‘บพข.’กองทุน’ววน.’หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769508

'บพข.'กองทุน'ววน.'หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

‘บพข.’กองทุน’ววน.’หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.45 น.

บพข. กองทุน ววน. หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ผนึกกำลังผู้ประกอบการ นักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวไทย ร่วมงาน WTM 2023 ณ กรุงลอนดอน มุ่งเป้าดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเน้นท่องเที่ยวยั่งยืน

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (บพข.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว คณะนักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของไทย ร่วมงาน WTM 2023 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2566 ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ชูประเด็นการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล พร้อมผนึกกำลังผู้ประกอบการ นักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวไทย ร่วมงาน WTM 2023 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และมีความสำคัญที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมายาวนานถึง 42 ปี มุ่งเป้าดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเน้นท่องเที่ยวยั่งยืน พร้อมเร่งผลักดันตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดยุโรปที่มีการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวสูง และมีระยะเวลาพำนักนาน ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2566 ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.นำทีมคณะนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวมูลค่าสูง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และททท.สำนักงานลอนดอน เชิญให้เข้าร่วมงานมหกรรมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ WTM LONDON 2023 ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมผู้บริหาร คณะนักวิจัย ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ร่วมเดินทางในครั้งนี้

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากการวิจัย ให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน ซึ่งขณะนี้มี 9 แห่ง รวมไปถึงสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนส่งเสริม ววน. ไปยังมหาวิทยาลัยและหน่วยงานระดับกระทรวง/กรมต่างๆในฐานะหน่วยรับงบประมาณราว 190 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ หน่วยบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมี รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ เป็นผู้อำนวยการ บพข. โดยแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ โดยแผนววน.ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระยะ 5 ปี (ช่วงปี 2566-2570) กำหนดเป้าหมายในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในประเทศไทยในระยะเวลา 10 วันขึ้นไป โดยมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป และที่สำคัญ คือ จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น ตัวชี้วัดนี้จะไม่รวมกรณีไทยเที่ยวไทย      จึงเป็นเหตุที่เราจะต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชน ปัจจุบันมีนักวิจัยกว่า 1,000 คนจากหลากหลายมหาวิทยาลัย แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคเอกชนจะสามารถช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง อาทิ สมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย ( TEATA) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) เป็นต้น ซึ่งสมาคมดังกล่าวยินดีร่วมลงทุน/In cash ในสัดส่วน 12 % -15% จากงบประมาณที่บพข.สนับสนุน ทั้งนี้ มีข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน มีเป้าประสงค์เดียวกัน เช่น ร่วมกันกำหนดการส่งมอบผลการวิจัย อาทิ ตัวชี้วัดในเรื่อง เศรษฐกิจ รายได้ของประเทศ รายได้ของผู้ประกอบการ ที่เน้นการทำงานคู่ขนานกัน

เรื่องของ Carbon Neutral Tourism เราได้รับความกรุณาจากสมาคม TEATA เป็นอย่างมาก ที่นำผลผลิตจากการวิจัย สินค้าและบริการที่เป็นผลผลิตการวิจัยมาร่วมกันออกแบบโปรแกรม/กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการขายจริง จากปี 2564 ที่มีความร่วมมือกับองค์กร 8 พันธมิตร คือ อบก. ททท. สสปน. อพท. หอการค้าไทยและสมาคมหอการค้าไทย รวมทั้ง TEATA โดยมี อบก. หรือ  TGO องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านเทคนิคการวัดการปล่อยคาร์บอน การลด การชดเชย ซึ่งขณะนี้ บพข.ได้จัดทำ แอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” เพื่อใช้ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอนจากกิจกรรม/โปรแกรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะมีการแถลงผลงานความสำเร็จในวันที่ 23 พฤศจิกายน  ที่จะถึงนี้

ผศ.สุภาวดี กล่าวเสริมว่า การออกแบบแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก คือ การเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พยายามที่จะทำในเรื่องของคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ตอนนี้เรายังอยู่ในขั้นของการวัด การลด และชดเชยอยู่ คาดว่าราวปี 2568-2569 TEATA ร่วมกับคณะนักวิจัย จะสามารถออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว Net Zero Emmission Route โดยมีเครือข่ายผู้ประกอบการร่วมหนุนเสริม กลุ่มที่ 2 คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอนนี้มีเรื่องของ SPA และ SPORT เช่น มวย ปั่น วิ่ง กอล์ฟ ซึ่งในปีนี้มีการพัฒนา มวยไทย ซึ่งจัดเป็น Soft Power ชั้นนำของไทยไปสู่มวยในเมตาเวิร์สได้สำเร็จแล้ว กลุ่มที่ 3 คือ การวิจัยเชิงนโยบายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่บางประเด็นอาจเป็นข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยวของประเทศ จึงจำเป็นต้องศึกษาหาทางออก ในรูปแบบข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วน อาทิ ผลกระทบของโควิดต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้งด้านเศรษฐกิจโดยรวม ผู้ประกอบการ รวมทั้งแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (ผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ผู้ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพผสมผสานการท่องเที่ยว เป็นต้น) โดยในกลุ่มนี้ มีพันธมิตรคือ ผู้ประกอบการนัตตี้แอดเวนเจอร์ ที่คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 นี้ร่วมเสนอขายผลผลิตจากงานวิจัยเส้นทางเพื่อคนทั้งมวลอย่างน่าประทับใจ และกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับ Soft Power พร้อมแนวคิดในเรื่องของความยั่งยืน ตานโยบายของรัฐบาล

ด้านของ ททท. โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศในการแถลงข่าวของ ททท.ในงาน WTM 2023 ว่า “การเข้าร่วมงาน WTM ในครั้งนี้ ททท.ได้เปิดตัวแคมเปญ Meaningful Relationship ซึ่งเป็นแคมเปญสื่อสารตลาดต่างประเทศ มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่เปี่ยมด้วยความหมายทั้งกับผู้คน ชุมชนท้องถิ่น ธรรมชาติ หรือแม้แต่กับตัวตนภายในของนักท่องเที่ยวเอง ที่จะทำให้การเดินทางนั้นเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและอยู่ในความทรงจำ นอกจากนี้ ททท. ยังมุ่งที่จะตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่วมกับพันธมิตรในการเสนอขายเส้นทางการท่องเที่ยวแบบ Carbon-Neutral สู่ตลาดยุโรป ซึ่งกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ ผ่าน กิจกรรม Carbon Neutral Tourism in Thailand by TEATA & Tourlink เชิญผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วม 25 ราย เพื่อนำเสนอขายกว่า 20 เส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด ปรับ ลด ชดเชย ในตลาดยุโรป

วสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) เผยว่า สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย เป็นสมาคมที่เกิดขึ้นมาประมาณ 25 ปี เป็นบริษัทนำเที่ยว โรงแรมหรือ Outdoor Activity ในการนำภาคเอกชนการท่องเที่ยวมารวมตัวกันให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย ทำเรื่องของความยั่งยืนมาโดยตลอด เป็นโอกาสดีอย่างมากที่ผู้ประกอบการอย่างเราได้รับการหนุนเสริมทางวิชาการ ผ่านกระบวนการวิจัยจาก หน่วยทุน บพข. กองทุน ววน. ทำให้มีเข็มมุ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการที่ประเทศไทยไม่เคยมีใครทำเรื่องนี้มาก่อนก็ได้มีการเข้าไปหาองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีการชดเชยคาร์บอนในทางท่องเที่ยว ทำให้ได้แนวคิดขึ้นมาที่จะทำการวิจัยเมื่อปี 2564 ที่จังหวัดน่าน นับเป็นจุดเริ่มต้น เป็นจุดกำเนิด ทำให้เราได้กระบวนการ “วัด ลด ชดเชย และบอกต่อ” การวัด ในที่นี้หมายถึง การประเมินการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนปี 2565 ได้นำกระบวนการที่ได้มาออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยว และได้มีการทดสอบการท่องเที่ยวมาทดสอบความเชื่อมั่นว่าน่าเชื่อถือไหม ได้ผลจริงไหม ภายใต้งานวิจัยเราต้องทำให้ถูกต้องเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น  จึงได้รับความร่วมมือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเป็นพี่เลี้ยงให้ นำศึกษาองค์ความรู้ต่างๆ และทำให้เส้นทางต้นแบบกว่า 50 เส้นทาง มาพัฒนาและยกระดับให้สูงขึ้น และในปีนี้ 2566 ได้มีการทำงานร่วมกับ Tourlink หน่วยงานจากยุโรปที่ทำเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้มี Camacal เป็นเครื่องมือวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกิจกรรมการท่องเที่ยวระดับสากล ผ่านการวิเคราะห์รูปแบบการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทำเรื่องของ PCRs (Product Category Rules) คือ การจัดทําข้อกําหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละ ผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

ในโอกาสนี้ Tourlink โดย คุณ Peter Richards Project Manager at TOURLINK Project (SWITCH ASIA) ได้เชิญ Tour Operator ในภาคพื้นยุโรปจับมือในการทำเรื่องของการตลาด โดย 7 เส้นทางไฮไลต์ที่นำเสนอขายจริง รวมกับ 13 เส้นทางที่เกิดขึ้นจากกระบวนการวิจัยของ บพข.นั้นสามารถขายได้จริง มีการนำเส้นทางเดิมมาทำให้เป็น CNT หรือ Carbon Neutral Tourism ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ TEATA สามารถเผยแพร่ตรงนี้ได้อย่างมั่นใจ เพราะตลาดยุโรปและตลาดอังกฤษให้ความสนใจเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในงาน WTM 2023 นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากหลากหลายบริษัททั้งที่ติดต่อมาทั้งออนไลน์และมาที่บูธ รวมราวๆ 35 บริษัท โดยคณะกรรมการ TEATA ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ได้แก่ คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น คุณปาริชาต สุนทรารักษ์ คุณสุภาวดี ฤทวิรุฬห์ คุณกุสุมาและคุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ในฐานะสมาชิกของ TEATA

นายก TEATA เสริมต่อว่า เรื่องของการชดเชยคาร์บอนแต่ก่อนเราจะต้องมีการซื้อโครงการจากต่างประเทศ    เพื่อมาชดเชยแต่วันนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยจะมีแพลตฟอร์มในการชดเชยคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้น ซึ่งทางบพข.
ได้สนับสนุนการจัดทำแอพพลิเคชันเกิดขึ้น ชื่อว่า “Zero Carbon” สามารถคำนวณในมือถือได้เลยและจะได้ Certification เบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการการท่องเที่ยวไทย

นิธิ สืบพงษ์สังข์ ซีอีโอ นัตตี้แอดเวนเจอร์ อยุธยาโบท จากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวกับเราว่า การร่วมงานเจรจาธุรกิจที่ WTM2023 LONDON โดยภาพรวม เราได้พบกับ ตัวแทนจากบริษัทคู่ค้า 49 ราย มี 13 รายที่ให้ความสนใจเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All ซึ่งเป็น โปรแกรมหลักที่ Nutty’s Adventures นำไปเผยแพร่ในงานนี้ และมุ่งเน้น Destination for All ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่รับการสนับสนุน จาก บพข. กองทุน ววน. มาอย่างต่อเนื่อง เท่าที่มีการพูดคุยกับคู่สนทนาทางการค้า เห็นชัดว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคพื้นยุโรปมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างเป็นระบบโดยผ่านงานวิจัยที่มีการทำงานร่วมกันทั้งทางภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการที่หนุนเสริมกันอย่างต่อเนื่อง และการทำงานวิจัยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งโมเดลการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ของ บพข.นี้ สร้างประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นการร่วมมือทำงานที่ลงลึกทั้งในเชิงวิชาการและวิชาชีพ ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นคล่องตัวขึ้นและครบมิติมากขึ้น

นอกจากนี้ ผศ.สุภาวดี ได้นำทีมผู้บริหาร ผู้อำนวยการแผนงานวิจัยและคณะนักวิจัย ร่วมหารือการส่งเสริมด้านการตลาดและส่วนที่เกี่ยวข้องในงาน WTM London 2023 กับนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการททท. ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกา โดย ททท.ได้ขอให้ทาง บพข. ซึ่งเข้มแข็งเชิงวิชาการ/การวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้การสนับสนุนการวิจัยเพื่อกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจำนวนมากตามเป้าหมายของรัฐบาล หรือ Thailand Tourism Carrying Capacity เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนกับศักยภาพความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยอาจจะเริ่มจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมทั้ง ข้อมูลเชิงลึกของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาทิ สไตล์  ความชื่นชอบ การใช้จ่ายเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของททท. ยังได้กรุณาแนะนำประเด็นวิจัยในการจัดทำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆเพื่อให้ความรู้กับตัวแทนนำเที่ยวในต่างประเทศ ก่อนดำเนินการทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวในระยะต่อไป จึงนับเป็นประเด็นวิจัยที่บพข.ต้องเร่งดำเนินการสนับสนุนหน่วยงานสำคัญของประเทศ

ในวันที่สามของการจัดงาน ททท. ได้เปิดพื้นที่ให้ทางคณะนักวิจัย บพข. และผู้ประกอบการของสมาคม TEATA ได้เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมทั้งการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์กับตลาดยุโรป คณะนักวิจัยได้นำเสนอข้อมูล Thai Wellness Andaman และตัวอย่างกิจกรรมและโปรแกรมการท่องเที่ยว Wellness รวมถึง Thailand Carbon Neutral Tourism และ Agro Tourism ให้กับตัวแทนนำเที่ยว และองค์กรต่างๆ ในประเทศสหราชอาณาจักรและภาคพื้นยุโรป และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับการดำเนินงาน คณะผู้วิจัยประกอบด้วย ศ.ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผอ.แผนงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บพข. รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผอ.แผนงานการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ บพข. รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ และผศ.ดร.พิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ด้านการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว และรศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้านการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร พร้อมด้วยคุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก และ คุณกุสุมา กิ่งเล็ก เจ้าของโรงแรมอ่าวนาง ปริ้นซ์วิลล์ รีสอร์ต แอนด์ สปา, กระบี่ โรงแรมแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานการบริการเชิงสุขภาพ WellHotel ในระดับ World Class พร้อมด้วย ผศ.อนพัทย์ หนองคู ผู้ประสานงานแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. และคุณปาริชาต สุนทรารักษ์ อุปนายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยเป็นผู้ดำเนินรายการและแนะนำภาพรวมของ CNT ที่กำลังดำเนินการ

ด้าน ดร.ฉัตรฉวี คงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักพัฒนากองทุนและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สกสว. กล่าวเสริมถึงบทบาทของกองทุน ววน. ว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งบริหารจัดการกองทุนโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน ขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดย ผู้อำนวยการ สกสว. รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล พร้อมให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น เพื่อประเทศไทยที่แข็งแกร่งกว่าเดิม โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนั่นเอง

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769484

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.42 น.

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม “ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย” ศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมประสานภารกิจ ครั้งที่ 6 โดยมี พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน และมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยข้าราชการการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลัก องค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมราชวัลลภ 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ.ฯ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบทุกหน่วยงานของ ศธ.ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2566 นี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) 

 นอกจากนี้ รมว.ศธ. ได้มอบองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ จัดเตรียมประชาสัมพันธ์ผลงานตามนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้กับประชาชนคนไทย พร้อมทั้งได้เน้นย้ำแนวทางการทำงานของ ศธ. ให้ตอบโจทย์นโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา “Anywhere Anytime” เรียนฟรีมีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มุ่งสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการ Upskill (ยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น) และ Reskill (สร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน) ให้กับนักเรียนนักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ให้สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการนำเสนอ การหาความรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานขององค์กรหลักและองค์กรในกำกับ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ การดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ความคืบหน้าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. การเตรียมแผนพัฒนาสมรรถนะครูสู่มืออาชีพ การพัฒนาแพลตฟอร์มและพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (coaching) แก่เด็กอาชีวะ การจัดการเรียนรู้รองรับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 การทดสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และการนำผลโอเน็ตไปใช้จัดการเรียนการสอนและพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นต้น 

‘ปธ.ศาลฎีกา’พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769440

'ปธ.ศาลฎีกา'พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

‘ปธ.ศาลฎีกา’พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.46 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ศาลยุติธรรม เพื่อนำไปถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาณวัดมหาพฤฒาราม วรวิหาร แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมี นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศาลยุติธรรม คณะผู้พิพากษา ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี

สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้รวบรวมจตุปัจจัย ซึ่งข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ลูกจ้างและพนักงานราชการศาลยุติธรรมในสังกัด รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญถวาย โดยมียอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,228,299 บาท ในโอกาสนี้ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ได้ร่วมทำบุญมหากุศลครั้งนี้

ทั้งนี้ วัดมหาพฤฒาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เติมเรียกว่า วัดท่าเกวียน ต่อมาได้แปลงเป็นวัดตะเคียน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเมื่อทรงพระผนวชอยู่ได้ทรงทราบถึงกิตติคุณของพระอธิการแก้ว เจ้าอาวาสจึงมีพระราชศรัทธาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าป่าที่วัดนี้ในคราวนั้นพระอธิการแก้วจึงได้ถวายพยากรณ์ว่า จะได้ครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน หลังจากนั้นไม่นานพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์พระอธิการแก้วเป็น “พระมหาพฤฒาจารย์” กับทั้งโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดตะเคียนขึ้นใหม่ทั้งพระอารามให้งดงามแล้วพระราชทานนามว่า “วัดมหาพฤฒาราม” ดังกล่าว

– 006

ครั้งแรก!‘ชินส์ แกลเลอรี่-JWD Art Space’จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยว 5 ศิลปินคอนเทมโพรารี่ชื่อดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769320

ครั้งแรก!‘ชินส์ แกลเลอรี่-JWD Art Space’จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยว 5 ศิลปินคอนเทมโพรารี่ชื่อดัง

ครั้งแรก!‘ชินส์ แกลเลอรี่-JWD Art Space’จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยว 5 ศิลปินคอนเทมโพรารี่ชื่อดัง

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.51 น.

ชินส์ แกลเลอรี่ จัดโซโล่โชว์ของ 5 ศิลปินร่วมสมัยแถวหน้ากับกว่า 40 ผลงาน ร่วมกับ JWD Art Space ใจกลางเมือง นำโดยศิลปินเปี่ยมประสบการณ์กับนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในไทยของ โยฮัน เดคแมน (Johan Deckmann) จากเดนมาร์ก และ ริชาร์ด โคลแมน (Richard Colman) จากสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังได้ศิลปินชื่อดังมากประสบการณ์ในวงการอย่าง จอร์แดน นิคเคิล จากสหรัฐฯ และ แม็กซ์เวล แมคมาสเตอร์ รวมถึงรุ่นเก๋าสไนป์วันจากญี่ปุ่น มาร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้ด้วย เตรียมค้นหาความหมายของชีวิตผ่านงานศิลป์จากต่างประเทศ บนพื้นที่กว่า 400 ตร.ม. ที่ JWD Art Space ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน

อรศิรี ชินกำธรวงศ์ ผู้ก่อตั้ง ชินส์ แกลเลอรี่ (Chin’s Gallery) กล่าวถึงงาน “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงการศิลปะในประเทศไทย แกลเลอรี่ของเราก่อตั้งบนความตั้งใจที่อยากมีส่วนร่วมกับ urban contemporary art ที่ผสานทั้งความสนุก หลากหลาย เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา สำหรับงานนี้เราต่อยอดความตั้งใจด้วยการจัดโซโล่โชว์ของศิลปินชื่อดังถึง 5 ท่าน โดยร่วมมือกับ JWD Art Space เราหวังว่างานของศิลปินชั้นนำผนวกความสะดวกสบายด้านการเดินทางจะถูกใจแฟนเบสและทุกคนที่มาร่วมงานครั้งนี้ค่ะ”

ศิลปินที่มาจัดงานแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ โยฮัน เดคแมน (Johan Deckmann) จากเดนมาร์ค และ ริชาร์ด โควแมน (Richard Colman) จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงศิลปินมากประสบการณ์ เช่น จอร์แดน นิคเคิล (Jordan Nickel) แม็กซ์เวล แมคมาสเตอร์ (Maxwell McMaster) จากสหรัฐอเมริกา และ สไนป์วัน (Snipe1) จากญี่ปุ่น

ศิลปินท่านแรก โยฮัน เดคแมน มากับนิทรรศการ The Art of Embracing Chaos จากโคเปนเฮเกน ที่เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นให้ค้นหาความชัดเจนและจุดมุ่งหมายของมนุษย์บนเส้นทางชีวิตที่ล้วนอนิจจัง เปิดประตูผ่านงานศิลป์เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจและค้นหาตัวตนผ่านการค้นลึกไปในจิตใจ เดคแมนสร้างสรรค์ผลงานผ่านตัวอักษรเพราะเขาเชื่อว่าตัวอักษรเป็นศิลปะทรงพลังเปี่ยมความหมาย ไม่ต่างจากงานศิลปะแนวอื่น เดคแมนผสานความสามารถด้านการวาดภาพ บทกวี และหลักจิตวิทยา อย่างแยบยล เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยการดำดิ่งสู่ความหมายของชีวิตอันซับซ้อน ผ่านผลงานตัวอักษรบนปกผ้าห่อหนังสือ โดยหวังให้ผู้อ่านได้สะท้อนคิด งานของเดคแมนโยงใยเรื่องราวโดยปราศจากปัจจัยด้านเพศ วัฒนธรรมและอายุ จึงเป็นลูกเล่นที่เรียบแต่ทรงพลังบนพื้นฐานของถ้อยคำที่ความงดงามและสมถะ

“ผมรู้สึกตื่นเต้นกับงานแสดงผลงานครั้งแรกในไทยและเฝ้ารอกระแสตอบรับจากผู้เข้าชม งานครั้งนี้ นอกจากจะมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับผมแล้ว การที่ผมมีผู้ชมจากอีกมุมโลก ก็สร้างแรงบันดาลใจได้มาก งานของผมสื่อสารถึงทุกคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ ทั้งกับตนเองและผู้อื่น พวกเราล้วนได้รับของขวัญของการมีชีวิตอยู่ แม้จะมีทั้งด้านบวกและลบผสมกันไป งานของผมนั้นใช้ถ้อยคำบอกเล่าหลากหลายเรื่องราวโดยหวังกระตุ้นต่อมความคิด ในงานนี้ ผมเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวกับความหวังอันโยงใยถึงกำเนิดมนุษย์ ความสำเร็จ เป้าหมายในชีวิต แอลกอฮอล์ รวมถึงความกังวลต่ออนาคตของมวลมนุษยชาติ ผมมักได้แรงบันดาลใจจาการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ และต่อยอดไปถึงโลกใบนี้ที่นับวันจะมีแต่ความผันแปร ผมจะชอบตั้งคำถามชวนให้คิด เช่นว่า มนุษย์จะฝึกจิตใจให้ดำรงอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนี้ได้อย่างไร การหลีกหนีนั้นเป็นทางออกที่ยั่งยืนหรือไม่ มนุษย์ถือกำเนิดมาจากที่ใด แล้วเรายังควรมีหวังต่อไปหรือไม่ เมื่อผมสวมหมวกนักจิตบำบัดแล้วผมจะชอบตั้งคำถามชวนสะท้อนคิดอยู่เสมอ” เดคแมนกล่าวเพิ่มเติม

ริชาร์ด โควแมน จากสหรัฐอเมริกาเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มาจัดงานแสดงในไทยเป็นครั้งแรก เขานำเสนอจินตภาพรูปทรงเรขาคณิตที่เชัดเจน ผสานกับสัญลักษณ์ส่วนบุคคล โดยผลงานของโคลแมนผสมผสานองค์ประกอบที่ซับซ้อนและมีสีสันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งยังมุ่งสะท้อนประเด็นใกล้ตัว เช่น ชนชั้นทางสังคม ความสัมพันธ์ ชีวิตและความตาย ผลงานของเขามีหลากหลายทั้งภาพวาด จิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรม

อีกหนึ่งศิลปินจากสหรัฐฯ คือ จอร์แดน นิคเคิล จากสหรัฐฯ เป็นที่รู้จักในนาม POSE คือผู้ชำนาญการผสมผสานองค์ประกอบของป๊อปอาร์ต การ์ตูน และสตรีทอาร์ตเข้ากับจิตรกรรมฝาผนังและภาพวาดบนผืนผ้าใบในรูปแบบของภาพประกอบคมชัดและเซตสีคอนทราสต์สูงจัดจ้านมีชีวิตชีวา POSE เริ่มรู้จักงานกราฟฟิตี้ตั้งแต่เด็ก และเขาหลงใหลตัวอักษรกราฟฟิตี้สีสันสดใสเรื่อยมา POSE มีความสามารถด้านการประดิษฐ์และดึงเอาความทรงจำจากช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมาอธิบายผ่านงานป๊อปอาร์ตเพื่อสื่อสารเรื่องราวลึกซึ้ง

แม็กซ์เวล แมคมาสเตอร์ ผู้รังสรรค์งานด้วยแรงบันดาลใจจากรัฐบ้านเกิด แม็กซ์เวลมักจะสร้างผลงานที่ใช้รูปลักษณ์ สี และวัสดุที่พื้นผิว แตกต่างกันไปเพื่อเพิ่มมิติความลึกให้แก่ฉากต่าง ๆ อันเกิด จากการท่องเที่ยวและใช้ชีวิตของเขา ผลงานของเขามักจะดู เหมือนจะมีสไตล์ที่มินิมอล แต่แฝงไปด้วย รายละเอียดที่ซับซ้อน งานศิลป์ชุดนี้เชื้อเชิญให้ทุกท่านมาร่วมสะท้อนคติแห่งชีวิต ความลี้ลับ และ ชื่นชมความงดงามที่แฝงอยู่ด้วย

ท่านสุดท้ายคือสไนป์วัน ผู้ขึ้นแท่นศิลปินรุ่นเก๋าแห่งวงการกราฟฟิตี้ญี่ปุ่น โดยเข้าวงการตั้งแต่ยุคบุกเบิก และมุ่งสู่กราฟฟิตี้ระดับโลกในนครนิวยอร์กในช่วงวัยรุ่น เขาเดินทางรอบโลกเพื่อสร้างผลงานและเครือข่าย ก่อนเดินทางกลับญี่ปุ่น และตั้งแต่กลับไป สไนป์วันทุ่มเทกับการเผยแพร่วัฒนธรรมกราฟฟิกตี้แนวญี่ปุ่น ผสมรวมแนวสตรีทเข้ากับ “ความดิบ” ซึ่งทำให้ผลงานเขาเป็นที่จดจำ ในช่วงปีที่ผ่านมา เขาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับผู้คนหลากวงการ ทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับโลกและศิลปินชื่อดัง กับผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ว่าสไนป์วันคือศิลปินแถวหน้าของวงการศิลปะร่วมสมัยในเอเชีย

งานแสดงโซโล่โชว์ของศิลปินทั้ง 5 ท่านจัดแสดงโดย ชินส์แกลเลอรี่ ณ ห้องแสดงนิทรรศการ JWD Art Space ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ถึง 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2740753

"สุวรรณ แทนสถิตย์" เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

16 พ.ย. 2566 05:14 น.

“สุวรรณ แทนสถิตย์” เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน 2566

  • ภาพรวมของ การประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปก ที่ นครซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐฯ…โฟกัสไปที่ การหารือสันติภาพโลกและพัฒนาการ ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน กับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง…..กระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าว ประมุขของทั้งสองประเทศ จะสื่อสารกันในเชิงลึกว่าด้วยประเด็นยุทธศาสตร์ และทิศทางที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ…..ออกตัวแรง จีนไม่กลัวการแข่งขัน แต่ไม่เห็นด้วยกับการนิยามความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เป็นการแข่งขัน…..ขณะที่ ทำเนียบขาว แถลงดักคอ ผู้นำทั้งสองประเทศจะหารือกันทั้งใน ประเด็นทวิภาค ภูมิภาคและประเด็นโลก รวมถึงหนทาง จัดการแข่งขันอย่างรับผิดชอบ….ไม่มีใครยอมใคร
ปรับโฉม – พราวพุธ ลิปตพัลลภ เปิดโฉมใหม่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ให้ทันสมัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยมี จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ, พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ และ สุวัจน์–พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท วันก่อน.
  • ส่วนภารกิจ นายกฯ เซลส์แมน เศรษฐา ทวีสิน นอกจากจะทำหน้าที่ผู้นำประเทศในเวทีเอเปกแล้ว…การพบปะหารือ นักธุรกิจระดับบิ๊กของสหรัฐฯ อาทิ บริษัท HP บริษัทคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ระดับโลก…..ที่ต้องการเข้ามาขยายฐานการลงทุนในไทย….ADI บริษัทผลิตวงจรรวมรายใหญ่ระดับโลกในการออกแบบและผลิตครบวงจรพร้อมที่จะขยายการลงทุนในไทยเช่นกัน …ในขณะเดียวกันยังพบกับ ผู้บริหาร Tesla หารือถึง ความร่วมมือการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในไทยมากขึ้น……ที่ยังอุบไว้ก่อน การพบปะหารือของ ผู้บริหารคอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง ของสหรัฐฯ….รับประกันไม่เสียเที่ยว
  • และจากการเปิดเผยของ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ….ทริปเอเปกเที่ยวนี้ จะมี 20 นักธุรกิจไทยชั้นนำ อาทิ ศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้บริหารซีพี วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร……สุภรัฐ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารเซ็นทรัลกรุ๊ป พงศภัค นครศรี ผู้บริหารสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิล ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกลุ่มทรูดิจิทัล….ไปร่วมกิจกรรม Networking Reception พบนักธุรกิจสหรัฐฯกว่า 80 บริษัท….ตั้งเป้าเอาไว้ใน 4 ปี จะดึงบริษัทชั้นนำไม่น้อยกว่า 100 บริษัท มาลงทุนในไทย คาดจะมี การจ้างงานเพิ่มขึ้น กว่า 10,000 ตำแหน่ง….โชติช่วงชัชวาล
เชิญชม – คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เปิดนิทรรศการ “จิตรกรรมบัวหลวง : ห้วงแห่งความทรงจำ” แสดงผลงานของศิลปินชั้นครูของประเทศ จัดถึง 8 ม.ค.67 โดยมี ศ.ปรีชา เถาทอง และ ธงชัย รักปทุม มาร่วมงานด้วย ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันก่อน.
เวลคัม – ดร.อรรชกา สีบุญเรือง และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ The 62nd International Congress and Convention Association Congress 2023 โดยมี สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา และ ปนิษฐา บุรี มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ส่วนปัญหาสารพันของ ดิจิทัล วอลเล็ต…..ล่าสุดนายกฯ เศรษฐา ส่งสัญญาณมาจาก สหรัฐฯ….ไม่อยากจะไปโต้ตอบกับคนที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะ ศิริกัญญา ตันสกุล….มองว่า โครงการดิจิทัล วอลเล็ต เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากประเทศ กำลังมีวิกฤติ….แสดงความมั่นใจ 320 เสียงพรรคร่วมรัฐบาล จะสนับสนุน พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน…..รวมทั้ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ออกมาปูด ศิริกัญญา ก็เคยเห็นด้วยกับโครงการนี้ แม้แต่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ก็เป็นคนออกความเห็นให้ใช้วิธี ออก พ.ร.บ.กู้เงิน เอง…….และที่นักเลงพอ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ยืนยัน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้หน้าไปด้วย ต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว…..จบข่าว 
  • ลุ้นการประชุม ครม.ที่มี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ เป็นประธานการประชุม…..เคาะมาตรการให้เงินช่วยเหลือชาวนา เป็นค่าเก็บเกี่ยวข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท จากกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน……และ มาตรการเยียวยาแรงงานไทยที่กลับมาจากอิสราเอล รายละ 50,000 บาท พักหนี้ ให้อีก 3 ปี วงเงินไม่เกิน 150,000 บาท….ที่ยังค้างท่อ นโยบาย เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท….ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 400 บาท….ประกันรายได้ครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท….ยังเป็น ภาระทางการคลัง ที่รัฐบาลต้องคิดหนัก….ถึงสิ้นปีนี้ ค่าไฟฟ้า หน่วยละ 3.99 บาท ก็จะสิ้นสุดลง…ปี 2567 ค่าไฟฟ้าจะเป็นไปตาม ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ที่ไม่มีการอุดหนุนจากรัฐ….ตามมติของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน….คาด ค่าไฟฟ้าปีหน้า งวดเดือน ม.ค. -เม.ย.67….จะอยู่ที่ 4.18 สตางค์ต่อหน่วย …กฟผ. ยังแบกรับ ภาระหนี้สินค่าไฟ อยู่ 95,777 ล้านบาท….อ่วมอรทัย….. อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. หรือ PTT เปิดเผยผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อยใน 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้ 2,337,438 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 79,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2565
ส่งความสุข – ศานนท์ หวังสร้างบุญ และ สรัลธร อัศเวศน์ เปิดงาน “Siam Center presents XEVA X 789 COSMIC PLAYGROUND” ฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปลายปี โดยมีเอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ และ ภัทร เลิศสุกิตติพงศา มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
กฐิน – สุวรรณ แทนสถิตย์ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 โดยมี กอบศักดิ์ ภูตระกูล, กึกก้อง รักเผ่าพันธุ์, พจณี คงคาลัย, สุทธิรัตน์ พาชีรัตน์, กิตติ โฆษะวิสุทธิ์ และ กิตติพงษ์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดแก้วพิจิตร จ.ปราจีนบุรี วันก่อน.
  • นอกจากนี้ ปตท.ขานรับนโยบายลดผลกระทบค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน โดยเรียกเก็บค่าเชื้อเพลิงตามค่าควบคุม และยืดระยะเวลาการชำระหนี้ในกลุ่มภาคไฟฟ้าช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2566 ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ปตท.สนับสนุนงบประมาณบรรเทาผลกระทบต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤติต่างๆไปแล้วกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้ากว่า 6,000 ล้านบาท …..นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ชุด Meaningful Relationship สะท้อนคุณค่าและความหมายของทุกช่วงเวลาที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านการมีส่วนร่วมและแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ และสิ่งต่างๆ ที่พบเจอ แบ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวตามกระแสนิยม กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณี และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์รับผิดชอบต่อสังคมในรูปแบบ 3 ชาติ 3 ภาษา จากประสบการณ์นักท่องเที่ยวโดยตรง….ในโอกาสที่เปิดฟรีวีซ่า นักท่องเที่ยว อินเดีย ไต้หวัน….ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เตรียมอัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดศักยภาพจากอินเดีย ที่ตั้งเป้านักท่องเที่ยวอินเดียมาเที่ยวไทย 1.6 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 6.5 หมื่นล้านบาท
  • สังคมวันนี้เวลา 18.00 น. ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดงาน 5 ทศวรรษ สิงห์ทองคืนถิ่น ที่บริเวณลานพ่อขุนรามคำแหง…แจ้งล่วงหน้า งานน้ำใจน้องพี่ 50 ปีครุศาสตร์สัมพันธ์ คืนสู่เหย้า เสาร์ 18 พ.ย.ที่ศาลาพระเกี้ยว บัตร 650 บาท อาหารเครื่องดื่มพร้อมสาระบันเทิง จองได้ที่ผู้ประสานงานรุ่น หรือ สมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์ 09-3220-2532.
อย่าพลาด – สุภาพรรณ หมั่นเจริญ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา เปิด เทศกาลสีสันกา สะลอง เชิญชมต้นคริสต์มาสหมอกพันวา จัดถึง 31 ม.ค.67 โดยมี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อรชร จันทร์วิวัฒนา และ ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เชียงราย วันก่อน.
สัมมนา – พล.ต.ต.สันติ์นที ประยูรรัตน์ เปิดโครงการการสัมมนาฝึกอบรมผู้ตรวจราชการด้านจราจร โครงการการเสริมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย โดยมี พ.ต.ท.ศิริพล บุญหนุน, นนท์ ภูปรัสสานนทน์ และ คมกฤช แสงเฟื่อง มาร่วมงานด้วย ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

“โจ ไบเดน” ต้อนรับ “สี จิ้นผิง” หารือทวิภาคีนอกรอบประชุมเอเปก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741059

"โจ ไบเดน" ต้อนรับ "สี จิ้นผิง" หารือทวิภาคีนอกรอบประชุมเอเปก

16 พ.ย. 2566 09:08 น.

“โจ ไบเดน” ต้อนรับ “สี จิ้นผิง” หารือทวิภาคีนอกรอบประชุมเอเปก

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน หารือกันแบบทวิภาคี ครั้งแรกในรอบ 1 ปี ก่อนการประชุมเอเปก เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกาน 2566 นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ต้อนรับและพบหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ที่ “ฟิโลลี เอสเตท” เรือนรับรองหรูสไตล์คันทรี ในเมืองวูดไซด์ ห่างจากนครซานฟรานซิสโก ประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งนครซานฟรานซิสโกแห่งนี้ จะเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มเอเปก เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการพบหารือกับผู้นำจีนว่า ที่ผ่านมาสหรัฐฯ กับจีนมักมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่การประชุมระหว่างสองผู้นำ มักเต็มไปด้วยความซื่อตรง เปิดเผย ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์ โดยทั้งสองฝ่ายต้องรับประกันให้ได้ว่าการแข่งขันซึ่งกันและกัน จะไม่ลุกลามไปเป็นความขัดแย้ง และต้องมีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ

ด้านผู้นำจีนกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดในโลก ควรมีการรับรู้และวางวิสัยทัศน์ในมุมกว้างของการปรับเปลี่ยนโลกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในศตวรรษนี้ และควรพัฒนาไปในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของสองประเทศ และเติมเต็มความรับผิดชอบสำหรับความก้าวหน้าของมวลมนุษย์

ทั้งนี้ การพบกันของผู้นำทั้งสอง เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี และอาจช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในด้านการทหาร และการทูต ทั้งยังช่วยผลักดันไปสู้การเเก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ปัญญาประดิษฐ์และอีกหลายประเด็นสำคัญ.

ตะลึง หญิงชาวไนจีเรียสร้างสถิติทำวิกผมยาวที่สุดในโลกกว่า 350 เมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741061

ตะลึง หญิงชาวไนจีเรียสร้างสถิติทำวิกผมยาวที่สุดในโลกกว่า 350 เมตร

16 พ.ย. 2566 09:07 น.

ตะลึง หญิงชาวไนจีเรียสร้างสถิติทำวิกผมยาวที่สุดในโลกกว่า 350 เมตร

ภาพจาก Guinness World Records

กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ให้การรับรองหญิงชาวไนจีเรีย ทำวิกผมยาวที่สุดในโลก โดยเป็นการถักทอเส้นผมด้วยมือล้วนๆ ความยาวถึง 351.28 เมตร

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ประกาศว่า นางเฮเลน วิลเลียมส์ หญิงชาวไนจีเรีย เป็นเจ้าของสถิติวิกผมแบบทำมือ ที่มีความยาวถึง 351.28 เมตร โดยเธอใช้เวลาในการทำนานถึง 11 วัน ใช้เงินไป 2 ล้านไนรา (สกุลเงินไนจีเรีย) หรือประมาณ 88,000 บาท

โดยเฮเลน ซึ่งเป็นช่างทำวิกผมมานาน 8 ปี บอกว่าวิกผมแบบแฮร์พีซนี้ ต้องใช้เส้นผมธรรมชาติ 1,000 มัด สเปรย์ฉีดผม 12 กระป๋อง กาวติดผม 35 หลอด และกิ๊บติดผม 6,250 อัน หลังจากทำวิกผมเสร็จเรียบร้อยเธอบอกว่า ไม่อยากจะเชื่อเลย และนับว่ามันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของเธอ

ก่อนหน้านี้เธอเคยทำเรื่องขอปิดถนนไฮเวย์สายกรุงลากอส-อะเบโอคูตา เพื่อจัดแสดงวิกผมชิ้นนี้มาแล้ว และล่าสุดเฮเลนได้นำผลงานวิกผมชิ้นนี้ ไปวางแสดงที่ลู่วิ่งของสนามกรีฑาในกรุงลากอส เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ได้ร่วมเป็นพยานในการตรวจสอบผลงานและวัดความยาว ซึ่งทางกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เพิ่งประกาศผลรับรองสถิติโลกออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา.

ทำไม รพ.อัลชีฟา กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสงครามอิสราเอล-ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741057

ทำไม รพ.อัลชีฟา กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสงครามอิสราเอล-ฮามาส

16 พ.ย. 2566 09:00 น.

ทำไม รพ.อัลชีฟา กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสงครามอิสราเอล-ฮามาส

  • กองทัพอิสราเอล ออกปฏิบัติการบุก อัลชีฟา โรงพยาบาลใหญ่สุดในฉนวนกาซา อ้างว่าทำเพื่อจัดการกับกลุ่มฮามาส ที่ใช้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นศูนย์บัญชาการ
  • กลุ่มฮามาสปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้ใช้อัลชีฟาเป็นฐาน ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลอ้างว่า พวกเขาพบอาวุธ และศูนย์บัญชาการของฮามาสอยู่ภายในโรงพยาบาล แต่ยังหาอุโมงค์ใต้ดินไม่พบ
  • แต่ไม่ว่าขอเท็จจริงจะเป็นอย่างไร การต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับฮามาสกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวกาซา โดยเฉพาะคนไข้ในโรงพยาบาล ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนัก

กองทัพอิสราเอล ส่งรถถังและทหารบุกเข้าพื้นที่ของโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 หลังกล่าวหากลุ่มฮามาสว่า มีศูนย์บัญชาการและคอยเคลื่อนไหวอยู่ภายในอุโมงค์ใต้พื้นที่ขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลแห่งนี้ แม้ว่าฝ่ายฮามาสกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะปฏิเสธมาตลอดก็ตาม

องค์การสหประชาชาติ ระบุว่า อัลชีฟากลายเป็นศูนย์กลางการต่อสู้ในฉนวนกาซาไปแล้ว โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฝ่ายปาเลสไตน์ใช้การต่อสู้รอบโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า อิสราเอลไม่สนใจชีวิตของพลเรือนในกาซา ส่วนฝ่ายอิสราเอลก็ชี้ว่า อัลชีฟา คือตัวอย่างการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ของกลุ่มฮามาส

ท่ามกลางการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป คาดกันว่ามีชาวปาเลสไตน์หลายพันคนหลบภัยอยู่ที่อัลชีฟา ร่วมกับผู้ป่วยที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ และบุคลากรทางการแพทย์ ในขณะที่เชื้อเพลิงกับอุปกรณ์การแพทย์ใกล้หมด ถึงขั้นที่หมอต้องทำงานใต้แสงเทียน และต้องใช้ฟอยล์ห่อทารกคลอดก่อนกำหนดเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจบุกโรงพยาบาลอัลชีฟา กำลังแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ที่สถานการณ์การต่อสู้ในกาซาจะบานปลายยิ่งขึ้นไปอีก

ทำไมอิสราเอลบุก รพ.อัลชีฟา?

เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ทหารของพวกเขาออกปฏิบัติการบุกโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสอย่างแม่นยำ ในพื้นที่เฉพาะเจาะจงในโรงพยาบาลอัลชีฟา โดยพวกเขาได้แจ้งต่อผู้บริการโรงพยาบาล, คนไข้ และพลเรือนภายในแล้วว่าให้เข้าที่กำบัง เพื่อที่กองทัพจะได้แยกออกว่าใครเป็นพลเรือนใครเป็นผู้ก่อการร้าย

แต่ ดร.คาลีด อาบู แซมรา หนึ่งในแพทย์ของอัลชีฟา เผยว่า พวกเขาได้รับการเตือนล่วงหน้าก่อนอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการเพียง 30 นาทีเท่านั้น ขณะที่ นายคาเดอร์ อัล ซานูน นักข่าวที่ปักหลักอยู่ภายในโรงพยาบาล ระบุว่า รถถัง 6 คัน กับคอมมานโดราว 100 นาย เข้ามาที่ลานของโรงพยาบาลตอนกลางคืน ก่อนที่ทหารจะเข้าไปในอาคารแล้วดำเนินการตรวจค้นทีละห้อง และสอบปากคำเจ้าหน้าที่

นอกจากนั้น อัล ซานูน บอกอีกว่า ทหารใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเรียกให้ชายอายุระหว่าง 16-40 ปี ออกจากอาคารโรงพยาบาลเพื่อมอบตัว โดยบางคนถูกปิดตาและถูกจับแก้ผ้าจนเหลือแต่กางเกงในระหว่างการสอบปากคำด้วย

การบุก อัลชีฟา เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสอย่างต่อเนื่องว่า ใช้พื้นที่โรงพยาบาลแห่งนี้เพื่อจุดประสงค์ทางทหาร โดยเมื่อเดือนก่อน นายแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล อ้างว่ากลุ่มฮามาสสั่งการยิงจรวดและบัญชาการปฏิบัติการจากบังเกอร์ใต้อาคารโรงพยาบาล ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายอุโมงค์ลับที่มีอยู่ทั่วกาซา ซิตี้

ในครั้งนั้น นายฮาการีแสดงหลักฐานประกอบคำกล่าวอ้างของเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ที่เขาระบุว่าเป็นของชาวกาซา 2 คน กำลังคุยกันเรื่องที่มีศูนย์บัญชาการของฮามาสอยู่ในโรงพยาบาลอัลชีฟา ต่อมา IDF เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงภาพจำลอง 3 มิติ ซึ่งสร้างจากข้อมูลข่าวกรอง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ศูนย์บัญชาการของฮามาสในอัลชีฟา มีหน้าตาอย่างไร

นายฮาการี อ้างด้วยว่า โรงพยาบาลแห่งอื่นๆ ในกาซาก็กำลังถูกกลุ่มฮามาสใช้ในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา IDF เชิญนักข่าวไปยังโรงพยาบาลเด็ก อัล รานติซี ในกาซา ซิตี้ ที่นายฮาการีกล่าวหาว่า ส่วนหนึ่งของชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลนี้ถูกฮามาสใช้เป็นศูนย์บัญชาการ และอาจถูกใช้เพื่อขังตัวประกันด้วย

นักข่าวซีเอ็นเอ็น ที่เดินทางไปด้วย ได้เห็นอาวุธปืนและระเบิดที่ถูกนำมารวมกันในห้องหนึ่งใต้โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งนายฮาการีระบุว่า นี่คือคลังแสง แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล รานติซี ปฏิเสธคำกล่าวหา และว่าห้องใต้ดินของโรงพยาบาลถูกใช้เป็นที่หลบภัยของผู้หญิงและเด็ก ฮามาสไม่ได้เก็บอาวุธหรือตัวประกันไว้ในนั้น

อ้างพบศูนย์ปฏิบัติการฮามาส

ต่อมา ในช่วงเย็นวันพุธ IDF ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาปะทะกับกลุ่มติดอาวุธจำนวนหนึ่งในพื้นที่โรงพยาบาล และสังหารพวกนั้นไปแล้ว นอกจากนั้นพวกเขายังพบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการ, อาวุธ และทรัพย์สินทางเทคโนโลยีของฮามาสอยู่ภายในอาคารศูนย์เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI ของโรงพยาบาลอัลชีฟา

IDF ย้ำว่า พวกเขายังคงปฏิบัติการในพื้นที่โรงพยาบาล พร้อมกับเผยแพร่ภาพและวิดีโอแสดงให้เห็นสิ่งที่พวกเขาบอกว่าเป็นอาวุธของฮามาส โดยในคลิปความยาม 7 นาที มีภาพโฆษกของ IDF ชี้ไปยังกล้องรักษาความปลอดภัยที่เขาบอกว่าถูกคลุมเอาไว้ กับอาวุธประเภท AK-47 ที่ซ่อนอยู่หลังเครื่อง MRI

แต่นักข่าวบีบีซี ออร์ลา เกริน ในกรุงเยรูซาเลม รายงานว่า หากอิสราเอลไม่มีการค้นพบมากกว่านี้ อาวุธที่เจอในอัลชีฟาก็ถือว่าไม่ใช่คลังแสดงขนาดใหญ่เลย กลุ่มฮามาสรู้อยู่แล้วว่าอิสราเอลจะมา พวกเขามีเวลาหลายสัปดาห์ในการเคลียร์พื้นที่ผ่านเครือข่ายอุโมงค์

ส่วนสถานีวิทยุ อาร์มี เรดิโอ ของอิสราเอล ระบุว่า กองทัพยังไม่พบร่องรอยของตัวประกันกว่า 240 คน ที่กลุ่มฮามาสจับตัวมาตั้งแต่ 7 ต.ค. นอกจากนั้น กองทัพยังไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ ว่าพบเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้โรงพยาบาลแห่งนี้ ตามภาพจำลอง 3 มิติที่พวกเขาเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ดร.อาห์เหม็ด โมคาลลาลาติ ศัลยแพทย์พลาสติกของอัลชีฟา บอกกับ บีบีซี ว่า มีอุโมงค์อยู่ใต้ตึกทุกแห่งในกาซา รวมถึงที่โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย

รพ.อัลชีฟา สำคัญอย่างไร?

กลุ่มอาคารโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของ กาซา ซิตี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 2489 ตอนที่กาซายังคงอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ และเป็นกระดูกสันหลังด้านบริการทางการแพทย์ในฉนวนกาซามาตลอด แต่โรงพยาบาลแห่งนี้ก็ถูกกล่าวหามาตลอดว่าถูกฮามาสใช้เป็นที่ซ่อน และเคยถูกโจมตีมาแล้วในการปะทะกันครั้งก่อนๆ

ในช่วงแรกของสงครามอิสราเอล-ฮามาสครั้งแรก ระหว่างปี 2551-2552 หรือเกือบ 1 ปีหลังฮามาสยึดการควบคุมกาซา อิสราเอลอ้างว่า นักรบฮามาสซ่อนตัวในมัสยิด, โรงพยาบาล และสถานที่พลเรือนอื่นๆ เพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของฝ่ายอิสราเอล

นายอาวี ดิชเตอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงภายใน และผู้อำนวยการหน่วยรักษาความมั่นคงภายในของอิสราเอล (ชินเบต) กล่าวว่า ในปี 2552 เป็นความลับที่รู้กันทั่วไปในหมู่ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยในฉนวนกาซา ว่ากลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาลอัลชีฟาเป็นฐานปฏิบัติการ

เมื่อ 9 ปีก่อน ระหว่างสงครามอิสราเอล-กาซา ในปี 2557 อัลชีฟาถูกโจมตีจนเรียกเสียงประณามจากองค์กรการแพทย์และองค์กรช่วยเหลือทั่วโลก โดยปาเลสไตน์โทษอิสราเอลว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่รัฐบาลยิวอ้างว่าเป็นผลจากการยิงจรวดล้มเหลวของกลุ่มฮามาส

อัลชีฟา ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งเมื่อปีก่อน หลังองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ (Amnesty International) เผยแพร่รายการประณามฮามาส รวมถึงกล่าวหากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ว่า สอบสวนและทรมานผู้คนที่คลินิกแห่งหนึ่งในโรงพยาบาลอัลชีฟา

ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยังคงแบ่งเป็นสองฝ่ายว่า การโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาของอิสราเอลนั้น ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือไม่

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กำหนดรูปแบบและวิธีการทำสงครามเอาไว้ เพื่อจำกัดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น โดยให้ความคุ้มครองพิเศษเพื่อปกป้องพลเรือน, สิ่งของของพลเรือน รวมทั้งบุคลากรกับสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์

แต่ความคุ้มครองก็มีข้อจำกัด นางคอร์ดูลา ดรอจ หัวหน้าเจ้าหน้าที่กฎหมายของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ อธิบายว่า อาคารพลเรือนและการแพทย์จะสูญเสียความคุ้มครอง หากถูกใช้นอกเหนือจากด้านมนุษยธรรม เพื่อใช้ในการสร้างความเสียหายต่อศัตรู และการใช้อาคารอย่างโรงพยาบาล การใช้อาคารอย่างโรงพยาบาลเพื่อประจำการนักรบและอาวุธ อาจเปลี่ยนอาคารพลเรือนให้กลายเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อโรงพยาบาลเสียสิทธิ์คุ้มครองแล้ว การโจมตีอาจเกิดขึ้นได้ แต่ฝ่ายที่โจมตีต้องเตือนล่วงหน้าก่อนลงมือ เพื่อเตือนให้ผู้ที่ใช้โรงพยาบาลไปในทางที่ผิด ยุติการกระทำที่เป็นอันตรายต่อศัตรู หรือหากคนกลุ่มนี้ยังดื้อรั้น ก็ยังสามารถเปิดทางให้คนไข้และบุคลากรทางการแพทย์อพยพออกไปได้อย่างปลอดภัย แต่ดรอจยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้ใช่ว่าจะเป็นไปได้ในทุกสถานการณ์ความขัดแย้ง

IDF อ้างว่า พวกเขาเตือนมาหลายสัปดาห์แล้ว ว่าฮามาสยังคงใช้โรงพยาบาลอัลชีฟาเพื่อเป้าหมายทางทหาร แต่ดรอจระบุว่า การเตือนล่วงหน้าไม่ใช่ตั๋วฟรีให้โจมตีอย่างไรก็ได้ การโจมตีทั้งหมดต้องถูกควบคุมด้วย หลักการของความพอเหมาะพอควร (principle of proportionality) ซึ่งระบุว่า ฝ่ายที่โจมตีต้องทำให้แน่ใจว่า ความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับพลเรือน จะไม่มากเกินไป และทุกฝ่ายต้องระวังไว้ก่อนเพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล ชมิต ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัยเรดดิง และอดีตเจ้าหน้าที่ชี้เป้าของกองทัพอากาศสหรัฐฯ กล่าวว่า การกำหนดความเหมาะสมนั้นเป็นงานที่ยากลำบากมาก เพราะไม่มีนิยามกำหนดชัดเจน

ซ้ำเติมวิกฤติมนุษยธรรม

ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่องการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของอิสราเอลกับฮามาสจะยังคงเป็นที่ถกเถียง แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความโหดร้ายจากสงครามที่เกิดขึ้นกับชาวกาซา ด้วยผู้เสียชีวิตเฉียด 12,000 ศพ บาดเจ็บอีกหลายหมื่นคน ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหาร, น้ำดื่ม และอุปกรณ์ทางการแพทย์

นางแคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กร ยูนิเซฟ ซึ่งลงพื้นที่ฉนวนกาซาเมื่อวันอังคาร ออกแถลงการณ์เตือนว่า กำลังเกิดความรุนแรงต่อเด็กอย่างร้ายแรงขึ้นในกาซา ส่วนสำนักงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ เตือนว่า ปฏิบัติการทั้งหมดของพวกเขาในกาซากำลังจะพังทลาย ขณะที่กาชาดระบุว่า สถานการณ์ที่อัลชีฟานั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง

ดร.โมคาลลาลาติ บอกกับบีบีซี ในวันพุธว่า ตอนนี้โรงพยาบาลอัลชีฟาไม่มีทั้งพลังงาน ออกซิเจน และน้ำ การผ่าตัดเมื่อวันอังคารต้องเกิดขึ้นโดยไม่มีการวางยาชาอย่างเหมาะสม จนคนไข้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แพทย์ไม่มีอุปกรณ์สำหรับช่วยผู้บาดเจ็บถูกไฟไหม้คนหนึ่ง และจำใจต้องปล่อยให้เขาตาย

ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีทารกคลอดก่อนกำหนดเสียชีวิตถึง 6 ศพ เพราะตู้อบใช้การไม่ได้ “ทำไมพวกเขาถึงอพยพไม่ได้” ดร.โมคาลลาลาติ กล่าวตัดพ้อ “ในอัฟกานิสถาน แม้แต่หมาแมวยังได้อพยพเลย”


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn , bbc

ผู้นำฝ่ายค้านอิสราเอล จี้เนทันยาฮูลาออก ชี้เสียความไว้วางใจไปแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741039

ผู้นำฝ่ายค้านอิสราเอล จี้เนทันยาฮูลาออก ชี้เสียความไว้วางใจไปแล้ว

16 พ.ย. 2566 06:00 น.

ผู้นำฝ่ายค้านอิสราเอล จี้เนทันยาฮูลาออก ชี้เสียความไว้วางใจไปแล้ว

ผู้นำฝ่ายค้านอิสราเอลเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ลาออกจากตำแหน่ง ชี้เสียความไว้วางใจจากประชาชนไปแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายยาอีร์ ลาพิด ผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอล ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่า ผู้นำอิสราเอลรายนี้สูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนไปแล้ว

นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ที่นายลาพิด ออกมาเรียกร้องให้นายเนทันยาฮูลาออก โดยเขากล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ แชนเนล 12 ของอิสราเอลว่า “เนทันยาฮูไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ เราต้องการรัฐบาลฟื้นฟูประเทศ”

“เขาจำเป็นต้องไปเดี๋ยวนี้ เราไม่สามารถยอมให้เรามีนายกรัฐมนตรีที่สูญเสียความไว้วางใจจากประชาชน ไม่ว่าจะในมุงมองด้านสังคมหรือความมั่นคงก็ตาม” นายลาพิด กล่าว “ผู้ที่กำลังทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้องคือฝ่ายกลาโหม รัฐบาลนี้บริหารงานผิดปกติ” “เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรัฐบาล”

อย่างไรก็ตาม นายลาพิดยอมรับว่า เขาไม่คิดว่าตอนนี้คือเวลาที่ถูกต้องในการจัดเลือกตั้ง แต่เขาเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ พรรคลิคุด (Likud) ของเนทันยาฮูควรขับชายคนนี้ออกจากตำแหน่ง แล้วแต่งตั้งคนอื่นแทน

ที่มา : cnn

อิสราเอลแพร่ภาพ เจออาวุธใน รพ.อัลชีฟา-ฮามาสโวยโดนจัดฉาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741036

อิสราเอลแพร่ภาพ เจออาวุธใน รพ.อัลชีฟา-ฮามาสโวยโดนจัดฉาก

16 พ.ย. 2566 05:05 น.

อิสราเอลแพร่ภาพ เจออาวุธใน รพ.อัลชีฟา-ฮามาสโวยโดนจัดฉาก

อิสราเอลอ้างพบศูนย์ปฏิบัติการและอาวุธของกลุ่มฮามาสระหว่างปฏิบัติการบุกโรงพยาบาลอัลชีฟา ในกาซา ขณะที่ฮามาสตอบโต้ว่า อิสราเอลเป็นฝ่ายนำอาวุธมาวางไว้เอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ในวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 ว่า พวกเขาพบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการ รวมถึงอาวุธและอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีของกลุ่มฮามาส อยู่ภายในอาคารศูนย์เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI ของโรงพยาบาลอัลชีฟา ในฉนวนกาซาพร้อมกับเผยแพร่ภาพอาวุธที่พบ

IDF ระบุว่า พวกเขาพบอุปกรณ์ทางยุทธวิธี พร้อมกับอุปกรณ์สำหรับการต่อสู้และการทหารที่แผนกหนึ่ง และพบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการกับอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอื่นๆ ในอีกแผนกหนึ่ง โดยอุปกรณ์และข้อมูลข่าวกรองจำนวนมากถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว

กองทัพอิสราเอล บอกอีกว่า ตอนที่ทหารของพวกเขาเข้าสู่อาคารโรงพยาบาล พวกเขาปะทะกับนักรบฮามาสจำนวนหนึ่ง และสังหารนักรบกลุ่มนี้ โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

IDF ยืนยันด้วยว่า พวกเขายังคงดำเนินปฏิบัติการภายในพื้นที่โรงพยาบาลอัลชีฟา เพื่อดึงข้อมูลข่าวกรองจากอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทีมแพทย์และพลเรือนซึ่งหลบภัยอยู่ที่นั่น

อย่างไรก็ตาม นายบาสเซม นาอิม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาสปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวในโรงพยาบาล และอ้างว่าอัปเดตล่าสุดของ IDF เป็นเรื่องน่าขำและไร้ค่า พร้อมระบุว่า ฮามาสไม่ตัดความเป็นไปได้ว่ากองทัพอิสราเอลเป็นผู้ที่นำอาวุธเข้าไปวางไว้ในโรงพยาบาลอัลชีฟา

นายนาอิม บอกอีกว่า เป้าหมายของอิสราเอล คือ กดดันโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ และเพื่อขับไล่ประชากรในฉนวนกาซา โดยตอนนี้โรงพยาบาล 25 แห่งในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ ไม่สามารถปฏิบัติการได้แล้ว เนื่องจากการโจมตี, การปิดล้อม และการทำลายล้าง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc