อ้วน ‘ภูมิธรรม’ การันตี ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ ทำงานดีแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563035

10 พ.ย. 2566

อ้วน 'ภูมิธรรม' การันตี 'โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี' ทำงานดีแล้ว

ถือหาง ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ ทำงานตรงตามหน้าที่ ‘ ภูมิธรรม’ บอกฝ่ายค้าน ครบ 100 วัน จะเห็นผลงานรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการโจมตีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพของ ของวรชัย เหมะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องนานาจิตตัง หากใครที่เป็นหน่วยรุก รบ ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองมากหน่อย ก็มองว่าอาจไม่ทันใจ 

เชื่อว่าทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คงรับฟังเรื่องนี้แล้ว และปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น ที่ผ่านมามองว่า โฆษกฯทำงานได้ดี มีความชัดเจน มีรายละเอียด และตรงกับหน้าที่ของตนเอง

การเป็นโฆษกฯ ไม่ได้หมายความว่า จะต้องแถลงอย่างมีความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลพยายามทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจตามบุคลิกของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ที่มีความตรงไปตรงมา บางครั้งอาจจะไม่ลื่นหูใครบ้าง แต่ตนคิดว่าข้อสำคัญที่เป็นปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้ คือการนำข้อเท็จจริงมาพูดให้หมด พร้อมรับฟังทัศนะคติ หรือความเห็น

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ ผลงานรัฐบาล 60 วัน  ไม่มีอะไรใหม่ชองฝ่ายค้าน ถือเป็นธรรมดา และต้องพยายามบอกฝ่ายค้านว่า เราทำงานสร้างสรรค์อย่าคิดว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งอะไรที่รัฐบาลทำและจะเป็นผลดีกับอนาคตก็อย่าซีเรียส อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองหมด แต่สามารถออกความเห็นได้ เพราะจะได้เป็นกระจกสะท้อนรัฐบาล

ฝ่าวค้านต้องอดทนรอการดำเนินงานของรัฐบาล เมื่อครบ 100 วัน จะแถลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ผลงานรัฐบาลที่เกิดขึ้นแล้วมีอะไรบ้าง และเรื่องไหนที่ดำเนินการแล้วจะเดินหน้าอย่างไรก็จะแถลงในวันนั้น ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดหนึ่งก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นที่สุด

สาเหตุ ‘ส่วยรถบรรทุก’ ไม่เคยหาย ผลประโยชน์มหาศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563021

09 พ.ย. 2566

สาเหตุ 'ส่วยรถบรรทุก' ไม่เคยหาย ผลประโยชน์มหาศาล

‘วิโรจน์’ มอง ‘ส่วยรถบรรทุก’ ไม่ฟื้นคืนชีพ เพราะไม่เคยหาย แม้แฉลากไส้ แต่ผลประโยชน์เป็นทอดๆ จี้ ‘นายกฯ’ ปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ใช่ทีละเรื่อง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  กล่าวถึง “ส่วยรถบรรทุก” ที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังพบสติกเกอร์รูปดาวสีเขียวติดบริเวณหน้ารถที่ถนนทรุดว่า ทราบจากผู้กำกับการ สน.พระโขนงว่า ติดเพื่อเป็นการหารถของบริษัทตัวเองเจอได้ง่าย ซึ่งขอถามกลับไปยังผู้กำกับว่าถ้าเขาเล่ามาเช่นนั้น เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเล่า ตำรวจเชื่ออย่างนั้นจริงๆหรือ มองว่าการติดตามรถของบริษัทไม่จำเป็นจะต้องติดสติ๊กเกอร์ดาวมีสีเขียว เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นชื่อบริษัทเลย และแต่ละคันก็มีเอกลักษณ์ของบริษัทไม่จำเป็นจะต้องติดดาวสีเขียว เพื่อให้หารถตัวเองง่าย


ส่วนการเทดินทิ้งก่อนช่างน้ำหนักจริง นายวิโรจน์ กล่าวว่า คนที่ต้องตอบคำถาม คือ ผู้กำกับการ สน.พระโขนง และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นอาชีพของตำรวจโดยตรงในการปกป้องพยานวัตถุ และกรณีนี้ ดิน เป็นพยานวัตถุที่สำคัญมาก 

ทั้งนี้เป็นการคืนชีพส่วยรถบรรทุกหรือไม่ หลังเงียบมาระยะหนึ่งแล้ว นายวิโรจน์ กล่าวว่า สะท้อนถึงการแก้ปัญหาไม่ได้แก้ที่รากเง้าของปัญหา ซึ่งตนเน้นย้ำมาหลายครั้ง การปราบคือการแก้ปัญหาได้ชั่วคราว แต่การแก้ไขกฎหมายที่เป็นปัญหาเอื้อให้เจ้าหน้าที่บางคนทำตัวไม่ดีรีดไถประชาชนหรือเอากฎหมายไปคุกคามประชาชนและให้เอกชนกลุ่มหนึ่งที่ยอมจ่ายผลประโยชน์ได้มีอภิสิทธิ์ทำตามอำเภอใจเหนือกฎหมาย คงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ วันนี้เข้าใจว่าสภาผู้แทนราษฎรโดยพรรคก้าวไกลและพรรคอื่น ร่วมกันตั้งกรรมธิการคมนาคมที่จะสะสางและรวบรวมกฎหมายที่เป็นปัญหาทั้งหมด เพื่อผลักดันให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎหมายต่อไป

นายวิโรจน์ ย้ำอีกครั้ง ส่วยรถบรรทุกไม่ได้ฟื้นคืนชีพ แต่จริงๆไม่เคยตาย เพียงหลบซ่อนไปช่วงหนึ่ง ซึ่งตนขอส่งสัญญาณไปถึงนายกรัฐมนตรี บอกว่าต้องแก้ทีละเรื่อง ตนว่าเกินจุดที่จะมาพูดอ้อมแอ้มหรือประดิฐประดอยคำแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังไม่ปฏิรูปตำรวจก็จะมีปัญหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ก็ยังเกิดขึ้นแบบนี้อยู่วันยังค่ำ แก้ไม่ได้

ส่วนปัญหาส่วยรถบรรทุกไม่เคยหายไป เพราะไม่กลัวสิ่งที่พรรคก้าวไกลออกมาเปิดโปงหรือไม่ นายวิโรจน์ ระบุว่า 
“เขาก็คงกลัว แต่เขาก็มั่นใจในเรื่องของการส่งผลประโยชน์ต่อ” ส่วยปีละ 20,000 ล้านบาท การทำทุจริตแบบนี้เป็นเครือข่ายโซ่ทุกข้อต้องเชื่อมกันหมด ดังนั้นต้องมีการส่งผลประโยชน์เป็นทอดๆ จากตำรวจรายเล็กถึงตำรวจระดับสูง  ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ขอ ผบช.น. ผบช.ก. อาจจะต้องไปถึง ผบ.ตร. ด้วย เพราะผูกพันกับการเสียชีวิตตำรวจ 2 นาย ซึ่งมีความโยงใยเกี่ยวกับส่วยรถบรรทุกอย่าง แต่จะเกี่ยวข้องตัวใหญ่ในลักษณะใด คงต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับเกียรติยศศักดิ์ ศรีเกียรติภูมิ ตำรวจอย่างมาก ถ้าอยากให้ประชาชนกลับมามีความไว้เนื้อเชื่อใจผมคิดว่าเรื่องนี้คงต้องจริงจัง” นายวิโรจน์กล่าว 

ด่วน ‘หมอชัย’ ชวนเชิญ ประชาชนติดตาม การ ‘แถลงผลงาน 60 วันรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563013

09 พ.ย. 2566

ด่วน 'หมอชัย' ชวนเชิญ ประชาชนติดตาม การ 'แถลงผลงาน 60 วันรัฐบาล'

‘หมอชัย’ โฆษกรัฐบาล เชิญชวนประชาชนติดตามรายการ “Chance of Possibility จากนโยบายสู่การลงมือทำจริง 60 วัน ภายใต้รัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน” วันนี้ 19.00 น.

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชิญชวนพี่น้องสื่อมวลชน และประชาชนติดตามชมรายการพิเศษ “Chance of Possibility จากนโยบายสู่การลงมือทำจริง 60 วัน ภายใต้รัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน” ในวันนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) เวลา 19.00 น. ผ่านช่องทางต่างๆ NBT2HD, NBT11 ทางออนไลน์ Facebook, YouTube ของทั้ง 2 ช่อง และFacebook, Youtube ไทยคู่ฟ้า รวมถึง Facebook เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะเป็นโอกาสรับฟังความคืบหน้าการทำงานของรัฐบาลในหัวข้อต่างๆ นโยบายรัฐบาลที่สำคัญ เช่น Quick win 3 ประการคือ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส มาตรการเร่งด่วน การท่องเที่ยว การคมนาคม การต่างประเทศ ยาเสพติด สังคม ทหาร

ซึ่งรวมไปถึงกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ด้วยหัวใจหลักที่นายกรัฐมนตรีต้องการลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

สามารถติดตามได้ทางช่อง

https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman

‘ผบ.ตร.’ ยันยังไม่โอนย้าย ‘พล.ต.อ.รอย’ หลังสะพัด โยกนั่ง ‘เลขาฯ สมช.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563010

09 พ.ย. 2566

'ผบ.ตร.' ยันยังไม่โอนย้าย 'พล.ต.อ.รอย' หลังสะพัด โยกนั่ง 'เลขาฯ สมช.'

“ผบ.ตร.” เผยหลังประชุม กตช. ยังไม่มีการโอนย้าย “พล.ต.อ.รอย” หลังมีข่าวสะพัด โยกไผนั่ง “เลขาฯ สมช.” ย้ำ “นายกฯ” ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ

9 พ.ย. 2566 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผบ.ตร.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน ก.ต.ช.เป็นประธาน
 

ผบ.ตร. เผยยังไม่มีการโยก รองรอย ไปนั่ง เลขา สมช. ผบ.ตร. เผยยังไม่มีการโยก รองรอย ไปนั่ง เลขา สมช.

โดยภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่  ซึ่ง ผบ.ตร. ระบุเพียงสั้นๆ ว่า  “ไม่ได้มีอะไร” 

และเมื่อถามว่าได้มีการโอนย้าย พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แล้วหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าจะมานั่งเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตอบสั้นๆ ว่า “ยังๆๆ”  ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.

ทั้งนี้ ตำแหน่ง เลขาฯ สมช. เป็นตำแหน่งสูงขึ้น เทียบเท่าระดับ ซี11 และมีกระแสข่าว ว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.รอย เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบโอนย้ายมาดำรงตำแหน่ง เลขาฯสมช.

สำหรับ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2567 เป็นนักเรียนเตรียมทหาร(ตท.) รุ่น 24 นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 40 ผ่านหลักสูตร FBI และหลักสูตรสืบสวนที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย เส้นทางรับราชการตำรวจดำรงตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ ผกก.7 บก.ทล.,ผกก.2 บกทล.,รองผบก.ทล.,รอง ผบก.สบพ.,รอง ผบก.ฝรก.,ผบก.ทท.รองผบช.ก.ขึ้น ผบช.สันติบาล ขยับมาเป็น ผบช.ศึกษา ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผบ.ตร.ดูแลงานด้านความมั่นคง

‘สรเทพ’ เปิดผนึกถึง ‘นายกฯ’ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ 14.00-15.00 น.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562999

09 พ.ย. 2566

'สรเทพ' เปิดผนึกถึง 'นายกฯ' ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ 14.00-15.00 น.

‘รองโฆษกไทยสร้างไทย’ เรียกร้อง ‘นายกฯ’ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ 14.00-15.00 น. เผยเป็นกฎหมายล้าสมัย ควรปรับเข้ากับยุคสมัย ช่วยผู้ประกอบการฟื้นตัว

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ส่งจดหมายเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ปลดล็อกแก้กฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 น. – 17.00 น. โดยระบุว่า 

เรียนนายกรัฐมนตรีจากนโยบายที่ท่านต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดย การอนุญาตให้เปิดผับถึงตี 4 ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ใคร่ขอความกรุณาให้ท่านช่วยพิจารณาแก้กฎหมายปลดล็อคห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาบ่าย 2 โมงถึง 5 โมงเย็นให้ด้วย เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อยากขอเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะถึงนี้จากรัฐบาลของท่าน 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่อนคลายมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจร้านอาหาร คือ ยกเลิกการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2558 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของร้านอาหารโดยไม่จำเป็น โดยกฎหมายนี้มีมาตั้งแต่ปี 2515 หรือกว่า 50 ปีแล้ว เป็นการสร้างความวุ่นวายและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมักจะมีปัญหากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในการทำความเข้าใจในการต้องหยุดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาดังกล่าว เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว รวมถึงกฎหมายนี้ไม่เป็นสากลในยุคสมัยนี้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ซึ่งเศรษฐกิจของประเทศและการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิมเหมือนก่อนหน้าโควิค 

ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเห็นสมควรที่จะปรับแก้กฎหมายที่เก่าแก่ฉบับนี้ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว จึงเขียนจดหมายเปิดผนึกนี้มาเพื่อให้ท่านพิจารณาและช่วยเหลือ

นายสรเทพ โรจน์พจนารัชนายสรเทพ โรจน์พจนารัช

ศาลฏีกา เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ย้าย ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’ โดยมิชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563000

09 พ.ย. 2566

ศาลฏีกา เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ย้าย ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’ โดยมิชอบ

ศาลฎีกาคดีนักการเมือง เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ออกคำสั่งเด้ง ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’ พ้นเลขาฯ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ไป 29 พ.ย. 66 เวลา 13.30 น. เหตุองค์คณะผู้พิพากษามาไม่ครบ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2566 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เเละ พรป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบ

ในวันนี้นายวิญญัติ ชาติมนตรี และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาเป็นตัวแทนในการรับฟังคำพิพากษา โดยระบุถึงกระบวนการสู้คดีที่ผ่านมา ในฐานะทนายก็ทำให้ดีที่สุด มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ 6 ปาก และฝ่ายจำเลย 4 ปาก

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายนรวิชญ์ กล่าวว่าวันนี้มาเป็นตัวแทนในการรับฟัง ก่อนมาฟังคำพิพากษา ไม่ได้มีการติดต่อพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่มาทำหน้าที่ตามที่ศาลได้นัดหมายไว้ ทีมทนายความได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด มีความมั่นใจในการสู้คดี

เมื่อถึงเวลานัดศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 29 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยนายนรวิชญ์ กล่าวถึงเหตุในการเลื่อนว่า เนื่องจากวันนี้มีองค์คณะผู้พิพากษา 1 ท่านไม่มา โดยมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ จึงไม่สามารถอ่านคำพิพากษาในวันนี้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้ลงนามในคำสั่งให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ ครม.มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้ดำรงตำแหน่ง เลขา สมช. ซึ่งนายถวิล ได้ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดและศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว

นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายและ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในวันที่ 1 ก.ค.2563

และส่งให้อัยการสูงสุดส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยอัยการสูงสุดจึงได้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา และมีการออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากไม่เดินทางมาศาลโดยไม่ได้แจ้งเหตุผล

คู่แค้น ‘สว.อุปกิต’ โอดกระบวนการยึดอายัดทรัพย์ ไม่ทันใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562998

09 พ.ย. 2566

คู่แค้น 'สว.อุปกิต' โอดกระบวนการยึดอายัดทรัพย์ ไม่ทันใจ

ประธานคณะกรรมาธิการฯยาเสพติด ข้องใจ กระบวนการดำเนินคดี ‘สว.อุปกิต’ ล่าช้า ขู่ ใครให้การช่วยเหลือ อาจถูกตั้งกรรมการสอบ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. ชี้แจง รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน และการปฏิรูปประเทศ คดี สว.ทรงเอ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาชญากรข้ามชาติ ว่า

ขั้นตอนขณะนี้เหลือแค่การสืบทรัพย์ของ สว.อุปกิต ปาจรียางกูร ว่าส่วนใดบ้างที่มาจากการค้าขายยาเสพติด โดยคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีรายงานให้สาธารณชนทราบ แต่ส่วนตัวมองว่าการยึดอายัดทรัพย์ช้ามาก เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ

ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคง ฯ ชี้ว่า คดีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากฎหมายจะสามารถใช้กับผู้มีตำแหน่งสำคัญในบ้านเมืองได้หรือไม่ โดยเฉพาะช่วงนี้ไม่ได้อยู่ในสมัยประชุมสภาฯ ไม่มีเอกสิทธิ์ปกป้องบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ สว. ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำหน้าที่ให้จงได้

ส่วนผู้ที่ให้การช่วยเหลือ สว. อุปกิต ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา ก็มีแนวโน้มจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมถึงตำรวจ 12 นาย ซึ่งทราบชื่อเบื้องต้นหมดแล้ว มีผู้ที่เป็นอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ตัวย่อ ป. ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทางจเรตำรวจได้ชี้มูล และอาจมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป

รังสิมันต์ เชื่อว่าการถูก สว.อุปกิต ฟ้องกลับ เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท มีเจตนาหวังคำขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาล และต้องการให้ไม่พูดเรื่องนี้อีก ถึงตอนนี้ศาลยังไม่ได้สั่งอะไร แต่ในฐานะ สส. มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายให้เสมอภาค

แต่หากมีการใช้กลไกศาลปิดปากไม่ให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ ฝ่ายอื่นๆ ที่มีหน้าที่ก็ต้องทบทวนกัน ท้ายสุดท่านก็อาจมีภาระทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

กรมพัฒนาฯเสริมสร้างทรัพยากรดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768084

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการการประเมินสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยศึกษาลักษณะและสมบัติบางประการของดิน รวมถึงประเมินสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่ปลูกพืชอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อให้ได้ฐานข้อมูลทรัพยากรดินและแนวทางการจัดการดินในพื้นที่ปลูกพืชบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(พืช GI) รายชนิดพืช ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบสถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีและบ่งชี้สถานะของดินที่มีการปลูกพืชให้มีคุณภาพดี อีกทั้งนำไปใช้เป็นคำแนะนำการจัดการดินในพื้นที่ปลูกพืช GI เพื่อให้เกษตรกร เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรดินในบริเวณที่มีลักษณะโดดเด่น เพื่อผลักดัน เสริมสร้าง และคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พืชท้องถิ่น และพืชเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังสนับสนุนในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุตามเป้าหมายระดับแผนแม่บทย่อย : สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ในการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกพืช GI การสนับสนุนฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (พืช GI) ให้ได้มาตรฐานเพื่อคุ้มครองทรัพยากรดินที่เหมาะสมสำหรับพืช GI โดยจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ (พืช GI) ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ แผนที่ชุดดิน แผนที่สภาพการใช้ที่ดิน ความเหมาะสมของที่ดิน ในขอบเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GI ของประเทศไทย 48 ชนิด

“ฐานข้อมูลสารสนเทศพืชบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พืช GI) และสถานการณ์ของทรัพยากรดินในพื้นที่เพาะปลูกพืช GI ถูกนำมาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพที่ดินทั้งระดับความต้องการปัจจัยของพืช GI และสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืช GI ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม ใช้จัดทำเขตการใช้ที่ดินสำหรับพืช GI ในการขยายพื้นที่เพาะปลูก”นายอนุชา กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการจัดทำศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเป็นศูนย์บริการเกษตรกร (Service Mind for Farmer Smile Center) ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไปสามารถขอรับบริการต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านเกษตร ตลอดจนรับเรื่องร้องเรียน และปัญหาด้านการเกษตร ผ่านระบบ
แอปพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความรวดยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักกฎหมาย สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม 134กระทรวงเกษตรฯ

‘ไชยา’เข้าร่วม งานTCAC2023 การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768085

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ประจำปี 2566 (Thailand Climate Action Conference : TCAC 2023)ภายใต้แนวคิด “สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน” จัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานฯและปาฐกถาพิเศษ

ขณะที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ตลอดจน น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้วเลขานุการ รมช.เกษตรฯ น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายจิตติศักดิ์ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน เข้าร่วม

‘อนุชา’มอบนโยบายมกอช. มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768087

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีและกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 21 ปี วันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช.พร้อมคณะ และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีฯที่ มกอช.

นายอนุชากล่าวว่า มกอช.มีภารกิจเป็นหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยกำหนด ตรวจสอบรับรอง ควบคุม และส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตร ตั้งแต่ระดับไร่นาจนถึงผู้บริโภค ตลอดจนการเจรจาระหว่างประเทศในการกำหนดมาตรฐาน และแก้ปัญหาทางการค้าเชิงเทคนิค เพื่อปรับปรุงและยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเพื่อให้มีคุณภาพและความปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล รวมถึงสามารถแข่งขันในเวทีโลก ดังนั้น งานด้านมาตรฐาน จึงเป็นอีกหนึ่งงานที่จะช่วยในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลว่าด้วย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้เกษตรกร” เมื่อเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้นเช่นกัน

“สำหรับภารกิจและการดำเนินงานของมกอช.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีอยู่แล้ว แต่จะต้องเพิ่มการสร้างการรับรู้ด้านมาตรฐาน ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน อย่างไรก็ดี ก้าวต่อไปของ มกอช.ต้องพิจารณาว่ามีสินค้าเกษตรชนิดใดอีกบ้างที่สามารถเพิ่มตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องลงมาสนับสนุนและให้ความสนใจในเรื่องนี้โดยสร้างอาชีพเสริมให้เกษตรกรชาวนาได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพิ่มมูลค่าทางผลผลิต และมีกำไรเพิ่มขึ้น ไม่ว่าพืชชนิดใด แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับรายได้หลักและถือเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ จึงได้ต้องมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างมูลค่า ปรับเปลี่ยนแนวคิดด้านการเกษตรนำไปสู่มิติใหม่ในการสร้างตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรให้สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ มกอช.มีผลงานสำคัญที่ผ่านมาที่เป็นประจักษ์ในหลายด้าน ได้แก่ การประสบความสำเร็จในการเจรจาส่งออกผลมังคุดสดไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องอบไอน้ำ ซึ่งส่งผลช่วยลดต้นทุนการผลิตและการส่งออกมังคุดของไทย ช่วยคงความสดใหม่และไม่สร้างความเสียหายให้กับผลมังคุดสด อีกทั้งช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษาของมังคุด อีกทั้งยังถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าตลาดส่งออกให้กับมังคุดของไทย นอกจากนี้ ยังเปิดตลาดเนื้อเป็ดปรุงสุกจากไทยไปออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเด็นการหารือภายใต้กรอบการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญ ด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร (SPS Expert Group) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย–ออสเตรเลีย ช่วยผู้ประกอบการไทยให้สามารถที่จะส่งออกสินค้าประเภทเนื้อเป็ดปรุงสุกไปออสเตรเลียได้ ผู้บริโภคออสเตรเลีย มีทางเลือกในการเลือกซื้อและบริโภคสินค้าเนื้อเป็ดปรุงสุก