เหยื่อเตาถลุงนิกเกิลอินโดนีเซียระเบิด พุ่ง 18 ศพ ยังอยู่โรงพยาบาลนับสิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750828

เหยื่อเตาถลุงนิกเกิลอินโดนีเซียระเบิด พุ่ง 18 ศพ ยังอยู่โรงพยาบาลนับสิบ

27 ธ.ค. 2566 01:36 น.

เหยื่อเตาถลุงนิกเกิลอินโดนีเซียระเบิด พุ่ง 18 ศพ ยังอยู่โรงพยาบาลนับสิบ

ผู้เสียชีวิตจากเหตุเตาถลุงแร่นิกเกิลที่โรงงานในอินโดนีเซียระเบิด เพิ่มขึ้นเป็น 18 ศพแล้ว และยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบรายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้เตาถลุงแร่นิกเกิล ของโรงงาน Indonesia Tsingshan Stainless Steel (ITSS) บนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอีก 5 ศพในวันอังคารที่ 26 ธ.ค. 2566 เป็นทั้งหมด 18 ศพแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 คนยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) ในขณะที่คนงานกำลังซ่อมแซมเตาที่โรงงานของบริษัท ITSS ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของบริษัท ซิงชาน โฮลดิ้ง กรุ๊ป ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าของ ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงดับไฟได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซียยังคงระงับการปฏิบัติงานโรงงานที่เกิดเหตุเพื่อทำการสืบสวนหาสาเหตุของการระเบิด โดยผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า ในขณะที่คนงานกำลังซ่อมบำรุงเตาถลุง มีเศษแร่ตกค้างไหลออกมาและไปโดนวัตถุไวไฟในบริเวณนั้น จนเกิดการระเบิดขึ้น

ด้านนาย โจโก วีนาร์โตโน โฆษกสำนักงานตำรวจจังหวัดสุลาเวสีกลาง ระบุในวันอังคารว่า ยังคงกำลังสืบสวนหาสาเหตุของไฟไหม้ ขณะที่ยืนยันว่า มีชาวต่างชาติเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 8 ศพ โดยก่อนหน้านั้น กระทรวงต่างประเทศจีนออกมาระบุว่า มีชาวจีนรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย 4 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ระทึก เกิดระเบิดใกล้สถานทูตอิสราเอลในนิวเดลี เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750824

ระทึก เกิดระเบิดใกล้สถานทูตอิสราเอลในนิวเดลี เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ

27 ธ.ค. 2566 00:08 น.

ระทึก เกิดระเบิดใกล้สถานทูตอิสราเอลในนิวเดลี เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ

เกิดระเบิดใกล้สถานทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดใกล้สถานทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย เมื่อเวลาประมาณ 17.20 น. วันอังคารที่ 26 ธ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บตามหลังการระเบิด

นายกาย นีร์ (Guy Nir) โฆษกสถานทูตอิสราเอลยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นจริง ซึ่งตำรวจท้องถิ่นกับทีมความมั่นคงกำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศของอินเดียระบุว่า เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศกำลังร่วมมือกันสืบสวนหาสาเหตุของการระเบิด

อนึ่ง เมื่อเดือนมกราคม 2564 เคยเกิดเหตุระเบิดขนาดเล็กถูกจุดขึ้นใกล้สถานทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลีมาแล้ว โดยในครั้งนั้นก็ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า การระเบิดดังกล่าวเป็นเหตุก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานดับเพลิงกรุงนิวเดลียังไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่า เหตุระเบิดครั้งล่าสุดเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นการโจมตีกันแน่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cha

ยูเครนเฮ ยิงเครื่องบิน Su-34 รัสเซีย ตกลำที่ 4 โจมตีเรือรบวอดที่ไครเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750773

ยูเครนเฮ ยิงเครื่องบิน Su-34 รัสเซีย ตกลำที่ 4 โจมตีเรือรบวอดที่ไครเมีย

26 ธ.ค. 2566 20:39 น.

ยูเครนเฮ ยิงเครื่องบิน Su-34 รัสเซีย ตกลำที่ 4 โจมตีเรือรบวอดที่ไครเมีย

กองทัพอากาศยูเครนฮึกเหิม ยิงเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิด Su-34 ของรัสเซียตกเป็นลำที่ 4 ในช่วง 3 วัน อีกทั้งยังส่งเครื่องบินรบบินไปโจมตี เรือรบรัสเซีย จนได้รับความเสียหายหนักที่ไครเมีย

เมื่อ 26 ธ.ค. 2566 เดลี่เมลรายงาน กองทัพอากาศยูเครนอ้างยิงเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิด Su-34 ของกองทัพรัสเซียตกอีกหนึ่งลำที่เมืองท่ามาริอูโปล ริมฝั่งทะเลดำ จนนับเป็นความสำเร็จของกองทัพยูเครนที่สามารถยิงเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 ของรัสเซีย ที่มีสนนราคาลำละ 40 ล้านปอนด์ หรือราว 1.7 พันล้านบาท ตกเป็นลำที่ 4 ในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น

โฆษกประจำกองทัพอากาศยูเครนกล่าวว่าได้รับการยืนยันแล้วว่าระบบป้องกันอากาศยานของเราสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิด Su-34 ของรัสเซียที่มีทิศทางบินมายังเมืองท่ามาริอูโปลตกอีกลำ 

ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนยังกำลังตรวจสอบหลักฐานว่าสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ Su-30 ของรัสเซียตกอีกหนึ่งลำในทะเลดำ ขณะบินมุ่งหน้ามายังเมืองโอเดสซา

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่ามีเรือรบลำหนึ่งของกองทัพรัสเซียได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี ที่เมืองฟีโอโดซิยา เมืองท่าริมฝั่งทะเลดำ บนคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย 

ก่อนหน้านี้ โฆษกกองทัพอากาศยูเครนแถลงว่าเครื่องบินรบของยูเครนสามารถยิงจรวดนำวิถีโจมตีทำลายเรือยกพลขึ้นบกของรัสเซีย ‘Novocherkassk’ ขณะที่มีรายงานว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 นาย และอาคาร 6 หลังได้รับความเสียหาย

ที่มา : DailymailBBC

มาเลเซียอ่วม น้ำท่วมหนัก แม่น้ำโก-ลก สูงทุบสถิติ อพยพ 2.5 หมื่นคน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750738

มาเลเซียอ่วม น้ำท่วมหนัก แม่น้ำโก-ลก สูงทุบสถิติ อพยพ 2.5 หมื่นคน (คลิป)

26 ธ.ค. 2566 17:56 น.

มาเลเซียอ่วม น้ำท่วมหนัก แม่น้ำโก-ลก สูงทุบสถิติ อพยพ 2.5 หมื่นคน (คลิป)

(ภาพประกอบ)

มาเลเซียอ่วม น้ำท่วมใหญ่ทางภาคเหนือ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง จนทำให้ปริมาณน้ำ แม่น้ำโก-ลกล้นตลิ่ง และระดับน้ำทุบสถิติสูงสุด อพยพประชาชนในรัฐกลันตันและตรังกานูราว 2.5 หมื่นคนแล้ว 

เว็บไซต์ เดอะ สตาร์ สื่อภาษาอังกฤษในมาเลเซีย รายงานว่า เกิดน้ำท่วมฉับพลันทางภาคเหนือของมาเลเซีย ทั้งในรัฐกลันตัน ตรังกานู ปาหัง และสลังงอร์ หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก แม่น้ำสำคัญทางภาคเหนือของมาเลเซียและภาคใต้ของไทย อยู่ในสภาวะล้นตลิ่ง และระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก สร้างสถิติใหม่สูงสุด

ทีมเจ้าหน้าที่และกู้ภัยของมาเลเซียต้องอพยพประชาชนอย่างน้อย 25,438 คนไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยที่รัฐกลันตัน มีประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมสูงแล้ว 14,000 คน จาก 4,288 ครอบครัว รองลงมาคือ รัฐตรังกานู อพยพประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันแล้ว 11,216 คนจาก 3,444 ครอบครัว 

ชมคลิป : ที่นี่

ที่มา : thestar

คิงชาร์ลส์ ควีนคามิลลา เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ในพิธีวันคริสต์มาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750671

คิงชาร์ลส์ ควีนคามิลลา เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ในพิธีวันคริสต์มาส

26 ธ.ค. 2566 16:00 น.

คิงชาร์ลส์ ควีนคามิลลา เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ในพิธีวันคริสต์มาส

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชินีคามิลลา พร้อมทั้งเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอังกฤษ เสด็จฯ ร่วมพิธีทางศาสนาเนื่องในวันคริสต์มาส ที่โบสถ์เซนต์แมกดาลีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ พระชนมพรรษา 75 พรรษา และสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระชนมพรรษา 76 พรรษา ทรงนำพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พร้อมทั้งโอรส ธิดา ทั้ง 3 เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส เสด็จพระดำเนินไปตามเส้นทางไปยังโบสถ์เซนต์ แมรี แมกดาลีน ในซานดริงแฮม มณฑลนอร์ฟอล์ก เพื่อทรงร่วมในพิธีทางศาสนาเนื่องในวันคริสต์มาส เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2566 โดยมีประชาชนมาเฝ้ารอรับเสด็จจำนวนมาก

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 พร้อมทั้งพระราชินีคามิลลา ทรงนำพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอังกฤษ ทรงร่วมในพิธีทางศาสนาเนื่องในวันคริสต์มาส ที่โบสถ์เซนต์ แมกดาลีน

แฟนๆ ราชวงศ์อังกฤษต่างประทับใจ เมื่อได้เห็นครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีน หรือเจ้าหญิงเคท พร้อมทั้งเจ้าชายจอร์จ ชันษา 10 ปี เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ชันษา 8 ปี และเจ้าชายลูอิส ชันษา 5 ปี เสด็จพระดำเนินเคียงกันและจับพระหัตถ์กันอย่างอบอุ่น โดยเจ้าชายลูอิสยังได้จับมือ มีอา ทินดัลล์ บุตรสาวของไมค์ และซารา ทินดัลล์ ซึ่งซารา ทินดัลล์ เป็นพระธิดาในเจ้าหญิงแอนน์ พระขนิษฐาองค์เดียวของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ด้วย

พระราชินีคามิลลา พร้อมด้วยเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เจ้าชายลูอิส และมีอา ทินดัลล์
เจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาองค์รองของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 พร้อมด้วย ซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์ก เจ้าหญิงเบียทริซ และพระสวามี

นอกจากนั้น เจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาองค์รองของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมพระธิดาทั้งสอง เจ้าหญิงเบียทริซ แห่งยอร์ก และพระสวามี เอดูอาร์โด มาเปลลี มอสซี  และเจ้าหญิงยูจินี พระสวามี แจ็ก บรู๊กส์แบงก์ และซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์ก อดีตชายาในเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งได้มาร่วมในพิธีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี ตลอดจนเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเอดินบะระ พระอนุชาองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมทั้งชายา ดัชเชสโซฟี ร่วมในพิธีทางศาสนาเนื่องในวันคริสต์มาส ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์อังกฤษ

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระอนุชาองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และดัชเชสโซฟี พระชายา
เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงแคเธอรีน พร้อมทั้งเจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส เสด็จฯออกจากโบสถ์เซนต์ แมกดาลีน


null

ที่มา : hellomagazine

สงครามยูเครนเดือด รัสเซียอ้าง ยึดเมืองมารินกา ‘ประตู’ สู่โดเนตสก์ได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750644

สงครามยูเครนเดือด รัสเซียอ้าง ยึดเมืองมารินกา ‘ประตู’ สู่โดเนตสก์ได้แล้ว

26 ธ.ค. 2566 13:51 น.

สงครามยูเครนเดือด รัสเซียอ้าง ยึดเมืองมารินกา ‘ประตู’ สู่โดเนตสก์ได้แล้ว

เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซียอ้าง ทหารรัสเซียสามารถยึดเมืองมารินกา เมืองสำคัญทางภาคตะวันออกของยูเครน เพราะถือเป็น ‘ประตู’ สู่แคว้นโดเนตสก์ ได้แล้ว แต่รบ.ยูเครนยังปฏิเสธคำอ้างนี้

เมื่อ 26 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์สงครามในยูเครน หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินส่งกองทัพรัสเซียทำสงครามเต็มรูปแบบตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2565 ว่า เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซียกล่าวว่ากำลังทหารรัสเซียสามารถยึดเมืองสำคัญ มารินกา (Marinka) ในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครนได้แล้ว

นายชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซียได้บอกกับประธานาธิบดีปูตินว่า หน่วยจู่โจมรัสเซียได้เข้ายึดพื้นที่ที่มีการเสริมกำลังอย่างเข้มแข็ง นอกแคว้นโดเนตสก์ได้แล้ว 

สภาพความเสียหายของอาคารบ้านเรือนในเมืองมารินกา เมืองสำคัญทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งรมว.กลาโหมรัสเซียอ้างเมิ้อ 26 ธ.ค.2566ว่าทหารรัสเซียสามารถยึดเมืองมารินกาได้แล้ว

เมืองมารินกา ถือเป็น ‘ประตู’ เข้าสู่แคว้นโดเนตสก์ ซึ่งขณะนี้ได้รับความเสียหายเกือบหมดจากการปะทะกันระหว่างทหารรัสเซียกับยูเครน ในขณะที่เมืองมารินกาก็ได้รับความเสียหายเกือบหมดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ด้าน รัฐบาลยูเครนได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างครั้งนี้ของรมว.กลาโหมรัสเซียทันที บอกว่าทหารรัสเซียสามารถยึดเมืองมารินกาได้แล้ว

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินแหงรัสเซียได้ประกาศผนวกดินแดนแคว้นเคอร์ซอนและลูฮานสก์ เช่นเดียวกับโดเนตสก์ และซาปอริชเชีย เข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียตั้งแต่กันยายน 2565 ในขณะที่นานาประเทศทั่วโลกไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวของรัสเซีย เพราะถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ที่มา : BBC

เหตุคนร้ายโจมตีหมู่บ้านในไนจีเรีย ดับกว่า 113 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750617

เหตุคนร้ายโจมตีหมู่บ้านในไนจีเรีย ดับกว่า 113 ศพ

26 ธ.ค. 2566 13:28 น.

เหตุคนร้ายโจมตีหมู่บ้านในไนจีเรีย ดับกว่า 113 ศพ

ไนจีเรีย เผยมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ศพ ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ หลังเกิดการโจมตีหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ที่เผชิญกับความตึงเครียดทางศาสนาและชาติพันธุ์มานานหลายปี

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไนจีเรีย ระบุ เมื่อวันจันทร์ (25 ธ.ค.) ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ศพ ในภาคกลางของไนจีเรีย หลังเกิดการโจมตีหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ที่เผชิญกับความตึงเครียดทางศาสนาและชาติพันธุ์มานานหลายปี

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากตัวเลขเบื้องต้นที่รายงานโดยกองทัพเมื่อเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพียง 16 ศพ

มันเดย์ คัสซาห์ หัวหน้ารัฐบาลท้องถิ่นในเมืองบอกโกส รัฐพลาโต กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 113 ศพ หลังการปะทะตั้งแต่วันเสาร์จนถึงช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ซึ่งถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในเมืองบอกโกส, จอส และบาร์คิน ลาดี 

คัสซาห์ กล่าวว่า แก๊งนักรบ หรือที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า “โจร” ก่อเหตุโจมตีโดยมีการประสานงานกันอย่างดีในชุมชนต่างๆ ไม่น้อยกว่า 20 ชุมชน การโจมตีซึ่งเริ่มต้นในพื้นที่เมืองบอกโกส และลุกลามเข้าไปในเมืองบาร์คิน ลาดี ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 30 ศพ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คาเลบ มุตฟวาง ผู้ว่าการรัฐพลาโต กล่าวประณามการโจมตีดังกล่าว ว่า “ป่าเถื่อน โหดร้าย และไร้เหตุผล” ด้านโฆษกผู้ว่าการรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้มาตรการเชิงรุก เพื่อควบคุมการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังดำเนินอยู่ 

ขณะที่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไนจีเรียหลังการโจมตีดังกล่าวว่า “ทางการไนจีเรียล้มเหลวในการยุติการโจมตีชุมชนชนบทในรัฐพลาโต ซึ่งมีการเสียชีวิตบ่อยครั้ง” 

ทั้งนี้ รัฐพลาโตเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของไนจีเรีย มีประชากรต่างเชื้อชาติและศาสนาอาศัยอยู่ โดยพื้นที่ดังกล่าวมีชื่อว่า “มิดเดิล เบลต์” (Middle Belt) ของไนจีเรีย ซึ่งมักเกิดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ความขัดแย้งกันมักจะเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ชาวมุสลิมและกลุ่มเกษตรกรชาวคริสต์

นอกจากนั้น พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและตอนกลางของไนจีเรียถูกคุกคามโดยกลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการจากฐานทัพที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าและบุกค้นหมู่บ้านเพื่อปล้นและลักพาตัวชาวบ้านเพื่อเรียกค่าไถ่.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ขบวนผู้อพยพจากเม็กซิโกเดินเท้ามุ่งสหรัฐฯ หนีความอดอยาก-อาชญากรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750601

ขบวนผู้อพยพจากเม็กซิโกเดินเท้ามุ่งสหรัฐฯ หนีความอดอยาก-อาชญากรรม

26 ธ.ค. 2566 12:17 น.

ขบวนผู้อพยพจากเม็กซิโกเดินเท้ามุ่งสหรัฐฯ หนีความอดอยาก-อาชญากรรม

ผู้อพยพหลายพันคนออกเดินเท้าจากทางใต้ของเม็กซิโก โดยมีจุดหมายเป็นชายแดนสหรัฐฯ

คาดว่าผู้คนประมาณ 7,000 คน ส่วนใหญ่มาจากอเมริกาใต้และอเมริกากลาง รวมถึงเด็กหลายพันคน ได้ร่วมในขบวนผู้อพยพครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดหารือเกี่ยวกับวิธีควบคุมการอพยพจำนวนมากกับประธานาธิบดีเม็กซิโก โดยล่าสุดมีการปิดจุดผ่านแดนหลายแห่งเนื่องจากมีผู้อพยพเพิ่มขึ้น

จอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และนายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติเม็กซิโก กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากของผู้อพยพที่ข้ามพรมแดน

ตามข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ จำนวนผู้ถูกจับกุมที่ชายแดนทางใต้ของสหรัฐฯ เกิน 2 ล้านคนทั้งในปีงบประมาณ 2565 และ 2566 เฉพาะในเดือนกันยายนปี 2023 เพียงเดือนเดียว หน่วยตระเวนชายแดนสหรัฐฯ สามารถจับกุมผู้อพยพมากกว่า 200,000 คน ที่กำลังข้ามชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกอย่างผิดกฎหมาย 

ขณะที่ขบวนผู้อพยพล่าสุดเดินทางออกจากเมืองทาปาชูลาทางตอนใต้ของเม็กซิโก ใกล้ชายแดนทางใต้ของประเทศติดกับกัวเตมาลา ในช่วงวันคริสต์มาสอีฟ โดยมีผู้นำขบวนถือไม้กางเขน ธงชาติเม็กซิโก พร้อมกับป้ายข้อความว่า “อพยพหนีภัยยากจน”

สื่อท้องถิ่นกล่าวว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่มาจากคิวบา เฮติ และฮอนดูรัส แต่บางส่วนมาจากประเทศที่ห่างไกลอย่างบังกลาเทศและอินเดีย หลายคนกล่าวว่า พวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมขวน หลังจากรอเอกสารอนุญาตเดินทางมาหลายเดือน

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้อพยพ หลุยส์ การ์เซีย วิลลากราน ซึ่งร่วมเดินทางด้วย กล่าวว่า การเข้าร่วมขบวนเดินเท้ามุ่งหน้าทางเหนือเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้อพยพจำนวนมากที่ติดอยู่ในเมืองทาปาชูลา “ปัญหาคือชายแดนทางใต้ที่ติดกับกัวเตมาลาเปิดอยู่ และมีผู้คนสัญจรไปมาประมาณ 800 ถึง 1,000 คนทุกวัน ถ้าเราไม่ออกจากทาปาชูลา เมืองก็จะพังทลาย”

ผู้อพยพเดินทางเป็นระยะทางประมาณ 15 กม. ในเช้าวันแรก หลังจากออกเดินทางในช่วงรุ่งสางของวันที่ 24 ธันวาคม

ผู้อพยพชาวฮอนดูรัสรายหนึ่งกล่าวว่า เขาได้ออกจากประเทศบ้านเกิดเพื่อหลบหนีแก๊งอาชญากรที่ขู่จะฆ่าเขา “ผมกลัวจึงตัดสินใจมาเม็กซิโก โดยหวังว่าจะได้รับอนุญาตให้ไปอเมริกา”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเม็กซิโก อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ กล่าวว่า เขายินดีที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อจัดการกับปัญหานี้ และมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในวันพุธ การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จำนวนผู้อพยพพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นหัวข้อทางการเมืองที่ร้อนแรงในสหรัฐฯ โดยมีแรงกดดันต่อประธานาธิบดีไบเดน เพื่อให้หยุดยั้งการหลั่งไหลข้ามพรมแดนของผู้อพยพ.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

‘ฉายาสภา 2566’ สภาลวงละคร ประธานสภาฯ (วัน) นอ-มินี ‘ชลน่าน’ คว้า วาทะแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566149

27 ธ.ค. 2566

'ฉายาสภา 2566' สภาลวงละคร ประธานสภาฯ (วัน) นอ-มินี 'ชลน่าน' คว้า วาทะแห่งปี

เปิด ‘ฉายาสภา 2566’ สภาลวงละคร ประธานสภาฯ ‘(วัน) นอ-มินี’ ด้าน ‘พิธา’ คว้า ดาวดับปี 66 วาทะแห่งปี ไร้ คนดีศรีสภา-คู่กัด

เป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติประจำปีของสื่อมวลชน กับการตั้งฉายา บรรดารัฐมนตรี นักการเมือง เช่นเดียวกับผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ที่มีการตั้งฉายาการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง สส. และ สว. ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของทั้งสองสภาอย่างใกล้ชิด ซึ่งในส่วนของ “ฉายาสภา 2566” สื่อสภาได้ให้ฉายาว่า “สภาลวงละคร”

โดยที่ประชุมร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ได้มีความเห็นร่วมกันในการตั้ง “ฉายาสภา 2566” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีความเห็นร่วมกัน ดังนี้

1. “สภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “สภาลวงละคร”

สภาที่มีการชิงไหวชิงพริบ เพื่อเป็นเจ้าของอำนาจ มีการเจรจาจับมือกันหลายฝ่าย โดยในครั้งแรก พรรคเพื่อไทยเล่นตามบทเป็นมวยรอง แต่สุดท้ายใช้สารพัดวิธี พลิกกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีแต่การหักเหลี่ยมเฉือนคม ตั้งแต่การเลือกนายกรัฐมนตรี จนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งการหักหลังฝ่ายเดียวกันเอง ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่เคยเป็นฝ่ายเดียวจับมือต่อสู้กันมาก่อน จนถึงขั้นฉีก MOU ซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยเล่นตามบทของพรรคอันดับรอง จับมือกอดคอกันอย่างหวานเจี๊ยบ เปรียบเสมือนโรงละครโรงใหญ่ ที่มีแต่ฉากการหลอกลวง

2. “วุฒิสภา” ได้รับฉายา “แตก ป. รอ Retire”

ล้อมาจากฉายาของวุฒิสภาในปี 2565 คือ ตรา ป. ที่ สว.ทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร แบบไม่มีแตกแถว แต่ในปีนี้ ทั้ง 2 ป. ได้แยกทางกัน ซึ่งในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา สว.ฝ่าย ป.ประยุทธ์ ได้ลงมติยอมสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน สวนทางกับ ป.ประวิตร ที่งดออกเสียง และ สว.กำลังจะหมดอำนาจหน้าที่ ในเดือน พ.ค. 2567 จึงเป็นเสมือนการรอเวลาเกษียณ หมดเวลาการทำหน้าที่ สว.

3. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “(วัน) นอ-มินี”

เนื่องจาก ตำแหน่งนี้ เป็นที่แย่งชิงของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมาก่อน ก่อนที่จะเห็นร่วมกันว่า ใช้โควตาคนนอก พรรคเพื่อไทย จึงได้เสนอชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติในขณะนั้น เป็นประธานสภาฯ ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ยอมรับ ดังนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ จึงเป็นเสมือนนอมินีของการแย่งชิงครั้งนี้ ทั้งที่จำนวนเสียง สส.ที่มี ก็ไม่ได้เพียงพอต่อการชิงตำแหน่งประธานสภาฯ แต่ก็ถือเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคพร้อมให้การสนับสนุน ทั้งยังเคยเป็นคนของพรรคเพื่อไทยมาก่อนด้วย

4. นายพรเพชร วิชิตชลชัย “ประธานวุฒิสภา” ได้รับฉายา “แจ๋วหลบ จบแล้ว”

คำว่า “แจ๋ว” เปรียบเสมือน บทบาทของผู้รับใช้ ซึ่งเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา นายพรเพชร ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่า เป็นผู้รับใช้ คสช. แต่เมื่อเข้าสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน บทบาทของนายพรเพชรในฐานะประธานวุฒิสภา พยายามหลบแรงปะทะ ไม่แสดงความเห็นที่เสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งมากนัก รวมถึงไม่ออกสื่อ เพื่อรอเวลาวุฒิสภาหมดวาระ ในการทำหน้าที่ สว. 6 ปี ในเดือน พ.ค. 2567

5. นายชัยธวัช ตุลาธน “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร”

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เห็นควรว่า ควรงดตั้งฉายา เนื่องจากเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ และยังไม่ได้เริ่มทำงานในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

6. ดาวเด่น ปี 66

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เห็นว่า “ไม่มีผู้ใดเหมาะสม” และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว

7. ดาวดับ ปี 66

ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่มีความโดดเด่นในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จนกระทั่งรู้ผลเลือกตั้งที่พรรคก้าวไกลได้จำนวน สส.มากที่สุด เดินสายขอบคุณประชาชน พบหน่วยงานต่างๆ ประหนึ่งว่าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว พลอยให้บรรดาด้อมส้มเรียก “นายกพิธา” ทำให้เกิดกระแส “พิธาฟีเวอร์” แต่สุดท้ายกลับไปไม่ถึงดวงดาว สภาไม่ได้เหยียบ ทำเนียบไม่ได้เข้า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งแขวน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จากคดีหุ้นไอทีวี ที่ยังลูกผีลูกคน จึงเป็นดาวที่เคยจรัสแสง แต่ตอนนี้ได้ดับลงแล้ว

8. วาทะแห่งปี 66 

ได้แก่ วาทะ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ลุกขึ้นชี้แจงคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมาว่า “เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเราเป็นพรรคอันดับสองมีความยินดีร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล และถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยไม่มีทางจับมือกับพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับสอง สามารถที่จะแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ากลไกการเมือง และรัฐธรรมนูญมันปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญแบบนี้เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราก็คิดผิดเพราะว่ายิ่งเราจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้”

9. “เหตุการณ์แห่งปี” คือ “เลือกนายกรัฐมนตรี”

ถือเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีมากถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ 13 ก.ค. 2566 ซึ่งบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ คือนายพิธา แต่ปรากฎว่าได้รับความเห็นชอบไม่ถึง 376 เสียง ทำให้มีการโหวตเลือกผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 อีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค. 2566 แต่ปรากฎว่าในที่ประชุมรัฐสภา กลับมีการถกเถียงกันถึงข้อบังคับการประชุม ว่าจะสามารถเสนอรายชื่อ นายพิธาซ้ำได้หรือไม่ เนื่องจากมีความเห็นว่า ญัตติที่เสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีตกไปแล้ว ไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ แม้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จะเปิดลงมติตามข้อตามข้อบังคับที่ 151 ปรากฎว่าเสียงกึ่งหนึ่งเห็นว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ 

จากนั้นช่วงเช้าของวันที่ 21 ส.ค. 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน ได้แถลงส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น นพ.ชลน่าน ในนามของพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจับมือตั้งรัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียงกับ 11 พรรคการเมือง ที่เคยเป็นพรรครัฐบาลเดิม ในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเหตุให้วันที่ 22 ส.ค.2566 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้นัดประชุมรัฐสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 3 โดยมีการเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี สุดท้ายก็ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาด้วยเสียง 482 เสียง ต่อไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง ทำให้นายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

10. คู่กัดแห่งปี

ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ลงมติเห็นว่า ควรงดตั้งฉายาคู่กัดแห่งปี เนื่องจากเพิ่งเปิดสมัยประชุมได้เพียงสมัยเดียว และเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงตรงกับช่วงปิดสมัยประชุม จึงยังไม่มีใครเป็นคู่กัดที่ชัดเจน มีเพียงการปะทะคารมในบางเหตุการณ์เท่านั้น

11. คนดีศรีสภา 66

สื่อมวลชนประจำรัฐสภามีความเห็นร่วมกันว่า ยังไม่มี สส. หรือ สว.คนใด เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนขอเป็นกำลังใจให้ สส. และ สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ให้มุ่งมั่น ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ สส. และ สว.ที่บกพร่องในการทำหน้าที่ ขอให้ทบทวน ปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชนต่อไป

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้าน-เข้าสภา 3-4 ม.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566126

26 ธ.ค. 2566

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้าน-เข้าสภา 3-4 ม.ค.

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ครอบคลุม 6 ยุทธศาสตร์ ส่งต่อเข้าสภาฯ 3-4 ม.ค. 67 เพื่อพิจารณา วาระแรก ต่อไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2566 นางรัดเกล้า อินทวงค์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามที่สำนักงบประมาณ (สงป.) เสนอ และให้เสนอสภาผู้แทนราษฏรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ วาระที่ 1 ในวันที่ 3-4 มกราคม 2567 ต่อไป

นางรัดเกล้า กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,480,000 ล้านบาท โดยจำแนกตามประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

1.จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ ดังนี้ 

  1. รายจ่ายงบกลาง จำนวน 606,765.0 ล้านบาท 
  2. รายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1,150,114.0 ล้านบาท 
  3. รายจ่ายบูรณาการ 214,601.7 ล้านบาท 
  4. รายจ่ายบุคลากร 786,957.6 
  5. รายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน 257,790.5 
  6. รายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 346,380.1 
  7. รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 118,361.1

2.จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐสรุปได้ ดังนี้ 

  1. ด้านความมั่นคง 390,149.3 ล้านบาท
  2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 393,517.9 ล้านบาท 
  3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 516,954.2 ล้านบาท 
  4. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 834,240.6 ล้านบาท 
  5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 131,292.3 ล้านบาท และ 
  6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 604,804.5 ล้านบาท

โดยมีรายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 564,041.20 ล้านบาท เพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นการชำระหนี้ภาครัฐ และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

“ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครม.รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และให้ความเห็นชอบข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ โดยให้ สงป.ดำเนินการพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ และเอกสารประกอบงบประมาณเรียบร้อยแล้ว”

พร้อมทั้ง ได้ผลิตเอกสารงบประมาณฉบับประชาชน โดยใช้ infographic เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจในเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ งบประมาณตามช่วงวัย ตามความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และตามยุทธศาสตร์ชาติ 

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้าน-เข้าสภา 3-4 ม.ค.

เรื่องงบประมาณประเทศเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ประชาชนจะต้องรู้ว่าได้อะไรบ้างจากงบประมาณปี2567 ขอชวนเชิญให้สแกนคิวอาร์โค้ดได้จากเฟสบุ๊คของสำนักโฆษก​ https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้าน-เข้าสภา 3-4 ม.ค.
ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้าน-เข้าสภา 3-4 ม.ค.