EU จ่อคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ แบนนำเข้าเพชร-คุมเข้มเพดานราคาน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741035

EU จ่อคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ แบนนำเข้าเพชร-คุมเข้มเพดานราคาน้ำมัน

16 พ.ย. 2566 04:30 น.

EU จ่อคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ แบนนำเข้าเพชร-คุมเข้มเพดานราคาน้ำมัน

สหภาพยุโรปเตรียมพิจารณามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียระลอกที่ 12 ซึ่งจะมีการห้ามนำเข้าเพชรจากรัสเซียเป็นครั้งแรก และเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย

เมื่อวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 ทูตสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรป เสนอให้มีการห้ามนำเข้าเพชรและก๊าซแอลพีจี จากประเทศรัสเซีย รวมถึงให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย เป็นส่วนของแพ็กเกจคว่ำบาตรมอสโกรอบใหม่

แพ็กเกจคว่ำบาตรครั้งที่ 12 นี้ ยังมีมาตรการห้ามนำเข้าโลหะบางจำพวกจากรัสเซีย และห้ามขนส่งสินค้าและเทคโนโลยีที่อาจส่งเสริมขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมผ่านรัสเซีย

สมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศจะหารือกันเรื่องมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ในวันศุกร์ (17 พ.ย.) และคาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อบังคับใช้มาตรการ เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากชาติสมาชิกทั้งหมด

หากข้อเสนอดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ EU จะเริ่มห้ามนำเข้าเพชรโดยตรงจากรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป และเริ่มบังคับใช้กลการสืบสวนแหล่งที่มาในเดือนมีนาคม เพื่อป้องกันการนำเข้าอัญมณีรัสเซียที่ผ่านกระบวนการในประเทศที่ 3

คณะกรรมาธิการยุโรปยังผลักดันมาตรการควบคุมการส่งออกของเรือบรรทุกน้ำมันทั้งเก่าและใหม่ไปยังรัสเซีย เพื่อควบคุมเพดานราคาน้ำมันรัสเซียอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อป้องกันรัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของพวกเขา และมุ่งเป้าหมายไปหน่วยงานทางกองทัพ, ความมั่นคง และไอที ของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า ประเทศขนส่งขนาดใหญ่อย่าง กรีซ กับ ไซปรัส จะยอมเห็นชอบด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นผู้ผลิตเพชรดิบรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเหมืองเพชรหลายร้อยแห่งในภูมิภาคไซบีเรีย ซึ่งมันถูกใช้ทำแหวนแต่งงาน, สร้อยคอ, ต่างหู กับเครื่องประดับอื่นๆ ทั่วโลก แต่อัญมณีชนิดนี้รอดพ้นจากการคว่ำบาตรของ EU มาตลอด ซึ่งเหตุผลหลักคือ เบลเยียมต้องการเพื่อปกป้องเมืองอันต์เวิร์ป ที่ได้ชื่อว่า เมืองหลวงของเพชรโลก

อันท์เวิร์ปเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยเพชรดิบมากกว่า 80% จากเหมืองทั่วโลก ถูกซื้อขายกันที่นี่ และก่อนจะเกิดสงครามยูเครน เพชร 1 ใน 4 จากมาจากรัสเซีย ซึ่งการนำเข้าแต่เพชรที่ไม่ใช่ของรัสเซียจะส่งผลให้ราคาเพชรแพงขึ้น เรื่องจากทุกคนจะซื้อเพชรจากซัพพลายเออร์เจ้าเดียวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters , bbc

ฝรั่งเศสออกหมายจับ บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741034

ฝรั่งเศสออกหมายจับ บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย

16 พ.ย. 2566 03:00 น.

ฝรั่งเศสออกหมายจับ บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย

ฝรั่งเศสออกหมายจับ ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียแล้ว ในข้อหา ใช้อาวุธเคมีต้องห้ามโจมตีพลเรือนเมื่อ 10 ปีก่อน

เมื่อวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหน่วยงานฝ่ายตุลาการของฝรั่งเศสว่า ทางการแดนน้ำหอมออกหมายจับ ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียแล้ว ในข้อหา ใช้อาวุธเคมีต้องห้ามกับพลเรือนในซีเรีย

ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าว ผู้พิพากษาสืบสวน 2 คนออกหมายจับ 4 ฉบับในวันอังคาร โดยเป็นของ นาย อัสซาด, พลตรี มาเฮอร์ อัล-อัสซาด น้องชายของเขา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 2 คน โทษฐานร่วมกันก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และร่วมกันก่ออาชญากรรมสงคราม

นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีการออกหมายจับระหว่างประเทศต่อนายอัสซาด โดยคาดว่า องค์กรตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) จะออก “หมายแดง” ในภายหลัง ตามการเปิดเผยของ นาย ไมเคิล แชมมาส ทนายความฝ่ายโจทก์ ซึ่งบอกเรื่องนี้กับซีเอ็นเอ็นจากประเทศเยอรมนี

นายแชมมาส บอกด้วยว่า คดีดังกล่าวยื่นฟ้องร้องโดย ศูนย์เพื่อสื่อและเสรีภาพในการแสดงออกแห่งซีเรีย (SCM), สถาบันริเริ่มนำความยุติธรรมสู่สังคมเปิด (OSJI) และหอจดหมายเหตุซีเรีย ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2564 จากกรณีการใช้อาวุธเคมีต้องห้ามกับพลเรือนในเมืองดูมา และในเขตกูตาตะวันออก (Eastern Ghouta) ในเดือนสิงหารคม 2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ศพ

ทั้งนี้ รัฐบาลซีเรียถูกกล่าวหาว่า ใช้แก๊สพิษในเขตกูตา ชานกรุงดามัสกัส กับฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏที่กองทัพฝ่ายรัฐบาลพยายามจะยึดคืนมานานกว่า 1 ปี โดยฝ่ายซีเรียกล่าวหากลับว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านต่างหากที่เป็นผู้ใข้อาวุธเคมีโจมตีดังกล่าว

นายแชมมาส ระบุว่า การสืบสวนกรณีนี้เริ่มขึ้น หลังจากมีการยื่นฟ้องร้องตามคำให้การของผู้รอดชีวิตในการโจมตีเมื่อสิงหาคม 2556 ขณะที่ผู้ก่อตั้ง SCM ออกแถลงการณ์ระบุว่า นี่คือชัยชนะครั้งใหม่สำหรับเหยื่อ, ครอบครัวของพวกเขา และผู้รอดชีวิต และเป็นอีกก้าวหนึ่งบนเส้นทางไปสู่ความยุติธรรมและความสงบอย่างยั่งยืนในซีเรีย

ขณะที่ นายฮาดี อัล คาติบ ผู้ก่อตั้งหอจดหมายเหตุซีเรีย กล่าวว่า “ด้วยการออกหมายจับนี้ ฝรั่งเศสได้แสดงจุดยืนว่าอาชญากรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น ไม่สามารถถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีผู้ต้องรับผิดชอบได้ เราเห็นฝรั่งเศสแล้ว และหวังว่าประเทศอื่นจะทำตามในเร็วๆ นี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮามาสอ้าง รพ.อัลชีฟา ถูกอิสราเอลยึดแล้ว หลังกองทัพบุกโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741033

ฮามาสอ้าง รพ.อัลชีฟา ถูกอิสราเอลยึดแล้ว หลังกองทัพบุกโจมตี

16 พ.ย. 2566 02:15 น.

ฮามาสอ้าง รพ.อัลชีฟา ถูกอิสราเอลยึดแล้ว หลังกองทัพบุกโจมตี

กลุ่มฮามาสอ้างว่า อัลชีฟา โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา อยู่ภายในการควบคุมของอิสราเอลแล้ว หลังกองทัพเปิดฉากโจมตีในวันพุธ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัตการโจมตีโรงพยาบาลอัลชีฟา ในช่วงเช้าวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 หลังกล่าวหาว่า กลุ่มฮามาสมีฐานปฏิบัติการใหญ่ในอุโมงค์ใต้กลุ่มอาคารโรงพยาบาล ในขณะที่ฮามาสกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด

ล่าสุด สำนักงานฝ่ายสื่อของกลุ่มฮามาส ออกมาระบุว่า โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดในกาซาแห่งนี้ อยู่ภายในการควบคุมของกองทัพอิสราเอลแล้ว และพวกเขาถือว่า “การยึดครองของอิสราเอลต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อชีวิตและความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์, ผู้บาดเจ็บ, คนป่วย, ทารกที่คลอดก่อนกำหนด และผู้พลัดถิ่น” ที่โรงพยาบาลอัลชีฟา

ทั้งนี้ ดร.คาลีด อาบู แซมรา หนึ่งในแพทย์ของโรงพยาบาลอัลชีฟาบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า พวกเขาได้รับคำเตือนล่วงหน้าเพียง 30 นาทีเท่านั้น ก่อนการโจมตีของกองทัพอิสราเอลจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดวันพุธ “เราถูกขอให้อยู่ห่างจากหน้าต่างและระเบียง เราได้ยินเสียงรถหุ้มเกราะ พวกเขาอยู่ใกล้ทางเข้าโรงพยาบาลมาก”

ขณะที่ นายคาเดอร์ อัล ซานูน นักข่าวในโรงพยาบาลอัลชีฟา บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า รถถังกับยานพาหนะของกองทัพอิสราเอลเข้ามาอยู่ในลานของโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่ทหารอิสราเอลเข้าไปตามอาคารและแผนกต่างๆ เพื่อทำการตรวจค้นและสอบปากคำเหล่าชายหนุ่ม บางคนถูกใส่กุญแจมือและปิดตา ท่ามกลางเสียงยิงต่อสู้อย่างดุเดือดในโรงพยาบาล

ทหารอิสราเอลใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเรียกให้ชายหนุ่มทุกคนในโรงพยาบาลยกมือขึ้น แล้วออกมามอบตัวด้วย

นายอัล ซานูน บอกอีกว่า มีนักรบติดอาวุธถูกยิงเสียชีวิต 4 ศพ แต่เขาเชื่ออย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนใกล้ๆ นอกอาคารโรงพยาบาล

ด้านกองทัพอิสราเอลยอมรับว่า มีหลายคนในโรงพยาบาลที่พวกเขาเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส ถูกสอบสวน พร้อมย้ำด้วยว่าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนไข้, เจ้าหน้าที่การแพทย์ หรือพลเรือนผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล ที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอล

ที่มา : cnn

บราซิลเจอคลื่นความร้อนสูง แผ่ปกคลุม ยกระดับคำเตือนภัยสูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740851

บราซิลเจอคลื่นความร้อนสูง แผ่ปกคลุม ยกระดับคำเตือนภัยสูงสุด

15 พ.ย. 2566 21:30 น.

บราซิลเจอคลื่นความร้อนสูง แผ่ปกคลุม ยกระดับคำเตือนภัยสูงสุด

บราซิลเจอคลื่นความร้อนสูงเป็นประวัติการณ์ ทางการต้องยกระดับคำเตือนสู่ระดับสูงสุด หวั่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างร้ายแรง

สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ทางการบราซิลยกระดับคำเตือนคลื่นความร้อนสู่ระดับสูงสุดในเมืองเล็กเมืองใหญ่ เกือบ 3,000 เมืองทั่วประเทศ หลังในบางพื้นที่กำลังเผชิญอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต

รายงานระบุ คลื่นความร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในบราซิล ทำให้สภาพอากาศในหลายๆ เมือง รวมถึง นครริโอเดอจาเนโร ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ โดยสามารถบันทึกอุณหภูมิสูงถึง 52.5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนกว่าร้อยล้านคนได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนจัด ซึ่งคาดว่าจะร้อนต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 17 พ.ย. นี้เป็นอย่างน้อย

ทางการบราซิลเชื่อว่าปัญหาคลื่นความร้อนนี้เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ 

สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติบราซิล (Inmet) รายงานเมื่อบ่ายวันอังคารที่ 14 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ว่าเมืองเซาเปาโล สามารถบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 37.3 องศาเซลเซียส ซึ่งโดยปกติแล้ว เดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่บราซิล ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าฤดูร้อนในเดือนธันวาคม

คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติถึง 1 เดือน ทำให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทั่วบราซิลปรับตัวสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 5 องศาเซลเซียส มา 5 วันติดต่อกัน ส่งผลให้สถาบันอุตุนิยมฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยสู่ระดับสีแดง หรือระดับสูงสุด เนื่องด้วยความร้อนระดับนี้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

สภาพอากาศแบบสุดขั้วกำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มองว่า คลื่นความร้อนจะเริ่มเกิดยาวนานขึ้นและรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ และคาดว่าจะดำเนินต่อไปตามเท่าที่มนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

ในขณะเดียวกัน โลกอยู่ในช่วงสภาพอากาศเอลนีโญ ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิโลกมักจะสูงขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

สลด รถบัสโดยสารในอินเดีย ตกถนนบนเทือกเขาหิมาลัย ตายอย่างน้อย 30 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740924

สลด รถบัสโดยสารในอินเดีย ตกถนนบนเทือกเขาหิมาลัย ตายอย่างน้อย 30 ศพ

15 พ.ย. 2566 21:10 น.

สลด รถบัสโดยสารในอินเดีย ตกถนนบนเทือกเขาหิมาลัย ตายอย่างน้อย 30 ศพ

สุดสลด รถบัสโดยสารประสบอุบัติเหตุพุ่งตกเขา ในรัฐแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 20 ราย

สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารลื่นไถล ตกถนนบนเทือกเขาหิมาลัย และกลิ้งลงมาตามทางลาดชันสู่ถนนอีกสายบนเขา ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เมื่อวันพุธที่ 14 พ.ย. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 20 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสนับ 10 ราย

รายงานระบุว่า พื้นที่ที่รถบัสโดยสารคันนี้ประสบอุบัติเหตุ เป็นบริเวณถนนในหุบเขาห่างไกลในพื้นที่เมืองโดดา (Doda) ห่างจากเมืองศรีนาการ์ ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร โดยรถบัสโดยสารขนาด 42 ที่นั่ง เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางออกจากเมืองคิสตวาร์ มุ่งหน้าสู่ทางตอนใต้ของเมืองจัมมู

เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อของคนขับที่ขับรถชนกับคานกั้นถนน ขณะที่จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่มากกว่า 25 คน แต่ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ได้ข้อสรุปถึงสาเหตุที่ทำให้รถตกเขา

คลิปวิดีโอจากสถานที่เกิดเหตุเผยให้เห็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ขณะที่หน่วยกู้ภัยพยายามช่วยเหลือผู้บาดเจ็บพาไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียง

ขณะที่นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้น่าเศร้าใจ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวที่สูญเสียคนใกล้ตัวและเป็นที่รักของพวกเขา

อินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงที่สุดในโลก โดยมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายแสนคนต่อปี อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถโดยประมาท ถนนที่ได้รับการดูแลไม่ดี และยานพาหนะที่มีอายุมาก

เมื่อปีที่แล้ว สะพานแขวนเคเบิลอายุนับร้อยปีพังลงในแม่น้ำในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย ส่งผลให้หลายร้อยคนตกลงไปในน้ำและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 132 ราย ถือเป็นอุบัติเหตุที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศในรอบทศวรรษที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

สรุปสถานการณ์ ทหารอิสราเอลบุก รพ. อัลชีฟา ใหญ่สุดในกาซา หวังทลายฐานฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740973

สรุปสถานการณ์ ทหารอิสราเอลบุก รพ. อัลชีฟา ใหญ่สุดในกาซา หวังทลายฐานฮามาส

15 พ.ย. 2566 20:31 น.

สรุปสถานการณ์ ทหารอิสราเอลบุก รพ. อัลชีฟา ใหญ่สุดในกาซา หวังทลายฐานฮามาส

สรุปสถานการณ์สุดเครียด ทหารอิสราเอลบุกโรงพยาบาลอัลชีฟา โรงพยาบาลใหญ่สุดในฉนวนกาซา เมื่อ 15 พ.ย. 2566 อ้างกลุ่มฮามาสมีฐานปฏิบัติการใหญ่ในอุโมงค์อยู่ใต้โรงพยาบาล หลังทหารอิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ปูทางส่งทหารบุก

  • กำลังทหารอิสราเอลบุกเข้าไปในโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดและมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุดในฉนวนกาซา เมื่อ 15 พ.ย. ขณะมีคนไข้ ผู้บาดเจ็บ บุคลากรทางการแพทย์ และชาวปาเลสไตน์ที่เข้ามาหลบภัยในโรงพยาบาลหลายพันคนติดอยู่ในโรงพยาบาล
  • นายแพทย์ Ahmad Mokhallalat ศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลเผยว่าได้ยินปืนดังสนั่นจากทุกทิศทางในโรงพยาบาล หลังกำลังทหารอิสราเอลบุกเข้ามา
  • นายแพทย์ Mokhallalat เปิดเผยว่า ขณะที่ทหารอิสราเอลบุกเข้ามาในโรงพยาบาลอัลชีฟา มีคนไข้ 650 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้อาการโคม่าประมาณ 100 ราย มีพลเรือนปาเลสไตน์เข้ามาหลบภัยสงครามราว 2,000-3,000 คน และมีบุคลากรการแพทย์อยู่ในโรงพยาบาล 700 คน
  • โรงแรมอัลชีฟายังมีทารกคลอดก่อนกำหนด 36 คนที่ต้องถูกนำออกมาจากตู้อบ และทารกเหล่านี้เสี่ยงจะเสียชีวิตเพราะตู้อบไม่มีออกซิเจน หลังโรงพยาบาลถูกทหารอิสราเอลยิงปืนใหญ่โจมตี 3 วันก่อนหน้า
  • มีการอพยพคนออกจากโรงพยาบาล และให้มานั่งที่ลานโล่งในโรงพยาบาล โดยคนเหล่านี้ต้องถูกถอดเสื้อผ้าและถูกทหารอิสราเอลสอบสวน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาและสภาพอากาศหนาวเย็น
  • มีการเปิดเผยว่า ทหารอิสราเอลพยายามจะสังหารทุกคนที่เคลื่อนไหวในโรงพยาบาล 

ที่มา : Aljazeera

นาทีระทึก เครื่องบินลาแทม แอร์ไลน์ โดนนกชนเครื่องยนต์ จนไฟลุก ในบราซิล (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740848

นาทีระทึก เครื่องบินลาแทม แอร์ไลน์ โดนนกชนเครื่องยนต์ จนไฟลุก ในบราซิล (คลิป)

15 พ.ย. 2566 19:36 น.

นาทีระทึก เครื่องบินลาแทม แอร์ไลน์ โดนนกชนเครื่องยนต์ จนไฟลุก ในบราซิล (คลิป)

สุดระทึก เครื่องบินโดยสารลาแทม แอร์ไลน์ โดนนกชนเครื่องยนต์ จนไฟไหม้ หลังเพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินในบราซิล นักบินสุดเก่ง นำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินได้ปลอดภัย จนมีผู้โดยสารคนหนึ่งเดินเข่าลงจากเครื่องบินเพื่อขอบคุณนักบินและทีมลูกเรือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เครื่องบินโดยสารสายการบินลาแทม แอร์ไลน์ เที่ยวบิน LA3361 ได้เดินทางออกจากสนามบิน Luis Eduardo Magalhes ในเมืองซัลวาดอร์ ประเทศบราซิล เมื่อเวลา 19.21 น. ของวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติ Guarulhos ในเมืองเซาเปาโล แต่แล้ว ได้ประสบเหตุ มีนกชนเครื่องยนต์ของเครื่องบินทางฝั่งขวาอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ จนสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้โดยสารอย่างยิ่ง

มีผู้โดยสารคนหนึ่งถ่ายคลิปวิดีโอจากช่องหน้าต่างที่นั่งบนเครื่องบิน แสดงให้เห็นนาทีระทึก มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากเครื่องยนต์เครื่องบินทางขวา ขณะนักบินกำลังเตรียมนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน

ตามรายงานของ AirNav RadarBox บริษัทให้บริการติดตามเที่ยวบินและข้อมูลการบินทั่วโลก ซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองแทมปา สหรัฐฯ ระบุว่า นักบินสายการบินลาแทม แอร์ไลน์ เที่ยวบินนี้ได้ขับเครื่องบินโดยสาร Airbus A321-231 บินวนถึงสองรอบ ก่อนจะลงจอดฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยที่รันเวย์ ที่ 10 ของสนามบินLuis Eduardo Magalhes ในเมืองซัลวาดอร์ 

หลังจากนักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย ทำให้บรรดาผู้โดยสารต่างพากันปรบมือยกย่องกัปตัน และนักบินผู้ช่วย รวมทั้งลูกเรือที่เหลือทั้งหมดของเที่ยวบินนี้ โดยมีผู้โดยสารชายคนหนึ่งได้แสดงความขอบคุณทีมลูกเรือของลาแทม แอร์ไลน์ ด้วยการเดินเข่าลงจากเครื่องบิน ตามที่เขาสัญญาไว้กับตัวเองหากเครื่องบินลำนี้สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยจะเดินเข่าลงจากเครื่องบินเพื่อขอบคุณนักบินและลูกเรือ

ที่มา : Dailymail

LATAM Airlines Airbus A321-231 aircraft (PT-MXQ) made a safe landing on Runway 10 of Salvador International Airport pic.twitter.com/5xb0l0sVkM— flyer737777 (@Flyer737777) November 14, 2023

ไอซ์แลนด์จะสร้างกำแพงล้อมโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ เสี่ยงภูเขาไฟปะทุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740782

ไอซ์แลนด์จะสร้างกำแพงล้อมโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ เสี่ยงภูเขาไฟปะทุ

15 พ.ย. 2566 18:30 น.

ไอซ์แลนด์จะสร้างกำแพงล้อมโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ เสี่ยงภูเขาไฟปะทุ

ไอซ์แลนด์เตรียมสร้างกำแพงล้อมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ หวั่นภูเขาไฟปะทุ และป้องกันไม่ให้ลาวาไหลทะลักเข้าพื้นที่โรงไฟฟ้า จนได้รับความเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการไอซ์แลนด์เตรียมสร้างกำแพงล้อมรอบโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ‘สวาร์ตเซนกิ’ (Svartsengi) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อป้องกันโรงไฟฟ้าจากลาวาภูเขาไฟ ขณะที่เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และหวั่นว่าภูเขาไฟจะปะทุเร็วๆ นี้ 

กำแพงล้อมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Svartsengi ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองกรินดาวิก (Grindavík) ไปทางเหนือประมาณ 4 กิโลเมตร จะมีลักษณะเป็นเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนเส้นทางลาวาไม่ให้ไหลเข้าสู่โรงไฟฟ้าสวาร์ตเซนกิ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของไอซ์แลนด์ (IMO) ระบุวานนี้ (14 พ.ย.) ว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การเกิดแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีลาวาไหลรุนแรงมากขึ้นอยู่ใต้ผืนดินบนคาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟากราดาลสฟยาลล์ (Fagradalsfjall) และห่างจากกรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 32 กิโลเมตรช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนเกือบ 4,000 คนออกจากเมืองกรินดาวิก ซึ่งเป็นเมืองตกปลาของไอซ์แลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พ.ย.

ทางการไอซ์แลนด์ ยังคงคำเตือนความเสี่ยงของการปะทุของภูเขาไฟในระดับสูง แม้ว่าความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวได้ลดลงก็ตาม โดยมีรายงานระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวเกือบ 800 ครั้งในพื้นที่ ระหว่างเที่ยงคืนถึงเที่ยงวันของวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งน้อยกว่าสองวันก่อนหน้า

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่10 พ.ย. 2566 ทางการไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหลังเกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 20,000 ครั้ง ทางบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งไอซแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก และยังมีกลุ่มภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นถึง 33 แห่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

‘ไบเดน’ เตรียมหารือ ‘สี จิ้นผิง’ มาร่วมประชุมเอเปก 2023 ที่สหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740908

‘ไบเดน’ เตรียมหารือ ‘สี จิ้นผิง’ มาร่วมประชุมเอเปก 2023 ที่สหรัฐฯ

15 พ.ย. 2566 17:41 น.

‘ไบเดน’ เตรียมหารือ ‘สี จิ้นผิง’ มาร่วมประชุมเอเปก 2023 ที่สหรัฐฯ

ปธน.ไบเดน เตรียมพบหารือกับสี จิ้นผิง ปธน.จีน ครั้งแรกในรอบปี ในโอกาสเดินทางมาร่วมประชุม เอเปก (APEC) 2023 ที่นครซานฟรานซิสโก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เตรียมประชุมหารือกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ในวันพุธที่ 15 พ.ย.2566 ตามเวลาท้องถิ่น ในโอกาสที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปก (APEC) ประจำปี 2023 ที่นครซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจาก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและโจ ไบเดน ได้ประชุมนอกรอบกันที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียในระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ G20 เมื่อ 14พ.ย.2565

การประชุมนอกรอบระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในครั้งนี้ อาจช่วยลดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับจีน สองชาติมหาอำนาจ ทั้งในเรื่องความขัดแย้งทางทหาร การลักลอบค้ายาเสพติด และการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในด้านเทคโนโลยี รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเดินทางถึงนครซานฟราสซิสโก ประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 14 พ.ย. 2566 เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก 2023

ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ และจีน มีความคาดหวังต่ำเกี่ยวกับ ประเด็นตึงเครียด ทั้งกรณีไต้หวัน ทะเลจีนใต้ สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส สงครามรัสเซีย-ยูเครน เกาหลีเหนือและประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่สามารถทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงกันได้มานานแล้ว

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้การต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำเอเปก 2023 ที่นครซานฟราสซิสโก

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโกเมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC) ประจำปี 2023 โดยมีเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย และเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐฯ และคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มาให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ มีผู้นำชาติสมาชิกเอเปก จาก 21 ประเทศและดินแดน รวมทั้งซีอีโอ หรือประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทชั้นนำในนครซานฟรานซิสโกหลายร้อยคน ร่วมการประชุมผู้นำเอเปก 2023 ที่ซานฟรานซิสโก ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจของจีนอ่อนแอลง จีนเกิดข้อพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้กับประเทศเพื่อนบ้าน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กำลังแบ่งแยกสหรัฐฯ จากชาติพันธมิตร

ที่มา : Reuters

ฟินแลนด์ พิจารณาจะปิดจุดผ่านแดนติดรัสเซีย สกัดคนพยายามลี้ภัยเพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740752

ฟินแลนด์ พิจารณาจะปิดจุดผ่านแดนติดรัสเซีย สกัดคนพยายามลี้ภัยเพิ่มขึ้น

15 พ.ย. 2566 15:15 น.

ฟินแลนด์ พิจารณาจะปิดจุดผ่านแดนติดรัสเซีย สกัดคนพยายามลี้ภัยเพิ่มขึ้น

ฟินแลนด์กำลังพิจารณาจะปิดจุดผ่านแดนบางแห่งที่ติดกับรัสเซียดีหรือไม่ หวังสกัดผู้คนที่พยายามลี้ภัยเข้ามาในฟินแลนด์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลฟินแลนด์กำลังพิจารณาจะปิดจุดผ่านแดนบางแห่งที่ติดกับพรมแดนรัสเซียดีหรือไม่ เพื่อสกัดกั้นผู้คนที่พยายามลี้ภัยโดยไม่มีเอกสารรับรองที่ถูกต้อง 

Mari Rantanen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฟินแลนด์ กล่าวว่า จำนวนผู้อพยพที่จุดผ่านแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ซึ่งรัฐบาลฟินแลนด์สันนิษฐานว่าการเพิ่มขึ้นของผู้อพยพเกิดจากการที่รัสเซียเปลี่ยนแปลงนโยบายและข้อบังคับเกี่ยวกับการข้ามพรมแดน

ก่อนหน้านี้ ทั้งฟินแลนด์ และรัสเซีย มีความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานในการสกัดกั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่มีวีซ่า หนังสือเดินทาง และเอกสารที่จำเป็นเดินทางเข้าทั้ง 2 ประเทศ แต่ไม่นานมานี้ ทางการรัสเซียเริ่มอนุญาตให้ผู้เดินทางที่ไม่มีเอกสารรับรองสามารถเดินทางผ่านชายแดน เข้าสู่จุดผ่านแดน ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถขอลี้ภัยไปยังฟินแลนด์ได้

เบื้องต้น รัฐมนตรีมหาดไทยระบุว่า ยังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าทำไมรัสเซียถึงเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการข้ามพรมแดนกะทันหัน

“เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือให้ไปถึงชายแดน ดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบ” นายกรัฐมนตรี เพตเตรี ออร์โป ของฟินแลนด์กล่าวกับผู้สื่อข่าววานนี้ (14 พ.ย.) “ข้อความของรัฐบาลชัดเจน: เราต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องความมั่นคงของชายแดนของเรา” ออร์โปเสริม

จนถึงปัจจุบัน จำนวนผู้อพยพที่เดินทางผ่านชายแดนฟินแลนด์-รัสเซียถือว่ามีน้อยมาก เมื่อเทียบกับจุดผ่านแดนอื่นๆ ในยุโรป ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้อพยพเพียง 71 คน โดยประมาณครึ่งหนึ่งมาจากอิรัก และส่วนที่เหลือมาจากประเทศต่างๆ เช่น ซีเรีย เยเมน ตุรกี และโซมาเลีย

ทั้งนี้ หลังจากรัสเซียทำสงคราม บุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ฟินแลนด์ได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) และกลายเป็นสมาชิกนาโตชาติที่ 31 ในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ทางการรัสเซียเคยวิพากษ์วิจารณ์ว่า การรับฟินแลนด์เป็นสมาชิกนาโตนั้นละเมิดความมั่นคงและผลประโยชน์ของรัสเซีย ทำให้รัสเซียถูกบีบให้ต้องใช้มาตรการตอบโต้เพื่อรับรองความมั่นคงของตัวเอง หลังนาโตมีพื้นที่ชายแดนติดกับรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : AP