บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2740436

“ศิริเพ็ญ ผลัญชัย” จัดงานมอบรางวัลให้แบรนด์ความงามได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค

15 พ.ย. 2566 05:08 น.

“ศิริเพ็ญ ผลัญชัย” จัดงานมอบรางวัลให้แบรนด์ความงามได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด แจกเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มาตามนัด ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2566

  • วันนี้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ยังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ นครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ที่มีสหรัฐฯเป็นเจ้าภาพ และมีภารกิจนัดหมายกับ ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ เพื่อชักชวนให้มาลงทุนในเมืองไทย อาทิ Tesla, HP, ADI, Walmart, Western Digital, AWS, Google, Microsoft, Open Al, lntel, Tiktok, Nvidia, Meta เป็นต้น
  • “ไต้ฝุ่น” เอาใจช่วย ขอให้เจรจาสำเร็จสักหลายบริษัท ขอให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การลงทุนในประเทศไทย ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยุค “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ ไม่รู้นักลงทุนต่างชาติหายไปไหน จีดีพีประเทศไทยในช่วง 10 ปีจึงเติบโตย่ำแย่เฉลี่ยแค่ 1.9% ต่อปี ตํ่ากว่าศักยภาพจริงของประเทศไทย เลยกลายเป็นประเทศที่ไม่น่าลงทุน
อย่าพลาด – ดร.แพง ชินพงศ์ และ ศิริลักษณ์ ไม้ไทย แถลงข่าวการจัดงาน วังหลัง–วัฒนาแฟร์ “WWA FAIR 2023 ART BEAT” เทศกาลความสุขประจำปีในบรรยากาศงานคริสต์มาส ในวันที่ 16 ธ.ค. โดยมี วรรณดี คันธวงศ์ และ พวงทอง สัจจาภินันท์ มาร่วมงานด้วย โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย วันก่อน.
  • นายกฯเศรษฐา แถลงก่อนบินไปประชุมเอเปกที่สหรัฐฯว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะ รัฐบาลเชื่อว่าเศรษฐกิจประเทศไทยปัจจุบันตกอยู่ในขั้นวิกฤติที่ต้องการการกระตุ้น แม้จีดีพีจะไม่ติดลบ แต่ 9–10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีโตแค่ 1.9% ต่อปี แต่ประเทศอื่นโตกว่าเรา 2 เท่า คู่แข่งของไทยทั้ง เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มีการเติบโตกว่า ถ้าไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ วันหนึ่งอาจไม่มีใครอยากมาลงทุนที่ไทย ฟังดูน่ากลัวจริงๆ
  • “ไต้ฝุ่น” ฟัง นายกฯเศรษฐา แจงถึงเหตุผลที่ต้องแจกเงินดิจิทัล 5 แสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็คาดไม่ถึงว่า เศรษฐกิจไทยในยุค คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ บริหารประเทศ จะทำให้ประเทศไทยอ่อนแอขนาดนี้ ต้องกู้เงินใหม่สูงถึง 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและต่างชาติที่หายไป ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก
  • คนไทย 50 ล้านคน ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปตามเงื่อนไขใหม่ จะได้รับเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาทหรือไม่ ประสา “ไต้ฝุ่น” มองดู เส้นทาง พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท แล้ว เห็นมีแต่ขวากหนามและอุปสรรค แม้ นายกฯเศรษฐา จะเชื่อมั่นว่า สส.ฝ่ายรัฐบาล 320 เสียง จะช่วยกันยกมือผ่าน ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ในสภาผู้แทนฯไปได้อย่างสบาย แต่ถ้าไม่ผ่านรัฐบาลตกกระป๋องทันที เพราะเป็นกฎหมายการเงิน
กฐิน – อัศวิน–ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 โดยมี อนุพงษ์ วาวงศ์มูล, สมปรารถนา แสงสุริยะฉัตร, พ.ต.อ.วชิระ กาญจนวิภาดา และ ว่าที่ ร.ต.วรา จตุวัลย์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จ.ลำพูน วันก่อน.
รีไซเคิล – ปิติ ภิรมย์ภักดี, ประสงค์ อินทรหนองไผ่ และ กฤษณ์ อิ่มแสง ลงนามความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมต่อยอดวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตสู่ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำร่องด้วยการรีไซเคิลพลาสติกและกากมอลต์ ที่บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ วันก่อน.
  • ไล่ตั้งแต่ มติ ครม. ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะไปสู่ สภาผู้แทนฯ และ วุฒิสภา ประสา “ไต้ฝุ่น” ได้แต่สะกิดเตือน เดือนเมษาพฤษภาคมปีหน้า ช่วงที่กฎหมายกู้เงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสภา สว.ลากตั้งยุคลุงตู่ยังอยู่กันพร้อมหน้า พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทจะผ่านด่าน สว.ลากตั้ง ได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านได้ ยังต้องเจอ ด่านสุดท้าย คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ถึงเวลานั้นเศรษฐกิจไทยยังต้องการเงิน 5 แสนล้านบาทไปกระตุ้นอีกหรือไม่
  • ลึกแต่ไม่ลับ การประชุม คณะกรรมการแจกเงินดิจิทัลชุดใหญ่ ที่มี นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธาน มีข่าวว่า “ผู้ว่าการนก” ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่า การแบงก์ชาติ ได้ขอให้บันทึกความเห็นของผู้ว่าการแบงก์ชาติไว้เป็นหลักฐานในรายงานการประชุมว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานในอนาคต
  • ตลาดหุ้นไทย เปิดตลาดวันจันทร์ยังไม่ค่อยสดใส ข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะ รัฐมนตรีคลัง มอบหมายให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกฯ เชิญ ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ไปหารือ สภาวะตลาดหุ้นไทย ที่ห้องสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล
  • หลังการประชุม กิตติรัตน์ ณ ระนอง เปิดเผยว่า ไม่ได้มีมาตรการพิเศษอะไร ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า มาตรการต่างๆที่ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯปฏิบัติดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่อาจมีข้อกังวลว่ามีการทำ Naked Short Sell ทุบหุ้นไทย ยืนยันได้ว่าไม่มี ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ จะยกระดับมาตรการควบคุม Naked Short Sell ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นอีก นักลงทุนรายย่อยสบายใจได้
ให้โรงเรียน – ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์, พอล วอง ชี คิน และ โศรดา ธรรมประกอบ มอบศูนย์เรียนรู้คอมพิวเตอร์ ห้องสมุดชุมชนและแปลงเกษตรสาธิตให้ วัลลภ ภูจอมจิตร และ ณฐอร อินต่อม โดยมี ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ มาร่วมมอบด้วย ที่โรงเรียนชลประทานผาแตก จ.เชียงใหม่ วันก่อน.
มอบรางวัล – ศิริเพ็ญ ผลัญชัย จัดงานมอบรางวัล “Praew Iconic Beauty 2023” ให้แบรนด์ความงามได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค โดยมี เจรมัย พิทักษ์วงศ์, สรัญ ฐิตะวสันต์, พัดชา ศุภนิมิตร, รพี ชูสุวรรณ และ ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่ Rin at Raintree วันก่อน.
  • ฟื้นแล้วจ้า การบินไทย TG ทูมอร์โรโก ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทย ประกาศเตรียม จ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ตั้งแต่มกราคม 2567 เป็นเงินเกือบหมื่นล้านบาท ตอนนี้ มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 63,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้ การบินไทยจะมีรายได้กว่า 150,000 ล้านบาท กำไรเป็นกอบเป็นกำในยุคที่การบินกลับมาเฟื่องฟูใหม่
  • “ไต้ฝุ่น” เพิ่งกลับจาก เชียงใหม่ เที่ยวบินแน่นทุกเที่ยวบินจน การบินไทย ต้องนำเครื่อง แอร์บัส 350 และ โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ที่ใช้บินต่างประเทศไปบินแทน เพราะ ผู้โดยสารล้น และ เครื่องบินไม่พอ ทั้งที่ ค่าตั๋วแพงลิ่ว ไปกลับเกือบ 8 พันบาท ชั้นธุรกิจเดือนธันวาคมราคาพุ่งขึ้นไปถึงใบละ 13,000 บาทแล้ว ราคานี้บินไปเที่ยวเมืองนอกได้สบาย
  • เชียงใหม่วันนี้ นักท่องเที่ยวยุโรปเยอะมาก แต่ นักท่องเที่ยวจีนยังมาน้อย ข่าวว่า คนจีนกลัวมาเที่ยวเมืองไทยแล้วไม่ได้กลับบ้าน กลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะ หนังจีนเรื่อง No More Bets ที่ฉายในจีนตีแผ่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านโลกออนไลน์ และ วงจรการฉ้อโกง ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง แก๊งมาเฟียอุ้มเรียกค่าไถ่ มีฉากลักพาตัวเหยื่อคล้ายถ่ายทำในเมืองไทย ทำให้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าทั้ง กัมพูชา เมียนมา ไทย แต่ รัฐบาลกัมพูชา เมียนมา ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง รัฐบาลจีน แล้ว ส่วน รัฐบาลไทย ยังเฉยลูกเดียว 555
เพื่อคนพิการ – ดร.วิเชียร ชุบไธสง, สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ และ ธนาธร สุวิชา จัดงานโบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหารายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิด้านกฎหมายแก่คนพิการ โดยมี สนธิพงศ์ มงคลสวัสดิ์ และ วรกร ไหลหรั่ง มาร่วมงานด้วย ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน วันก่อน.
  • สังคมความสุขดีกว่า พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรสระหว่าง ณัฐณิชา ปัญญาภรณ์ กับ กฤตย์ เธียรนุกูล บุตรชาย เกรียงไกร-บีทริก เธียรนุกูล วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 18.00 น. ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ถนนวิทยุ
  • รศ.นพ.ประเสริฐ-ขวัญตา ตรีวิจิตรศิลป์ แต่งลูกสาว สุชญา ตรีวิจิตรศิลป์ (เจนนี่) กับ ธีรวิน ภูสิฏฐ์วุฒิกุล วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 17.59 น. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
  • บนแผงวันนี้ วารสารการเงินธนาคาร ฉบับพฤศจิกายน 20 ปี SET Awards รางวัลเกียรติยศตลาดทุนไทย ย้อนอดีต Best CEO คนแรกจนถึงปัจจุบัน คริปโตเคอร์เรนซี่มีบทบาทอย่างไรในภาวะสงคราม? เอเชีย-แปซิฟิกพยุงเศรษฐกิจโลก 2023-2024 และการบริหารภาษีด้วยประกันชีวิตและสุขภาพของมนุษย์เงินเดือน, นิตยสาร KITCHEN & HOME บ้านฟีลเกาหลี อบอุ่น มีชีวิตชีวา KOREAN Modern House, ต่วยตูนพิเศษ ท่องเที่ยวสไตล์ไอยคุปต์ หนังสือ เอกรังสรรค์ โดย ซุนจิ มูไร แปลโดย ดร.สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์.
ภาพถ่าย – กฤษณ์ ด้วงผึ้ง จัดนิทรรศการ “I SEE YOU” นำเสนอภาพถ่ายบุคคลหลากหลายวงการผ่านเรื่องราวสะท้อนถึงความงามที่แท้จริง โดยมี ทิพย์วิภา จันทภาษา ศรีวิกรม์, จันทนา ปางพุฒิพงศ์ เซลบีย์, วสันต์ ผึ่งประเสริฐ และ ฐิติกร ธีรพัฒนวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่เกษรวิลเลจ วันก่อน.

“ไต้ฝุ่น”

กัมพูชาโต้ข้อกล่าวหา บังคับขู่เข็ญชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ใกล้นครวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740723

กัมพูชาโต้ข้อกล่าวหา บังคับขู่เข็ญชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ใกล้นครวัด

15 พ.ย. 2566 09:38 น.

กัมพูชาโต้ข้อกล่าวหา บังคับขู่เข็ญชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ใกล้นครวัด

“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” เผยแพร่รายงานที่ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาใช้วิธีบังคับข่มขู่ชาวบ้านหลายพันครัวเรือนให้ย้ายออกไปจากพื้นที่ชุมชนใกล้นครวัด ขณะที่รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าไม่เป็นความจริง

เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 องค์การสอดส่องด้านสิทธิมนุษยชน “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” (Amnesty International) เผยแพร่รายงานล่าสุดที่ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ใช้วิธีการบังคับข่มขู่ชาวบ้านหลายพันครัวเรือนให้ย้ายออกไปจากพื้นที่ชุมชนใกล้นครวัด โบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

รายงานฉบับนี้ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการใช้วิธีข่มขู่ และดำเนินการทางกฎหมายให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่ในแหล่งชุมชนใหม่ที่อยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร โดยพบว่าบริษัท “อัปสรา เนชั่นแนล” ที่บริหารจัดการพื้นที่บริเวณนครวัด ได้อ้างชื่อยูเนสโก บังคับชาวบ้านให้ย้ายออกไป 

รายงานข่าวอ้างอิงคำเปิดเผยของชาวบ้านรายหนึ่งที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชาบอกว่า ยูเนสโก สั่งให้ชาวบ้านย้ายออกไป ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อสถานะการเป็นมรดกโลกของนครวัด โดยจนถึงตอนนี้มีชาวบ้านอย่างน้อย 7 รายที่อาศัยอยู่รอบนครวัดถูกฟ้องโดยบริษัทอัปสรา ในข้อหาขัดขวางการทำงานของสาธารณะ 

ทางด้าน นายเพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของแอมเนสตี้ ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าการที่ชาวบ้าน 10,000 ครอบครัวย้ายถิ่นฐานออกจากเขตใกล้นครวัดเป็นความสมัครใจของชาวบ้านเอง และเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของยูเนสโกที่ห้ามมีสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้คนอาศัยอยู่ในพื้นมรดกโลกที่นี้

อย่างไรก็ตาม ยูเนสโก ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อกำหนด หรือไม่มีส่วนในการสนับสนุนให้กวาดต้อนชาวบ้านออกไปจากเขตใกล้นครวัด พร้อมแสดงความกังวลต่อมาตรการของกัมพูชา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาบังคับใช้มาตรการที่ถูกต้อง.

“เนทันยาฮู” ย้ำ กวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก ช่วยตัวประกันเป็นเป้าหมายหลักของสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740717

"เนทันยาฮู" ย้ำ กวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก ช่วยตัวประกันเป็นเป้าหมายหลักของสงคราม

15 พ.ย. 2566 09:36 น.

“เนทันยาฮู” ย้ำ กวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก ช่วยตัวประกันเป็นเป้าหมายหลักของสงคราม

“เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ย้ำถึงเป้าหมายหลักในการทำสงครามสู้รบในครั้งนี้ คือการกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาสให้สิ้นซาก และจัดการให้แน่ใจว่าจะไม่มีกลุ่มติดอาวุธแบบนี้หวนกลับมาอีก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล กล่าวย้ำถึงเป้าหมายหลักของอิสราเอลในการทำสงครามสู้รบในครั้งนี้ว่า คือการกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาสให้สิ้นซาก จากนั้นก็จัดการให้แน่ใจว่าจะไม่มีกลุ่มติดอาวุธแบบนี้หวนกลับมาอีก

โดยผู้นำอิสราเอลกล่าวระหว่างการประชุมหารือกับคณะผู้นำสภาท้องถิ่นทางตอนเหนือของอิสราเอลว่า เป้าหมายของอิสราเอลอย่างแรกคือมีชัยชนะเหนือกลุ่มฮามาสทางตอนใต้ และช่วยตัวประกันกลับมา

ทั้งนี้ กว่า 2 ใน 3 ของประชากร 2.3 ล้านคนในฉนวนกาซาต้องอพยพหนีออกจากบ้านนับตั้งแต่อิสราเอลประกาศสงครามบดขยี้กลุ่มฮามาส ภายหลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดสงคราม

ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 11,000 ศพ มีรายงานผู้สูญหายประมาณ 2,700 ราย ขณะเดียวกันมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลมากกว่า 1,200 ศพ และตัวประกันประมาณ 240 ราย ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวจากอิสราเอลไปยังฉนวนกาซา.

โรคระบาดในกาซารุมเร้า ท่ามกลางภาวะสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740531

โรคระบาดในกาซารุมเร้า ท่ามกลางภาวะสงคราม

15 พ.ย. 2566 08:00 น.

โรคระบาดในกาซารุมเร้า ท่ามกลางภาวะสงคราม

  • สถานการณ์โรคระบาดหลายโรคกำลังรุมเร้าชาวบ้านในฉนวนกาซา ทั้งจากการขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร และยารักษาโรค ท่ามกลางภาวะสงครามยืดเยื้อยาวนาน
  • องค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคท้องร่วงและโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเป็นโรคระบาดอันดับต้นๆ ในฉนวนกาซาเวลานี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประสบภัยสงครามที่ยังติดอยู่ในวงล้อม
  • สาเหตุส่วนหนึ่งของการระบาดเป็นวงกว้างของโรคต่างๆ เป็นเพราะผู้หนีภัยสงครามต้องอาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัด ประกอบกับการถูกตัดขาดจากระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะน้ำสะอาด ทำให้การควบคุมโรคเป็นไปได้ยาก

สถานการณ์ในฉนวนกาซานับวันมีแต่เลวร้ายลง ชาวปาเลสไตน์นับแสนคนยังคงดิ้นรนหนีลงไปในพื้นที่ทางตอนใต้ เพื่อหาพื้นที่ปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล แต่นอกจากพวกเขาจะต้องเผชิญกับภัยจากสงครามแล้ว ภัยจากโรคระบาดก็กำลังรุมเร้าเช่นกัน โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคติดเชื้อทั้งโรคท้องร่วง โรคอีสุกอีใส รวมถึงโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ กำลังระบาดหนักในกาซา นอกจากนี้ ทางองค์การการแพทย์ในพื้นที่ยังมีประกาศเตือนความเสี่ยงของการระบาดของอหิวาตกโรคด้วย

มิเชล ทาลฮามี ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ในวิกฤติระบบสาธารณูปโภค และบริการที่จำเป็นขององค์กรกาชาดสากล ระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถจะหนีสงครามไปไหนได้ไกล ก็เป็นเพราะการขาดแคลนน้ำและสุขอนามัยต่างๆ ทำให้พวกเขาต้องไปรวมตัวอยู่ตามแคมป์พักชั่วคราว หรือตามโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากขาดแคลนน้ำแล้ว มลพิษที่ปะปนมากับแหล่งน้ำก็เป็นตัวเร่งของการติดเชื้อเช่นกัน ซึ่งยิ่งมีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ก็ทำให้การแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้นได้ง่าย

ทั้งนี้ ทางองค์การอนามัยโลกได้รวบรวมข้อมูลของโรคระบาดในกาซา นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดังนี้

โรคระบบทางเดินหายใจส่วนบนติดเชื้อ : ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการสูดดมแก๊สพิษจากการโจมตีในสงคราม โดยมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้แล้วถึง 54,866 ราย โดยจะมีอาการเริ่มต้นจากการมีน้ำมูกไหล ไอ และเจ็บคอ โดยยังพบว่าโรคระบบทางเดินหายใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับที่ 6 ในกาซา ในช่วงเดือนที่แล้วด้วย

โรคท้องร่วง: พบผู้ป่วยจากโรคท้องร่วงแล้วมากกว่า 33,551 ราย โดยในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปี 2021 และ 2022 กาซาพบผู้ป่วยด้วยโรคท้องร่วงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 2,000 คน ซึ่งสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในเวลานี้ก็คือการดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนนั่นเอง

โรคผื่นผิวหนัง : พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้รวมแล้ว 12,635 ราย โดยสาเหตุเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ทำให้เกิดผื่นแดง ผิวหนังอักเสบ และคัน โดยอาการของผื่นคันเหล่านี้ เป็นสัญญาณอันดับต้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ จนส่งผลต่อความสะอาดของร่างกาย

โรคหิดและเหา: พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้แล้วราว 8,944 ราย โดยผู้ป่วยจะมีอาการคันรุนแรงทั้งบนศีรษะ และตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจากสัตว์ปรสิตเหล่านี้

โรคอีสุกอีใส : พบผู้ป่วยเป็นอีสุกอีใสในกาซาแล้วอย่างน้อย 1,005 ราย โดยโรคนี้จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการคันตามผิวหนัง เกิดตุ่มน้ำใสๆ และมีไข้ แม้ว่าจะพบมากในเด็ก แต่ก็สามารถติดต่อไปยังผู้ใหญ่ได้เช่นกัน

โดยจำนวนยอดรวมผู้เสียชีวิตจากโรคติดต่อเหล่านี้ ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เนื่องจากตามปกติแล้วกระทรวงสาธารณสุขจะมีการสรุปรวมยอดเป็นรายปี แต่ทางองค์การอนามัยโลกกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลให้ได้เร็วยิ่งขึ้นในภาวะสงครามเช่นนี้

อะไรคือปัจจัยของการระบาดของโรค?

ปัจจัยหลักของการระบาดเป็นวงกว้างของโรคต่างๆ เป็นเพราะผู้หนีภัยสงครามต้องอาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัด และการขาดแคลนน้ำสะอาด โดยปัจจุบันชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยสงครามต่างไปอาศัยอยู่ตามที่พักพิงชั่วคราวขององค์การสหประชาชาติ หรืออาศัยรวมตัวกันในพื้นที่ที่คิดว่าปลอดภัย แต่เนื่องจากจำนวนผู้ลี้ภัยที่มีมากกว่าพื้นที่ที่จะรองรับ ทำให้สภาพความเป็นอยู่เป็นไปอย่างยากลำบาก โดยสภาพแวดล้อมตามท้องถนนในกาซาเต็มไปด้วยขยะมูลฝอย ทำให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สำหรับแมลง หนู ซึ่งเป็นพาหะนำโรคต่างๆ ไปสู่คนอีกทอดหนึ่ง

นอกจากนี้ แบคทีเรียอันตรายยังมีการปนเปื้อนลงไปในแหล่งน้ำทั่วกาซา ทั้งน้ำทะเลและน้ำดื่ม จากความเสียหายจากการโจมตี เมื่อประชาชนมีการใช้น้ำเพื่ออุปโภคอย่างการซักเสื้อผ้าหรือเพื่อบริโภคก็ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขไม่สามารถที่จะช่วยมอนิเตอร์หรือคัดกรองได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ขณะเดียวกันเรื่องของการใช้สุขาที่มีอยู่อย่างจำกัดตามที่พักชั่วคราวต่างๆ โดยขาดแคลนน้ำ ก็ถือเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคได้ดีอย่างคาดไม่ถึง และยิ่งระบบเฝ้าระวังโรคล่มจากการขาดแคลนอินเทอร์เน็ตและระบบโทรศัพท์มือถือ ก็ยิ่งทำให้การควบคุมเฝ้าระวังโรคติดเชื้อต่างๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะแม้แต่ในโรงพยาบาลต่างๆ ในเวลานี้ ก็ต้องทำงานทั้งๆ ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันให้แก่บุคลากรการแพทย์ ทำให้แพทย์และพยาบาลเองก็เป็นตัวกลางในการแพร่เชื้อต่อจากคนไข้รายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้นก็คืออาจจะเสี่ยงกลายเป็นผู้รับเชื้อเสียเอง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมชะตากรรมของคนที่ต้องตกอยู่ท่ามกลางภัยสงคราม โดยที่ไม่สามารถเลือกอะไรได้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : อัลจาซีรารอยเตอร์

กู้ภัยอินเดียเร่งขุดอุโมงค์ถนน หวังช่วยคนงาน 40 ชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740697

กู้ภัยอินเดียเร่งขุดอุโมงค์ถนน หวังช่วยคนงาน 40 ชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

15 พ.ย. 2566 07:15 น.

กู้ภัยอินเดียเร่งขุดอุโมงค์ถนน หวังช่วยคนงาน 40 ชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

ทีมกู้ภัยอินเดียยังคงพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อช่วยเหลือคนงาน 40 ชีวิตออกจากอุโมงค์ถนนซึ่งพังถล่มลงมาเมื่อสุปดาห์ โดยหวังว่าจะช่วยพวกเขาออกมาได้ภายใน 24 ชม.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคารที่ 14 พ.ย. 2566 เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานแข่งกับเวลา ในการขนย้ายซากปรักหักพัง เพื่อช่วยเหลือคนงานกว่า 40 ชีวิตที่ติดอยู่ในอุโมงค์ถนนลอดภูเขาชื่อว่า ‘ซิลก์ยารา’ (Silkyara) ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดีย มากว่า 2 วันแล้ว หลังอุโมงค์เกิดถล่มลงมาระหว่างการก่อสร้างเมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 200 นายจากสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติทั้งส่วนภูมิภาคและของรัฐบาล เร่งใช้อุปกรณ์ขุดเจาะและรถตักดินขนาดใหญ่ ขุดซากเพื่อเปิดทาง โดยคาดหวังว่า จะสามารถช่วยเหล่าคนงานออกมาได้ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

โดยในวันอังคาร เจ้าหน้าที่เตรียมท่อเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ฟุตเอาไว้ เพื่อใช้แทงเข้าไปในช่องที่เปิดออกหลังจากเจ้าหน้าที่เคลียร์ซากปรักหักพังได้แล้ว และจะใช้เครื่องยกไฮดรอลิกช่วย เพื่อดึงคนงานที่ติดค้างออกมา แต่จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังเจาะอุโมงค์ไม่สำเร็จ

นายรันจิต ซินฮา เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาล กล่าวว่า เศษซากที่ยังคงพังลงมา เป็นอุปสรรคสำคัญของปฏิบัติการกู้ภัย แต่ยืนยันว่า คนงานทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ส่งอากาศ, อาหารแห้งและน้ำให้พวกเขาได้สำเร็จผ่านทางท่อขนาดเล็ก และคาดว่า จะพาตัวพวกเขาออกมาได้ในคืนวันอังคารหรือวันพุธ

ด้านครอบครัวของคนงานที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ มายืนดูปฏิบัติการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ด้วยความเป็นห่วงบุคคลอันเป็นที่รัก โดยนาย อาคาช สิงห์ เนกี หนึ่งในญาติผู้ประสบภัย บอกกับสื่อว่า เขาได้พูดคุยกับพ่อของเขาแล้วผ่านท่อส่งออกซิเจน แม้จะแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม

ขณะที่นาย คารัมเวียร์ สิงห์ เจ้าหน้าที่กองกำลังตอบสนองต่อภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า อุโมงค์ความยาว 4.5 กม.ในเขตอุตตราคาชี (Uttarkashi) แห่งนี้พังถล่มเมื่อ 5.00 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลังเกิดดินถล่มลงจากภูเขาใกล้เคียง โดยพังลงมาเป็นระยะทาง 200 เมตรนับตั้งแต่ทางเข้า

เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกับคนงานด้านในได้แล้วเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยวิทยุมือถือ หลังก่อนหน้านั้นพยายามส่งกระดาษข้อความเข้าไปแต่ติดต่อไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ อุโมงค์ซิลก์ยารา เป็นส่วนหนึ่งของถนน ชาร์ธัม (Chardham) อันเป็นโครงการก่อสร้างถนนหลวงของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เพื่อเชื่อมต่อสถานที่แสวงบุญของศาสนาฮินดูหลายๆ แห่ง ที่มักอยู่บนภูเขาสูงเข้าด้วยกัน และจำนวนผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมารัฐอุตตราขัณฑ์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จับผู้ต้องสงสัยทำคนตาย คดีนักฮอกกี้น้ำแข็งโดนสเก็ตบาดคอดับขณะแข่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740689

จับผู้ต้องสงสัยทำคนตาย คดีนักฮอกกี้น้ำแข็งโดนสเก็ตบาดคอดับขณะแข่ง

15 พ.ย. 2566 04:35 น.

จับผู้ต้องสงสัยทำคนตาย คดีนักฮอกกี้น้ำแข็งโดนสเก็ตบาดคอดับขณะแข่ง

ตำรวจอังกฤษจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังเกิดเหตุนักฮอกกี้น้ำแข็งถูกสเก็ตบาดคอขณะแข่ง จนเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 พ.ย. 2566 ว่า ชายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากกรณีนาย อดัม จอห์นสัน นักฮอกกี้น้ำแข็งของทีม นอตติงแฮม แพนเธอร์ ถูกรองเท้าสเก็ตบาดคอระหว่างการแข็งขันกับทีม เชฟฟีลด์ สตีลเลอร์ส เมื่อ 28 ต.ค. ก่อนที่เขาจะถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ตามการเปิดเผยของตำรวจเซาท์ ยอร์กเชียร์ ของอังกฤษ ผลการชันสูตรพลิกศพยืนยันว่า นายจอห์นสัน นักฮอกกี้น้ำแข็งชาวอเมริกันวัย 29 ปี เสียชีวิตจากบาดแผลสาหัสถึงตายบริเวณคอ และเจ้าหน้าที่สืบสวนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วในวันอังคารที่ 14 พ.ย. และตอนนี้เขากำลังอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ

นางเบคส์ ฮอร์สฟอลล์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สืบสวนจากสำนักงานตำรวจเซาท์ ยอร์กเชียร์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนอย่างครอบคลุม เพื่อปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การเสียชีวิตของ อดัม จอห์นสัน ในเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้

“เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านนี้ เพื่อช่วยเหลือในการสืบสว่น และทำงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานสุขภาพและความปลอดภัย แห่งสภาปกครองเมืองเชฟฟีลด์ ซิตี้ ซึ่งกำลังให้การสนับสนุนการสืบสวนซึ่งยังคงดำเนินอยู่” นองฮอร์สฟอลล์กล่าว “การเสียชีวิตของอดัมสร้างแรงกระแทกไปทั่ว ตั้งแต่ชาวเมืองของเราในเชฟฟีลด์ ไปจนถึงแฟนๆ ฮอกกี้น้ำแข็งทั่วโลก”

นางฮอร์สฟอลล์เรียกร้องให้สังคมงดเว้นจากการแสดงความเห็น และตั้งสมมติฐานใดๆ ที่อาจขัดขวางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณ์นี้อีกในอนาคต เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ ทานีกา รอว์เดน ออกมาเรียกร้องให้ออกข้อบังคับให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันลำคอระหว่างแข่งฮอกกี้น้ำแข็ง ด้านสมาคมฮอกกี้น้ำแข็งแห่งอังกฤษ ระบุก่อนหน้านี้ว่า จะมีการบังคับให้ใส่เครื่องป้องกันคอในฤดูกาล 2567 เป็นต้นไป

แต่ลีกสูงสุดของการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งในสหราชอาณาจักรอย่าง EIHL ระบุว่าจะไม่บังคับให้ใส่เกราะป้องกันคอ แต่จะสนับสนุนอย่างยิ่งให้นักกีฬากับเจ้าหน้าที่สวมใส่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้พิพากษาเม็กซิโกคนแรกที่เปิดตัวเป็น LGBTQ ถูกพบเป็นศพในบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740688

ผู้พิพากษาเม็กซิโกคนแรกที่เปิดตัวเป็น LGBTQ ถูกพบเป็นศพในบ้าน

15 พ.ย. 2566 03:25 น.

ผู้พิพากษาเม็กซิโกคนแรกที่เปิดตัวเป็น LGBTQ ถูกพบเป็นศพในบ้าน

ผู้พิพากษาเม็กซิโกคนแรกที่เปิดตัวเป็น LGBTQ ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับแฟน โดยการสืบสวนเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานความผิดปกติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฆซุส โอซิเอล บาเอนา เซาเซโด ผู้พิพากษาคนแรกของเม็กซิโกที่เปิดตัวเป็น นอนไบนารี (non-binary) หรือผู้ปฏิเสธการแบ่งอัตลักษณ์ทางเพศ และเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) คนดัง ถูกพบเป็นศพที่บ้านหลังหนึ่งในรัฐอากวัสกาเลียนเตส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 พ.ย. 2566)

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบศพที่ 2 เป็นคู่รักของบาเอนา อยู่ภายในบ้านที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยนาง โรซา อิเซลา โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของเม็กซิโก ระบุว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั้งสอง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน

ด้านนาย เฆซุส ฟิเกโรอา อัยการรัฐอากวัสกาเลียนเตส กล่าวว่า การสืบสวนเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่านี่เป็นคดีอาชญากรรม ไม่มีรอยเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่มีความเสียหายใดๆ บริเวณทางเข้าบ้าน และเจ้าหน้าที่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีบุคคลที่ 3 เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคนทั้งสอง

นายฟิเกโรอาบอกอีกว่า คดีนี้จะถูกสืบสวนในเรื่องมุมมองทางเพศ เนื่องจากบาเอนาถูกระบุว่าเป็น นอนไบนารี แต่ไม่ระบุว่าการเสียชีวิตของทั้งคู่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเพราะความเกลียดชังหรือไม่

ที่มา : cnn

EU เสียงอ่อย ส่งลูกปืนใหญ่-มิสไซล์ให้ยูเครน 1 ล้านลูกไม่ทันตามเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740687

EU เสียงอ่อย ส่งลูกปืนใหญ่-มิสไซล์ให้ยูเครน 1 ล้านลูกไม่ทันตามเป้า

15 พ.ย. 2566 02:30 น.

EU เสียงอ่อย ส่งลูกปืนใหญ่-มิสไซล์ให้ยูเครน 1 ล้านลูกไม่ทันตามเป้า

รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนียอมรับ สหภาพยุโรปจะส่งกระสุนปืนใหญ่และมิสไซล์ให้ยูเครน 1 ล้านลูกไม่ทันตามที่สัญญาเอาไว้ เหตุผลิตไม่ทัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย บอริส พิสทอเรียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี เปิดเผยในวันอังคารที่ 14 พ.ย. 2566 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะส่งกระสุนปืนใหญ่และมิสไซล์ให้แก่ยูเครน 1 ล้านลูกไม่ทันตามเป้าหมายในเดือนมีนาคมปีหน้า

คำพูดของนายพิสทอเรียสถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีระดับสูงของสหภาพยุโรป ออกมายอมรับต่อสาธารณะว่า จะส่งกระสุนดังกล่าวให้ยูเครนไม่ทันตามเป้าหมาย แม้ว่าเจ้าหน้าที่การทูตและผู้สันทัดกรณีจะออกมาแสดงความกังขานานหลายเดือนแล้วว่าอาจส่งไม่ทัน

เป้าหมายดังกล่าวถูกตั้งเอาไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อความเร่งด่วนและความต้องการใช้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ของยูเครน ซึ่งกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย ที่ยกเข้ามาโจมตีเมื่อปี 2565 ซึ่งยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ และกลายสภาพเป็นสงครามพร่ากำลัง

“มีเสียงเตือนว่า ‘คุณระวังไว้ดีกว่า กระสุน 1 ล้านลูกนั้นพูดง่าย เงินมีพอให้ใช้ แต่การผลิตต้องไปถึงด้วย’ น่าเสียดาย ที่เสียงเตือนเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในตอนนี้” นายพิสทอเรียสกล่าวก่อนร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม EU ที่กรุงบรัสเซลส์ “ตอนนี้น่าจะพูดได้แล้วว่า การส่งกระสุนจะไม่ครบ 1 ล้านลูกตามเป้าหมาย”

เจ้าหน้าที่บางคนระบุว่า อุตสาหกรรมของยุโรปมีขีดความสามารถในการผลิตไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่บางคนก็โต้แย้งว่า การตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานจะกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ สั่งซื้อกระสุน และให้บริษัทอื่นๆ ลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังผลิต

รัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่เดินทางไปร่วมการประชุมในกรุงบรัสเซลส์ด้วย ไม่ถึงขั้นยอมรับแบบนายพิสทอเรียส แต่ก็ไม่ปฏิเสธ เช่นนาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของ EU ระบุว่า พวกเขาส่งกระสุนปืนใหญ่และมิสไซล์ให้ยูเครนแล้วมากกว่า 300,000 ลูกในช่วงแรกของแผนการ และตอนนี้กำลังมุ่งความสนใจไปที่การส่งของช่วงที่ 2

ที่มา : cna

คณะละครดังญี่ปุ่นขอโทษ นักแสดงหญิงลาโลก เหตุทำงานหนัก-โดนบูลลี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740683

คณะละครดังญี่ปุ่นขอโทษ นักแสดงหญิงลาโลก เหตุทำงานหนัก-โดนบูลลี่

15 พ.ย. 2566 00:20 น.

คณะละครดังญี่ปุ่นขอโทษ นักแสดงหญิงลาโลก เหตุทำงานหนัก-โดนบูลลี่

ผู้บริหารบริษัทคณะละครชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง ทาคาระซึกะ ออกมาขอโทษกรณีนักแสดงหญิงจบชีวิตตัวเอง ซึ่งครอบครัวผู้เสียชีวิตอ้างว่ามีสาเหตุจากการทำงานหนักเกินไปและการรังแกของนักแสดงรุ่นพี่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอังคารที่ 14 พ.ย. 2566 ว่า ผู้บริหารของ ‘ทาคาระซึกะ รีวิว’ (Takarazuka Revue) คณะละครหญิงล้วนอันมีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ออกมาขอโทษ หลังเกิดกรณีนักแสดงหญิงวัย 25 ปี เสียชีวิตโดยต้องสงสัยว่าเป็นการทำอัตวินิบาตกรรม อันมีสาเหตุจากการทำงานหนักเกินไป

นายเคนชิ โคบะ กล่าวในงานแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองทาคาระซึกะ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นว่า “ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาระทางจิตใจอย่างรุนแรงเกิดขึ้นกับนักแสดงหญิงรายนี้ และเราไม่ได้ทำหน้าที่ของเราในการดูแลความปลอดภัยของเธออย่างเพียงพอ”

“เราขอโทษอย่างที่สุดที่ไม่สามารถปกป้องสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวของคุณได้” นายโคบะกล่าว และพูดถึงค่าชดเชยที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องว่า “ผมอยากทำให้แน่ใจว่า เราขอโทษและชดเชยให้แก่พวกเขา แต่น่าเสียดาย เรายังไม่มีโอกาสนั้น” โดยนายโคบะกล่าวอีกว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่ง

นายโคบะกับผู้บริหารอีก 2 คน สัญญาในการแถลงข่าวว่า จะมีมาตรการให้เพื่อรับประกันว่า เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งรวมถึงแผนการลกจำนวนรอบการแสดงต่อสัปดาห์ลงจาก 9 ครั้ง เหลือ 8 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม พวกเขาอ้างว่า พวกเขาไม่รู้ถึงความยากลำบากของเหล่านักแสดงสาวในคณะละครเลย เนื่องจากไม่มีการร้องเรียนใดๆ และไม่รู้เรื่องปัญหาการขาดแคลนพนักงานด้วย

ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีว่า การเข้าเป็นนักแสดงของทาคาระซึกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะละครที่เก่าแก่และยอดนิยมที่สุดของญี่ปุ่นนั้น มีการแข่งขันที่สูงมาก ขณะที่นักแสดงหญิงภายในบริษัทก็บริหารด้วยระบบตามลำดับชั้นอันเข้มงวด

นักแสดงหญิงผู้เสียชีวิต อยู่กับทาคาระซึกะมานาน 6 ปีแล้ว ก่อนที่เธอจะถูกพบเป็นศพในห้องคอนโดของเธอเมื่อ 30 ก.ย. โดยตำรวจสงสัยว่าเป็นการทำอัตวินิบาตกรรม

ขณะที่ทีมสืบสวนอิสระ ซึ่งประกอบด้วยทนายความที่ทางบริษัทแต่งตั้งเป็นหลัก ก็เปิดเผยผลการสืบสวนในงานแถลงข่าวเดียวกันด้วย โดยพวกเขาไม่ได้ยืนยันว่า เกิดการรังแก, บูลลี่ หรือ คุกคามใดๆ แต่พบว่า “เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ที่ ชั่วโมงการทำงานอันยาวนาน กอปรกับแรงกดดันจากสมาชิกรุ่นพี่ อาจสร้างภาระทางจิตใจแก่ผู้เสียชีวิต”

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยื่นฟ้องบริษัท กล่าวหาว่านักแสดงหญิงจบชีวิตตัวเองเพราะทำงานหนักเกินไป และถูกรุ่นพี่รังแก จนส่งผลต่อทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกาย “บริษัทเมินเฉยในขณะที่นักแสดงต้องทำงานเป็นระยะเวลานานกว่าปกิต ทำให้เธอเหนื่อยล้าถึงขีดสุด” พร้อมเรียกร้องให้บริษัท รวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ารังแกลูกสาวของพวกเขา ออกมายอมรับความผิดและขอโทษ

พวกเขาอ้างด้วยว่า เมื่อ 2 ปีก่อน นักแสดงหญิงรายนี้เคยถูกสมาชิกรุ่นพี่ใช้เครื่องหนีบผมนาบที่หน้าผากจนเป็นแผล โดยข้อกล่าวหานี้เคยถูกรายงานในนิตยสารรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทางบริษัทออกมาปฏิเสธ

ขณะที่สำนักข่าว อาซาฮี ชิมบุน รายงานว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนไม่สามารถยืนยันได้ว่า สมาชิกรุ่นพี่ในคณะละครตั้งใจนาบเครื่องหนีบผมกับหน้าผากของนักแสดงหญิงรายนี้จนเป็นแผลหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชาวอินโดฯ รวมตัวบอยคอตแมคโดนัลด์ เหตุไม่พอใจหนุนอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2740505

ชาวอินโดฯ รวมตัวบอยคอตแมคโดนัลด์ เหตุไม่พอใจหนุนอิสราเอล

14 พ.ย. 2566 21:00 น.

ชาวอินโดฯ รวมตัวบอยคอตแมคโดนัลด์ เหตุไม่พอใจหนุนอิสราเอล

ชาวอินโดนีเซียรวมตัวกันบอยคอตแมคโดนัลด์ และอีกหลายแบรนด์สินค้าจากสหรัฐฯ หลังแมคโดนัลด์ในอิสราเอลเคยประกาศแจกอาหารฟรีหลายพันชุดให้กับทหารอิสราเอล และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการสู้รบกับกลุ่มฮามาส

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ชาวอินโดนีเซียเริ่มคว่ำบาตรแมคโดนัลด์ (McDonalds) และธุรกิจอื่นๆ จากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม หลังจากที่แมคโดนัลด์ในอิสราเอลประกาศบนโซเชียลมีเดียว่า ได้แจกอาหารฟรีจำนวนมากให้กับกองทัพอิสราเอล ท่ามกลางสงครามกับกลุ่มฮามาสที่กำลังสู้รบอย่างดุเดือด 

การประกาศดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับกลุ่มประเทศมุสลิมทั่วโลก รวมถึงอินโดนีเซีย ซึ่งพวกเขามองว่าการที่แมคโดนัลด์ประกาศเช่นนี้คือการแสดงจุดยืนสนับสนุนกองทัพอิสราเอล และแม้ว่าทางแมคโดนัลด์จะออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าการกระทำนี้ แมคโดนัลด์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นการประกาศจากทางผู้ถือสิทธิแฟรนไชส์แมคโดนัลด์ในแต่ละประเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว

ในขณะที่แมคโดนัลด์ในอินโดนีเซียซึ่งมี PT Rekso Nasional Food เป็นผู้ถือสิทธิแฟรนไชส์ ก็ได้ออกคำชี้แจงในลักษณะเดียวกัน พร้อมส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 1.5 พันล้านรูเปียห์ (3.5 ล้านบาท) ให้กับชาวปาเลสไตน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

แม้จะมีคำชี้แจง แต่องค์กรต่างๆ ในอินโดนีเซีย อาทิ ขบวนการคว่ำบาตร ลดการลงทุน และลงโทษ (Indonesian Boycott, Divestment and Sanctions: BDS) แนวร่วมประชาชน (FUB) และแนวร่วมปกป้องอิสลาม (FPI) ต่างออกมาเรียกร้องให้ชาวอินโดนีเซียคว่ำบาตรแมคโดนัลด์ และธุรกิจอื่นๆ ที่ถูกมองว่าสนับสนุนอิสราเอล เช่น สตาร์บัคส์ (Starbucks) และเบอร์เกอร์คิง (Burger King)

ขณะที่เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ย. โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เข้าพบโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว โดยผู้นำอินโดนีเซียได้เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมากับไบเดนว่าให้จริงจังมากกว่านี้เพื่อยุติ “ความโหดร้าย” ในฉนวนกาซา พร้อมถ่ายทอดข้อความจากมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ที่วิโดโดเพิ่งหารือระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศอาหรับและอิสลาม ที่ซาอุดีอาระเบีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

“อินโดนีเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทำมากกว่านี้เพื่อหยุดยั้งความโหดร้ายในฉนวนกาซา การหยุดยิงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อมนุษยชาติ” ประธานาธิบดีวิโดโดกล่าว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ชาวอินโดนีเซียหลายพันคน รวมทั้งนางเร็ตโน มาร์ซูดี รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย และ นายอานีส บัสเวดัน อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา ซึ่งกำลังเป็นตัวเต็งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียในการเลือกตั้งสมัยหน้า ได้ไปชุมนุมกันที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงจาการ์ตา เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา นอกจากนั้นยังมีการประกาศบอยคอตแมคโดนัลด์ด้วย

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก ทำให้มีนโยบายสนับสนุนปาเลสไตน์ และไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ซึ่งก็เป็นจุดยืนของชาติมุสลิมส่วนใหญ่ พร้อมกันนี้ อินโดนีเซียยังเป็นชาติที่ออกมาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาส 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign