‘ไชยา’เปิดสัมมนา อนาคตเกษตรไทย มุ่งพัฒนาฐานข้อมูล ให้เกษตรกรยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777029

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดงานสัมมนาอนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล ว่าวัตถุประสงค์ของงานก็เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล เปิดมุมมองเกษตรกรไทยให้ใช้เทคโนโลยีทำการตลาดเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค สร้างรายได้มากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรัฐบาลพยายามสนับสนุนอาชีพเกษตรกร ภายใต้นโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ จากนี้ภาคการเกษตรต้องวิเคราะห์ตลาดก่อนผลิตสินค้า เพื่อให้มีตลาดรองรับ ลดภาวะสินค้าล้นตลาด และเกษตรกรต้องใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตให้มีคุณภาพสำหรับจำหน่ายในตลาด และแม้ว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์การเกษตรจะมีเพียงร้อยละ 8 ของประเทศ แต่มีความสำคัญและเป็นต้นน้ำของภาคอุตสาหกรรมอื่น เช่น ข้าว พืช สัตว์ ประมง

นายไชยากล่าวอีกว่า ได้เร่งพัฒนาฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือแอปพลิเคชั่น ให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้งานวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด รวมถึงวางแผนการผลิตสินค้า มุ่งแก้ปัญหาสินค้าเกษตรเถื่อน เริ่มจากป้องกันการนำเข้า เพื่อไม่ให้กลไกตลาดเสียหาย แก้ปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ การนำเข้าหัวอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและถั่วเหลือง) ที่มีอัตราภาษีนำเข้าสูง โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงมอบหมายกรมปศุสัตว์ เตรียมมาตรการรองรับการส่งออกปศุสัตว์ที่มีชีวิต (วัว และแพะ) ไปยังตลาดที่ความต้องการสูง จัดทำวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการป้องกันโรคสัตว์

‘ธรรมนัส’ร่วมหาทางออกปัญหาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777041

'ธรรมนัส'ร่วมหาทางออกปัญหาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

‘ธรรมนัส’ร่วมหาทางออกปัญหาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.51 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 9/2566 พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทนสมาชิกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย โดยมี ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดระนอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หาดประพาส ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับการประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และหาแนวทางการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านให้คงอยู่อย่างยั่งยืนระหว่างสมาชิกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 67 กลุ่มซึ่งอาชีพประมงพื้นบ้าน เป็นกลุ่มอาชีพที่กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญและมุ่งพัฒนาแนวทางการประกอบอาชีพอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ด้านเครื่องมือประมง และด้านเรือที่ใช้ในการทำประมง ตลอดจนแหล่งเงินทุนและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ประมง เพื่อเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำ สร้างความมั่นคงในอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน โดยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเสนอนโยบายการประมงและพัฒนาคุณภาพชีวิตประมงพื้นบ้านเพื่อหาทิศทางในการช่วยเหลือพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมและต่อยอดการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านให้แก่ชาวประมงในพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดใกล้เคียงตามแนวทางนโยบาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ประกอบด้วย 1) การสร้างกลไกความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเล และอุตสาหกรรมการประมง 2) การผลักดันให้ประมงพื้นบ้านมีการขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมงอย่างถูกกฎหมาย 3) การจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 4) การฟื้นฟูทรัพยากรและแหล่งประมง อาทิ การผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติปีละ 100 – 150 ล้านตัว และการจัดสร้างปะการังเทียมมากกว่า 500 แห่ง ใน 20 จังหวัดชายฝั่งทะเล เป็นต้น 5) การส่งเสริมและการสร้างมูลค่าแก่สินค้าประมงพื้นบ้าน เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปประมงอย่างมีมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค อาทิ การออกตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียวสำหรับสินค้าประมง และ 6) การส่งเสริมองค์ความรู้สำหรับการต่อยอดอาชีพ ตลอดจนแนวทางการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าให้แก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อโอกาสในการเพิ่มรายได้อย่างทั่วถึง

“สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง กระทรวงเกษตรฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ ในขณะนี้ได้เร่งจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคประมง จำนวน 19 ฉบับ พร้อมเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้การประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006

เจาะลึกเรื่องสุขภาพที่คนวัย 50+ ต้องระวัง 5 โรคร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776983

เจาะลึกเรื่องสุขภาพที่คนวัย 50+ ต้องระวัง 5 โรคร้าย

เจาะลึกเรื่องสุขภาพที่คนวัย 50+ ต้องระวัง 5 โรคร้าย

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

เมื่อเข้าสู่วัย 50+ จะสังเกตเห็นความเสื่อมในร่างกายของตนเอง เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปซึ่งวัยนี้เป็นช่วงวัยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคร้ายได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับมือต่อความเสี่ยง และการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แพทย์หญิงสุวภัทร อินทปัญญ์ แพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัย-ภาพรังสีวินิจฉัยชั้นสูง แผนกรังสีวินิจฉัย โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถตรวจวินิจฉัย 5 โรคร้าย ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็งปอดโรคมะเร็งเต้านม และความผิดปกติในช่องท้องเพื่อจะนำไปสังเกตตนเองหรือคนในครอบครัวว่าควรจะตรวจเช็คสุขภาพแบบไหนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

พญ.สุวภัทร อินทปัญญ์

โรคหลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ

เมื่ออายุมากขึ้นจึงเป็นวัยที่เสี่ยงสูงในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยจะมีส่วนในการช่วยให้การตรวจวินิจฉัยหรือพยากรณ์โรคในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การตรวจเช็คสุขภาพที่จะค้นหาความผิดปกติที่จะเสี่ยงก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้ แนะนำให้ตรวจ ดังนี้

การตรวจหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมอง ด้วยเครื่อง Carotid DopplerUltrasound เป็นการตรวจอัลตราซาวนด์ดูคราบหินปูนผนังหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมอง เพื่อตรวจหลอดเลือดว่ามีคราบหินปูน คราบไขมันเกาะอยู่ภายในหลอดเลือดหรือไม่ ตรวจความตีบแคบของหลอดเลือด รวมทั้งตรวจดูการไหลเวียนเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงสมองโดยแสดงออกมาเป็นกราฟ และสามารถวัดขนาดของคราบดังกล่าวได้ เพราะเมื่อมีการหนาตัวของผนังหลอดเลือดคอ หรือมีคราบหินปูนเกาะจนหลอดเลือดที่คอตีบแคบจนทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์หรืออัมพาต

การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วย CT Coronary Calcium Scor หรือ (CAC) เป็นการตรวจปริมาณหินปูนเกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) เมื่อคราบหินปูนหรือแคลเซียมไปเกาะที่หลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแดงหัวใจตีบแคบลง เลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก การทำ CT Coronary Calcium Score เป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นที่ง่าย ไม่ต้องฉีดสี ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 10-15 นาทีมีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในอนาคตที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยประเมินร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น รวมทั้งอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยมาประกอบในการวางแนวทางการตรวจรักษาที่เหมาะสมต่อไป

โรคมะเร็งร้าย

โรคมะเร็ง เป็นภัยร้ายที่ต้องระวังในผู้สูงอายุ จำเป็นต้องดูแลเอาใส่ใจเป็นพิเศษ อายุยิ่งมากความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งก็อาจจะมากขึ้นด้วย หากดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี เช่น อาหารการกิน ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ หลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ก็จะช่วยชะลอการเกิดโรคร้ายดังกล่าวได้ โดยโรคมะเร็งที่พบมาก5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ/ท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก เพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพที่จำเป็นในการค้นหาความเสี่ยงหรือค้นหาโรคมะเร็งตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกเพื่อสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากมีดังนี้

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ด้วย Low-dose CT Lung Cancer Screening เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดและความผิดปกติในปอด ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีต่ำ หรือการใช้รังสีในปริมาณที่น้อยกว่าเครื่องมาตรฐานทั่วไป จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับรังสีมากเกินไป โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan เป็นวิธีการตรวจที่รวดเร็ว ไม่ต้องฉีดสี ไม่เจ็บ ไม่มีแผล ใช้เวลาตรวจเพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จ

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วย 3D Tomosynthesis Mammogram with US. Breast เป็นการตรวจการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมที่ตรวจด้วยเครื่อง Tomosynthesisจะแสดงภาพแบบ 3 มิติ ที่มีความคมชัด ได้รับรังสีในปริมาณที่ต่ำ และเจ็บน้อย สามารถแยกก้อนเนื้อหรือหินปูนที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้น และยังได้ภาพที่ละเอียดมากกว่าเดิม โดยเมื่อมีการตรวจพบความผิดปกติของเต้านม แพทย์จะพิจารณาการเจาะชิ้นเนื้อ (Core Needle biopsy) ได้ทันทีในวันที่รู้ผลตรวจแมมโมแกรม ทำให้สะดวก รวดเร็ว และลดความกังวลของคนไข้ได้อีกด้วย

การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องทั้งหมด ด้วย Whole Abdominal Ultrasound เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ในช่องท้อง เช่น ตรวจช่องท้องหานิ่ว เนื้องอก ถุงน้ำ ไขมันพอกตับ และก้อนมะเร็ง ที่ตับ ถุงน้ำดี ไต ต่อมลูกหมาก และกระเพาะปัสสาวะ ได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ หากตรวจพบเร็ว ก็สามารถวางแผนการส่งตรวจที่ละเอียด แม่นยำ รวมถึงการรักษาได้ทันท่วงที

เครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม

โรงพยาบาลนวเวช ได้จัดทำเคมเปญ 50+ วัยเก๋าใช้ชีวิตไม่สะดุด เพื่อตรวจค้นหา 5 โรคร้าย ได้แก่ สมอง | หัวใจ | มะเร็งปอด | มะเร็งเต้านม | มะเร็งช่องท้อง ที่จะได้รับการตรวจด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ควบคู่กับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัย และพบแพทย์เฉพาะทางในแต่ละสาขาของโรคดังกล่าว ในราคาพิเศษ 7,900 บาท (จากปกติ 26,000 บาท)หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลนวเวช โทร.02-4839999, Line : @navavej

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปาร์ตี้อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776978

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปาร์ตี้อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปาร์ตี้อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.15 น.

หากมีการสำรวจปณิธานปีใหม่ของทุกคน การลดน้ำหนักน่าจะติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของรายการ ปณิธาน และหากสำรวจอีกทีดูเหมือนว่าปณิธานข้อนี้จะเป็นข้อที่ล้มเหลวมากที่สุดก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกว่าจะถึงปีใหม่ต้องผ่านงานเลี้ยงฉลองหลายงาน ไม่ว่าจะเป็นกับที่ทำงาน กับเพื่อนฝูง กับครอบครัว แล้วอาหารสำหรับงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็มักจะเป็น เค้ก พิซซ่า ปิ้งย่างหมูกระทะ หรืออาหารบุฟเฟ่ต์อื่นๆ ยังไม่รวมน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบกับไม่มีเวลาออกกำลังกาย สุดท้ายกว่าจะหมดปีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในช่วงงานเลี้ยงนี้อาจจะสูงถึงสองถึงสามกิโลกรัม กลายเป็นภาระของปีหน้าที่จะต้องลดน้ำหนักส่วนนี้ลงไปอีกไม่รวมกับที่ยังลดไม่ได้ของปีก่อน เรียกว่าตั้งปณิธานในการลดน้ำหนักวนไปไม่จบสิ้น

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแม้ยังต้องร่วมงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ เราจึงมีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักขึ้นมาเกินไป ดังต่อไปนี้

(1) หากรู้ล่วงหน้าว่ามีงานเลี้ยงที่จะต้องกินมากกว่าปกติ อาจจะลดปริมาณการกินอาหารในช่วงก่อนหน้าให้น้อยลง หรือกินอาหารที่มีพลังงานต่ำก่อนงานเลี้ยง เพื่อให้พลังงานรวมที่ได้รับในทั้งวันไม่สูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการมากเกินไป

(2) ระวังเครื่องดื่มในงานเลี้ยงหากเป็นไปได้ควรเลือกชนิดไม่มีน้ำตาล เหตุผลก็เช่นเดียวกับข้อแรกก็คือ เป็นการป้องกันไม่ให้ได้รับพลังงานมากเกินไป และอีกหนึ่งสิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอก็คือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้นให้พลังงานสูงถึง 7 กิโลแคลอรี่ ต่อ 1 กรัม คิดเป็นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับน้ำตาลที่ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ต่อ 1 กรัม ดังนั้นหากจะดื่ม เครื่องดื่มประเภทนี้ก็ควรจำกัดอาหารพลังงานสูงอย่างอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน

(3) จัดลำดับอาหารที่ควรกินก่อนหลังให้เหมาะสม เช่น เลือกกินผักผลไม้ปริมาณมากๆ ก่อนกินเนื้อสัตว์ติดมันหรืออาหารจำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล รวมถึงขนมหวานอื่นๆ เพราะเมื่อกินผักผลไม้ที่มักมีพลังงานต่ำกว่าไปก่อน จะทำให้รู้สึกอิ่มจนทำให้กินอาหารที่มีพลังงานสูงได้น้อยลง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบของหวานต่างๆ ข้อนี้อาจทำได้ยาก อาจใช้วิธีกำหนดว่าจะกินของหวานแต่ละอย่างไม่เกินเท่าใด ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองกินของหวานมากเกินไป วิธีหนึ่งในการตัดใจคือต้องตระหนักรู้ว่าของหวานนั้นมีพลังงานสูงมาก พลังงานที่ได้รับจากเค้กหนึ่งชิ้น อาจสูงถึง 300-400 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว ซึ่งพลังงานขนาดนี้เทียบเท่าได้กับข้าวราดแกง 1 จาน หรือหากจะเทียบกับการออกกำลังกาย ก็คือการวิ่งประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งสำหรับบางคนแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

(4) ระหว่างอาหารจำพวกที่มีเกลือโซเดียมมากๆ เช่น น้ำซุป น้ำจิ้ม น้ำยำต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงหรือผู้ที่ไตไม่ค่อยดี เพราะอาจจะได้รับเกลือมากเกินไป ผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องระวังอาหารประเภทนี้คือผู้ป่วยโรคเกาต์เนื่องจากอาจกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานอาหารพวกนี้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงการเกิดข้ออักเสบเป็นพิเศษ

นอกจากเรื่องของน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีที่กินมากเกินไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักก็คืออาหารในงานเลี้ยงมักไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ เช่น สารก่อมะเร็งจากอาหารปิ้งย่าง ไขมันจากเนื้อสัตว์ติดมัน น้ำตาลจากน้ำอัดลมหรือของหวานที่อาจจะทำให้เกิดฟันผุ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลเสียต่อแทบจะทุกระบบของอวัยวะในร่างกายตั้งแต่สมองไปจนถึงตับไตต่างๆ ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นบรรยากาศเฉลิมฉลองในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แต่เพื่อสุขภาพที่ดี เราทุกคนก็ควรฉลองอย่างมีสติ ในกรณีที่เราเป็นผู้จัดงานเลี้ยงก็ควรมีการเตรียมอาหารที่ดีต่อสุขภาพไว้เป็นทางเลือกให้แก่ผู้มาร่วมงานเพื่อให้ได้ทั้งความสุขกายสุขใจและสุขภาพที่ดีต้อนรับปีใหม่

ส่วนคนที่รักสุขภาพมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเมื่อต้องร่วมงานเลี้ยง เพราะว่าปีๆ หนึ่งก็จะมีงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แค่ช่วงเดียวเท่านั้น ดังนั้นอาจจะผ่อนคลายลงบ้างในช่วงนี้ เพราะถึงอย่างไรผู้หลักผู้ใหญ่ก็มักจะมีความสุขเวลาที่เห็นลูกหลานกินอาหารที่จัดไว้ให้อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช่คอยแต่ระวังไม่ยอมกินอะไรเลยจนเสียบรรยากาศ หากวางแผนดีๆ เราก็สามารถรักษาสมดุลของการกินเพื่อสุขภาพที่ดีกับการรักษาน้ำใจของผู้เตรียมอาหารให้เราได้ การเดินทางสายกลางรักษาทั้งสุขภาพกายของเราและสุขภาพใจของคนรอบข้างก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน และน่าจะเป็นของขวัญที่ดีสำหรับทุกคนในช่วงปีใหม่นี้

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จิม ทอมป์สัน’ยกทัพนางแบบดังเฉิดฉายบนรันเวย์ หลอมรวมศิลปวัฒนธรรมไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776991

‘จิม ทอมป์สัน’ยกทัพนางแบบดังเฉิดฉายบนรันเวย์  หลอมรวมศิลปวัฒนธรรมไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

‘จิม ทอมป์สัน’ยกทัพนางแบบดังเฉิดฉายบนรันเวย์ หลอมรวมศิลปวัฒนธรรมไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนึ่งในไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาภายในงานฉลองเปิดตัว Jim Thompson Heritage Quarter คงหนีไม่พ้นแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกของจิม ทอมป์สัน ที่เหล่านางแบบนายแบบชื่อดังร่วมเดินแบบบนรันเวย์ กับ42 แฟชั่นลุคสุดปังทั้ง แอนชิลี สก็อต-เคมมิสเจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021, น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2016, แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 รวมถึงนางแบบชื่อดังระดับโลก นลิน-ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตรซินดี้ สิรินยา บิชอพ, ตะวัน-จิรัชญา เกตุคงผู้ชนะ Asia’s Next Top Model ซีซัน 4 และนักแสดงหนุ่ม กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์

แฟชั่นโชว์ครั้งแรกนี้ เผยโฉม Cruise Collection ที่นำเสนอทั้งลายพรินท์สดใสและสีพื้นในแบบคลาสสิกแมทช์ง่ายในสไตล์ที่เหมาะกับซัมเมอร์เมืองไทย โดยมี บี อินทวงศ์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของจิม ทอมป์สันผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นระดับโลก และเคยร่วมงานกับแบรนด์ดังมากมาย อาทิ Diane von Fürstenberg, Vera Bradley และ Calvin Klein ทำหน้าที่รังสรรค์ทุกลุคเพื่อบอกเล่าดีเอ็นเอของแบรนด์จิม ทอมป์สัน ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชั้นเยี่ยมและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์

คอลเลคชั่นพิเศษนำเสนอหลากหลายไอเทมไว้ติดตู้เสื้อผ้า สุภาพสตรีสามารถเลือกแต่งเป็นชุดเดรส (มินิเดรส มิดิเดรส และแม็กซีเดรส) กระโปรง เสื้อเบลาส์ เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว กางเกงขา 4 ส่วน กางเกงขายาว ส่วนสุภาพบุรุษก็สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้จากหลากหลายชิ้นทั้งเชิ้ตแขนยาว สเวตเตอร์ผ้าคอตตอน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกงขายาว กางเกงว่ายน้ำไปจนถึงไอเทมทางการอย่าง สูทแจ็คการ์ดผ้าไหม/คอตตอน เบลเซอร์ แจ๊กเกตทักซิโดผ้าลินิน

อีกทั้ง ยังนำเสนอลวดลายอันงดงามประณีตในแบบฉบับของจิม ทอมป์สัน ทั้งลายดอกไม้ ลายที่มีแรงบันดาลใจมาจากศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และลายกราฟิกสไตล์โมเดิร์น ทั้งยังมาพร้อมไอเทมสีพื้นมากมาย ตั้งแต่พาเลตสีอ่อนละมุนไปจนถึงสีสดใสที่สะดุดทุกสายตา ไอเทมทุกชิ้นบนรันเวย์รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ทั้งผ้าไหมไทย ไหมทวิลล์ แจ็คการ์ด เรยอน ป๊อปปลินคอตตอน และลินิน ทุกชิ้นสวมใส่สบายเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

รันเวย์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกของจิม ทอมป์สัน ในงานเปิดตัว Jim Thompson Heritage Quarter นี้เสมือนเป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้วงการแฟชั่น ด้วยการนำความงดงามของหัตถศิลป์ไทยมาตีความในบริบทใหม่ สอดคล้องกับการเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ภายใต้แท็กไลน์ Beyond Silk ของจิม ทอมป์สัน

ฮีดากา ประกาศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2588

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776977

ฮีดากา ประกาศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2588

ฮีดากา ประกาศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2588

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮีดากา โยโกเอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้นำธุรกิจรีไซเคิลเศษโลหะและอโลหะ และของเสียที่ไม่เป็นอันตรายเดินหน้าต่อยอดสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions 2065 ภายในปี พ.ศ.2608 ภายหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว (GI-5 Green Network) ปี 2565 และได้รับมอบถ้วยรางวัลอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2588 โดยมุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่น่าอยู่ในอนาคต

นายยาซูโอะ อาทิตย์เรืองสิริ ประธานบริษัท ฮีดากา โยโกเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจรีไซเคิลเศษเหล็ก เศษโลหะและวัสดุทางอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 5 (GI-5) ประจำปี 2565 หรือ Green Industry Award 2022 โดยรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวมีทั้งหมด 5 ระดับ ซึ่งรางวัลระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว เป็นรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับสูงสุด และเป็นรางวัลที่ทุกโรงงานของบริษัทได้รับซึ่งบริษัทมีโรงงานอยู่ 6 แห่ง ในกรุงเทพฯสมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง และพระนครศรีอยุธยา

“รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ที่บริษัทได้รับนั้น ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัท หลังจากที่บริษัทได้เริ่มให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2549 ในประเทศไทย บริษัทที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ส่วนใหญ่เป็นบริษัทใหญ่และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินการเรื่องความยั่งยืนตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ โดยโรงงานของเราทั้ง 6 แห่ง เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นบริษัทรีไซเคิลเศษโลหะและอโลหะ เพียงรายเดียวที่ได้รับการขยับสู่อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 มีความท้าทายมาก เพราะเป็นเรื่องการผลักดันให้บริษัทอื่นๆ เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งเป็นเรื่องยากหากบริษัทเหล่านั้นไม่ให้ความสำคัญ และอีกหัวข้อที่สำคัญในการได้รับอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 คือ การสำรวจความพึงพอใจของชุมชนรอบข้าง ซึ่งเป็นหัวข้อที่ยากมาก เพราะจะต้องได้คะแนนอย่างน้อย 70% ขึ้นไป ซึ่งบริษัทได้คัดบุคลากรและตั้งทีมทำงานด้านนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ และได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงานทุกคน” นายยาซูโอะ กล่าว

สำหรับเป้าหมายในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าให้ได้รับ ISO 27701 ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและเกิดความโปร่งใสระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย เนื่องจากวัสดุรีไซเคิลที่เข้าสู่กระบวนการทำงานของบริษัทไม่ได้มาจากโรงงานเท่านั้น แต่ยังมาจากครัวเรือนและผู้บริโภค และจากหน่วยงานภาครัฐบางส่วน โดยเป้าหมายในระยะยาว บริษัทเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2588 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อปูทางสู่ Net Zero Emissions 2065 เพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนให้เร็วที่สุด

“เรามุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อเป็นแนวทางให้พนักงานและทุกหน่วยงานในองค์กรถือปฏิบัติ โดยใน Scope 1 เราได้ลดการใช้น้ำมันดีเซลสำหรับยานพาหนะต่างๆ ลดใช้น้ำมันเบนซินสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ และรถยนต์ ลดการใช้ก๊าซแอลพีจี และ CO2 ลดการรั่วไหลของก๊าซมีเทนและสารทำความเย็นซึ่งเราทำได้กว่า 8,027 ตัน ใน Scope 2ซึ่งเป็นเรื่องการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า เราทำได้ 3,877 ตัน และใน Scope 3 ซึ่งเป็นเรื่องการขนส่งวัตถุดิบในประเทศและระหว่างประเทศ เราทำได้อีก 5,865 ตัน ทำให้ในปีนี้ บริษัทได้รับ ISO14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” นายยาซูโอะ กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทฮีดากา โยโก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัดคลิกที่ www.hidakayookoo.co.th Facebook hidakayookoo

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776990

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรจำนวน 10 ไตร เพื่อถวายแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ที่สวดพระพุทธมนต์ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันสิ้นพระชนม์ครบ 16 ปี จัดโดย คณะข้าราชบริพารวังเลอดิส และคณะผู้เคยถวายงานณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม2 ม.ค. 2567 เวลา 16.00 น. …

●● สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกโปรดประทานพระรูป และลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ”แปลความว่า “จิตที่ฝึกแล้ว นำความสุขมาให้” พร้อมพรประทานว่า “เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗ขอท่านจงหมั่นฝึกจิตให้มั่นคงดี เพื่อความสุขความเจริญทุกเมื่อเทอญ”…

●● เพื่อนๆ ชาวCDA#3 ร่วมยินดีกับ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ผวจ.บึงกาฬ…

●● นพ.สกานต์ บุนนาค ผอ.สถาบันโรคผิวหนังพร้อมทีมสหวิชาชีพ ร่วมงานมหกรรมคุณภาพทุ่งพญาไท ครั้งที่ 10 ประจำปี 2566 เเละลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายคุณภาพทุ่งพญาไท ร่วมกับโรงพยาบาล/สถาบัน 11 แห่ง ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล…

●● ดร.สุรจิต ลักษณะสุต วันเกิดปีนี้ได้ฉลองกับครอบครัว และได้เดินทางไปทำงานและถวายสังฆทานที่หาดใหญ่ด้วย…

●● ภญ.สุภาพร ติพพะมงคล พร้อมเพื่อนๆ เภสัชฯ มช. รุ่น18 ภญ.จอมใจ จูถนอม, ภญ.กนกพร ชนะสงคราม, ภญ.เนาวรัตน์ สนั่นพานิชกุล, ภญ.จันทนา ลี้สวัสดิ์ ไปร่วมยินดีกับ ภญ.เสาวภา-ภก.สมโภชน์ พรรณรายน์ที่บุตรี ทพญ.พนิตนาฏ ได้ฉลองมงคลสมรสกับ ดิศนิติ โตวิวัฒน์…

●● สมาคมนิสิตเก่าคณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ จะมอบรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2566 สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม แก่ ศ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา 26 ธ.ค. ขอแสดงความยินดีด้วย…

●● เสียใจกับ อ.คณิต พีชวณิชย์ ในการจากไปของน้องชาย ปริญญา พีชวณิชย์ ศาลา 7 วัดเจ้าอาม บางขุนนนท์ 23-25 ธ.ค. 18.00 น. ฌาปนกิจ 26 ธ.ค.16.00 น. …

●● ขอแสดงความเสียใจกับ สุเวทย์ ธีรวชิรกุล รองประธานกก.บริหาร บมจ.MBK ที่สูญเสียคุณพ่อเปาโล ซุ่ยลิ้ม แซ่ก๊วย พิธีสวดภาวนาอุทิศแด่ดวงวิญญาณ ณ วัดมหาไถ่ซ.ร่วมฤดี 25-29 ธ.ค.18.00 น…และ 30 ธ.ค. 09.00 น. พิธีปลงศพแล้วเคลื่อนไปฝังที่สุสาน วัดพระหฤทัยพระเยซู ศรีราชา…●●

คุณแหน

ร่วมอาลัย จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดา รศ.ดร.ปรีชญา-รศ.นพ.ฉันชาย-รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776988

ร่วมอาลัย จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดา รศ.ดร.ปรีชญา-รศ.นพ.ฉันชาย-รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ร่วมอาลัย จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดา รศ.ดร.ปรีชญา-รศ.นพ.ฉันชาย-รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของครอบครัว “สิทธิพันธุ์” กับการจากไปของ จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดาของ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยครอบครัวได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลระหว่างวันที่ 9-14 ธันวาคม ณ ศาลาพีชานนท์วัดธาตุทอง ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงอาบศพและหีบลายก้านแย่ง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 และได้จัดพิธีพระราชทานเพลิง จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2566 เวลา 17.00 น. ณ เมรุ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง

จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ นามสกุลเดิมกุลละวณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2478เป็นบุตรีของ พลตำรวจเอกพิชัย กุลละวณิชย์ และสมาน กุลละวณิชย์ มีพี่น้อง 4 คน ได้แก่ พ.ต.ท.พิบูลย์ กุลละวณิชย์ (ถึงแก่กรรม), พิทักษ์ กุลละวณิชย์, รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ จิระชัย กุลละวณิชย์ อาจารย์สอนร้องเพลงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนักร้องดังมากมาย ด้านการศึกษาคุณแม่จิตต์จรุง จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย จากนั้นได้เข้าทำงานที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังจนเกษียณอายุ ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับพลตำรวจเอก เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ มีบุตร 3 คน คือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ บุตรชายฝาแฝด รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คุณแม่จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาพบว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2566และถึงแก่กรรมด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เวลา 02.45 น. รวมอายุ 87 ปี 11 เดือน 29 วัน

ตลอดการจัดงานบำเพ็ญกุศลและพิธีพระราชทานเพลิง จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีผู้มาร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น โดยครอบครัว “สิทธิพันธุ์” ได้นำเงินทำบุญจากผู้ร่วมงานมอบให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ศิริราช ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด ขับเคลื่อนสังคมวัยเก๋า ‘สุขภาพดี-มีคุณภาพ’ ระดมทุนชวนคนไทยร่วมสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776981

ศิริราช ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด ขับเคลื่อนสังคมวัยเก๋า ‘สุขภาพดี-มีคุณภาพ’  ระดมทุนชวนคนไทยร่วมสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช

ศิริราช ผนึก ไมเนอร์ ฟู้ด ขับเคลื่อนสังคมวัยเก๋า ‘สุขภาพดี-มีคุณภาพ’ ระดมทุนชวนคนไทยร่วมสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารศิริราชและไมเนอร์ ฟู้ด ร่วมแถลงข่าว

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศิริราชมูลนิธิ และ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังความร่วมมือขับเคลื่อนสังคมผู้สูงวัย สุขภาพดี-มีคุณภาพ ในโครงการส่งเสริมและระดมทุนการก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สูงวัยแล้วใครแคร์” ตอบรับสถานการณ์การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete-aged society) พร้อมเผยเทรนด์การฟื้นฟูและดูแลระดับผู้สูงอายุแบบ Intermediate care (การดูแลระยะกลาง) โดยนำร่องในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาลศิริราชที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยราว 60% จากจำนวนผู้ป่วยในทั้งหมดของทางโรงพยาบาล พร้อมกันนี้ ไมเนอร์ ฟู้ด พันธมิตรของโครงการฯ ผู้นำธุรกิจเชนร้านอาหารระดับโลก ร่วมเดินหน้าต่อยอดโครงการเปิดตัวแคมเปญ “#ไมเนอร์แคร์”ชวนลูกค้าคนพิเศษร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสูงวัยผ่านการสั่งซื้อเมนูพิเศษที่ร่วมรายการจาก 10 แบรนด์ยอดฮิตในเครือ ใน 1,900 สาขาทั่วประเทศ

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ รองคณบดีฝ่ายพันธกิจบริการทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์แล้ว (Complete-aged society) กล่าวคือมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป เกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการณ์ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged society) โดยมีผู้สูงวัยเกิน 28% ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของประเทศ รวมถึงรองรับผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ามารักษากับทางศิริราชที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยราว 60% จากจำนวนผู้ป่วยในทั้งหมดของทางโรงพยาบาล จึงได้ริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” บนถนนเลียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บนพื้นที่กว่า 24 ไร่ เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่ของการฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช จะนำร่องเป็นศูนย์ฯ ฟื้นฟูและดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทยผ่านระบบIntermediate care (การดูแลระยะกลาง) ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบที่สาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและได้เริ่มมีการปรับใช้ในหลายๆ ประเทศ อาทิ อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา และอิตาลี เป็นต้น โดยเป็นการฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยสูงวัยหลังพ้นการเจ็บป่วยในระยะเฉียบพลันที่เริ่มมีอาการคงที่ ผ่านบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ Multidisciplinary Team (ทีมสหสาขาวิชาชีพ) เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับสู่บ้านและสังคมได้อย่างปกติสุข นอกจากนี้ทางศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชยังมีบริการการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงวัย (Screening & Check-up) เพื่อค้นหาความผิดปกติของร่างกายผู้สูงอายุ และครอบคลุมไปถึงกลุ่ม Pre-aging ที่มีอายุระหว่าง 50-59 ปี เพื่อให้ได้เตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจก่อนการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์อุดม คชินทร กรรมการและรองผู้จัดการศิริราชมูลนิธิ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงโรงพยาบาลและสาธารณสุขทั่วประเทศ มีอัตราผู้ป่วยสูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูและดูแล หลังจากเข้ารับการรักษาในสภาวะเฉียบพลันอย่างถูกวิธีจำนวนมาก และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่วงการพักฟื้นในวัยสูงอายุต่างจากช่วงวัยอื่นๆ โดยเฉพาะในด้านความสามารถหรือประสิทธิภาพในการช่วยเหลือตนเองที่ลดลง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวเพื่อกลับสู่สภาวะปกติ รวมถึงทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลที่ถูกวิธี ส่งผลให้ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำ ทางศิริราชจึงต้องเป็นกำลังหลักในการเร่งผลักดันเพื่อสร้างสังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ และเติมเต็มมาตรฐานการดูแล ทั้งนี้จึงจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมส่งเสริมในด้านต่างๆ ให้โครงการได้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม การร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่สำคัญให้กับโครงการก่อสร้าง ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ในระยะที่ 2 ด้วยศักยภาพอันแข็งแกร่งของทางไมเนอร์ ฟู้ด

ด้าน นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไมเนอร์ ฟู้ด ประเทศไทยในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพและความยั่งยืน มุ่งเสริมสร้างดัชนีแห่งความสุขสู่สังคมภายใต้แนวคิด Live Healthy, Live Long and Live Well ที่ต้องการส่งต่อมื้ออาหารคุณภาพในการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับสังคมและลูกค้าของเรา ผ่านการคัดสรรและออกแบบเมนูอาหารสุขภาพจากแบรนด์ต่างๆ และตั้งเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยให้ทุกแบรนด์ในเครือนำเสนอเมนูใหม่จากวัตถุดิบที่ยั่งยืนหรือดีต่อสุขภาพให้กับลูกค้าภายในปี 2567 สอดคล้องกับเทรนด์การรักสุขภาพที่กำลังเป็นกระแสเมกะเทรนด์ไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงกว่า1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายธันยเชษฐ์ กล่าวเสริมว่า เพื่อส่งเสริมสังคมผู้สูงอายุให้มีความยั่งยืน จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ ศิริราชมูลนิธิ จัดแคมเปญ “ไมเนอร์แคร์” ถือโอกาสเชิญชวนลูกค้าคนสำคัญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้อย่างแท้จริง ระดมทุนก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชผ่านการสั่งสินค้าเมนูพิเศษภายใต้ 10 แบรนด์ในเครือ ประกอบไปด้วย เดอะ พิซซ่าคอมปะนี, ซิซซ์เล่อร์, สเวนเซ่นส์,เบอร์เกอร์คิง, บอนชอน, เดอะ คอฟฟี่คลับ, แดรี่ควีน, คอฟฟี่ เจอนี่, พูเลท์ และ ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช แอนด์ หม่าล่าที่มีสาขาในประเทศไทยกว่า 1,900 สาขา และสามารถบริจาคเป็นจำนวนเงินตามจิตศรัทธาได้ผ่าน QR Code ของแคมเปญผ่านสาขาที่เข้าร่วมรายการ และช่องทางโซเชียลมีเดียของทางแบรนด์ได้เช่นกัน”

นอกจากนี้ นางชมพรรณ กุลนิเทศประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ความยั่งยืนของสังคมในทุกบริบทนับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไมเนอร์ให้ความสำคัญและยึดถือมาโดยตลอด การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงสอดคล้องกับพันธกิจหลักขององค์กรในการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน และพร้อมให้การสนับสนุนในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้วาง Sustainability strategy ออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ได้แก่ 1.คน 2.ห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) 3.สิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์เสริมสนับสนุนอย่างการเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมกับทั้งองค์กร อันนำมาสู่ความร่วมมือกับทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศิริราชมูลนิธิ ในโครงการส่งเสริมและระดมทุนการก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ผ่านแคมเปญ “ไมเนอร์แคร์” ในครั้งนี้

การจัดสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ถือเป็นก้าวแรกของประเทศไทยในการวางรากฐานระบบสาธารณสุขและเตรียมความพร้อม เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ประชาชนทั่วไปและผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสูงวัยให้มีคุณภาพและยั่งยืนผ่านแคมเปญ “ไมเนอร์แคร์” เพียงสั่งสินค้าเมนูพิเศษภายใต้ 10 แบรนด์ในเครือ ประกอบไปด้วย เดอะ พิซซ่าคอมปะนี, ซิซซ์เล่อร์, สเวนเซ่นส์,เบอร์เกอร์คิง, บอนชอน, เดอะ คอฟฟี่ คลับ,แดรี่ควีน, คอฟฟี่ เจอนี่, พูเลท์ และ ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช แอนด์ หม่าล่า และสามารถบริจาคเป็นจำนวนเงินผ่าน QR Code ในสื่อประชาสัมพันธ์ภายในร้าน ณ สาขาที่เข้าร่วมรายการ โดยการบริจาคผ่าน QR Code สามารถส่งใบเสร็จรับเงินบริจาคและข้อมูลได้ที่ Line : @sirirajfoundation , E-mail : donation@sirirajfoundation.org สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

อีกก้าวเข้าใกล้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เราต้องก้าวไปด้วยกัน สาวงามเวที‘ทิฟฟานี่’เปิด speech กะเทาะสังคมในงานกระทรวง พม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776992

อีกก้าวเข้าใกล้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เราต้องก้าวไปด้วยกัน  สาวงามเวที‘ทิฟฟานี่’เปิด speech กะเทาะสังคมในงานกระทรวง พม.

อีกก้าวเข้าใกล้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เราต้องก้าวไปด้วยกัน สาวงามเวที‘ทิฟฟานี่’เปิด speech กะเทาะสังคมในงานกระทรวง พม.

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกเสียงกรี๊ดแสดงความดีใจกันลั่นเวทีประกวด Miss Tiffany’s Universe เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งเป็นก้าวแรกของผลจากการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันของกลุ่ม LGBTQA+ ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ ประเด็นความเท่าเทียมกันเป็นสาระสำคัญของการประกวด Miss Tiffany’s Universe มาตลอด 25 ปี

ผู้เข้าประกวด Miss Tiffany 25th ทั้ง 30 คน ได้มีโอกาสร่วมงานใหญ่ระดับประเทศ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ” จากความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยในงานนี้ กองประกวดทิฟฟานี่ส่งตัวแทนหมายเลข 21 “กล้า” พลกฤต เทพนามวงค์ ขึ้นกล่าวปราศรัยเพื่อตอกย้ำการเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญให้กับ LGBTQA+ Community ผ่านเรื่องราวความรุนแรง การตีตรา และการเลือกปฏิบัติที่เหล่า LGBTQA+ ได้พบเจอ พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึง

“กล้า” พลกฤต เทพนามวงค์ หนึ่งในผู้เข้าประกวด Miss Tiffany’s Universe กล่าวว่า ความไม่เท่าเทียมกันส่งผลถึงความรุนแรง ซึ่งมี 3 แบบหลักๆ 1.ความรุนแรงทางกายและใจ :เป็นความรุนแรงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ที่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ สตรี เด็ก ทุกคนก็ต่างมีโอกาสตกอยู่ในความรุนแรงนี้ 2.ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง : กฎหมาย กฎข้อบังคับต่างๆ ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถให้สิทธิที่เท่าเทียมกัน ถือเป็นความรุนแรงชนิดหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข และ 3.ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม :ความเชื่อต่างๆ ที่ยึดถือปฏิบัติ อาทิ ลูกชายคนโตมีหน้าที่สืบสกุล ผู้หญิงคือช้างเท้าหลัง ผู้ชายควรเป็นผู้นำ โลกมีเพียงสองเพศคือชายและหญิง เป็นต้น

ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรมส่งผลต่อความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายและสังคมที่ยังมีความเชื่อในทางนี้ก็จะส่งผลให้ประเทศเกิดกฎหมายที่ไม่เท่าเทียม ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม LGBTQA+ Community แต่เป็นทุกเพศทุกวัยก็จะได้รับผลกระทบซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม

Binary gender system หรือการแบ่งมนุษย์ออกเป็นหญิงและชายเท่านั้น เป็นระบบเพศที่มีอำนาจในการครอบงำความคิดและชี้นำผู้คนที่เป็นรากเหง้าของปัญหาความไม่เทียมของเพศทางเลือกในปัจจุบัน ซึ่งความเชื่อนี้ส่งผลต่อการออกกฎหมายต่างๆ เป็นโครงสร้างที่บูดเบี้ยวมาอย่างยาวนาน

หนทางการแก้ปัญหาต้องหยั่งลึกและครอบคลุมทุกมิติ หรือการใช้แนวทาง Triple A นั่นคือ Awareness : สร้างการรับรู้ว่าโลกไม่ได้มีเพียงหญิงและชาย ทุกคนคือมนุษย์ ไม่มี Binary gender system, Active: ต้องกระตุ้นให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น เช่น การสนับสนุน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมอย่างเป็นรูปธรรม และ Action: ต้องมีการกระทำ กล่าวคือ การนำองค์ความรู้ ข้อมูลการรับรู้ร่วมกันของสังคมและผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนมาปฏิบัติ เพื่อหวังผลในความเป็นจริงตามที่ได้วางแผน กรอบแนวทางเอาไว้

ชมคลิปคำปราศรัยเต็มๆ ของ “กล้า” พลกฤต เทพนามวงค์ ตัวแทนผู้เข้าประกวด Miss Tiffany 25th ได้ที่ https://fb.watch/p3D4i__xjW/

สำหรับการประกวด Miss Tiffany 25th มีดังนี้ 7 มกราคม 2567-การประกวดรอบความสามารถพิเศษ,14 มกราคม 2567-การประกวดรอบการเต้นรำ, 20 มกราคม 2567-การแข่งขันโต้วาทีเชิงไหวพริบและการคิดวิเคราะห์, 29 มกราคม 2567-“The Future Is Yours” Fashion show, 2 กุมภาพันธ์ 2567-การประกวดรอบพรีลิมินารี่ ประกวดชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ และ 4 กุมภาพันธ์ 2567-การประกวด Miss Tiffany 25th รอบตัดสิน ทั้งนี้ สองรอบพิเศษกับพรีลิมินารี่และรอบตัดสิน สามารถรับชมที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ผ่านทาง www.tiffany-show.co.th/booking หรือรับชมสดๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.ticketmelon.com

“กล้า” พลกฤต เทพนามวงค์

“กล้า” พลกฤต เทพนามวงค์