‘เศรษฐา’ เชิญชวน CITIC ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ EV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561178

17 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เชิญชวน CITIC ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ EV

‘เศรษฐา‘ ชวน CITIC ลงทุนในไทยด้านพลังงานสะอาด- supply chain ของรถยนต์ EV ลั่นพร้อมร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันที่ 17 ต.ค. เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่งซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.) นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า Mr. Zhu Hexin, Chairman CITIC Group Corporation เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นบริษัทฯ ใหญ่ของจีนที่ดำเนินธุรกิจ ทั้งในส่วนของการบริการทางการเงินแบบครบวงจร และใช้เทคโนโลยีระดับสูง กลุ่ม CITIC ได้รับการจัด อันดับอยู่ใน Fortune’s Global 500 เป็นเวลา 15 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2552 และอยู่ในอันดับที่ 100 ในปี 2566 โดย CITIC สนใจลงทุนใน PPP Projects ขนาดใหญ่ของไทย มีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทยในหลากหลายธุรกิจ

โดยนายเศรษฐา ได้หยิบยก เชิญชวนให้ CITIC มาร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสาตร์5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมกลุ่ม BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy (โดยเฉพาะเกษตร อาหาร การแพทย์ และพลังงาน สะอาด) อุตสาหกรรมยานยนต์ (โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะต้นน้ำและ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ) อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ และการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตลอดจนเชิญชวนให้มาตั้ง Regional Headquarter โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่

ฝ่ายบริษัทฯ ประสงค์ขยายความร่วมมือกับไทยในอีกหลายด้าน บริษัทมีธุรกิจครอบคลุมและมีบริษัทในเครือจำนวนมาก และมีศักยภาพการแข่งขันระดับโลก รวมทั้ง ด้านพลังงานสะอาดที่ไทยสนใจ

ไทยและ CITIC จะร่วมมือกันเพื่อต่อยอดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

ด้วยความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาล 

บริษัทต้องการขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทย โดยเฉพาะสาขาที่ไทยสนใจ เช่น พลังงานสะอาด การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

นายกฯชวนมาขยายธุรกิจด้านการเงินในไทย ซึ่งCITIC มีธุรกิจเกี่ยวข้องการเงินอยู่ด้วยแล้ว เช่น บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มีใบอนุญาตทางการเงินการธนาคารครบถ้วนและอยู่ในอันดับต้นๆในจีน จึงมีศักยภาพที่จะลงทุนในไทยได้ จะได้หารือในขั้นตอนต่อไป 

ไทยส่งเสริมการผลิตรถยนต์ EV จึงขอเชิญบริษัทฯ เข้ามาลงทุนลักษณะ supply chain เช่น ล้อแม็กซ์ฯ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยไทยสนับสนุนมาตรการและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนที่น่าสนใจด้วยมาตรการของ BOI 

ก้าวไกล แอ่นอกรับ ปิยบุตร วิจารณ์คุกคามทางเพศ – อดิศร ใส่ยับ ไล่ซักฟอกตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561158

16 ต.ค. 2566

ก้าวไกล แอ่นอกรับ ปิยบุตร วิจารณ์คุกคามทางเพศ - อดิศร ใส่ยับ ไล่ซักฟอกตัวเอง

โฆษกพรรคก้าวไกล รับสภาพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ที่มาจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล ต่อประเด็นว่าด้วยเรื่อง “คุกคามทางเพศ”   มองเป็นบทเรียนสำคัญที่ถึงคราวยกเครื่อง ให้ความมั่นใจ ไม่มีลูบหน้าปะจมูกปกป้องกันเอง อดิศร เพียงเกษ แนะก้าวไกล ทำบ้านให้สะอาด ก่อนตรวจสอบรัฐบาล

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหา สส.ภายในพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะปัญหาการ คุกคามทางเพศ พรรคก้าวไกล น้อมรับความเห็นของนายปิยบุตร รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงพรรค และ กระบวนการภายใน   ทำให้พรรคก้าวไกล สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมถึงรับมือต่อปัญหาดังกล่าว 

การเสนอแนะของนายปิยบุตร   มีหลายประเด็นที่สอดคล้องกับมาตรการที่พรรคก้าวไกลได้ประกาศไป 3 มาตรการ ทั้งการปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการวินัย ให้มีสัดส่วนของคนนอกที่ไม่ได้เป็น สส.และเป็นผู้เชี่ยวชาญ และไม่ได้เป็นเพศชายมากขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก มีความเชี่ยวชาญ และลดข้อครหาในการตรวจสอบกันเอง และการทบทวนกระบวนการร้องเรียน ตั้งแต่เริ่มจนถึงการลงโทษ  หากพบการกระทำผิดให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ไม่ล่าช้า รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นในการอบรมบุคลากรให้ครอบคลุมทุกระดับ ไม่เฉพาะ สส. หรือผู้ช่วย สส.เท่านั้น ซึ่งจะมีการเพิ่มความถี่ และเพิ่มรูปแบบการอบรม และจะใช้หลักสูตรดังกล่าวมาคัดกรองบุคลากรด้วย 

“กรณีที่นายปิยบุตร กังวลว่า พรรคก้าวไกลจะลูบหน้าปะจมูกในลักษณะปกป้องกันเองนั้น  ยืนยันว่า พรรคก้าวไกล จะดำเนินการอย่างจริงจัง และการกระทำของพรรค จะเป็นเครื่องพิสูจน์ และไม่มีวัฒนธรรมการปกปิด หรือปกป้องผู้กระทำผิดภายในองค์กร เพราะพรรคฯ กังวลต่อชื่อเสียงองค์กร   พรรคฯจะพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้ประกาศออกไป”  โฆษก พรรคก้าวไกล ระบุ 

.

ติงฝ่ายค้านรัฐบาล ทำงาน 1   เดือน  จ้องจะซักฟอก

.


นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า  การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมในวันที่ 18-19  และนัดพิเศษวันที่ 20 ต.ค.  ทราบว่าฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล เตรียมพิจารณายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2567 เสร็จสิ้น โดยเห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ 1 เดือน แต่มีผลงานมากมาย

จึงขอให้พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ดูจังหวะช่วงเวลาความเหมาะสมตามกาละเทศะด้วย เพราะในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ก็เสมือนการอภิปรายย่อย ๆ โดยเฉพาะนโยยายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ก็เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนมาแล้วว่า ประชาชนร้อยละ 79 สนับสนุน

ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือญัตติซักฟอก เห็นว่าฝ่ายค้าน ควรจะซักฟอกตนเองให้ขาวสะอาดก่อน เพราะทราบมาว่า ฝ่ายค้าน ก็กำลังถูกซักฟอกเอง โดยเฉพาะการคุกคามทางเพศ  จึงขอให้ฝ่ายค้านซักฟอกตนเองให้สะอาดแล้วค่อยมาซักฟอก ซึ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเองก็พร้อม และยินดี ไม่เกรงกลัว พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา 

.

เตือนอย่าใช้วิธีข่าวตัดแปะ นสพ. มาอภิปราย

. 

ส่วนที่มีการคาดการณ์อาจจะมีการอภิปรายจริยธรรมรัฐมนตรีบางคนภายในรัฐบาลด้วยนั้น  บางครั้งฝ่ายค้าน อย่าเพียงนำแต่ข่าวตัดแปะในหนังสือพิมพ์มา เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการไม่ให้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ต่อ ไม่ใช่การแสดงโวหารภายในสภา และหากฝ่ายค้านมีข้อมูลใด ก็สามารถซัดรัฐบาลได้เลย แต่หากเป็นข้อมูลการกล่าวหาลอย ๆ ค้นหาข้อมูลตามโซเชียล ก็ไม่ได้สมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ


“ย้ำว่าฝ่ายค้านควรจะซักฟอกตนเองให้สะอาดก่อน และต้องการทราบผลการตรวจสอบภายในฝ่ายค้านด้วย เพราะถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ หากเกิดขึ้นจริงในพรรคการเมืองขนาดใหญ่  ” นายอดิศร  ระบุ

เช็กพื้นที่ ครม. ขยาย ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ต่อ 3 เดือน ประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561149

16 ต.ค. 2566

เช็กพื้นที่ ครม. ขยาย 'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' ต่อ 3 เดือน ประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ

ครม. เคาะ ขยาย ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ พื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ ต่ออีก 3 เดือน เพิ่ม อ.ศรีสาคร กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนอีก 3 เภอ ปรับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไปอีก 3 เดือน ระหว่างวันที่ 20 ต.ค. 2566 – 19 ม.ค. 2567

โดยปรับเพิ่ม อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วน 3 อำเภอคือ อ.กรงปินัง จ.ยะลา, อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) กล่าวก่อนการประชุมว่า หลังจากดูจากข้อมูลและสถิติแล้ว ถ้าไม่ประกาศพื้นที่ อ.ศรีสาคร คงต้องยกเลิกพื้นที่อื่นทั้งหมด เราต้องเชื่อสถิติจะทำให้เป็นมาตรฐานว่ามีแนวคิดอย่างไร ไม่ใช่นึกเอา ทึกทักเอา 

อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์ในพื้นที่ปกติไปจนถึงปีใหม่ ก็มีแนวโน้มปรับลดพื้นที่ได้อีก 5-10 อำเภอ ซึ่งหลังปีใหม่จะประชุมอีกครั้ง แต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่ ครม.จะพิจารณา ซึ่งตามข้อกฎหมายจะต่ออายุได้ไม่เกินครั้งละ 3 เดือน

‘สมชัย’ ตามบี้ ที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561142

16 ต.ค. 2566

'สมชัย' ตามบี้ ที่มา 'เงินดิจิทัล' ผิดกฎหมาย

ค้านเลขาธิการนายกฯ แจงที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ‘สมชัย’ ชี้ ต้องศึกษาให้ดีก่อนสื่อสารกับประชาชน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯ โพสเฟซบุ๊ก อธิบายเรื่องเงินดิจิทัล ที่น.พ. พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมาจากสามแหล่งประกอบด้วย งบประมาณแผ่นดิน  เงินยืมรัฐวิสาหกิจ และ เงินกู้ เป็นเรื่องที่ผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ฯ

สมชัยอธิบายว่า งบประมาณแผ่นดิน ในหมวดจัดซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรในรายการที่ไม่จำเป็น โดยยังไม่ซื้อแต่ตั้งงบฯซ่อมบำรุงแทน  และจากโครงการขนาดใหญ่ที่อาจทบทวนไม่ทำ แต่จะเลื่อนไปทำในปีถัดไป เป็นเรื่องที่น่าจะไม่ได้อ่าน พรบ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 20 ที่กำหนดเงื่อนไขประการหนึ่งว่า งบประมาณแผ่นดินที่เป็นงบลงทุน ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

แปลว่า  ไม่ซื้อรถถัง ไม่ซื้อเครื่องบิน ไม่ซื้อเรือดำน้ำได้  แต่ต้องเอาเงินที่ตัดออกมาใช้ในงบลงทุนอื่น ๆ เช่น ซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร สร้างถนน สร้างโรงเรียน สร้างฝายกั้นน้ำ  ไม่สามารถเอามาแจกเป็นเงินดิจิทัลได้ เพราะไม่ใช่รายการงบลงทุน

ส่วนที่บอกว่า โครงการขนาดใหญ่ให้เลื่อนไปทำในปีถัดไป  สมมติว่า เอามา 560,000 ล้าน มาแจกเงินดิจิทัล แล้วบอกว่าจะใช้คืนใน 3 ปี แต่ละปีต้องตั้งงบฯใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 200,000 ล้าน  โครงการใหญ่ที่จะดำเนินการในปีถัดไป ก็คงยังไม่มีเงินอีกเป็นแน่  ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ และต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างถูกต้อง

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ ‘แรงงานไทย’ กลับจาก ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561133

16 ต.ค. 2566

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ 'แรงงานไทย' กลับจาก 'อิสราเอล'

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ห่วงสถานการณ์สู้รบ ใน ‘อิสราเอล’ ยืดเยื้อ แนะรัฐบาลเพิ่มการเช่าเหมาลำ นำ ‘แรงงานไทย’ กลับโดยเร็ว

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เสนอรัฐบาล ให้เช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ เพิ่มวันละ 5-6 เที่ยว เพื่อระดมบินไปรับแรงงานไทยที่ต้องการกลับบ้าน นอกจากใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปรับวันละเที่ยว เพื่อให้จบภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเหตุการณ์ในอิสราเอลจะรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ เพราะจะทำให้ชีวิตคนไทยตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นใจให้แรงงานไทยว่าเมื่อสงครามจบรัฐบาลไทยจะช่วยพาพวกเขากลับไปทำงานที่ อิสราเอลได้ โดยช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และใบอนุญาตเข้าเมือง และทำงาน อย่างถูกกฏหมาย เพราะจากการพูดคุยกับญาติของแรงงานไทย หลายส่วนกังวลว่าเมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะไม่มีโอกาสได้กลับไปทำงานอย่างประเทศอิสราเอลเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและชำระหนี้สินได้

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบ จากสงครามระหว่างอิสราเอล และฮามาส ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย ทำให้มียอดรวมในขณะนี้ มีผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 16 ราย และถูกจับไปเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ทำให้ยอดรวมมีผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันจนถึงตอนนี้รวม 17 ราย

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกอีกว่า การลงพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร วานนี้ ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจญาติของแรงงานไทยในอิสราเอลพบว่า หลายคนเสียขวัญและกังวลใจ เพราะแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเดินทาง กลับสู่ประเทศไทยตามความประสงค์ได้ ขณะที่การสู้รบ ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงกังวลว่าแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอล อาจสูญเสียเพิ่มมากขึ้น

‘กองทัพบก’ แจงไวรัล ‘สุทิน คลังแสง’ นั่งบน ‘ปืนใหญ่’ แค่จุดถ่ายภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561127

16 ต.ค. 2566

'กองทัพบก' แจงไวรัล 'สุทิน คลังแสง' นั่งบน 'ปืนใหญ่' แค่จุดถ่ายภาพ

ถูกจับตาทุกฝีก้าว สำหรับ ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุด ‘กองทัพบก’ ต้องออกมาชี้แจง นั่งถ่ายภาพบน ‘ปืนใหญ่’ ใครๆก็ทำ

การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติของคณะนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเหมาะขณะนั่งถ่ายภาพบนปืนใหญ่ ได้รับการชี้แจงจาก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เป็นภาพภายในห้องโหมรอนราญมีพื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง (Gatling gun) ซึ่งเริ่มสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชการสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพบกจึงได้เรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง

จุดนี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพสำหรับการต้อนรับคณะบุคคลทั้งในประเทศและมิตรประเทศ อาทิ คณะหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร คณะรองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก คณะผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ และคณะผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซีย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เยี่ยมชมห้องจอมทัพไทยซึ่งห้องนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในฐานะจอมทัพไทยผ่านทางการจัดแสดงธงชัยเฉลิมพลซึ่งเริ่มใช้ในราชการของกองทัพบกเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของทหารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา และได้ไป สักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าพระองค์จริง ซึ่งประดิษฐาน ณ ห้องพระบารมีปกเกล้าฯ

จากนั้นเยี่ยมชมคทาจอมพลซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคทาจอมพลให้แก่ทหารเพื่อสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ

กองทัพบกให้ความสำคัญแก่การเสริมสร้างความรู้ด้านประวัติศาสตร์ทหารให้แก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรำลึกถึงความกล้าหาญความเสียสละของคนในชาติซึ่งธำรงไว้ซึ่งแผ่นดินมาตุภูมิมาจนถึงปัจจุบัน โดยพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติเปิดให้เยี่ยมชมในวันเวลาราชการ สามารถติดต่อได้ที่กรมยุทธการทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2297-7380 และ 0-2297-8058

รมว.’กลาโหม’ เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561123

16 ต.ค. 2566

รมว.'กลาโหม' เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง 'เรือดำน้ำ'

1 เดือน บนเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ สุทิน คลังแสง ชี้ มีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ ไม่สนใครครหาว่าถูกครอบงำ

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีกำหนดร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนจีน ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ เปิดเผยกับคมชัดลึก เรื่องเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า จะมีข่าวดีในเร็วนี้ โดยแนวทางที่พูดคุยกับกองทัพเรือ มีแนวโน้มเปลี่ยนสัญญาจากการซื้อเรือดำน้ำมาเป็น เรือปราบเรือดำน้ำแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา แต่ไม่ว่าจะออกทางไหน กองทัพเรือต้องไม่สูญเสียความเข้มแข็ง และประชาชนได้ประโยชน์

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังอธิบายถึงความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธของแต่ละเหล่kทัพว่า เป็นเรื่องที่ถูกจับตาทุกครั้งที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง เพราะถูกมองเป็นแดนสนธยา ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงให้นโยบายไปว่า กองทัพต้องจัดซื้อเท่าที่จำเป็น โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อการเข้าถึงงบประมาณได้ง่ายขึ้น

ส่วนความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธ มีเหตุผลที่สำคัญ คือเรื่องอายุการใช้งาน ทุกเหล่าทัพ อยู่ในข่ายต้องปลดระหวาง เหมือนยาหมดอายุ ต้องจัดหาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักใจอยู่  ส่วนการทำงานในหน้าที่ ได้รับความร่วมมืออย่างดี จากบรรดาพี่น้อง ทหารหาญ ทั้งคณะทำงานและที่ปรึกษา และไม่กังวล ใครจะมองว่า ถูกครอบงำหรือเป็นหุ่นเชิด

ส่วนสถานการณ์สู้รบกันที่ อิสราเอล กลาโหม ช่วยประชาชนมากที่สุดด้วยการขนกลับ โดยมีแนวคิดจะส่งเรือไปรับแรงงานไทย แทนที่จะลำเลียงทางอากาศเพียงทางเดียว  เนื่องจากการใช้เครื่องบินทหารต้องทำแผนการบินขออนุญาตทุกประเทศ แต่หากขนย้ายทางเรือโดยกองทัพเรือ นำเรือไปรอรับ แรงงานไทย ย้ายจากพื้นที่เสี่ยงภัยมาอยู่ในเรือก่อน เพื่อรอการส่งกลับ ก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2733000

"วิชา พูลวรลักษณ์" จัดกิจกรรม "มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ" มอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

16 ต.ค. 2566 04:54 น.

“วิชา พูลวรลักษณ์” จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” มอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

@วิชา พูลวรลักษณ์ จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” เพื่อมอบทุนการศึกษาประจำปีให้เด็กด้อยโอกาส โดยมี วิเชฐ ตันติวานิช, คมกริช ศิริรัตน์, ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, แอนโทเนีย โพซิ้ว และ ชนนิกานต์ สุพิทยาพร มาร่วมงานด้วย ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2566

  • นายกฯสุดขยัน เศรษฐา ทวีสิน โกอินเตอร์ไม่หยุดหย่อน….บ่ายโมงวันนี้ขึ้นเครื่องบิน ไปลงท่าอากาศยานปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน….เข้าร่วมการประชุม เวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง ครั้งที่ 3 Belt and Road Forum for International Cooperation ถือโอกาสนี้เป็นการเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการ….พบปะหารือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นครั้งแรก…..นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา รอการประสานงานเพื่อเดินทางต่อไปยัง ซาอุดีอาระเบีย เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ชนิดม้วนเดียวจบ……ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวาย สงครามอิสราเอล–ฮามาส…..ชีวิต คนไทยกว่า 30,000 คนในอิสราเอล และ มีไม่น้อยกว่า 5,000 คนในเขตพื้นที่การสู้รบสีแดง อยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ….ในขณะที่มีการอพยพคนไทยออกจาก อิสราเอลได้เพียงหลักร้อย….กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้พอดี
สานสัมพันธ์ วสันต์ เคียงศิริ จัดงาน “Clink, Connection & Cocktails” เพื่อให้เหล่านักออกแบบและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ร่วมพบปะสังสรรค์ โดยมี กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์, ไชยยันต์ ชาครกุล และ อธิป พีชานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ วันก่อน.
ปรับโฉม ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ จัดงานเปิด “โรเล็กซ์ บูติก” โฉมใหม่ สะท้อนความเป็นเลิศ เพื่อเป็นจุดหมายของผู้ชื่นชอบนาฬิกาโรเล็กซ์ โดยมี วิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์, ภูมินทร์ นิลเหลือง, อิศเรศ จิราธิวัฒน์ และ บรม พิจารณ์จิตร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.
  • ทันทีที่เกิดสงคราม สหรัฐฯ ส่ง แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศ เดินทางเข้าพบนายกฯอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ที่กรุงเทลอาวีฟ ยืนยัน สหรัฐฯจะยืนเคียงข้างอิสราเอล และให้คำมั่นว่า ตราบใดที่สหรัฐฯยังอยู่ อิสราเอล สามารถปกป้องตัวเองได้แน่นอน…….ในขณะเดียวกัน สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ออกแถลงการณ์ ระบุได้รับแจ้งโดยตรง จากกองทัพอิสราเอล…ให้ ยูเอ็น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอพยพประชาชน ทุกคนที่อาศัย อยู่ในเขตวาดี กาซา ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ไปยังพื้นที่ทางใต้…จะมีผลหลังจากเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 13 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น….ที่ ยูเอ็น ยอมรับว่าไม่มีความเป็นไปได้เลย จะมีการ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่การทำสงคราม….ที่มี ประชากรประมาณ 1.1 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของ ประชากรในฉนวนกาซา ให้ทันเวลาขีดเส้นตายของกองทัพอิสราเอล…เนื่องจากอยู่ใน ภาวะสงคราม ที่ สถานการณ์ภาคพื้นดิน อยู่ในระดับ เลวร้าย อย่างมาก….โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถใช้งานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์….หลังจากการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดการขนส่งเสบียง อาหาร และเวชภัณฑ์…..ย่อมมีผลต่อ ประชากรนับล้านคน และ ผู้ได้รับบาดเจ็บที่มีอยู่นับพันคน ในระหว่างการรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ…..รวมทั้ง ทารกที่เพิ่งจะลืมตามาดูโลกเป็นครั้งแรกอีกนับร้อยราย….เตรียมรอรับชะตากรรมที่กำลังจะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญของชาวโลก
จัดดอกไม้ สันต์เทพ กัมบีร์ จัดงาน “Baccarat Floral Workshop Experience” กิจกรรมเวิร์กช็อปจัดดอกไม้ นำเสนอการจัดวางองค์ประกอบและความสวยงามของดอกไม้ในแจกันคริสตัลชั้นเลิศ โดยมี รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ และ นันท์นพิน บรรเจิดรุ่งขจร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
อยู่สบาย สจ๊วต เรดดิ้ง เปิดตัว “บันยันทรี เรสซิเดนซ์ เครสตัน ฮิลล์” โครงการที่อยู่อาศัยระดับมาสเตอร์พีซแห่งแรกของเขาใหญ่บนทำเลติดธรรมชาติดีที่สุด โดยมี ชยดิฐ หุตานุวัชร์, จิณิณ ตระการสืบกุล และ นิพนธ์ ปิ่นศรีศิริรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมบันยันทรี วันก่อน.
  • และเป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มฮามาส โดย อิซซัต อัล-ริชก์ สมาชิกกรมการเมืองของกลุ่มฮามาส…ยืนยันว่า ชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใน ฉนวนกาซา…ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของ กองทัพอิสราเอล ในการอพยพออกจากพื้นที่สีแดง…หรือ แม้แต่คำแนะนำในการอพยพไปทางใต้ หรือ ไปยังอียิปต์…เราจะอยู่ในบ้านของเรา เราจะไม่ออกไปหรือถูกบังคับให้อพยพไปที่อื่น…..สงครามอิสราเอล-ฮามาส ที่จะอุบัติขึ้นใน 24 ชั่วโมงจากนี้ไป…สเตฟาน ดูจาริก โฆษกยูเอ็น แถลงชัด ขอเรียกร้องให้ กองทัพอิสราเอล ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจเปลี่ยนจากโศกนาฏกรรม ที่มีอยู่แล้ว….ให้กลายเป็น สถานการณ์หายนะ….ว้าเหว่
การบิน มณเฑียร ตันตกิตติ์ ให้การต้อนรับ ดร.เอกภาพ บริสุทธิ์, กรรณิการ์ เปรมประเสริฐ, ไอลดา บำรุงพฤกษ์ และ จุฑามาศ คชาชีวะ พร้อมคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน ในโอกาสมาจัดงานสัมมนา “AOC Siam Renaissance 2023” ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
สร้างรอยยิ้ม วิชา พูลวรลักษณ์ จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” เพื่อมอบทุนการศึกษาประจำปีให้เด็กด้อยโอกาส โดยมี วิเชฐ ตันติวานิช, คมกริช ศิริรัตน์, ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, แอนโทเนีย โพซิ้ว และ ชนนิกานต์ สุพิทยาพร มาร่วมงานด้วย ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ วันก่อน.
  • โฟกัสไปที่ แผนอพยพประชาชน ของแต่ละประเทศ ….ญี่ปุ่น เช่า เครื่องบินเหมาลำ จาก อิสราเอล นำ คนญี่ปุ่นกว่า 1,300 คน กลับ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. ….คนเยอรมนี กลุ่มแรก จำนวน 950 คนเดินทางออกจาก อิสราเอล ด้วย เที่ยวบินเหมาลำ ของ รัฐบาลเยอรมนี กลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย…..เม็กซิโก ส่ง เครื่องบินกองทัพ ไปรับพลเมืองชุดแรกจำนวน 135 คน ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. …..สวิตเซอร์แลนด์ อพยพพลเมืองออกจาก อิสราเอล โดยใช้ สายการบินแห่งชาติ อพยพพลเมืองชุดแรกจำนวน 220 คน เมื่อวันที่ 10 ต.ค. …..สำหรับ ประเทศไทย จากถ้อยแถลงของ จักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ…มีแรงงานไทยกลับมาจากอิสราเอล รอบแรก 15 คน รอบที่สอง อีก 57 คน มากับสถานทูต 19 คน อีก 38 คน ซื้อตั๋วเครื่องบินมาเอง…..รอบที่สามอีกจำนวน 100 คน มีทั้งมากับสถานทูตและซื้อตั๋วเครื่องบินมาเองเช่นกัน….รอบที่สี่ ในวันนี้จะมีเครื่องบินพิเศษอพยพคนไทยอีก 250 ราย…..คาดว่าถึงสิ้นเดือนนี้ จะอพยพกลับมาได้ประมาณ 4 พันคน ….หรือตามที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กาญจนา ภัทรโชค จะพยายาม อพยพแรงงานไทยให้ได้ครั้งละ 400 คน จากแรงงานไทยทั้งหมด ประมาณ 30,000 คนในอิสราเอล และ ประมาณ 5,000 คนในพื้นที่สีแดง…..มีคนไทยที่จะ ขออพยพอีกเกือบ 8 พันคน…ที่ไม่ขอกลับไม่ถึง 100 คน….ถึง ทางการอิสราเอล จะแจ้งให้ทราบว่า สามารถอพยพคนต่างชาติออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้กับฉนวนกาซาออกมาได้ 99%…ก่อนที่จะปิดประตูตีแมวในเขตฉนวนกาซา ….ตัวเลขอย่างเป็นทางการมี ตัวประกันแรงงานไทยอีก 16 คน ที่ยังไม่รู้ชะตากรรม….มีจำนวน แรงงานไทยที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จำนวน 24 ราย …..เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับจำนวนแรงงานไทยอย่างเป็นทางการกว่า 5 พันคนในพื้นที่สู้รบและที่ไม่เป็นทางการอีกจำนวนไม่น้อย….ประกอบกับคำยืนยันของ แรงงานไทยที่รอดชีวิต กลับมาได้….กลุ่มฮามาส ที่เจาะจงไปที่ คนงานไทย โดยเฉพาะ……นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ ประกาศภาวะสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ….รัฐบาลมีความพร้อมแค่ไหน กองทัพมีความพร้อมแค่ไหน การบินไทยมีความพร้อมแค่ไหน….ไม่อยากพูดมากเจ็บคอ
กินเจ อัจฉรา จองสิทธิมหากุล เปิดงาน “ไอคอนสยาม เจสะท้านภพ สุขสยาม อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค” คัดสรรเมนูเจมงคลกว่า 1,000 เมนู โดยมี บัญชา ฉันทดิลก, เกรียงศักดิ์ สุวรภามณีสวัสดิ์, รวี อ่างทอง และ สุทัศน์ ภูเจริญชัยกิจ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ชัดเจนว่าภาพที่ทีมแพทย์นำตัวอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ไปทำการ CT Scan และ MRI เป็นของจริง รับประกันโดย สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์…ยืนยันว่า ทักษิณ ยังอยู่ที่ โรงพยาบาลตำรวจ เกือบจนจะครบ 60 วันในวันที่ 22 ต.ค.นี้….หลังจากนั้นอยู่ในดุลพินิจของทีมแพทย์ที่จะเสนอ ผบ.เรือนจำพิเศษ ….จบข่าว…..พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดพลังงาน เปิดนิทรรศการ ธ ทรงเป็นแรงบันดาลใจ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ วันนวมินทร มหาราช…มอบรางวัลศิลปกรรม ปตท. ที่ PTT Art Gallery@ หอศิลป์บ้านเจ้าพระยา งานมีไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. นำเสนอผลงานของศิลปินกว่า 35,000 ชิ้น.

“อินทรีเหล็ก”

UN เตือนอิสราเอลเลิกปิดล้อมกาซา น้ำ-อาหาร-เชื้อเพลิง จะหมดในอีก 24 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2733212

UN เตือนอิสราเอลเลิกปิดล้อมกาซา น้ำ-อาหาร-เชื้อเพลิง จะหมดในอีก 24 ชม.

16 ต.ค. 2566 14:29 น.

UN เตือนอิสราเอลเลิกปิดล้อมกาซา น้ำ-อาหาร-เชื้อเพลิง จะหมดในอีก 24 ชม.

สหประชาชาติเรียกร้องอิสราเอลยุติการปิดล้อมฉนวนกาซา เตือนน้ำ อาหาร และเชื้อเพลิง จะหมดในอีก 24 ชม.ข้างหน้า เสี่ยงทำให้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ตายเพิ่ม พร้อนวอนให้ทีมให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าไปในพื้นที่กาซาได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ฟิลิปป์ ลัซซารินี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) เปิดเผยวานนี้ (15 ต.ค.) หน่วยงานให้ความช่วยเหลือของสหประชาชาติในฉนวนกาซา ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อีกต่อไป เนื่องจากกาซาถูกปิดล้อม การสำรองน้ำ ไฟฟ้า และพลังงานเชื้อเพลิงก็กำลังหมดลงในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า

“กาซากำลังถูกบีบคอ และดูเหมือนในตอนนี้โลกได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว” ลัซซารินี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ UNRWA ที่นครเยรูซาเลม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ต.ค.

ด้วยเหตุนี้ ลัซซารินี จึงเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซาก่อนที่จะสายเกินไป และอนุญาตให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์และทีมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สามารถนำสเบียง และของใช้ที่จำเป็น เช่น เชื้อเพลิง น้ำ อาหาร และยา เข้าไปในฉนวนกาซาอย่างปลอดภัย 

ขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เชื้อเพลิงสำรองในโรงพยาบาลในฉนวนกาซาคาดว่าจะมีพอใช้ได้อีกแค่ 24 ชั่วโมง ซึ่งหากเชื้อเพลิงสำรองหมดลง “ชีวิตของผู้ป่วยหลายพันรายจะตกอยู่ในความเสี่ยง” 

กัซซัน อาบู ชิตตา แพทย์จากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน กล่าวว่า ตอนนี้โรงพยาบาลในฉนวนกาซากำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือต่างๆ อย่างหนัก

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. พบว่า ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากการสู้รบระหว่างอิสราเอล และกลุ่มฮามาส ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. อยู่ที่ประมาณ 2,850 ศพ โดยมากกว่า 1,400 ศพถูกสังหารในพื้นที่ของอิสราเอล และอีกอย่างน้อย 2,450 ศพถูกสังหารในฉนวนกาซา และราว 1,000 ราย หายตัว หรือติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง อันเป็นผลจากการที่กองทัพอิสราเอลเดินทางล้างแค้นกลุ่มฮามาสต่อเนื่อง. 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC

ส่ง 130 แรงงานไทยสู่ภูมิลำเนา สาวอุดรฯ ยังอยากกลับไปอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/central/2733235

ส่ง 130 แรงงานไทยสู่ภูมิลำเนา สาวอุดรฯ ยังอยากกลับไปอิสราเอล

16 ต.ค. 2566 14:09 น.

ส่ง 130 แรงงานไทยสู่ภูมิลำเนา สาวอุดรฯ ยังอยากกลับไปอิสราเอล

แรงงานไทยเดินทางกลับประเทศกับเครื่องบินทอ.ที่ไปรับจากอิสราเอล เที่ยวแรก 130 คน ถูกนำไปส่งสถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา สาวอุดรฯ เล่าประสบการณ์สุดระทึก วิ่งหนีระเบิดหลบภัยอยู่ในโดม เผยหากเหตุการณ์สงบลงและทางการไทยทำเรื่องส่งกลับไป ก็จะขอกลับไปทำงานต่อ

เวลา 09.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 66 ที่สถาบันบำราศนราดูร ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี กลุ่มคนไทยในอิสราเอลที่เดินทางกลับสู่ประเทศไทย จำนวน 130 คน เป็นชาย 127 คน หญิง 2 คน และเด็กหญิง 1 คน เมื่อเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ผู้โดยสารจะผ่านกระบวนการตรวจร่างกาย การตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสอบสิทธิ ได้เดินทางออกจาก บน.6 ดอนเมือง มาสถาบันบำราศนราดูร โดยรถบัสจำนวน 5 คัน 

เมื่อมาถึงกลุ่มแรงงานไทยก้าวลงจากรถได้มีญาติและครอบครัวที่มารอรับ ต่างโผเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ หลังจากนั้นได้เข้าไปลงทะเบียน ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา 

น.ส.ประภัสสร ศรีสวัสดิ์ อายุ 34 ปี แรงงานหญิงไทยซึ่งไปทำงานด้านเกษตรในประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอลในเมืองเนทีฟอาซาร่าได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น ก็มาเจอเหตุการณ์ระทึกแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตนมีสัญญาว่าจ้างงานอยู่ที่ 5 ปี 3 เดือน ความรู้สึกในวันนั้นทั้งตกใจกลัวและเครียดมาก จากที่เจอเหตุการณ์เจอจรวดยิงข้ามมาก็ตกใจกลัวจะแย่อยู่แล้ว

โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า มีระเบิดที่ผ่านเครื่องยิงสกัดมาลง 3 ลูก ทางนายจ้างจึงประกาศให้หลบหนีเข้าโดม ตนกับเพื่อนแรงงานคนไทยทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน ได้วิ่งหนีตายกันมาหลบอยู่ในโดมกับนายจ้าง ซึ่งในระหว่างที่หลบกันอยู่ในโดมนั้นก็มีเสียงระเบิดตามมาเป็นร้อยๆ ลูก เห็นกลุ่มควันเต็มเมืองไปหมด มีคนงานไทยซึ่งเป็นคนเหนือถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หู จนหูขาดแต่ก็รอดมาได้ 

น.ส.ประภัสสร กล่าวอีกว่า ช่วงที่ฝ่ายฮามาสบุกนั้นตนไม่ได้กลัวถูกจับแต่กลัวถูกฆ่าตายมากกว่า เพราะได้ข่าวมาว่าทางฝ่ายนั้นใช้โดรนไล่ยิงผู้คนไปหมด บางรายก็ถูกยิงเพื่อชิงรถไป โชคดีที่ต่อมามีเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอล เข้ามาช่วยยิงสกัดไว้ จึงทำให้โดมไม่ถูกบุกโจมตี ก่อนที่นายจ้างจะพาอพยพหนีลงใต้ไปติดชายแดนของประเทศจอร์แดนจึงรอดตายกันมาได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะรอดจากจุดนั้นมาได้ แต่ในช่วงที่ต้องหลบอยู่นั้นแม้จะโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเครียดจนนอนไม่หลับ หวาดระแวงกับเสียงที่ได้ยินต่างๆ ไปหมด ซึ่งตนก็พยายามส่งข่าวให้ทางครอบครัวทราบเป็นระยะ จนกระทั่งสัญญาณเน็ตและไฟฟ้าถูกตัด ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับทางครอบครัวได้ จนเมื่อได้กลับมาถึงประเทศไทย ถึงรู้สึกโล่งใจมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว หลังจากผ่านการตรวจสุขภาพตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดอุดรธานี ทันที โดยเดินทางกลับเองไม่มีครอบครัวมารับ และในอนาคตต่อไปถ้าเหตุการณ์สงบลง และทางการไทยทำเรื่องส่งกลับไปทำงานอีก ตนก็จะกลับไปทำงานต่อ เพราะรายได้ดีสามารถจุนเจือช่วยเหลือครอบครัวได้มากกว่าที่จะทำงานในประเทศไทย