เปิดทำเนียบ ‘องคมนตรี’ มี อดีต ‘นายกรัฐมนตรี’ 5 คน เงินเดือน เท่าไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564452

30 พ.ย. 2566

เปิดทำเนียบ 'องคมนตรี' มี อดีต 'นายกรัฐมนตรี' 5 คน เงินเดือน เท่าไร

เปิดความเป็นมา คณะ ‘องคมนตรี’ ประเทศไทย มี อดีต นายกรัฐมนตรี 5 คน ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เป็นคนล่าสุด รับอัตรา ‘เงินเดือน’ คนละเท่าไร

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น “องคมนตรี” คนที่ 18 หลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่นานนัก ทำให้ชื่อของ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังไม่หายไปจากหน้าสื่อไทย “องคมนตรี” มีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีหน้าที่อะไร และ รู้หรือไม่ว่า ประธานองคมนตรี และ องคมนตรี ที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีใครบ้าง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ประวัติ “องคมนตรี”

คำว่า “องคมนตรี” เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งสภาขึ้น 2 สภา คือ สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน (Council of state) จำนวน 12 คน เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2417 ต่อมาปี 2437 ได้ยกเลิกไป และจัดตั้ง รัฐมนตรีสภา ขึ้นแทน และปรีวีเคาน์ซิล (Privy council) หรือ ที่ปรึกษาในพระองค์ จำนวน 49 คน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2417 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น องคมนตรีสภา

องคมนตรี เป็นข้าราชการในพระองค์ และพระมหากษัตริย์ทรงเลือก ตามพระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ปี 2560 และต้องไม่เป็น สส., สว. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการในพระองค์ตำแหน่งอื่น นอกจากองคมนตรี พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ

ก่อนเข้ารับหน้าที่ “องคมนตรี” ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ และพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หน้าที่ของ “องคมนตรี”

องคมนตรี เป็นคณะที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น เพื่อถวายคำแนะนำแก่พระมหากษัตริย์ไทย รวมทั้งปฏิบัติภารกิจ ตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกำหนด หรือทรงมอบหมาย จะต้องมีสมาชิกจำนวนไม่เกิน 18 คน โดยพระมหากษัตริย์มีพระราชวินิจฉัยในการแต่งตั้งสมาชิกองคมนตรีทั้งหมด โดยคณะองคมนตรี จะทำการประชุมทุกสัปดาห์ ณ ทำเนียบองคมนตรี บริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์ ใกล้พระบรมมหาราชวัง

พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี

คณะองคมนตรี 19 คน

  1. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี
  2. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย
  3. นายพลากร สุวรรณรัฐ
  4. ศาสตราจารย์พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
  5. นายศุภชัย ภู่งาม
  6. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข
  7. พล,อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
  8. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
  9. นายจรัลธาดา กรรณสูต
  10. พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์
  11. พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ
  12. รองศาสตราจารย์ ดร. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา
  13. นายอำพน กิตติอำพน
  14. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท
  15. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง
  16. นายนุรักษ์ มาประณีต
  17. ศาสตราจารย์ ดร.เกษม จันทร์แก้ว
  18. พล.อ. บัณฑิตย์ มลายอริศูนย์
  19. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

     พล.อ.เปรม ติณสูลานนทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท

องคมนตรี ที่เคยเป็น นายกรัฐมนตรี

  1. นายสัญญา ธรรมศักดิ์
  2. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
  3. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
  4. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
  5. นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

ทั้งนี้ ประธานองคมนตรีคนปัจจุบัน คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 24 อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2562 ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ โดยพระมหากษัตริย์มีพระราชวินิจฉัย ในการแต่งตั้งสมาชิกองคมนตรีทั้งหมด และ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2566 ครบทั้ง 18 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว

อัตราเงินเดือน ประธานองคมนตรี-คณะองคมนตรี

ตามพระราชกฤษฎีกา เงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ.2551 มาตรา 4 ระบุว่า ให้ประธานองคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่งเป็นรายเดือน เดือนละ 121,990 บาท ให้องคมนตรีอื่น ได้รับเงินประจำตำแหน่งเป็นรายเดือน เดือนละ 112,250 บาท

นอกจากนี้ มาตราที่ 5 ระบุว่า ให้ผู้ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกย่องไว้ในฐานะรัฐบุรุษ ได้รับเงินประจำตำแหน่งเป็นรายเดือน เดือนละ 121,990 บาท

ที่มา : วิกิพีเดีย

สว.ขวาง ‘นิรโทษกรรม’ เหมาแข่ง มั่วเป็น ‘คดีการเมือง ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564442

30 พ.ย. 2566

สว.ขวาง 'นิรโทษกรรม' เหมาแข่ง มั่วเป็น 'คดีการเมือง '

3 เงื่อนไข สว. หนุน ‘นิรโทษกรรม’ ต้องไม่มีมีคดีอาญาร้ายแรง คดีทุจริต และม.112 แต่พร้อมปล่อยผ่าน ‘คดีการเมือง’ ทุกสีเสื้อหลังพิสูจน์ทราบ

สมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯวุฒิสภา  ยืนยันว่าแม้จะยึดมั่นหลักการสนับสนุนปรองดองนิรโทษกรรมคดีการเมือง แต่ขอคัดค้านการนิรโทษกรรม ที่เกี่ยวกับ 3 คดีความมั่นคง คือการทุจริตชาติ คดีอาญาร้ายแรง เช่น คดีฆ่ากันตายแล้วอ้างเหตุทางการเมืองและคดีความผิด ม.112

จึงไม่เห็นด้วยกับร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ของพรรคก้าวไกลที่มีรากมาจากความเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า ต่างกรรมต่างวาระในการสนับสนุนให้มวลชน สมาชิก สส. คณะกรรมการบริหาร รวมถึงผู้นำทางความคิดหลายคน ที่ไปจาบจ้วงละเมิดจนผิดกฎหมาย ตนไม่เห็นด้วย 100% และเชื่อว่าหากเสนอมา สว. ก็คงไม่ให้ความเห็นชอบ

คดีที่กลุ่มแกนนำ หัวหน้าพรรคได้เคลื่อนไหวเป็นนโยบายในการล้ม แก้ไขกฎหมาย และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วจะมาอ้างเหตุเพื่อนิรโทษกรรมนั้น เป็นการเขียนกฎหมาย เพื่อช่วยในสิ่งที่ตัวเองกระทำความผิด ทั้งที่หากสำนึกว่ากระทำผิด ก็สามารถทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้ เช่นเดียวกับแกนนำหลายบุคคลที่เป็นนักวิชาการในอดีตก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษมาแล้ว

ส่วนคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อส้ม ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องคดีการเมืองก็ให้นิรโทษกรรมได้ และเห็นว่าเรื่องนี้รัฐบาลสามารถออกเป็นพระราชกำหนดได้เลย ซึ่งหากไม่มีเงื่อนไข 3 เรื่องดังกล่าวก็พร้อมที่จะสนับสนุน

สมาชิกวุฒิสภาผู้นี้ มองว่าหลักการปรองดองสมานฉันท์แท้จริง คือการยินยอมพร้อมใจกันทุกฝ่ายที่จะปรองดองในความเห็นต่าง พร้อมแสดงออกยอมรับผิดในสิ่งที่เคยกระทำต่อกันและกัน  ซึ่งสังคมไทยต้องมีความเห็นพ้องร่วมกันทั้งสังคมด้วย จึงจะปรองดองสมานฉันท์กันได้จริง

นราพัฒน์ ยินดี มาดามเดียร์ ร่วมชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ -ลั่นขอสู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564431

29 พ.ย. 2566

นราพัฒน์ ยินดี มาดามเดียร์ ร่วมชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ -ลั่นขอสู้

รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ผู้เสนอตัวลงชิงผู้นำ “พรรคประชาธิปัตย์ ” นราพัฒน์ แก้วทอง มองการเข้าร่วมชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ของ “มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค ถือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี สะท้อนการเปิดกว้าง ระบุหากชนะเลือกตั้ง พร้อมดึงอีกฝ่ายมาร่วมงานด้วย

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์   เปิดเผยว่า  การที่  น.ส.วทันยา บุนนาค ( มาดาเดียร์)   ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัวลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่มีผู้มาสมัครแข่งขัน  เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ และเปิดโอกาสให้กับทุกคน

การที่น.ส. วทันยา มาลงชิงตำแหน่งจะทำให้ภาพดีขึ้น  เพราะเท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการการเปลี่ยนแปลง และมีคนรุ่นใหม่ๆสนใจเข้ามาร่วมบริหารและปรับปรุงพรรค และผสมผสานกับคนรุ่นเดิม   ถือเป็นภาพที่ดีและเป็นจุดแข็งของพรรค ที่จะสามารถอธิบายกับประชาชน และสมาชิกพรรคได้ ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาสร้างบทบาท  สำหรับตนเองยืนยันลงชิงหัวหน้าพรรคเช่นเดิม 

สำหรับข้อเสนอที่ให้ลดสัดส่วนองค์ประชุมสส.ที่จะใช้ในการโหวต 70:30 นั้น  เห็นว่าเรื่องนั้นผ่านถือว่าผ่านไป ตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว ที่กำหนดสัดส่วนองค์ประชุม 70 ต่อ 30 ซึ่งถูกใช้มาทุกครั้ง หากจะมายกเว้นในครั้งนี้ ก็จะเหมือนการยกเว้นเฉพาะกิจแล้วเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบางกลุ่ม จึงเห็นว่าควรต้องเป็นไปตามครรลองเดิม และหากเสียงส่วนใหญ่คิดว่าน่าจะยกเลิก เป็น 40 หรือเท่าเทียมกันหมด ก็น่าจะเป็นการเลือกตั้งในครั้งหน้าคือครั้งถัดไป  เพราะยังมีเวลาในการที่จะปรับโครงสร้าง หรือแก้ไขข้อบังคับ หรือเขียนกฎกติกาอะไรเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย ก็ขอเป็นครั้งต่อๆไปที่จะทำ

เพราะเรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาในการประชุมครั้งที่แล้วค่อนข้างมากว่า ในอดีตที่เคยทำมา ให้สัดส่วนในการโหวตสส. 70% แล้วเหตุใดครั้งนี้สส.ที่ได้มา 30  คน ไม่มีความหมายหรืออย่างไรแล้วจะไปลดทอนสิทธิสส. เหล่านั้นเพื่ออะไร ในเมื่อการเลือกครั้งที่แล้วยังให้สิทธิสส. 70 ต่อ 30 แล้วเหตุใดครั้งนี้สส. ใหม่ไม่มีสิทธิ์ที่จะขับเคลื่อนพรรค ดังนั้นจึงเห็นว่าหากจะปรับหรือแก้ไขก็สามารถทำได้  แต่คงไม่ได้หมายความว่า มีกำหนดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคออกมาแล้ว จะแก้กันเฉพาะกิจเฉพาะหน้า เพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าไม่เหมาะสม

“หากเราคิดว่าเราเป็นประชาธิปไตยจริง และพรรคเป็นประชาธิปไตยจริง เราก็ควรต้องยอมรับเสียงข้างมาก ซึ่งหากผมชนะการเลือกตั้ง  น.ส. วทันยา  ก็เป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในแผนที่ผมจะดึงมาร่วมงาน ให้ช่วยในเรื่องของการสื่อสารองค์กร   แต่หากน.ส.วทันยา ชนะเลือกตั้ง  ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ผม หรือไม่ หรือจะมีทีมอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะถือเป็นสิทธิและอำนาจ ของคนที่ได้รับฉันทามติจากสมาชิก   พรรคจะเดินหน้าได้ต้องมีเอกภาพ เพราะฉะนั้นต้องมาร่วมกันสร้างเอกภาพ แพ้หรือชนะนั่นคือประชาธิปไตย  ” เขา  กล่าว
 

นราพัฒน์ ยินดี มาดามเดียร์ ร่วมชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ -ลั่นขอสู้

นราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  

คิดเร็วทำช้าไทยเสียโอกาส ‘ฟรีวีซ่า’ ‘นักท่องเที่ยวจีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564395

29 พ.ย. 2566

คิดเร็วทำช้าไทยเสียโอกาส 'ฟรีวีซ่า' 'นักท่องเที่ยวจีน'

ไทยเสียโอกาสท่องเที่ยว ทั้งที่ ‘ฟรีวีซ่า’ ช่วงไฮซีซั่น แต่ ‘นักท่องเที่ยวจีน’ ยังทิ้ง สล็อต สายการบินกว่าแปดพันเที่ยว

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย มองว่า การคืนสล็อตการบินจีน ช่วงไฮซีซั่น 2 เดือน กว่า 8,000 เที่ยวบิน ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง ควรมีการตรวจสอบโดยเร่งด่วน ว่าทำไมนักท่องเที่ยวจีนจึงไม่อยากมาเที่ยวประเทศไทยเหมือนที่เคยผ่านมา

ทั้งๆที่รัฐบาลออกมาตรการฟรีวีซ่าเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน แต่ผลตอบรับกลับไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ จนสายการบินต้องคืน Slot การบินจำนวนมโหฬารกลับมาที่บริษัทท่าอากาศยานไทย

“เห็นได้ชัดว่าฟรีวีซ่าไม่ใช่คำตอบในการจูงใจให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงอนุมานว่ารัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด วันนี้อยากร้องขอให้ผู้มีอำนาจลงมาศึกษาปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อกำหนดมาตรการจูงใจต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เช่นนั้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยคงหมดลมหายใจตายกันในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ยังไม่เห็นด้วย ที่บริษัทท่าอากาศยานไทยระบุว่าการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินจีนเป็นเรื่องปกติ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงไฮซีซั่น ที่ทุกๆปีนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะหลั่งไหลมายังประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน

ที่ผ่านมารัฐบาลชุดปัจจุบันมีแต่คนที่คิดเร็ว พูดเร็ว แต่ทำช้า การแก้ไขปัญหาต่างๆจึงยังไม่เกิดเป็นรูปธรรม ประเทศจึงเสียโอกาสที่จะดึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าประเทศเหมือนรัฐบาลชุดอื่น จากนี้ไปหวังว่าผู้มีอำนาจจะได้วางมาตราการต่างๆให้ครบถ้วน รอบด้าน ทำงานกันอย่างมืออาชีพ มากกว่านี้

ผู้มีอำนาจต้องรีบหาคำตอบโดยเร็วว่าทำไมตลาดท่องเที่ยวไทยจึงไม่ใช่จุดหมายปลายทางยอดนิยมของจีนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ขนาดให้ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนยังเลือกไปเที่ยวประเทศอื่นๆกันหมด

‘มติศาลรัฐธรรมนูญ’ ส่ง ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ ขึ้นศาลอาญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564379

29 พ.ย. 2566

'มติศาลรัฐธรรมนูญ' ส่ง 'ไอซ์ รักชนก ศรีนอก'  ขึ้นศาลอาญา

‘มติศาลรัฐธรรมนูญ’เอกฉันท์เห็นว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ตามที่ ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ ยื่นคำร้อง

องค์คณะศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรา 14 ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมตรา 26 และ มาตรา 34 ตามที่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ยื่นคำร้อง มติศาลรัฐธรรมนูญ  เป็นเอกฉันท์ เห็นว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 วรรคหนึ่ง

มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญ ม.14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ขัด รัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญ ม.14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ขัด รัฐธรรมนูญ

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ถูก มณีรัตน์ เลาวเลิศ ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร เข้าแจ้งความที่ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ มาตรา 14  กับผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อ ไอซ์ ซึ่งทวิตข้อความวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการผูกขาดวัคซีนโควิด-19 พร้อมติดแท็ก #28กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดํา และรีทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายป้ายข้อความในการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน ปี 2563

โดยความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘ชวน หลีกภัย’ ทักทาย ‘มาดามเดียร์’ ขณะเปิดตัว ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564361

29 พ.ย. 2566

'ชวน หลีกภัย' ทักทาย 'มาดามเดียร์' ขณะเปิดตัว ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

‘มาดามเดียร์’ เปิดตัวชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นมื่น นอกจาก ‘ชวน หลีกภัย’ แวะทักทาย ยังมีคนรุ่นใหม่ให้กำลังใจจำนวนมาก

นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พบกับ เดียร์ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ระหว่างการ เปิดตัวลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9  ขณะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้

โดยนาย ชวน ทักทายว่า “มาดามเดียร์มาเปิดตัว เรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม” ซึ่งนางสาววทันยา ระบุว่า มาบอกความตั้งใจ ต่อสื่อมวลชน และจะทำให้ดีที่สุด ตามที่เคยได้เรียนนายชวนไปแล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่าดูแล้วจะมีความหวังหรือไม่นั้น นายชวน ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และขอให้ไปถามนางสาววทันยาเอง

คนรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ให้กำลังใจ มาดามเดียร์คนรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ให้กำลังใจ มาดามเดียร์

นอกจาก นาย ชวน แล้ว ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มามอบดอกไม้ให้กำลังใจนางสาววทันยา ในการเปิดตัวเป็นผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ด้วย

‘เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี’ จุดประกายเยาวชนไทย มุ่งเฟ้นหาดาวดวงใหม่ด้านโลจิสติกส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772180

‘เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี’ จุดประกายเยาวชนไทย มุ่งเฟ้นหาดาวดวงใหม่ด้านโลจิสติกส์

‘เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี’ จุดประกายเยาวชนไทย มุ่งเฟ้นหาดาวดวงใหม่ด้านโลจิสติกส์

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.20 น.

จากความตั้งใจในการต่อยอดความคิดด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนได้จัดโครงการ “SCGJWD Next Gen Logistics ศักยภาพไม่มีที่สิ้นสุด” ปั้นเยาวชนให้เป็นดาวดวงใหม่ในวงการธุรกิจโลจิส ติกส์ ด้วยการประกวดไอเดียสุดปัง เฟ้นหา “ตัวจริง” มุ่งผลักดันเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวสู่โลกของ ‘ธุรกิจโลจิสติกส์’ ติวเข้มนิสิตนักศึกษากว่า 130 ชีวิตผ่านกิจกรรม ‘BootCamp’ และ ‘Hackathon แบบ Non-Stop 24 ชั่วโมง’ ที่อัดแน่นด้วยหลักสูตรเข้มข้นจาก GURU ผู้เชี่ยวชาญ ที่คร่ำหวอดในวงการโลจิสติกส์ และเทคโนโลยีระดับพระกาฬ นำโดย คุณบรรณ เกษมทรัพย์, คุณชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา, ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน, รศ.ดร. มาโนช โลหเตปานนท์ และ ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ เป็นต้น ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้รอบด้าน โดยงานนี้น้องๆ เยาวชนยังได้ลงสนามร่วม Pitching ไอเดียสุดมันส์กับเหล่าคณะกรรมการกูรูตัวจริงด้วยการประกวดไอเดียสุดสร้างสรรค์ ผลักดันนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ผสานกับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์สู่การต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้จริง 

หลังจากเปิดตัวโครงการ “SCGJWD Next Gen Logistics ศักยภาพไม่มีที่สิ้นสุด” ไปไม่นานก็ได้กระแสตอบรับเข้ามาอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากถึง 138 คนจากที่ตั้งเป้าหมายไว้เพียง 80 คนเท่านั้น โดย SCGJWD ได้เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี โท และ เอก ทุกชั้นปีในสาขาโลจิสติกส์, เทคโนโลยี, นวัตกรรม, วิศวกรรมศาสตร์, บริหารและบัญชี, เศรษฐศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่จำกัดมหาวิทยาลัย ได้มาเรียนรู้ เห็นภาพ และ เข้าใจ โลกของธุรกิจโลจิสติกส์ พร้อมปล่อยไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่มีความหลากหลายและมีความเป็นไปได้ในการนำมาต่อยอดพัฒนาในเรื่องของโลจิสติกส์และเทคโนโลยีกับทาง SCGJWD Logistics

นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในกูรูและกรรมการ ได้กล่าวถึง โครงการ SCGJWD Next Gen Logistics ว่า เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าโครงการนี้ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จอย่างสูงเกินความคาดหมาย จึงทำให้คณะผู้จัดจะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่และเพิ่มโอกาสในการป้อนบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดงานด้านโลจิสติกส์และด้วยเทรนด์ของธุรกิจโลจิสติกส์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการขนส่งและโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย, วิทยาการหุ่นยนต์, Big Data, AI หรือ Blockchain เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากนำเอาไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดเพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมซึ่งสอดคล้องการความตั้งใจของโครงการที่ต้องการผลักดันและสร้างโอกาสให้น้องๆ ได้นำเอาไอเดียเหล่านั้นมาทำให้เกิดขึ้นได้จริง”

 “เราเชื่อว่าแนวคิดของคนรุ่นใหม่จะสามารถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่จำเป็นในการพัฒนาและต่อยอดแนวคิดใหม่ๆ แต่มันจะเพียงพอหรือไม่? เพราะสำหรับยุคปัจจุบัน หากเราโฟกัสแค่เพียงด้าน Logistics เช่นเดิมอาจไม่เพียงพอ.. จะดีกว่าไหมถ้าเราเสริมด้าน Technologyและ Business เข้าไปด้วยกันเพราะการเปลี่ยนผ่านของโลกยุคใหม่นั้น เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การ ‘มองการณ์ไกล’ และการคิดให้ ‘รอบด้าน’ จึงสำคัญอย่างมาก” นายบรรณ เกษมทรัพย์ กล่าวทิ้งทาย

โดยทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ SCGJWD Next Gen Logistics ได้แก่ “ทีมไม่มีลิมิต ชีวิตติดนอน” 3 นักศึกษาจาก 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ นายวัชรพล โยธาดี ปี 4 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, น.ส.ถาวริน ทวีรุ่งบรรจง ปี 1 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม สาขาบัญชี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ น.ส.ลลิตา คำวงศ์ษา คณะการจัดการโลจิสติกส์และคมนาคมขนส่ง สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ชนะด้วยไอเดีย “InsightOut” นำเสนอคอนเซปต์การเพิ่มมูลค่าให้บริการขนส่งสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงเพื่อเติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่รักและให้ความสำคัญกับศิลปะ โดยเป็นการขยายบริการจาก “บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ท สเปซ จำกัด” ที่มอบประสบการณ์ด้านการจัดแสดงงานศิลปะ ให้บริการขนส่งงานศิลปะและบริการจัดเก็บรักษาผลงานศิลปะ เพื่อเพิ่ม Value ให้กับบริการเดิมที่ทำอยู่ โดยเน้นเป้าหมายไปที่บุคคลที่มีฐานะและหลงใหลในงานศิลปะ

สำหรับไอเดียของผลงานชนะเลิศในปีนี้ คือ การยกระดับการเก็บรักษาผลงานศิลปะด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IOT และ บล็อกเชน เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์งานศิลปะที่มีความปลอดภัยสูงสุด ลูกค้าสามารถตรวจสอบอุณหภูมิ, ความชื้น และ ปรับการควบคุมให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละชิ้นงาน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกลงใน ‘ระบบบล็อกเชน’ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกปรับเปลี่ยนในส่วนใดส่วนหนึ่ง ส่งผลให้ลูกค้าที่จะมาเป็นเจ้าของงานศิลปะต่อไปมีความมั่นใจในคุณภาพของผลงาน เมื่อนำเอาเทคโนโลยีมาผนวกเข้ากับการบริการจะช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการได้และยังสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

นอกจากน้องๆ ที่ร่วมโครงการจะได้รับความรู้ด้าน Logistics, Technology และ Business จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ได้แชร์ความรู้ แนวคิด และ ประสบการณ์ด้านธุรกิจ น้องๆ ยังได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดใหม่ๆ ร่วมกับผู้ที่เข้าร่วมโครงการด้วยกัน รวมถึงการได้แชร์ไอเดียโครงการกับพี่ๆ กูรู เพื่อต่อยอดแนวคิดและทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต นอกจากนั้นยังได้ Connection จากผู้เข้าร่วมโครงการด้วยกันจากหลากหลายมหาวิทยาลัย คณะและชั้นปีที่อาจนำไปสู่การ “ทำงานจริง” ร่วมกันได้

ตรีสุคนธ์ สิทธิปัญญา หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ครั้งได้ เล่าถึงความประทับใจว่า “โครงการ SCGJWD Next Gen Logistics ให้อะไรหลายๆ อย่างมาก.. ทั้ง ประสบการณ์ มิตรภาพ ทำให้เราได้แสดงศักยภาพเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดความคิดและความสามารถของตัวเอง” ขณะที่ กุณฑีรา ม้าแก้ว กล่าวถึง Module โครงการที่ประทับใจที่สุด คือ ประทับใจที่ได้เรียนเรื่อง Design Thinking เพราะนอกจากจะได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ยังได้ทำความเข้าใจลูกค้า และ ฝึกตั้งคำถามมากขึ้น”

Y.O.U เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่Radiance Glow Seriesบูสต์ผิวโกลว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772179

Y.O.U เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่Radiance Glow Seriesบูสต์ผิวโกลว์

Y.O.U เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่Radiance Glow Seriesบูสต์ผิวโกลว์

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.14 น.

(วาย.โอ.ยู) Y.O.U แบรนด์เมคอัพสกินแคร์ชั้นนำ วัตสัน ร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งในประเทศไทย ร่วมกันจัดงาน “Glow With Y.O.U 2023” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Radiance Glow Series”  โดยมีตัวแทนจากวัตสัน ประเทศไทย  คุณเนติ มีนมณี Trading and Online Business Director และ ทีมผู้บริหาร Y.O.U คุณนภพล เอกวรรณ Key Account Director Hebe Beauty Thailand รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังด้านความงาม คุณโดนัท (@DONUTBeautyBrains) และ คุณต่อ (@torpattarakul) มาแชร์ความรู้ บอกต่อเคล็ดลับดูแลผิวฉ่ำโกลว์ สุขภาพดี และนักรีวิว/Kols ชื่อดัง รวม 50 ท่าน ร่วมบอกเล่าประสบการณ์ดี ๆ หลังจากที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ “Radiance Glow Series” 

คุณเนติ มีนมณี Trading and Online Business Director, Watsons Thailand กล่าวว่า วัตสันร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ต้องขอขอบคุณแบรนด์ Y.O.U เป็นอย่างมาก ที่ให้ความไว้วางใจเปิดตัว Radiance Glow Series กับทางวัตสัน นอกเหนือจากความร่วมมือระหว่างทางแบรนด์ Y.O.U กับวัตสัน ในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าแล้ว ผลิตภัณฑ์ของทาง Y.O.U ยังเป็นสินค้าที่ถูกใจผู้บริโภคอีกด้วย

ด้านคุณนภพล เอกวรรณ Key Account Director Hebe Beauty Thailand กล่าวว่า ขอขอบคุณทาง วัตสัน ประเทศไทย  ที่ให้ความไว้วางใจแบรนด์ Y.O.U เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัตสัน และหวังว่าในอนาคต จะได้ร่วมกันพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพออกสู่ท้องตลาด และได้วางจำหน่ายในร้านวัตสันตลอดไป

สำหรับผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่ “Radiance Glow Series” ทางแบรนด์พัฒนาร่วมกับ คุณทาดะฮิโระ ชิมาดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Y.O.U LAB ความพิเศษของผลิตภัณฑ์นี้ ใช้เทคโนโลยี MIZUGLOW TECH นวัตกรรมขั้นสูง ผสานไว้ในขวดเดียว โดยเน้นไปในเรื่องของสกินแคร์ที่ช่วยบูสต์ผิวฉ่ำโกลว์ กระจ่างใส 7 เท่า ใน 10 วัน (จากกลุ่มตัวอย่าง 128 คน) 

ขณะเดียวกันยังช่วยปลอบประโลมผิว สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว และปราศจากสารอันตรายที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ส่วนผสมหลัก ๆ สกัดจากซากุระ (Sakura Extract) กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวใสอมชมพู, วิตามินซี 3 อนุพันธ์ (C-three Complex) ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว ให้ผิวแลดูกระจ่างใส และ ไนอะซินาไมด์ หรือวิตามินบี 3 (Niacinamide) ช่วยลดการเกิดเม็ดสี หรือเมลานิน (Melanin)

สินค้าในผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่ Radiance Glow Series ประกอบด้วย 
1. Y.O.U Radiance Glow Toner Essence  เช็ดสิ่งสกปรก & ให้ความชุ่มชื้น
2. Y.O.U Radiance Glow Illuminating Serum ผิวโกลว์กระจ่างใส & เรียบเนียน
3. Y.O.U Radiance Glow Purifying Facial Foam ให้สะอาดล้ำลึก & สดชื่น
4. Y.O.U Radiance Glow Advanced Day Cream ผิวเปล่งปลั่ง & ปกป้องผิว
5. Y.O.U Radiance Glow Active Night Gel ซ่อมแซม & ฟื้นฟู

ให้ความสำคัญในการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการดูแลผิวหน้าเพื่อความงาม โดยได้รับอิทธิพลจากแพทย์ผิวหนังกับการดูแลสุขภาพผิวอย่างล้ำลึกและรังสรรค์ความงามอย่างธรรมชาติ เลือกสารสกัดและส่วนผสมชั้นนำจากทั่วโลก ปลอดภัย ด้วยปรากฏการณ์ ‘1+1>2’  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีผสมผสาน ธรรมชาติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า การันตีในประสิทธิภาพ ที่ผ่านการรับรองจากองค์กรชั้นนำระดับโลก และยังมี KIM SOO HYUN (คิม ซู ฮยอน) นักแสดงชื่อดังเป็น Beauty Ambassador

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากวงบอยกรุ๊ปสุดฮอต “PERSES” ที่มาสร้างสีสันและความสนุกสนานให้ผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงกิจกรรมมากมายที่เนรมิตพื้นที่ชั้น G สามย่าน มิตรทาวน์ ให้เป็นอีเว้นท์ที่เสมือนอยู่ในห้องแล็บของ Y.O.U 

ติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : youbeauty_th คลิก https://www.facebook.com/youbeauty.th หรือ แอดเพิ่มเพื่อนในไลน์ Line Official : @youbeauty_th

#YOUbeautyTH #InstantGlowWithYOU #RadianceGlowSeries #YOUxWatsons #Watsons #WatsonsTH

น้ำหนักลด อ่อนเพลีย คอแห้ง อาจเสี่ยง ‘โรคเบาหวาน’ ไม่รู้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772038

น้ำหนักลด อ่อนเพลีย คอแห้ง อาจเสี่ยง ‘โรคเบาหวาน’ ไม่รู้ตัว

น้ำหนักลด อ่อนเพลีย คอแห้ง อาจเสี่ยง ‘โรคเบาหวาน’ ไม่รู้ตัว

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

ในช่วงที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียดจากเรื่องต่างๆ หลายคนมักมองหาของหวานเป็นอย่างแรก เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังช่วยให้ความเครียดหายไปชั่วคราว และเมื่อการทานของหวานไม่ช่วยลดความเครียด ทั้งยังทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและคอแห้งกว่าปกติ ซึ่งนั่นอาจเป็นอาการของ “โรคเบาหวาน” และหากไม่ได้พบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายและควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ ก็อาจเกิดอาการแทรกซ้อนตามมามากมาย

นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต เผยถึงอันตรายของโรคเบาหวาน สัญญาณบอกโรคที่หลายคนไม่รู้ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันและแนวทางการรักษา เพื่อให้เรามีระดับน้ำตาลที่ปกติและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในระยะยาว

โรคเบาหวาน มีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินปกติเนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลินในการเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย และเมื่อระดับน้ำตาลสูงมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง อาจมีน้ำตาลปนออกมากับปัสสาวะ และอาจทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยโรคเบาหวานสามารถแบ่งได้ 6 ชนิด ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ซึ่งพบเป็นส่วนน้อยในคนไทย, เบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบได้บ่อยในคนไทยและมักเกิดจากพฤติกรรมและกรรมพันธุ์, เบาหวานผสมระหว่างชนิดที่ 1 และ 2,
เบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือฮอร์โมน การเป็นโรคตับอ่อน หรือการได้รับยาบางชนิด,เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และเบาหวานที่ตรวจแล้วไม่สามารถแยกชนิดได้ ด้าน นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อธิบายเกี่ยวกับอาการที่อาจเข้าข่ายโรคเบาหวานว่า “อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้แก่น้ำหนักลดไม่มีสาเหตุ อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ ปัสสาวะบ่อยกระหายน้ำบ่อย รู้สึกชาบริเวณปลายนิ้วมือนิ้วเท้า แผลหายช้ากว่าปกติ คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกาย”

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานมีหลายประการ ได้แก่ การที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุ 35 ขึ้นไป การมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 23 มีรอบเอวต่อความสูงมากกว่า 0.5 ความดันโลหิตสูงคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีค่าน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 100 เป็นต้น ทั้งนี้ โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้จากทั้งกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน โดยคนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อผิดๆ ว่าต้องเป็นคนน้ำหนักมากเท่านั้น ถึงจะเป็นโรคเบาหวาน แต่ความจริงคนที่มีรูปร่างผอมก็เสี่ยงเป็นเบาหวานได้ เพราะโรคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งการกินอาหารที่เน้นแป้ง น้ำตาล ไขมัน ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย หรือยาที่ใช้ประจำ

โรคเบาหวาน นอกจากจะก่อให้เกิดความผิดปกติในร่างกายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้แก่ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้เวียนหัว หน้ามืดใจสั่น หรือเป็นลม ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิดเฉียบพลัน จะมีอาการหอบเหนื่อย คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง กินได้น้อยลง และภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิดเรื้อรัง ทำให้ตาพร่ามัว อัมพาต ไตวาย หัวใจขาดเลือด หากรุนแรงมากอาจทำให้หัวใจวายได้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่เราควบคุมให้ไม่เกิดอาการที่รุนแรงหรือโรคแทรกซ้อนได้ โดยวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน คือ เลี่ยงของหวาน หรืออาหารมันๆ จำพวกของทอด ปิ้งย่างหมั่นรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงและไขมันต่ำ อีกเรื่องที่สำคัญคือการออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน สามารถมาขอรับคำปรึกษาได้ที่ ชั้น 3 ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก หรือโทรนัดหมาย 02-0790070 เวลา 07.00-19.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

ชวนไปงาน ‘ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772039

ชวนไปงาน ‘ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023’

ชวนไปงาน ‘ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023’

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ และ สถาบันไทยโคเซ็นทั้งสองแห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KOSEN-KMITL) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
(KOSEN-KMUTT) ร่วมกันจัดงาน “ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023” ภายใต้หัวข้อมิติใหม่การศึกษาไทย กับการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม (Thai New Education System and Industrial Linkage) ขอเชิญชวนผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้สนใจเข้าร่วมงานฟรี วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ห้องภิรัช ฮอลล์ 1 ณ ไบเทค บางนา

การจัดงาน Thai KOSEN Fair 2023 ในครั้งนี้ เพื่อต้องการเผยแพร่ระบบการศึกษารูปแบบใหม่ KOSEN Education ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างแนบแน่นระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบการศึกษา KOSEN ของญี่ปุ่น ในบริบทที่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันของการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย การเปิดให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนการสอน เป็นรายหลักสูตรที่ได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง รวมทั้งเป็นการแสดงถึงทักษะความรู้ความสามารถของนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในปัจจุบัน และที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาเป็นรุ่นแรก ในปี 2024 นี้ โดยผลผลิตที่ได้คือ วิศวกรพันธุ์ใหม่แบบ 2 in 1 ที่เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กันไป สามารถสร้างหุ่นยนต์ หรือสร้างระบบเชิงวิศวกรรมออกมาเพื่อนำไปใช้งานได้อย่างแท้จริงในโลกปัจจุบัน

งานนี้ ยังเน้นความสำคัญในการให้ข้อมูล ที่ถูกต้องแก่ผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารงานทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ในคุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษา จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ต้องการรองรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา หลักสูตร KOSEN เข้าทำงานในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมต้น ที่สนใจการศึกษาหลักสูตร  KOSEN พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าสู่การศึกษาระบบนี้ต่อไป 

สำหรับกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ TED Talks โดยนักศึกษาไทยโคเซ็น การเสวนา “วิศวกรพันธุ์ใหม่ : ไทยโคเซ็น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการภาคอุตสาหกรรม”, การนำเสนอผลงานโครงการ PBL ของสถาบันไทยโคเซ็น,อภิปราย “ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมด้วยวิศวกรไทยโคเซ็น”  โดย โคเซ็น สจล. และ โคเซ็น มจธ. ผู้ที่สนใจเข้ารวมงาน สามารถติดตามข่าวสาร “ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023” ได้ทาง https://www.facebook.com/ThaiKOSENofficial