระองค์ท่านพระราชทาน เครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion: แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ช่างทอผ้าช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต และผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมด้วยขั้นตอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า สิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานเกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจฐานราก 

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเดินหน้าโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรม สู่ Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้จัดทำหนังสือที่รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อช่างทอ ช่างหัตถกรรม และผู้ประกอบการ ได้นำความรู้นี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาแล้วหลากเล่ม อาทิ หนังสือ 36 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา,หนังสือดอนกอยสกลแฟชั่น คอลเลคชั่น, หนังสือดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล, หนังสือสีสร้างสรรค์, หนังสือผ้าลายขิด, หนังสือ Young Premium OTOP, Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022, Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2022-2023, Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2023, Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2023-2024 เป็นต้น เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำหนังสือ 4 เล่ม ทั้งแบบรูปเล่ม และ ฉบับดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน ช่างทอ ช่างหัตถกรรม ผู้ประกอบการ นิสิตนักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดในอนาคต 

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เปิดเผยว่า จากวันแรกที่สมาคมแม่บ้านมหาดไทยน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ขับเคลื่อนผ่านประธานแม่บ้านมหาดไทย 76 จังหวัด โดยพระองค์ท่านพระราชทานพระดำริแนวทางการพัฒนาผ้าไทยและงานหัตถกรรมไปต่อยอดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทรงนำเอาวิชาการสมัยใหม่ที่เป็นความชำนาญพิเศษของพระองค์ในเรื่องของการออกแบบ แพคเกจจิ้งการทำแบรนด์ดิ้ง มาช่วยยกระดับคุณค่า มูลค่าของผ้า จนวันนี้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากเดิมย้อมผ้าด้วยสีเคมี หันมาผลิตผ้าที่ย้อมจากสีธรรมชาติตามเทรนด์ Sustainability รวมถึงส่งต่อสู่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย ต่างมุ่งมั่นในการต่อยอดผ้าไทยสู่ Next Gen. ตามพระดำริ จนทำให้ทุก

วันนี้พี่น้องสมาชิกทอผ้ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาทิ กลุ่มบ้านดอนกอย สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนจากเดิม 700 บาท/คน/เดือน เพิ่มเป็น 15,000 – 20,000 บาท/คน/เดือน เป็นต้น สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจน การพึ่งพาตนเอง และความยั่งยืน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการ สืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาอันมีค่า ซึ่งองค์ความรู้ต่างๆ ได้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือ เป็นแหล่งเรียนรู้อันมีค่ายิ่งต่อคนไทยและชาวโลก

นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เผยว่า การจัดทำหนังสือต่างๆ ซึ่งเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้รับการบูรณาการโดยผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบหลากหลายสาขาตามแนวทางของโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เริ่มต้นด้วยองค์ความรู้ของชุมชน บันทึกองค์ความรู้ต้นแบบสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร ฟื้นคืนภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้มีความร่วมสมัย เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน โดยล่าสุดได้จัดทำหนังสือ 4 เล่ม ประกอบด้วย

หนังสือสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา สมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจและทรงเยี่ยมราษฎร 4 ภูมิภาค  เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าและหัตถศิลป์พื้นถิ่นของไทยให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านแนวคิด Sustainable Fashion และผลสัมฤทธิ์ของโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนที่ประจักษ์ชัด สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ไปจนถึงบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทย คณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นักออกแบบ ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม ถึงความประทับใจในพระวิสัยทัศน์ในการสร้างการยอมรับให้แก่ผ้าและหัตถศิลป์พื้นถิ่นของไทยในโลกยุคใหม่

หนังสือเครื่องสานไทย รวบรวมภูมิปัญญาการจักสานพื้นถิ่น ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตวัฒนธรรม ผ่านผลงานเครื่องจักสานชิ้นเอกที่มีความร่วมสมัยเป็นสากล ที่เกิดจากการร่วมบูรณาการองค์ความรู้ ระหว่างช่างจักสานจากทุกภูมิภาคของประเทศ ร่วมกับคณะที่ปรึกษาโครงการฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อเผยแพร่คุณค่าทางวัฒนธรรมของเครื่องสานไทย เสริมสร้างและยกระดับศักยภาพช่างจักสานไทยสู่การส่งออกไปต่างประเทศ

หนังสือบาติกโมเดลสู่ตลาดสากล ถ่ายทอดวัฒนธรรมอันหลากหลายในพื้นที่ภาคใต้ ที่เป็นจุดกำเนิดผ้าบาติกผืนงาม เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างช่างบาติกในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับคณะที่ปรึกษาโครงการฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทย นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา สร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์บาติกที่มีเอกลักษณ์และร่วมสมัย เริ่มต้นด้วยการฟื้นฟูภูมิปัญญาการออกแบบลวดลายและเทคนิคพื้นถิ่น เพื่อนำมาต่อยอดให้มีความร่วมสมัย เสริมด้วยการตลาดยุคใหม่ที่สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกชุมชน สร้างโอกาสในการขยายตลาดเชิงพาณิชย์สู่ตลาดสากล

หนังสือลายดอกรักราชกัญญา ถ่ายทอดบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าและหัตถศิลป์ไทย ตามแนวพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผ่านหนังสือผ้าลายดอกรักราชกัญญา ภายใต้โครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม เพื่อยกระดับและศักยภาพผู้ประกอบการ ช่างทอผ้าและช่างหัตถศิลป์ไทยในทุกภูมิภาคของประเทศ ให้สามารถสร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ ช่างทอผ้าและช่างหัตถศิลป์ ร่วมกับคณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทย นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา สร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าลายพระราชทาน ผ้าลายดอกรักราชกัญญา เกิดเป็นผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ที่งดงามไปด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่ถูกฟื้นคืน

 สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือ ทั้ง 4 เล่ม รวมถึงหนังสือเล่มอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัลได้ที่ https://www.facebook.com/phathaisaihaisanook