‘เน็ค-นฤพล’ชื่นใจ เพลง‘อาชีพอกหัก’ปัง!! ยอดชมเอ็มวีทะลุ 1.3 ล้านวิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762705

‘เน็ค-นฤพล’ชื่นใจ เพลง‘อาชีพอกหัก’ปัง!! ยอดชมเอ็มวีทะลุ 1.3 ล้านวิว

‘เน็ค-นฤพล’ชื่นใจ เพลง‘อาชีพอกหัก’ปัง!! ยอดชมเอ็มวีทะลุ 1.3 ล้านวิว

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากปล่อยเพลงและหนังสั้น “อาชีพอกหัก” จากอัลบั้มเพลง “รัก” สู้ชีวิต ของศิลปินหนุ่มมาดเซอร์ “เน็ค-นฤพล” ออกมาให้แฟนได้ชม MV กันไม่นาน ล่าสุดยอดการชมในยูทูบทะลุ 1.3 ล้านวิว ทำให้เน็คและทีมงานหายเหนื่อยกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเน็ค เพราะเจ้าตัวคาดหวังกับเพลงนี้มากๆ “เน็ค-นฤพล” ได้กล่าวว่า

“เน็ค รู้สึกดีใจมากครับสำหรับพี่น้องแฟนคลับ แฟนเพลง ที่ทำให้เพลง “อาชีพอกหัก” ตอนนี้ยอดวิวทะลุ 1.3 ล้านวิวแล้วนะครับ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ ความดีใจความอิ่มอกอิ่มใจของผม และทีมงานด้วยนะครับ ก็ขอขอบคุณพี่น้องแฟนเพลงให้ความต้อนรับอย่างดีเข้ามาฟังกันอย่างล้นหลามด้วย และที่สำคัญที่สุดหลังจากฟังกันครบ 1.2 ล้านวิวแล้ว อย่าหยุดฟังกันนะครับ ให้ฟังกันต่อเนื่องกันกับเพลง “อาชีพคนอกหัก” จากเน็ค-นฤพลนะครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่กำลังทำอาชีพ “อาชีพอกหัก” นี้ กันทุกคนนะครับจริงๆ แล้วไม่มีใครอยากเป็นหรอกครับแต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอมันครับ ฝากติดติดตามและเป็นกำลังใจ ผลงานเพลง ของ “เน็ค-นฤพล” ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

หายข้องใจ‘เวียง-นฤมล’แจงแล้ว ความหมายชื่อเพลง‘ขอให้ฟ้าซุกใส่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762706

หายข้องใจ‘เวียง-นฤมล’แจงแล้ว ความหมายชื่อเพลง‘ขอให้ฟ้าซุกใส่’

หายข้องใจ‘เวียง-นฤมล’แจงแล้ว ความหมายชื่อเพลง‘ขอให้ฟ้าซุกใส่’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยอดวิวยังไหลอยู่ต่อเนื่องสำหรับเพลง “ขอให้ฟ้าซุกใส่” ของลูกทุ่งหมอลำสาวใช่ทุกสำเนียง “เวียง นฤมล” ที่ล่าสุดรวมทั้งสองเวอร์ชั่นก็ทะลุ 5 ล้านวิว อีกทั้งยังไต่อันดับชาร์ตสถานีวิทยุทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ กับเพลงรักซึ้งๆ ความหมายดีที่แฟนๆ หลายคนชื่นชอบทั้งเนื้อหาและตัวมิวสิกวีดีโอ รวมถึงเสียงร้องที่เข้าถึงอารมณ์ของ “เวียง นฤมล” แต่มีอีกหนึ่งอย่างที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับเพลง “ขอให้ฟ้าซุกใส่” คือความหมายของชื่อเพลงว่าแปลว่าอะไร เพราะคำไม่ค่อยคุ้นหูหรือได้ยินกันเท่าไรนัก เวียง นฤมล เผยว่า

“เวียงขอขอบคุณแฟนเพลงทุกๆ ท่านที่ชอบเพลง “ขอให้ฟ้าซุกใส่” และช่วยแชร์รวมถึงให้กำลังใจในทุกช่องทางนะคะ สำหรับความหมายของคำว่า “ขอให้ฟ้าซุกใส่” ประมาณว่าขอให้ฟ้าผลักใส่กัน ถ้าเปรียบก็คือขอให้พรหมลิขิตทำให้เราได้มาเจอกัน ได้ครองรักกันค่ะ ซึ่งอาจจะเป็นคำอธิษฐาน สิ่งที่ปรารถนาหรือเป็นการขอพรจากฟ้าประมาณนี้ค่ะ ซึ่งถ้าใครได้ดูมิวสิกวีดีโอก็อาจจะเข้าใจมากขึ้น เวียงก็ขอฝากเพลง “ขอให้ฟ้าซุกใส่” สามารถเข้าไปชมได้ที่ช่องยูทูบ “Grammy Gold Official” ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ”

‘เจ้าฝันถึงโลกสีใด’งานมอบรางวัลประกวดเรื่องสั้น-บทกวี 14 ตุลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762894

'เจ้าฝันถึงโลกสีใด'งานมอบรางวัลประกวดเรื่องสั้น-บทกวี 14 ตุลา

‘เจ้าฝันถึงโลกสีใด’งานมอบรางวัลประกวดเรื่องสั้น-บทกวี 14 ตุลา

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.40 น.

มูลนิธิ 14 ตุลา ร่วมกับ สมาคมนักเขียนฯ และ สมาคมภาษาและหนังสือฯ จัดงานมอบรางวัลประกวดเรื่องสั้น-บทกวี “เจ้าฝันถึงโลกสีใด” 50 ปี 14 ตุลา จิตวิญญาณประชาธิปไตย มิตรน้ำหมึกร่วมงานอบอุ่น

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิ 14 ตุลา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดเรื่องสั้นและบทกวี ในวาระ 50 ปี 14 ตุลา “14 ตุลา จิตวิญญาณประชาธิปไตย” โดยมี “จรัญ หอมเทียนทอง” กรรมการยุทธศาสตร์ ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ อดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ “นรีภพ จิรโพธิรัตน์” นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย “สุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ “เจน สงสมพันธุ์” อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ และ “ประเดิม ดำรงเจริญ” ประธานฝ่ายวรรณกรรม 50 ปี 14 พร้อมด้วยนักเขียน กวี สมาชิกแวดวงวรรณกรรม สื่อมวลชน และประชาชนผู้สนใจ ร่วมงาน บริเวณลานนิทรรศการ 50 ปี 14 ตุลา “เจ้าฝันถึงโลกสีใด” ด้านหน้าของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 12-23 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิ 14 ตุลา กล่าวว่า 14 ตุลา เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย เวลาผ่านไป 50 ปี คนรุ่นที่เกิดทัน 14 ตุลา ที่ได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ปัจจุบันก็ล่วงเข้าสู่วัยชรา คนรุ่นใหม่จำนวนมากก็จะไม่มีโอกาสทราบเรื่องราวเหล่านั้น 50 ปี จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะต้องจัดรำลึกเหตุการณ์ขึ้น เพื่อจะได้สืบทอดอุดมการณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป เพราะประชาธิปไตยในประเทศไทยยังคงล้มลุกคลุกคลานอยู่ เหมือนกับหลาย ประเทศในโลกที่ต้องใช้เวลาและการต่อสู้เพื่อสร้างสรรค์สังคม จึงจำเป็นที่จะต้องจัดงานในวาระนี้เพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันได้รับไม้ต่อจากคนรุ่นเก่า หากรอไปจัดตอน 60 ปี คนรุ่นเก่าก็อาจจะจากไปหรือหลงลืมไปแล้ว 50 ปี จึงนับเป็นเวลาที่เหมาะสม

นายแพทย์วิชัย กล่าวต่อว่า การเลือกวรรณกรรมมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมของวาระ 50 ปี 14 ตุลา เพราะวรรณกรรมทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการหล่อหลอมอุดมการณ์ ปลุกเร้าการต่อสู้ และปลอบประโลมความเจ็บปวด รวมถึงสร้างพลังต่างๆ ได้มากมาย งานวรรณกรรมมีบทบาททุกยุคสมัย ทุกสังคม 

แต่ในฐานะที่เป็นภาคเอกชนหน่วยเล็กๆ จึงไม่สามารถจัดการประกวดที่เป็นผลงานชิ้นใหญ่อย่างหนังสือเล่มหรือนวนิยายได้ จึงประกวด “เรื่องสั้น” และ “บทกวี” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงศิลปินแห่งชาติ ศิลปาธร นักเขียน นักประพันธ์ มาร่วมเป็นกรรมการวางกติกา โดยมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากพอสมควร และดำเนินการตัดสินแล้วเสร็จเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

“ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ก้าวหน้าขึ้น ทำให้สามารถจัดพิมพ์รวมผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดไว้ในหนังสือที่จัดพิมพ์เป็นพิเศษในวาระนี้แล้วเสร็จทัน โดยความพิเศษของเล่มนี้ มีการนำวรรคหนึ่งจากบทเพลงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่ยังคงร้องกันอยู่ คือเพลงนกสีเหลือง ซึ่งมีวรรคทอง “เจ้าฝันถึงโลกสีใด” และได้นำวรรคทองนี้มาเป็นชื่อนิทรรศการและเป็นชื่อหนังสือ มีการนำเหรียญที่ระลึกในวันพระราชทานเพลิงศพวีรชน 14 ตุลา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการเผาศพสามัญชนคนไทยที่ท้องสนามหลวง เพราะปกติเป็นสถานที่เฉพาะสำหรับราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น มีการนำเหรียญที่ระลึกมาปรับปรุงใหม่ แบ่งเป็น 2 ส่วน หน้า-หลัง ส่วนหนึ่งอยู่ปกหน้าหนังสือ และอีกส่วนอยู่ปกหลังหนังสือ และจำหน่ายภายในงานครั้งนี้ โดยสามารถสอบถามได้ที่บูทนิทรรศการ 50 ปี 14 ตุลา” นายแพทย์วิชัยกล่าว

ทั้งนี้ ผลการประกวดเรื่องสั้นและบทกวี ในวาระ 50 ปี 14 ตุลา “14 ตุลา จิตวิญญาณประชาธิปไตย” มีผลงานได้รับรางวัลดังนี้

ประเภทเรื่องสั้น

 เรื่องสั้นชนะเลิศ ได้แก่ “ซ่อนกลิ่น” โดย ศิริพงศ์ หนูแก้ว

 รองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ กาลครั้งหนึ่ง…ในประเทศไทย โดย สาคร พูลสุข และ ดวงจันทร์ในช่องเขาขาด โดย สาโรช แซ่ซึง

รางวัลชมเชย 10 รางวัล ดังนี้

1. จุณความว่างกลางเดือนตุลาคม โดย กิตติศักดิ์ คงคา
2. ศิลปกรรมคนเมือง โดย ชม นวนมุสิก
3. งูสวัด โดย พิณพิพัฒน ศรีทวี
4. รูปสัญญะล่องลอย โดย วินทกานท์
5. ประวัติศาสตร์ 66 ปี กับ 8 นาทีที่ความทรงจำเป็นใบ้ โดย ศิริ มะลิแย้ม
6. เธอ…อยู่ที่ใด โดย Rosaline
7. แค่ฉากอีโรติก  โดย ฮีม พาราพิพัฒน์
8. ระหว่าง  โดย แรมสองค่ำเดือนสราปีมะโรง
9. พี่สาวน้องชาย เรื่องบางเรื่องไม่เหมาะเป็นเรื่องสั้น โดย สันติสุข กาญจนประกร
10. อัตชีวประวัติของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง  โดย ชาคริต คำพิลานนท์

ประเภทบทกวี

 บทกวีชนะเลิศ ได้แก่ ห้าสิบปีต่อมา โดย คีตา บารัตดายา

 รองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่  จนกว่าฟ้านี้จะสีทอง โดย อัษฎาวุธ ไชยวรรณ และ ตู้ไปรษณีย์หมายเลข 2516 โดย องอาจ สิงห์สุวรรณ

รางวัลชมเชย มี 10 รางวัล ดังนี้

1. 14 ตุลา โดย จามรี ตันไพฑูรย์ดิถี
2. รำลึกถึงนกตัวแรกที่แตกดับ (แด่จีระ บุญมาก) โดย อติรุจ ดือเระ
3. ประวัติศาสตร์ไม่เคยบอกเรา  โดย จีรนันท์ สงเปีย
4. ห้าสิบปีสิบสี่ตุลา แตกพร่า..เป็นภาพเลือน โดย ขอบฟ้า เหตุการณ์
5. EXHIBITION  นิทรรศการไม่เคยเปลี่ยน  โดย  เสฏฐ์ บุญวิริยะ
6. อนุสรณ์แห่งสุสาน โดย ภูวดล ภูโยฮาต
7. รากแห่งเดือนตุลาฯ  โดย  นายทิวา
8. วันนี้มือทุกมือคือมือไท  โดย ปริญญ์ สระปัญญา
9. แรงกระเพื่อม (การเคลื่อนไหวใต้เงาเงื้อมประวัติศาสตร์) โดย  เมธาวี ก้านแก้ว
10. ปีศาจ  โดย ดิตถ์จรัส

ค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์ กิจกรรมหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762849

ค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์ กิจกรรมหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30

ค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์ กิจกรรมหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

ค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์ กิจกรรมหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30 จะเริ่มขึ้น

คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 30 ร่วมกันจัด ค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์ : การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม 2566 ณ วังรี รีสอร์ท จ.นครนายก มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักฟุตบอลได้รู้จักและทำกิจกรรมร่วมกัน ในการสร้างความสัมพันธ์กันของ 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยมี มาสเตอร์อาสา มรพงษ์ หัวหน้าสำนักผู้อำนวยการ/ผู้แทนผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ นางณิชาฒ์ สุกรี รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นายเตชิต เอกรินทรากุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ กลุ่มกิจกรรมพิเศษ นางวราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและมาตรฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมเป็นประธานเปิดค่ายจตุรมิตรสัมพันธ์

สำหรับกิจกรรมในค่าย ประกอบด้วย กิจกรรมสันทนาการ จากคณะครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่รับหน้าที่ดูแลการจัดค่ายในครั้งนี้ นอกจากนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ชลัช ภิรมย์ คณะกรรมการผู้ตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอล วิทยากรและผู้ประเมินผู้ตัดสินของสมาคมฯ Referee Assessor ของเอเอฟซี มาให้ความรู้เกี่ยวกับกฎกติกาการแข่งขัน นอกจากนี้มีพี่ ๆ ศิษย์เก่าที่เคยผ่านการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี มาแบ่งปันประสบการณ์ ประกอบด้วย

ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ : ภานุพงศ์ วงศ์ษา, สถาพร  ใจผ่อง, มาสเตอร์เชี่ยวชาญ  แพรขุนทด

นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ : วรวุฒิ  วังสวัสดิ์ ธวัชชัย, ทองฮวด, ไพฑูรย์  เทียบมา

ศิษยเก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย : ศักดา  เจิมดี

ศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย : สุริยะ  อมตเวทย์

นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรมจตุรมิตรปาร์ตี้ เพื่อให้นักกีฬาทั้ง 4 โรงเรียน ได้ผ่อนคลาย ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตนในนามสถาบันต่อไป โดยมีแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ไดแก่ คุณศราวุธ  สุวรรณจูฑะ ปลัดจังหวัดนครนายก (สวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 106) คุณชุมพลภัทร เลาหพานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) คุณวิสิฐศักดิ์ สิทธิศิรประพันธ์ นายกสโมสรโรตารี่นครนายก (นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ รุ่น 107)นายวัชรพงษ์ เอี่ยมอาจหาญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก (นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ รุ่น 103)

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิสามัคคี ครั้งที่ 30 “สร้างความดีสู่วิถึชีวิตใหม่” ซึ่งปีนี้ โรงเรียนเทพศิรินทร์ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 11-18 พฤศจิกายน 2566 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน กรุงเทพฯ

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2566
เวลา 13.00 น. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย พบ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
เวลา 16.00 น. โรงเรียนอัสสัมชัญ พบ โรงเรียนเทพศิรินทร์

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2566
เวลา 13.00 น.โรงเรียนอัสสัมชัญ พบ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
เวลา 16.00 น. โรงเรียนเทพศิรินทร์ พบ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2566
เวลา 13.00 น. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พบ โรงเรียนอัสสัมชัญ
เวลา 16.00 น.  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย พบ โรงเรียนเทพศิรินทร์

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566
เวลา 13.00 น. คู่ชิงอันดับที่ 3
เวลา 16.00 น. คู่ชิงชนะเลิศ

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/jaturamitrofficial

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762817

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.59 น.

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 คณะผู้บริหาร สำนักงานสภานโยบายวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) นำโดย นางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข รองผู้อำนวยการ สอวช. ดร.สุชาต อุดมโสภกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Jabatan Perkhidmatan Awam (JPA) จากประเทศมาเลเซีย กว่า 30 คน โดยการประสานงานของ เดล คาร์เนกี (Dale Carnegie) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ที่ให้ความสนใจกระบวนการทำงานของ สอวช. ในฐานะหน่วยงานนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ ที่มีความเป็นผู้นำในหลาย ๆ ด้าน

นางสาวรติมา กล่าวว่า JPA เป็นหน่วยงานราชการที่มีลักษณะการทำงานเหมือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.) ของบ้านเรา เขาสนใจการวางรูปแบบการทำงานของ สอวช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการทำนโยบายด้าน อววน. ของประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงติดต่อทาง เดล คาร์เนกี ของทั้งสองประเทศ เพื่อประสานเข้ามาดูงาน ซึ่งทาง สอวช. เองได้แชร์รูปแบบและตัวอย่างการทำงานของ สอวช. ที่มีความเป็นผู้นำทางด้านธรรมาภิบาล มีคุณธรรม มีความโปร่งใส มีส่วนร่วม มีความรับผิดชอบ มีความคุ้มค่า ตามหลักนิติธรรม และน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9  ใช้เป็นหลักของการทำงาน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่ง สอวช. นำดิจิทัลเข้ามาใช้ ทั้งงานด้านกฎหมาย ด้านบัญชี ด้านบุคคลและด้านอื่น ๆ ที่มีการนำระเบียบไปใส่ในระบบ ส่งเสริมธรรมาภิบาลได้เป็นอย่างดี

รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า หลังจากที่ สอวช. ได้นำเสนอ ทาง JPA ยอมรับว่าการออกแบบการทำงานของ สอวช. โดยเฉพาะเรื่องความเป็นผู้นำทางด้านธรรมาภิบาล สอวช. ออกแบบได้ดีมาก และที่เขาสนใจ คือเรื่องการสรรหาบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การทำงานในรูปแบบ Work from anywhere ซึ่ง สอวช. ได้ดำเนินการมาก่อนเกิดสถานการณ์โควิด โดยทาง JPA ยอมรับว่าเขาไม่มีนโยบายดังกล่าวเลย นอกจากนี้ ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทั่วโลกนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบในหน่วยงานของรัฐ ทาง JPA เองก็ยอมรับว่า หลายอย่างเขายังทำไม่ได้ และยังติดรูปแบบเดิมอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเอกสารที่ยังใช้เป็นกระดาษเพื่อจัดเก็บข้อมูล ซึ่งจากรูปแบบที่สอวช. ดำเนินการ เขามองว่ารัดกุม ตรวจสอบได้ มีการสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย หากเกิดการล่มของระบบจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งทาง JPA จะขอนำไปเป็นโมเดลต้นแบบ ในการดำเนินงานต่อไป

ด้าน ดร.สุชาต ได้นำเสนอผลงานของ สอวช. ภายหลังจากดำเนินงานย่างเข้าสู่ปีที่ 5 ว่า สอวช. ได้วางรากฐานโครงสร้างทางนโยบาย ด้วยการใช้ อววน. นำพาประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงได้ภายในปี 2580 โดยยกตัวอย่าง การพัฒนากำลังคน การสร้างแพลตฟอร์ม STEMPlus การพัฒนาทักษะและสมรรถนะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ สอวช. ได้พัฒนาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง จนได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 นอกจากนี้ ยังใช้กลไกเชิงยุทธศาสตร์ อววน. เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 สอวช. ได้วางแนวทางข้อริเริ่มในการทำงานเชิงพื้นที่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยทำโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และชุมชน ให้เป็นจังหวัดต้นแบบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เป็นต้น

ด้านนายริชาร์ด บาราฮิม (Richard Barahim) ผู้แทนจาก JPA กล่าวว่า ขอบคุณ สอวช. ที่ได้ให้โอกาส JPA ได้เข้ามาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า สอวช. ในฐานะหน่วยงานทำนโยบายของรัฐบาล มีความทันสมัยและมีหลักธรรมาภิบาลสูง นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ได้อย่างคล่องตัว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่ “รัฐบาลดิจิทัล” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ JPA จะได้นำไปปรับใช้กับระบบการทำงาน และคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกันอีกในอนาคต

เร่งอพยพ ‘คนไทย’ ออกจาก ‘อิสราเอล’ ยังน่ากังวล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561022

14 ต.ค. 2566

เร่งอพยพ 'คนไทย' ออกจาก 'อิสราเอล' ยังน่ากังวล

ทูติไทยประจำ ‘อิสราเอล’ แจ้งข่าวนายกรัฐในตรี ไม่สามารถติดต่อ ‘คนไทย’ บางส่วนในพื้นที่สู้รบ ซึ่งมีราpชื่อเดินทางกลับได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการความรุนแรงในตะวันออกกลางว่า ได้รับแจงจากทูตไทยในอิสราเอลว่าเครื่องบินที่นำคนไทยกลับประเทสเพิ่งเดินทางออกมาอีกลำถือเป็นเรื่องดี

แต่มีเรื่องที่น่ากังวลใจอยู่ คือมีคนไทยที่อยู่ในรายชื่อเดินทางกลับ ไม่ปรากฎตัว ติดต่อไม่ได้ บางส่วนเปลี่ยนใจไม่กลับ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบางคนแสดงเจตจำนง แต่แจ้งมาว่าออกจากพื้นที่ไม่ได้เพราะมีการถล่มจรวดมาต่อเนื่อง

 เพราะความรุนแรงของสงครามไม่ได้ลดน้อยลงไป โดยรัฐบาลจะจัดเครื่องบินให้ได้เยอะที่สุด  และท่านทูตก็แจ้งว่าทหารอิสราเอลก็ช่วยลำเลียงคนจากจุดสุ่มเสี่ยงเต็มที่

เมื่อถามว่าทูตปาเลสไตน์เสนอให้รัฐบาลใช้ความสำพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เพื่อดึงอิสราเอลมาเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์
นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าคงมีการเจรจากันอยู่แล้วขอยืนยันว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เป็นเพียงผู้บริสุทธ์ที่เดือดร้อน

หน้าที่ในฐานะนายกฯคือต้องให้คนไทยปลอดภัยเยอะที่สุด ทั้งคนที่ตกค้างอยู่ หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บ และที่น่ากังวลมากคือคนที่ตกเป็นตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะใช้ทุกทางทั้งทางปาเลสไตน์หรือประเทศอื่นที่มีความสำพันธ์ที่ดี เพราะสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย

‘นายกรัฐมนตรี’ อยากได้ยินเสียงหนุน ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561014

14 ต.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' อยากได้ยินเสียงหนุน 'เงินดิจิทัล'

อย่าปล่อยให้เสียงคนคัดค้าน ‘เงินดิจิทัล’ ดังอยู่ฝ่ายเดียว ‘นายกรัฐมนตรี’ อยากฟังเสียงคนสนับสนุนบ้าง ยันรัฐบาลตั้งใจทำให้ประชาชน

ทวิตเตอร์ ของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาว่าทราบดีว่า โครงการ เงินดิจิทัล หรือ Digital Wallet นั้นมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราในฐานะรัฐบาลของประชาชนจึงรับฟังทุกความเห็นเพื่อเอามาปรับให้ดีและตรงใจทุกคน

อยากให้เราลองนึกภาพไปด้วยกันว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้มีเงินดิจิทัล เข้ามาในระบบ 560,000 ล้านบาท ถ้าท่านเป็นภาคอุตสาหกรรมท่านจะผลิตสินค้ามารองรับไหม จะต้องซื้อวัสดุเพื่อมาผลิตสินค้าเตรียมขายหรือไม่ จะมีการจ้างคนเพิ่มไหม แล้วเงินจะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนเท่าไหร่

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตั้งใจให้เงินถูกเอาไปใช้ในพื้นที่ตามบัตรประชาชนของท่าน เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ ไม่ใช่พัฒนาเมืองใหญ่อย่างเดียว หากท่านเห็นตรงกัน และชอบโครงการนี้อยู่ อย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วยโดยไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการนี้

และขอให้ส่งเสียงบอกกับพวกเราบ้างว่า ท่านมีความสุข และดีใจที่รัฐบาลนี้มอบเงินดิจิทัลให้ เราเองก็อยากได้กำลังใจจากทุกคน เพราะพวกเราตั้งใจมาทำงานให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ‘ทักษิณ’ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561000

14 ต.ค. 2566

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ 'ทักษิณ' ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

“อธิบดีกรมราชทัณฑ์” ชี้แจงภาพ “ทักษิณ ชินวัตร” ถูกเข็นมาบนเตียงผู้ป่วย เป็นภาพจริง แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ นำตัวไปทำ CT-Scan และ MRI และกลับพักรักษาตัวต่อแล้ว

14 ต.ค. 2566 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีที่ภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ถูกเข็นมาจากห้องพักของโรงพยาบาลตำรวจ ถูกแชร์ว่อนอยู่ในโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา 

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าภาพดังกล่าว เป็นภาพนายทักษิณ จริง โดยผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษได้รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ  10.00 น. วานนี้ (13 ต.ค.2566) แพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ได้นำตัว นายทักษิณ ไปทำ CT-Scan กับ MRI ที่ตึก ภปร. และดำเนินการเสร็จในเวลา 11.00 น. จากนั้น นำกลับไปพักรักษาที่ห้องผู้ป่วยเช่นเดิม ทั้งนี้ เป็นไปตามระบบการรักษาผู้ป่วย ส่วนรายละเอียดอาการเจ็บป่วยนั้นแพทย์ไม่ได้แจ้ง เนื่องจากการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย และจรรยาบรรณแพทย์

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ทักษิณ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ทักษิณ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 22 ส.ค. 2566 หลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนทางกฎหมายได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยนายทักษิณ มีประวัติการรักษาตัวจากแพทย์ในต่างประเทศ โดยโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือโรคหัวใจ 

ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทยวันที่ 22 ส.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทยวันที่ 22 ส.ค. 2566

ในขณะที่นายทักษิณ พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทายอภัยโทษ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้ เหลือจำคุกต่อไปอีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือ และทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ 

พระบรมราชโองการ อภัยลดโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตรพระบรมราชโองการ อภัยลดโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตร

และเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยืนยันว่า นายทักษิณ ถูกส่งตัวเข้ารับการผ่าตัด ด้วยอาการที่มาจากหลายสาเหตุ โดยหลังการผ่าตัดอาการปลอดภัย และดีขึ้นตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ต.ค. 2566 ที่จะถึงนี้ นายทักษิณ จะต้องเข้าสู่กระบวนการนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำฯ เกินกว่า 60 วัน โดยทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ต้องทำความเห็น เสนอผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อขอความเห็นจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ต่อไป 

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2732599

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ มอบเงินพร้อมจัดรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม

14 ต.ค. 2566 05:01 น.

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ มอบเงินพร้อมจัดรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม

ต้านมะเร็ง  –  ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ นายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 1 มอบเงินสนับสนุนกรมกิจการสตรีและศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมจัดรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม โดยมี นพ.อธิศพันธุ์ จุลกทัพพะ มาร่วมงานด้วย ที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ วันก่อน.

สงครามคือต้นเหตุแห่งความวิบัติสูญเสีย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…มาถึงนาทีนี้ทั่วโลกยังต้องเกาะติดสถานการณ์การสู้รบระหว่าง อิสราเอล กับ กลุ่มฮามาส อย่างใกล้ชิดเพราะยังมีการเปิดฉากโจมตีกันอย่างดุเดือดเป็นระลอก ส่งผลให้ทั้งทหาร และพลเรือน ของทั้ง 2 ฝ่าย เสียชีวิต ไปแล้วกว่า 4,000 ศพ บาดเจ็บอีกหลายพันคน รวมทั้งมี คนไทย ที่เข้าไปทำงานในประเทศอิสราเอล โดยเฉพาะบริเวณ ฉนวนกาซา ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ เสียชีวิต กว่า 20 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกนับสิบคน และถูกกลุ่มฮามาส จับเป็นตัวประกัน อีก 16 คน ท่ามกลางความกังวลและห่วงใยจากครอบครัว และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ
ส่งของขวัญ  –  บุษบา จิราธิวัฒน์, พิชัย จิราธิวัฒน์ และ พล.ท.อานุภาพ ศิริมณฑล เปิดโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 14 ชวนส่งมอบของขวัญปีใหม่และวันเด็กให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ โดยมี ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ล่าสุด เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแผนดูแลคนไทยในอิสราเอลที่ต้องการกลับประเทศไทย โดยให้ กระทรวงการต่างประเทศและ กระทรวงคมนาคม เร่งเจรจากับ การบินไทย สายการบินแอร์เอเชีย และ สายการบินพาณิชย์อื่นๆ เพื่อเร่งระดมจัดส่งเครื่องบินจำนวนมากที่สุดให้พอเพียงกับการไปรับคนไทยทุกคนทั้ง 5,000 กว่าคน ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด…พร้อมทั้งได้เน้นย้ำว่า รัฐบาล ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย ของประชาชนคนไทยทุกคนที่อยู่ใน อิสราเอล สูงสุด
ยอดเยี่ยม  –  ดาร์เรน อึ๊ง มาร่วมแสดงความยินดีแก่ ไมเคิล เฮนสเลอร์ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในโอกาสโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้รางวัลโรงแรมเพื่อการจัดประชุมและสัมมนายอดเยี่ยม โดยมี ธีระเกียรติ จิราธิวัฒน์ มาร่วมปลื้มด้วย ที่ รร.เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ขณะที่ ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงการจัดหาเครื่องบินเพื่อไปรับคนไทยว่า ในขณะนี้ สายการบินแอร์เอเชีย ตอบรับแล้ว 2 ลำ สายการบินนกแอร์ 2 ลำ รวมทั้งของ การบินไทย และเครื่องบิน ของกองทัพอากาศ โดยได้เร่งประสานกับ ทางการอิสราเอล เมื่อเครื่องบินไปถึงแล้วจะได้สามารถรับ แรงงานไทย กลับได้เลย เพราะเป้าหมายตอนนี้คือ อพยพคนไทยกลับมาให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม น่านฟ้าของอิสราเอลไม่ได้เปิดตลอด และเส้นทางการบินบางจุดผ่านได้ บางจุดผ่านไม่ได้ ต้องบินอ้อม เพราะอยู่ใน ภาวะสงคราม นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หาช่องทางอื่นในการอพยพด้วย รัฐบาล ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาความปลอดภัยให้กับคนไทย…ในภาวะยากลำบากจาก ภัยสงคราม ขอส่งกำลังใจให้แก่ พี่น้องแรงงานไทยในอิสราเอล รวมทั้งให้กำลังใจในความพยายามของ รัฐบาล และ เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ที่มีหน้าที่ต้อง ประสาน และ ปฏิบัติการ ในการให้ความช่วยเหลืออพยพ พี่น้องคนไทย ในอิสราเอล…ขอให้ทุกคนเดินทางกลับแผ่นดินเกิดด้วยความปลอดภัย
ให้ดีที่สุด  –  ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา และ ปรัธนา ลีลพนัง เปิดตัว “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ซิม” เพื่อมอบประสบการณ์บริการระบบสื่อสารดีที่สุดจากเอไอเอสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมี เบญจพร กำเพ็ชร, ชูวิทย์ ศิริเวชกุล และ ฤดี เชี่ยวสมุทร มาร่วมงานด้วย ที่ ททท. วันก่อน.
  • อืม…วันที่ 16 ต.ค.นี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ ปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะนำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ และ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต เพื่อลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนตามนโยบายหลักของรัฐบาล…งานนี้ต้องยกนิ้วให้ รมต.สุริยะ ทำได้ ทำจริง ทำไว ตามสไตล์นักบริหารมืออาชีพ ที่สำคัญต้องจับตากันต่อไปในการเจรจา ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่อยู่ระหว่าง การตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาร่วมกับภาคเอกชน ว่าจะสำเร็จลุล่วงตามที่ รมต.สุริยะ กำหนดเป้าหมายที่จะให้เชื่อมต่อ โครงการรถไฟฟ้าทุกสี ทุกเส้นทาง ในราคา 20 บาท ตลอดสาย ภายใน 2 ปี…ถ้าทำได้สำเร็จ ต้องถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง เพราะทำให้ประชาชนจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ
ตามไปดู  –  คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ จัดงาน “MQDC Well Living Expo” มหกรรมแสดงโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายแบรนด์ในเครือ MQDC จัดถึง 15 ต.ค. โดยมี ภานรินทร์ มนุญากร, คณบดี พลยะศรีสวัสดิ์ และ ชัยยศ ตันพิสุทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
  • เฮ้อ…ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นในการทำงานของ ทีมโฆษกรัฐบาล กรณีที่มีการสั่งห้ามไม่ให้ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าประชุม ครม. พร้อมกันทั้งหมด แต่ให้ผลัดเวียนกันเข้าประชุม…ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า เมื่อ ครม. ย้ายมาใช้ห้องประชุม ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 มีพื้นที่เล็กจึงจำกัดคนให้พอเหมาะ สำนักเลขาธิการนายกฯ เป็นผู้จัดว่าใครจะเข้าร่วมบ้าง โดยได้รับแจ้งให้ โฆษกฯ เข้าทุกครั้ง ส่วน รองโฆษกฯ ให้หมุนเวียนกันเข้านัดละ 1 คน…ส่วนที่ผ่านมาทุกรัฐบาลไม่เคยมีคำสั่งห้ามรองโฆษกฯเข้าร่วมประชุม เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ตนเองไม่ทราบ แค่ปฏิบัติตามระเบียบ ต้องไปถามคนออกระเบียบ …สงสัยทีมกระบอกเสียงรัฐบาลจะกลายเป็นทีมกระบอกแตกซะแล้ว
ล้านต้น  –  นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ และ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ จัดงาน “ Siam Piwat Run Forest Run” เพื่อชวนทุกคนร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวด้วยการวิ่งสะสมระยะทาง มอบให้โครงการต้นไม้ 1 ล้านต้น โดยมี สรัลธร อัศเวศน์ และ ณัฐวุฒิ สุทธิวิไชย มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • ผ่างๆ…ในการประชุม วุฒิสภา วันก่อน สว. ได้ตั้งกระทู้ถามสด ถึงเรื่อง นโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ตอบกระทู้ว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพลจะใช้ มาตรการภาษี เหมือนกรณีที่ สหรัฐอเมริกา ปราบปราม กลุ่มอัลคาโปน ทำให้กลุ่มอัลคาโปนหายไปจากสหรัฐฯ โดยมาตรการที่จะดำเนินการ คือ บูรณาการทุกหน่วยงาน ตรวจสอบภาษีผู้มีอิทธิพล และ คนข้างเคียง นำ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เส้นทางภาษี ไม่อยากให้งานปราบผู้มีอิทธิพลเป็น งานหวือหวา หรือ ไฟไหม้ฟาง แต่ต้องการวางระบบให้ดี บีบให้คนไม่ดีออกไป ป้องกันคนไม่ดีเกิดขึ้น เป็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพลรูปแบบใหม่ ที่ตรวจสอบทั้งกระบวนการ รวมถึงมือไม้ที่ทำงานให้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวม รายชื่อผู้มีอิทธิพล ตามที่ประชาชนร้องเรียน มีส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว คือ จ.ขอนแก่น และ กทม. ยืนยันตนเองตั้งใจทำงานเป็น บทพิสูจน์ ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพราะงานนี้เป็นความหวังคนไทยจำนวนมาก หลังจากนี้จะไม่มีผู้มีอิทธิพลเกิดขึ้นง่ายๆเหมือนในอดีต…“ธนูเทพ” ขอให้กำลังใจ รมต.ชาดา ให้ดำเนินการเรื่องการปราบปราม ผู้มีอิทธิพล ครั้งนี้ให้เห็นผลโดยเร็ว โดยเชื่อมั่นว่า คนที่กว้างขวางในแวดวงนักเลง มาก่อน อย่าง รมต.ชาดา น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับ เครือข่ายผู้มีอิทธิพล ในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี ถึงแม้เป็นเรื่องยากที่จะปราบให้สิ้นซาก แต่อย่างน้อยก็ปรามผู้มีอิทธิพลให้หยุดซ่าได้แน่นอน
เล่นเพลิน  –  ปราการ นกหงษ์ เปิด “HarborLand” สนามเด็กเล่นในร่มมาตรฐานระดับโลกตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวคนเมือง โดยมี สุธาวดี ศิริธนชัย, อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช, ภัทรมน วรรณพานิช และ กิตติพรรณ สุคนธวิท มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…พระราชทานเพลิง พล.ต.อนุสรณ์ อุทธิเสน พี่ชาย อภิรัฐ อุทธิเสน ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.ศรีสะเกษ ที่วัดสันป่าสักวรอุไรธรรมาราม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 15 ต.ค. 15.00 น. 

“ธนูเทพ”

WHO และ UN ขออิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพในกาซา ชี้เป็นไปไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732788

WHO และ UN ขออิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพในกาซา ชี้เป็นไปไม่ได้

14 ต.ค. 2566 11:34 น.

WHO และ UN ขออิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพในกาซา ชี้เป็นไปไม่ได้

องค์การสหประชาชาติรวมทั้งองค์การอนามัยโลก ต่างเรียกร้องให้อิสราเอล ยกเลิกคำสั่งอพยพในกาซา เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของชาวปาเลสไตน์กว่า 1 ล้านคน รวมทั้งผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล ที่ไม่น่าจะอพยพออกจากพื้นที่ได้ทันภายในเส้นตายที่กำหนด

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลพิจารณาคำสั่งอพยพประชาชนออกจากทางตอนเหนือของกาซาอีกครั้ง เนื่องจากการอพยพคนจำนวนมากกว่า 1.1 ล้านคนภายใน 24 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยขอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ที่อยู่ในสภาพเลวร้ายอยู่แล้ว ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ทำงานในฉนวนกาซาได้รับแจ้งจากกองทัพอิสราเอลว่า ประชากรทั้งหมดของกาซา ซึ่งอยู่ทางเหนือของวาดิ กาซา ควรอพยพย้ายไปอยู่ทางภาคใต้ของกาซาภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยคำสั่งดังกล่าวยังครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่สหประชาชาติทั้งหมดและผู้ที่อาศัยหลบภัยอยู่ในสถานที่ของสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงโรงเรียน ศูนย์สุขภาพและคลินิก

เช่นเดียวกับองค์การอนามัยโลกที่ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กองทัพอิสราเอลยกเลิกคำสั่งอพยพดังกล่าวโดยระบุว่า การที่จะอพยพผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัสซึ่งมีหลายร้อยคน ออกจากโรงพยาบาลในกาซาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และหากมีการอพยพจริงอาจจะส่งผลต่อความเป็นความตายของผู้ป่วย เพราะการอพยพผู้คนจำนวนมากจะล่าช้า ท่ามกลางสภาพถนนที่ได้รับความเสียหาย ขาดเครื่องมือที่จำเป็นในการลำเลียงคนไข้ ในขณะที่ผู้ป่วยไม่สามารถจะรอเวลาได้ และย่อมจะส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่แพทย์ และพลเรือนคนอื่นๆ ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังขอให้อิสราเอลยกเลิกการปิดล้อมกาซา และเปิดทางให้มีเส้นทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทันทีเพื่อเร่งส่งอุปกรณ์การแพทย์ให้ถึงโรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในเวลานี้.

ที่มา : อัลจาซีรา

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สงครามอิสราเอล”