โซไซตี้ : PRINC ชูโครงการ Care The Whale ขยะล่องหน คว้าใบประกาศเกียรติคุณ ‘LESS’ จาก อบก.-ตลท. ใน Climate Care Forum 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765734

โซไซตี้ : PRINC ชูโครงการ Care The Whale ขยะล่องหน  คว้าใบประกาศเกียรติคุณ ‘LESS’ จาก อบก.-ตลท.  ใน Climate Care Forum 2023

โซไซตี้ : PRINC ชูโครงการ Care The Whale ขยะล่องหน คว้าใบประกาศเกียรติคุณ ‘LESS’ จาก อบก.-ตลท. ใน Climate Care Forum 2023

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนามเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รับมอบ
ใบประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรม ลดก๊าซเรือนกระจก Low Emission Support Scheme หรือ LESS และ Climate Clock จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในงาน Climate Care Forum 2023 : Time to Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” ในฐานะบริษัทที่มีผลการดำเนินงานจากโครงการขยะล่องหน Care the Whale เป็นที่ประจักษ์ ด้วยการบริหารจัดการขยะของเสียตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง บนแนวทาง Circular Economy และมุ่งสู่นโยบาย Green Hospital โดยมีโรงพยาบาลในเครือเข้าร่วมดำเนินการทั้ง 13 แห่งจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็น 1 พันธมิตรหลักในโครงการสถานีขยะล่องหน @ ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า เป็นผู้ส่งต่อองค์ความรู้การคัดแยกขยะติดเชื้อ และสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ โดยมี นพ.กฤตวิทย์เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ และ อติยา อาวัชนาการ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลในครั้งนี้

นพ.กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรบรรลุเป้าหมาย CarbonNeutrality แล้ว ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา และมีเป้าหมายในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions) ภายในปี 2049 ตามปณิธานขององค์กรในการสร้างคนที่มีจิตใจของความเป็นผู้ให้ จึงได้เข้าร่วมโครงการ Care the Whale ขยะล่องหน ภายใต้ SET Social Impact Platform ต่อเนื่องปีที่ 3 โดยเริ่มจากโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ และขยายต่อเนื่องจนครบรวม 13 แห่ง ในปัจจุบันและมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ คน ชุมชน และสังคม โดยเฉพาะในด้านการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการจัดกิจกรรมขยะแลกยา ขยะแลกวัคซีน พร้อมส่งต่อองค์ความรู้การคัดแยกขยะติดเชื้อในพื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้าต่อเนื่องและจริงจัง โดยในรอบครึ่งปี 2566 สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 279,993 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวน 31,110 ต้น ความสำเร็จดังกล่าวเป็นความพยายามอย่างมุ่งมั่นของการมีส่วนร่วมบุคลากรทางการแพทย์และพัฒนาการในทุกระดับ รวมทั้งประชาชนผู้รับบริการได้มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน ESG เพื่อเป้าหมายการเป็น Green Hospital ของโรงพยาบาลในเครือฯ

ด้าน อติยา อาวัชนาการ เผยถึงแผนการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก นอกจากการบริหารจัดการและคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบแล้ว บริษัทยังมีแผนสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายในโรงพยาบาล โดยปัจจุบันดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์เรียบร้อยแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน,โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และโรงพยาบาลพริ้นซ์ สกลนคร ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ราว 20% ของความต้องการใช้พลังงานในแต่ละวันและอยู่ระหว่างการขยายไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ ในเครือ นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ หรือการปรับปรุงโรงพยาบาลที่เข้าไปลงทุน บริษัทมีแนวทางศึกษาการลดการใช้พลังงานและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของคน ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมผลักดันประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และลดโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

สำหรับงาน Climate Care Forum 2023 จัดขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูองค์กรภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ และภาคเอกชนที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและมุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีองค์กรที่ร่วมเป็นสมาชิก 665 บริษัท ที่ร่วมกันพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท พริ้นซิเพิลแคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนามเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ มีนโยบายในการมุ่งส่งเสริมการดำเนินงานอย่างยั่งยืนด้วยการขับเคลื่อนหลากหลายกิจกรรม/โครงการ เช่น โครงการพริ้นซ์ผสาน โครงการพาคนกลับบ้าน ฯลฯ นอกจากนี้การลงทุนขยายกิจการสถานพยาบาลต่างๆ ยังคำนึงถึงการลดการใช้พลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ฯลฯ ควบคู่กับการดำเนินงานตามแนวทาง ESG รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://psarn.princhealth.com

Science Update : ดาวอังคารเคยเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765723

Science Update : ดาวอังคารเคยเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

Science Update : ดาวอังคารเคยเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิจัยแห่ง เพนน์ สเตท ยูนิเวอร์ซิตี ในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ ศึกษาข้อมูลที่ยานสำรวจ คิวริออสซิตี ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ที่เก็บได้ที่ปากปล่อง เกล บนดาวอังคาร สร้างโมเดลจำลองทางคอมพิวเตอร์เปรียบเทียบกับข้อมูลการสแกนชั้นของตะกอนดินใต้ท้องทะเลบริเวณอ่าวเม็กซิโกที่ได้มาจากบริษัทขุดเจาะน้ำมันเมื่อ 25 ปีก่อน จนค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมที่นำไปสู่ความเข้าใจใหม่ที่ว่า ครั้งหนึ่ง เคยมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั่วดาวอังคาร หรืออาจมีแม่น้ำบนดาวอังคารมากกว่าเคยคิดกันไว้สังเกตได้จากสภาพพื้นผิวดาวอังคารที่มีลักษณะเป็นเนินและที่ราบต่ำสลับกัน

ทั้งนี้ หลักฐานเรื่องแม่น้ำบนดาวอังคาร เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่ยานอวกาศลำแรกที่โคจรรอบดาวอังคาร คือ ยาน มาริเนอร์ 9 ได้ถ่ายภาพช่องทางน้ำของแม่น้ำที่เหือดแห้ง และที่ราบน้ำท่วมบนพื้นผิวดาวอังคาร และที่ผ่านมา ยานสำรวจดาวอังคารหลายลำ ยังพบหลักฐานทางแร่ธาตุในรูปของจาโรไซต์ หรือ แร่ที่มีองค์ประกอบของโปแตสเซียม เหล็ก และซัลเฟตซึ่งก่อตัวขึ้นในน้ำ และยังพบแนวสันปันน้ำซึ่งก่อตัวขึ้นจากตะกอนในพื้นที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำของแม่น้ำอายุหลายพันล้านปีบนดาวอังคารด้วย หลักฐานเกี่ยวกับแม่น้ำที่ว่านี้ บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยมีเงื่อนไขที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

หนังสือเด่น : เรื่องสั้นวิทย์รางวัลระดับประเทศ จินตนาการบนกลิ่นอายความเป็นไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765721

หนังสือเด่น : เรื่องสั้นวิทย์รางวัลระดับประเทศ  จินตนาการบนกลิ่นอายความเป็นไทย

หนังสือเด่น : เรื่องสั้นวิทย์รางวัลระดับประเทศ จินตนาการบนกลิ่นอายความเป็นไทย

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในวงการวรรณกรรมของไทย การเขียนเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์นั้นหาได้ยากยิ่ง  การมีโครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ขึ้นมา  ถือเป็นการช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้นักเขียนไทยหันมาสนใจเขียนเรื่องสั้นแนวนี้มากขึ้น โครงการฯดังกล่าวได้จัดประกวดต่อเนื่องเป็นครั้งที่8  ได้รับความสนใจจากนักเขียนเพิ่มขึ้นเรื่อยมา จนในครั้งนี้ ในปี 2566 ถือเป็นปีที่มีผลงานเข้าประกวดมากที่สุด คือมีกว่า 300 ผลงาน

โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ครั้งที่ 8 ปี 2566 ได้แบ่งการประกวดออกเป็น 2ประเภทการแข่งขัน คือประเภทเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ มี 2 รุ่นคือ  รุ่นประชาชนทั่วไปและ รุ่นเยาวชน  และประเภทที่สอง คือเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์สำหรับเด็กวัยรุ่นอายุ12-18ปี  หนังสือ “รวมเรื่องสั้นฝันชั่วนิรันดร์ของแมวศุภลักษณ์” เป็นการรวมเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลในการประกวดทุกประเภทจำนวน 14รางวัลได้แก่

ประเภทเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ รุ่นประชาชนทั่วไป มีผู้ได้รับรางวัล 6 รางวัล ได้แก่  รางวัลชนะเลิศ เรื่องศุภลักษณ์ โดยประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด รองชนะเลิศอันดับ1 เรื่องหนูติดจั่น โดย นวลาภ ธีรธนาธร รองชนะเลิศอันดับ2 เรื่อง IDS:Identity Christopher โดย  KP Discontinuity Syndrome รางวัลชมเชย 3 รางวัลคือ เรื่อง ปริศนาชั่วนิรันดร์ โดย กนก ณจันทร์  บทสัมภาษณ์สำหรับเช้าวันจันทร์ โดย อินท์นรี มิ่งขวัญ และ  Love  Android โดย ธีรินทร ภู่กาญจน์

รุ่นเยาวชนมีผู้ชนะ 3 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศ The Granter สร้างโลกฝันดังใจปรารถนาติ โดย อาภา ขำคม รองชนะเลิศอันดับ1 THAIVILISED 2123 โดย กชกร ศรีสุข รองชนะเลิศอันดับ2 เรื่อง พิพิธภัณฑ์อนันตา โดย พงศภัค พวงจันทร์

ประเภทเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ12-18ปี มีรางวัล 5 รางวัล  ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ เรื่องภาพวาดของไอรา โดย เสาวรส มิตราปิยานุรักษ์ รองชนะเลิศอันดับ1 เรื่อง Empath โดย ปาณปวีร์ รองชนะเลิศอันดับ2 เด็กไม่พิเศษในระบบนิเวศของมนุษย์ไม่ธรรมดา โดย ศิริ มะลิแย้ม รางวัลชมเชย 2 รางวัลคือ กลางทะเลเวิ้งว้างสีน้ำเงินดำ  โดย  ไพรัตน์ ยิ้มวิลัย และ โรคซึมเศร้าของเหล่าเอไอ  โดย วินาที สุวรรณเวโช

เนื้อหาสาระของเรื่องสั้นดังกล่าว จะเป็นเรื่องของการจินตนาการที่เต็มเปี่ยมเช่นนิยายวิทยาศาสตร์ ทั่วไป ส่วนการตีความนั้นนอกจากมีเอไอ หุ่นยนต์ และการเดินทางข้ามเวลาเหมือนเคย  ก็มีความแตกต่างออกไปจากเดิมๆที่ผ่านมาพอสมควร  มีการมองอนาคตในมุมมองใหม่  มีผลงานหลายเรื่องที่พูดถึงเทคโนโลยีล้ำๆ เช่นการฉายภาพ3มิติขึ้นกลางอากาศหรือฮอโลแกรม มีการนำเมตาเวิร์สมาใช้อย่างจริงจังในเรื่อง  มีบรรยากาศแบบดิสโทเปียที่มีทั้งขยะเต็มโลกหรือไม่ก็ควันพิษปกคลุมทั่วโลก มีการจินตนาการถึงโลกอื่นที่ผู้คนมีหน้าตาแตกต่างออกไปและมีการแบ่งแยกชนชั้นเต็มขั้นกว่าที่เคย มีการเหยียดชนชั้นทางสังคมเต็มขั้น แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแต่ไอเดียล้ำๆแบบนี้เท่านั้น บางเรื่องราวผสมความเชื่อความเป็นไทย ฉากของสังคมไทย หรือแม้กระทั่งมีเรื่องตำนานพื้นบ้านอย่างกระสือเข้ามาในเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง

“ฝันชั่วนิรันดร์ของแมวศุภลักษณ์” ถึงแม้จะเป็นเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวคือผสมผสานจินตนาการสุดล้ำที่สะท้อนสภาพสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว อ่านแล้วสนุกและรู้สึกอินและคุ้นเลยมากกว่าปกติ นอกจากได้รับความรู้ในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ยังสะท้อนให้เห็นความคาดหวังของคนสมัยนี้ที่มีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบริบทและวิถีชีวิตคนไทยอีกด้วย

การถ่ายถอดและเล่าเรื่องมีศิลปะทางวรรณกรรมอย่างไม่ต้องกล่าวถึงอยู่แล้ว เพราะได้รับการคัดสรรค์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณาวุฒิมาอย่างดีแล้ว อ่านแล้วก็ก็จะประทับใจในความหลากหลายของเนื้อหาและการจินตนาการ รูปแบบการเล่าเรื่อง รู้ถึงการใช้ภาษาในการประพันธ์ที่แตกต่างกันของผู้เขียนแต่ละคน สนุกสนานโลดโผน ตามจินตนาการตามแบบเรื่องสั้นทางวิทยาศาสตร์แบบไทย ๆที่น่าประทับใจ  อ่านสนุกได้ทุกเพศทุกวัย หนังสือราคาเล่มละ 295 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยนานมีบุ๊คส์

การนั่งนานมีผลร้ายมากกว่าที่คิด

ไม่ว่าจะนั่งถูกหรือผิดวิธี

“Sitting to Death นั่งนาน = ตายเร็ว” เขียนโดย ผศ.ดร. สันทนี เครือขอน ผู้เขียนเป็นอาจารย์และนักกายภาพบำบัดชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์ทางด้านดังกล่าวมาหลายสิบปี และมีผลงานเขียน stretching ยืดเหยียด คลายกล้ามเนื้อ เพื่อสุขภาพ กับทาง สนพ.อมรินทร์มาแล้ว  “การนั่ง” ดูเหมือนจะเป็นอิริยาบถที่สบาย และไม่น่ามีผลเสียอะไรกับชีวิต แต่แท้ที่จริงแล้วการนั่งนาน ๆ ไม่ว่าจะนั่งผิดวิธี หรือนั่งถูกวิธี ก็สามารถทำร้ายร่างกายถึงขั้นนำไปสู่การเสียชีวิตได้  หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านเข้าใจความซับซ้อนของการนั่ง ผลกระทบที่เกิดต่อสุขภาพหากนั่งนานเกินไปที่เราไม่เคยรู้มาก่อน  แนะนำการนั่งด้วยท่าทางที่ถูกต้อง การเลือกเก้าอี้ การจัด Work Station ที่ถูกต้อง รวมทั้งการยืดเหยียด ผ่อนคลายและออกกำลังกายสำหรับผู้ที่ต้องนั่งนาน ๆ เพื่อป้องกันความเจ็บป่วยที่ตามมา ฯลฯ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นคู่มือเกี่ยวกับ “การนั่ง” ที่สมบูรณ์ อ่านเข้าใจง่าย มีภาพประกอบชัดเจน ยกกรณีที่เราอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เกิดบ่อย ๆ และส่งผลเสียต่อสุขภาพมาเตือนภัย นำเสนอวิธีแก้ไขภายใต้หลักวิชาการ การนั่งครึ่งวัน เสี่ยงเบาหวานหัวใจ เพิ่ม 1 เท่าตัว อย่าปล่อยให้ความสบายกลายเป็นฆาตกรเงียบ ปรับพฤติกรรมการนั่งตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป หนังสือราคา 225 บาท

หัดตัดสินใจทิ้งสิ่งของเพียงเล็กน้อย

นำพาสู่การตัดสินใจสำคัญในชีวิต

“ทิ้งมันไป แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง” ผู้เขียน คธาพล รพีฐิติธรรม ปัญหายอดฮิตที่ทำให้การจัดบ้านมักจะล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง คือ การที่เราไม่สามารถทิ้งสิ่งของได้นั้นเอง การตัดสินใจทิ้งสิ่งของ แม้เพียงเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตมหาศาล เพราะการทิ้ง ทำให้เรามีระบบความคิดที่เป็นระเบียบ รู้จักลำดับความสำคัญของสิ่งของต่างๆ ทำให้เราตะหนักถึงคุณค่าของสิ่งของและสัจธรรมของชีวิตว่ามีพบก็ต้องมีจาก การทิ้งทำให้เราจะคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนมากขึ้นว่าของสิ่งนั้นเหมาะสมกับเรามากน้อยเพียงใด ฯลฯ การตัดสินใจทิ้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยจิตใจที่แน่วแน่ ต้องมีความกล้า และการโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น การตัดสินใจในชีวิตเรื่องสำคัญๆในชีวิตได้ไม่ผิดพลาด  ไม่ว่าจะเลือกเรียนต่อคณะในฝัน การลาออกจากงานที่ไม่ชอบ การปล่อยวางความผิดหวังและล้มเหลว การบอกลารักเก่าและเริ่มต้นรักใหม่ที่ดีขึ้น ฯลฯ สามารถทำได้โดยเริ่มจากการหัดตัดสินใจทิ้งสิ่งของจากสิ่งเพียงเล็กน้อย หนังสือเล่มนี้จะเป็นแนวทางสำหรับฝึกฝนการตัดสินใจทิ้งสิ่งของ จะมาช่วยฝึกให้คนที่ไม่สามารถตัดใจทิ้งอะไรเลยในชีวิตสามารถตัดสินใจด้วยวิธีที่น่าสนใจ และฝึกฝนง่าย หนังสือราคา 295 บาท

เรียนรู้ฟิสิกส์และเทคโนโลยีควอนตัม

ผ่านเรื่องเล่าและตัวอย่างฉบับอ่านง่าย

“ควอนตัม: จากแมวพิศวง…สู่ควอนตัมคอมพิวเตอร์” ผู้เขียน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ   “ควอนตัม” เป็นคำที่คุ้นหูกันมากขึ้น เพราะว่าเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง และจัดเป็นหนึ่งในดีปเทคที่คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำนี้ถูกนำไปใช้ในบริบทต่าง ๆ (โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เช่น ในภาพยนตร์ ในผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เป็นต้น

“ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ” ผู้เขียนเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของประเทศ จะมาเล่าการมาถึงของ “เทคโนโลยีควอนตัม” แบบอ่านง่าย ไม่เป็นวิชาการมากเกินไป โดยจัดเรียงความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการฟิสิกส์ควอนตัมให้เด่นชัดขึ้น เริ่มตั้งแต่ลำดับเหตุการณ์และการก่อเกิดแนวคิดต่าง ๆ ที่ทำให้นักฟิสิกส์พัฒนาทฤษฎีควอนตัมขึ้นมาจนสำเร็จ ตลอดจนการประยุกต์ความรู้ทางควอนตัมจนเกิดเป็นเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ทฤษฎีควอนตัมในบริบทต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และปิดท้ายด้วยความน่าฉงนที่เกิดขึ้นในการตีความกลศาสตร์ควอนตัม หนังสือราคา 379 บาท

ภาคต่อนิยายสุดฮิต”บุพเพสันนิวาส”

สนุกสนาน เหตุการณ์ช่วงเปลี่ยนแผ่นดิน

พรหมลิขิต เป็นภาคต่อของนิยายสุดฮิต “บุพเพสันนิวาส” ปลายปากกาของ “รอมแพง” มาในภาคใหม่ด้วย โดยมีสาวน้อยสู้ชีวิตอย่างพุดตานทะลุมิติมาเพิ่มมาอีกคน พุดตาน เป็นหลานห่างๆ ของสิตางค์ (แม่ของเกศสุรางค์) ในวัย 20 ปีที่มีอาชีพนักจัดสวนได้เจอหีบโบราณและสมุดข่อยจากคนงานที่ขุดได้ ซึ่งเป็นมนต์กฤษณะกาลีที่ถูกฝังเอาไว้ เมื่อเธอแตะมันทำให้ได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ไปยังกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา รัชสมัยขุนหลวงท้ายสระ และเป็นช่วงการเปลี่ยนแผ่นดิน เธอได้พบกับหมื่นมหาฤทธิ์ ลูก คุณหญิงการะเกด (เกศสุรางค์) กับ ออกญาวิสูตรสาคร พุดตานพยายามเอาตัวรอดใช้ชีวิตในที่ๆไม่คุ้นเคย ด้วยการปลูกผักทำสวน ค้าขายหาเลี้ยงชีพ และในที่สุดก็ได้พบกับเกศสุรางค์ เมื่อเจอหน้ากันต่างฝ่ายต่างรู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ร่วมกันมา เกศสุรางค์ชวนพุดตานไปบ้าน ทุกคนให้การต้อนรับเธออย่างดี ยกเว้น คุณหญิงจำปา เพราะไม่อยากให้หมื่นมหาฤทธิ์ชอบพอกับพุดตาน แม้ทั้งคู่จะมีท่าทีขิงก็ราข่าก็แรงกันในระยะแรก แต่ความรักก็ก่อตัวขึ้นกลางใจทั้งสองโดยไม่รู้ตัว นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนไม่ได้เน้นเล่าประวัติศาสตร์ และไม่มีประวัติศาสตร์เข้มข้นอย่างเรื่องบุพเพสันนิวาส แต่เน้นเล่าในเชิงของการข้ามผ่านยามผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน  กลวิธีการเขียนก็แตกต่างออกไปพอสมควร ไม่มีความละมุนละไมเท่าบุพเพสันนิวาส จะมีความบ้านๆ กว่ามาก เพราะนางเอกไม่อินกับอะไรเลยนอกจากเรื่องของการกิน  หนังสือราคาเล่มละ 300 บาท

LPN องค์กรต้นแบบแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765733

LPN องค์กรต้นแบบแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก  พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

LPN องค์กรต้นแบบแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) หรือ LPN นำโดย ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เป็นตัวแทนบริษัท เข้าร่วมรับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission SupportScheme : LESS) ผ่านโครงการ Care the Whale (การลดก๊าซเรือนกระจกจากการบริหารจัดการขยะ) ในงาน Climate Care Forum 2023 : Time To Reduce “ลด-เพื่อ-โลก” ซึ่งจัดขึ้นโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูองค์กรแนวร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ความร่วมมือ Climate Care Platform พร้อมเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในองค์กรให้ร่วมกันลด และจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่านำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่ประเทศไทยจะมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065 โดยมี เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยผลรวมปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก ที่ LPN สามารถลดได้ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ Care the Whale คือ 8,481 KgCO2e เทียบเท่ากับการดูดซับ CO2 ต่อปี
ของจำนวนต้นไม้ 943 ต้น ซึ่งปัจจุบัน LPN มีแผนการเดินหน้าลดคาร์บอนฟุต พริ้นท์อย่างจริงจังและต่อเนื่องในหลายมิติทั้งภายในองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานผลิตและงานบริการอื่นๆ อาทิ การติดตั้งแผง Solar Cell ที่สำนักงานขายทุกโครงการเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า, วางระบบ EV Charger สำหรับโครงการในอนาคต, ก่อตั้งโครงการ แยก แลก ตัง ร่วมกับ Wake Up Waste และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ (SCGC) เพื่อบริหารจัดการขยะจากต้นทางถึงปลายทาง เป็นต้น

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘คลองบางหลวง’ ภูมิตลาดบกของชุมชนเก่าอยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765713

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘คลองบางหลวง’ ภูมิตลาดบกของชุมชนเก่าอยุธยา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘คลองบางหลวง’ ภูมิตลาดบกของชุมชนเก่าอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรือนักท่องเที่ยว

จากกระแสเที่ยวชุมชนยลวิถีนั้นได้ส่งให้เกิดความสำคัญกับ “๑๐ ตลาดบก ๖ ตลาดน้ำ” ที่กระทรวงวัฒนธรรมโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้นำเอาตลาดทั้งบกและน้ำมาแนะนำให้เห็นเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการให้ตลาดในชุมชนแต่ละแห่งมีจุดน่าสนใจจากผลงานจากคนในชุมชนนั้น จนสามารถสร้างกิจกรรมให้เด่นชัดจนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวขึ้นจากต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีเครือข่ายวัฒนธรรม-เขตภาษีเจริญ ร่วมกันจัดการเปิดตัว “ตลาดบกคลองบางหลวง” เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย  สัมผัสวิถีชีวิตริมคลอง และเรียนรู้กิจกรรมจากงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก และสินค้าของชุมชน ซึ่งก่อนหน้านั้นมีนักท่องเที่ยว เข้ามาจนเกิดตลาดที่สามารถกระตุ้นเศษฐกิจรายได้ให้ชุมชนคนบางหลวง เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคมที่ผ่านมา นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้มา เป็นประธานเปิดตลาดบก“ตลาดคลองบางหลวง” โดยมี นางสาวลิปิการ์กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมนายธวัชชัย แพงไทย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญได้ร่วมยินดีและชมตลาดโดยมีนายสมชาย พึ่งศิลป์ ประธานชุมชนกำแพงทองพัฒนา และคณะกรรมการชุมชนผู้ขับเคลื่อนตลาดให้การต้อนรับและนำชมกิจกรรมของตลาดบกริมคลองบางหลวง

คณะผู้ดูแลชุมชนคลองบางหลวง

คลองบางหลวง แห่งนี้เป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่ที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม แต่ด้วยเป็นแม่น้ำช่วงที่อ้อมจนทำให้เรือสินค้าเสียเวลาในการเดินทางแม่น้ำมาก จึงเป็นเหตุให้พระไชยราชาธิราช โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองลัดขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๐๖๕ เพื่อร่นระยะทางและเวลาให้เรือสินค้าของพ่อค้าต่างชาติเดินทางเข้าไปค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาได้เร็วขึ้น หลังจากขุดคลองแล้วคลองที่ขุดนั้นกลับมีขนาดใหญ่โตขึ้นด้วยกระแสน้ำไหลตรงจนฝั่งกว้างขึ้นเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้แม่น้ำสายเดิมนี้ เล็กลงเปลี่ยนสภาพเป็นคลองคือคลองทางเหนือเรียกว่า คลองบางกอกน้อย ส่วนคลองด้านใต้เรียกว่า “คลองบางกอกใหญ่” ส่วนเหตุที่เรียกคลองบางกอกใหญ่มาเป็น คลองบางหลวงนั้นได้อ้างว่า คราวขุนหลวงตากหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินสร้างราชธานีใหม่ที่กรุงธนบุรีนั้น ไพร่ฟ้าข้าหลวง ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ด้วยอยู่ใกล้กับกรุงธนบุรี เรียกคลองแถบนี้ว่า “คลองบางข้าหลวง” แล้วเหลือคำเป็น “คลองบางหลวง” ส่วนจะเรียก คลองบางหลวง จากการเป็นคลองขนาดใหญ่ ที่มีคลองขนาดน้อยคือคลองบางกอกน้อยคู่กัน เช่นเดียวกับเรียกแม่น้ำใหญ่ แม่น้ำน้อย ที่ปรากฏในที่อื่นก็น่าจะมีเค้ามากกว่าเป็นเรื่องข้าหลวง หรือนางข้าหลวง  มาอยู่ด้วยเป็นเรื่องเพิ่งมาใช้อ้างเรียกกันในสมัยหลัง 

คลองบางหลวง ปัจจุบัน

วันนี้ “ชุมชนริมคลองบางหลวง” ยังรักษาวิถีความเป็นชุมชนสมัยอยุธยาให้เห็น จากโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดกำแพง บางจาก วัดสุวรรณคีรี (ร้าง) วัดศาสาสี่หน้า ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดคูหาสวรรค์ ซึ่งเดิมนั้นเคยมีไพร่หลวง และช่างฝีมือออกมาสร้างวัดดังกล่าวในสมัยอยุธยา แม้จะมีการบูรณะในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ก็ยังเหลือร่องรอยของศิลปกรรมสมัยอยุธยาให้เห็นอยู่ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนได้ก็คือสายน้ำในคลองที่ยังเป็นเส้นทางเดินทางน้ำไป-มา จากเรือหางยาวแทนเรือพาย เรืองสำเภา โดยเฉพาะวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ต่อรุ่นมาแต่เดิมด้วยแล้ว ก็ยังมีบ้านไม้ชั้นเดียวและมีร่องสวนผลไม้ ที่ได้กลายเป็นถนนหนทางและที่อยู่อาศัยของผู้คน ดังนั้นตลาดบกคลองบางหลวงจึงเป็นภาพสะท้อนหนึ่งที่เหลืออยู่ให้เห็นวิถีของศิลปะการแสดงที่ชุมชนได้ฟื้นฟูขึ้นแล้ว ยังปรับงานศิลปะให้เป็นที่น่าสนใจของคนรุ่นใหม่ จึงไม่แปลกที่จะมีใครต่อใครมาใช้เวลาอยู่กับการเขียนภาพ นั่งร้อยลูกปัดและนั่งซึมซับบรรยากาศริมคลองที่มีนักท่องเที่ยวไม่ขาด หากจะแต่งตัวย้อนยุคตามละครเดินเที่ยวก็เป็นความสุขที่หาได้ไม่ยาก

ตลาดบกริมคลองบางหลวง

ตลาดบกริมคลองบางหลวง

พิธีเปิดตลาดบกคลองบางหลวง

พิธีเปิดตลาดบกคลองบางหลวง

แสดงหุ่นละครเล็ก

แสดงหุ่นละครเล็ก

แหล่งเรียนรู้งานศิลป์

แหล่งเรียนรู้งานศิลป์

งานร้อยลูกปัดกลับบ้าน

งานร้อยลูกปัดกลับบ้าน

หุ่นละครเล็กบางหลวง

หุ่นละครเล็กบางหลวง

วัดสุวรรณคีรี

วัดสุวรรณคีรี

วัดกำแพงบางจาก

วัดกำแพงบางจาก

เรียนศิลปะข้างเจดีย์อยุธยา

เรียนศิลปะข้างเจดีย์อยุธยา

DMT จัดคอนเสิร์ต ‘Journey of Dream’ ขอบคุณลูกค้าในโอกาสครบรอบ 35 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765732

DMT จัดคอนเสิร์ต ‘Journey of Dream’ ขอบคุณลูกค้าในโอกาสครบรอบ 35 ปี

DMT จัดคอนเสิร์ต ‘Journey of Dream’ ขอบคุณลูกค้าในโอกาสครบรอบ 35 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อัจฉรา เจริญพร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดคอนเสิร์ต
ภายใต้ธีม “Journey of Dream สร้างแรงบันดาลใจและให้โอกาสกับทุกความฝัน” เป็นครั้งแรกเพื่อขอบคุณลูกค้าเป็นของขวัญประเดิมบริษัทครบรอบ 35 ปี โดยมีศิลปินคุณภาพ “ก้องสหรัถ แอนด์ เบนจะ แบนด์” และ “ทอม อิศรากิจนิตย์ชีว์ หน้ากากทุเรียน” ร่วมมอบความสุขด้วยเสียงเพลงและโชว์สุดพิเศษในคอนเสิร์ต “Journey of Dream” พร้อมกับโปรดักชั่นสุดอลังการบนเวทีกับจอ LED จัดเต็มแสง สี เสียงตระการตา และร่วมสนุกรับของขวัญภายในงานพร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารร้านดังย่านหลักสี่ ดอนเมือง ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2566 นี้เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ณ Diamond Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ผู้สนใจสามารถนำแต้มมาแลกรับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตได้ 4 ใบ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกสามารถสมัครสมาชิก เพื่อสะสมแต้มและร่วมกิจกรรมสนุกๆได้ในโอกาสถัดไปได้ที่ Line OA @donmuangtollwayและติดตามข่าวสารรายละเอียดกิจกรรมดีๆ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Tollway Call Center 1233

อัจฉรา เจริญพร

อัจฉรา เจริญพร

คุณแหน : 29 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765731

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบรมราโชวาทอันล้ำค่าของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เป็นจดหมายที่พ่อเขียนเตือนสติถึงลูกๆ ก่อนไปร่ำเรียนที่เมืองนอก“ลูกเจ้าและลูกชาวบ้านควรประพฤติปฏิบัติตนและมีความคิดเช่นใดต่อชาติบ้านเมืองไทยของตัวเอง”..

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประธานองคมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ วางบนหลุมฝังศพ ของอดีตจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล ณ กุโบร์มัสยิดกลาง จ.สงขลา ซึ่งได้ถึงแก่อนิจกรรมในวัย ๗๖ ปี ณ รพ.จุฬาฯ..

ll สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์กีฬาไอซ์ ฮอกกี้ และทรงร่วมกิจกรรมไอซ์ ฮอกกี้ คู่เปิดสนาม ที่เชียงใหม่..

ll นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ตัดสินใจเรื่องดิจิทัล วอลเล็ต ว่าจะใช้หลักเกณฑ์ใด ยืนยันว่าทุกข้อสงสัย คำแนะนำจะถูกนำไปพิจารณาและปรับปรุง ให้เป็นนโยบายดีที่สุด ปราศจากเรื่องการทุจริต.. 

llเห็นภาพท่านและอาจารย์น้องผ่านเฟซบุ๊ก“ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut  Chan o cha”เป็นครั้งแรกในกว่า ๑๐ ปี ที่มีโอกาสพาครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศ ด้วยอิริยาบถสบายๆ ซึ่งท่านได้ทำงานเพื่อประเทศชาติมาอย่างหนัก ตลอดระยะเวลาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..

ll รองนายกฯและรมว.มหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกุล“ถึงเวลาต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายอยากเห็นความเป็นรูปธรรม ไม่มีการช่วยเหลือถ้าทำผิดกฎหมายใครก็ช่วยไม่ได้ ใครที่คิดว่าทำผิดกฎหมายแล้วจะถูกจับไม่ได้ ให้คิดใหม่ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าผิดก็รับโทษถ้าเชื่อว่าถูกใส่ร้าย ให้เอาหลักฐานมาชี้แจง”ขอให้จริงค่ะ..

ll ส่วนรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลศิริกัญญา ตันสกุล“ถ้าจะคงรูปแบบเป็นแค่การแจกเงินไว้ แต่วัตถุประสงค์ไม่ได้อย่างที่พูด ก็ควรมีการทบทวน เข้าใจดีว่านโยบายนี้มีเพื่อหาเสียงของพรรคเพื่อไทย สามารถบอกได้อย่างตรงไปตรงมาว่าติดปัญหาอะไร ประชาชนจะเข้าใจได้ รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะทำโครงการนี้แต่มีอุปสรรคชิ้นใหญ่คือ งบประมาณ..

ll ชื่นชมกับนักกรีฑาพาราไทย ประวัตรวะโฮรัมย์ ที่ได้ ๒ เหรียญทอง ประเภท ๕,๐๐๐ เมตร และ ๑,๕๐๐ เมตร ในการแข่งขันกรีฑาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ ๔ ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765725

Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อลิ้นของคนเราได้ชิมรสชาติต่างๆ นอกจากรสหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และอูมามิแล้ว ยังมีรสพื้นฐานในธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อตัวรับความเป็นกรดที่ผิวเซลล์ตอบสนองต่อสารแอมโมเนียมคลอไรด์ (ammonium chloride) หรือที่เรียกกันว่าเกลือแอมโมเนียม (ammonium salt) เป็นการรับรู้รสชาติที่ 6 ในฐานะรสพื้นฐานตามธรรมชาติ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตดอร์นไซฟ์ (USC Dornsife) ของสหรัฐฯ ค้นพบตัวรับ (receptor) ชนิดหนึ่งที่ผิวของเยื่อหุ้มเซลล์ในลิ้น ซึ่งจะจับกับสารที่เป็นกรดได้ด้วยโปรตีน OTOP1 ตัวรับดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกับที่รับรู้ความเป็นกรด ซึ่งทำให้คนเราสามารถรับรสเปรี้ยวของส้ม มะนาว หรือน้ำส้มสายชู แต่เมื่อมันจับกับโมเลกุลของสารแอมโมเนียมคลอไรด์ที่สัมพันธ์กับความเป็นกรด รสชาติที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างออกไปจากรสเปรี้ยวอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้คนทั่วไปจินตนาการได้ว่า รสชาติที่หกนี้มีลักษณะอย่างไรหรือให้ความรู้สึกเป็นแบบใดกันแน่ แต่ผู้คนในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย รวมทั้งบางส่วนของเนเธอร์แลนด์และภาคเหนือของเยอรมนี จะคุ้นเคยกับรสชาติของแอมโมเนียมคลอไรด์ดี เพราะในภูมิภาคดังกล่าวมีการบริโภคของกินเล่นที่เรียกว่า “ชะเอมเทศเค็ม (salted liquorice) ซึ่งมีส่วนผสมของแอมโมเนียมคลอไรด์ และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คณะนักวิจัยเชื่อว่า คนเราสามารถรับรู้รสชาติของแอมโมเนียมคลอไรด์ได้ จึงน่าจะเป็นกลไกป้องกันภัยที่มากับวิวัฒนาการ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเตือนไม่ให้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765751

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

วันเสาร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.02 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลฯ และมหกรรมสุขภาพดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สืบสานการดำเนินงาน ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระกุศลแด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พร้อมจัดงานมหกรรมสุขภาพดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานในพิธี นำคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมทำบุญถวายเป็นพระกุศล และร่วมเปิดงานมหกรรมสุขภาพดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ณ บริเวณชั้น 1 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ถนนแจ้งวัฒนะซอย 5 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด CRA STRONGER TOGETHER เติบโตและแข็งแรงไปด้วยกัน เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณและสานต่อการดำเนินงานในการดูแลส่งเสริมสุขภาพประชาชน ตามพระปณิธานอันแน่วแน่ขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดตั้งขึ้นจากพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ปีพุทธศักราช 2552 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยในท้องถิ่นทุรกันดารที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและยกระดับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล ต่อมาด้วยพระกรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยถึงสุขภาพของประชาชนชาวไทย และพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนางานด้านการแพทย์ และการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนการคิดค้นองค์ความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการวิจัยที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทรงมีพระดำริให้จัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง พัฒนาต่อยอดขยายการให้บริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมการรักษาทุกโรค เป็นที่พึ่งให้ประชาชนทุกชนชั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางจนถึงผู้ยากไร้ให้ได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม พร้อมทั้งทรงจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยที่จะสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่ยังขาดแคลนและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการแพทย์ไทยให้ก้าวไกลจนถึงระดับสากล โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานในกำกับเพื่อรองรับการเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ฝึกเรียนรู้ทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

สำหรับงานมหกรรมสุขภาพดี CRA STRONGER TOGETHER ครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เติบโตและแข็งแรงไปด้วยกัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง บูรณาการความร่วมมือจากศูนย์การรักษาต่าง ๆ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดบริการสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย โซนสุขภาพต่าง ๆ อาทิ โซนสูงวัยใจสตรอง บริการทดสอบความแข็งแรงของร่างกายและความทรงจำ , บริการตรวจวัดสายตาแก่ผู้สูงอายุ , แนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ โซนสตรีสุขภาพดี บริการให้คำปรึกษาด้านการตรวจและป้องกันไวรัสเอชพีวี แนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเอง , ให้คำปรึกษาและวางแผนด้านการมีบุตรยาก โซนวิถีสุขภาพแกร่งกับการแพทย์บูรณาการ บริการตรวจชีพจรด้วยแผนไทยและจีน ตรวจธาตุเจ้าเรือนด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์ พร้อมคำแนะนำการดูแลสุขภาพ ติดหมุดเข็มหูปรับสมดุล แนะนำโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เป็นต้น พร้อมทั้งจัดแสดงเทคโนโลยีทางการแพทย์จากศูนย์การรักษาต่าง ๆ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเปิดเวทีเสวนาให้ความรู้สุขภาพ 4 ตอนพิเศษ จากช่องซีอาร์เอจุฬาภรณ์แชนแนลในรายการ “Are you OK? สบายดีหรือเปล่า ON STAGE” เพื่อให้ผู้รับบริการและประชาชนทั่วไปได้รู้จักบริการทางการแพทย์และมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ ประกอบด้วย ตอน “ปวดหัวแบบไหนเสี่ยงเนื้องอกในสมอง” โดย ผศ.ป. นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท , ตอน “มะเร็งเต้านมตรวจพบเร็วรักษาได้” โดย นพ.ธไนศวรรย์ ปลูกผล และ พญ.ฐิติพร วรรณศรี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา, ตอน “กระดูกพรุนภัยเงียบใกล้ตัว” โดย นพ. อรรถพร ลาวัณย์ประเสริฐ แพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ และ ตอน “ฟิตอย่างไรไม่ให้หัวใจล้มเหลว” โดย นพ.วงศกร เหลืองพิพัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด และพญ.พรภา เลิศอุตสาหกูล แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ภายในงานยังเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ ผู้รับบริการและประชาชน ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 14 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สานหัวใจแบ่งปัน สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธาน ด้วยการร่วมบริจาคบูชาพระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์ พระพุทธรูปประจำโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมทบทุนสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 430-035080-8 หรือร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 942-3-00099-2 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมทั้งการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระดำริ อาทิ ผลิตภัณฑ์ลายเสือจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ผลิตภัณฑ์เซรามิก สมุนไพรทับทิมสยาม 05 และเสื้อลายภาพวาดฝีพระหัตถ์คุณไหมทอง สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ พร้อมมอบของขวัญสร้างรอยยิ้มให้กับผู้รับบริการที่ร่วมกิจกรรม SNAPSHOT โพสต์ภาพความประทับใจที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียพร้อมติด #14ปีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #CRAStrongerTogether มอบภาพถ่ายเป็นที่ระลึกในวันงาน นอกจากนี้ ร่วมฉลองครบรอบ 14 ปีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มอบของขวัญแก่ผู้ที่แอดเป็นเพื่อนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทางไลน์ (LINE @chulabhornhospital) สามารถดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ ชุด 14th Anniversary CHULABHORN Hospital น้องหมีพึ่ง x พิง กลับมาในลุคใหม่! พร้อมเป็นตัวแทนส่งต่อความห่วงใยเพราะอยากให้ทุกคนสบายดี ตั้งแต่ 24 ตุลาคม 2566 นี้ เป็นต้นไป จำนวนจำกัด!

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้พัฒนาสู่การให้บริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิขนาดใหญ่ทางฝั่งตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันให้การตรวจรักษาผู้ป่วยจากทั่วทุกภูมิภาค ครอบคลุมทุกโรคด้วยศูนย์การรักษาเฉพาะทางด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นสถานที่ฝึกเรียนรู้ทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนใน 4 อาคาร ประกอบด้วย 1. อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ และ 2. อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชร 6 เขตหลักสี่ ซึ่งเน้นให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งครบทุกมิติ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่ได้มาตรฐานในระดับสากล 3. อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ และ 4. อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 5 ซึ่งเป็นอาคารแห่งใหม่ที่เริ่มนำร่องเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนเมื่อต้นปี 2566 ในส่วนของคลินิกผู้ป่วยนอกตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทาง ประกอบด้วยศูนย์การรักษาต่าง ๆ อาทิ ภาพวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา หัวใจและหลอดเลือด ออร์โธปิดิกส์ อายุรกรรม ศัลยกรรม เบาหวานและเมตาบอลิก เวชศาสตร์ฟื้นฟู อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยมีแผนขยายการเปิดให้บริการสำหรับห้องผ่าตัด ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด และวอร์ดผู้ป่วยใน ภายในปี 2567 ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบริการทางการแพทย์และนำเทคโนโลยีที่เป็นเลิศเข้ามารักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้ทัดเทียมสากล ตลอดจนสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนด้วยความเพียรและจิตเมตตา ซึ่งเป็นพันธกิจที่บุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทุกคนยึดถือ เพื่อมุ่งหวังให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นที่พึ่งแก่ผู้ป่วยในทุกระดับชั้นให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกโรค ด้วยวิทยาการแพทย์ขั้นสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นหมุดหมายที่พึ่งทางสุขภาพของกรุงเทพมหานครและของสังคมไทยต่อไป

-(016)

ไฮเออร์ ชวนร่วมกิจกรรม ‘Let’s Check Box’ เก็บให้ครบทุก Mission

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765750

ไฮเออร์ ชวนร่วมกิจกรรม ‘Let’s Check Box’ เก็บให้ครบทุก Mission

ไฮเออร์ ชวนร่วมกิจกรรม ‘Let’s Check Box’ เก็บให้ครบทุก Mission

วันเสาร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.57 น.

ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน ชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม Let’s Check Box ลุ้นรับ Gift Voucher เพียงแค่สมัครสมาชิกไฮเออร์ผ่าน LINE OA: @haierthailand

กิจกรรม Let’s Check Box นี้ ทุกท่านสามารถเข้าร่วมสนุกง่ายๆผ่าน LINE OA: @haierthailand โดยคลิกเมนู Activities บน Rich Menu และคลิกเมนู Let’s Check Box และเริ่มทำภารกิจ โดยรายชื่อ 1 ท่าน ต่อ 1 รางวัลเท่านั้น และ 1 ช่องภารกิจจะเท่ากับ 1 สิทธิ์ในการร่วมสนุก เก็บให้ครบทุก Mission และอัปโหลดรูปให้ครบทุก Box  ตามที่กำหนด เพื่อร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดี รับของรางวัลจากไฮเออร์

สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. – 6 พ.ย. 2566 เวลา 23:59 น. เท่านั้น โดยทีมงานจะคัดเลือกผู้โชคดีจากการสุ่มจับฉลากตามลำดับ โดยอันดับ 1-5 ได้รับ Central Gift Card มูลค่า 500 บาท และอันดับ 6-15 ได้รับ Central Gift Voucher มูลค่า 200 บาท ตามลำดับ ไฮเออร์จะประกาศรายชื่อผู้โชคดี จำนวน 15 ท่าน ผ่านทางหน้ากิจกรรมบน LINE OA ในวันที่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 18.00 น. ซึ่งผู้โชคดีจะต้องกดรับรางวัลผ่านทาง LINE OA ภายในวันที่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 18.00 น. เท่านั้น มิเช่นนั้นจะถือว่าท่านสละสิทธิ์

ทางไฮเออร์ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกฏ กติกา และของรางวัล โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้รางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่นในทุกกรณี และกรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้ถือว่าหลักฐานและคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

ร่วมสนุกได้แล้ววันนี้ผ่าน LINE OA: @haierthailand คลิก https://lin.ee/6P934Ax เพียงสมัครสมาชิก Haier Club รับสิทธิประโยชน์จากไฮเออร์ส่งตรงถึงมือคุณทันที อาทิ คูปองส่วนลดสิทธิ์ในการร่วมกิจกรรม ลุ้นรับของรางวัลจากไฮเออร์

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier และ TikTok: @haier_thailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.haier.com/th

-(016)