‘ธรรมนัส’เร่งแก้ไขน้ำท่วมร้อยเอ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760128

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจากลำน้ำยัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ผู้นำชุมชน กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ที่ค่ายลูกเสือนีโอบ้านเหล่าน้อย ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมกับตรวจสภาพน้ำท่วมพื้นที่เสลภูมิ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตามที่เกิดสภาวะฝนตกหนักต่อเนื่อง จากอิทธิพลร่องมรสุมกำลังแรง บริเวณต้นลำน้ำยังตอนบน จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำยัง อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ เพิ่มระดับอย่างรวดเร็วและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม ทำให้มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10 อำเภอ พื้นที่ 28,451 ไร่ ประกอบด้วย อ.เสลภูมิ 24,882 ไร่ อ.โพนทอง 1,596 ไร่ อ.อาจสามารถ 567 ไร่ อ.ทุ่งเขาหลวง 404 ไร่ อ.ธวัชบุรี 256 ไร่ อ.เชียงขวัญ 241 ไร่ อ.จังหาร 172 ไร่ อ.พนมไพร 158 ไร่ อ.เมยวดี 129 ไร่ และ อ.โพธิ์ชัย 46 ไร่ ทั้งนี้ ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ปี 2566 แล้ว 2 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ ประกอบด้วย 8 ตำบล 48 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า เขต ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงสถานการณ์น้ำและจุดติดต่อประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้นำเครื่องจักร-เครื่องมือ เข้าดำเนินการปิดรูรั่วบริเวณคันพนังกั้นน้ำยัง อีกทั้งยังได้ร่วมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และราษฎรในพื้นที่ ต.วังหลวง อ.เสลภูมิช่วยกันบรรจุกระสอบทราย ประมาณ 1,000 ใบ เพื่อวางเป็นแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่งพนังกั้นน้ำยัง และร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นำกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือมอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ประสบภัยด้วย

‘ธรรมนัส’เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760089

'ธรรมนัส'เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

‘ธรรมนัส’เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 22.10 น.

“ธรรมนัส”เดินสายลุย 3 จังหวัด “ลำปาง แพร่ สุโขทัย” ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมแจกถุงยังชีพช่วยประชาชนผู่ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ณ เทศบาลตำบลแม่ปุ อ.แม่พริก และบ้านต้นธง อ.เมือง จ.ลำปาง

โดย ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า จากการายงานเบื้องต้นจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ 7,833,726 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1,036,512 ไร่ หรือร้อยละ 13.23 พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด ส้มเกลี้ยง และยางพารา ซึ่งในช่วง 27 – 30 ก.ย.66 ที่ผ่านมา เกิดในตกหนัก น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร จำนวน 8 อำเภอ 35 ตำบล 144 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีการประการเขตภัยพิบัติ จำนวน 5 อำเภอแล้วและในปี 2567 กรมชลประทานมีแผนดำเนินการในการสร้างอ่างเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง และแก้มลิ้ง 2 แห่ง เพื่อเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและลุ่มน้ำสาขา อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือทางด้านการเกษตรและบรรเทาอุทกภัย

“สิ่งสำคัญที่ต้องกลับมาคิดคือการแปรรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ที่ต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานจัดเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือราษฎรแต่ละพื้นที่ และบูรณาร่วมกับส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งให้จัดทำแผนการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ และในภาพรวมของจังหวัด ตรงไหนที่สามารถเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้ให้ดำเนินการทันที. ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและแจกถุงยังชีพ ณ อ่างเก็บน้ำแม่แย้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.แพร่ และประตูระบายน้ำ หาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ด้วย

– 006

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สุขภาพวัยเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760163

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สุขภาพวัยเกษียณ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สุขภาพวัยเกษียณ

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 08.00 น.

สัปดาห์นี้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะภาคราชการมีการจัดงานเลี้ยงเกษียณอายุให้แก่พนักงานที่ทำงานจนครบอายุ 60 หรือ 65 ปี ก่อนอื่นต้องขอต้องกราบขอบพระคุณ และแสดงความยินดีกับท่านที่ได้ทำงานในหน้าที่อย่างเต็มกำลังมาจนถึงวันเกษียณอายุนี้

เมื่อถึงวันทำงานวันแรกของเดือนตุลาคม ผู้เกษียณหลายท่านอาจจะมีแผนอยู่แล้วว่าจะไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร บางท่านมีแผนเที่ยวยาวเหยียดหลังจากที่อัดอั้นมานานเนื่องจากภารกิจในการทำงานรัดตัวเหลือเกิน บางท่านอาจไม่ได้มีแผนอะไรนอกจากขอนอนดูซีรี่ส์แบบมาราธอนให้เต็มที่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะทำตามแผนใดๆ ขอให้ท่านทบทวนความพร้อมด้านสุขภาพและประเมินความเสี่ยงให้ดีก่อนเพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพที่มากับแผนของแต่ละท่าน

ท่านที่เตรียมแผนแบบที่ต้องใช้ร่างกายแบบสมบุกสมบัน เช่น ไปเที่ยวแบบเดินป่าปีนเขา หรือกระทั่งแค่นั่งรถนานๆ รวมถึงท่านที่เกษียณไปทำสวนทำไร่ที่ปลูกเตรียมไว้ต้องประเมินความพร้อมของร่างกายก่อน ท่านที่มีโรคประจำตัวเช่น ความดันสูง หัวใจ ปอด อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ว่าแผนที่ท่านคิดต้องมีการปรับยาหรือเตรียมยาสำหรับบรรเทาอาการเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ ส่วนท่านที่ไม่มีโรคประจำตัวมาจนถึงอายุ 60 ปี ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งนั้น ก็อย่าเพิ่งได้ชะล่าใจ เราต้องยอมรับความจริงที่ว่าความเสื่อมของร่างกายนั้นไม่ได้แปรผันตรงกับอายุที่เพิ่มขึ้น จู่ๆ ถึงอายุ 60 ปี บทจะเกิดความเสื่อมขึ้นมาพร้อมๆ กัน โรคภัยก็อาจรุมเร้าครบทีม ทั้งความดัน ไขมัน เบาหวานหัวใจ ก็เป็นไปได้ ท่านอาจจะต้องหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ เช่น อาการปวดมึนหัว ใจสั่น ใจหวิวถ้าเป็นบ่อยๆ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ติดเชื้อง่าย ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนโรคเบาหวาน เมื่อพบอาการผิดปกติก็ควรไปพบแพทย์เพื่อเช็คร่างกาย เพราะโรคทุกโรคถ้าพบในระยะที่เริ่มเป็นนั้นรักษาได้ง่ายและผลการรักษาก็จะดีกว่าเมื่อปล่อยให้โรคดำเนินนานเกินไปอยู่แล้ว ความยากคือท่านอาจจะคิดว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อดูว่าต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

ถึงแม้ไม่ได้ทำงานประจำ แต่ผู้ที่เกษียณแล้วก็ยังควรคงไว้ซึ่งการมีกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวันให้ได้พอๆ เดิมหรือมากกว่าเดิม ใครที่เคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าหลังเกษียณจะออกกำลังกายตอนเช้า ก็ขอให้ทำอย่างน้อยสักวันละ 10-15 นาทีในช่วงต้น และพอร่างกายคุ้นชินกับการออกกำลังกายจนทำได้มากขึ้นก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาจนได้สัก 30 นาทีต่อครั้ง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และไม่ว่ากิจกรรมใดก็แล้วแต่ที่ดูจะเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บของข้อและกล้ามเนื้อ ก็ขอให้ค่อยๆ ทำในช่วงเริ่มต้น ดีกว่าหักโหมจนร่างกายบาดเจ็บแล้วในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไป

สำหรับด้านยา ยาที่พบว่าเป็นปัญหาบ่อยๆ ในผู้สูงอายุคือยากลุ่ม NSAIDS หรือที่เรียกว่ายาต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก นาปรอกเซน เซเลคอกซิบเป็นต้น ยานี้มักถูกใช้เมื่อผู้สูงอายุมีอาการปวดเมื่อยจากความเสื่อม หรือการทำงาน และกิจกรรมต่างๆ หรือการออกกำลังกาย เช่น ไปเที่ยวแล้วเดินเยอะ เดินนาน ทำสวนก้มๆ เงยๆ ยกของหนักแล้วปวดหลัง ปวดเอว บางคนเลยเรียกยากลุ่มนี้ว่ายาแก้ยอก ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งการใช้ยานี้แม้จะบรรเทาปวดได้ดี แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงหลายอย่าง ตั้งแต่การระคายเคืองกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร จนกระทั่งเลือดออกในทางเดินอาหารได้ นอกจากนั้นยังทำให้หลอดเลือดที่ไปที่ไตหดตัว ไตขาดเลือด เกิดการบาดเจ็บที่ไต และเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน และอาจมีผลทำให้เกิดโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว เช่น มีความดันสูง เคยมีหรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ดังนั้น การใช้ยาจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะต้องประเมินทุกอย่างทั้งระบบของผู้สูงอายุแต่ละรายเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมที่สุดหากต้องใช้จริงๆ รวมถึงต้องกำหนดระยะเวลาการใช้ยาให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุดด้วย

โดยสรุปแล้ว หลังเกษียณถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆในชีวิตช่วงหนึ่งที่ท่านจะได้เริ่มต้นกิจกรรมใหม่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นสุขภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ การสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น และการระมัดระวังในการใช้ยาเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากขึ้นในวัยเกษียณเพื่อให้ทุกท่านยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรงไปได้อีกนานๆ

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เขี้ยวพิษแมลงก้นกระดก อันตรายช่วงฤดูฝนที่มองไม่เห็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760161

เขี้ยวพิษแมลงก้นกระดก อันตรายช่วงฤดูฝนที่มองไม่เห็น

เขี้ยวพิษแมลงก้นกระดก อันตรายช่วงฤดูฝนที่มองไม่เห็น

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.45 น.

ในช่วงฤดูฝนสิ่งที่ต้องระวังนอกเหนือจากไข้หวัด คือสัตว์มีพิษต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ “แมลงก้นกระดก”ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงในพิษของแมลงชนิดนี้ จึงมักกำจัดด้วยการปัดไล่เหมือนแมลงทั่วไป แต่หากพิษถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นคันหรือแผลพุพอง และหากพิษถูกบริเวณดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้

แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจแพทย์ผิวหนังประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม Wellness Centerโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร มีลำตัวสีดำสลับสีส้ม ส่วนปลายหางแหลม จะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและมืดลงในตอนกลางคืน แมลงก้นกระดกจึงมักออกมาหาอาหารและเล่นแสงไฟในบ้านเรือน นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามสถานที่ที่มีต้นไม้

แมลงก้นกระดกจะปล่อยสารที่เรียกว่า “พิเดอริน” (Pederin) ออกมา โดยสารชนิดนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังมาก สามารถทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของผู้ที่สัมผัสโดน ทำให้เกิดภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก หรือ Paederus dermatitis ซึ่งจะยังไม่เกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสโดน แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง โดยจะมีอาการ เช่น แสบร้อน พบรอยไหม้และตุ่มน้ำเป็นผื่นที่มีลักษณะคล้ายเป็นเริมหรืองูสวัด แต่จะพบเป็นรอยยาว ไม่เป็นกระจุก มักพบรอยบริเวณนอกเสื้อผ้า ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่สัมผัสโดน ในบางคนที่แพ้พิษอาจมีอาการรุนแรง เช่น พุพอง คลื่นไส้อาเจียน หรือเริ่มมีไข้ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากโดนบริเวณตา หรือเข้าตา อาจทำให้ตาบอดได้

ผื่นที่เกิดจากการสัมผัสแมลงก้นกระดก จะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 7-10 วัน เมื่อหายแล้วอาจจะทิ้งรอยดำไว้สักระยะหนึ่ง มักไม่เกิดแผลเป็นนอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำที่บริเวณผื่น ทำให้ผื่นหายช้าลง และอาจลุกลามจนมีโอกาสเกิดเป็นแผลเป็นหลังจากผื่นหายแล้วได้

ทั้งนี้ หากสัมผัสโดนแมลงก้นกระดก ให้รีบล้างน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสโดน คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้น มีตุ่มน้ำพอง หรือเริ่มหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

“การรักษาอาจให้ครีมสเตียรอยด์ทาในผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้างหรือแผลไหม้ควรทำการประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาทีวันละ  3-4 ครั้ง จนแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำและรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางราย” แพทย์หญิงภาวดีกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดูกชุกชุม เช่น บริเวณพื้นดินที่ชื้น, หากต้องเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดกชุกชุม ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด, ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงเข้ามาในบ้าน เพื่อป้องกันการถูกสารพิษจากแมลงก้นกระดก

‘ไข้หวัดใหญ่’ เกิดจากอะไร และเราต้องป้องกันอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760162

‘ไข้หวัดใหญ่’ เกิดจากอะไร และเราต้องป้องกันอย่างไร

‘ไข้หวัดใหญ่’ เกิดจากอะไร และเราต้องป้องกันอย่างไร

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.

ฤดูฝนมาพร้อมๆ กับการระบาดของทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และบี เราจะป้องกันได้อย่างไรและเมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์

พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุลแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช กล่าวถึง อาการของโรค สำหรับนำไปเฝ้าระวัง สังเกตตนเองและคนรอบข้าง เพื่อเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย และการรักษาอย่างเหมาะสม บุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการรับเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อน ที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันอย่างเหมาะสม

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่า (Influenza Virus) ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้มีไข้ ไอ น้ำมูก คัดจมูก จาม เจ็บคอปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย โดยอาการคล้ายกับไข้หวัด แต่มักจะรุนแรงกว่าและหายช้ากว่า บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จนทำให้มีอาการหอบเหนื่อยได้

การแพร่กระจายของเชื้อ ทางการหายใจ โดยการรับเชื้อที่ปนเปื้อนที่อยู่ในอากาศ จากการ ไอ จาม หรือพูดของผู้ที่ป่วยโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่นหรือพื้นที่ปิด เช่น โรงเรียน ออฟฟิศ การสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย จากมือที่สัมผัส แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

บุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อการรับเชื้อและการเกิดภาวะแทรกซ้อน เด็กที่อายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่อยู่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง เช่นเบาหวาน หัวใจ ปอด เส้นเลือดสมองตีบโรคไตเรื้อรัง

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิด ได้แก่ 1.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์2.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด4 สายพันธุ์ ทั้งนี้ แนะนำฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ เนื่องจากสามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอ ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์บี ทั้งตระกูล Victoria และ Yamagata

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์มีประโยชน์อย่างไร? 1.ลดติด : ป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้น 2.ลดตังค์ : ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา ลดอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ลดการขาดงานหรือขาดเรียน 3.ลดตาย : ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิต

เนื่องจากเชื้อ“ไข้หวัดใหญ่” ที่ระบาดในแต่ละปีอาจเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากทุกคนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงแนะนำวิธีในการป้องกัน ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กับเด็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และผู้ใหญ่ทุกปี โดยปี 2566 ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้แนะนำปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ใหม่ เพื่อครอบคลุมเชื้อ an A/Victoria/4897/2022 (H1N1) pdm09-like virus หรือ an A/Wisconsin/67/2022 (H1N1) pdm09-like ที่คิดว่าจะระบาดในปีนี้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

คอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’เพลงดังในยุค 60

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760170

คอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’เพลงดังในยุค 60

คอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’เพลงดังในยุค 60

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.ศาลาเฉลิมกรุง ต้อนรับแฟนเพลงมากมายมาร่วมงานเหนียวแน่น

“โก๋หลังวัง” คอนเสิร์ตที่ครองใจแฟนเพลงได้อย่างเหนียวแน่น ปีนี้เพิ่มเติมคือวัยรุ่นยุคใหม่ หันมาเป็นผู้ร่วมถ่ายทอดบทเพลงและฟังเพลงสากลยุค 60 กันมากขึ้น เห็นได้จากคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ “โก๋หลังวัง” ที่จัดขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา มีแฟนคลับตอบรับแน่นขนัดศาลาเฉลิมกรุง หลังจากห่างหายจากการจัดคอนเสิร์ตไปถึง 3 ปี จากสถานการณ์โควิด-19

เปิดตัวคอนเสิร์ตแรกครั้งนี้ด้วยสีสันงานเพลงยุค 60 ครบทุกอรรถรส เมื่อ ตี๋-จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ เอลวิสเมืองไทย นำทีม โก๋กี๋รุ่นใหญ่ กล ภาคสุวรรณ,ผุสดี เอื้อเฟื้อ, หน่อย เบรนดาลี, นนทิยา จิวบางป่า ประชัน! โก๋กี๋รุ่นใหม่ 3 หนุ่ม : เข้ม-ศุภกิจ, สปาย-ภาสกรณ์, กะธิ-กตธิป และ 3 สาว : น้อง-นัฏฐ์นลี, ผิงผิง-สรวีร์, พลอย-ทิพย์รมิดา ที่พาแฟนๆ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง และท่าเต้นสนุกๆ กันอย่างมีความสุข

งานนี้ชวนทึ่ง! เมื่อ นฤมล ล้อมทองกรรมการผู้จัดการศาลาเฉลิมกรุง แจ้งเกิดน้องใหม่ที่เพิ่งคว้ารางวัลจากการประกวดร้องเพลงยุคโก๋หลังวังที่ศาลาเฉลิมกรุงจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้ ขึ้นโชว์เพลงในคอนเสิร์ต ด้วยเสียงร้องคุณภาพคับแก้วอย่าง กองปราบ-ปณิธาน, พีพี-อนพัช,บาร็อก-ชลธาร, มุก-เปมิกา, ซอ เชิญพร, แอล-ชวัลณัฐ, ไอเดีย-พิมพ์พิชชา, เอด้า-พิมพ์ภิชญา งานนี้น้องใหม่คว้าใจผู้ชมไปครองกันทั้งโรงเลยทีเดียว

ด้าน อ.วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) โก๋รุ่นเก๋า ผู้ควบคุมวงดนตรีเฉลิมราชย์ นำทีมนักดนตรีฝีมือฉกาจ บรรเลงเพลงยาวนานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม นับเป็นคอนเสิร์ตน้ำดี ยิ่งได้ 2 พิธีกร โกมุท-คงเทศ-สายฝน ชีช้าง ที่พูดจาเข้าขากันได้เป็นอย่างดี ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนาน เป็นที่ประทับใจแฟนเพลงมากมาย พบกันใหม่กับโก๋หลังวังในปีต่อไป

วิรัช อยู่ถาวร ผู้ควบคุมวงดนตรีเฉลิมราชย์ กับ กล ภาคสุวรรณ (คลิฟฟ์ ริชาร์ด เมืองไทย)

วิรัช อยู่ถาวร ผู้ควบคุมวงดนตรีเฉลิมราชย์ กับ กล ภาคสุวรรณ (คลิฟฟ์ ริชาร์ด เมืองไทย)

จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ เอลวิสเมืองไทย มอบความสุขให้แฟนเพลง

จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ เอลวิสเมืองไทย มอบความสุขให้แฟนเพลง

ผุสดี เอื้อเฟื้อ (The Hot Paper Singers)

ผุสดี เอื้อเฟื้อ (The Hot Paper Singers)

เมธินี อ่วมเจริญ (หน่อย เบรนดาลี)

เมธินี อ่วมเจริญ (หน่อย เบรนดาลี)

สามสาว-สามหนุ่ม

สามสาว-สามหนุ่ม

กองปราบ-ปณิธาน

กองปราบ-ปณิธาน

พีพี-อนพัช

พีพี-อนพัช

เซเลบริตี้เชฟชื่อดังรวมพลังรังสรรค์สารพัดเมนูอาหารกู้โลก ในงานเทศกาลอาหารเพื่อโลกแห่งปี SX FOOD FESTIVAL 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760159

เซเลบริตี้เชฟชื่อดังรวมพลังรังสรรค์สารพัดเมนูอาหารกู้โลก ในงานเทศกาลอาหารเพื่อโลกแห่งปี SX FOOD FESTIVAL 2023

เซเลบริตี้เชฟชื่อดังรวมพลังรังสรรค์สารพัดเมนูอาหารกู้โลก ในงานเทศกาลอาหารเพื่อโลกแห่งปี SX FOOD FESTIVAL 2023

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักชิมสายรักษ์โลก พลาดไม่ได้เมื่อเหล่าเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง ไอรอนเชฟท็อปเชฟ มาสเตอร์เชฟ และร้านอาหารชั้นนำมากมาย รวมพลังรังสรรค์สารพัดเมนูอาหารกู้โลก ในงานเทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023 ภายใต้มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยปีนี้มาในธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์อาหารริมทางของประเทศไทย สู่ THAI STREET FOOD MUSEUM : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก เนรมิตพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในชั้น LG ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความอร่อยที่ยั่งยืน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2566

ค้นพบประสบการณ์และความอร่อยที่ยั่งยืน เริ่มต้นที่ตัวเรา เริ่มจากการรับประทานอาหารที่ดี กับเมนูอาหารกู้โลกสารพัด ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงหรือให้คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อความยั่งยืนของโลก ตามแนวคิด “Sustainable Food” หรืออาหารยั่งยืน…เทรนด์อาหารใหม่ของโลกอาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) อาหารอินทรีย์ (Organic Food) อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และ อาหารอนาคต (Future Food) เป็นต้น พร้อมเรียนรู้การปรุงแต่งอาหารแบบปราศจากขยะอาหารเหลือทิ้ง ตลอดจนการแยกทิ้งอย่างถูกวิธี ผ่านสถานี ฟู้ด เวสต์ “Food Waste Station” หรือจุดคัดแยกขยะเศษอาหาร และบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ประจำตามจุดต่างๆ ครอบคลุมทั่วทั้งงาน เพื่อความยั่งยืนเต็มรูปแบบ

งานนี้เหล่าเซเลบริตี้เชฟชื่อดังและได้รับการยอมรับ ไอรอนเชฟ-ท็อปเชฟ-มาสเตอร์เชฟ ผนึกกำลังสร้างสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษ แนว Zero-Waste Cooking และอาหารยั่งยืน Sustainable Food ประเภทต่างๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ดีต่อคุณดีต่อไทย ดีต่อโลก อาทิ เชฟเทียน-เทียนชัย พีรพงศธร กับเมนู “ข้าวขาหมูด้ง” เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคโดยใช้วัตถุดิบที่ส่งตรงจากฟาร์ม ปลูก และเลี้ยงโดยธรรมชาติ สนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เชฟสตังค์-วสุรัตน์ แก้ววิชิต กับเมนู “ไก่ใต้น้ำ” โดยนำไก่จากฟาร์มปลอดสารพิษไปตุ๋นกับสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีประโยชน์ต่อร่างการ ช่วยบำรุงเลือด และสร้างภูมิคุ้มกัน รับรองว่าจะได้สารอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน เชฟไก่-ธนัญญา กุลตั้งพานิช กับเมนู “ขนมจีนน้ำยากะทิใต้กรรเชียงปู”โดยรับซื้อปูจากชาวประมงพื้นบ้านการันตีเลยว่า สด สะอาด ปลอดภัย ส่วนน้ำยากะทิใต้นั้นเลือกใช้สมุนไพรไทยพื้นบ้าน และผักออร์แกนิค ที่ส่งตรงจากฟาร์ม เป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย

เชฟพฤกษ์-พฤกษ์ สัมพันธวรบุตรกับเมนู “เสือเผ่น” เนื้อย่างหอมๆ คลุกกับแจ่ว รับประทานพร้อมเครื่องเคียง และเนื้อวัวที่ใช้มาจากเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นที่ใช้วิธีการเลี้ยงแบบฟาร์มเปิด นอกจากจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเต็มที่ ยังเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนและโลกใบนี้อีกด้วย เชฟกิ๊ก-อารยาศิริแวว กับเมนู “หมี่คลุกไก่ฉีก” เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเลือกใช้ไก่ออร์แกนิคที่มีคุณภาพดี ให้โปรตีนสูงไขมันต่ำ มาในคอนเซ็ปต์ ซัสเทนอบิลิตี้ในส่วนของ กู้ด เฮลธ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง ช่วยให้มีสุขภาพทีดี และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิธรรมพันธุ์ กับเมนู “ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องแต้จิ๋ว” มีให้เลือกหลากหลายสีหลากหลายรสชาติ มีทั้งเส้นที่ทำจากผัก ทำจากข้าว และทำจากไข่ และในส่วนของโปรตีนนั้นนำเนื้อหมูและเครื่องในส่วนเกินมาทำเป็นเครื่องของก๋วยเตี๋ยวหลอด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซีโร่ เวสต์” เพื่อลดการสูญเสียอาหาร และเลือกใช้เครื่องปรุงโลว์ โซเดียม ดีต่อคนรักสุขภาพ เป็นต้น

ตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศและการตกแต่งพื้นที่สไตล์ไทยสตรีทฟู้ด ด้วยการจำลองสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านต่างๆ ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมืองสำคัญของไทยมารวมไว้ในหนึ่งเดียว อีกทั้งยังนำวัสดุเหลือใช้และวัสดุรักษ์โลกอย่าง ขวดเหลือใช้เสื่อเก่า ลังใส่วัตถุดิบ ไม้เสียบลูกชิ้น ฯลฯมาใช้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่งพื้นที่ นำเสนอภายใต้แนวคิด THAI STREET FOOD MUSEUM : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก ถนนสายที่รวบรวมแต่ของดี อาหารอร่อยไว้มากมาย ซึ่ง “ดีต่อไทย” ทั้งในแง่ของอาหารที่สร้างสุขภาพที่ดีเพื่อคนไทย และการสนับสนุนความยั่งยืนในรูปแบบของ Street Food อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย รวมทั้ง “ดีต่อโลก” โดยจุดเล็กๆ ของทุกร้านค้าไทยสตรีทฟู้ดจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมิติความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อโลก

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ SX2023 ได้ที่ช่องทางหลัก เว็บไซต์ : www.sustainabilityexpo.comหรือ https://bit.ly/web_sx_pr เฟซบุ๊ก : http://www.facebook.com/SX.SustainabilityExpo หรือ https://bit.ly/fb_sx_pr ไลน์ : @sxofficial หรือแอปพลิเคชั่น : Sustainability Expo (iOSApp Store : https://bit.ly/iOS_SX_PR / Play Store SX : https://bit.ly/Android_SX_PR )

เชฟแก้ว-ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร

เชฟแก้ว-ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร

เชฟไก่-ธนัญญา กุลตั้งพานิช

เชฟไก่-ธนัญญา กุลตั้งพานิช

เชฟพฤกษ์-พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร

เชฟพฤกษ์-พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร

เชฟแมกซ์-นันทวัฒน์ จรรยาลิขิต

เชฟแมกซ์-นันทวัฒน์ จรรยาลิขิต

เชฟกิ๊ก-อารยา ศิริแวว

สยามพารากอนเปิดรันเวย์แฟชั่นวีค ‘BIFW2023’ 4 วัน 12 โชว์ แบรนด์ไทยแถวหน้าอวดแฟชั่นดีไซน์ ผ่านแนวคิดแห่งความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760158

สยามพารากอนเปิดรันเวย์แฟชั่นวีค ‘BIFW2023’ 4 วัน 12 โชว์  แบรนด์ไทยแถวหน้าอวดแฟชั่นดีไซน์ ผ่านแนวคิดแห่งความยั่งยืน

สยามพารากอนเปิดรันเวย์แฟชั่นวีค ‘BIFW2023’ 4 วัน 12 โชว์ แบรนด์ไทยแถวหน้าอวดแฟชั่นดีไซน์ ผ่านแนวคิดแห่งความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับที่สุดแห่งเวทีแฟชั่นวีคระดับโลก สยามพารากอนพร้อมเปิดสุดยอดปรากฏการณ์แฟชั่นเหนือระดับของประเทศไทย กับ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2023” (BIFW2023) ภายใต้แนวคิด “The Future of Fashion” ร่วมสร้างคุณค่าอันยั่งยืน (Sustainability) บนโลกแฟชั่นแห่งอนาคต ผนึกกำลัง 12 แบรนด์ไทยระดับแนวหน้าร่วมประกาศศักยภาพแฟชั่นไทยสู่สายตาโลกผ่านแฟชั่นโชว์สุดตระการตาตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2566 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

พร้อมอวดโฉมแล้วกับผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ไทยแถวหน้าบนแกรนด์รันเวย์สุดอลังการ รวมทั้งหมด 12 โชว์ ได้แก่ Absolute Siam x Holy Number 7 x 789, FLYNOW, FRI27NOV. presented by SCG, Greyhound Original x TikTok, ISSUE presented by Purra, Kloset, Leisure Projects presented by Crocs, MOO, NAGARA, PAINKILLER Atelier presented by Seiko 5 Sports,TUBE GALLERY presented by TAT และ VATANIKA presented by AION – AIONIC AUTO ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน BIFW2023

ปีนี้แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยร่วมนำเสนองานแฟชั่นดีไซน์ผ่านแนวคิด Sustainability ซึ่งเป็นเทรนด์ที่วงการแฟชั่นโลกโดยเฉพาะแบรนด์ชั้นนำให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล การเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติเป็นต้น โดยมีเหล่านางแบบ นายแบบชั้นนำ ร่วมด้วยศิลปินดาราแถวหน้าร่วมเดินแบบและร่วมชมแฟชั่นโชว์ตลอด4 วันเต็ม รวมถึงยังมีงานเสวนาในหัวข้อเกี่ยวกับแฟชั่นและความยั่งยืน โดยตัวแทนจากภาครัฐ และนักออกแบบระดับแนวหน้าของเมืองไทยมากมาย โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้ฟรี ในวันที่7 และ 8 ตุลาคม ณ SCBX NEXT STAGE ชั้น 4 สยามพารากอน

นอกจากนี้ สยามพารากอน ยังร่วมผนึกกำลังกับ สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ สร้างสรรค์ปรากฏการณ์แฟชั่นอย่างเหนือระดับในทุกมิติ โดยสยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียล้ำเทรนด์ เปิดเวที Siam Center Visionary Stage ที่เอเทรียม 1 ชั้น G ระหว่างวันที่ 4-8 ตุลาคม 2566 ให้เหล่านิสิตนักศึกษาดีไซเนอร์จากสถาบันชั้นนำทั่วประเทศโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดแนวคิดเรื่อง Sustainability ในมุมมองของนักศึกษาแฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ร่วมด้วยแบรนด์ดังสุดฮอตในสยามเซ็นเตอร์ ด้านสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม จัดงานแฟชั่นทอล์ก “The Future of Fashion” นำเสนอบริบทแห่ง “แฟชั่นที่ยั่งยืน” พบกับกูรูด้านแฟชั่นที่จะมาร่วมแชร์แนวคิดเกี่ยวกับSustainable Fashion ในมิติต่างๆ เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนแฟชั่นอย่างยั่งยืนต่อไปในวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่

ทั้งนี้การจัดงาน BIFW2023 เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), AIONIC AUTO (เอไอโอนิค ออโต), รองเท้า Crocs (คร็อคส์), แอปพลิเคชั่น TikTok, นาฬิกา Seiko (ไซโก), น้ำแร่ธรรมชาติ Purra (เพอร์ร่า), นิตยสาร Harper’s Bazaar (ฮาร์เปอร์ส บาซาร์), กลุ่มบริษัท SCG (เอสซีจี), Chatrium Grand Bangkok (โรงแรม ชาเทรียมแกรนด์ กรุงเทพฯ) และ M.A.C Cosmetics (เครื่องสำอางแมค)

ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามพารากอน กล่าวทิ้งท้ายว่า “จากจุดเริ่มต้นจนวันนี้สยามพารากอน ตอกย้ำการเป็น “World Class Fashion Destination”ผู้ขับเคลื่อนแฟชั่นไทยให้ได้ประกาศศักยภาพสู่สายตาโลก ต่อยอดไปสู่การปักหมุดให้ประเทศไทย ขึ้นแท่นเป็นแฟชั่นฮับสำคัญของเอเชียและเป็นเมืองแฟชั่นที่น่าจับตาของโลก Fashionนับเป็นหนึ่งใน Soft Power อันทรงพลังที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและผลักดัน เพื่อต่อยอดนำไทยก้าวไกลสู่เวทีโลกโดยสยามพารากอนได้ยืนหยัดในการสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมาโดยตลอด งาน BIFW ได้วางรากฐานอันแข็งแกร่งให้วงการแฟชั่นไทย ด้วยการเป็นศูนย์กลางและเวทีแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด เป็นเวทีนำเสนอสุดยอดผลงานของเหล่าดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้ามากมาย รวมถึงสนับสนุนให้เยาวชนไทยและคลื่นลูกใหม่ได้บ่มเพาะองค์ความรู้และแสดงศักยภาพด้านแฟชั่น ให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และมอบประสบการณ์ทางแฟชั่นเหนือระดับให้กับผู้คนอีกมากมาย

“เราได้สร้างอนาคตแห่งโลกแฟชั่น ซึ่งสะท้อนอย่างเด่นชัดในแนวคิดของ BIFW ในปีนี้คือ “The Future of Fashion” ร่วมสร้างคุณค่าอันยั่งยืนสู่โลกแฟชั่นแห่งอนาคต ซึ่ง Sustainability เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมากและจะเป็นรากฐานแห่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญของกระแสโลก โดยเราได้ร่วมผสานศักยภาพของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเหล่าพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันสร้าง Fashion Ecosystem หรือระบบนิเวศของอุตสาหกรรมแฟชั่นที่แข็งแกร่งและนำเสนอปรากฏการณ์แห่งแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ เชื่อมโยงหลากหลายมิติแห่งแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกัน”

ติดตามความเคลื่อนไหวและเกาะติดรันเวย์รับชม Live แฟชั่นโชว์ทั้ง 12 โชว์ ได้ทาง http://www.siamparagom.co.th หรือ เฟซบุ๊ก Siam Paragon ตลอดแฟชั่นวีค

ไอคอนสยาม หัวเรือใหญ่ ผนึกพลังพันธมิตร ร่วมกิจกรรม ‘รักเจ้าพระยา เก็บขยะวันแม่น้ำโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760146

ไอคอนสยาม หัวเรือใหญ่ ผนึกพลังพันธมิตร ร่วมกิจกรรม ‘รักเจ้าพระยา เก็บขยะวันแม่น้ำโลก’

ไอคอนสยาม หัวเรือใหญ่ ผนึกพลังพันธมิตร ร่วมกิจกรรม ‘รักเจ้าพระยา เก็บขยะวันแม่น้ำโลก’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไอคอนสยาม ผนึกพลังพันธมิตร ดึงภาครัฐ เอกชน ชุมชนข้างเคียง พร้อมเยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล จัดกิจกรรม “รักเจ้าพระยา เก็บขยะวันแม่น้ำโลก” คืนความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เนื่องในวันแม่น้ำโลก

กิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับเกียรติจากมิเรียม อ๊ตโตะ รองเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ และหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจและการเมือง สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย นาวาโทสมภูมิประยูรอนุเทพ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นายพิทักษ์วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำนายภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อำนวยการส่วนบริการจัดการมูลฝอย สำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล กทม. และ นายอนนต์ อัตถวิบูลย์ รักษาการผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ ไอคอนสยาม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชน ลูกค้า มาร่วมลงเรือและเก็บขยะในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ได้แก่ กรมเจ้าท่า, กองทัพเรือ, กรุงเทพมหานคร, สำนักสิ่งแวดล้อม, สำนักงานเขตคลองสาน, สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน, ตำรวจท่องเที่ยว ด้านภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, สมาคมเรือไทย, Motor Filed Thailand, Tuk Tuk Boat, เรือด่วนเจ้าพระยา, เรือสุภัทรา, เรือไทยสมายล์โบ๊ท, โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok, โรงแรม Royal Orchid Sheraton, โรงแรม Millennium Hilton Bangkok, โรงแรม Chatrium Hotel RiversideBangkok, Four Seasons Hotel Bangkok at Chao PhrayaRiver, The Royal River Hotel พร้อมด้วยชุมชนใกล้เคียงไอคอนสยามได้แก่ ชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ และชุมชนซอยวัดสุวรรณ กลุ่มรักษ์คลองวัดทองเพลง และโรงเรียนในเขตคลองสาน 9 โรงเรียน ตลอดจนลูกค้าและประชาชนจิตอาสาที่เข้าร่วมโครงการ กว่า 300 คน และเรือที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ รวมประมาณ 30-35 ลำ

นอกจากกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังมีกิจกรรมทำความสะอาดในชุมชนริมน้ำ โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ และชุมชนซอยวัดสุวรรณ พร้อมด้วย “เยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล” ที่เคยได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมอบรม เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการคัดแยกขยะเบื้องต้น และการจัดการขยะตามแนวทาง 3R คือ Reduce การลด Reuse ใช้ซ้ำ Recycle การรีไซเคิล นำคณะนักเรียน ในเขตคลองสาน 9 โรงเรียนพร้อมด้วยคุณครู ร่วมแรงร่วมใจเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดลำคลองเนื่องในวันแม่น้ำโลกอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมการเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เก็บได้จากกิจกรรมดังกล่าวประมาณ 3,000 กิโลกรัม ประกอบไปด้วยวัชพืช พลาสติกและโฟม ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการคัดแยกขยะของทางกรุงเทพมหานครต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

‘พาซาญ่า’จุดประกายแนวคิด‘สมดุลชีวิตเพื่อโลกที่ดีกว่า’ ตอกยํ้าธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ในงาน Sustainability Expo 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760149

‘พาซาญ่า’จุดประกายแนวคิด‘สมดุลชีวิตเพื่อโลกที่ดีกว่า’  ตอกยํ้าธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ในงาน Sustainability Expo 2023

‘พาซาญ่า’จุดประกายแนวคิด‘สมดุลชีวิตเพื่อโลกที่ดีกว่า’ ตอกยํ้าธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ในงาน Sustainability Expo 2023

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พาซาญ่า (PASAYA) ชวนคนไทยหัวใจสีเขียวเข้าร่วมงาน Sustainability Expo 2023 (SX Expo 2023) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Good Balance, Better World” สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับปรัชญาของ PASAYA ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่าให้กับลูกค้าและโลกใบนี้ ก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเป็นผู้นำธุรกิจเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนลำดับแรกๆ ของไทย ที่พัฒนาเทคโนโลยีในการทอผ้าภายใน Green Factory ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการปลูกป่าเพื่อคืนพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน

ภายในงาน PASAYA เลือกที่จะสื่อสารผ่านแนวคิดที่ส่งต่อแรงบันดาลใจในวิถีชีวิตแบบยั่งยืน สมดุล และศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เพราะสิ่งที่เยียวยาโลกใบนี้จะเยียวยามนุษย์ได้เช่นกัน นำเสนอผ่านลวดลายบนผ้าทอที่ดึงคาแร็กเตอร์ของสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์มาถ่ายทอด ย้ำเตือนว่า ทุกการกระทำของมนุษย์มีผลต่อโลกและสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ผ่านการดีไซน์ผลิตภัณท์ออกมาในรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ที่ผลิตจากวัสดุและเส้นใยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการออกแบบเพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืนรวมถึงการนำกลับมาใช้ใหม่

อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษของปีคือPASAYA ร่วมมือกับ 2 ศิลปินไทยหัวใจรักษ์โลกอย่าง เอ๋-วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ Social Activist Artist เจ้าของผลงานศิลปะจากขยะเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคม สร้างชิ้นงาน “พาร์ทิชันเต่ามะเฟืองจากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน PASAYA” เพื่อสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศวิทยาผืนทะเลไทยด้วยลวดลายเต่ามะเฟือง และ นุ้ย-วรรณิสาถามะนาศาสตร์ ศิลปินยุคใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นและความเป็นจิตอาสาเต็มตัว ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผืนผ้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ใกล้สูญพันธ์ุจากฝีมือของมนุษย์ ผสมผสานเทคนิคการทอผ้าขั้นสูงของ PASAYA

นอกจากนี้ พาซาญ่า ยังชวนผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาพิเศษ “อยู่อย่างไรให้เป็นสุข? บนโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา” (How to live better life in an ever changing world?) วันที่ 6 ตุลาคม 2566 เวลา 15.00-16.00 น. ณ Hall 3 โซน Better Living นำโดย รติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการ PASAYA ร่วมด้วย เอ๋-วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์, ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า ผู้ประกาศข่าว และ โน้ต-วัชรบูลลี้สุวรรณ นักแสดง และนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดหลัก 2 ประเด็น คือ 1.Sustainable Living With Eco : การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยสิ่งแวดล้อม-ความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีวิตเชิงนิเวศและความเป็นอยู่ที่ดี ส่งเสริมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ และวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเพื่ออนาคตที่มีความสุขยิ่งขึ้น ตลอดจนส่งเสริมความคิดริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับบุคคล ชุมชน และระดับโลก 2.Nurturing Mental Health and Well-being: การบำรุงสุขภาพจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิต ส่งเสริมการมีสติและการดูแลตนเองเพื่อการจัดการกับความเครียด รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์และจิตใจ

พบกับธุรกิจเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของโลก เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ รวมทั้งความพยายามกอบกู้ฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศของโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ที่โซน “Better Living” ในงาน SX Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2566

วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

อาคารกำแพงหรือโรงย้อม

อาคารกำแพงหรือโรงย้อม

นํ้าใต้โรงอาหารออคโตสไปเดอร์ เป็นที่เลี้ยงปลาและใช้นํ้าหมุนเวียนที่มาจากระบบบำบัด

นํ้าใต้โรงอาหารออคโตสไปเดอร์ เป็นที่เลี้ยงปลาและใช้นํ้าหมุนเวียนที่มาจากระบบบำบัด

ผลงานของ วรรณิสา ถามะนาศาสตร์

ผลงานของ วรรณิสา ถามะนาศาสตร์