สภามะกันหวั่นสงคราม แนะเพิ่มอาวุธล้างโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732795

สภามะกันหวั่นสงคราม แนะเพิ่มอาวุธล้างโลก

14 ต.ค. 2566 10:56 น.

สภามะกันหวั่นสงคราม แนะเพิ่มอาวุธล้างโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสภาคองเกรสว่าด้วยจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯในเชิงยุทธศาสตร์ได้เผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมีรายละเอียดว่ามีความเป็นไปได้ในอนาคตที่สหรัฐฯอาจต้องเผชิญกับสงครามสองแนวรบรัสเซีย-จีน จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งตัดสินใจที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ทั้งนี้ นายจอน คีล อดีตวุฒิสมาชิกสังกัดพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกัน ได้เผยแพร่รายงานอย่างเป็นทางการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสว่าด้วยจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯในเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมระบุว่า การเพิ่มงบประมาณทางการทหารถือเป็น ค่าใช้จ่ายราคาถูก เมื่อเทียบกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯอาจต้องเผชิญกับสงครามนิวเคลียร์ และนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงสมาชิกสภาคองเกรส จำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องใช้งบประมาณการทหารเพิ่มเติม

ในรายงานทิศทางยุทธศาสตร์ยังเขียนด้วยว่า สหรัฐฯและชาติพันธมิตรจำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะป้องปรามและจัดการศัตรูทั้งสองแนวรบไปพร้อมๆกัน ระเบียบและคุณค่าสากลที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำในการปกป้องรักษากำลังอยู่ในความเสี่ยงจากรัฐบาลอำนาจเบ็ดเสร็จรัสเซีย-จีน ทั้งยังระบุโดยไม่ลงรายละเอียดว่า มีความกังวลว่าในท้ายที่สุดแล้วรัสเซีย-จีนจะประสานงานกัน จนทำให้สหรัฐฯตกอยู่ในสภาพเผชิญกับสงครามสองแนวรบ

เอกสารดังกล่าวยังประเมินว่า ภัยคุกคามจากรัสเซีย-จีนจะมีความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด เร็วที่สุดภายในปี 2570 โดยรายงานมีการเสนอคำแนะแก่รัฐบาลสหรัฐฯ อาทิ การเพิ่มจำนวนฝูงบินทิ้งระเบิดพรางเรดาร์ B-21 ไรเดอร์ (เครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลธ์รุ่นปรับปรุงจาก B-2) ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะนำเข้าประจำการได้ภายในปี 2570 พร้อมเร่งกระบวนการเสริมทัพเรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์ด้วยเรือดำน้ำรุ่นใหม่ชั้นโคลัมเบีย ที่ 2 ลำแรกมีกำหนดเข้าประจำการภายในปี 2573 และกองทัพเรือสหรัฐฯวางแผนที่จะสั่งต่อทั้งหมด 12 ลำ เพื่อนำมาทดแทนเรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์รุ่นเก่าอย่างชั้นโอไฮโอ

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้มิได้เสนอแนะให้กองทัพสหรัฐฯเพิ่มปริมาณหัวรบนิวเคลียร์ โดยให้เหตุผลว่าตราบใดที่ขุมกำลังทางเรือดำน้ำ ยังมีประสิทธิภาพในการป้องปรามไม่ให้ศัตรูใช้นิวเคลียร์ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะเพิ่มหัวรบ อีกทั้งอุตสาหกรรมผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ผู้ดีอนุมัติไมโครซอฟท์ ซื้อบริษัทเกมแอคทิวิชัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732793

ผู้ดีอนุมัติไมโครซอฟท์ ซื้อบริษัทเกมแอคทิวิชัน

14 ต.ค. 2566 10:51 น.

ผู้ดีอนุมัติไมโครซอฟท์ ซื้อบริษัทเกมแอคทิวิชัน

เมื่อ 13 ต.ค.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานตรวจสอบการแข่งขันและตลาด (CMA) ของอังกฤษ อนุมัติการเข้าซื้อกิจการบริษัทเกมรายใหญ่ “แอคทิวิชัน บลิซซาร์ด” ผู้ผลิตสุดยอดเกมอย่างเช่น คอล ออฟ ดิวตี้ และเวิร์ล ออฟ วอร์คราฟต์ จากบริษัทไมโครซอฟท์ ผู้ผลิตเครื่องเกมคอนโซลเอ็กบ็อกซ์ ด้วยดีลใหญ่สุด ในประวัติศาสตร์ธุรกิจวิดีโอเกมมูลค่า 69,000 ล้านดอลลาร์ หวังเสริมความแข็งแกร่งและช่วงชิงตำแหน่งผู้นำในตลาดเกม

หลังจากก่อนหน้านี้ CMA กังวลว่าการซื้อกิจการดังกล่าวจะทำให้ไมโครซอฟท์ผูกขาดตลาดเกม กระทบการแข่งขัน อย่างเสรี จนคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อตกลงซื้อขาย และประกาศข้อตกลงขายสิทธิ์การสตรีมเกมของแอคทิวิชัน บลิซซาร์ด ให้เล่นได้ผ่านระบบคลาวด์ของบริษัทยูบิซอฟต์ พลัสเมื่อเดือน ส.ค. อย่างไรก็ตาม การอนุมัติครั้งนี้เปิดทางให้ไมโครซอฟท์ปิดข้อตกลงให้สมบูรณ์ภายใน 18 ต.ค.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

รัสเซียลองบุกบ้าง ถล่มหนัก 4 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732790

รัสเซียลองบุกบ้าง ถล่มหนัก 4 วัน

14 ต.ค. 2566 10:46 น.

รัสเซียลองบุกบ้าง ถล่มหนัก 4 วัน

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. สื่อความมั่นคงทั้งสายรัสเซียและยูเครนต่างรายงานยืนยันว่า กองทัพรัสเซียได้ปฏิบัติการบุกโจมตีขนานใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยมีเป้าหมายคือการตีโอบล้อมเมืองอับดีบกา เมืองหน้าด่านสำคัญของยูเครน ในจังหวัดโดเนตสก์ และเผชิญกับการสู้รบรุนแรงระหว่างรัฐบาลยูเครนกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโดเนตสก์มาตั้งแต่ปี 2560 ที่สงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่อุบัติขึ้น

ทั้งนี้ หน่วยบัญชาการรบฝ่ายยูเครนภายในเมืองอับดีบกาเปิดเผยว่ากองทัพรัสเซียในพื้นที่ทำการโจมตีอย่างหนักหน่วงด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดและปืนใหญ่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 วัน โดยหน่วยรบในแนวหน้ารายงานว่า กองทัพรัสเซียได้พยายามตีโอบเมืองทั้งจากทิศเหนือและทิศใต้ด้วยกำลังทหารจำนวนมาก แต่หน่วยรบของยูเครนยังสามารถตรึงพื้นที่ไว้ได้ ขณะที่รายงานของนักวิเคราะห์ความมั่นคงก่อนหน้านี้ระบุว่า เมืองอับดีบกามีชัยภูมิที่เหมาะสมต่อการตั้งรับ โดยเฉพาะพื้นที่ทางใต้ของเมืองที่ฝ่ายรุกจำเป็นต้องเคลื่อนกำลังฝ่าทุ่งราบโซนสังหาร วันเดียวกัน นายมิคาอิล โปโดลเลียก ที่ปรึกษา นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นกล่าวโทษว่า ผู้สนับสนุนชาติตะวันตกคือผู้รับผิดชอบที่ทำให้ปฏิบัติการตีโต้ทวงดินแดนของกองทัพยูเครนล่าช้าจากกำหนดการเดิมไปประมาณ 6-9 เดือน.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ญี่ปุ่นร้องศาลยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732786

ญี่ปุ่นร้องศาลยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี

14 ต.ค. 2566 10:36 น.

ญี่ปุ่นร้องศาลยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี

เมื่อ 13 ต.ค.กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นยื่นคำร้องต่อศาลกรุงโตเกียวขอให้ถอดถอนสถานะทางกฎหมายของโบสถ์แห่งความสามัคคี พร้อมยื่นหลักฐานและเอกสารประกอบราว 5,000 ชิ้น จากการ สัมภาษณ์เหยื่อราว 150 คน ระบุว่าองค์กรนี้มีการจัดการอย่างเป็นระบบมานานหลายทศวรรษ พยายาม ควบคุมการตัดสินใจสมาชิก ให้ข้อมูลบิดเบือน เพื่อให้สมาชิกบริจาคเกินความสามารถทางการเงิน เป็นอันตรายต่อประชาชน จนสมาชิกครอบครัวของเหยื่อรายหนึ่งลั่นไกสังหารนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโบสถ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้ศาลเห็นชอบ โบสถ์ยังคงดำเนินการต่อไปได้ เพียงแต่จะสูญเสียสิทธิพิเศษยกเว้นภาษีในฐานะองค์กรทางศาสนา.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ช็อกกลางกรุงปักกิ่ง จนท.สถานทูตอิสราเอล ถูกคนร้ายกระหน่ำแทงเลือดอาบ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732768

ช็อกกลางกรุงปักกิ่ง จนท.สถานทูตอิสราเอล ถูกคนร้ายกระหน่ำแทงเลือดอาบ (คลิป)

14 ต.ค. 2566 09:22 น.

ช็อกกลางกรุงปักกิ่ง จนท.สถานทูตอิสราเอล ถูกคนร้ายกระหน่ำแทงเลือดอาบ (คลิป)

เกิดเหตุไม่คาดคิดกลางกรุงปักกิ่ง เมื่อมีคนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลประจำกรุงปักกิ่งกลางวันแสกๆ จนเลือดอาบ ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป

เหตุสู้รบที่เกิดขึ้นในอิสราเอลไม่เพียงแต่สร้างความแตกแยกในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดความขัดแย้งในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงของกลุ่มสนับสนุนและต่อต้านอิสราเอล แต่ล่าสุดมีรายงานเหตุที่น่าตกใจกว่านั้น เมื่อมีเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลประจำกรุงปักกิ่งของจีนถูกคนร้ายไล่แทงจนได้รับบาดเจ็บ โดยในโลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปที่ระบุว่าเป็นคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะเห็นชาย 2 คน กำลังต่อสู้กัน โดยชายเสื้อสีขาว ที่เหมือนกับจะสวมหน้ากากได้ใช้มีดแทงชายอีกคนหลายครั้ง ริมถนนในกรุงปักกิ่ง ห่างจากสถานทูตอิสราเอลไปราว 1 กิโลเมตรเท่านั้น โดยชายที่ถูกแทงพยายามร้องขอให้คนที่อยู่บริเวณนั้นช่วย โดยมีเลือดออกตามร่างกายหลายแห่ง ก่อนที่เขาจะล้มลุกคลุกคลานจนหนีไปได้ ขณะที่ชายผู้ก่อเหตุ ซึ่งดูเหมือนจะบาดเจ็บที่ขา ได้รีบเดินหนีไป พร้อมกับมีดในมือ ซึ่งหลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่ 8 นาย ที่เข้ามายังพื้นที่ ขณะที่เจ้าของร้านในละแวกดังกล่าวบอกว่า ไม่ทันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกแทงอาการปลอดภัยแล้ว และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนมูลเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุกำลังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้ายมาสอบสวน.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ไล่แทงคน“

อิสราเอลจ่อโจมตีภาคพื้นถล่มฮามาส ส่อแววนองเลือด-ไม่รู้ชะตาตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732770

อิสราเอลจ่อโจมตีภาคพื้นถล่มฮามาส ส่อแววนองเลือด-ไม่รู้ชะตาตัวประกัน

14 ต.ค. 2566 09:00 น.

อิสราเอลจ่อโจมตีภาคพื้นถล่มฮามาส ส่อแววนองเลือด-ไม่รู้ชะตาตัวประกัน

  • อิสราเอลส่งสัญญาณดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า พวกเขากำลังเตรียมตัวเพื่อส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อทำลายกลุ่มฮามาส ซึ่งเปิดฉากถล่มพวกเขาเมื่อ 7 ต.ค. จนมีผู้เสียชีวิตนับพันศพ
  • ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า อิสราเอลจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีความพร้อมมากกว่าเดิม และการต่อสู้ในพื้นที่กลางเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
  • ด้านชะตากรรมของตัวประกันยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ฝ่ายอิสราเอลย้ำว่า ตัวประกันจะไม่ทำให้กองทัพหยุดความเคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาจะสู้กับฮามาสจนถึงที่สุด และตามหาตัวประกันระหว่างปฏิบัติการ

อิสราเอลส่งสัญญาณดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าพวกเขากำลังเตรียมการเพื่อบุกโจมตีฉนวนกาซาจากภาคพื้นดิน ทั้งระดมกำลังทหารและรถถังประจำการบริเวณชายแดน รวมถึงประกาศเตือนให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 1 ล้านคน ในพื้นที่ทางเหนือของกาซาให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง

เป้าหมายของอิสราเอล คือ การทำลายกลุ่มติดอาวุธ ฮามาส ที่เปิดฉากโจมตีพวกเขาครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 ศพ แต่การโจมตีภาคพื้นดินของพวกเขาจะต้องเผชิญกับการต่อต้านจาก ศัตรูที่เสริมกำลังรอรับมือมาตลอดหลายปีด้วยความช่วยเหลือจากอิหร่าน

นอกจากนั้น การโจมตีภาคพื้นยังซับซ้อนขึ้น เนื่องจากประชากรที่หนาแน่นในกาซา ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะอพยพไปมากน้อยเพียงใด รวมถึงเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่กลุ่มฮามาสขุดเอาไว้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อ ชาวอิสราเอล, อเมริกัน และชนชาติอื่นๆ ที่ถูกจับตัวไปเป็นตัวประกัน

ผลลัพธ์ของการโจมตีอาจทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมาย พร้อมกับคำถามที่ว่า อิสราเอลจะมีแผนการสำหรับออกจากความขัดแย้งครั้งนี้หรือไม่ หรือมันอาจสร้างระลอกคลื่นกระจายไปทั่วตะวันออกกลาง เพิ่มความเสี่ยงที่การต่อสู้จะไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ

เตรียมการโจมตีภาคพื้นดิน

อิสราเอลไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าโจมตีฉนวนกาซา แต่ความเคลื่อนไหวทุกอย่างของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าการโจมตีกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

พลตรีอามอส กิลลีด ทหารผ่านศึกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ผู้เคยมีประสบการณ์ร่วมโจมตีในฉนวนกาซามาก่อน บอกกับ บีบีซี ว่า สิ่งแรกที่อิสราเอลต้องก่อนเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินคือ จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งอิสราเอลทำแล้ว

อิสราเอลยังส่งทหารรวมถึงรถถังไปประจำการตามชายแดนติดกับฉนวนกาซา และเรียกระดมพลทหารกองกำลังสำรองจำนวนกว่า 300,000 นาย จากทั้งในและต่างประเทศ มาสมทบกับทหารที่มีอยู่แล้ว 160,000 นาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่า อิสราเอลจะไม่ส่งกำลังทั้งหมดบุกเข้าไป แต่แบ่งเป็น 3 ส่วน กองกำลังโจมตี, กองกำลังป้องกัน และกองกำลังดูแลความมั่นคงในประเทศ

และสัญญาณที่ชัดที่สุดคือ เมื่อวันศุกร์ (13 ต.ค. 2566) กองทัพอิสราเอลประกาศเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ 1.1 ล้านคน ในพื้นที่ทางเหนือของกาซาอพยพออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง

แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการผู้ลี้ภัยของกลุ่มฮามาสออกมาเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์ ปักหลักอยู่กับบ้าน และยืนหยัดเผชิญหน้ากับสงครามจิตวิทยาที่น่ารังเกียจของฝ่ายผู้ยึดครอง ทำให้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จะมีชาวบ้านอพยพลงใต้มาน้อยเพียงใด

สภาพนครกาซา ซิตี้ หลังถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่ม

หวั่นเกิดศึกนองเลือดกลางเมือง

ตอนที่อิสราเอลยกทัพบุกฉนวนกาซาครั้งก่อนในปี 2557 ซึ่งกินเวลา 19 วัน พวกเขาหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในพื้นที่ใจกลางเมือง โดยมุ่งโจมตีเป้าหมายตามชานเมืองใหญ่ในกาซา และยึดครองดินแดนใกล้กับชายแดน แต่คราวนี้ เชื่อกันว่าอิสราเอลจะต้องเผชิญหน้าการทำสงครามในเมืองแล้ว

“ขอบเขตในครั้งนี้จะใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าก่อน มันจะไม่ขาวสะอาด เราจะโจมตีฮามาสอย่างแข็งกร้าวสุดๆ” ริชาร์ด เฮคต์ โฆษกกองทัพอิสราเอลบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อเช้าวันอังคาร (10 ต.ค.)

ด้านนายเอฮุด โอลเมิร์ต อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่า นี่จะกลายเป็นสงครามนองเลือดสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย ทหารอิสราเอลจะต้องเจอกับทุกสิ่งที่อย่างที่คุณสามารถจินตนาการได้ หรืออาจเลวร้ายกว่านั้น หากกองทัพยกพลบุกเข้าไปในฉนวนกาซา

“การโจมตีภาคพื้นดินจะไม่ง่ายดายและไม่น่าอภิรมย์ ทั้งสำหรับเราและพวกเขา” นายโอลเมิร์ตกล่าว และเสริมว่า อิสราเอลอาจต้องเผชิญกับ ปืนและจรวดที่ใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น หรือจรวดต่อต้านรถถังแบบใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย

ตามการประเมินของหน่วยข่าวกรองอิสราเอลในปี 2564 กลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซา ทั้งกลุ่มฮามาส, อิสลามิค ญิฮาด และอื่นๆ มีจรวดกับกระสุนปืนครกรวมกันราว 30,000 ลูก ขณะที่คาดกันว่า กลุ่มฮามาสมีนักรบติดอาวุธราว 20,000-30,000 คน

ด้านนายลีออน เพเนตตา อดีต ผอ.ซีไอเอ และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เชื่อว่า กองทัพอิสราเอลจะต้องเจอกับการต่อสู้ตามท้องถนนในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นในกาซา “ปัญหาคือจะเป็นการต่อสู้แบบบ้านสู่บ้านทันทีที่คุณเข้าสู่กาซา ดังนั้นมันจึงอาจทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก”

ฮามาสจะใช้แท็กติกการรบในเมืองทุกอย่าง ทั้งวางกับระเบิด, ประจำการพลซุ่มยิง, ระเบิดพลีชีพ, อาวุธต่อต้านรถถัง และใช้อาวุธเทคโนโลยีต่ำต่างๆ ในการตอบโต้การบุกของอิสราเอล

นักรบกลุ่มอิสลามิก ญิฮาด ติดตั้งปืนครกที่ทางออกอุโมงค์ใต้ดิน

อุโมงค์ใต้ดิน อุปสรรคสำคัญ

หนึ่งในเหตุผลที่อิสราเอลตั้งใจที่จะบุกโจมตีภาคพื้นดินคือ ข้อจำกัดของการรบทางอากาศในกาซา เนื่องจากการโจมตีทางอากาศไม่สามารถทำลายอุโมงค์ใต้ดิน ที่กลุ่มฮามาสใช้สำหรับเก็บอาวุธ และเป็นเส้นทางขนส่ง เพื่อการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ทั้งหมด

นายยาคอฟ คัตซ์ อดีตบรรณาธิการข่าวสายทหารของสำนักข่าว เยรูซาเลม โพสต์ ระบุว่า กองทัพอิสราเอลจะหลีกเลี่ยงการเข้าไปในอุโมงค์ นอกเสียจากจำเป็นจริงๆ แต่นายพลคีธ อเล็กซานเดอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่า “ณ จุดหนึ่ง พวกเขาก็ต้องเขาไป”

อีกหนึ่งเหตุผลที่อาจทำให้อิสราเอลไม่มีทางเลือกและต้องเข้าไปในอุโมงค์ คือ ตัวประกัน โดยแหล่งข่าวในหน่วยงานความมั่นคงอิสราเอลบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า ตัวประกันทั้งชาวอิสราเอล, อเมริกัน และชาติอื่นๆ กว่า 150 คนที่ถูกฮามาสจับตัวไปเมื่อ 7 ต.ค. อาจถูกนำไปขังในเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่กองทัพอิสราเอลเรียกว่า ‘กาซา เมโทร’ ซึ่งทหารต้องเคลียร์ให้ได้เพื่อทำลายกลุ่มฮามาส

“เป้าหมายส่วนใหญ่, ผู้คน, อุปกรณ์ และการเคลื่อนที่ต่างๆ อยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน และเป็นไปได้ว่าตัวประกันก็อยู่ในนั้นเช่นกัน” แหล่งข่าวระบุ “เป้าหมายคือการโจมตีภาคพื้นให้ราบ จากนั้นจึงจะสามารถเข้าสู่บังเกอร์ใต้ดินได้”

อันตรายต่อตัวประกัน

จนถึงตอนนี้ นอกจากกลุ่มฮามาสแล้ว ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมของตัวประกันที่ถูกจับตัวเอาไว้ กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เคยขู่ว่า พวกเขาสังหารตัวประกัน 1 คนทุกครั้งที่อิสราเอลโจมตีบ้านเรือนประชาชนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า 1 ครั้ง แต่หากเกิดการต่อสู้ภาคพื้นดินขึ้นมา ความปลอดภัยของพวกเขายิ่งไม่แน่นอน

อิสราเอลอาจใช้การเจรจา หรือส่งหน่วย ‘ซาเยเรต มัตคาล’ (Sayeret Matkal) ซึ่งเป็นหน่วยหัวกะทิ ทำภารกิจช่วยตัวประกันในขณะที่กลุ่มฮามาสถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยการโจมตีภาคพื้น

พลตรีกิลลีดระบุว่า กองทัพอิสราเอลต้องบุกโดยคำนึงถึงชะตากรรมของตัวประกันด้วย หากพวกเขาไม่มีแผนการที่ชัดเจน มันอาจนำไปสู่ปัญหาที่ท้าทายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม พลตรียาคอฟ อามิดรอร์ อดีตผู้บัญชาการของกองกำลัง IDF และอดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล กล่าวว่า ตัวประกันจะไม่ทำให้กองทัพหยุดความเคลื่อนไหวใดๆ “เราจะสู้กับกลุ่มฮามาสจนถึงที่สุด และเราจะตามหาตัวประกันเหล่านั้นระหว่างปฏิบัติการ”

ยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

สถานการณ์อาจบานปลาย

จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตระหว่างการโจมตีกลุ่มฮามาสในกาซา เป็นความท้าทายสำคัญของอิสราเอล นอกจากนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการบุกโจมตีก็เป็นคำถามใหญ่ เพราะมันอาจสร้างระลอกคลื่นกระจายไปทั่วตะวันออกกลาง ท่ามกลางความกังวลว่า มันจะทำให้ความขัดแย้งขยายเป็นระดับภูมิภาค

มีรายงานว่า เมืองทางเหนือของอิสราเอลหลายแห่งได้รับคำสั่งให้อพยพแล้ว เพราะกังวลว่า กลุ่มฮีซบอลเลาะห์ ผู้สนับสนุนกลุ่มฮามาส จะตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม หากอิสราเอลเริ่มการบุกโจมตีภาคพื้นในกาซา หลังจากยิงจรวดตอบโต้กับอิสราเอลมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะถูกดึงเข้ามา เนื่องจากเมื่อวันอังคาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกโรงเตือนอิสราเอลว่า “การสังหารหมู่และการเข่นฆ่าคนจำนวนมากในกาซา จะนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่า”

ตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่า ความขัดแย้งครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะเกิดการแก้ปัญหาทางการเมืองที่ยั่งยืนตามมาหลังจากปฏิบัติการทางทหาร แต่อิสราเอลคงไม่ยอมถอยเหมือนการบุกโจมตีในปี 2548 ที่เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ้นเปลืองงบประมาณมากจนเกินไป

นายยอสซี คูเปอร์วาสเซอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า จุดจบของเรื่องนี้คือ เมื่อฮามาสยอมละทิ้งความคิดที่จะโจมตีอิสราเอลในอนาคต “หลังจากชาวอิสราเอลเข้าใจแล้วว่าการใช้ชีวิตข้างกลุ่มฮามาสเป็นอย่างไร พวกเขาก็พร้อมจ่ายแทบทุกอย่าง เพื่อหยุดอาศัยอยู่ข้างกลุ่มฮามาส”


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : reuters , times of india , firstpost

อิสราเอลโจมตีเข้าเลบานอน โดนนักข่าวรอยเตอร์ส ตาย 1 บาดเจ็บอีก 6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732756

อิสราเอลโจมตีเข้าเลบานอน โดนนักข่าวรอยเตอร์ส ตาย 1 บาดเจ็บอีก 6

14 ต.ค. 2566 04:50 น.

อิสราเอลโจมตีเข้าเลบานอน โดนนักข่าวรอยเตอร์ส ตาย 1 บาดเจ็บอีก 6

อิสราเอลโจมตีข้ามพรมแดนเข้าสู่เลบานอน โดนกลุ่มนักข่าวจากหลายสำนัก ทำให้นักข่าวรอยเตอร์สเสียชีวิต 1 ศพ มีผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลโจมตีข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2566 กระสุนตกใส่กลุ่มผู้สื่อข่าว ส่งผลให้ช่างภาพของสำนักข่าว รอยเตอร์ส ชื่อว่า อิสซาม อับดัลเลาะห์ เสียชีวิต และมีนักข่าวคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขายิงปืนใหญ่ใส่ดินแดนของเลบานอน เพื่อตอบโต้เหตุระเบิดโจมตีรั้วกันชายแดนใกล้ชุมชน ฮานิตา ซึ่งอยู่จตรงข้ามกับหมู่บ้านที่กลุ่มผู้สื่อข่าว รวมถึงนายอับดัลเลาะห์ อยู่

ด้านเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเลบานอนอ้างว่า พบเป็นเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช ของอิสราเอลอยู่ในจุดเกิดเหตุด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าถูกใช้ในการโจมตีหรือไม่ ขณะที่ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า นักข่าวกลุ่มนี้สวมแจ็กเก็ตที่มีข้อความบอกว่าเป็นสื่ออย่างชัดเจน

คริสตินา อัสซี นักข่าวของเอเอฟพี หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล

นักข่าวอีก 6 คนที่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นักข่าวรอยเตอร์ส 2 คน ชื่อว่า ธาเออร์ อัล-ซูดานี และมาเฮอร์ นาเซห์, นักข่าวอัลจาซีรา 2 คน คือนาย คาร์เมน จูคาดาร์ และอีไล บาราคิยา กับนักข่าว เอเอฟพี อีก 2 คนคือ น.ส.คริสตินา อัสซี กับนาย ดีแลน คอลลินส์ ซึ่งเป็นช่างภาพและวิดีโอ

หลังเกิดเหตุ กลุ่มฮีซบอลเลาะห์ ที่สหรัฐฯ จัดว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าจงใจมุ่งเป้าไปที่นักข่าว และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ทหารอิสราเอลกับเลบานอนโจมตีตอบโต้กันข้ามพรมแดนมาตลอด นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่อย่างไม่คาดคิดเมื่อ 7 ต.ค. โดยกลุ่มฮีซบอลเลาะห์แสดงออกอย่างชัดเจนว่า สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ แต่ไม่แน่ชัดว่าพวกเขาเข้าไปมีส่วนในเหตุความรุนแรงล่าสุดนี้หรือไม่

ที่มา : cnn

ออสเตรเลียเริ่มประชามติ เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง แต่โพลชี้ส่วนใหญ่โหวต No

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732755

ออสเตรเลียเริ่มประชามติ เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง แต่โพลชี้ส่วนใหญ่โหวต No

14 ต.ค. 2566 03:52 น.

ออสเตรเลียเริ่มประชามติ เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง แต่โพลชี้ส่วนใหญ่โหวต No

ชาวออสเตรเลียเริ่มลงคะแนนเสียงประชามติ รับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองในประเทศเป็นครั้งแรกแล้ว แต่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า คนส่วนใหญ่จะโหวตไม่เห็นชอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวออสเตรเลียเกือบ 18 ล้านคน เริ่มออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะตัดสินว่า พวกเขาจะให้การรับรองและเพิ่มสิทธิ์ให้แก่ชนพื้นเมืองในประเทศมากขึ้นหรือไม่แล้ว ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566

การลงประชามติดังกล่าวจะถามผู้มาใช้สิทธิ์ 2 คำถามคือ จะเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองเป็นครั้งแรก และให้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาที่เรียกว่า ‘วอยซ์’ (Voice) เพื่อให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนหน้านี้ให้ความหวังแก่ฝ่ายปฏิรูปไม่มากนัก เนื่องจากมีผู้รับการสำรวจราว 40% เท่านั้นที่โหวต ‘Yes’ เห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่เกือบ 60% โหวต ‘No’ ไม่เห็นชอบ

ทั้งนี้ ชนพื้นเมืองชาวอะบอริจิน (Aboriginal) และชาวเกาะช่องแคบทอเรส (Torres Strait Island People) ในออสเตรเลีย ซึ่งอาศัยอยู่ในทวีปนี้มาก่อนนานกว่า 60,000 ปี แต่ออสเตรเลียถือเป็นประเทศพัฒนาที่มีความล้าหลังในเรื่องสิทธิชนพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เคยกล่าวถึงชนพื้นเมืองเลย

ชนพื้นเมืองเป็นประชากรเพียง 3.8% ของประเทศเท่านั้น และมักตกเป็นเหยื่อของความไม่เท่าเทียม พวกเขามักป่วย, ถูกคุมของ หรือเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้ำ มากกว่ากลุ่มคนขาวที่มั่งคั่งกว่า ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อราว 200 ปีก่อน

ฝ่ายสนับสนุนโหวต Yes ระบุว่า การปฏิรูปนี้จะช่วยแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมเหล่านี้ได้ แต่ฝ่ายที่ต่อต้านออกมาแสดงความกังวลเรื่องบทบาท และความมีประสิทธิภาพของคณะกรรมการ วอยซ์ และขอให้ประชาชนโหวต No หากพวกเขายังไม่มั่นใจ

ผลสำรวจความคิดเห็นยังชี้ด้วยว่า ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องปัญหาเกี่ยวกับชนพื้นเมืองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจัดอันดับปัญหานี้ให้อยู่รั้งท้ายจากปัญหาอื่นๆ ในสังคม

นางคาเรน ไวแอตต์ วัย 59 ปี ผู้ทำแคมเปญสนับสนุนโหวต Yes บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เธอพยายามจะมองโลกในแง่บวกแม้ดูเหมือนว่ากำลังจะเผชิญกับความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเธอระบุว่า หากคณะกรรมการ วอยซ์ ถูกปฏิเสธ มันจะกลายเป็นวันแห่งความอับอายของออสเตรเลีย

“ฉันคิดว่ามันจะบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเส้นทางของประเทศนี้ การโหวต No ให้กับส่งที่เป็นคำขอและการแสดงความเอื้อเฟื้อง่ายๆ แบบนี้น่ะ”

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติในครั้งนี้มีประมาณ 17.5 ล้านคน เริ่มออกไปใช้สิทธิ์ในเวลา 8.00 น. วันเสาร์ (14 ต.ค.) ที่หน่วยลงคะแนนมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยการทำประชามติจะผ่านได้นั้น ต้องได้เสียงส่วนใหญ่จากคะแนนโหวตรวมทั่วประเทศ และต้องมีรัฐที่โหวตเห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ 4 จาก 6 รัฐด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สงครามอิสราเอลวันที่ 7 รบ.ยิวเตือนปาเลสไตน์อพยพ เตรียมบุกภาคพื้นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732754

สงครามอิสราเอลวันที่ 7 รบ.ยิวเตือนปาเลสไตน์อพยพ เตรียมบุกภาคพื้นดิน

14 ต.ค. 2566 02:10 น.

สงครามอิสราเอลวันที่ 7 รบ.ยิวเตือนปาเลสไตน์อพยพ เตรียมบุกภาคพื้นดิน

อิสราเอล-ฮามาส สู้รบกันวันที่ 7 กองทัพยิวเตือนชาวปาเลสไตน์ให้อพยพจากภาคเหนือของกาซา คาดเปิดทางโจมตีภาคพื้น ส่วนฮามาสอ้างว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทำตัวประกันตายไป 13 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธ ฮามาส ของปาเลสไตน์ วันที่ 7 ในวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2566 อิสราเอลประกาศรวมถึงโปรยใบปลิวจำนวนมหาศาล เตือนชาวปาเลสไตน์กว่า 1 ล้านคนในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา ให้อพยพ คาดว่าเป็นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดฉากโจมตีภาคพื้นที่เพื่อทำลายกลุ่มฮามาส

“เว้นระยะตัวเองให้ห่างจากผู้ก่อการร้ายฮามาส ที่กำลังใช้พวกคุณเป็นโล่มนุษย์” ประกาศของกองทัพอิสราเอลระบุ แต่เจ้าหน้าที่ของฮามาสเรียกร้องชาวปาเลสไตน์ อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงนี้

ด้านองค์การสหประชาชาติออกมาระบุว่า การอพยพคน 1 ล้าน หรือเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมดในฉนวนกาซา โดยไม่มีผลกระทบด้านมนุษยธรรมตามมานั้น “เป็นไปไม่ได้” พร้อมขอให้ฝ่ายอิสราเอลถอนคำสั่ง อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลายร้อยครอบครัวในกาซา เริ่มเดินทางอพยพลงใต้แล้ว เนื่องจากหวั่นเกรงการโจมตีของอิสราเอล

ขณะที่การต่อสู้ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายทางทหารในภาคเหนือของกาซา 750 จุดในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันศุกร์ ขณะที่ฝ่ายฮามาสอ้างว่า มีตัวประกันชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ 13 คนที่ถูกจับเอาไว้ในภาคเหนือของกาซา ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา

วิกฤติมนุษยธรรม

ในเวลาเดียวกัน วิกฤติด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ระบุว่า เครื่องปั่นไฟที่โรงพยาบาลหลายแห่งในกาซา กำลังจะหมดเชื้อเพลิงภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ส่วนโครงการอาหารโลก (WFP) เตือนว่า อาหารและน้ำสะอาดก็อยู่ในปริมาณที่ต่ำจนน่ากังวล

สหประชาชาติพยายามหาทางช่วยเหลือโดยประกาศระดมทุนฉุกเฉินจำนวน 294 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก่ปัญหาความต้องการเร่งด่วนในกาซา รวมถึงในเขตเวสต์แบงก์ หลังจากสงครามช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ชาวปาเลสไตน์มากกว่า 400,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ส่วนความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายอิสราเอลระบุว่า พบผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 ศพแล้ว เป็นทหารมากกว่า 220 นาย ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขในกาซารายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารมากกว่า 1,500 ศพ บาดเจ็บอีกหลายพันคน

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เดินทางถึงอิสราเอลในวันศุกร์ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับอิสราเอล โดยนายออสตินจะเป็นผู้ควบคุมการส่งมอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ จะส่งให้อิสราเอลด้วย

ขณะที่หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ กำลังจัดหาเครื่องบินเช่าเหมาลำเพื่อพาพลเมืองของตัวเองออกจากอิสราเอล โดยเครื่องบินของญี่ปุ่นจะออกเดินทางจากเทลอาวีฟ ในวันเสาร์นี้ ส่วน แคนาดา, บราซิล, เม็กซิโก และชาติยุโรปอีกหลายประเทศ ก็เริ่มปฏิบัติการพาประชาชนของตัวเองกลับมาตุภูมิแล้ว

การต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ยังกระตุ้นให้เกิดความแบ่งแยกไปทั่วโลก และทำให้เกิดการประท้วงขึ้นหลายจุด โดยในวันศุกร์ กลุ่มฮามาสออกมาเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์ทั่วโลก มีการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง

ด้านชุมชนชาวยิวในฝรั่งเศส กำลังวางแผนจัดการชุมนุมเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับอิสราเอล นอกจากนั้นยังมีแผนจัดการชุมนุมในกรุงโรม ของอิตาลี, เมืองมิวนิก ของเยอรมนี, นครอิสตันบูล ของตุรกี, กรุงเบลเกรด ของเซอร์เบีย และเมืองอื่นๆ เพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ และต่อต้านการโจมตีทางอากาศในกาซาด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สลด มือมีดบุกโรงเรียนฝรั่งเศส แทงครูตาย 1 ศพ ทำร้ายเจ็บอีก 2 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732740

สลด มือมีดบุกโรงเรียนฝรั่งเศส แทงครูตาย 1 ศพ ทำร้ายเจ็บอีก 2 ราย

14 ต.ค. 2566 00:12 น.

สลด มือมีดบุกโรงเรียนฝรั่งเศส แทงครูตาย 1 ศพ ทำร้ายเจ็บอีก 2 ราย

มือมีดบุกโรงเรียนมัธยมทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ตะโกนสรรเสริญพระเจ้า ก่อนก่อเหตุแทงครูจนเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 2 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายถือมีดบุกโรงเรียนมัธยม กอมเบตตา (Gambetta) ในเมืองอารัส ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น และก่อเหตุแทงครูจนเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 2 คน ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมตัวในเวลาต่อมา

ผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 20 ปีชื่อว่า โมฮาเหม็ด โมกูชคอฟ ชาวรัสเซียเชื้อสายเชเชน เป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนนี้ และเป็นที่รู้จักของหน่วยงานความมั่นคงฝรั่งเศสอยู่แล้ว เรื่องที่เขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินคนร้ายตะโกนคำว่า ‘พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่’ (Allahu Akbar) ระหว่างก่อเหตุด้วย

หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสออกมาประณามพฤติกรรมป่าเถื่อนของผู้ก่อการร้ายอิสลามิสต์หัวรุนแรง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศส สามัคคีกัน ไม่ยอมแพ้ต่อความหวาดกลัว หรือยอมให้อะไรก็ตามมาทำให้เกิดความแตกแยก

ผู้เสียชีวิตเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นครูอีกคนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งนายมาครงเผยว่า ครูผู้เสียชีวิตก้าวออกมาเพื่อปกป้องคนอื่นๆ ซึ่งช่วยชีวิตคนเอาไว้มากมายอย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้นำฝรั่งเศสบอกอีกว่า ตำรวจสามารถยับยั้งความพยายามก่อเหตุโจมตีในสถานที่อีกแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสเอาไว้ได้ แต่ไม่เผยรายละเอียด

ด้านสำนักงานอัยการแผนกต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส ระบุว่า พวกเขาเริ่มการสืบสวนเหตุการณ์นี้แล้ว ในฐานะคดีฆาตกรรมอันเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้าย และคดีพยายามฆ่าอันเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้าย ขณะที่ตำรวจจับกุมพี่ชายหรือน้องชายของผู้ก่อเหตุเอาไว้ด้วย 1 คน และว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว

ทั้งนี้ เหตุโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างชุมชนชาวยิวและมุสลิมในฝรั่งเศส ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในยุโรป หลังเกิดการสู้รบกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธ ฮามาส ของปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า 2,800 ศพแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า การโจมตีโรงเรียนกอมเบตตา มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสถานการณ์ดังกล่าวในตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc