ยุโรปพร้อมลงขันต่อ-เพนตากอนจี้ทำงบยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730214

ยุโรปพร้อมลงขันต่อ-เพนตากอนจี้ทำงบยูเครน

4 ต.ค. 2566 08:29 น.

ยุโรปพร้อมลงขันต่อ-เพนตากอนจี้ทำงบยูเครน

สหภาพยุโรปได้แสดงสัญลักษณ์ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับยูเครนอีกครั้ง หลังส่งรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกเข้าร่วมประชุมกับนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่กรุงเคียฟของยูเครน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำยูเครนเน้นย้ำว่าชัยชนะของยูเครนในสงครามกับรัสเซียครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือกับสหภาพยุโรป ขณะที่นายโจเซฟ บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป แผนสันติภาพ 10 ข้อของนายเซเลนสกีในการประชุม G20 ที่มีรายละเอียดเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารทั้งหมดและฟื้นคืนสภาพพรมแดนยูเครน-รัสเซียตามเดิม คือแผนการเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีแผนการอื่น และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปที่กรุงเคียฟครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณให้รัสเซียเห็นว่า เราไม่กลัวจรวดหรือโดรนของรัสเซีย

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปส่งความช่วยเหลือแก่รัฐบาลยูเครนไปแล้วกว่า 110,000 ล้านยูโร หรือกว่า 4.27 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม 85,000 ล้านยูโร หรือกว่า 3.3 ล้านล้านบาท และความช่วยเหลือทางการทหาร 25,000 ล้านยูโร หรือกว่า 971,000 ล้านบาท ซึ่งนายบอร์เรลยังกล่าวว่า ยุโรปขอรับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือยูเครนต่อไป ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับรัฐบาลสหรัฐฯ อีกทั้งสหภาพยุโรปกำลังพิจารณางบประมาณความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนในปี 2567 คิดเป็นมูลค่า 5,000 ล้านยูโร หรือกว่า 194,000 ล้านบาท คำกล่าวถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายบอร์เรลในที่นี้ หมายถึงกรณีงบช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 864,000 ล้านบาท ถูกตัดจากร่างงบประมาณสหรัฐฯ เพื่อที่จะได้รับเสียงสนับสนุนในสภาคองเกรสอย่างเพียงพอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีงบช่วยเหลือยูเครนถูกตัดออกจากแผนงบประมาณที่ลงมติรับรองไปเมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น ทางทำเนียบขาวสหรัฐฯได้มีการติดต่อพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะสนับสนุนยูเครนต่อไป และสหรัฐฯจะจัดทำแผนงบประมาณสนับสนุนยูเครนเพิ่มเติมในเร็วๆนี้ ขณะที่สื่อเอพีเผยว่า กระทรวงกลาโหม เพนตากอนสหรัฐฯได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกสภาคองเกรสเตือนว่างบประมาณก้อนที่แล้วสำหรับทดแทนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สูญเสียไปในสนามรบยูเครน จากทั้งหมด 25,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 932,400 ล้านบาท ได้เหลือเพียง 1,600 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 57,600 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หาก สหรัฐฯไม่ผ่านงบก้อนใหม่ในเร็วๆนี้ จะทำให้การส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนเริ่มชะงักภายใน 2-3 สัปดาห์ ส่วนนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย มองว่า สหรัฐฯและยุโรปกำลังเหนื่อยล้าเพิ่มมากขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน แต่แน่นอนว่าสหรัฐฯจะเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงต่อไป.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

เปิดเบื้องลึก สาเหตุวิกฤติผู้อพยพทะลักเข้ามายังสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729740

เปิดเบื้องลึก สาเหตุวิกฤติผู้อพยพทะลักเข้ามายังสหรัฐฯ

4 ต.ค. 2566 08:00 น.

เปิดเบื้องลึก สาเหตุวิกฤติผู้อพยพทะลักเข้ามายังสหรัฐฯ

  • สหรัฐอเมริกาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับวิกฤติผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้าประเทศ โดยการอพยพเข้ามามีทั้งแบบถูกกฎหมายและลักลอบเข้าประเทศ ซึ่งในเวลานี้มีรายงานผู้ลักลอบอพยพข้ามแดนแตะระดับสูงสุดที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว
  • หนึ่งในเมืองที่ผู้อพยพมุ่งหน้าเดินทางเข้ามามากที่สุดคือนครนิวยอร์ก โดยเป็นผู้อพยพที่มาจากชายแดนทางใต้ เนื่องจากนิวยอร์กให้การดูแลผู้อพยพเป็นอย่างดี
  • รัฐบาลของโจ ไบเดน กำลังทุ่มกลยุทธ์เป็นสองเท่าเพื่อเร่งจัดการกับปัญหาการย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วภาคตะวันตกเฉียงใต้

ตัวเลขของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่พยายามลักลอบข้ามแดนเข้ามายังสหรัฐฯ กำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนชายแดนของสหรัฐฯ ต้องเจอกับผู้อพยพราว 9,000 คนต่อวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทางใต้ของรัฐแอริโซนา ภูมิภาคทูซอน และทางตอนใต้ของรัฐเทกซัสที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ โดยหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องปิดการเดินรถไฟ และปิดการจราจรบริเวณทางข้ามพรมแดนหลายเส้นทางในพื้นที่รัฐเทกซัสเพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้ามา

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายบริเวณพรมแดนทางตอนใต้ 181,059 ราย เพิ่มขึ้นมาจาก 132,648 คนในเดือนกรกฎาคม ขณะที่พรมแดนตะวันตกเฉียงใต้ มีการจับกุมและควบคุมตัวผู้อพยพมากกว่า 232,000 ครั้ง ซึ่งนับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนในเดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการเผชิญหน้ากับผู้อพยพทั่วประเทศมากถึงกว่า 300,000 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมที่อยู่ที่ 245,213 ครั้ง ซึ่งนับเป็นตัวเลขรายเดือนที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เคยมีมาภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน

การเพิ่มจำนวนของผู้อพยพในเวลานี้ มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลของโจ ไบเดน กำลังทุ่มกลยุทธ์เป็นสองเท่าเพื่อวางมาตรการต่างๆ เพื่อเร่งจัดการกับปัญหาการย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วภาคตะวันตกเฉียงใต้จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังดำเนินการไม่เพียงพอต่อการจัดการปัญหาผู้อพยพ

ขยายการเนรเทศ

รัฐบาลภายใต้การนำของโจ ไบเดน เพิ่งประกาศแนวทางเมื่อไม่นานมานี้ว่า ทางรัฐบาลจะมีการขยายการเนรเทศให้รวมไปถึงผู้อพยพที่มาเป็นครอบครัว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจะไม่สามารถใช้เด็กๆ มาเป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวกลับได้อีกต่อไปและยังจะมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่อีก 800 นาย ให้แก่หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนด้วย

ในขณะเดียวกันทางภาครัฐจะขยายระยะเวลาสำหรับการอนุญาตทำงานและการปกป้องการส่งตัวกลับสำหรับชาวเวเนซุเอลา ซึ่งจะครอบคลุมถึงชาวเวเนซุเอลา 472,000 คน โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ยังคงมีกระบวนการทำทัณฑ์บนสำหรับชาวคิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา ที่ประกาศใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยหวังว่าผู้ที่อพยพเข้ามาจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง และจะปฏิเสธคนที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องได้อย่างตรงไปตรงมา

นอกจากการวางมาตรการภายในประเทศแล้ว ล่าสุดยังมีความพยายามในการหาความร่วมมือกับประเทศต้นทาง อย่างฮอนดูรัส เพื่อลดปัญหาผู้อพยพหนีข้ามแดน โดย รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้นัดหารือกับประธานาธิบดีฮอนดูรัส เพื่อหาแนวทางร่วมกันที่จะลดจำนวนผู้ลักลอบข้ามแดนในอนาคตต่อไป เช่นเดียวกับการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกลางและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อประสานงานในการควบคุมการไหลเข้ามาของผู้อพยพต่างชาติ

นับจนถึงเดือนพฤษภาคม รัฐบาลของนายโจ ไบเดน มีการส่งกลับผู้อพยพไปแล้วมากกว่า 233,000 คน จาก 152 ประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้อพยพที่มาเป็นครอบครัวมากกว่า 36,000 คน

สำหรับสาเหตุหลักส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการลักลอบข้ามแดนจำนวนมาก ก็คือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการอพยพย้ายถิ่นส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่เรื่องการลักลอบนำพาคนข้ามแดน ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ขบวนการเหล่านี้ ซึ่งมักจะช่วยสรรหาวิธี และช่วยจัดหาทางในการลักลอบเข้าประเทศแลกกับเงินจำนวนมาก

นิวยอร์กปลายทางยอดนิยมของผู้อพยพ

หนึ่งในเมืองที่ผู้อพยพมุ่งหน้าเดินทางเข้ามามากที่สุดคือนครนิวยอร์ก โดยเป็นผู้อพยพที่มาจากชายแดนทางใต้ เนื่องจากนิวยอร์กให้การดูแลผู้อพยพเป็นอย่างดี จากกฎหมายที่รับรองให้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ที่ร้องขอ โดยเมื่อปีที่แล้วมีผู้อพยพเข้ามายังนิวยอร์กหลายแสนคน ทำลายสถิติจนทางการท้องถิ่นบริหารจัดการแทบไม่ไหว และตัวเลขก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ด้านนายอีริค อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุว่า นี่คือวิกฤติด้านมนุษยชน ที่ทำให้นครนิวยอร์กต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายราว 2 พันล้านดอลลาร์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากนิวยอร์กเคยประกาศตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพ 24 ชั่วโมง เพื่อต้อนรับผู้อพยพ

จนเมื่อฤดูหนาวที่แล้ว รัฐนิวยอร์กต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากในเวลานี้ นิวยอร์กแทบจะไม่มีห้องพักเหลือเพียงพอที่จะรองรับผู้อพยพได้อีกต่อไป โดยจนถึงเดือนกันยายนยังมีผู้อพยพมากกว่า 61,400 คนที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน ขณะที่ยังมีผู้อพยพกระจายอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวในนครนิวยอร์กรวมกว่า 115,200 คน และกำลังทยอยส่งไปพักตามโรงแรม ศูนย์พักพิงฉุกเฉิน โรงยิมของโรงเรียน และกำลังหาสถานที่ว่างอื่นๆ ที่จะตั้งเป็นค่ายพักพิงชั่วคราวได้ ทำให้นายอดัมส์ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง เพื่อให้สนับสนุนเงินทุนและออกใบอนุญาตทำงานเร่งด่วนให้แก่ผู้อพยพ เพื่อให้ผู้อพยพสามารถหารายได้ดูแลตัวเองได้และไม่เป็นภาระของทางการ

ทั้งนี้ ผู้อพยพที่เข้ามายังนิวยอร์กส่วนใหญ่คือชาวเวเนซุเอลา นอกจากนี้ยังมีผู้อพยพจากทวีปแอฟริกา โดยส่วนใหญ่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในรัฐเทกซัส ที่มักส่งต่อมายังนิวยอร์ก ขณะที่บางส่วนมีจุดหมายที่ต้องการจะเข้ามายังนิวยอร์กด้วยตัวเอง ซึ่งหากยังไม่เร่งแก้ปัญหานี้ในระดับนโยบาย ปัญหาผู้อพยพในสหรัฐฯ อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ลุกลามเป็นวงกว้าง และส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : ABCnews , NYtimes

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ผู้อพยพ“

ส.ส.สหรัฐฯ โหวตปลด แมคคาร์ธี พ้นเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730194

ส.ส.สหรัฐฯ โหวตปลด แมคคาร์ธี พ้นเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

4 ต.ค. 2566 07:15 น.

ส.ส.สหรัฐฯ โหวตปลด แมคคาร์ธี พ้นเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

นายเควิน แมคคาร์ธี ถูกโหวตให้ออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แล้ว หลัง สส.รีพับลิกัน ยื่นญัตติอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติปลดนายเควิน แมคคาร์ธี จากพรรครีพับลิกัน ออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ แล้ว ในวันอังคารที่ 3 ต.ค. 2566 ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 216 เสียงต่อคัดค้าน 210 เสียง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากนายแมตต์ เกตซ์ สส.รัฐฟลอริดาของรีพับลิกัน ยื่นญัตติเพื่อถอดถอนนายแมคคาร์ธีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดความขัดแย้งภายในพรรคระหว่างนายแมคคาร์ธีกับสมาชิกฝ่ายขวามานานหลายเดือน

ในการโหวต สส.เดโมแครตทั้ง 208 เสียงโหวตสนับสนุนให้ปลดนายแมคคาร์ธี ขณะที่มี สส.รีพับลิกัน 8 คนที่โหวตสนับสนุน ทำให้เขากลายเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนแรกที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งจากการยื่นญัตติถอดถอน

ถึงแม้ว่า สส.รีพับลิกันส่วนใหญ่จะสนับสนุนนายแมคคาร์ธี แต่เขากลับไม่เป็นที่ชื่นชอบของ สส.รีพับลิกันฝ่ายขวาที่มองว่า เขาไม่อนุรักษนิยมเพียงพอที่จะเป็นผู้นำพวกเขา สส.กลุ่มนี้ขัดขวางการรับตำแหน่งของแมคคาร์ธีเมื่อเดือนมกราคม จนทำให้ต้องมีการโหวตถึง 15 รอบ

ความไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีกหลังจาก แมคคาร์ธีไปทำข้อตกลงกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน เพื่อยกเลิกเพดานหนี้ชั่วคราว ช่วยให้สหรัฐฯ รอดพ้นการผิดนัดชำระหนี้ไปได้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ สส.รีพับลิกันฝ่ายขวาก็มองว่า ข้อตกลงนี้มีเงื่อนไขเรื่องการตัดลดการใช้จ่ายของรัฐบาลไม่เพียงพอ

และฟางเส้นสุดท้ายคือการผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนายแมคคาร์ธีพยายามอย่างหนักในการเจรจากับ สส.รีพับลิกันฝ่ายขวา ซึ่งยืนกรานไม่โหวตให้จนกว่าจะมีการตัดงบที่พวกเขาต้องการ จนการผ่านกฎหมายยืดเยื้อถึงวันสุดท้าย และสภาคองเกรสก็ผ่านกฎหมายได้สำเร็จก่อนถึงเส้นตายไม่กี่ชั่วโมง

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จำเป็นต้องเลือกประธานสภาคนใหม่ โดยในระหว่างนี้ นายแพทริค แมคเฮนรี สส.รีพับลิกันจากรัฐนอร์ท แคโรไลนา ซึ่งเป็นพันธมิตรของนายแมคคาร์ธี จะทำหน้าที่ชั่วคราวไปก่อน

ขณะที่ตัวนายแมคคาร์ธีก็โพสต์ข้อความผ่าน X หลังถูกปลดว่า เขาจะไม่ลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ แล้ว หลังมีรายงานว่า สส.รีพับลิกันหลายคนต้องการเสนอชื่อของเขาอีกครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

บัสโดยสารตกสะพานใกล้เมืองเวนิส ดับ 21 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730186

บัสโดยสารตกสะพานใกล้เมืองเวนิส ดับ 21 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

4 ต.ค. 2566 04:50 น.

บัสโดยสารตกสะพานใกล้เมืองเวนิส ดับ 21 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารซึ่งบรรทุกคนมาเต็มคัน ตกสะพานทางหลวงใกล้กับเมืองเวนิส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารตกจากสะพานทางหลวงที่เขตเมสเตร ประเทศอิตาลี ใกล้เมืองเวนิส เมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ 3 ต.ค. 2566 ทำให้รถบัสเสียหายยับเยิน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพ บาดเจ็บอีก 13 ราย

นายลุยจิ บรุกนาโร นายกเทศมนตรีเมืองเวนิสบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า รถบัสคันนี้กำลังมุ่งหน้าจากเมืองเวนิสไปยังเมืองมาร์เกรา และบรรทุกผู้โดยสารที่กำลังดำเนินกลับบ้านหลังจากเลิกงานมาเต็มคัน ก่อนที่รถจะเสียหลักตกออกจากสะพานทางหลวง

สำนักงานดับเพลิงของอิตาลีระบุว่า พวกเขาเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยในเวลา 19.45 น. มีรถพยาบาลถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุมากกว่า 20 คัน และมีการเรียกใช้เฮลิคอปเตอร์พยาบาลด้วย โดยผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลในเขตเมสเตร, เมืองมิราโน, เมืองปาดัว ทางตะวันตกของเวนิส และเมืองเทรวิโซ ทางเหนือ

ด้านนาย มอร์ริส เครอน ผู้อำนวยการเทศบาลนครเวนิส บอกกับสื่อว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเพื่อระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วยหลายราย และเชื่อว่า มีชาวต่างชาติโดยสารมากับรถบัสคันนี้ด้วย

ขณะที่นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตผ่าน X เช่นเดียวกับประธานาธิบดี แซร์จิโอ มัตตาเรลลา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ตร.นิวยอร์กช่วย ด.ญ. 9 ขวบถูกลักพาตัว แกะรอยจากจดหมายเรียกค่าไถ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730183

ตร.นิวยอร์กช่วย ด.ญ. 9 ขวบถูกลักพาตัว แกะรอยจากจดหมายเรียกค่าไถ่

4 ต.ค. 2566 03:40 น.

ตร.นิวยอร์กช่วย ด.ญ. 9 ขวบถูกลักพาตัว แกะรอยจากจดหมายเรียกค่าไถ่

เด็กหญิงวัยเพียง 9 ขวบในรัฐนิวยอร์ก ที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว และเจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนร้ายได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เด็กหญิงชาร์ลอตต์ เซนา วัยเพียง 9 ขวบ หายตัวไปเมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะขี่จักรยานเล่นขณะไปตั้งแคมป์ที่อุทยาน โมโร เลค (Moreau Lake State Park) รัฐนิวยอร์ก จากนั้นก็มีจดหมายเรียกค่าไถ่ถูกส่งมายังกล่องจดหมายที่บ้านของเธอ

เหตุการณ์นี้นำไปสู่ปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กว่า 400 คนเข้าร่วม ทั้งจากหน่วยกู้ภัย, สำนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายต่างๆ เช่น สำนักงานสืบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ไปจนถึงอาสาสมัครดับเพลิง และองค์กรเอกชน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือที่ชื่อว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยบนจดหมายเรียกค่าไถ่ และพบว่าเจ้าของลายนิ้วมือนี้มีประวัติอยู่ในฐานข้อมูลของตำรวจ เนื่องจากชายคนนี้เคยก่อเหตุเมาแล้วขับเมื่อปี 2542 ทำให้ตำรวจสามารถระบุตัวและตามไปจับกุมตัวเขาได้ที่บ้านแม่ของเขาในวันจันทร์ที่ 2 ต.ค. 2566

“หลังจากขัดขืนสักพัก ผู้ต้องสงสัยก็ถูกควบคุมตัว และเด็กหญิงก็ถูกพบทันทีในตู้ภายในบ้าน” นางเคธี โฮคูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อคืนวันจนทร์ โดยเด็กปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง แต่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน “เด็กหญิงรู้ว่าเธอกำลังได้รับความช่วยเหลือ เธอรู้ว่าเธอปลอดภัยแล้ว”

นางโฮคูลบอกด้วยว่าผู้ต้องสงสัยคือนายเกรก เนลสัน รอส จูเนียร์ อายุ 47 ปี โดยตอนนี้เขากำลังถูกสอบปากคำ และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป

ที่มา : bbc

UK-นาโตยอมรับ ส่งกระสุนให้ยูเครนจนร่อยหรอ ต้องเร่งการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730180

UK-นาโตยอมรับ ส่งกระสุนให้ยูเครนจนร่อยหรอ ต้องเร่งการผลิต

4 ต.ค. 2566 02:40 น.

UK-นาโตยอมรับ ส่งกระสุนให้ยูเครนจนร่อยหรอ ต้องเร่งการผลิต

นาโตกับสหราชอาณาจักร ออกมาเตือนว่า เครื่องกระสุนของพวกเขาสำหรับส่งให้ยูเครนเหลือน้อยลงแล้ว และจำเป็นต้องเร่งการผลิตให้มากขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต รวมถึงสหราชอาณาจักร ออกโรงเตือนว่า เครื่องกระสุนของพวกเขาสำหรับส่งให้ยูเครนใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีของรัสเซีย ใกล้หมดลงแล้ว

พลเรือเอก ร็อบ เบาเออร์ ประธานคณะกรรมการกองทัพแห่งนาโต กล่าวที่การประชุมความมั่นคงวอร์ซอ ในวันอังคารที่ 3 ก.ย. 2566 ว่า ตอนนี้เครื่องกระสุนเหลือน้อยจนเห็นก้นถังแล้ว และรัฐบาลกับบริษัทผู้ผลิตต่างๆ กำลังเร่งการผลิตไปสู่อัตราที่สูงกว่าเดิมมาก

ทั้งนี้ สงครามในยูเครนยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปีครึ่งแล้ว และกองทัพยูเครนก็ใช้กระสุนปืนใหญ่หลายพันลูกต่อว่า ซึ่งตอนนี้เกือบทั้งหมดไม่ใช่กระสุนของพวกเขาเอง แต่เป็นกระสุนที่ได้จากนาโต ขณะที่สหราชอาณาจักรระบุว่า พวกเขาส่งกระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครนมากกว่า 300,000 ลูกแล้ว และจะส่งให้อีกหลายหมื่นลูกภายในสิ้นปีนี้

นายพลเบาเออร์ระบุว่า การลงทุนต่ำกว่าที่ควรจะเป็นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หมายความว่า ชาติสมาชิกนาโตเริ่มจัดหาอาวุธและเครื่องกระสุนให้แก่อยู่เครนในขณะที่ คลังกระสุนของพวกเขานั้นเต็มเพียงครึ่งเดียวหรือน้อยกว่านั้น

“เราต้องการกระสุนจำนวนมาก เศรษฐกิจแบบแค่เพียงพอ แค่ทันเวลา แบบที่เราสร้างกันมาตลอด 30 ปีในเศรษฐกิจเสรีของเรานั้น ไม่มีปัญหาในหลายๆ อย่าง แต่ไม่ใช่สำหรับกองทัพในช่วงที่เกิดสงคราม” นายพลเบาเออร์กล่าว

ด้านนาย เจมส์ ฮีปปีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร ก็กล่าวในที่ประชุมเดียวกันว่า สต๊อกอาวุธของชาติตะวันตกดูบางตาลง และเรียกร้องให้สมาชิกนาโตใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศที่ร้อยละ 2 ของ GDP ตามที่ตกลงกันไว้

“ถ้าตอนนี้ ที่กำลังเกิดสงครามในยุโรป ไม่ใช่เวลาในการใช้จ่ายงบฯ 2% ในด้านการป้องกัน จะเป็นตอนไหนได้อีก?” นายฮีปปีย์ถามในที่ประชุม และกล่าวว่า โมเดลแบบแค่ทันเวลา ใช้ไม่ได้เมื่อเราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้

“เราหยุดไม่ได้แค่เพราะว่าสต๊อกอาวุธของเราดูบางตาลง” นายฮีปปีย์กล่าว “เราต้องช่วยให้ยูเครนต่อสู้ต่อไปได้ในคืนนี้และวันพรุ่งนี้ และวันหลังจากนั้น และวันถัดไปอีก และต่อให้เราหยุด ก็ไม่ได้หมายความว่าปูตินจะหยุด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

3 นักวิทย์ผู้ค้นพบวิธีจับภาพอิเล็กตรอน คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730177

3 นักวิทย์ผู้ค้นพบวิธีจับภาพอิเล็กตรอน คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2023

4 ต.ค. 2566 00:42 น.

3 นักวิทย์ผู้ค้นพบวิธีจับภาพอิเล็กตรอน คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2023

3 นักวิทยาศาสตร์ได้รับรางวัลโมเดลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2023 จากผลงานการค้นพบเทคนิคการจับภาพ อิเล็กตรอน ซึ่งเคลื่อนที่เร็วมากจนที่ผ่านมาเชื่อกันว่าเป็นไปไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ราชบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ประกาศว่า นักวิทยาศาสตร์ 3 ราย คือนาย ปิแอร์ อากอสตินี, เฟเรนซ์ เคราซ์ และ แอนน์ ลุยลิเยร์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2023 ร่วมกัน จากการพบวิธีทดลองสร้างแสงที่เร็วพบจับภาพอิเล็กตรอน ซึ่งเคยเชื่อกันว่าเป็นไปไม่ได้

คณะกรรมการโนเบลระบุในงานประกาศรางวัลที่กรุงสตอกโฮล์มว่า การเคลื่อนไหวของอิเล็กตรอนในอะตอมและโมเลกุลนั้นเร็วมากจนต้องวัดด้วยหน่วยอัตโตวินาที (attosecond) หรือ 1 ส่วนล้านล้านล้านของวินาที แต่นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 คนพบวิธีการสร้างแสงเฟรชที่สั้นพอสามารถจับภาพและวัดการเคลื่อนไหวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของอิเล็กตรอนได้

ราชบัณฑิตยสภาฯ ยังชื่นชมพวกเขาอีกว่า ได้มอบเคลื่องมือใหม่ในการสำรวจโลกแห่งอิเล็กตรอนภายในอะตอมและโมเลกุลให้แก่มนุษยชาติ

นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 คนใช้แสงเลเซอร์อันแม่นยำในการสร้าง แสงสว่างวาบที่สั้นสุดขีด โดยศ.ลุยลิเยร์ จากมหาวิทยาลัยลุนด์ ในประเทศสวีเดน พบผลกระทบใหม่จากการทำปฏิกิริยาระหว่างแสงเลเซอร์กับอะตอมในแก๊ส ต่อมา ศ.อากอสตินี จากมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอและ ศ.เคราซ์ จากสถาบันควอนตัมออปติกส์ มักส์ พลังค์ ในเยอรมนี ก็พบว่าผลกระทบนี้สามารถใช้เพื่อสร้างแสงเฟรชที่สั้นกว่าเดิมได้

ทั้งนี้ ผู้คว้ารางวัลทั้ง 3 คนจะแบ่งเงินรางวัล 11 ล้าน โครนาสวีเดนด้วยกัน (ราว 36.7 ล้านบาท) โดย ศ.ลุยลิเยร์ เป็นผู้หญิงคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์เท่านั้น ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ นับตั้งแต่รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี ค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2444).

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซียประณาม ยูเครนยิง “คลัสเตอร์บอมบ์” โจมตีหมู่บ้านริมชายแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730043

รัสเซียประณาม ยูเครนยิง "คลัสเตอร์บอมบ์" โจมตีหมู่บ้านริมชายแดน

3 ต.ค. 2566 19:45 น.

รัสเซียประณาม ยูเครนยิง “คลัสเตอร์บอมบ์” โจมตีหมู่บ้านริมชายแดน

รัสเซียกล่าวหา ยูเครนยิงระเบิดคลัสเตอร์บอมบ์ โจมตีหมู่บ้านริมชายแดน ขณะที่กองทัพยูเครนสามารถสกัดโดรนรัสเซียตกไปอีก 29 ลำ ทางการเมืองคาร์คิฟมีแผนสร้างโรงเรียนใต้ดินแห่งแรกในประเทศเพื่อให้เด็กๆได้เรียนหนังสืออย่างปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 3 ต.ค. 2566 รายงาน นายอเล็กซานเดอร์ โบโกมาซ ผู้ว่าการแคว้นเบรียนสก์ ของรัสเซีย กล่าววันนี้ว่า ยูเครนได้ยิงระเบิดลูกปราย ที่เรียกว่า คลัสเตอร์บอมบ์ (Cluster Bomb) ซึ่งเป็นอาวุธต้องห้ามในมากกว่า 100 ประเทศ มาโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองคลิโมโว ใกล้ชายแดนรัสเซีย ส่งผลให้บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวของรัสเซียยังไม่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นจริงหรือไม่ ในขณะที่กฎหมายระหว่างประเทศได้มีข้อห้ามใช้คลัสเตอร์บอมบ์ หรือระเบิดลูกปราย โจมตีเขตที่อยู่อาศัยของประชาชน

ก่อนหน้านี้ ยูเครนได้รับคลัสเตอร์บอมบ์จากสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยยูเครนเคยให้คำมั่นสัญญาว่า ระเบิดคลัสเตอร์บอมบ์จะถูกนำใช้โจมตีเฉพาะกองทัพของศัตรูเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ทางการยูเครนแถลงวันนี้ว่า เมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 2 ต.ค. 2566 กองทัพอากาศยูเครนได้ทำลายอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนของรัสเซีย 29 ลำ จากทั้งหมด 31 ลำ และขีปนาวุธร่อนอีก 1 ลูก ที่ทางรัสเซียส่งมาโจมตีแคว้นมิโคลาเยฟ และแคว้นดนีโปรของยูเครน

การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา กินเวลานานกว่าสามชั่วโมง โดยนายเซอร์ฮี ลีซัค ผู้ว่าการเมืองดนีโปร กล่าวว่า เศษซากจากโดรนที่ถูกทำลายได้ตกลงมาในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดนีโปร ทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่อาคารแห่งหนึ่ง และโรงงานหลายแห่งในเมืองอุตสาหกรรมปัฟโลห์ราดก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ยูเครนวางแผนก่อสร้างโรงเรียนใต้ดินแห่งแรกของประเทศในเมืองคาร์คิฟ (Kharkiv) ทางภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อปกป้องนักเรียนจากการถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ 

รายงานระบุว่า เมืองคาร์คิฟ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน และอยู่ห่างจากชายแดนรัสเซียไม่ถึง 35 กิโลเมตร ทำให้พื้นที่ต่างๆ ในเมืองตกเป็นเป้าการโจมตีทางอากาศจากรัสเซียเกือบทุกวัน และการโจมตีหลายครั้งก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถหาที่หลบภัยได้ทัน 

นายอิฮอร์ เทเรคอฟ นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คิฟ กล่าวว่า ทางเมืองกำลังวางแผนสร้างโรงเรียนใต้ดินแห่งแรกของยูเครน เพื่อจะทำให้เด็กๆได้เรียนหนังสือในชั้นเรียน แม้จะถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ อย่างไรก็ดี นายเทเรคอฟไม่ได้ให้รายละเอียดว่าโรงเรียนแห่งนี้จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อใด 

ที่ผ่านมา โรงเรียนของยูเครนหลายแห่งที่อยู่ในพื้นที่สงคราม ได้ย้ายการเรียนการสอนมาอยู่ในรูปแบบออนไลน์ นับตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้น แต่เมืองคาร์คิฟกลับเลือกใช้สถานีรถไฟใต้ดินเป็นห้องเรียนประมาณ 60 ห้อง กระจายทั่วเมือง เพื่อให้เด็กเตรียมพร้อมเริ่มต้นการเรียนภาคการศึกษาใหม่ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา 

สื่อนอกเกาะติดเหตุสุดช็อกยิงในห้างฯพารากอน ชี้ใกล้ครบปี ‘กราดยิงหนองบัวลำภู’ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730093

สื่อนอกเกาะติดเหตุสุดช็อกยิงในห้างฯพารากอน ชี้ใกล้ครบปี ‘กราดยิงหนองบัวลำภู’ (คลิป)

3 ต.ค. 2566 19:12 น.

สื่อนอกเกาะติดเหตุสุดช็อกยิงในห้างฯพารากอน ชี้ใกล้ครบปี ‘กราดยิงหนองบัวลำภู’ (คลิป)

สื่อต่างชาติเกาะติด-เผยคลิปเหตุยิงในห้างฯพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหลายนัด ตร.รวบเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขณะที่สื่อนอกชี้ไม่กี่วันครบรอบปี เหตุ ‘กราดยิงหนองบัวลำภู’

เมื่อ 3 ต.ค.2566 สื่อต่างประเทศ รวมทั้ง เดลี่เมล สื่อในอังกฤษเกาะติดรายงานความคืบหน้า และเผยแพร่คลิปนาทีสุดช็อกภายในห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (3 ต.ค.2566)ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ เป็นเยาวชนชาย วัย 14 ปี หลังจากได้ลงมือก่อเหตุยิงสะเทือนขวัญ ภายในห้างสรรพสินค้าหรู ‘พารากอน’ โดยมีรายงาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน

ตามรายงานข่าว ระบุว่า เด็กชายวัย 14 ปี ได้ใช้ปืนกล็อก19 ก่อเหตุยิงภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ ตอนหลังเวลา 16.00 น.ไม่นานนัก และหลังจากนั้น มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ถูกนำตัวออกมาจากภายในห้างฯพารากอน

ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีออกจากห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน ด้วยความตื่นตระหนก หลังด้ยินเสียงปืน เกิดเหตุยิงภายในห้างฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ตุลาคม 2566

ขณะที่เดลี่เมล ยังโพสต์คลิปที่ถูกแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นนาทีที่ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้นหลายนัดในห้างฯ พารากอน จากนั้น มีผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งเด็ก ได้วิ่งออกมาทางประตูของห้างฯด้วยความตื่นตระหนก โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลความปลอดภัย

เดลี่เมลยังรายงานด้วยว่า เหตุยิงในห้างฯพารากอน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันจะครบรอบ 1 ปี เหตุนองเลือดครั้งเลวร้ายที่สุดในประเทศไทย เมื่ออดีตตำรวจนายหนึ่งก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันและใช้ปืนยิงเด็กเล็ก ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนทำให้ผู้เสียชีวิต 38 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กถึง 24 ศพ

ก่อนหน้านั้น ในปี 2563 เกิดเหตุกราดยิงโคราช: อดีตทหารนายหนึ่งก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าใน จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 29 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก

ระทึก สื่อนอกตีข่าวด่วน เกิดเหตุยิงในห้างฯ ‘พารากอน’ ตร.เข้าคุมสถานการณ์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730077

ระทึก สื่อนอกตีข่าวด่วน เกิดเหตุยิงในห้างฯ ‘พารากอน’ ตร.เข้าคุมสถานการณ์ (คลิป)

3 ต.ค. 2566 17:33 น.

ระทึก สื่อนอกตีข่าวด่วน เกิดเหตุยิงในห้างฯ ‘พารากอน’ ตร.เข้าคุมสถานการณ์ (คลิป)

สื่อต่างชาติ รายงานข่าวด่วนทั่วโลก เกิดเหตุยิงภายในห้างสรรพสินค้า ใจกลางกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ที่ห้างฯ ‘พารากอน’

เมื่อ 3 ต.ค.2566 เดลี่เมล สื่อใหญ่อังกฤษ รายงานข่าวด่วน (Breakingnews) ไปทั่วโลก เกิดเหตุรุนแรง มีมือปืนคนหนึ่งก่อเหตุยิงภายในห้างสรรพสินค้า กลางกรุงเทพมหานคร ช่วงเย็นวันนี้ (3 ต.ค.) ทำให้ผู้คนในห้างฯพากันวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก

เดลี่เมล ระบุ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจของไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ หลังจากได้รับรายงานมีเสียงปืนดังหลายนัดภายในห้าง

เบื้องต้น ยังไม่ได้ทราบจำนวนผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ต่อมา มีรายงานมีผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงในห้างฯพารากอน อย่างน้อย 2 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย

ทั้งนี้ เกิดเหตุระทึกภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้นหลายนัด ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในแตกตื่นตกใจอย่างมาก ต่างพากันวิ่งหนีออกมาจากห้างฯ หรือไม่ก็หลบอยู่ในที่ปลอดภัยภายในห้างฯพารากอน

ที่มา : Dailymail