รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วันเอดส์โลก เพื่อป้องกันโรคเอดส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773053

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วันเอดส์โลก เพื่อป้องกันโรคเอดส์

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วันเอดส์โลก เพื่อป้องกันโรคเอดส์

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ 1 ธันวาคม เป็นวันเอดส์โลก แม้ว่าทุกวันนี้สังคมจะรับรู้แล้วว่าโรคเอดส์ไม่ได้ติดกันง่ายๆ คนที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวียังสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในสังคมได้โดยไม่ต้องถูกตั้งแง่รังเกียจรังงอน ขณะเดียวกันก็พยายามให้ทุกคนป้องกันตัวจากโรคนี้ 

แต่ทว่าใน 2022 ก็ยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี รายใหม่ประมาณ 9,200 ราย จำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี สาเหตุที่ติดเชื้อเกิดจากมีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย

เรามาทบทวนความแตกต่างระหว่างคำว่าโรคเอดส์กับการติดเชื้อเอชไอวีกัน คำว่าโรคเอดส์หรือ Acquired Immune Deficiency Syndromes (AIDs) คือช่วงที่ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว และเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ทำหน้าที่ตามปกติส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เช่น วัณโรค เชื้อราที่ทำให้ปอด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และมีโอกาสติดเชื้อพยาธิหรือไวรัสอีกหลายชนิด ซึ่งหากรักษาไม่ทันการณ์อาการก็อาจรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าในการพัฒนายาต้านไวรัสเอชไอวีดีขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพในการกดการเพิ่มจำนวนของเชื้อเป็นไปได้ดี ผู้ป่วยโรคติดเชื้อเอชไอวีที่รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่เสี่ยงที่โรคจะรุนแรงจนยกระดับโรคเอดส์ 

ในทางตรงกันข้าม กรณีที่ผู้ป่วยไม่ร่วมมือในการรักษาไม่เห็นความสำคัญของการกินยาอย่างสม่ำเสมอตรงเวลา หรือในการที่ผู้ป่วยลืมกินยาเกินร้อยละ 20 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา และการรักษาล้มเหลว  ซึ่งหมายความว่าถ้าผู้ป่วยเอชไอวีมียาที่ต้องกินวันละมื้อใน 1 เดือน แต่ลืมกินยาเกินเดือนละ 6 ครั้งขึ้นไป ก็จะเสี่ยงต่อการรักษาที่ล้มเหลว จนในที่สุดก็กดการเพิ่มจำนวนของไวรัสไว้ไม่ได้นำไปสู่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ติดเชื้อฉวยโอกาสหรือที่เรียกว่าโรคเอดส์ และหากมั่นใจว่าการรักษาไม่ล้มเหลว ก็ต้องกินยาสม่ำเสมอ ต้องไม่ลืมกินยาเด็ดขาด

จะเห็นว่าเมื่อติดเชื้อและต้องกินยาต้านไวรัสเอชไอวีผู้ป่วยก็จะเริ่มมีความยากลำบากในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือเมื่อเริ่มกินยาแล้วก็จะต้องกินไปตลอด และถึงจะมีการพัฒนายาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาการไม่พึงประสงค์น้อยลง แต่ไม่มากก็น้อย ผู้ป่วยก็ยังต้องพบเจออาการไม่พึงประสงค์บางอย่างบ้างอยู่ดี 

ดังนั้น ทางที่ดีต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่นำตัวเองไปเสี่ยงกับการติดเชื้อเอชไอวีในทุกกรณี เพราะผู้ติดเชื้อส่วนมากติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น การใช้ถุงยางอนามัย การรู้จักคุ้นเคยกับคู่นอนของตนว่ากำลังติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงติดเชื้อหรือไม่ การไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย จึงเป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อที่ได้ผล และอีกทางหนึ่งที่จะทำให้ติดเชื้อได้คือใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ซึ่งส่วนมากมักเป็นกรณีของยาเสพติดย้ำว่าการลดความเสี่ยงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบสุดโต่งและสุดขั้ว จะช่วยรักษาชีวิตเราจากการติดเชื้อเอชไอวีได้

สำหรับคนที่เสี่ยงไปแล้ว เช่น คนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ หรือสงสัยว่าจะติดเชื้อโดยไม่ได้ป้องกัน หรือป้องกันแล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุถุงยางฉีดขาด กรณีนี้อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะภายใน 72 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์ สามารถใช้ยาต้านไวรัสชนิด PEP หรือ post exposure prophylaxis ได้ โดยผู้มีความเสี่ยงต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อ รับยา และกินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด โดยแพทย์จะนัดตรวจประเมินซ้ำอีกหลังกินยาไปแล้ว 4 สัปดาห์ ส่วนในคนที่มีคู่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็มีวิธีการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อโดยกินก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ซึ่งกรณีนี้จะเรียกว่า PrEP หรือ Pre exposure prophylaxis ซึ่งกรณีนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่มีรายละเอียดมากกว่าการเสี่ยงแบบแรก จึงต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด

แม้จะมีการพัฒนายาใหม่ๆ ที่ใช้รักษาโรคเอดส์เพิ่มขึ้นมากมาย แต่โดยรวมแล้วโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด และต้องใช้ยาไปตลอดชีวิต ดังนั้น ต้องระมัดระวังไม่ให้ติดเชื้อ โดยใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น จึงเป็นมาตรการป้องกันโรคที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จงาน Silk Festival 2023 ภายใต้แนวคิดผ้าไทยใส่ให้สนุก สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773049

สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จงาน Silk Festival 2023 ภายใต้แนวคิดผ้าไทยใส่ให้สนุก สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน

สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จงาน Silk Festival 2023 ภายใต้แนวคิดผ้าไทยใส่ให้สนุก สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานเหรียญรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน ระดับประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำประสบการณ์จากการทรงงานและทรงศึกษาผ้าทอพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมพื้นบ้านในแต่ละภาค ทรงนำแนวคิดมาพัฒนาสร้างสรรค์ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้ทันสมัย พระราชทานลายผ้าพระราชทาน พระราชทานแนวคิดเรื่อง “Sustainable Fashion” ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของอุตสาหกรรมแฟชั่นและแนวทางการออกแบบที่นำสมัยให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังคงไว้ซึ่งลวดลายของผืนผ้าที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นในแต่ละภาคนั้นๆ นำไปสู่โครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ทรงส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการผ้าไทยสู่ความยั่งยืน

เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ36 พรรษา และเพื่อสร้างการรับรู้ถึงผลสำเร็จของโครงการฯ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย กำหนดจัดงาน “Silk Festival 2023 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด Silk Success Sustainability ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน- 3 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี

ในวันแรกของการจัดงาน 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17.00 น. ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชทาน เครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน “Sustainable Fashion: แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ช่างทอผ้าช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต และผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมด้วยขั้นตอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พระราชทานเหรียญรางวัลแก่คณะทำงานที่สนองพระเดชพระคุณผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการ, ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรมระดับประเทศ พระราชทานโล่รางวัลต้นกล้านารีรัตน แก่ Young OTOP พระราชทานโล่รางวัล TOP 5 ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม ตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Premium สู่สากล ประเภทผ้า เครื่องแต่งกายและของใช้ของตกแต่ง ของที่ระลึก พระราชทานเหรียญรางวัลพร้อมโล่รางวัลแก่นักออกแบบตัดเย็บ “ชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก”

จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ Silk Festival 2023 Silk Success Sustainability ประกอบด้วยต่างๆ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ได้แก่ ดอนกอยโมเดล, นาหว้าโมเดล, บาติกโมเดล, Young OTOP, จักสาน Premium OTOP และนิทรรศการเปิดตัวหนังสือ 4 เล่ม ได้แก่ หนังสือสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, หนังสือเครื่องสานไทย, หนังสือบาติกโมเดล สู่ตลาดสากล, หนังสือลายดอกรักราชกัญญา ทอดพระเนตรการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP Luxury โซน OTOP ชวนชิมจากทั่วทุกภูมิภาค โซนร้านค้าของศิลปินโอท็อปที่มีชื่อเสียง

โดยงานครั้งนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทยจาก 15 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ แบ่งเป็น 13 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง ได้แก่ SIRIVANNAVARI, ARCHIVE026, ASAVA, JANESUDA, IRADA, ISSUE, LANDMEE, MILIN, PYVET, TANDT, THEATRE, TIRAPAN, WISHARAWISH และ 2 Young Designers ได้แก่ แบรนด์ HAYA ผู้ชนะเลิศ และ AMEEN Studio รองชนะเลิศการประกวดตัดเย็บชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก โครงการดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของกรมการพัฒนาชุมชน โดยนำผ้าไทยซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละชุมชน อาทิ ผ้าไหมแพรวาผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอก ผ้าปักชาวเขา ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าบาติก ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้าขาวม้า ผ้าหางกระรอก ฯลฯ มารังสรรค์ผลงานสุดประณีต สะท้อนแนวคิดผ้าไทยใส่ให้สนุก แสดงถึงศักยภาพของการพัฒนาลายผ้าทอให้เข้ากับยุคสมัย

ในการนี้มี พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา ธนนนท์ นิรามิษ, ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคงจุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ กุลทรัพย์ ชื่นโกสุม ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการการประกวดฯ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรมและผู้เข้าประกวด เฝ้าฯรับเสด็จ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉายพระรูปร่วมกับ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, กีต้า ซับบละวาล และ ธนนนท์ นิรามิษ
พร้อมด้วยเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉายพระรูปร่วมกับ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน, อนุทิน ชาญวีรกูล, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, กีต้า ซับบละวาล และ ธนนนท์ นิรามิษ พร้อมด้วยเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน

ทรงฉายพระรูปร่วมกับดีไซเนอร์ IRADA โชติกา-ชนาภา ตรีรัตนชาติ, JANESUDA เจนสุดา ปานโต สิริสันต์, ASAVA พลพัฒน์ อัศวะประภา, WISHARAWISH วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, THEATRE ศิริชัย ทหรานนท์, TIRAPAN ธีระพันธ์ วรรณรัตน์, ISSUE ภูภวิศ กฤตพลนารา, MILIN
มิลิน ยุวจรัสกุล LANDMEE เนตรดาว วัฒนะสิมากร, ARCHIVE026 สรลักษณ์ ติดขะปัญญา และ TANDT ธนาวุฒิ ธนสารวิมล

ทรงฉายพระรูปร่วมกับดีไซเนอร์ IRADA โชติกา-ชนาภา ตรีรัตนชาติ, JANESUDA เจนสุดา ปานโต สิริสันต์, ASAVA พลพัฒน์ อัศวะประภา, WISHARAWISH วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, THEATRE ศิริชัย ทหรานนท์, TIRAPAN ธีระพันธ์ วรรณรัตน์, ISSUE ภูภวิศ กฤตพลนารา, MILIN มิลิน ยุวจรัสกุล LANDMEE เนตรดาว วัฒนะสิมากร, ARCHIVE026 สรลักษณ์ ติดขะปัญญา และ TANDT ธนาวุฒิ ธนสารวิมล

ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษาฯ

ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษาฯ

ทอดพระเนตร จักสาน Premium OTOP

ทอดพระเนตร จักสาน Premium OTOP

ทรงให้กำลังใจนางแบบที่ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์

ทรงให้กำลังใจนางแบบที่ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์

ผ้าไทยใส่ให้สนุก จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

ผ้าไทยใส่ให้สนุก จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

เอ็นไอเอ จับมือ ยูเอ็น วูเมน ปั้นผู้นำนวัตกรรมหญิงสู่ความเท่าเทียมในระบบจัดซื้อจัดจ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773027

เอ็นไอเอ จับมือ ยูเอ็น วูเมน ปั้นผู้นำนวัตกรรมหญิงสู่ความเท่าเทียมในระบบจัดซื้อจัดจ้าง

เอ็นไอเอ จับมือ ยูเอ็น วูเมน ปั้นผู้นำนวัตกรรมหญิงสู่ความเท่าเทียมในระบบจัดซื้อจัดจ้าง

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมกับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ยกย่องผู้ประกอบการหญิงที่เป็นเจ้าของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSMEs) ที่โดดเด่นที่สุด 9 คนในโครงการ WE RISE Togetherสู่การเป็นต้นแบบและแรงผลักดันที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการผู้หญิงสามารถเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและเอกชนอย่างเท่าเทียม พร้อมเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างโอกาสการต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจฐานนวัตกรรมของ NIA และ UN Women โดยมีรัฐบาลออสเตรเลียให้การสนับสนุนผ่านโครงการความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง-ออสเตรเลีย

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อํานวยการสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ทุกวันนี้ผู้หญิงมีบทบาททางสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้น องค์กรทั้งในและต่างประเทศมีผู้หญิงเป็นผู้บริหารระดับสูงเป็นบุคคลสำคัญ ผู้นำประเทศ และในภาคส่วนนวัตกรรม ก็มีผลงานด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมที่มีผู้หญิงเป็นผู้ขับเคลื่อนเพิ่มขึ้นทุกปี NIAเข้าใจถึงเทรนด์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลก และให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม จึงได้นำหลักสูตรยกระดับความสามารถผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อมุ่งเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรม รุ่นที่ 3 (SME to IBE 3) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ WE RISE Together เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการสร้างธุรกิจฐานนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการผู้หญิง ผลักดันการเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและเอกชนอย่างเท่าเทียมเพื่อช่วยขยายโอกาสทางการตลาด รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมของ NIA และองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women ที่จะเป็นโอกาสการต่อยอดธุรกิจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจฐานนวัตกรรม ในปีนี้มีผู้ประกอบการสนใจโครงการนี้มากกว่า 200 บริษัท และผ่านเข้าสู่ Accelerator Program จำนวน 41 บริษัท และได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการหญิงที่ศักยภาพ 9 บริษัท มานำเสนอแผนเพื่อให้เห็นโอกาสและการเติบโตก่อนเข้าสู่ตลาดต่อไป

ทั้งนี้ 9 ผู้ประกอบการหญิงที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ กัญญ์ศิริ สิงทอง จากบริษัท คินเซน 2019 (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เส้นโปรตีนอกไก่นุ่ม, พีรดา ศุภรพันธ์ จากบริษัท เทสเต็ดเบ็ตเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์แป้งเสริมอาหารน้ำตาลต่ำ, กชพร จันทร์แก้ว จากบริษัทเอสเคซีเฮ้าส์ แลนด์ เอ็กซ์พอร์ตกาดผัดเทรด จำกัด ผู้ผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอ แปรรูปสิ่งทอผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น, ทรงกลด วิมลรัตน์ จากบริษัท จีรัง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้คิดค้นโปรแกรมบริหารงานบุคคลแบบมืออาชีพ, ณัชชา วงษ์วิฑิต จากบริษัท โซลบาวด์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ไออุ่น ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและออร์แกนิคสำหรับเด็ก, พท.ว.ภ.รังษิยา จิวะรังสรรค์ จากบริษัท กู๊ดแกนิค จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรกู๊ดแกนิค คุณสุนันทา ตั้งอรุณฉาย จากบริษัท ทราฟฟิก อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นใน Clover,ศิริกาญจน์ พลแดง จากบริษัท ฟิวเจอร์ บั๊กส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เอราวัณคริสปี้ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากแมลงและ กาญจนา ศรีเดช จากบริษัท อินโน แลป สตูดิโอ จำกัด ผู้ผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทจากดักแด้ไหม

อย่างไรก็ตาม การผลักดันกิจกรรมนี้ยังสอดรับกับเทรนด์ SHEconomyหรือเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยผู้หญิง ซึ่งเป็นหนึ่งใน Global Mega-trends ที่กำลังมาแรงและโตขึ้นในทุกๆ ปี จากทั้งผู้พัฒนาธุรกิจ และกำลังซื้อผู้หญิงที่เพิ่มมากขึ้น โดยในอีกราว 7 ปี หรือปี 2573 คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ราว 46 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.0% และนวัตกรรม-เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะขับเคลื่อนให้เทรนด์นี้เติบโตมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสที่จะช่วยสร้างให้ผู้หญิงได้กลายเป็นผู้กำหนดเทรนด์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

ศูนย์รักษ์พุง รพ.จุฬาลงกรณ์ เปิดตัวปฏิทินปี 2567 สร้างความตระหนักรู้โรคอ้วนป้องกันและรักษาได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773051

ศูนย์รักษ์พุง รพ.จุฬาลงกรณ์ เปิดตัวปฏิทินปี 2567   สร้างความตระหนักรู้โรคอ้วนป้องกันและรักษาได้

ศูนย์รักษ์พุง รพ.จุฬาลงกรณ์ เปิดตัวปฏิทินปี 2567 สร้างความตระหนักรู้โรคอ้วนป้องกันและรักษาได้

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.สุเทพ และทีมแพทย์สหสาขา

ทุกวันนี้ โรคอ้วน ถือเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจทั่วโลก จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปีพ.ศ.2559 ผู้ใหญ่มากกว่า 1.9 พันล้านคน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกิน ปัจจุบันโรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ จากผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรี (MICS) ในปี 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเทศไทย พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจาก 8.8% ในปี 2561 เพิ่มเป็น 9.2% ในปี 2562 ส่วนเด็กอายุ 6-14 ปี จากฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบเด็กมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน เพิ่มขึ้นจาก 11.7% ในปี 2561 เพิ่มเป็น 12.4%ในปี 2564 ส่วนวัยผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มอ้วนมากขึ้น จากคลังข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (HDC) พบว่าเป็นโรคอ้วนหรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 กก./ตร.ม. มากถึง45.6% ในปี 2563 และเพิ่มเป็น 46.2% ในปี 2564 และ 46.6% ในปี 2565

ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์โรคอ้วน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “ศูนย์รักษ์พุง”หรือโครงการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาและป้องกันโรคอ้วนและโรคเมตาโบลิคแบบครบวงจร จึงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดส่องกล้องภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมกับทีมแพทย์และสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอีก 9 สาขาเนื่องด้วย “โรคอ้วน” เป็นโรคที่ต้องทำการรักษา เพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และสังคม ซึ่งการรักษาโรคอ้วนจะทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ตลอดกว่า 15 ปี “ศูนย์รักษ์พุง” รักษาผู้ป่วยโรคอ้วนมานับหมื่นราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อ้วนมาตั้งแต่วัยเด็ก และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว หายใจลำบาก เหนื่อยหอบง่าย เนื่องจากผู้ป่วยจะมีขนาดอวัยวะที่ใหญ่ขึ้น และมีสรีระและระบบต่างๆของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงยังมีโรคร่วมมากกว่าหนึ่งโรคด้วย จึงจำเป็นต้องอาศัยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพิเศษหลากหลายสาขาร่วมกันทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ มีการใช้เทคโนโลยีและการรักษาที่ทันสมัย เพื่อยกระดับและพัฒนาการดูแลรักษา ให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อผลการรักษาที่ดีสำหรับผู้ป่วย ที่สำคัญเพื่อก้าวสู่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์และเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลรักษาและบริการผู้ป่วยโรคอ้วนและเมตาโบลิคแบบองค์รวม ที่พร้อมให้บริการในระดับมาตรฐานสากลทั้งในประเทศและระดับโลก

“ในปีนี้ ศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ป่วยโรคอ้วนและผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ว่าโรคดังกล่าวสามารถป้องกันและรักษาได้ โดยได้เชิญชวนให้ตัวแทนผู้ป่วยรวม 9 ราย ที่เคยรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด “ชีวิตใหม่”คุณทำได้ A Journey to The Healthier Lifeมาร่วมถ่ายทำปฏิทิน New Year New Life เพื่อร่วมเป็นแรงบันดาลใจและสร้างความหวังให้กับผู้ป่วยโรคอ้วนรายอื่นๆ กลับมามีชีวิตที่สดใส ปราศจากโรคภัยอีกครั้ง ซึ่งปฏิทินปี 2567 นี้ จะถูกแจกจ่ายไปยังหน่วยงานต่างๆ”

อย่างไรก็ตาม โรคอ้วน (Obesity) เป็นภาวะที่จัดเป็นโรคเรื้อรังอย่างหนึ่ง และเป็นภาวะที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคร่วมต่างๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะปอดทำงานผิดปกติ หลอดเลือดสมองขาดเลือดข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำดี โรคไขมันคั่งสะสมในตับ และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งควรสังเกตจากน้ำหนักตัวที่มากกว่าปกติ หรือคำนวณด้วยค่าดัชนีมวลกาย BMI (Body mass index)โดยคิดได้จากน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม)หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร)ยกกำลังสอง เช่น น้ำหนัก 80 กิโลกรัมส่วนสูง 160 เซนติเมตร หรือ 1.60 เมตร คำนวนค่า BMI = 80 / (1.60 x 1.60) เท่ากับ31.25 กก./ตร.ม. เป็นต้น

“ภาวะน้ำหนักเกิน” และ “โรคอ้วน”หมายถึง การสะสมไขมันที่ผิดปกติหรือมากเกินไปซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยดัชนีมวลกาย (BMI) ที่มากกว่า25 กก./ตร.ม. ถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกินและมากกว่า 30 กก./ตร.ม. ถือว่ามีโรคอ้วนซึ่งควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ทั้งนี้ โรคอ้วนควรป้องกันตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพราะโรคอ้วนในเด็กจะส่งผล เช่น ขาโก่งนอนกรน ระบบหายใจ หัวใจ พัฒนาการ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs ในวัยผู้ใหญ่ ที่สำคัญยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรังหลายชนิด ซึ่งข้อมูลของ WHO ยืนยันว่าโรคอ้วนในวัยเด็กนั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่ รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและภาวะทุพพลภาพ

ผศ.(พิเศษ) พญ.พัชญา บุญชยาอนันต์ สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย กล่าวถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี อาทิ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรักษาโดยการใช้ยา การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร และการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยโรคอ้วนแต่ละรายควรได้รับการรักษาตามระดับความรุนแรงของโรค โดยจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากไม่ได้ผลจึงมีการใช้ยาร่วมด้วย ปัจจุบันยาในการรักษาโรคอ้วนมีวิวัฒนาการในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ยาในกลุ่ม GLP-1 analogues ในรูปแบบปากกาฉีดที่สามารถใช้ในการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคอ้วนได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งการผ่าตัดมีด้วยกัน 2 วิธีได้แก่ 1. การผ่าตัดลดกระเพาะอาหาร และ 2. การผ่าตัดบายพาส ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินร่วมกับแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องผู้ป่วยและผู้ดูแล และคำนึงถึงภาวะโรคอ้วนและโรคต่างๆ ของผู้ป่วยร่วมด้วย โดยแพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยโรคอ้วนมีค่า BMI ตั้งแต่ 32.5 กก./ตร.ม. เป็นต้นไป และมีโรคร่วมที่เป็นภาวะแทรกซ้อน หรือผู้ป่วยที่มีค่า BMI มากกว่า 37.5 กก./ตร.ม.

ผู้ป่วยหลายรายเคยพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีต่างๆ มาแล้ว มีทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกาย แต่อาจไม่เพียงพอต่อการรักษาโรคอ้วนดังนั้นผู้ป่วยที่มีเกณฑ์ในการรักษาด้วยการผ่าตัดจะได้รับการเตรียมการอย่างถี่ถ้วนเพื่อเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งพบว่าผู้ป่วยสามารถควบคุมน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำหนักที่ลดลงยังช่วยให้การรักษาโรคร่วมได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ลดอัตราการใช้ยาในการรักษาโรคหัวใจ ไขมัน และเบาหวาน โดยพบว่าสามารถรักษาผู้ป่วยเบาหวานได้หายขาดสูงถึง 80% ของผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน น้อยกว่า 10 ปี มีอัตราการหายขาดสูงเกือบ 100% นอกจากนี้ ยังลดอาการของโรคกระดูกและข้อ รวมถึงทำให้โรคนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea)ดีขึ้น ที่สำคัญผลของการลดน้ำหนักยังทำให้ภาวะทางสุขภาพจิตและการเข้าสังคมของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านผู้ป่วยโรคอ้วน นายอนันตชัย คงจันทร์ ผู้ป่วยอีกรายเล่าให้ฟังว่า ผมโชคดีที่รู้จักศูนย์รักษ์พุงและตัดสินใจเข้ารักษาโรคอ้วนทันที ตั้งแต่ยังไม่มีโรคอื่นร่วมด้วย โดยสมัยเรียนเมืองนอกเคยลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักสำเร็จมาแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี จากน้ำหนัก 120 กิโลกรัมลงมาเหลือ 80 กิโลกรัม แต่พอกลับมาเมืองไทยน้ำหนักเริ่มขึ้นจึงลดด้วยการใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งเมื่อก่อนยาลดน้ำหนักชนิดเม็ดรับประทานนั้นมีผลข้างเคียงทำให้อารมณ์แปรปรวน จึงต้องหยุดยาและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 100 กว่ากิโลกรัม ซึ่งขณะนั้นปี 2554 มีเพื่อนแนะนำว่ามีวิธีการเย็บกระเพาะอาหาร และได้คำแนะนำให้มารักษากับอาจารย์สุเทพที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ 123 กิโลกรัม อาจารย์สุเทพแนะนำด้วยวิธีผ่าตัดบายพาส หลังจากรักษาประมาณ 1-2 เดือน น้ำหนักลดลง 50 กิโลกรัม ซึ่งในช่วงแรกๆ ต้องมีการปรับตัวเพราะกระเพาะถูกจำกัดลงอย่างมาก มีอาการอาเจียนบ้าง ทุกวันนี้น้ำหนักคงที่ 75-77 กิโลกรัม มาตั้งแต่ปี 2554 รวม 12 ปีแล้ว โดยทุกๆ เช้าจะต้องชั่งน้ำหนักจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันทำให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารและออกกำลังกายได้อย่างพอเหมาะ ซึ่งผมมีเทรนเนอร์คอยดูแลด้วย ส่วนใหญ่จะวิ่งและว่ายน้ำเป็นประจำ ทุกวันนี้ทำให้ผมมีวินัยในการใช้ชีวิตและได้ร่างกายที่แข็งแรงกลับมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง ประกันสังคม หรือข้าราชการ สามารถใช้สิทธิในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องส่อง (Laparoscopic Bariatric Surgery) ได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รักษ์พุง โทร.02-2564000 ต่อ 71205 ทุกวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 08.30-15.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์

ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์

ผศ.(พิเศษ) พญ.พัชญา บุญชยาอนันต์

ผศ.(พิเศษ) พญ.พัชญา บุญชยาอนันต์

อนันตชัย คงจันทร์ กับปฏิทิน New Year New Life

อนันตชัย คงจันทร์ กับปฏิทิน New Year New Life

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773048

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกก.ที่ปรึกษาและประธาน กก.บริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธ.ค. 07.00 น. ที่ฮอลล์ 5ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์…

●● ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย เป็นประธานเปิดนิทรรศการภาพวาด “2567 ปีมังกรทอง” ผลงานโดย ศิลปินสองรัชสมัย The Artists Of The Two Reigns ณ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ โดยงานจะมีถึง 31 ธ.ค. …

●● สวด ศ.เกียรติคุณ นพ.วินิต พัวประดิษฐ์ อดีตคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดลศาลา 10 วัดมกุฏฯ 1-5 ธ.ค. 18.30 น.ไม่มีพิธีฌาปนกิจเนื่องจากท่านผู้วายชนม์บริจาคร่างกาย…

●● ใกล้สิ้นปี ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ส่ง คริสปี้ ครีมสาขาใหม่ดีไซน์เก๋ เอาใจนักเดินทาง ณ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ฝั่งมุ่งหน้าชลบุรีพร้อมจัดโปรโมชั่นเด็ดที่แฟนพันธุ์แท้ต้องถูกใจ…

●● ยินดีกับ ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ที่ได้รับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด “สำเภาทอง” ประจำปี 2566 ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41…

●● ธานินทร์ พานิชชีวะ ประธานรุ่น Digital CEO#6 จัดงานสังสรรค์ธีมออเจ้าและลอยกระทง มีเพื่อนๆ มาร่วมงานเช่น จารุพรรณ อินทรรุ่ง, รุ้งเพชร ลิ้มสวัสดิ์วงศ์, ชุติลักษณ์ พานิชชีวะ, นิติ เมฆหมอก, ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย, ณัฐพล สืบอ่ำ, ยอดฤดี สันตติกุล, ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์, จิรพล ตังทัตสวัสดิ์, บุปผา กวินวศิน, นวลศิริ เมธาวิวัฒน์, รังสรรค์ พวงปราง, ชุติลักษณ์ พานิชชีวะ,ลักษณ์ชฎา หวังพนาวงศ์, ธนพล กองบุญมา,ธีรพันธ์ ดิษยบุตร, วิชัย สุขในใบบุญ, อรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร, ฐิติกร อุษยาพร…

●● วันเกิดปีนี้ ศิรินทรา จงพิพัฒนสุข ได้ไปตักบาตร ไหว้พระทำบุญครบ 3 ศาสนาทั้งที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ไหว้เจ้าแม่กวนอิม ณ มูลนิธิเทียนฟ้าและไปกราบพระศรีศากยมุนี ณ วัดสุทัศนเทพวราราม…

●● ชาว BCC รุ่น 129 ห้ามพลาด สุเมธ สุรบถโสภณ แจ้งนัดหมายเพื่อนๆ ไปทำบุญให้คุณครูและเพื่อนๆ ที่ล่วงลับ พร้อมสังสรรค์อัปเดตชีวิต 16 ธ.ค. ณ รร.กรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา โดยมี เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รอต้อนรับมิตรสหายรุ่น…

●● ยินดีกับ ศ.พิเศษ ดร.ฐานิสร์ วัชโรทัย ได้รับรางวัล Siam International Awards 2023 สาขานักธุรกิจดีเด่น…●●

คุณแหน

W9 ชี้ปัจจัยสาเหตุหลักกระทบภาวะการมีบุตร แนะปรับสมดุลสุขภาพชาย-หญิงเพื่อการมีบุตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773054

W9 ชี้ปัจจัยสาเหตุหลักกระทบภาวะการมีบุตร  แนะปรับสมดุลสุขภาพชาย-หญิงเพื่อการมีบุตร

W9 ชี้ปัจจัยสาเหตุหลักกระทบภาวะการมีบุตร แนะปรับสมดุลสุขภาพชาย-หญิงเพื่อการมีบุตร

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

W9 Wellness Center ชี้ปัจจัยสาเหตุหลักกระทบภาวะการมีบุตร แนะปรับสมดุลสุขภาพชาย-หญิงเพื่อการมีบุตรเจาะกลุ่มคนยุคใหม่ ชี้ทางเลือก-ทางออกเพิ่มโอกาสมีบุตร วางแผนสุขภาพเชิงเวลเนสปรับสมดุลสุขภาพ เพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์ เผยตลาดท่องเที่ยวผู้มีบุตรยากไทยติด 1 ใน 5 ประเทศเป้าหมายปรึกษาการวางแผนมีบุตร ตั้งเป้าร่วมผลักดัน Medical Hub ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเชิงเวลเนส การแพทย์ และการท่องเที่ยวในเอเชีย

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ผู้อำนวยการ ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมW9 Wellness Center เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาจำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงาน 17.5% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ หรือ 1 ใน 6 ของประชากรทั่วโลกกำลังประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก จากปัจจัยความพร้อมด้านสุขภาพที่สวนทางกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ กระตุ้นคนรุ่นใหม่เลือกใช้เวลาในขณะที่ร่างกายมีความพร้อมทุ่มไปกับการทำงานสร้างฐานะยาวนานขึ้น ซึ่งกว่าจะมีความพร้อมมีบุตรอายุก็เพิ่มมากขึ้น พบว่าส่วนใหญ่จะอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ประกอบกับภาวะความเครียดสะสมที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และภาวะโภชนาการที่แย่ลง ดังนั้น จะเห็นว่าความพร้อมทางเศรษฐกิจของครอบครัวในการมีบุตร กับความพร้อมของสภาพร่างกายหรือทางชีววิทยาสวนทางกันอย่างชัดเจน ส่งผลให้อัตราการเกิดในไทยดิ่งต่ำลงปี 2565 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 5.02 แสนคนอัตราการเกิด เท่ากับ 7.6 ต่อประชากร 1,000 คน ถือเป็นอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดในรอบ 71 ปี

ทั้งนี้ W9 เล็งเห็นดีมานด์ในตลาดดังกล่าวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีบุตรยาก “FertilityTourism” จึงเดินหน้าพัฒนาโปรแกรมวางแผนการมีบุตรในเชิงเวลเนส สอดรับทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างอย่างลงตัว เจาะกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการวางแผนมีบุตร หรืออยู่ในภาวะมีบุตรยาก ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ โดยเน้นการปรับสมดุลสุขภาพ เพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ และเตรียมความพร้อมก่อนการทำเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าตลาดท่องเที่ยวผู้มีบุตรยากเติบโต และช่วยขับเคลื่อน Medical Hub สู่การเป็นศูนย์กลางเชิงเวลเนส การแพทย์ และการท่องเที่ยวในเอเชียในอนาคต

อย่างไรก็ดี พื้นฐานสำคัญของการมีบุตรต้องมาจากสุขภาพที่แข็งแรง การมุ่งใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง หลายเคสอาจไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากโครโมโซมผิดปกติ อสุจิไม่แข็งแรง กระตุ้นไข่แล้วก็ยังไม่สมบูรณ์ หรือฝังตัวอ่อนไม่ติดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มาจากความไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งในเชิงเวลเนส จะเน้นสร้างความพร้อมทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยการปรับสมดุลสุขภาพ เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ หรือเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์

การปรับสมดุลสุขภาพสำหรับผู้หญิง เน้นที่ปรับสมดุลฮอร์โมนที่มีผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ อุปสรรคของผู้หญิงคือ รังไข่ทำงานไม่ปกติ ไข่ด้อยคุณภาพ รังไข่เสื่อมก่อนวัย ประจำเดือนมาไม่ปกติ ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) และผนังมดลูกไม่หนาตัวพร้อมรับการฝังตัว อาจเกิดจากการเสียสมดุลของระบบฮอร์โมนเพศ สารเคมีปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม ที่รบกวนฮอร์โมนเอสโตรเจน (Xenoestrogen) และความเครียดเรื้อรัง ที่ส่งผลถึงฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เป็นต้น

การปรับสมดุลสุขภาพสำหรับผู้ชาย เน้นเพิ่มคุณภาพและปริมาณอสุจิ (Sperm) อุปสรรคของผู้ชายคือ เชื้อน้อย อ่อนแอ หรือมีรูปร่างผิดปกติ ความไม่สมบูรณ์ของอสุจิอาจส่งผลเสียทั้งต่อการเคลื่อนไหวและทำให้การเจาะผสมไข่เป็นไปได้ยาก ซึ่งต้นตอของปัญหาส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของสุขภาพ เช่น โรคอ้วนลงพุง หรือภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ที่ส่งผลกระทบต่อสมดุลฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ รวมถึงสุขภาวะทางเพศอีกด้วย

พร้อมกันนี้ การวางแผนมีบุตรไม่เพียงแค่สร้างพื้นฐานความพร้อมทางร่างกาย แต่ยังรวมไปถึงการให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อภาวะการตั้งครรภ์ หรือการมีบุตรยาก ที่ควรให้ความสำคัญ 4 ปัจจัยหลัก คือ 1. ฮอร์โมน ที่มีผลต่อสมดุลสุขภาพและระบบสืบพันธุ์ 2. ระดับสารพิษ ที่อันตรายต่อระบบการเจริญพันธุ์กระทบการทำงานของระบบฮอร์โมน 3. สมดุลวิตามินและแร่ธาตุ ที่มีความสำคัญกับระบบการทำงานหลักของร่างกายทั้งชาย-หญิง และความแข็งแรงสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำโดยแพทย์ และ 4. ไลฟ์สไตล์ ที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และควรให้ความสำคัญเรื่องอาหาร การรักษาน้ำหนักให้เหมาะสม ควบคู่กับสมดุลของชีวิต คุณภาพการนอน และการจัดการความเครียด เป็นต้น

“การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมวิธีการข้างต้นมีให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเทคนิครักษาร่วมเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมามีสมดุลตามปกติ โดยสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้โดยตรง เพราะการคืนสมดุลสุขภาพ เพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับคู่สมรสที่กำลังวางแผนในการมีบุตร หรือกำลังประสบภาวะมีบุตรยาก” นายแพทย์พิจักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘YESUNG’ วง ‘SUPER JUNIOR’ ฝากความคิดถึงผ่านคลิปพิเศษ นับวันรอเจอ E.L.F. ชาวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773043

‘YESUNG’ วง ‘SUPER JUNIOR’ ฝากความคิดถึงผ่านคลิปพิเศษ นับวันรอเจอ E.L.F. ชาวไทย

‘YESUNG’ วง ‘SUPER JUNIOR’ ฝากความคิดถึงผ่านคลิปพิเศษ นับวันรอเจอ E.L.F. ชาวไทย

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

YESUNG (เยซอง) เมนโวคอลแห่งวง SUPER JUNIOR (ซูเปอร์ จูเนียร์) จะมาถ่ายทอดเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์งดงามเฉพาะตัวให้ทุกคนได้พิสูจน์ ผ่านคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประสานทุกความรู้สึกเพื่ออินกับทุกบทเพลงไปด้วยกัน ใน YESUNG SOLO CONCERT-Unfading Sense in BANGKOK (เยซอง โซโล่ คอนเสิร์ต-อันเฟดิง เซนส์ อิน แบงค็อก) วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 18.00 น. ภิรัชฮอลล์ ณ ไบเทค บางนา

โดย YESUNG (เยซอง) ได้ฝากความคิดถึงมาหา E.L.F. (เอลฟ์ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ผ่านคลิปทักทายสุดพิเศษ เพื่อให้ทุกคนตั้งตารอคอยการกลับมาพบกันในคอนเสิร์ตเดี่ยวที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ดังนี้

“สวัสดีครับ E.L.F. (เอลฟ์) ไทย ผม YESUNG (เยซอง) ครับ ในที่สุด วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้บอกข่าวดีกับทุกคนครับ นั่นก็คือผมกำลังจะไปพบกับ E.L.F. (เอลฟ์) ชาวไทยทุกคนพร้อมคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของผมครับ ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ สำหรับโอกาสเช่นนี้ เพราะผมคิดถึง E.L.F. (เอลฟ์) ชาวไทยของผมสุดๆ ครับผมเองก็เฝ้ารอเวลานี้อยู่ทุกวันเลยครับ และในที่สุดก็จะได้ไปพบกับทุกคนด้วยคอนเสิร์ต YESUNG SOLO CONCERT-Unfading Sense in BANGKOK ครับ เพราะเป็นทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของผม ผมจึงตั้งใจเตรียมตัวอย่างเต็มที่เลยครับ อีกทั้งในระหว่างที่ปล่อยอัลบั้ม ผมก็มักจะจินตนาการอยู่บ่อยๆ ว่า ผมจะได้เจอกับทุกคนครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ และตอนนี้ก็รู้สึกตื้นตันใจมากๆ ด้วยครับ อยากจะโชว์ให้ทุกคนได้ดูเร็วๆ แล้วครับ สำหรับคอนเสิร์ตนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 18.00 น. ที่ภิรัช ฮอลล์ ณ ไบเทค บางนา ครับ อยากให้ทุกคนมาสนุกด้วยกันเยอะๆ นะครับ”

ไม่เพียงเท่านี้ ยังทิ้งท้ายคำภาษาไทยอ้อนแฟนๆ อย่าง“มาหาพี่ YESUNG ที่คอนเสิร์ตกันเยอะๆ นะครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)” ได้ยินอย่างนี้แล้ว ใครยังไม่มีบัตรคอนเสิร์ตไว้ในครอบครองรีบจองด่วน! เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/YESUNG_Unfading_Sense_inBKK ราคา (บัตรนั่งทั้งหมด) 6,500 / 5,500 / 4,800 / 3,800 / 2,800 บาท พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับผู้ซื้อบัตรติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของคอนเสิร์ตได้ทางบัญชีโซเชียล มีเดียของ SM True โทร.02-8267788

‘มุกดา’ ชวนแฟนจีนชม ‘เขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ’ ลงแพลตฟอร์มออนไลน์ดัง‘YOUKU’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773037

‘มุกดา’ ชวนแฟนจีนชม ‘เขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ’  ลงแพลตฟอร์มออนไลน์ดัง‘YOUKU’

‘มุกดา’ ชวนแฟนจีนชม ‘เขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ’ ลงแพลตฟอร์มออนไลน์ดัง‘YOUKU’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ความรักของ ป๋านิน และ บู่บู๋ ในละคร เขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ นำแสดงโดยพระ-นางคู่ขวัญ เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล และ มุกดา นรินทร์รักษ์ โดนใจแฟนละครไทย กวาดทั้งกระแสและเรตติ้งแล้ว ล่าสุดป๋านินและบู่บู๋ จะโกอินเตอร์ให้แฟนจีนลุ้นไปกับเรื่องราวความรักบ้าง เมื่อแพลตฟอร์มออนไลน์ดัง YOUKU (โยวคู่)ซื้อลิขสิทธิ์ไปออกอากาศให้แฟนๆ ชาวจีนได้ติดตามเรียบร้อย งานนี้ มุกดา นรินทร์รักษ์ หรือ คุณโฉมโสภา ขอเป็นตัวแทนเปิดความรู้สึกว่า

“ดีใจนะคะที่แฟนๆ ที่จีนจะได้ชมผลงานของเรา ตื่นเต้นเหมือนกันว่าแฟนๆ จะชอบหรือสนุกไปกับละครแนวนี้หรือเปล่า กับละครเขยบ้านไร่สะใภ้ไฮโซ เป็นการกลับมาทำงานคู่กับเข้มอีกครั้ง และแฟนๆ ชื่นชอบกัน ด้วยเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอเมดี้ ฟีลกู้ด ดูสบาย คาแร็กเตอร์ของมุกดาจะเป็นแนวลูกคุณหนูไฮโซที่ถูกแม่วางแผนชีวิตให้ตลอด พอทนไม่ไหว เลยหนีออกจากบ้านมาอยู่ที่บ้านไร่เจอกับพระเอก เรื่องนี้ฮาตั้งแต่เปิดเรื่อง ไม่มีฉากไหนที่ไม่ขำ ซึ่งหลายคนที่ประเทศจีน อาจจะเคยดูโซ่เวรีกันไปแล้วอันนั้นจะเป็นแนวดราม่าๆ อันนี้ก็จะเป็นอีกแนว เป็นคอเมดี้เลย แตกต่างกันสิ้นเชิงอยากฝากทุกคนติดตามชม เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ รับรองว่าจะสร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้ทุกคนตลอดทุกอีพีแน่นอนค่ะ” ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และ ช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และ เว็บไซต์ www.ch7.com

ศิลปินคุณภาพ ‘พีธ-พีระ’ กลับมาทวงบัลลังก์!! ‘เจ้าพ่อเพลงเศร้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773041

ศิลปินคุณภาพ ‘พีธ-พีระ’ กลับมาทวงบัลลังก์!! ‘เจ้าพ่อเพลงเศร้า’

ศิลปินคุณภาพ ‘พีธ-พีระ’ กลับมาทวงบัลลังก์!! ‘เจ้าพ่อเพลงเศร้า’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาทวงบัลลังก์เพลงเศร้าเคล้าน้ำตาอีกครั้ง  สำหรับศิลปินคุณภาพ “พีธ-พีระ” ที่หลายคนให้ฉายาว่า “เจ้าพ่อเพลงเศร้า”ครั้งนี้พร้อมเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่เพลง “เกลียดความบังเอิญ”โดยเล่าเรื่องราวของความรักผ่าน  Wedding Planner คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังจะแต่งงานกันและช่วยกันเตรียมงานแต่งอย่างมีความสุขงานนี้ได้หนุ่มหล่อลุคเกาหลีเกาใจอย่าง “ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส  สุเมตติกุล” และนางเอกหน้าตาน่ารัก “ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์รักสุดเจ็บปวด!! เรียกว่าแค่ปล่อยทีเซอร์ออกมาให้ชมกันไม่ทันไรก็โดนใจบ้านเบสของหนุ่มไบเบิ้ลเพียบเลย 

ส่วน MVเวอร์ชั่นเต็ม จะงานดีขนาดไหน ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว  “เกลียดความบังเอิญ” เพลงรักอกหักที่จะทำให้คุณเกลียดทุกความบังเอิญของโลกใบนี้ “พีธ-พีระ”เจ้าพ่อเพลงเศร้ากลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในรอบ 5 ปี  กับแนวเพลง Ballad Popเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังผ่านท่วงทำนองของเปียโนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เตรียมใจให้พร้อมเพื่อพบกับความผิดหวังอีกรูปแบบหนึ่งของความรัก

“พีธ-พีระ” ได้พูดถึงการทำงานเพลงในครั้งนี้ว่า “เพลงเกลียดความบังเอิญ” เป็นเพลงที่รู้สึกว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผม เดิมทีเพลงนี้วางไว้เป็นเพลงของศิลปินคนอื่น แต่มีความบังเอิญทำให้ผมได้มาร้องเองครับ เหมือนดวงชะตาขีดมาให้จริงๆ เพลงนี้มีความพิเศษเยอะมากที่ซ่อนอยู่  ไม่ว่าจะเป็นการอัดด้วยวงออเครสตราทั้งหมด พอดีตอนนั้นทำเพลงของ “พี่โป่ง หิน เหล็ก ไฟ”อยู่พอดี  เค้าอัดเพลงด้วยวงออเคสตร้าเลยทำให้เพลง “เกลียดความบังเอิญ” โชคดีได้อัดด้วยวงออเคสตร้าไปด้วย  อันนี้บังเอิญจริงๆ ครับ เพลงนี้ได้พี่โซ่ ETC มาเล่นคีย์บอร์ดให้ ได้ สุธิติ ไชยสมุทร มืออัดเพลงระดับประเทศมาอัดเสียงให้ด้วย  ที่สำคัญที่สุดมี Bonzai Caruso  เป็นคนอเมริกันที่ได้รางวัลแกรมมี่อวอร์ด 6 รางวัล ผลงานระดับโลกมามิกซ์เพลงให้ด้วยครับ ซึ่งการทำเพลงนี้ใช้เวลานานพอสมควรเลย มีทั้งลายดีเทล ลายคอรัส ที่ปรับไปมาจนสมบูรณ์และพอใจมากครับ”  

ติดตามชม MV เพลง “เกลียดความบังเอิญ” ของศิลปิน “พีธ-พีระ” ค่ายเพลง “E29 MUSIC IDENTITIES (อีทูไนน์มิวสิค ไอเดนติตี้)” พร้อมกันทั่วประเทศทาง https://www.youtube.com/watch?v=lUKtcYNqxwY เว็บไซต์ http://www.ch7.com

‘มนตราฟ้าฟื้น’ แรงทั่วประเทศ ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ดีใจเรตติ้งทำนิวไฮ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773044

‘มนตราฟ้าฟื้น’ แรงทั่วประเทศ ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ดีใจเรตติ้งทำนิวไฮ

‘มนตราฟ้าฟื้น’ แรงทั่วประเทศ ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ดีใจเรตติ้งทำนิวไฮ

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สนุกถูกใจคอละครเย็นทั่วหน้าสำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำแนวผจญภัยแฟนตาซีเรื่อง “มนตราฟ้าฟื้น” ทาง ช่อง 7HD ที่นำแสดงโดย โอ๊ต-รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน และ แก้ม-ญาณิศา ธีราธร โดยล่าสุดทำเรตติ้ง 15+ทั่วประเทศ พุ่งแตะ 4.8 แล้วจ้า (ข้อมูลวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566) งานนี้พระเอกหนุ่มมาดเข้ม “โอ๊ต-รัฐธีร์” เลยขอเป็นตัวแทนเหล่านักแสดง และทีมงาน ขอบคุณแฟนละครมาว่า

“รู้สึกดีใจมากครับ ผมดีใจที่คนดูชอบ แล้วก็ทุกๆ ครั้งที่ละครออกอากาศ ผมชอบที่จะเข้าไปดูคอมเมนต์ของแฟนๆ ที่เข้ามาดูละคร ตามช่องทางการไลฟ์ของ ช่อง 7HD อะไรแบบนี้ครับ นอกจากเข้าไปดูแล้ว ยังเข้าไปพูดคุยกับเขาด้วย เห็นกระแสตอบรับที่แฟนๆ ชื่นชอบละครเรื่องนี้แล้ว รู้สึกทำให้หายเหนื่อยครับ หลังจากนี้ละครจะเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเรื่องราวในละครตอนนี้ ก็มีการเข้าไปที่เรือนของ สร้อยสุคนธา (สุภาพร มะลิซ้อน) แล้ว เพราะฉะนั้น เดี๋ยวทุกคนน่าจะได้ลุ้นเรื่องราวในพาร์ทของภพชาติที่ผ่านมาของตัวละคร เรื่องการรื้อฟื้นว่าทุกตัวละครในปัจจุบัน จะเป็นใครกันบ้างในอดีตชาติ ปมต่างๆ จะค่อยๆ เปิดเผยขึ้นเรื่อยๆ แล้วอีกตัวละครหนึ่ง ที่อยากให้ติดตาม ก็คือดร.สิรินยา (มาริสา อานิต้า) ตัวละครตัวนี้เขามีเหตุผลบางอย่างในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆ และกับทุกตัวละคร ทุกคนจะได้รู้ว่าเขาเข้ามาทำไม ความสนุกน่าติดตาม มันจะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ตอน แน่นอนครับ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากๆ ที่ติดตามและให้กำลังใจ อยากขอเล่านิดหนึ่งว่าก่อนหน้านี้ผมกำลังข้ามถนนอยู่ ในช่วงที่รถติด แล้วมีแฟนคลับเปิดกระจกรถ ตะโกนเรียกชื่อตัวละครที่ผมแสดงว่า พี่ขุนพล พี่ขุนพล น้องโอ๊ต น้องโอ๊ต ตามดูละครทุกตอนเลย คือผมดีใจมาก ผมเดินยิ้มแก้มปริเลย เข้าใจเลยว่ายิ้มแก้มปริเป็นยังไง คือมันอิ่มเอมมาก อยากฝากทุกคนติดตามชมละครดูละครไปด้วยกัน จนถึงตอนจบเลยนะครับ” ติดตามความสนุกละครเรื่อง “มนตราฟ้าฟื้น” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ www.ch7.com