ออสเตรเลีย-จีน หวนจัดประชุมผู้นำร่วมประจำปี หลังฟื้นสัมพันธ์การค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738922

ออสเตรเลีย-จีน หวนจัดประชุมผู้นำร่วมประจำปี หลังฟื้นสัมพันธ์การค้า

8 พ.ย. 2566 04:30 น.

ออสเตรเลีย-จีน หวนจัดประชุมผู้นำร่วมประจำปี หลังฟื้นสัมพันธ์การค้า

ออสเตรเลียกับจีนหวนกลับมาจัดการประชุมผู้นำประจำปีร่วมกันอีกครั้งแล้ว หลังจากระงับมานานหลายปีจากความตึงเครียดในด้านต่างๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลีย พบปะพูดคุยกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 โดยนายอัลบาเนซีระบุว่า นี่คือการประชุมผู้นำประจำปี ซึ่งจะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าทั้ง 2 ประเทศนี้กลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

นายอัลบาเนซีเป็นผู้นำออสเตรเลียคนแรกในรอบ 7 ปีที่เดินทางเยือนประเทศจีน หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับแดนมังกรยย่ำแย่ลงจากความขัดแย้งด้านการค้าและอื่นๆ จนการประชุมประจำปีระหว่างผู้นำของทั้ง 2 ประเทศถูกระงับไป

อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียกับจีนกำลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันอีกครั้ง โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวในวันจันทร์ว่า ความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่าง จีนกับออสเตรเลีย เป็นผลประโยชย์ของทั้ง 2 ประเทศ และพวกเขาควรขยายความร่วมมือระหว่างกัน นับเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า จีนพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดยจีนได้ยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าส่งออกเกือบทั้งหมดของออสเตรเลียแล้ว หลังบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อตอบโต้ที่ออสเตรเลียออกมาเรียกร้องให้มีการสืบสวนหาต้นตอของโควิด-19 ในจีน

ด้าน นายอัลบาเนซา กล่าวว่า ฝ่ายออสเตรเลียกำลังหารือเรื่องการกลับมาค้าขายอย่างเสรีและไม่มีอะไรขวางกั้นระหว่าง 2 ประเทศอีกครั้ง รวมถึงหาวิธีก่อสร้างระเบียบในภูมิภาคและในโลก ให้มีความสงบสุข, มั่นคง และเจริญรุ่งเรือง “ที่ใดก็ตามที่มีการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่นั่นเราต้องจัดการอย่างระมัดระวัง ผ่านการพูดคุยและการทำความเข้าใจ”

ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม จีนนำเข้าสินค้าจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.196 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเดือนกันยายนนำเข้าเพิ่ม 4.9%

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เพื่อนทหารให้ระเบิดมือเป็นของขวัญวันเกิด บึมดับผู้ช่วยผู้นำกองทัพยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738920

เพื่อนทหารให้ระเบิดมือเป็นของขวัญวันเกิด บึมดับผู้ช่วยผู้นำกองทัพยูเครน

8 พ.ย. 2566 03:45 น.

เพื่อนทหารให้ระเบิดมือเป็นของขวัญวันเกิด บึมดับผู้ช่วยผู้นำกองทัพยูเครน

ระเบิดมือถูกใส่มาในกล่องของขวัญวันเกิดที่มอบให้แก่ผู้ช่วยคนสนิทของผู้นำกองทัพยูเครน ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เขาเสียชีวิต ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 ว่า พันตรี เฮนนาดีย์ แชสตียาคอฟ ผู้ช่วยคนสนิทของพลเอกวาเลรี ซาลุชนี ผู้บัญชาการกองทัพยูเครน เดินทางกลับถึงแฟลตที่พักของเขา พร้อมกับของขวัญวันเกิดที่เพื่อนร่วมงานมอบให้ แต่ในขณะที่เขากำลังเปิดกล่องพร้อมกับลูกชายวัย 13 ขวบ ก็เกิดการระเบิด

แรงระเบิดทำให้พันตรีแชสตาคอฟเสียชีวิต ส่วนลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส

นายไอฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยูเครน กับสำนักงานอัยการท้องถิ่นระบุว่า เด็กชายเจอระเบิดมือในกล่องของขวัญและหมุนวงแหวนสลักนิรภัย พอพันตรีแชสตียาคอฟเห็นก็พยายามดึงระเบิดไปจากมือลูก ทำให้สลักหลุดออก ส่งผลให้เกิดการระเบิด

นายคลีเมนโก กล่าวว่า นี่เป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้า พร้อมกับเรียกร้องให้สังคมอดทนรอผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการก่อนจะด่วนสรุปใดๆ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น ตำรวจระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่แฟลตในเมืองไชกี บริเวณชายขอบทางตะวันตกของกรุงเคียฟ โดยเป็นผลจากการจัดการกับอาวุธยุทธภัณฑ์โดยประมาท อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาจึงมีการเปิดเผยว่า พบระเบิดมืออีก 5 ลูกในแฟลตแห่งนี้ และนายคลีเมนโกก็ระบุว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นของขวัญจากเพื่อนร่วมงานในกองทัพ

จากนั้นตำรวจจึงคนไปตรวจค้นสำนักงานของเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าว ซึ่งข่าวระบุว่าเป็นทหารยศพันเอก และพบระเบิดมือลักษณะคล้ายกันอีก 2 ลูก

หลังเกิดเหตุพลเอกซาลุชนี ก็ออกมากล่าวแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ พันตรี แชสตียาคอฟ โดยระบุว่า นี่เป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อกองทัพยูเครนและต่อตัวเขา เพราะชายคนนี้เป็นไหล่ที่พึ่งพิงได้มาตั้งแต่ สงครามกับรัสเซีย เริ่นต้นขึ้นเมื่อกุมภาพันธ์ 2565

ด้าน นางมารียานา เบซัลฮา สมาชิกสภายูเครน กล่าวว่า การเสียชีวิตของพันตรีแชสตียาคอฟเป็นผลมาจากการปล่อยปละละเลย “ฉันไม่คิดเลยว่าเฮนนาดีย์จะต้องมาตายเพราะความประมาทในวันเกิดของตัวเอง ระเบิดคือปัญหา อย่าให้เป็นของขวัญ”

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวในยูเครนหลายคนออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุระเบิดในครั้งนี้ โดยบางคนคาดเดาว่า นี่จะเป็นความพยายามโจมตีพลเอกซาลุชนีหรือไม่ โดยคนร้ายอาจคาดว่าเขาจะมาร่วมงานวันเกิดของผู้ชายรายนี้ แต่นี่เป็นเพียงสมมติฐาน ยังไม่มีการยืนยันใดๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูลั่น อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงในกาซา หลังสงครามจบลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738919

เนทันยาฮูลั่น อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงในกาซา หลังสงครามจบลง

8 พ.ย. 2566 01:45 น.

เนทันยาฮูลั่น อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงในกาซา หลังสงครามจบลง

เบนจามิน เนทันยาฮู แย้มแผนในอนาคตที่เขามีต่อฉนวนกาซา โดยระบุว่า อิสราเอลจะควบคุมด้านความมั่นคงในกาซา หลังจากสงครามที่กำลังเกิดขึ้นนี้จบลง

เมื่อวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาบอกใบ้ถึงแผนการในอนาคตของพวกเขาที่มีต่อฉนวนกาซา โดยระบุว่า อิสราเอลตั้งใจที่จะควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ หลังจากเหตุความขัดแย้งครั้งล่าสุดจบลง

“อิสราเอลจะรับผิดชอบเรื่องความมั่นคงโดยรวมในกาซาอย่างไม่มีกำหนดหลังจากสงครามจบลง” นายเนทันยาฮู กล่าว ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ โดยบอกอีกว่า กาซาควรถูกบริหารโดยผู้ที่ไม่ต้องการสานต่อวิถีของฮามาส และอิสราเอลจะรับผิดชอบด้านความมั่นคงอย่างไม่มีกำหนด เพราะเราเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราไม่ได้ทำ

ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ในวันเดียวกัน กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า พวกเขาโจมตีอาคารหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลอัล-กุดส์ ในเมืองกาซา ซิตี้ หลังจากพบว่าผู้ก่อการร้ายฮามาสซ่อนตัวอยู่ภายใน โดยก่อนหน้านี้ สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ (PRCS) กล่าวหาอิสราเอลว่ายิงมิสไซล์ 2 ลูกตกห่างประตูโรงพยาบาลอัล-กุดส์ แค่ 50 ม. เมื่อคืนวันจันทร์

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ถูกอพยพจากฉนวนกาซาเข้าสู่อียิปต์ผ่านทางด่านราฟาห์ เพิ่มอีก 4 คนในวันอังคาร ทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมดที่ถูกส่งไปรักษาในอียิปต์ตอนนี้เพิ่มเป็น 105 คนแล้ว

ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในเมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์ ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 10,305 ศพแล้ว นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. โดยกว่า 70% เป็นผู้หญิง, เด็ก และคนชรา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัฐบาลเงาเมียนมาโว กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ยึดเมืองจากฝ่ายกองทัพสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738918

รัฐบาลเงาเมียนมาโว กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ยึดเมืองจากฝ่ายกองทัพสำเร็จ

8 พ.ย. 2566 00:30 น.

รัฐบาลเงาเมียนมาโว กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ยึดเมืองจากฝ่ายกองทัพสำเร็จ

รัฐบาลเงาเมียนมาอ้าง กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารยึดเมืองสำคัญในเขตสะกายได้สำเร็จ หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือดกับกองทัพรัฐบาลตั้งแต่สัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) ซึ่งถูกมองเป็น รัฐบาลเงา ของประเทศเมียนมา เปิดเผยในวันอังคารที่ 7 พ.ย. 2566 ว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร สามารถยึดเมืองกอลิน (Kawlin) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ฝ่ายบริหารในเขตสะกายได้สำเร็จ หลังจากโจมตีกองทัพรัฐบาลจนถอยร่น

ทั้งนี้ เมียนมาตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงมากขึ้นนับตั้งแต่กองทัพ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของ นางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2564 จนทำให้เกิดกองกำลังฝ่ายต่อต้านลุกฮือขึ้นมา ขณะที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ก็เพิ่มการโจมตีฝ่ายรัฐบาลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

NUG ระบุว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านโจมตีกองทัพรัฐบาลที่เมืองกอลินเมื่อสัปดาห์ก่อน และเอาชนะรวมถึงยึดเมืองได้สำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดย NUG เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่าน X แสดงให้เห็นทหารโบกธงของฝ่ายต่อต้าน ซึ่งเป็นแนวร่วมของพวกเขาในเมืองกอลิน พร้อมข้อความยกย่องว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่

ด้านรัฐบาลทหารเมียนมายังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับข่าวการยึดเมือง กอลิน แต่สื่อท้องถิ่นอย่าง Myanmar Now รายงานว่า เมืองกอลินแตกหลังทหารกลุ่มเล็กๆ ยอมแพ้ ตามหลังการต่อสู้อย่างดุเดือด

อย่างไรก็ตาม นายริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสขององค์กรไม่แสวงกำไรระหว่างประเทศ ‘Crisis Group’ เตือนว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านอาจต้องเผชิญความยากลำบากในการรักษาการควบคุมเมือง ซึ่งมีประชากรราว 25,000 คนแห่งนี้

อนึ่ง รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ของเมียนมา ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกสภาที่ถูกกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 2564 จนต้องหนีไปต่างประเทศ

พวกเขาบอกด้วยว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารกับพันธมิตร สามารถยึดเมืองอีกแห่งในเขตสะกาย ซึ่งมีชายแดนติดกับอินเดียได้สำเร็จด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีใต้เครียด พยายามควบคุม “ตัวเรือด” หวนกลับมาระบาดหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738814

เกาหลีใต้เครียด พยายามควบคุม “ตัวเรือด” หวนกลับมาระบาดหนัก

7 พ.ย. 2566 21:30 น.

เกาหลีใต้เครียด พยายามควบคุม “ตัวเรือด” หวนกลับมาระบาดหนัก

เกาหลีใต้พยายามควบคุมการแพร่ระบาดของตัวเรือด หวนกลับมาระบาดหนักในหลายเมืองของประเทศ จนทำให้ประชาชนกังวลกันอย่างมาก

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกาหลีใต้กำลังพยายามกำจัดการแพร่ระบาดของตัวเรือดที่ก่อให้เกิดความกังวลทั่วประเทศ ในขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่า จนถึงวันที่ 5 พ.ย. มีรายงานการระบาดของตัวเรือดอย่างน้อย 17 จุด ในกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศ เมืองปูซาน และเมืองอินซอน ซึ่งการแพร่ระบาดครั้งแรก

มีรายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ตั้งงบประมาณในการควบคุมการระบาดของตัวเรือดจำนวน 500 ล้านวอน (ประมาณ 13.6 ล้านบาท) หลังจากพบการระบาดของตัวเรือดที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองแทกู เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ก่อนจะพบการระบาดของตัวเรือดในพื้นที่ต่างๆ อย่างน้อย 17 จุดแล้ว ทำให้ชาวเกาหลีใต้หลายคนหลีกเลี่ยงการใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือเข้าโรงภาพยนตร์

ทางการกรุงโซลมีแผนจะตรวจสอบสถานที่สาธารณะ รวมถึงโรงแรม และโรงอาบน้ำมากกว่า 3,200 แห่ง เพื่อประเมินสุขอนามัยของสถานที่เหล่านั้น และควบคุมการแพร่ระบาดของตัวเรือด 

ก่อนเกิดการระบาดหนล่าสุด เชื่อกันว่าเกาหลีใต้ได้กำจัดตัวเรือดหมดประเทศไปแล้ว หลังจากเคยมีการรณรงค์กำจัดแมลงทั่วประเทศในช่วงทศวรรษ 1960

ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเรือดจะไม่แพร่เชื้อโรค แต่การถูกตัวเรือดกัดอาจทำให้เกิดอาการคันรุนแรงได้ ซึ่งการเกาเพื่อบรรเทาอาการคันอาจทำให้เกิดบาดแผลที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือทำให้เกิดแผลเป็นได้

นอกจากประเทศเกาหลีใต้แล้ว ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ต่างก็เคยประสบปัญหาตัวเรือดระบาด โดยผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการสุขภาพและอนามัยแห่งชาติ (ANSES) ของฝรั่งเศส กล่าวว่า ปัญหานี้เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเกือบทุกที่ในโลก สาเหตุหลักมาจากการเดินทางของผู้คน ควบคู่ไปกับการที่ผู้คนอาศัยอยู่ในที่พักอาศัยระยะสั้น ได้นำตัวเรือดติดมากับกระเป๋า หรือสัมภาระของพวกเขาด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC

WHO เตือนไข้เลือดออก จะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อ สหรัฐฯ-ยุโรป ในทศวรรษนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738716

WHO เตือนไข้เลือดออก จะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อ สหรัฐฯ-ยุโรป ในทศวรรษนี้

7 พ.ย. 2566 20:30 น.

WHO เตือนไข้เลือดออก จะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อ สหรัฐฯ-ยุโรป ในทศวรรษนี้

องค์การอนามัยโลกเตือนโรคไข้เลือดออก จะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อ สหรัฐฯ และยุโรปภายในเวลาไม่ถึง 10 ปีนี้ อันเนื่องจากภาวะโลกร้อนทำอุณหภูมิอุ่นขึ้น เอื้อให้ยุงสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ออกคำเตือน โรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี โดยมียุงลายเป็นพาหนะนำโรค กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรปภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี โดยภาคใต้ของสหรัฐฯ และยุโรปจะเผชิญกับโรคไข้เลือดออกก่อนถึงปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ยุงสามารถแพร่เชื้อไข้เลือดออกได้ดีขึ้น

เซอร์ เจเรมี ฟาร์ราร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า การที่อุณหภูมิโลกอุ่นขึ้น จะเอื้อให้ยุงซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก สามารถขยายพันธุ์มากขึ้น และแพร่เชื้อไวรัสได้เร็วขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ พร้อมแนะให้แต่ละประเทศเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดใหม่จากไข้เลือดออก

ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 20,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเอเชีย และอเมริกาใต้ โดยอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกอยู่ที่ 1 ราย ต่อผู้ป่วย 100 ราย และตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา อัตราผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และในปีที่ผ่านมาก็มีรายงานผู้ติดเชื้อทั่วโลกถึง 4.2 ล้านราย 

ขณะที่ในสหรัฐฯ มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเฉลี่ยปีละ 1,200 คน โดยเกือบ 600 รายเป็นการติดเชื้อในท้องถิ่น ทำให้เกิดความกังวลว่าโรคไข้เลือดออกกำลังแพร่กระจายในสหรัฐฯ หลังจากที่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐแคลิฟอร์เนียพบการติดเชื้อในท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ทศวรรษ

องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า มีโอกาสที่ไข้เลือดออกจะเป็นโรคประจำถิ่นในสหรัฐฯ หากยุงสายพันธุ์ที่เป็นพาหะจากเม็กซิโกอพยพขึ้นเหนืออย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้ออกคำแนะนำให้เด็กอายุระหว่าง 6-16 ปี เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก (Qdenga) ซึ่งปัจจุบันได้รับการรับรองในหลายประเทศแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : DailyMailYahoo

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 32 เนทันยาฮูปัดหยุดยิง ถล่มเมืองทางใต้กาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738865

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 32 เนทันยาฮูปัดหยุดยิง ถล่มเมืองทางใต้กาซา

7 พ.ย. 2566 19:39 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 32 เนทันยาฮูปัดหยุดยิง ถล่มเมืองทางใต้กาซา

สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดำเนินมาถึงวันที่ 32 นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสระดมโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันไปกว่า 200 คน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566

  • ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ครบ 1 เดือน เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ศพแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซายังแจ้งว่าขณะนี้มีคนสูญหายอย่างน้อย 2,660 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา กว่า 1,400 ศพ
  • นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูแห่งอิสราเอลปฏิเสธข้อเรียกร้องให้อิสราเอล ‘หยุดยิง’ ในฉนวนกาซา จนกว่าตัวประกันกว่า 200 คน ต้องได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกล่าวถึงจุดยืนในเรื่องนี้ของอิสราเอลระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ABC เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.
  • กองทัพอิสราเอลโจมตีเมืองข่านยูนิส และเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาเมื่อ 7 พ.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อิสราเอลแจ้งเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาอพยพลงใต้ก่อนเลยกำหนดเส้นตายเมื่อกลางเดือนที่แล้ว
  • ฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสแจ้งว่า มีจรวด 16 ลูก ยิงจากภาคใต้ของเลบานอนมาโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา
  • เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ กล่าวกับเอพีว่า เรือดำน้ำลำหนึ่งของสหรัฐฯ ที่ถูกส่งมายังภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเรือดำน้ำที่สามารถติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีแต่ไม่สามารถติดตั้งขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ได้
  • แอฟริกาใต้ และชาด กลายเป็นสองประเทศล่าสุดที่เรียกนักการทูตประจำอิสราเอลเดินทางกลับประเทศ เพื่อประท้วงสงครามในฉนวนกาซา
  • มีผู้ประท้วงหลายร้อยคนมาชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ที่เมืองพอร์ตออฟทาโคมา ในรัฐวอชิงตัน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. เพื่อหวังขัดขวางสหรัฐฯ ส่งอาวุธไปช่วยอิสราเอล

ที่มา : Aljazeera

ฮือฮา ‘บาบา วานก้า’ หมอดูตาบอดคนดัง ทำนายปี 2024 พบวิธีรักษาโรคมะเร็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738849

ฮือฮา ‘บาบา วานก้า’ หมอดูตาบอดคนดัง ทำนายปี 2024 พบวิธีรักษาโรคมะเร็ง

7 พ.ย. 2566 18:52 น.

ฮือฮา ‘บาบา วานก้า’ หมอดูตาบอดคนดัง ทำนายปี 2024 พบวิธีรักษาโรคมะเร็ง

เปิดคำทำนายของ บาบา วานก้า หมอดูตาบอดคนดังชาวบัลแกเรีย บอกปี 2024 ปธน.ปูตินจะถูกคนในชาติพยายามลอบสังหาร เกิดก่อการร้ายในยุโรปเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นจะพบวิธีใหม่ในการรักษาโรคที่รักษาไม่ได้อย่างโรคมะเร็ง

สื่อต่างประเทศเผยคำทำนายของ ‘บาบา วานก้า’ หมอดูตาบอดคนดังชาวบัลแกเรีย ฉายา ‘นอสตราดามุสแห่งบอลข่าน’ ทิ้งคำทำนายทายทักชะตาโลกในปี ค.ศ.2024 หรือ พ.ศ.2567 ก่อนจะลาโลกในวัย 85 ปี ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 หลังจากหมอดูบาบา วานก้า เคยทำทายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแม่นยำ จนสร้างความตื่นตะลึง อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11, การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา รวมทั้งการเกิด Brexit (เบร็กซิต) หรือ สหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ตามรายงานของ Daily Star เปิดเผยคำทำนายของ บาบา วานก้า ในปี 2024 ไว้ว่า จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่หลายเรื่อง อย่างเช่น จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลกในปีหน้า อันมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ ระดับหนี้ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และความตึงเครียดจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย จะถูกพยายามลอบสังหารจากคนในชาติในปี 2024

นอกจากนั้น หมอดูบาบา วานก้า ยังเตือนว่า การก่อการร้ายในยุโรปจะเพิ่มสูงขึ้น และประเทศที่จัดเป็น ‘ชาติมหาอำนาจ, จะทดสอบอาวุธชีวภาพ หรือไม่ก็จะมีการใช้อาวุธชีวภาพโจมตีฝ่ายตรงข้ามในปีหน้า อีกทั้งจะเกิดหายนภัยธรรมชาติร้ายแรงในปี 2024

ส่วนเรื่องดีที่หมอดูตาบอดคนดังชาวบัลแกเรียทำนายไว้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2024 ก็คือ จะพบวิธีใหม่ในการรักษาโรคที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถรักษาได้ รวมทั้ง โรคอัลไซเมอร์ (โรคความจำเสื่อม) และโรคมะเร็ง.

ที่มา : ndtv

โตเกียวซ้อมอพยพหนีขีปนาวุธครั้งแรก รับมือเกาหลีเหนือทดสอบยิงมิสไซล์ถี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738688

โตเกียวซ้อมอพยพหนีขีปนาวุธครั้งแรก รับมือเกาหลีเหนือทดสอบยิงมิสไซล์ถี่

7 พ.ย. 2566 17:57 น.

โตเกียวซ้อมอพยพหนีขีปนาวุธครั้งแรก รับมือเกาหลีเหนือทดสอบยิงมิสไซล์ถี่

ทางการกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดซ้อมอพยพหนีภัยขีปนาวุธครั้งแรกในรอบหลายปี หลังเกาหลีเหนือทดลองยิงขีปนาวุธถี่ขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดซ้อมอพยพหลบภัยขีปนาวุธเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีในเขตเนริมะ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่มีการทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งในช่วงไม่นานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ซึ่งสามารถบินได้ไกลถึงสหรัฐอเมริกา

รายงานระบุว่า มีประชาชนเข้าร่วมซ้อมอพยพหนีภัยขีปนาวุธประมาณ 60 คน โดยจำลองสถานการณ์เป็นการอพยพประชาชน ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเนริมะ และในสวนสาธารณะเฮเซ สึซูจิ เมื่อประชาชนได้รับการแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านระบบ J-Alert ซึ่งกรุงโตเกียวได้จัดหาพื้นที่ 4,258 แห่งทั่วเมืองหลวง เป็นพื้นที่สำหรับการอพยพชั่วคราวเพื่อบรรเทาอันตรายจากขีปนาวุธ โดยจุดอพยพส่วนใหญ่เป็นสถานที่สาธารณะ และรถไฟฟ้าใต้ดิน

การซ้อมหลบภัยขีปนาวุธวานนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ทางการเกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธลูกหนึ่ง ซึ่งขีปนาวุธลูกนั้นได้บินข้ามหมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปิดระบบเตือนภัย J-Alert เพื่อส่งคำเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ อีเมล และโทรศัพท์มือถือไปยังประชาชนในพื้นที่ 

ในปีนี้ ญี่ปุ่นได้จัดการฝึกซ้อมอพยพหลบภัยขีปนาวุธมากกว่าสิบครั้งทั่วประเทศ แต่การซ้อมเมื่อวานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จัดในกรุงโตเกียวนับตั้งแต่ปี 2561

อย่างไรก็ดี มุตสึมิ ทากาฮาชิ เจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันภัยพิบัติ หน่วยงานที่จัดการซ้อมอพยพหลบภัยขีปนาวุธในกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า แม้ประชาชนจะได้รับแจ้งเตือนภัย แต่บางส่วนไม่ทราบว่า จะต้องทำอย่างไรหลังจากได้รับคำเตือน ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนว่าญี่ปุ่นมีความจำเป็นที่จะต้องการจัดซ้อมอพยพเช่นนี้มากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ReutersNHK World

อิสราเอลเผยสกัดขีปนาวุธเหนือชั้นบรรยากาศโลก โชว์คลิปนาทียิงมิสไซล์กระจุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738769

อิสราเอลเผยสกัดขีปนาวุธเหนือชั้นบรรยากาศโลก โชว์คลิปนาทียิงมิสไซล์กระจุย

7 พ.ย. 2566 16:04 น.

อิสราเอลเผยสกัดขีปนาวุธเหนือชั้นบรรยากาศโลก โชว์คลิปนาทียิงมิสไซล์กระจุย

กองทัพอิสราเอลเผยใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธแอร์โรว์ ยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถี ที่ระดับความสูงเหนือชั้นบรรยากาศโลก อ้างถูกยิงมาโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน พร้อมกันนั้นอิสราเอลยังเผยคลิปนาทีส่งเครื่องบินขับไล่สกัดขีปนาวุธนำวิถีได้สำเร็จ

เมื่อ 7 พ.ย. 2566 เดลี่เมลเผย กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์  กองทัพอิสราเอลใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ ‘แอร์โรว์’ (Arrow) สกัดภัยคุกคามนอกโลก โดยสามารถยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งบินอยู่ที่ระดับความสูงถึง 62 ไมล์ หรือราว 99 กิโลเมตร เหนือเส้นคาร์แมน (Karman Lne) (เส้นแบ่งขอบเขตของชั้นบรรยากาศกับอวกาศที่ระดับความสูง 100 กิโลเมตรเหนือผิวโลก) เมื่อสัปดาห์ก่อน จนถือเป็นการสกัดภัยคุกคามอิสราเอลที่อยู่เหนือชั้นบรรยากาศของโลก

กองทัพอิสราเอลกล่าวหาว่า กลุ่มติดอาวุธฮูตี ในเยเมน ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุน  คือตัวการที่ยิงขีปนาวุธลูกนี้เพื่อมาโจมตีอิสราเอล โดยระบบป้องกันขีปนาวุธแอร์โรว์ ของอิสราเอลสามารถยิงสกัด ขีปนาวุธแบบภาคพื้นสู่ภาคพื้น เหนือท้องฟ้าบริเวณทะเลแดง หลังจากขีปนาวุธนำวิถีลูกนี้ได้ถูกยิงมาจากเยเมน ซึ่งอยู่ห่างไกลจากอิสราเอลถึงเกือบ 1,000 ไมล์ หรือ 16,009  กิโลเมตร 

ชมคลิป : ที่นี่

ระบบป้องกันขีปนาวุธนำวิถีแอร์โรว์

กองทัพอิสราเอลยังแถลงว่า กองทัพอิสราเอลได้ใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ แอร์โรว์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลุ่มฮามาส บุกโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันกว่า 200 คน เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา นอกจากนั้นอิสราเอลยังเผยคลิปเหตุการณ์ขณะส่งเครื่องบินขับไล่ F-35 บินขึ้นยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถีลูกหนึ่งที่ถูกยิงมาโจมตีอิสราเอล

ด้านยาห์ยา ซารี โฆษกของกลุ่มติดอาวุธฮูตี อ้างว่า การยิงขีปนาวุธนำวิถีครั้งนี้ นับเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งที่ 3 พร้อมทั้งประกาศว่า กลุ่มฮูตีจะโจมตีอิสราเอลต่อไปจนกว่าการรุกรานของอิสราเอลจะยุติลง ในขณะที่อิสราเอลยังคงโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงเพื่อพยายามปราบกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก จนทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ศพแล้ว

รายงานแจ้งว่า กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เมื่อ 31 ตุลาคม เมื่อกลุ่มฮูตีได้ส่งโดรนหลายลำและยิงจรวดมายังอิสราเอล และกองทัพอิสราเอลได้ใช้ระบบป้องกันจรวด แอร์โรว์ 3 สกัดโดรนและจรวดเหล่านี้

ทั้งนี้ สหรัฐฯและอิสราเอลได้ร่วมกันพัฒนาและสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธแอร์โรว์ โดยมีการทดสอบครั้งแรกในปี 2556 จากนั้น มีการทดสอบในปี 2557 และ 2562 เหนือท้องฟ้ารัฐอะแลสกา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีปของอิหร่าน ซึ่งระบบป้องกันขีปนาวุธแอร์โรว์ถูกออกแบบให้สามารถสกัดขีปนาวุธนำวิถีที่บินสูงเหนือชั้นบรรยากาศของโลก