เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช บริการครบจบทุกด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768088

เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช  บริการครบจบทุกด้านเกษตร

เปิดตัวแอปฯเกษตรพิรุณราช บริการครบจบทุกด้านเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัว : นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือการจัดทำศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช เพื่อเป็นศูนย์บริการเกษตรกร ผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถขอรับบริการต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านเกษตร ตลอดจนรับเรื่องร้องเรียน และปัญหาด้านการเกษตร

“เลขาฯกกต.” พร้อมทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ จะกี่ครั้งขึ้นกับรัฐบาล ไม่ติดเงื่อนไขทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต้องดูความพร้อม

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการศึกษาเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุม โดยจะประชุม 1-2 วันนี้และจะมีความคืบหน้า เพราะเราจะหารือโดยละเอียด ทั้งในส่วนเรื่องของงบประมาณ อัตราการขึ้นเงินเดือนว่าจะเป็นเท่าไร ส่วนจะทันรอบการให้ข้าราชการเลือกรับเงินเดือนเป็น 2 งวด ในช่วงต้นปี’67 หรือไม่นั้น ตนขอรอฟังข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนแล้วจึงจะมีบทสรุปออกมา และค่อยเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นมีการประเมินหรือไม่ หากเพิ่มเงินเดือนข้าราชการจะใช้งบประมาณเท่าไรนายปานปรีย์กล่าวว่า ยัง ขอฟังรายละเอียดก่อน ส่วนที่มีนักวิชาการเสนอให้ปรับเป็นระยะ โดยเริ่มจากข้าราชการชั้นผู้น้อยก่อนนั้น ตนขอฟังรายละเอียดก่อน เพราะต้องดูเรื่องของงบประมาณด้วย เนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณออกมาล่าช้าพอสมควร เบื้องต้นอาจต้องใช้งบประมาณของปีหน้า จึงขอว่าอย่าเพิ่งฟันธง ให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนและจะนำมาแจ้งให้ทราบ เมื่อถามย้ำว่า ในการประชุมวันที่ 10 พ.ย. จะได้บทสรุปเลยหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า รอฟังก่อน ขอให้ใจเย็นๆ

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768062

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.58 น.

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินพระราชทาน ให้กรมการข้าว น้อมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลระแหง อำเภอเมือง จังหวัดตาก​ 

ในการนีันายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน​ พร้อมด้วย​ ผู้บริหารกรมการข้าว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา นำไปถวายแด่พระครูเมธีวรคุณ เจ้าอาวาสวัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง

ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย รณรงค์เด็กและเยาวชน รู้ทันภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768034

ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย  รณรงค์เด็กและเยาวชน รู้ทันภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย รณรงค์เด็กและเยาวชน รู้ทันภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.35 น.

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ #สงสัยไว้ก่อน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จัก “คิดทบทวนให้ถี่ถ้วน” ก่อนจะโพสต์ภาพ วีดีโอ หรือข้อมูลส่วนตัวบนพื้นที่ออนไลน์ โดยแคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์ หลังจากที่รายงานการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เด็กในประเทศไทยจำนวนมากกำลังตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์

จากรายงาน หยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย (Disrupting Harm in Thailand Report) ซึ่งจัดทำโดยยูนิเซฟ ร่วมกับเอ็คแพท และอินเตอร์โพล พบว่าในปี 2564 มีเด็กไทยอายุ 12-17 ปี กว่า 400,000 คน หรือเกือบ 1 ใน 10 คนเคยตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ และรูปแบบการล่วงละเมิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ การที่ภาพหรือคลิปวีดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศของเด็กถูกนำไปเผยแพร่ส่งต่อโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม และมีการแบล็กเมล์ หรือข่มขู่ให้เด็กมีสัมพันธ์ทางเพศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า“แคมเปญนี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่เราทุกคนต้องร่วมกันแก้ปัญหาการขู่กรรโชกทางเพศเด็กทางออนไลน์ ซึ่งเราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน กระทรวงพม. มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน ขณะเดียวกันเรายังมีการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการให้บริการด้านการคุ้มครองเด็ก รวมถึงการตอบสนองต่อรายงานการล่วงละเมิดและละเลยเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น เด็กและเยาวชนจะสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทันท่วงที”

แคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน เปิดตัวด้วยคลิปวีดีโอความยาว 1 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้มิตรภาพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์จะน่าตื่นเต้น แต่ก็อาจมาพร้อมความเสี่ยงและอันตรายได้เช่นกัน

คยองซอน คิม

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า “อาชญากรรมแบบต่างๆ ที่เรายกมาพูดถึงในแคมเปญนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวันในประเทศไทย ทั้งกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย แต่ปัญหานี้มักไม่ถูกรายงานเนื่องจากเด็กๆ มักกลัวเกินกว่าที่จะเล่าปัญหานี้ให้ใครฟัง เราทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์เลวร้ายนี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตั้งแต่หน่วยงานด้านการคุ้มครองเด็ก ตลอดจนฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยเราเริ่มต้นได้จากการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ให้พวกเขามีความเข้าใจถึงความเสี่ยงและมีความระแวดระวังในการส่งต่อข้อมูลหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบนโลกออนไลน์ รวมถึงมีทักษะในการหลบเลี่ยงหรือตอบสนองเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงหรือตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ต่างๆ ด้วย”

นอกจากคลิปวีดีโอเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยออนไลน์แล้ว แคมเปญนี้ยังให้ความรู้และเคล็ดลับต่างๆ แก่เด็กและผู้ปกครอง เพื่อที่จะสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาภัยออนไลน์ และสนับสนุนให้เด็กๆ ขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงหรือเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์

อีกทั้ง จากรายงานหยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย พบว่า เด็กที่เป็นผู้เสียหายเหตุการล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์จำนวนมากไม่ทราบว่าจะต้องแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน โดยมีเด็กผู้ประสบเหตุเพียง 1 ใน 3คนเท่านั้น ที่ไปแจ้งตำรวจ เด็กหลายคนโทษตัวเองและคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง รายงานฉบับนี้ยังพบอีกว่าในหลายกรณี ผู้ก่อเหตุมักเป็นคนที่เด็กรู้จักอยู่แล้ว

รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย กล่าวเสริมว่า “หากเราส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) และทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) ให้แก่เด็กและเยาวชน พวกเขาก็จะสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และเข้าใจถึงผลกระทบจากพฤติกรรมออนไลน์ของพวกเขาได้ เครือข่ายฯ หวังว่าแคมเปญนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันเชิงนโยบายให้มีการออกกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อรับมือปัญหาภัยออนไลน์ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นอีกด้วย”

นางนวลพรรณ ล่ำซำ

นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้แสดงการสนับสนุนแคมเปญนี้อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์

“ภัยออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา เราต้องคิดไว้เสมอว่าเด็กๆ กำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรมืออาชีพ ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการล่อลวงเด็ก ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาทักษะและความรู้ของทุกฝ่ายรวมทั้งตัวเด็กเองด้วย เพื่อคุ้มครองพวกเขาจากภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง และยกให้ประเด็นการคุ้มครองเด็กเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนของทุกคน”

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา โดยเป็นโครงสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและรับมือกับความเสี่ยงและภัยออนไลน์ต่างๆ เครือข่ายฯ นี้นำโดยกระทรวง พม.
มีสมาชิกจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตัวแทนเด็กและเยาวชน องค์การระหว่างประเทศ รวมถึงยูนิเซฟ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย รัฐบาลไทยยังได้กำหนดให้วันอังคารที่สองของเดือนกุมภาพันธ์เป็นวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ซึ่งตรงกับวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยสากลด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน คลิกที่ http://www.unicef.org/thailand/th/onlinesafety หรือรับชมวีดีโอแคมเปญรณรงค์ 1 นาที ได้ที่ https://vt.tiktok.com/ZSNUrmUfR/

วัคซีนน่ารู้ ฟังออนไลน์ในงาน‘วันแห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก 2566’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768023

วัคซีนน่ารู้ ฟังออนไลน์ในงาน‘วันแห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก 2566’

วัคซีนน่ารู้ ฟังออนไลน์ในงาน‘วันแห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก 2566’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ร่วมกับ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย และกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนผู้สนใจ และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องในงาน “วันแห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก 2566 (World Immunization Day 2023)” ภายใต้แนวคิด “รวมพลังสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรค : การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตลอดชีวิต (Lifetime immunization) เมื่อวัคซีนสำคัญสำหรับทุกช่วงวัย” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แก่ประชาชนทุกช่วงวัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรณรงค์เพิ่มความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อป้องกันการป่วยที่รุนแรงและการเสียชีวิต

ภายในงานผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนระดับแนวหน้าของประเทศ มาร่วมบรรยายให้ความรู้ทางด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนในทุกช่วงวัย หัวข้อที่น่าติดตาม ประกอบด้วย วัคซีนวัยเด็ก อัปเดตข้อมูลวัคซีนที่น่าสนใจ ได้แก่ “วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคโปลิโอ และ วัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส (PCV) ในเด็ก” โดย รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ และสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และหัวข้อ “วัคซีนโควิด-19 ในเด็ก” โดย ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ที่ปรึกษาสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

วัคซีนวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ร่วมเรียนรู้และเข้าใจ “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV” โดย ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ที่ปรึกษาสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และอัปเดตข้อมูลล่าสุดของ “วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก” โดย ศ.พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วัคซีนผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ร่วมสร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นของ “วัคซีนโควิด-19 ในผู้สูงวัย” โดย ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย รวมถึงหัวข้อ “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปออกฤทธิ์ยาว (LAAB) สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ” และอัปเดตข้อมูลล่าสุดของ “วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด” โดย นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค

พบกันวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.40-12.00 น. สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และหน่วยงานเครือข่าย

กรมควบคุมโรค เผยวัยรุ่นและเยาวชน ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้น ยํ้าใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ชวนตรวจ หากมีความเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768025

กรมควบคุมโรค เผยวัยรุ่นและเยาวชน ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้น  ยํ้าใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ชวนตรวจ หากมีความเสี่ยง

กรมควบคุมโรค เผยวัยรุ่นและเยาวชน ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้น ยํ้าใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ชวนตรวจ หากมีความเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร

กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน โดยในปี 2565 คาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 15-24 ปี และมีสัดส่วนเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบการรักษาถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2551 ที่ร้อยละ 9.5 และยังพบผู้ติดเชื้อซิฟิลิสและหนองใน สูงถึง 14,534 คน สอดคล้องกับข้อมูลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ปี 2562 ที่พบว่า เยาวชนมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์ เพียงร้อยละ 80 และใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งกับแฟนและคนรักไม่ถึงร้อยละ 40

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดี กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้วัยรุ่นและเยาวชน พกและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับทุกคน ทุกช่องทาง จะช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกด้วย ประชาชนสามารถรับถุงยางอนามัยได้ฟรี ที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐ และภาคประชาสังคมทั่วประเทศ พร้อมร่วมกับเครือข่ายเยาวชน จัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจ และชวนเพื่อนใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้วัยรุ่นและเยาวชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิส โดยสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิสแบบรู้ผลเร็วภายใน 20 นาที ให้กับ 53 จังหวัด ในปี 2565และขยายความครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในปี 2566 ทำให้เกิดบริการตรวจเชิงรุกในชุมชน และสถานบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง หากพบการติดเชื้อจะได้รับการดูแลรักษาโดยเร็ว

“กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้คนไทยทุกคน ตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ฟรี โดยเข้าแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ และรับชุดตรวจไอวีด้วยตนเอง ที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมตลอดจนร้านขายยาที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรแบบครบวงจร สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของเยาวชน ยุค 5G โดยพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือของบุคลากรสหวิชาชีพ แกนนำเยาวชน รวมถึงเพิ่มช่องทางเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการได้สะดวก ผ่านระบบออนไลน์ เช่น ระบบลงทะเบียน บริการปรึกษา การนัดหมายและแจ้งเตือน โดยบูรณาการกับระบบบริการปกติ พร้อมเร่งขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแลรักษาได้เร็วและครอบคลุม มุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นำสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนต่อไป”

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลได้ที่ https://buddystation.ddc.moph.go.th/ facebook fanpage: buddystation หรือสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 02-5903217

ลงนาม MOU โครงการ ‘Gen ยัง แอคทีฟ 50+’ ขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768024

ลงนาม MOU โครงการ ‘Gen ยัง แอคทีฟ 50+’  ขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

ลงนาม MOU โครงการ ‘Gen ยัง แอคทีฟ 50+’ ขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล พร้อมด้วยพันธมิตร ร่วมลงนาม MOU โครงการ “Gen ยัง แอคทีฟ 50+”

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล นำโดย ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) นำโดย เภสัชกรหญิงจิราภา เปรมปลื้มจิตต์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ GSK ลงนามความร่วมมือ(MOU) การดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน “Gen ยัง แอคทีฟ 50+”ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย เตรียมความพร้อมให้คนไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ผ่านเว็บไซต์ และ LINE OA : @GenYoungActive ช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องและครบ 

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า ในการรับมือสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด(GSK) และภาคีเครือข่าย ดำเนินโครงการ “Gen ยัง Active 50+” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของกลุ่มที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผ่านแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เข้าถึงง่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและป้องกันหลากหลายภัยเงียบที่ส่งผลต่อสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ ในอนาคต และสนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

เภสัชกรหญิงจิราภา เปรมปลื้มจิตต์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า GSK รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในการขับเคลื่อนโครงการ Gen ยัง Active 50+ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมในด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของกลุ่ม Gen ยัง Active เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มีอิสระและมีความสุขเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ไม่ว่าจะอายุ 50 หรือมากกว่านั้น

นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน รวม 7 องค์กรร่วมด้วย ได้แก่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เอสซีจี และ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มุ่งเน้นในการเตรียมพร้อมเชิงรุกให้คนไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพโดยนำองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญจากองค์กรภาคีมาเผยแพร่ ให้ความรู้ด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตสำหรับกลุ่ม Gen ยัง Active ผ่านแพลทฟอร์มทั้งเว็บไซต์ http://www.GenYoungActive.com และ LINE OA : @GenYoungActive ช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องและครบถ้วน ครอบคลุมเนื้อหาทั้งด้านโรคภัยไข้เจ็บและการป้องกัน

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768029

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ศ.ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานกก.มูลนิธิเจ้าพระยาบวรราชนายก(เฉกอะหมัด) เชิญสมาชิกสกุล อาทิ บุนนาค,จาติกรัตน์, ศุภมิตร, ศรีเพ็ญ, วิชยาภัย,ภาณุวงศ์, อหะหมัดจุฬา, อากาหยี่, จุฬารัตน,ช่วงรัศมี, สุวกูล, เศรษฐสุทธิ, นนทเกษ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ เจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ผู้เป็นปฐมจุฬาราชมนตรี พร้อมมอบทุนการศึกษานักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ม.ราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา วันอาทิตย์26 พ.ย.10.00 น. ณ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา..

●● สมาชิกชมรมสมองใสใจสบาย เชิญร่วม “รำไทยกับสุขภาพ รุ่นที่ 4” 13 พ.ย. และ 15 พ.ย.13.00-15.30 น. ณ อาคาร สธ. ชั้น 15 รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รับเพียง 30 ท่านวิทยากรโดย อ.พัชรา กุญชร ณ อยุธยา, ผศ.ดร.เฉลิม ชัยวัชราภรณ์, เพชรพริ้ง สารสิน,ปานเกศ ศาตะมาน,พิมพ์เพชร กุญชร ณ อยุธยา,ภูษิตา เทพหัสดิน ณ อยุธยา สมัครทางไลน์ชมรมได้ที่ @healthybrain-mind..

●● งานฉลองสมรสครบรอบ 50 ปี ศักดิ์ทิพย์-ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ เชิญญาติสนิทมิตรสหายสังสรรค์ ที่ห้องบอลรูม รร.รอยัล ออคิด เชอราตัน9 พ.ย. 18.30 น..

●● ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง ประธานคณะกก.ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เชิญองค์กรสมาชิกร่วมประชุมเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม ASEAN GO-NGO Forum ครั้งที่ 18 หัวข้อ “การคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองกับโลกที่เปลี่ยนแปลง” 9 พ.ย. 13.00 น. ที่ห้องประชุม 207 ตึกมหิดล สภาสังคมฯ..

●● สภากาชาดไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดร้านขายสลากกาชาดออนไลน์ ระดมทุนผู้ใจบุญช่วยเหลืองานสาธารณสุขไทย ซื้อง่ายผ่านระบบออนไลน์ของสภากาชาดไทย….ร่วมทำบุญใหญ่ลุ้นรางวัลใหญ่คอนโดมิเนียมราคากว่า 2 ล้านบาทและอื่นๆ อีกเพียบ กับสลากกาชาดธรรมศาสตร์ ประจำปี 2566 ผู้ที่สนใจทำบุญพร้อมลุ้นโชคสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.redcrossfair.comธรรมศาสตร์กาชาด 2566..

●● พระราชทานเพลิงศพ ศ.ดร.สมศักดิ์ ชูโต 9 พ.ย.16.00 น.เมรุ 2 วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน..

●●พล.ต.อ.ดร.วัชรพล-รศ.ปิยานันต์ ประสารราชกิจ เป็นประธานงานฉลองสมรสพล.ต.ต.หญิง พญ.พิมพรรณ ทรัพย์ขำกับ อดิศร เดชอัคราช 11 ธ.ค. 11.30 น. ที่รร.แชงกรี-ลา เชียงใหม่..

●● ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคม ไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยเบอนัวท์ วานเดอ คาแปลล์ คู่สมรสเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ประธานจัดงานบาซาร์ YWCA และคณะภริยาทูต ครั้งที่ 68 เชิญชวนไปงาน” 68th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2023” มีสินค้านานาชาติกว่า200 บูธ จาก 40 ประเทศทั่วโลกสุดยิ่งใหญ่ พร้อมกระเป๋าสวยๆ ออกแบบโดย สมนึก คลังนอก(ครูปาน) ศิลปินจิตอาสา เป็นกระเป๋ารักษ์โลกมีจำหน่ายในงานบาซาร์ 16-19 พ.ย. ที่ Central World ชั้น 1-3 รายได้การจัดงาน ช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส..●●

น้อง

หยุด‘ไขมันพอกตับ’ก่อนจะดับด้วย‘มะเร็ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768027

หยุด‘ไขมันพอกตับ’ก่อนจะดับด้วย‘มะเร็ง’

หยุด‘ไขมันพอกตับ’ก่อนจะดับด้วย‘มะเร็ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันผู้คนสามารถเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายขึ้น ยิ่งโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ยิ่งพบเจอได้ง่าย เวลาตรวจสุขภาพต้องมานั่งลุ้นว่าคอเลสเตอรอลจะเกินไหม ไตรกลีเซอไรด์จะพุ่งหรือไม่ โดยเฉพาะค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลให้เกิดความเสี่ยงสารพัดโรค ซึ่งนอกจากโรคเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้กัน คือ ไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานแล้วไปใช้ได้หมด จนทำให้เกิดการสะสมอยู่ที่ตับ

พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร

พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ไขมันพอกตับเป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ มักตรวจพบและได้รับการวินิจฉัยเมื่อมาตรวจสุขภาพประจำปี อาจมีอาการอ่อนเพลียควบคู่ไปด้วย มีอาการจุกแน่นบริเวณชายโครงขวา

“โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) หรือไขมันเกาะตับ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับมากเกินปกติ โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ชอบรับประทานอาหารหวาน ไม่ออกกำลังกาย และโดยส่วนใหญ่ไขมันพอกตับระยะแรกมักไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเลือดประจำปี หรืออัลตร้าซาวนด์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา”

สำหรับระยะการดำเนินโรคสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะแรกเป็นระยะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ ระยะที่สอง เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ หากไม่ควบคุมดูแล และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อยๆ เกินกว่า 6 เดือนอาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรงต่อเนื่องเกิดพังผืด (brosis) สะสมในตับ เซลล์ตับค่อยๆ ถูกทำลายลงแทนที่ด้วยพังผืด และ ระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ทำให้เกิดตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ ที่สำคัญหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้กลายเป็นตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเกิดเป็น “มะเร็งตับ” ในที่สุด

พญ.ปิติญา กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับพบความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะไขมันพอกตับซึ่งภาวะนี้เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมดส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่มีอาการ จึงอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะไขมันพอกตับ ดังนั้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีหรือทุก 6 เดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติของตับได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะไขมันพอกตับสามารถตรวจเจอในระยะแรกๆ สามารถตรวจพบได้ผ่านการตรวจเลือด อัลตร้าซาวนด์ หรือการตรวจด้วยเครื่อง FibroScan

“ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคไขมันพอกตับโดยเฉพาะ แต่สามารถใช้วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันไขมันพอกตับ ดังนี้ ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือทุก 6 เดือน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หรือ อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น เนื้อติดมัน เบคอน แฮม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เบเกอรี่ ครีมเทียม หลีกเลี่ยงน้ำตาลฟรุกโตส เช่น เครื่องดื่มที่มีรสหวาน คุกกี้ ลูกอม น้ำผลไม้ควรรับประทานผลไม้ทั้งผลมากกว่า ควรรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอกอะโวคาโด ถั่วต่างๆ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ลดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงต่อวัน หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย4-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาทีหากท่านใดอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรลดน้ำหนักตัวและควรปรึกษาแพทย์ กรณีตรวจพบอาการของโรค ควรพบแพทย์เป็นประจำ เพื่อติดตามการดำเนินของโรค”

ผู้สนใจสามารถศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนของโรคเพิ่มเติมได้ที่ http://www.praram9.com/fatty-liver หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร. 1270 หรือ http://www.praram9.com / Line : lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และทาง Facebook : Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า

‘ลูเซียน่า’มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เดินทางถึงไทย เดินหน้ารณรงค์ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768032

‘ลูเซียน่า’มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เดินทางถึงไทย เดินหน้ารณรงค์ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ

‘ลูเซียน่า’มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เดินทางถึงไทย เดินหน้ารณรงค์ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 (Miss Grand International 2023) ลูเซียน่าฟัสเตอร์ (Luciana Fuster) พร้อมด้วยรองมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เดินทางถึงประเทศไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆ ร่วมกับองค์กรมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตลอด 1 ปีเต็ม ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมร่วมรณรงค์แคมเปญยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ อันเป็นหัวใจหลักของเวที มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ลูเซียน่า ฟัสเตอร์

ลูเซียน่า ฟัสเตอร์ (Luciana Fuster) มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 (Miss Grand International 2023) พร้อมด้วย นิ ลิน เอน
(Ni Ni Lin Eain) รองอันดับ 1, สเตฟานีมารี (Sthephanie Marie) รองอันดับ 3,เล ฮว่าง เฟือง (Le Hoang Phuong) รองอันดับ 4และรองอันดับ 5 อุ้ม ทวีพร พริ้งจำรัส, สคาร์ มารี (Skar Marie), รีทาซยา เวลเกรท (Ritassya Wellgreat) และ เมลิสซ่า บอทเทม่า (Melissa Bottema) เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ส่วน มาเรีย อเลฮานดรา โลเปซ (Maria Alejandra López) รองอันดับ 2 และ อูเจเนีย ดาส เนเวส (Eugénia Das Neves) รองอันดับ 5 จะเดินทางตามมาภายหลัง โดยนางงามทุกคนเดินทางมาพร้อมกับ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ เทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์รองประธาน บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (มหาชน) โดยสายการบิน แบมบู แอร์เวย์(BAMBOO AIRWAYS) จากประเทศเวียดนามหลังปฏิบัติภารกิจต่างๆ ร่วมกับ เวียดนาม ประเทศเจ้าภาพเป็นที่เรียบร้อย

อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส

ลูเซียน่า ฟัสเตอร์ (Luciana Fuster)มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 (Miss Grand International 2023 เผยว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้มาเมืองไทย หลังได้รับตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ฉันเฝ้ารอการมาเจอแฟนคลับที่เมืองไทย วันนี้ทุกคนมาต้อนรับมากมายจนตกใจ ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ฉันขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนฉันเสมอ ประทับใจมากหลังจากนี้เราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น เพราะทางองค์กร มิสแกรนด์ ได้วางงานเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วหากมีเวลาฉันอยากไปทานอาหารไทย และท่องเที่ยวในประเทศไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีชายหาดสวยงามมากที่สุด และคนไทยน่ารักมาก”

เล ฮว่าง เฟือง

ด้าน อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เผยว่า “ดีใจมาก ได้กลับบ้านแล้ว วันนี้แฟนคลับทุกด้อมมาต้อนรับ อบอุ่นมากจริงๆ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ให้กำลังใจอุ้มมาตลอด สำหรับอุ้มตำแหน่งรองอันดับ 5 หลายคนอาจจะมองว่าน่าจะไปได้สูงกว่านี้ แต่เท่านี้อุ้มภาคภูมิใจที่สุดแล้วค่ะ เพราะอุ้มทำทุกวันของการประกวดด้วยหัวใจจริงๆ ตั้งใจมากผู้เข้าประกวดทุกคนก็คาดหวังที่จะได้ตำแหน่งเช่นกันทุกคนเต็มที่ อุ้มก็เต็มที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ภูมิใจในตัวเองมากๆ แล้ว หลังจากสู้ด้วยกำลังที่มีทั้งหมด อุ้มถือว่าตัวเองปิดจบเส้นทางนางงามได้อย่างสวยงามและน่าจดจำที่สุด เก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป หลังจากนี้อุ้มก็จะทำงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรอย่างเต็มที่ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้กับทีม มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ตลอดหนึ่งปีนับจากนี้ อุ้มขอให้ทุกคนติดตามผลงานต่อๆ ไปของทีม มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล2023 ด้วยนะคะ เราทุกคนเต็มที่กันมากกับการปฏิบัติภารกิจทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก”

รีทาซยา เวลเกรท

รีทาซยา เวลเกรท

เมลิสซ่า บอทเทม่า

เมลิสซ่า บอทเทม่า

สเตฟานี มารี

สเตฟานี มารี

สคาร์ มารี

สคาร์ มารี

ทับทิมดรีมส์ เปิดกรุ ‘สมบัติผลัดกันชม’ งานใหญ่ของคนรักของสะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768007

ทับทิมดรีมส์ เปิดกรุ ‘สมบัติผลัดกันชม’ งานใหญ่ของคนรักของสะสม

ทับทิมดรีมส์ เปิดกรุ ‘สมบัติผลัดกันชม’ งานใหญ่ของคนรักของสะสม

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.33 น.

“บางคนมีสมบัติล้นบ้านแต่ไม่มีลูกหลานรับช่วง บางคนอยากครอบครองใจจะขาดแต่ไม่อยากจ่ายราคาปัจจุบัน”

“จัดทุกครั้งก็ปังทุกครา” กับงาน “สมบัติผลัดกันชม” ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในแต่ละครั้งที่ผ่านมา และปีนี้ ได้กลับมาอีกครั้ง เมื่ออาณาจักรทับทิมดรีมส์ ได้นำจิวเวลรี่สะสมมากคุณค่าตั้งแต่เจ้าคุณย่า คุณทวด และนักสะสมขี้เบื่อ มา “เปิดกรุ” อวดสมบัติมูลค่ามหาศาล

สายไหม สาเดกี้ เหมือนประสาท เล่าถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “สมบัติผลัดกันชม” ว่า นับวันยิ่งมีคนนำเครื่องประดับมีมูลค่ามาให้ขายมากขึ้น และมีแฟนคลับ และนักสะสมมาหาซื้อจิวเวลรี่มือสองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรู้สึกดีใจที่แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่านแต่คุณค่าของอัญมณีเหล่านี้ยังคงอยู่ให้คนรุ่นต่อมาได้สะสมต่อ เพราะปัจจุบัน ทั้งเพชร ทอง และอัญมณี มีราคาสูงกว่าแต่ก่อนมาก

“ตอนที่เรียนจบมาทางด้านอัญมณีศาสตร์ ราคาทองแค่ 3,000 บาทเท่านั้น แต่มาถึงปัจจุบันราคาทองคำ พุ่งสูงไปแตะที่ 35,000 บาทแล้ว”

สายไหม เล่าถึงไฮไลท์ของงานนี้ ด้วยว่า “เป็นงานระดับมาสเตอร์พีช ซึ่งภายในงาน ทุกท่านจะได้พบกับกระเป๋าแชฟไฟร์ที่มีใบเดียวในโลก โดยมีบลูสตาร์แซฟไฟร์พลอยสดของประเทศพม่า เป็นนางเอกของงานนี้ โดยตัวเรือนกระเป๋าใช้พลอยบลูแซฟไฟร์กว่า 2700 เม็ด และแทรกเพชรอีก 2000 เม็ด ทองคำ 700 กรัม ถือเป็นงานฝีมือที่มีความปราณีตมากโดยช่างฝีมือเอก ที่มากประสบการณ์ของไทย และใช้เวลาในการรังสรรค์จนมาเป็นงานกระเป๋าใบสวยมากกว่า 2 ปีทีเดียว สมกับเป็นชิ้นงานที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากนัก”

นอกจากนี้ สายไหม ยังได้อธิบายถึงประโยชน์ของการสะสมอัญมณีแท้ ด้วยกันถึง 3 ข้อ ตั้งแต่ การได้กำไรจากการสวมใส่ รวมถึง มูลค่าของอัญมณีแต่ละชิ้น ยังมีแต่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา หรือแม้แต่คุณค่าทางใจของอัญมณี เมื่อมีการส่งต่อให้ลูกหลาน หรือ ทายาท และหากไม่มีทายาทรับช่วงก็ยังสามารถนำมาอัญมณีเหล่านั้นไปขายต่อได้ด้วย

อย่าพลาด ! กับงาน “สมบัติผลัดกันชม” มาพบกันได้ในนวันที่ 11-18 พฤศจิกายน 2023 ณ บริษัททับทิมดรีมส์ หัวมุมสีลม 11 เลขที่ 557/2-3 ถนนสีลม แขวงสีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line: https://lin.ee/369AseP , Facebook :Tabtim Dreams , IG@tabtimdreams , Line : @tabtimdreams

-(016)