‘มิ้นท์-รัญชน์รวี’ สมมงนางเอกฮอตช่อง 3 งานแน่นมีละครจ่อคิวออกอากาศเพียบ!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773039

‘มิ้นท์-รัญชน์รวี’ สมมงนางเอกฮอตช่อง 3 งานแน่นมีละครจ่อคิวออกอากาศเพียบ!

‘มิ้นท์-รัญชน์รวี’ สมมงนางเอกฮอตช่อง 3 งานแน่นมีละครจ่อคิวออกอากาศเพียบ!

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฮอตไม่หยุดฉุดไม่อยู่ต้องยกให้กับนางเอกสาว ช่อง 3 “มิ้นท์-รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร” ที่มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาแบดมินตันเยาวชน เรียกว่าเป็นนางเอกที่ทำหัวใจทุกคนกระชุ่มกระชวยด้วยเสน่ห์ความน่ารักชวนหลงใหลและทำทุกคนแห่ปลื้มกันยกใหญ่เพราะฝีมือด้านการแสดงในแต่ละเรื่องที่ตกคนดูอยู่หมัด อย่างล่าสุดตอนนี้กับละคร “กลเกมรัก”ที่สาว “มิ้นท์-รัญชน์รวี” รับบทเป็นอันดา ที่ตีบทแตกกระจุยสวมบทนางเอกน้ำตาสั่งได้ แถมตอนนี้กลายเป็นมนุษย์กองถ่ายไปแล้ว เพราะมีคิวถ่ายละครแทบทุกวัน พร้อมทั้งยังมีละครจ่อคิวออกอากาศปีหน้าอีกด้วย กับละครชุดฟอร์มยักษ์ “ดวงใจเทวพรหม” ตอน ดุจอัปสร ที่ทุกคนจะได้ดูกันในเร็วๆ นี้

“มิ้นท์-รัญชน์รวี” เผยความรู้สึกที่ได้รับโอกาสดีๆ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่ช่อง 3 ว่า “รู้สึกดีใจและขอขอบคุณผู้ใหญ่ช่อง 3 รวมถึงผู้จัดละครผู้กำกับทุกคนที่หยิบยื่นบทดีๆ ให้หนูตลอด
ส่วนใหญ่หนูจะได้รับบทดราม่าแต่พอได้อยู่มาเรื่อยๆ ก็มีโอกาสได้เล่นบทคอเมดี้ บทแอ๊กชั่นบ้าง รู้สึกดีใจเพราะมันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักแสดงมากๆ ที่ได้เล่นหลากหลายคาแร็กเตอร์ อย่างเรื่อง กลเกมรัก ได้เล่นบทเด็กอายุ 18 เป็นเด็กดื้อที่อยู่ในกฎระเบียบในกรอบในความถูกต้อง และตัวละครอันดา ต้องมีความเป็นพี่ใหญ่ ซึ่งตอนแรกหนูคุยกับพี่หนุ่ยผู้กำกับเยอะมาก เพราะไม่รู้ว่าจะเล่นแบบไหน ก็มีความยากอยู่เหมือนกัน แต่พอเห็นฟีดแบ๊กจากทุกคนก็ชื่นใจหายเหนื่อยเลยค่ะ ดีใจที่ทุกคนอินไปกับเรื่องราวในละครฝากเป็นกำลังใจให้ อันดา และทุกๆ ตัวละครในเรื่องนี้ด้วย หลังจากนี้เรื่องราวจะเข้มข้นและหนักหน่วงมาก แต่ละตัวละครไม่รู้ว่ามันจะไปสุดที่ไหนแต่รับรองว่าสุดแบบถูกใจแฟนๆ ละครแน่นอน และไปลุ้นกันว่าอันดาจะเลือกใครระหว่างอนล กับภีมค่ะ”

ส่วนผลงานอื่นๆ ตอนนี้มีอะไรบ้าง “มิ้นท์-รัญชน์รวี” เผยว่า

“เรื่องแรกที่ทุกคนเพิ่งได้เห็นทีเซอร์ไปจากรายการ เปิดวิกบิ๊ก 3 TASTE of DRAMA ทางหน้าจอช่อง 3คือ ดวงใจเทวพรหม ตอน ดุจอัปสรและฝากทุกๆ ตอน ทั้ง 5 เรื่อง ของดวงใจเทวพรหมด้วยนะคะ และที่กำลังถ่ายทำอยู่มี เมื่อตะวันลับฟ้าก็จะเป็นเวลาของดวงดาว กับอีกเรื่อง โทษฐานที่รักเธอ นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์คอเมดี้แอ๊กชั่น ไชน่าทาวน์ ชะช่าเตรียมเข้าฉายในปีหน้าด้วยค่ะ”

สุดท้ายสาว “มิ้นท์-รัญชน์รวี”ขอขอบคุณแรงซัพพอร์ตของแฟนคลับที่มีให้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการบันเทิงจนถึงตอนนี้ว่า

“อยากขอบคุณแฟนคลับจากใจจริงๆ เลย เพราะว่ามันคือแรงที่สำคัญและเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆในการทำงานของหนู ขอบคุณที่รักและซัพพอร์ตมาตลอด หนูเห็นทุกกำลังใจที่ส่งมา ซึ่งหนูได้รับมาตลอด และก็อยากส่งกำลังใจกลับให้ทุกคนผ่านผลงานของตัวเองด้วยหนูตั้งใจทำผลงานให้ดีๆ ให้ถูกใจแฟนๆ จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน”

โอกาสนี้เจ้าตัวเลยขออวยพรปีใหม่ให้กับทุกคนด้วย

“ปีใหม่นี้ก็ขอให้แฟนๆ ช่อง 3มีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรงคิดสิ่งใดก็สมปรารถนาทุกประการ ถ้าเดินทางไปไหนก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ ใช้ช่วงวันหยุดอยู่กับครอบครัวเยอะๆ และขอให้ปี 2567 เป็นการเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ นะคะ” ใครรักสาวฮอต “มิ้นท์-รัญชน์รวี” ห้ามพลาดชมละคร “กลเกมรัก” ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 20.30 น. และติดตามผลงานใหม่ๆ ที่เตรียมออกอากาศ ได้ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 Plus

‘ณเดชน์-ญาญ่า’ตัดสินใจเลื่อนงานแต่ง เผยแพลนจัดวิวาห์ 3 รอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773025

'ณเดชน์-ญาญ่า'ตัดสินใจเลื่อนงานแต่ง เผยแพลนจัดวิวาห์ 3 รอบ

‘ณเดชน์-ญาญ่า’ตัดสินใจเลื่อนงานแต่ง เผยแพลนจัดวิวาห์ 3 รอบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.52 น.

นานๆ ทีจะควงแขนออกงานด้วยกันครั้งแรกหลังคุกเข่าขอแต่ง งานไปไม่นานมานี้ ว่าที่บ่าว-สาวป้ายแดง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” โดยทั้งคู่ออกมาอัปเดตงานแต่งที่ตอนนี้ได้ฤกษ์ใหม่อีกแล้ว

ล่าสุด ได้มีโอกาสเจอ ณเดชน์ ควง ญาญ่า อุรัสยา มาออกงานคู่กันหลังห่างหายจากงานคู่ไปมาสักระยะ ซึ่งเจ้าตัวบอกเลยว่าใส่ไป 100 บาท เพราะอยากได้ซีน ไหนๆ ไปกับคุณแม่แล้วและคุณแม่ก็ใส่ซองไปแล้ว ก็เลยใส่ไป 100 บาทซะเลย นอกจากนี้ ณเดชน์ กับ ญาญ่า ได้อัปเดตงานแต่งงานของตัวเองอีกด้วย พร้อมกับบอกว่า ขอเลื่อนไปก่อน ยังไม่ใช่ปีหน้า เพราะด้วยงานและอะไรหลายๆ อย่าง จะได้มีเวลาเตรียมงานให้มากกว่านี้ และนอกจากนี้ยังเผยเพิ่มเติมอีกว่า น่าจะจัดงานแต่งสามครั้ง ที่กรุงเทพ นอร์เวย์ และขอนแก่นนั่นเอง

ส่วนงานแต่งเพื่อนสนิท ”หมาก-คิมเบอร์ลี่” หลังจากที่ “หมาก” ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าให้มาถามเจ้าตัวว่าใส่ซองงานแต่งเท่าไหร่ ซึ่งหนุ่ม “ณเดชน์” เล่าว่า “เพราะความอยากได้ซีนเลยใส่ซองงานแต่งไป 100 บาท แต่จริงๆ ก็เพราะไปกับคุณแม่และคุณแม่ก็ใส่ไปแล้ว เลยแค่อยากแกล้ง เพื่อนสนิทก็ทักมาด่าเรียบร้อยแล้ว แค่อยากแกล้งเฉยๆ ถ้างานตัวเองไม่ได้ซีเรียสว่าอีกฝ่ายจะใส่ซองเท่าไหร่ 20 บาทก็ได้ ซึ่งทั้งสองคนก็เอ่ยปากชมการจัดงานแต่งของ หมาก-คิม ว่าจัดงานได้ดี เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขและดีใจกับบ่าวสาวมากจริงๆ”

สวนกุหลาบ ประกาศ ให้มาเรียนปกติ หลังสพฐ.เคาะวันหยุด 4-8 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773114

สวนกุหลาบ ประกาศ ให้มาเรียนปกติ หลังสพฐ.เคาะวันหยุด 4-8 ธ.ค.

สวนกุหลาบ ประกาศ ให้มาเรียนปกติ หลังสพฐ.เคาะวันหยุด 4-8 ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 08.01 น.

วันที่ 4 ธันงาคม 2566 จากกรณี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และโฆษก ศธ. เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. สู่การปฏิบัติรวดเร็ว โดยออกประกาศให้โรงเรียนสนับสนุนการเรียนเสริมตามความถนัดและต้องการในระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2566 (โดยนับเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตามหลักสูตร) ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม ถือเป็นวันสำคัญ วันพ่อแห่งชาติ จึงให้นักเรียนหยุดต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนเตรียมสอบวัดความถนัด TGAT-TPAT ในวันที่ 9-11 ธันวาคม 2566 ที่จะถึงนี้ นั้น

วันที่ 4 ธันวาคม เฟซบุ๊ก นักเกรียน สวนกุหลาบ ได้ โพสต์ข้อความ ระบุว่า ข่าวด่วนฝากประชาสัมพันธ์ สัปดาห์หน้า สวนกุหลาบยังไม่ประกาศหยุด (นอกจากวันที่ 5 ธันวาคม) พรุ่งนี้ ม.6 มาเรียนตามปกติ ให้ฟังประกาศจากรร.เท่านั้น ประกาศจากสพฐ.ยังไม่ได้บังคับใช้กับรร.
 

‘เกณฑ์สอบคัดเลือก-ขาดกระจายอำนาจ’ ปัจจัยส่งผลต่อคุณภาพ‘ผู้บริหารสถานศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773031

‘เกณฑ์สอบคัดเลือก-ขาดกระจายอำนาจ’ ปัจจัยส่งผลต่อคุณภาพ‘ผู้บริหารสถานศึกษา’

‘เกณฑ์สอบคัดเลือก-ขาดกระจายอำนาจ’ ปัจจัยส่งผลต่อคุณภาพ‘ผู้บริหารสถานศึกษา’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ปัญหาที่ถือเป็นกล่องดำทางการศึกษาของไทยคือ ประเทศไทยไม่เคยเตรียมผู้นำทางวิชาการ แต่คัดเลือกเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ให้ความสำคัญกับการสอบคัดเลือกตามระเบียบราชการ หรือการสอบในเชิงวิชาการ ซึ่งไม่ใช่วิชาการที่เป็นการทดสอบวัดสมรรถนะการบริหารในฐานะผู้นำวิชาการ (Academic Leadership) จึงส่งผลให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่เน้นทำข้อสอบเชิงวิชาการบริหารทั่วๆ ไป ไม่ได้เน้นประสบการณ์ด้านการบริหารงานวิชาการ ถือเป็นการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่บิดเบี้ยว

ซึ่งบิดเบี้ยวตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ครูที่มีคุณวุฒิ วิทยฐานะระดับชำนาญการทุกระดับมีสิทธิ์สอบบางท่านสอบผ่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนทั้งๆ ที่ไม่เคยผ่านงานหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือหัวหน้ากลุ่มวิชาบางคนไม่เคยเป็น รอง ผอ. แต่ไปสอบผอ. ซ้ำร้ายกว่านั้นเคยเป็นครูโรงเรียนมัธยมมาตลอด แล้วไปสอบเป็น ผอ.โรงเรียนประถม แล้วคิดว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสย้ายกลับไปเป็น ผอ.โรงเรียนมัธยม เพราะฉะนั้นอย่าหวังกับผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่ได้ถูกสร้าง หรือถูกเตรียมให้เป็น”

รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และอดีตประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภากล่าวในการเสวนาหัวข้อ “แชร์กลยุทธ์ จุดไอเดียผู้บริหาร” ในงานเปิดตัว http://www.Thailandleadership.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียน นำเสนอทักษะที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบของข่าวสาร งานวิจัย บทความ คลิปวีดีโอพอดแคสต์ สารคดี ฯลฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเอเชีย และพันธมิตร

และเมื่อผู้บริหารสถานศึกษาขาดประสบการณ์ทางวิชาการ การไปเป็นผู้นำวิชาการไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่ง รศ.ดร.เอกชัย เสนอแนะว่า “ในอนาคตต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะสอบเป็นผู้บริหารสถานศึกษา” เช่น ต้องมีประสบการณ์ในการเป็นรอง ผอ. หรือเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงจะมีสิทธิ์สอบ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเสนอแนวคิดกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะสอบตำแหน่ง ผอ.ได้ จะต้องอยู่ในตำแหน่งรอง ผอ.วิชาการไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่แนวคิดไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติเนื่องจากเหตุผลที่ไม่ทราบได้

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ถือเป็น “กล่องดำทางการศึกษา” ของไทยอีกประการ คือ “ขาดการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปที่โรงเรียน” ส่งผลให้ผู้บริหารไม่กล้าแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกฎระเบียบและ ข้อบังคับหลายอย่าง จึงเห็นว่าส่วนกลางควรกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคล รวมถึงงบประมาณ เพื่อให้ผู้บริหารมีอิสระในการบริหารจัดการ และแสดงศักยภาพของตนเองให้ได้มากที่สุด

รศ.ดร.เอกชัย ย้ำว่า “การเติบโตและความก้าวหน้าในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ควรขึ้นอยู่กับจำนวนของนักเรียน หรือขนาดของสถานศึกษาเป็นสำคัญ แต่ควรพิจารณาคุณสมบัติของผู้บริหารให้เหมาะสมกับขนาดของโรงเรียนเป็นหลัก” หากผู้บริหารคนใดเหมาะสมที่จะอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก ก็ต้องบริหารโรงเรียนขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องขยับไปที่โรงเรียนขนาดกลางเพื่อให้ผู้บริหารคนใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทน หรือหากผู้บริหารคนใหม่ที่สอบผ่านเข้ามา เหมาะสมที่จะบริหารโรงเรียนขนาดกลาง ก็ควรให้บริหารโดยไม่ต้องไปเริ่มต้นในโรงเรียนขนาดเล็ก

“บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคตควรจะต้องมี 4 คุณสมบัติที่เป็นลักษณะสำคัญ คือ1.Designer มีคุณสมบัติเป็นนักออกแบบเพื่อที่จะออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาการได้ ซึ่งควรมีประสบการณ์ทำงานด้านวิชาการมาก่อน 2.Facilitator เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ครู ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมที่จะพัฒนาวิชาการของสถาน ศึกษา 3.Supporter เป็นคนสนับสนุนครู และ 4.Evaluator เป็นผู้ประเมินผลการทำงาน” รศ.ดร.เอกชัยระบุ

สำหรับเว็บไซต์ Thailand Leadership จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพมหานคร,สถานทูตออสเตรเลีย และเหล่าพันธมิตร โดยมีที่มาจาก โครงการวิจัยเรื่องจากความท้าทายสู่คุณภาพการศึกษาของประเทศไทย : กฎระเบียบ การบริหารทรัพยากร และความเป็นผู้นำ ในปี 2561-2564 ของมูลนิธิเอเชีย ที่ได้มุ่งเน้นศึกษาโครงสร้างและบทบาทของ “ตัวกลาง” ระหว่างผู้กำหนดนโยบายการศึกษาของชาติและผลผลิตทางการศึกษา นั่นคือ “ผู้อำนวยการสถานศึกษา” ในฐานะกล่องดำทางการศึกษา หรือแกนหลักผู้สื่อสารถ่ายทอดนโยบาย

บทสรุปที่ได้คือผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะต้องมีบทบาทเป็นผู้นำทางวิชาการ ซึ่งภายในเว็บไซต์จะประกอบด้วย 3 เมนูหลักคือ 1.ลงมือปฏิบัติ 2.พัฒนาวิชาการ และ 3.สร้างสรรค์งานวิจัย โดย ผอ.โรงเรียน และผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ http://www.Thailandleadership.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!!!

‘มศว’จับมือ‘สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย’ สร้างเครือข่าย‘ครูวิเศษสอนเด็กพิเศษ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773032

‘มศว’จับมือ‘สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย’  สร้างเครือข่าย‘ครูวิเศษสอนเด็กพิเศษ’

‘มศว’จับมือ‘สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย’ สร้างเครือข่าย‘ครูวิเศษสอนเด็กพิเศษ’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2566 โดย รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้หารือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษร่วมกับสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทยและมีความเห็นร่วมกันที่จะยกระดับความร่วมมือให้ครอบคลุมในหลายบริบทและประสานความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานเป็นไปด้วยความเกื้อกูล ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย

โดยอาศัยศักยภาพของทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริมศักยภาพความเข้มแข็งทางวิชาการและความเป็นเลิศ โดยนำองค์ความรู้ด้านการศึกษาพิเศษไปประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ อีกทั้งเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนิสิตและเปิดโอกาสให้คณาจารย์ได้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันอันจะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรให้ได้รับการพัฒนาทางด้านวิชาการ วิจัย นวัตกรรม อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“เชื่อมั่นว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทยในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันทั้งในด้านการส่งเสริมวิชาการและความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.ดร.สมชาย กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ยุวดี วิริยางกูร นายกสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้พบเด็กพิเศษอยู่บ้าง และประทับใจที่เขาทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เราคิดจึงตัดสินใจมาเรียนในสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มศว เพราะมีชื่อเสียงในด้านนี้มายาวนาน เมื่อได้เรียนไประยะหนึ่งก็อยากหาวิธีช่วยเด็กๆ ให้มากขึ้น จึงตัดสินใจไปศึกษาต่อด้านการศึกษาพิเศษที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

“หลังจากเรียนจบก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะชักชวนกัลยาณมิตรในวงการการศึกษาพิเศษมาร่วมกันก่อตั้งสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย เพราะอยากให้ความรู้กับครูที่ต้องสอนเด็กพิเศษหรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษ เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้เห็นว่าการสอนเด็กพิเศษนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ตอนนี้สมาคมฯ มีอายุ 3 ปีแล้ว เรามีโอกาสได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการสอนเด็กพิเศษมากขึ้นเรื่อยๆ” ผศ.ดร.ยุวดี กล่าว

ผศ.ดร.ยุวดี กล่าว อธิบายว่า “วิธีการสอนเด็กทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้สอนเด็กพิเศษได้ แต่วิธีการสอนเด็กพิเศษกลับนำมาใช้กับเด็กทั่วไปได้” ความรู้ด้านการศึกษาพิเศษ จึงเป็นวิชาที่มีประโยชน์สำหรับครูทุกคน และ “การศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับเด็กพิเศษ คือ การเรียนรวม” เพราะเมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกับเด็กทั่วไป ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป เด็กพิเศษจะพัฒนาขึ้นมาก

ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงมีเป้าหมายที่จะสร้าง “ครูวิเศษ สอนเด็กพิเศษ” ทั่วประเทศไทย เพื่อให้ครูทุกคน(ไม่จำเป็นต้องเป็นครูการศึกษาพิเศษ) สามารถสอนนักเรียนที่มีความสามารถหลากหลายได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเด็กพิเศษมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานว่า โรงเรียนเรียนรวมทั่วประเทศมีเด็ก LD (Learning Disorder – โรคการเรียนรู้บกพร่อง) อยู่ 4 แสนกว่าคน และยังมีเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น เด็กเรียนรู้ช้า ฯลฯ อีกด้วย

“อันที่จริงความแตกต่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โลกนี้จึงมีทั้งคนเรียนเก่งและคนเรียนอ่อนปะปนกัน มนุษย์แต่ละคนก็มีความสามารถหลากหลาย ความต้องการพิเศษจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าครูและผู้ปกครองเข้าใจลักษณะของนักเรียนหรือบุตรหลาน และปรับการสอนให้สอดคล้องกับลักษณะของเด็ก การสอนเด็กพิเศษก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าผู้ใหญ่สอนเป็น เด็กพิเศษจะแสดงความสามารถออกมา แต่ถ้าเราไม่สอน เขาก็จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และต้องพึ่งพาคนรอบข้างตลอดเวลา” ผศ.ดร.ยุวดี กล่าว

นายกสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย ยังกล่าวอีกว่า มศว มีชื่อเสียงมายาวนานในการเป็นโรงเรียนฝึกหัดวิชาชีพครูชั้นสูงแห่งแรกของประเทศไทย ที่ผลิตครูจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ การที่สมาคมฯ มีความร่วมมือกับ มศว ครั้งนี้จะเป็นการสร้างเสริมความเข้มแข็งในวงการการศึกษาพิเศษ และยังเป็นการขยายเครือข่ายให้คนทั่วไปได้รู้จักการศึกษาพิเศษมากขึ้นด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้เด็กพิเศษได้รับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

‘สจล.’หนุนเครือข่าย‘ไทย-เนเธอร์แลนด์’ ใช้‘เทคโนโลยีอวกาศ’มุ่งสู่‘เกษตรกรรมยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773030

‘สจล.’หนุนเครือข่าย‘ไทย-เนเธอร์แลนด์’ ใช้‘เทคโนโลยีอวกาศ’มุ่งสู่‘เกษตรกรรมยั่งยืน’

‘สจล.’หนุนเครือข่าย‘ไทย-เนเธอร์แลนด์’ ใช้‘เทคโนโลยีอวกาศ’มุ่งสู่‘เกษตรกรรมยั่งยืน’

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ระดมเครือข่ายนักวิชาการนานาชาติ ผลักดันความร่วมมือในงาน “เนเธอร์แลนด์-ไทย : เทคโนโลยีอวกาศ 2023 เพื่อการเกษตรยั่งยืนและระบบอาหารที่มั่นคง (The Netherlands-Thailand Space Technology Forum 2023 : Space Technology for Resilient Agriculture and Food System)” เพื่อเป้าหมายยกระดับการทำเกษตรและระบบอาหารที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว พัฒนาเกษตรกรรมดาวเทียม

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า ระบบการเกษตรและอาหารทั่วโลกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากจำนวนประชากรโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว (Climate Change) ความท้าทายของระบบเกษตรกรรมและอาหารของประเทศ ไม่เพียงต้องผลิตอาหารด้วยวิธีที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่จะต้องมุ่งเป้าประกันความมั่นคงด้านอาหาร (Food Security) ได้อย่างเพียงพอสำหรับทุกคนด้วย

ซึ่งงานเนเธอร์แลนด์-ไทย : เทคโนโลยีอวกาศ 2023 เพื่อการเกษตรยั่งยืนและระบบอาหารที่มั่นคง ตอกย้ำความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์เชิงพื้นที่ เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) และเกษตรกรรมดาวเทียม (Satellite Agriculture) เพื่อการพัฒนาด้านเกษตรกรรม นับเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ภูมิสารสนเทศ และผู้มีส่วนกำหนดนโยบาย 140 คน ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ และกำหนดภูมิทัศน์ใหม่ของเทคโนโลยีอวกาศและเกษตรกรรมที่ชาญฉลาดต่อสภาพภูมิอากาศ

“อาทิ การใช้ข้อมูลและภาพจากดาวเทียมเพื่อการพยากรณ์อากาศ การวิเคราะห์ดิน และการจัดการพืชผลแบบเรียลไทม์ได้ปฏิวัติการเกษตรกรรมสู่ยุคใหม่ เพิ่มขีดความสามารถสร้างมาตรฐานสากลเกษตรยืดหยุ่นและยั่งยืน ในการทำเกษตรอัจฉริยะผ่านปัญญาประดิษฐ์ IoT และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ SDG2-ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security), SDG3-ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ตลอดจน SDG11-ชุมชนและเมืองที่ยั่งยืน” อธิการบดี สจล. กล่าว

ดร.นพดล สุกแสงปัญญา ผู้เชี่ยวชาญ วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สจล. กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการวิเคราะห์และติดตามสังเกตการณ์ “ภัยแล้ง” ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1.ภัยแล้งเชิงอุตุนิยมวิทยา 2.ภัยแล้งเชิงอุทกภัย 3.ภัยแล้งเชิงเกษตรกรรม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลและภาพไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการภัยแล้งได้ดียิ่งขึ้น

โดยใช้องค์ประกอบต่างๆ อาทิ ระดับปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิของหน้าดิน สภาพอากาศความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์พืช ระบบชลประทาน และความชื้นของดิน เพื่อใช้ในการวางแผนทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ผลักดันเครือข่ายในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ในการใช้ “เทคโนโลยีอวกาศ” มาช่วยทางด้าน “เกษตรแม่นยำ” และระบบอาหารที่มั่นคงเพียงพอ

“หากเกษตรกรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้จริงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพียงแต่ในปัจจุบันยังขาดการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใช้ นอกจากนี้ควรออกมาตรการเพื่อความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ เสริมสร้างเกษตรกรที่ไม่ทำลายป่าและไม่ทำการเพาะปลูกมากเกินจนล้นความต้องการของผู้บริโภค” ผู้เชี่ยวชาญ วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สจล. กล่าว

แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (Remco van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ภูมิสารสนเทศ มีความสำคัญมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา การวางแผนการเดินทาง พยากรณ์อากาศ และอื่นๆ ข้อมูลเชิงพื้นที่กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหลายภาคส่วน เช่น เกษตรกรรม การวางผังเมือง การจัดการทรัพยากร (ป่าไม้น้ำ แร่ธาตุ)

และเพื่อการออกแบบระบบที่จะลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภัยพิบัติ อันเป็นความท้าทายของโลกปัจจุบัน เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วมการตัดไม้ทำลายป่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ มลภาวะทางอากาศ ฯลฯ ล้วนเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และต้นกำเนิดและผลที่ตามมามักจะทับซ้อนกันทางภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ภูมิสารสนเทศช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยเราในการคิดค้นวิธีแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่ดีขึ้นเพื่อสังคมและโลกอีกด้วย

“การประชุมเทคโนโลยีอวกาศเนเธอร์แลนด์-ไทย 2023 ครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีอวกาศเข้ามามีส่วนในการทำระบบการเกษตรและอาหารที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัวและยั่งยืนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้” เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ระบุ

ศ.ดร.วิคเตอร์ เจตเทน (Victor Jetten) คณะวิทยาศาสตร์สารสนเทศภูมิศาสตร์และการสังเกตการณ์โลก (ITC) มหาวิทยาลัยทเวนเต (University of Twente) เนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า การวิเคราะห์ความมั่นคงทางอาหารใน “สภาพอากาศสุดขั้ว” (Extreme Climatic Conditions) ด้วยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล หรือ Remote Sensing จากดาวเทียม สามารถช่วยระบุปริมาณผลิตผลที่ชัดเจน ปัญหาการผลิตในเวลาและสถานที่ได้อย่างแน่นอน

“เราสามารถระบุพื้นที่มีปัญหาเพื่อวางแผนรับมือกับจุดอ่อนได้ทันท่วงทีและแม่นยำ ทั้งนี้ เราต้องเข้าใจความซับซ้อนของระบบการเกษตร ความยืดหยุ่น ความเป็นจริงและข้อจำกัดของเกษตรกร จึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ศ.เจตเทน กล่าว

งานครั้งนี้ ประกอบด้วยความร่วมมือของ 11 องค์กร ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.), คณะวิทยาศาสตร์สารสนเทศภูมิศาสตร์และการสังเกตการณ์โลก (ITC) มหาวิทยาลัย Twente, สำนักงาน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก,

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ประเทศไทย (GISTDA), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรมป่าไม้ ประเทศไทย, ศูนย์ภูมิสารสนเทศสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT), คาดาสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เนเธอร์แลนด์, ปีเตอร์สัน เทคโนโลยี เนเธอร์แลนด์ และชมรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ-สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ฟรี!ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอศ.เปิด 10 ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน (Fix it Center)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773038

ฟรี!ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอศ.เปิด 10 ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน (Fix it Center)

ฟรี!ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอศ.เปิด 10 ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน (Fix it Center)

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.30 น.

สอศ.เปิด 10 ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน (Fix it Center) ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ฟรี!ไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ณ ชุมชนเขตพระราชฐานพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล และภูมิภาค

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันพ่อแห่งชาติ) 5 ธันวาคม 2566 โดยเปิดศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน (Fix it Center) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ซึ่งจะเปิดให้บริการ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2566 เวลา 08.00 – 16.00 น.ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และตามภูมิภาค รวม 10 แห่ง ดังนี้

1.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชนบริเวณโรงเรียนเบญจมราชาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตพระนคร ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี 2.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชนบริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญ  เขตภาษีเจริญ ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ 3.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชนบริเวณโรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ เขตธนบุรี ให้บริการเฉพาะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ดำเนินการโดยวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร

4.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชนบริเวณวัดราชนัดดารามวรวิหาร เขตพระนคร ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร และวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ 5.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณวัดลาดสนุ่น อ.ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี  ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง และวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา 6.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝ่ายประถมศึกษา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 7.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณสำนักงานเทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสกลนคร

8.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติสิริกาญจนทักษิณพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดนราธิวาส 9.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณลานจอดรถหน้าพระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 10.ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน บริเวณลานประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตัดผม ดำเนินการโดยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่

สพฐ.ห่วง’เด็ก ม.ปลาย’เตรียมสอบ’TGAT-TPAT’ไม่ทัน ออกประกาศหยุด 4-8 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773050

สพฐ.ห่วง'เด็ก ม.ปลาย'เตรียมสอบ'TGAT-TPAT'ไม่ทัน ออกประกาศหยุด 4-8 ธ.ค.

สพฐ.ห่วง’เด็ก ม.ปลาย’เตรียมสอบ’TGAT-TPAT’ไม่ทัน ออกประกาศหยุด 4-8 ธ.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.15 น.

สพฐ.รับลูกเสมา 1 ห่วงเด็ก ม.ปลาย เตรียมสอบ TGAT-TPAT ไม่ทัน ออกประกาศหยุด 4-8 ธ.ค. เปิดโอกาสเรียนเสริมตามความถนัดอย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวชื่นชม สพฐ.นำข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติรวดเร็ว โดยออกประกาศให้โรงเรียนสนับสนุนการเรียนเสริมตามความถนัดและต้องการในระหว่างวันที่ 4 – 8 ธันวาคม 2566 (โดยนับเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตามหลักสูตร) ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม ถือเป็นวันสำคัญ วันพ่อแห่งชาติ จึงให้นักเรียนหยุดต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนเตรียมสอบวัดความถนัด TGAT-TPAT ในวันที่ 9 – 11 ธันวคม 2566 ที่จะถึงนี้

“ด้วย รมว.ศธ.มีข้อห่วงใยถึงนักเรียนที่จะต้องแบ่งเวลาเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กำหนด โดยเฉพาะนักเรียนที่ขาดโอกาสจะไม่ได้ไปติวในที่ต่างๆ เหมือนเพื่อนคนอื่น จึงดำริให้ สพฐ.หาแนวทางเรื่องนี้ เพื่อสร้างความเท่าเทียมและความมั่นใจในการเตรียมตัวสอบของนักเรียนทุกคน ซึ่ง สพฐ.ได้ออกประกาศ เรื่องการส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนให้พร้อมสำหรับการทดสอบวัดความถนัด โดยให้สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สนับสนุนการเรียนเสริมจากแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษาตามความถนัดและสนใจ โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และนับเป็นเวลาเรียน ส่วนโรงเรียนที่มีความพร้อม สามารถเปิดเป็นแหล่งเรียนเสริมสำหรับนักเรียนในโรงเรียนและโรงเรียนใกล้เคียงฟรี พร้อมมอบให้มีมาตรการดูแลการเรียนเสริมอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยในการกำกับติดตามของ สพท.ในแต่ละพื้นที่

ในขณะเดียวกัน สพฐ.ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนให้มีความพร้อมสำหรับการทดสอบวัดความถนัด (TGAT-TPAT) “กล่องความรู้ สู่ความสุข” ระหว่างวันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2566 จัดสอนเสริมโดยเชิญครูและอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มาให้ความรู้ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสแก่นักเรียนทุกคน ตามนโยบายเรียนดีมีความสุข เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ในช่องทาง OBEC Chanel, Youtube และ Facebook ของ สพฐ.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่อช่วยลดภาระผู้ปกครองด้วย” ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2745284

"ศรัทธา ทองคำ" รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน สาขาฉลอง

4 ธ.ค. 2566 04:58 น.

“ศรัทธา ทองคำ” รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน สาขาฉลอง

@ศรัทธา ทองคำ รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาฉลอง ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสมบูรณ์แบบที่สุดครบจบในที่เดียว โดยมี ธนพร องค์สันติภาพ, ทิวัตถ์ สีดอกบวบ และ สุรกิจ อารยรังษี มาร่วมงานด้วย ที่ จ.ภูเก็ต วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ….ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2566

  • มาตรการแก้หนี้นอกระบบ ที่เปิดให้ ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ มาลงทะเบียนแค่วันที่ 1 ธ.ค.วันเดียว ทั้ง 77 จังหวัด มีลูกหนี้มาลงทะเบียนไว้กว่า 2 หมื่นราย มูลค่าหนี้รวม 9 ร้อยกว่าล้านบาท…ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย ระบุมีลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทางออนไลน์ วอล์กอินไปลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. ….ปรากฏว่า กทม.มีลูกหนี้และเจ้าหนี้มาลงทะเบียนมากที่สุด แบ่งเป็นลูกหนี้ กว่า 1,500 ราย เจ้าหนี้ 879 ราย มูลหนี้ 78 ล้านบาท…..จังหวัดใหญ่อย่าง สงขลา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา สมุทรปราการ ติดอันดับท็อปไฟว์…..แปลว่ามีคนไทยต้องแบกรับภาระหนี้นอกระบบครบทุกจังหวัด……กรณีนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยข้อสั่งการของปลัดมหาดไทย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ…ขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มีการ รักษาความลับของเจ้าหนี้ และ ลูกหนี้ ไม่ให้รั่วไหลและให้ตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สรรพากรอำเภอ ร่วมเป็นคณะทำงานและปฏิบัติหน้าที่ในการรับลงทะเบียนดูพิลึกชอบกล…..สรุปเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดย อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย…ย้ำว่า โครงการแก้หนี้ ไม่ใช่การยกเว้นหนี้ ไม่ใช่การลดหนี้ หรือพักหนี้ …หนี้ก็ยังคงเป็นหนี้ ลูกหนี้ยังเป็นหนี้อยู่ ขณะที่ วิธีการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ไม่มีวิธีการตายตัว ขึ้นอยู่กับการประนอมหนี้……“อินทรีเหล็ก” ฟังความการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลดูแล้ว…..สรุปว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เป็นเพียงการตั้งประเด็นขึ้นมาโดยที่ไม่มีข้อสรุปใดๆ และ ความสำเร็จเกิดจากการพูดคุยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้…..ภาครัฐมีหน้าที่แค่เก็บข้อมูล ห่วงว่าสุดท้าย จะกลายเป็นปาหี่ แค่งานอีเวนต์ขายของมากกว่า
ตามไปช็อป วัลยา จิราธิวัฒน์ จัดงานฉลองในโอกาสเปิด “เซ็นทรัล เวสต์วิลล์” ศูนย์การค้าแห่งใหม่ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ โดยมี ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ และ ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนราชพฤกษ์ วันก่อน.
เผยแพร่ สุทธิพงษ์-ดร.วันดี จุลเจริญ และ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาแฟชั่นให้ยั่งยืน โดยมี ชัยวัฒน์-กุลทรัพย์ ชื่นโกสุม และ ดร.กรกลด คำสุข มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

มาที่ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567…..ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ก้าวไกล สรุปประเด็นเอาไว้ หลังจากมีการปรับปรุงงบล่าสุด…เพิ่ม งบกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพียง 15,000 ล้านบาท เพิ่มงบ เอสเอ็มอี 5,000 ล้านบาท…ยังไม่พบงบสำหรับการชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. และยังไม่มีงบของ ดิจิทัลวอลเล็ต…มีงบเพิ่มขึ้น จากปี 66 จำนวน 3 แสนล้าน เป็นการจัดงบประมาณรอบที่ 2 ต่อจาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีความต่างกันที่ 1.3 แสนล้าน….ในจำนวนนี้เป็นงบ ใช้คืนเงินคงคลัง ถึง 1.18 แสนล้าน …..กระทรวงมหาดไทย ได้งบมากที่สุด 3.53 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 8.5% แซงหน้า กระทรวงศึกษาฯ ได้ไป 3.28 ล้าน ที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.3%…อันดับสาม กระทรวงการคลัง 3.27 แสนล้าน กลาโหม 1.98 แสนล้าน คมนาคม 1.83 แสนล้าน ได้เพิ่มทุกกระทรวง….ยกเว้นงบ สาธารณสุข ถูกตัดออกไป 4.6 พันล้าน….เฉพาะ โครงการซอฟต์พาวเวอร์ ได้งบไป 5 พันกว่าล้าน….ว้าเหว่เลยทีนี้

ดีใจด้วย พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว, พล.ต.ต.ดิสสทัต ภูริปโชติ, พล.ต.ต.คงภพ สกุนตะวิภาต และ ดร.วนิดา บดินทร์ภักดีกุล พร้อมคณะ กก.อก.เยาวชนสัมพันธ์ บช.น. จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ในโอกาสได้เป็น ผบช.ภ.1 ที่โรงแรมมณเฑียร วันก่อน.
สร้างคุณค่า สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต รับมอบประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติในการเป็นองค์กรสร้างคุณค่าในด้านการให้ความรู้แก่สังคม โดยมี อุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง, พรชนก บัญชาเมตตากุล และ อลงกรณ์ สวัสดิภาพ มาร่วมปลื้มด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สนง.ใหญ่ วันก่อน.

ควันหลังจากงานสัมมนา 2023 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้แนวคิด ปรับ เปลี่ยน เพื่อไปต่อ สู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ที่มี อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการใหญ่ ปตท. ไปเปิดงานวันก่อน มีข้อสรุปจาก ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันกลุ่ม ปตท.ร่วมกับ อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ ปี 2567 จะอยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยโฟกัสไปที่ นโยบายควบคุมกำลังการผลิตน้ำมันดิบกลุ่ม OPEC+ ในการรักษาระดับราคาน้ำมันดิบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และ การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศตะวันตกในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสและแนวทางปรับตัวของกลุ่มพลังงานในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งผลในการที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ สู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่ไกลกว่าพลังงาน แม้อุปสงค์น้ำมันยังเติบโตใน กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา แต่การใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและกฎหมายรองรับ มีส่วนทำให้อุปทานน้ำมันเติบโตอย่างจำกัด และมีส่วนทำให้อุปทานน้ำมันในปี 2567 จะโตที่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเข้าสู่มาตรฐาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และ วิกฤติเศรษฐกิจ ในรูปแบบต่างๆจะเป็นตัวกำหนดความต้องการของการใช้พลังงานแห่งอนาคตมากขึ้น…..ในส่วนของ การกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ หลังจากที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ ร่วมหารือทวิภาคีกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ในการพัฒนาการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้วยการออกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึง การยกเว้นการยื่นรายการตามแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ ตม.6 บริเวณด่านตรวจสะเดา จ.สงขลา เป็นการ ชั่วคราว ระหว่าง 1 พ.ย.66 ถึง 30 เม.ย.67 จากเดิมที่ต้องใช้เวลาในการตรวจคนเข้าเมืองไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางเข้ามาประเทศไทยกว่า 1 แสนคนต่อเดือน…สามารถ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ได้ 4-5% ซึ่ง ททท. และ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จับมือจัดกิจกรรมส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดเดือน ธ.ค.นี้…ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน พ.ย.มี นักท่องเที่ยวมาเลเซีย เดินทางมาไทยแล้วกว่า 3.98 ล้านคน เกินเป้าที่ 3 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว…..และเพื่อให้มีการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่าง

น่าซื้อมาก วิเศษ สิงห์สัจจเทศ และ วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ เปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดของ “JASPAL” พร้อมโซน JASPAL Home & Lifestyle โดยมี อิศเรศ จิราธิวัฒน์, ณรรธณภัทร์ ตัณฑ์ไพบูลย์, ชานน สันตินธรกุล และ ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
คริสต์มาส ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ เปิดงาน “Sustainable Living X’mas Tree 2023” ต้นคริสต์มาสรักษ์โลกจากพลาสติกใช้แล้ว พร้อม BELLYGOM หมีสีชมพูตัวยักษ์จากเกาหลีใต้ โดยมี ลี โบฮยอน มาร่วมงานด้วย ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ วันก่อน.

ต่อเนื่อง….ชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก แถลงการณ์จัดกิจกรรม Amazing New Chapters to I-San Wonderful Loykrathong for AEC จ.อุดรธานี ต้อนรับ คาราวานนักท่องเที่ยวจากจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์และรถไฟความเร็วสูงจากจีนมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยโดยตรง ทำให้เกิดตลาดท่องเที่ยวใหม่ๆในภาคอีสานให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น…..จัดแพ็กเกจ เส้นทางท่องเที่ยวคุนหมิง หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ หนองคาย อุดรธานี เลย สุโขทัย เชียงใหม่ เชียงราย ในราคาเพียง 6,000 หยวนหรือ 3 หมื่นบาทเท่านั้น….จนถึงเดือน พ.ย.มี นักท่องเที่ยวจีน เดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 3 ล้านคน

มีของเยอะ ศรัทธา ทองคำ รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาฉลอง ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสมบูรณ์แบบที่สุดครบจบในที่เดียว โดยมี ธนพร องค์สันติภาพ, ทิวัตถ์ สีดอกบวบ และ สุรกิจ อารยรังษี มาร่วมงานด้วย ที่ จ.ภูเก็ต วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

สรุปสงครามอิสราเอล ฮามาส วันที่ 58 หวนโจมตีกาซา 24 ชม. ตายกว่า 700 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745351

สรุปสงครามอิสราเอล ฮามาส วันที่ 58 หวนโจมตีกาซา 24 ชม. ตายกว่า 700 ศพ

3 ธ.ค. 2566 19:50 น.

สรุปสงครามอิสราเอล ฮามาส วันที่ 58 หวนโจมตีกาซา 24 ชม. ตายกว่า 700 ศพ

สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดำเนินมาถึงวันที่ 58 นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่คาดคิด และจับตัวประกันไปราว 240 คนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566

  • ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อรัฐบาลในฉนวนกาซา เผยกับอัลจาซีราว่า การหวนกลับมาโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด หลังการหยุดยิงล่ม ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 700 ศพ
  • กลุ่มฮามาสประกาศ จะไม่หวนกลับมาเจรจาแลกเปลี่ยนการปล่อยตัวประกันกับอิสราเอล หากอิสราเอลยังไม่ยุติการโจมตีเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
  • รัฐบาลอิสราเอลถอนเจ้าหน้าที่เจรจาแลกเปลี่ยนปล่อยตัวประกัน ออกจากประเทศกาตาร์แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังการหยุดยิงล่ม
  • ข้อตกลง ‘พักรบ’ หรือ หยุดยิงชั่วคราว ระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล ในช่วง 7 วัน ตั้งแต่ 24 พ.ย.- 1 ธ.ค. 2566 กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 105 คน  ส่วนอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 240 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กวัยรุ่น
  • กองทัพอิสราเอลหวนกลับมาโจมตีเป้าหมายทั่วฉนวนกาซา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับเรียกร้องอีกครั้งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพจากทางใต้ของฉนวนกาซา ไปยังเมืองราฟาห์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดมีพรมแดนติดกับประเทศอียิปต์
  • อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15,207 ศพ ขณะที่ในอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 1,200 ศพ
  • ฮอสเซน อามีร์ อับดุลลาเฮียน รมว.ต่างประเทศอิหร่านประณามอิสราเอล ‘ก่ออาชญากรรมสงคราม’ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และดูเหมือนจะทำให้สงครามถลำลึกและขยายวงกว้างออกไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรมว.ต่างประเทศอิหร่านยังประณามอิสราเอลว่า มีแผนจะบีบบังคับให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากแผ่นดินเกิด พร้อมกับย้ำว่า อิสราเอลจะต้องยุติการโจมตีฉนวนกาซาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่มา : Aljazeera