อิสราเอลรับ โจมตีค่ายผู้ลี้ภัยตาย-เจ็บอื้อ อ้างแกนนำฮามาสซ่อนตัวอยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737107

อิสราเอลรับ โจมตีค่ายผู้ลี้ภัยตาย-เจ็บอื้อ อ้างแกนนำฮามาสซ่อนตัวอยู่

1 พ.ย. 2566 02:55 น.

อิสราเอลรับ โจมตีค่ายผู้ลี้ภัยตาย-เจ็บอื้อ อ้างแกนนำฮามาสซ่อนตัวอยู่

กองทัพอิสราเอลยอมรับ โจมตีค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก อ้างมีแกนนำของกลุ่มฮามาสซ่อนตัวอยู่

เมื่อวันอังคารที่ 31 ต.ค. 2566 พันโท ริชาร์ด เฮชต์ โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยอมรับกับนักข่าวซีเอ็นเอ็น วูล์ฟ บลิตเซอร์ ว่า กองทัพโจมตีทางอากาศเข้าใส่ ค่ายผู้ลี้ภัย ‘จาบัลยา’ ทางเหนือของฉนวนกาซา โดยมีเป้าหมายไปที่ผู้บัญชาการระดับสูงมากคนหนึ่งของกลุ่มฮามาส ซึ่งเข่นฆ่าชาวอิสราเอลไปมากมาย และหลบซ่อนตัวอยู่ที่นั่น

การโจมตีของอิสราเอลทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่หลายหลุม รายล้อมไปด้วยเศษซากปรักหักพังของอาคารที่ถูกทำลาย และได้รับความเสียหาย

กระทรวงกลาโหมปาเลสไตน์ในกาซา ระบุว่า บ้านเรือน 20 หลังถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงในการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ ดร.อาเตฟ อัล-คาห์ลูท ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอินโดนีเซียในกาซา เผยว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคนถูกส่งมายังโรงพยาบาล และอีกจำนวนมากที่ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

เมื่อนายบลิตเซอร์ถามพันโทเฮชต์ เรื่องพลเรือนผู้บริสุทธ์ที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า “นี่แหละคือโศกนาฏกรรมของสงคราม, วูล์ฟ” โฆษกของ IDF ย้ำด้วยว่า พวกเขาขอเรียกร้องให้พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส อพยพไปยังภาคใต้ของฉนวนกาซา

“มันเป็นพื้นที่การต่อสู้ที่ซับซ้อน” พันโทเฮชต์ พูดถึงพื้นที่ที่ถูก IDF โจมตี “มันอาจมีโครงสร้างพื้นฐาน หรืออุโมงค์อยู่ที่นั่น เรากำลังตรวจสอบและจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง”

อย่างไรก็ตาม นายฮาเซม คาสเซม โฆษกของกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่มีหนึ่งในแกนนำของพวกเขาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้

ทั้งนี้ ค่ายผู้ลี้ภัยจาบัลยา เป็นค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุด จากทั้งหมด 8 แห่งในฉนวนกาซา มีพื้นที่ 1.4 ตร.กม. ตั้งอยู่ทางเหนือของกาซา ซิตี้ ใกล้ด่านเอเรซ ที่เชื่อมระหว่างกาซากับอิสราเอล มีชาวปาเลสไตน์จำนวนมากมาอาศัยในค่ายแห่งนี้ หลังเกิดสงครามอาหรับ-อิสราเอล เมื่อปี 2491

ตามข้อมูลล่าสุดในปี 2566 มีผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ที่ลงทะเบียนกับสหประชาชาติอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้ 116,011 คน และเผชิญปัญหาประชากรแออัดมาอย่างยาวนาน ทำให้ต้องสร้างอาคารที่อยู่อาศัยเบียดเสียด และต้องมีการต่อเติมเพิ่มชั้นของอาคารเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มือมีดแทงตำรวจเกาหลีใต้เจ็บ 2 หน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737106

มือมีดแทงตำรวจเกาหลีใต้เจ็บ 2 หน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล

1 พ.ย. 2566 02:17 น.

มือมีดแทงตำรวจเกาหลีใต้เจ็บ 2 หน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล

ชายชราก่อเหตุแทงตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในกรุงโซล เคราะห์ดีไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้จับกุมตัวชายอายุประมาณ 70 ปี หลังจากเขาก่อเหตุใช้ของมีคมแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเขตกลุ่มอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งทำเนียบประธานาธิบดี และกระทรวงกลาโหม ในกรุงโซล เมื่อวันอังคารที่ 31 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 13.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยชายผู้ก่อเหตุมายืนตะโกนอยู่หน้าเขตกลุ่มอาคารฯ ทำให้ตำรวจ 2 นายที่คุ้มกันอยู่บริเวณนั้นพยายามเข้ามาห้าม แต่ชายชรากลับชักมีดแทงตำรวจนายหนึ่งเข้าที่ท้อง ขณะที่อีกนายถูกแทงที่แขนซ้าย และขณะนี้กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

สำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงโซลยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม หรือแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุของผู้ต้องสงสัย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ยูน ซุค-ยอล ย้ายทำเนียบประธานาธิบดีมายังสถานที่ปัจจุบัน ในเขตยงซาน ของกรุงโซล เมื่อปีก่อน หลังจากเกาหลีใต้ใช้ทำเนียบน้ำเงินเป็นสำนักงานประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2491 โดยยังไม่แน่ชัดว่า นายยูนอยู่ในทำเนียบหรือไม่ในเวลาเกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ญี่ปุ่นบุกรวบตัว มือปืนเฒ่ายิง รพ.เจ็บ 2-จับตัวประกันใน สนง.ไปรษณีย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737105

ญี่ปุ่นบุกรวบตัว มือปืนเฒ่ายิง รพ.เจ็บ 2-จับตัวประกันใน สนง.ไปรษณีย์

1 พ.ย. 2566 00:25 น.

ญี่ปุ่นบุกรวบตัว มือปืนเฒ่ายิง รพ.เจ็บ 2-จับตัวประกันใน สนง.ไปรษณีย์

ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมตัวมือปืนเฒ่า ผู้ก่อเหตุยิงคนเจ็บที่โรงพยาบาล ก่อนไปจับตัวประกันในสำนักงานไปรษณีย์ได้แล้ว หลังเผชิญหน้ากันนานหลายชั่วโมง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจญี่ปุ่นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน ผู้ก่อเหตุยิงคนบาดเจ็บ 2 รายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนจะไปจับตัวประกันหลายคนเอาไว้ในสำนักงานไปรษณีย์เมือง วาราบิ จังหวัดไซตามะ ได้แล้ว ในคืนวันอังคารที่ 31 ต.ค. 2566 หลังจากเจรจานานหลายชั่วโมง

ข่าวระบุว่า มือปืนรายนี้เป็นชายอายุในช่วง 80 ปี ก่อเหตุยิงปืนจากถนนเข้าใส่โรงพยาบาลในเมืองโทดะ ทำให้หมอกับคนไข้รายหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะหนีไปยังเมืองวาราบิที่อยู่ติดกัน บุกเข้าไปในสำนักงานไปรษณีย์ในเวลาประมาณ 14.15 น. แล้วขังตัวเองเอาไว้พร้อมกับตัวประกันหลายคน

ตำรวจพยายามเจรจากับชายคนนี้ โดยในเวลาประมาณ 19.30 น. หญิงคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวประกัน วัยประมาณ 20 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัวออกมา จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็เผชิญหน้ากันนานหลายชั่วโมง กระทั่งในเวลา 22.20 น. ตำรวจก็ตัดสินใจบุกเข้าไปในตัวอาคาร เข้าจับกุมคนร้ายและยึดอาวุธปืนของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ

ในเบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุของชายคนนี้ แต่สื่อท้องถิ่นอย่าง ฟูจิ ทีวี รายงานว่า ตำรวจกำลังสืบสวนว่า เขาเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองโทดะ เมื่อช่วงเช้าวันอังคารหรือไม่ โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามคำสั่งพิเศษ หวังลดความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/tech/2736999

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามคำสั่งพิเศษ หวังลดความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์

31 ต.ค. 2566 17:05 น.

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามคำสั่งพิเศษ หวังลดความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์

โจ ไบเดน ลงนามคำสั่งพิเศษของฝ่ายบริหาร ควบคุมการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างปลอดภัย เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว สิทธิพลเมือง การคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธิของคนทำงาน

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งพิเศษของฝ่ายบริหาร เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ดำเนินการเพื่อให้เกิดการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence อย่างปลอดภัย

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 47 กล่าวว่า เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือบางทีอาจใช้เวลาแค่ 5 ปี มากกว่าที่เราเคยเห็นมาตลอดในช่วง 50 ปีก่อนหน้านี้ พร้อมกันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ได้อยู่รายล้อมรอบตัวเรา ส่วนใหญ่ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่บางกรณีปัญญาประดิษฐ์ก็ได้ทำให้ชีวิตแย่ลงเช่นกัน

แน่นอนว่าภายใต้คำสั่งประธานาธิบดี ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์จะต้องรายงานผลการทดสอบของบริษัทต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนให้บริการอย่างเป็นทางการ

ทางด้านคำสั่งของทำเนียบขาวที่มีต่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ประกอบไปด้วย

  • บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจมีภัยต่อความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสุขภาพ ต้องรายงานผลการทดสอบความปลอดภัยต่อรัฐบาล
  • รัฐบาลจะตั้งทีมสีแดง (Red-team) ซึ่งจะทำงานในลักษณะเดียวกับผู้ร้ายเพื่อหาข้อบกพร่องในซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์
  • การสร้างลายน้ำ (Watermarking) ในคอนเทนต์ที่พัฒนาโดยเอไอ เพื่อจัดการความเสี่ยงและอันตรายจากการฉ้อโกง และการปลอมแปลงด้วย Deepfakes
  • ตั้งค่ามาตรฐานใหม่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ทางชีวภาพ เพื่อระบุยีนและสารประกอบที่อาจเป็นอันตราย เพื่อลดภัยคุกคามของปัญญาประดิษฐ์ที่อาจมีผลต่อการสร้างอาวุธชีวภาพ (Bioweapons)

นอกจากคำสั่งของทำเนียบขาว ยังครอบคลุมไปถึงสิทธิของชาวอเมริกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัว สิทธิพลเมือง การคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธิของคนงาน

พร้อมกันนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ มีการสนับสนุนให้ความร่วมมือกับนานาชาติ สำหรับการวางกรอบและวางมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมการพัฒนาและการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์

ที่มา: The White House

นักบินอวกาศ “เสินโจว-16” ของจีนกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736917

นักบินอวกาศ "เสินโจว-16" ของจีนกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย (ชมคลิป)

31 ต.ค. 2566 13:58 น.

นักบินอวกาศ “เสินโจว-16” ของจีนกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย (ชมคลิป)

นักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-16 เดินทางกลับถึงพื้นโลกอย่างปลอดภัย หลังจากปฏิบัติภารกิจเป็นเวลายาวนาน 5 เดือน ในสถานีอวกาศของจีน

แคปซูลยานอวกาศเสินโจว-16 เดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย หลังลงจอดที่จุดลงจอดตงเฟิง ได้สำเร็จเมื่อเวลา 08.11 น. ของวันนี้ (31 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยทีมแพทย์ยืนยันว่านักบินอวกาศทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมากของภารกิจในอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมเป็นครั้งแรก หลังจากที่สถานีอวกาศจีนเข้าสู่ขั้นตอนการใช้งานและการพัฒนา และอยู่ในอวกาศนาน 154 วัน

จากข้อมูลขององค์การอวกาศจีน นักบินอวกาศ 3 คน ในภารกิจเสินโจว-16 ที่ประกอบด้วย จิง ไห่เผิง, จู หยางจู และกุ้ย ไห่เฉ่า ออกจากแคปซูลอย่างปลอดภัยและราบรื่นภายในเวลา 09.10 น. หลังจากออกจากแคปซูลส่งคืนแล้ว นายจิง ไห่เผิง หัวหน้าทีมนักบินอวกาศได้กล่าวถึงภารกิจขณะอยู่ในอวกาศว่า เขามีความสุขและประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่

จู หยางจู หนึ่งในลูกเรือเสินโจว-16 ซึ่งเข้าร่วมภารกิจในฐานะวิศวกรการบินอวกาศคนแรกของจีน กล่าวหลังจากอพยพออกจากแคปซูลส่งคืนว่าเขาหวังว่าจะฟื้นตัวเร็วๆ นี้เพื่อเข้าร่วมภารกิจอวกาศในอนาคตอีกครั้ง

องค์การอวกาศจีนกล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนักบินอวกาศทั้ง 3 คน ได้ผ่านการประเมินการบินและการทดสอบภาคปฏิบัติระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาโครงการและวิทยาศาสตร์อวกาศขนาดใหญ่ในอนาคต

ยานอวกาศเสินโจว-16 ถูกปล่อยสู่อวกาศเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน และเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศจีน และอยู่ในวงโคจรรอบโลกเป็นเวลา 154 วัน ซึ่งทำภารกิจการทดลองทางวิทยาศาสตร์ 70 รายการ และออกไปท่องอวกาศรวมแล้วเกือบ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ ได้มีนักบินอวกาศชุดใหม่ ได้แก่ ถัง หงโป, ถัง เซิ่งเจี๋ย และเจียง ซินหลิน ได้เดินทางไปสับเปลี่ยนพวกเขาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยภารกิจเสินโจว-17 เข้าจอดเทียบท่าสถานีอวกาศในวันที่ 26 ต.ค. และส่งมอบภารกิจในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และจะปฏิบัติภารกิจทดลองทางวิทยาศาสตร์และซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับสถานีอวกาศ

ภารกิจนี้ถือเป็นภารกิจแรกที่มีมนุษย์ควบคุมสำหรับการประยุกต์ใช้และการพัฒนาสถานีอวกาศจีน ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างนักบินอวกาศและเจ้าหน้าที่วิจัยภาคพื้นดิน ทำให้มีการทดลองวิทยาศาสตร์อวกาศจำนวนมากในด้านต่างๆ เช่น การยศาสตร์ เวชศาสตร์อวกาศ นิเวศวิทยาสิ่งมีชีวิต เทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ของไหล และเทคโนโลยีอวกาศ ภารกิจครั้งนี้ยังถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิตในอวกาศและการวิจัยของมนุษย์ ฟิสิกส์แรงโน้มถ่วงต่ำ และเทคโนโลยีอวกาศใหม่ๆ.

แคนาดาแบนแอปฯ “วีแชต” จากอุปกรณ์ของรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736891

แคนาดาแบนแอปฯ "วีแชต" จากอุปกรณ์ของรัฐบาล

31 ต.ค. 2566 12:31 น.

แคนาดาแบนแอปฯ “วีแชต” จากอุปกรณ์ของรัฐบาล

ทางการแคนาดาสั่งแบนแอปพลิเคชันส่งข้อความของจีน “วีแชต” (WeChat) และโปรแกรมป้องกันไวรัสของรัสเซีย “แคสเปอร์สกี” (Kaspersky) บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของรัฐบาล

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางการแคนาดาสั่งแบนแอปพลิเคชันส่งข้อความของจีน “วีแชต” (WeChat) และโปรแกรมป้องกันไวรัสของรัสเซีย “แคสเปอร์สกี” (Kaspersky) บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของรัฐบาล โดยระบุว่ามีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แต่กล่าวว่าข้อมูลของรัฐบาลยังคงปลอดภัย

การสั่งห้ามดังกล่าวได้รับการประกาศหลังจากการประเมินโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศระดับสูงของแคนาดา โดยคณะกรรมการการคลังของแคนาดาซึ่งกำกับดูแลการบริหารราชการกล่าวในแถลงการณ์ว่า บริการวีแชต ของ บริษัทเทนเซ็นต์ และแคสเปอร์สกี ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในระดับที่ยอมรับไม่ได้ 

ด้านแคสเปอร์สกี ระบุว่า รู้สึกประหลาดใจและผิดหวัง และการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า หรือให้โอกาสบริษัทแก้ไขข้อกังวลของรัฐบาล บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือกระบวนการที่เหมาะสมที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงการกระทำเหล่านี้ มันจึงเป็นการตอบสนองต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าการประเมินที่ครอบคลุมเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์และบริการของแคสเปอร์สกี” ขณะที่วีแชตยังคงไม่ออกมาความคิดเห็นใดๆ

คณะกรรมการการฯ กล่าวว่าไม่มีหลักฐานว่าข้อมูลของรัฐบาลถูกบุกรุก แต่วิธีการรวบรวมข้อมูลของแอปพลิเคชันทำให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาของอุปกรณ์ได้ค่อนข้างมาก และความเสี่ยงในการใช้งานนั้นค่อนข้าง “ชัดเจน”

“การตัดสินใจลบและบล็อกแอปพลิเคชันวีแชตและแคสเปอร์สกี นั้นมีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าเครือข่ายและข้อมูลของรัฐบาลแคนาดายังคงปลอดภัยและได้รับการปกป้อง และสอดคล้องกับแนวทางของพันธมิตรระหว่างประเทศของเรา”

แอปพลิเคชันได้ถูกลบออกจากอุปกรณ์มือถือที่ออกโดยรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ (30 ต.ค.) และผู้ใช้จะถูกบล็อกไม่ให้ดาวน์โหลดในอนาคต

ในเดือนกุมภาพันธ์ แคนาดาสั่งห้าม “ติ๊กต่อก” (TikTok) แอปฯ วิดีโอสั้นของบริษัทไบต์แดนซ์ที่ตั้งอยู่ในจีน จากอุปกรณ์ที่ออกโดยรัฐบาล เนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่คล้ายคลึงกัน.

ไม่ ‘ยุบ กอ.รมน.’ ข้อบ่งชี้ว่า ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่รู้จัก ‘กองทัพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562405

01 พ.ย. 2566

ไม่ 'ยุบ กอ.รมน.' ข้อบ่งชี้ว่า 'นายกรัฐมนตรี' ไม่รู้จัก 'กองทัพ'

นักวิชาการด้านความสัมพันธุ์ระหว่างประเทศ จุฬาฯ จวก ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่ ‘ยุบ กอ.รมน.’ ไม่รู้จักกิจการภายในของ ‘กองทัพ’ ดีพอ

พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าการประกาศไม่ยุบ กอ.รมน. และจะปรับให้กองทัพไปทำงานพัฒนามากขึ้น ของนายกรัฐมนตรีชี้ว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับกิจการภายในของกองทัพแม้แต่น้อยเลย

ในโพสเดียวกันนี้ ยังระบุถึงคนเดือนตุลาในพรรคเพื่อไทยที่รู้ดีว่ากองทัพไทยเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาในชนบทตั้งแต่ยุคที่สู้กับคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อคอมมิวนิสต์พ่ายแพ้ไปแล้ว งานพัฒนาชนบทกลับขยายเข้าสู่พื้นที่สังคม การเมือง และเศรษฐกิจใหม่ๆ ในเขตเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จึงขอแนะนำให้คนเดือนตุลาของพรรคเพื่อไทยเปิดงบประมาณประจำปีของกลาโหมและกอ.รมน. ในปี2564 ให้นายกรัฐมนตรี ดูเป็นความรู้ ดังนี้

  • งบป้องกันปราบปรามบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 316,748,600 บาท
  • แผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 11,058,000 บาท
  • แผนพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7,498,500 บาท
  • แผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตอ. 1,778,061,500 บาท

ซึ่งกอ.รมน. ก็มีงบประมาณในทำนองเดียวกัน ดังนี้

  • งบป้องกันปราบปรามบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 181,698,800 บาท
  • พิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 52,112,400 บาท
  • งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 17,000,300 บาท

ก่อนหน้านี้มีโครงการสร้างความสามัคคีแก้ไขความแตกแยกในสังคม (บ่มเพาะอุดมการณ์หลักของชาติ) ปัจจุบันโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกองทัพ มีการสร้าง Army Land มากกว่า 150 แห่งในค่ายทหารทั่วประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ภารกิจของกองทัพขยายออกไปในเรื่องที่ไม่ควรเป็นภารกิจของทหาร หลายเรื่องทหารไม่มีความเชี่ยวชาญ ใช้ภาษีของประชาชนคุ้มค่าหรือไม่ ก็ไม่มีการประเมินจากองค์กรภายนอก หลายโครงการถูกใช้เพื่อจัดตั้งและอบรมมวลชนให้จงรักภักดีต่ออุดมการของรัฐและกองทัพ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่าอยากให้ทหารช่วยงานด้านบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนำรถทหารมาช่วยขนคนในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ในเวลาที่ภาคเหนือประสบปัญหาไฟป่าในช่วงหน้าแล้งทุกปี เราเคยได้เห็นทหารออกมาช่วยแก้ดับไฟป่าหรือไม่ อย่างไร?

อันตรายของการที่ผู้นำพลเรือนขาดความรู้ความเข้าใจในกิจการทหาร และขาดเจตน์จำนงที่จะปฏิรูปกองทัพ ก็คือ แทนที่จะนำทหารออกจากการเมือง การไม่ยุบ กอ.รมน.กลับช่วยขยายโอกาสให้ทหารเข้ามามีบทบาทในสังคมและการเมืองมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่ฟันธง ‘ยาบ้า’ 10 เม็ดถือเป็น ‘ผู้เสพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562395

01 พ.ย. 2566

ยังไม่ฟันธง 'ยาบ้า' 10 เม็ดถือเป็น 'ผู้เสพ'

ครอบครอง ‘ยาบ้า’ 10 เม็ด ถือเป็น ‘ผู้เสพ’ แค่ข้อเสนอ ตามหน้าที่ รมว.สาธารณสุข รอประชุมคณะกรรมการร่วมกับ ปปส. 3 พ.ย. นี้

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงคำถามจะปลอดล๊อกยาเสพติดให้ครอบครองได้คนละ 10 เม็ด ไม่มีความผิดตามกฎหมาย หรือไม่ ในเพจ หมอชลน่านFcไม่มีดราม่า  ว่า เป็นการทำหน้าที่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 กำหนด

การออกกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อสันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อเสพ เพื่อแยกผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติด เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 10 เม็ด สันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อเสพ ถ้าเกิน สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อค้า กรณีครอบครองไม่เกิน 10 เม็ด ถ้ามีพฤติกรรมว่ามีการค้า ให้ถือว่ามีครอบครองไว้เพื่อค้า

ข้อเสนอเบื้องต้น ครอบครองยาบ้าจำนวน 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพใช้เหตุผล ทางการแพทย์ ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม การบังคับใช้กฎหมาย พฤติกรรมการค้า ประกอบกัน

หลักการของประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ถือว่า ผู้เสพคือผู้ป่วย ถ้าสมัครใจเข้าบำบัดรักษาฟื้นฟู ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิดทางอาญา เพื่อให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม ซึ่ง กสธ.ได้ประกาศเป็นนโยบายสำคัญเรื่องยาเสพติด ทำให้แล้วเสร็จ ( Quickwin) ภายใน 100 วัน

โดยจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษา มินิธัญญารักษ์ ให้ครบทุกจังหวัด มีหอผู้ป่วยบำบัดรักษายาเสพติดทุกอำเภอ มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด ทุก โรงพยาบาลชุมชน เพื่อรองรับผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ถ้าไม่สมัครใจ ไม่เข้ารับการบำบัดรักษาฟื้นฟู มีโทษตามกฎหมายกำหนด คือ

  • ผู้เสพ ยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • มีไว้ครอบครองเพื่อเสพ ยาบ้า โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
  • ผู้ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) มีไว้เพื่อค้า โทษหนัก จำคุก 1 – 15 ปี ปรับ ไม่เกิน 150,000 บาท


การกำหนดจำนวนปริมาณเม็ดยาบ้า เพื่อสันนิษฐานมีไว้เพื่อเสพ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจาก ป.ป.ส และ กสธ. จะประชุมพิจารณา ในวันที่ 3 พ.ย 2566 นี้ ว่าจะกำหนดกี่เม็ด เพื่อเสนอให้ รมว.สธ. ออกกฎกระทรวงต่อไป

‘ธรรมนัส’ เคลียร์ ภูมิธรรม – เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ ‘ไชยา พรหมา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562387

31 ต.ค. 2566

'ธรรมนัส' เคลียร์ ภูมิธรรม - เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ 'ไชยา พรหมา'

ปัญหาในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ระหว่าง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” กับ “ไชยา พรหมา” ทางฝั่งของรมว.เกษตร ระบุเรื่องนี้คุยกันจบแล้ว ทั้งต่อรองนายกรัฐมนตรี ” ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่กำกับงาน ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี ด้านคู่กรณี ย้ำข้าราชการสับสนเรื่องการสั่งการ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุมีปัญหาเรื่องการบริหารงาน  เพราะไม่สามารถบริหารงานบุคคล   เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่สื่อที่ไปถามนายไชยา เท่านั้น  การบริหารงานบุคคลถือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โดยกฎหมายเรื่องงบประมาณ เรื่องบริหารงานบุคคลรัฐมนตรีว่าการเป็นผู้รับผิดชอบ”  สมัยผนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ) ก็เป็นเช่นนี้ สามารถทำงานได้  และเรื่องนี้ได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย  รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   รวมทั้ง  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไร


นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัญหางานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ที่การบริหารงานบุคคล ซึ่งหลังจากได้มีการปราบปราม เรื่องหมูเถื่อน ก็ต้องมีการติดตามเรื่องของคดีความ   การติดตามกระบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนตามแนวชายแดนต่าง ๆ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย เนื่องจากกระบวนการในการลักลอบ สินค้านำเข้า ไม่ว่าจะเป็นโคมีชีวิต รวมทั้งสินค้าเถื่อนต่างๆตามด่านกักกัน    ต้องแก้ที่ตัวบุคคล ในฐานะที่ตนกำกับดูแล กรมปศุสัตว์ ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของตัวบุคคล ซึ่งตนไม่ได้ดูในเรื่องนี้แต่ได้รับมอบหมาย ในการกำกับดูแลจึงมีปัญหาในเรื่องของการสั่งการ

“วันนี้ข้าราชการมีความสับสน ว่าตกลงจะฟังใคร จึงมีปัญหาในเรื่องของการบริหารงานบุคคล บางเรื่องผมรู้ช้ากว่าอีก อธิบดีควรต้องมารายงานผม เพราะผมกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องของด่านชายแดน ซึ่งวันนี้ยังมีขบวนการลักลอบนำเข้า แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ ถูกแต่งตั้งมาด้วยอำนาจเก่า   ถึงเวลาจะต้องปรับเปลี่ยน เพราะนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและสั่งการ ให้ผมกำกับดูแล เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาที่ตัวบุคคลก็ต้องแก้ที่ตัวบุคคล แต่อำนาจหน้าที่ ของผมไม่สามารถดำเนินการได้”

นายไชยา  กล่าวว่า  เรื่องนี้  ได้นำไปปรึกษากับนายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ที่ถือเป็นผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยแล้วว่า  การทำงานถ้าไม่สามารถ แก้ไขปัญหาบุคคลได้ก็ไม่ลุล่วง เพราะวันนี้ยังมีการสั่งการ ในเรื่องต่างๆอยู่ ทำให้ข้าราชการเกิดความสับสน ว่าตกลงจะฟังใคร  ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคก็รับทราบเรื่องนี้ 
“วันนี้ข้าราชการสับสนว่าจะฟังใคร อย่าว่าแต่ข้าราชการเลย แม้แต่ผมเองก็ยังสับสน ยืนยันว่าผมกำกับดูแล และได้รับมอบหมายตามนโยบาย เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องรายงานตรงมาที่ผม เพราะนายกฯติดตามเรื่องนี้อยู่”  นายไชยา  กล่าว

'ธรรมนัส' เคลียร์ ภูมิธรรม - เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ 'ไชยา พรหมา'

(ซ้ายไปขวา) อนุชา นาคาศัย ( รัฐมนตรีช่วยฯ) , ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ( รัฐมนตรีว่าการ ) และ ไชยา พรหมา ( รัฐมนตรีช่วยฯ) 

.

ขอขอบคุณภาพจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

มติ ก.ร. เลือก ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง ‘เลขาธิการสภาฯ’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562383

31 ต.ค. 2566

มติ ก.ร. เลือก 'อาพัทธ์ สุขะนันท์' นั่ง 'เลขาธิการสภาฯ' คนใหม่

วันนอร์ เผยที่ประชุมก.ร.เคาะ ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง เลขาธิการสภาฯ คนใหม่ ยึดหลัก อาวุโสสูงสุด-ความรู้ ความสามารถเหมาะสม ยันไม่มีล็อกสเป็คแน่

ที่อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.)ว่า ที่ประชุม ก.ร.ได้พิจารณาเลขาสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยมีมติเห็นชอบให้ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ ในฐานะรักษาการรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป โดยตนจะเสนอชื่อนายอาพัทธ์ เพื่อโปรดเกล้าฯต่อไป 

ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์

ทั้งนี้เหตุผลที่เห็นชอบร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นเลขาธิการสภาฯนั้น เพราะมีความอาวุโสสูงสุด มีประสบการณ์ทางด้านการประชุม และด้านกฎหมายรอบด้านมาแล้ว จึงเป็นบุคคลที่สมควรเสนอ ก.ร. และก.ร.ก็เห็นชอบตามที่รัฐสภาเสนอ ซึ่งกระบวนการเป็นไปตามกฎของ ก.ร. คือ ต้องมีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมทั้ง 3 คน เห็นชอบให้ร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นผู้ที่มีคะแนนสูงสุด ตนจึงได้นำชื่อเสนอ ก.ร.ในวันนี้ ซึ่งตนไม่ได้มีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ รายชื่อผู้สมัครมีทั้งหมด 5 คนจาก 6 คน ซึ่งมีผู้อาวุโสน้อยที่สุด และติดภารกิจต่างประเทศ จึงได้สละสิทธิ์ ทำให้เหลือ 5 คน ซึ่งได้มีการพิจารณาจากคะแนนของคณะกรรมการคัดเลือกทั้งความ อาวุโส อำนาจการบริหารงาน รวมทั้งให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีผู้สมัคร 3 คน ก็ได้มีคำสั่งยกเลิกไปแล้ว เพราะเห็นว่าผู้สมัครยังน้อยไป เนื่องจากมีรองเลขาฯถึง 6 คน แต่สมัครเพียง 3 คน ดังนั้นจึงคิดว่าควรเปิดโอกาสอีกครั้งเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

“ผมได้ยืนยันกับที่ประชุมก.ร.ว่าการแต่งตั้งคราวนี้นอกจากจะมีกรรมการแล้ว ผมขอยืนยันว่าเราใช้กฎของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 อย่างเคร่งครัด คือไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลอื่น แต่ให้เป็นไปตามความสามารถทุกประการ ซึ่งไม่มีใครสงสัยอะไร”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ส่วนรอบแรกที่มีผู้สมัคร 3 คน และมีการร้องเรียนทำให้ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า มีการร้องเรียนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ เราต้องการให้มีผู้สมัครจำนวนมาก เพื่อที่จะให้มีการคัดเลือกด้วยความรอบคอบ และไม่มีการครหาว่าจะมีการล็อกให้คนนั้นคนนี้ จึงได้ชี้แจงชัดเจนว่าให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติพร้อมก็ให้มาสมัคร ไม่มีการแทรกแซง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรที่ตนรับผิดชอบเขาได้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และเมื่อจะมีการเลื่อนระดับสูงก็ไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ราชการทั้งหลายมีกำลังใจว่าใครมีความรู้ ความสามารถ ก็จะได้รับการสรรหาได้ ไม่ใช่ว่ามีความหวั่นวิตกว่าจะมีการแทรกแซงว่ามีการล็อกคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่าในยุคที่ตนเป็นประธานสภาฯไม่มีเรื่องแบบนี้แน่