ไฟไหม้สยอง ไนต์คลับในสเปน ดับแล้ว 13 ศพ เจ็บอีกหลายราย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729567

ไฟไหม้สยอง ไนต์คลับในสเปน ดับแล้ว 13 ศพ เจ็บอีกหลายราย (คลิป)

1 ต.ค. 2566 22:30 น.

ไฟไหม้สยอง ไนต์คลับในสเปน ดับแล้ว 13 ศพ เจ็บอีกหลายราย (คลิป)

สลด เกิดเหตุเพลิงไหม้ไนต์คลับในเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟอีก 4 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 1 ต.ค. 2566 รายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้ไนต์คลับ ฟอนด้า มิลาโกรส ในย่านอะตาลายาส แคว้นมูร์เซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย โดยมี 4 คนได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหาย

เหตุเพลิงไหม้ ณ สถานบันเทิงในแคว้นมูร์เซีย ประเทศสเปน (ภาพจาก Bomberos Murcia)

ภาพจากวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ เผยให้เห็นนาทีที่เปลวเพลิงโหมไหม้ลุกลามสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่อยู่ติดกัน 3 แห่งในเมืองมูร์เซีย ได้แก่ ไนต์คลับเทียเตอร์ ไนต์คลับโกลเดน และไนต์คลับฟอนด้า มิลาโกรส พร้อมควันดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากตัวอาคาร

ชมวิดีโอ: ที่นี่ 1, 2

สื่อท้องถิ่นสเปนระบุ นักดับเพลิงและทีมกู้ภัยสามารถเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ตอน 08.00 น. โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดพบในไนต์คลับฟอนด้า มิลาโกรส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการสรุปว่าอะไรเป็นสาเหตุของไฟไหม้ อย่างไรก็ดี ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหาย

ขณะที่ นายโฆเซ บาเยสตา นายกเทศมนตรีของเมืองมูร์เซีย ได้ประกาศไว้อาลัยต่อเหตุการณ์นี้เป็นเวลา 3 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา :BBC

สลด บราซิลเจอ’โลมาแอมะซอน’ตายกว่า100 ตัว ในทะเลสาบ น้ำร้อน 39 องศาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729550

สลด บราซิลเจอ'โลมาแอมะซอน'ตายกว่า100 ตัว ในทะเลสาบ น้ำร้อน 39 องศาฯ

1 ต.ค. 2566 21:59 น.

สลด บราซิลเจอ’โลมาแอมะซอน’ตายกว่า100 ตัว ในทะเลสาบ น้ำร้อน 39 องศาฯ

บราซิลพบโลมาแอมะซอนตายสลด มากกว่า 100 ตัว ในทะเลสาบ นักวิทยาศาสตร์คาด สาเหตุมาจากน้ำอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ ถึง 39 องศาเซลเซียส

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น วันที่ 1 ต.ค. รายงาน สถาบันวิจัย Mamirauá ของบราซิล เปิดเผยว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ได้พบ ‘โลมาแม่น้ำอะเมซอน’ หรือ โลมาสีชมพู เสียชีวิตมากกว่า 100 ตัว ที่ทะเลสาบเทเฟ (Lake Tefé) ลุ่มแม่น้ำแอมะซอน โดยคาดการณ์สาเหตุการเสียชีวิตของโลมาอย่างกะทันหัน มาจากปัญหาอุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ควบคู่ไปกับปัญหาภัยแล้งรุนแรง ทำให้ทะเลสาบแห้ง สร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศต่อบราซิล และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในประเทศ

สถาบันวิจัย Mamirauá กล่าวกับซีเอ็นเอ็น ว่า การที่โลมาแอมะซอน เสียชีวิตจำนวนมากเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปถึงสาเหตุของเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ดี พวกเขาเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแล้ง และอุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งในบางจุดในทะเลสาบมีอุณหภูมิสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ สถาบันวิจัย Mamirauá ยังคาดการณ์ว่าภัยแล้งในบราซิลจะรุนแรงยิ่งขึ้นในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้มีโลมาแอมะซอนตายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ รายงานของซีเอ็นเอ็น ประเทศบราซิล ระบุว่า บรรดานักวิจัยและนักเคลื่อนไหวต่างกำลังพยายามช่วยเหลือโลมาแม่น้ำแอมะซอน ด้วยการย้ายเหล่าโลมาที่รอดชีวิตไปยังบริเวณอื่นของแม่น้ำที่น้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่า หรือไปยังลุ่มแม่น้ำอื่น แต่การเคลื่อนย้ายกลับเป็นอย่างยากลำบาก เนื่องจากปัญหาความห่างไกลของพื้นที่ อีกทั้งต้องคำนึกถึงความปลอดภัยของโลมา หากต้องถูกย้ายไปยังแม่น้ำอื่น

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา :CNN, TheGardian

Crภาพ: André Zumak/Mamirauá Institute

‘อ้าปากแล้วสยอง’ ชายสหรัฐฯ ทุบสถิติ ตกปลาประหลาด ‘ฟันเหมือนคน’ หนักมากสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729560

'อ้าปากแล้วสยอง' ชายสหรัฐฯ ทุบสถิติ ตกปลาประหลาด 'ฟันเหมือนคน' หนักมากสุด

1 ต.ค. 2566 20:33 น.

‘อ้าปากแล้วสยอง’ ชายสหรัฐฯ ทุบสถิติ ตกปลาประหลาด ‘ฟันเหมือนคน’ หนักมากสุด

(Crภาพประกอบ)

ชายสหรัฐฯ สร้างสถิติ ตกปลาประหลาด ‘ชีพส์เฮด’ มีฟันเหมือนคน ตัวใหญ่ น้ำหนักมากที่สุดในรัฐแมรีแลนด์ เจ้าตัวเผยพอปลาอ้าปากเห็นฟันแล้วช็อก แต่ลูกสาวกลับอยากเก็บไว้ใต้หมอน ยกให้เป็น ‘เทพธิดาฟัน’

เมื่อ 1 ต.ค. 2566 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา นายไบรอัน ซัมเมอร์ลิน ชายชาวอเมริกัน วัย 38 ปี ได้รับการบันทึกในฐานะผู้ทำลายสถิติ ตกปลาชีพส์เฮด (Sheepshead) ที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุด เท่าที่เคยมีคนตกปลาชนิดนี้มาได้ในอ่าว Chesapeake รัฐแมรีแลนด์ โดยปลาชีพส์เฮด เป็นปลาที่มีลักษณะภายนอกดูเหมือนปลาปกติทั่วไป แต่หากอ้าปากทีไรแล้วชวนสยองยิ่งนัก เพราะมีฟันเหมือนคน เรียงเป็นแถวหลายซี่ในปาก 

กองทรัพยากรธรรมชาติรัฐแมรีแลนด์ได้ประกาศรับรองว่า นายซัมเมอร์ลิน จากเมือง Princess Anne เป็นผู้ตกปลาชีพส์เฮด ซึ่งเป็นปลาฟันเหมือนคนตัวนี้ได้ที่ Tangier Sound นอกชายฝั่งรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งมีน้ำหนักตัว 16.6 ปอนด์ หรือ 7.52 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นน้ำหนักตัวมากที่สุดเท่าที่เคยจับได้ที่อ่าว Chesapeake ในรัฐแมรีแลนด์ เมื่อ 17 กันยายน 2566

นายซัมเมอร์ลิน เล่าว่า ปลาชีพส์เฮดเป็นปลาที่น่าทึ่ง เพราะว่าพวกมันได้ปรับตัวกับอาหารที่กินตลอดเวลา ปลาชีพส์เฮดมีฟันหน้าแข็งแรง ชนิดที่สามารถกัดเพรียงที่อยู่ใต้น้ำได้ โดยตอนที่เขาพยายามลากขึ้นมาจากใต้น้ำนั้น ปลาพยายามดิ่นสู้อย่างหนัก เพราะต้องการกลับไปอยู่ในน้ำ และมันสามารถใช้ฟันกัดสายเบ็ดให้ขาดได้ โชคดีที่เพื่อนของเขาชื่อคริส ให้คำแนะนำ จนทำให้เขาสามารถลากปลาชีพส์เฮดตัวใหญ่นี้กลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ

นายซัมเมอร์ลิน ยังเล่าแบบขำๆ ว่าในขณะที่เขารู้สึกช็อกตกใจกับฟันที่เหมือนคนในปากของปลาชีพส์เฮดตัวใหญ่เบิ้มตัวนี้ แต่ลูกสาวของเขากลับอยากเก็บฟันไว้ใต้หมอน และยกให้เป็น ‘เทพธิดาฟัน’ เลยทีเดียว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่:https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : mirror

Cr ภาพ: socialmedia

อดีตนายกฯ คัมแบ็ก นำพรรคฝักใฝ่รัสเซีย กำชัยเลือกตั้งสโลวาเกีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729514

อดีตนายกฯ คัมแบ็ก นำพรรคฝักใฝ่รัสเซีย กำชัยเลือกตั้งสโลวาเกีย

1 ต.ค. 2566 18:49 น.

อดีตนายกฯ คัมแบ็ก นำพรรคฝักใฝ่รัสเซีย กำชัยเลือกตั้งสโลวาเกีย

อดีตนายกฯ ฟิโก ในสโลวาเกีย นำพรรคฝักใฝ่รัสเซีย SMER คว้าชัยชนะเลือกตั้งทั่วไป สวนทางเอกซิลโพล ขณะที่พรรค SMER ชูนโยบายมาตลอดถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศ วันที่ 1 ต.ค. 2566 รายงาน ผลการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาของสโลวาเกีย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ย. 2556 ปรากฏว่า พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SMER-SSD) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ชูนโยบายประชานิยม ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก มีคะแนนนำมากกว่า 23% สวนทางเอกซิตโพล ผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง ที่ชี้ว่าพรรคเสรีนิยมสายกลางจะชนะเลือกตั้ง 

จากผลการนับคะแนนเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการที่สำนักสถิติสโลวัค เผยแพร่เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 1 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เผยให้เห็นว่า พรรค SMER ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 23.3% ขณะที่พรรคเสรีนิยมสายกลาง ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนยูเครน และเป็นพรรคที่ถูกคาดการณ์ว่าจะชนะเลือกตั้ง อย่างพรรคสโลวาเกียก้าวหน้า (Progressive Slovakia : PS) ตามมาเป็นอันดับสอง ได้รับคะแนนเสียงเพียง 17%

ส่วนพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับสาม คือพรรคซ้ายสายกลางและนิยมสหภาพยุโรป Hlas ได้รับคะแนนโหวต 15% โดยพรรค Hlas เป็นพรรคที่แยกตัวออกมาจากพรรค SMER หลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรค

หากผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการออกมาว่า พรรค SMER ได้รับชัยชนะ จะทำให้ นายโรเบิร์ต ฟิโก อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศ 2 สมัย ได้กลับมาเป็นผู้นำประเทศสโลวาเกียอีกครั้ง เป็นสมัยที่ 3 หลังจากนายฟิโกเคยถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากกรณีการฆาตกรรมนักข่าวสายอาชญากรรม แจน คูเซียก ในปี 2561

ในขณะที่พรรค SMER ซึ่งประกาศจุดยืนระหว่างหาเสียงเลือกตั้งมาตลอดว่า จะยุติการสนับสนุนทางทหารต่อยูเครนทันที จะต้องไปชักชวนพรรคอื่นให้มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้เสียงข้างมากในสภา

ทั้งนี้ ประเทศสโลวาเกียเป็นทั้งสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู (EU) และเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในยุโรปที่ผลักดันให้สหภาพยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเข้มงวด และได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้กับยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งจุดยืดของสโลวะเกีย สวนทางกับนายฟิโกและพรรค SMER อย่างสิ้นเชิง

โดยพรรค SMER กล่าวอย่างชัดเจนว่า พวกเขานิยมรัสเซีย และชูนโยบายยุติการสนับสนุนทางการทหารและอาวุธแก่ยูเครนทันทีหากได้เป็นรัฐบาล อีกทั้งเคยกล่าวโทษยูเครนว่าเป็นคนยั่วยุประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้เปิดฉากรุกรานยูเครน

การก้าวขึ้นมาของพรรค SMER จึงถือเป็นความท้าทายใหม่ของสหภาพยุโรป และนาโต ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อท่าทีและเอกภาพของชาติสมาชิกต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในอนาคตได้

อย่างไรก็ดี ถึงแม้พรรค SMER จะชนะเลือกตั้ง แต่เสียงสนับสนุนที่พวกเขาได้รับก็ไม่มากพอที่ตั้งรัฐบาลได้ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า พรรคซ้ายสายกลาง Hlas น่าจะมีบทบาทสำคัญในการชี้ชะตาพรรครัฐบาลใหม่ของสโลวาเกีย

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ไม่ว่าพรรคใดจะชนะเลือกตั้ง พรรคนั้นจะต้องเจรจากับพรรคอื่นๆ และต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 10 พรรค ถึงจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. มากพอจัดตั้งรัฐบาลผสม

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา :BBC, CNN

ปูติน ลั่นไม่มีใครขวางรัสเซีย ชนะในสงครามยูเครน หลังผนวก 4 แคว้นครบปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729475

ปูติน ลั่นไม่มีใครขวางรัสเซีย ชนะในสงครามยูเครน หลังผนวก 4 แคว้นครบปี

1 ต.ค. 2566 15:57 น.

ปูติน ลั่นไม่มีใครขวางรัสเซีย ชนะในสงครามยูเครน หลังผนวก 4 แคว้นครบปี

ปธน.ปูติน ประกาศไม่มีใครจะมาขัดขวางรัสเซียชนะในสงครามยูเครน ขณะกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสครบ 1 ปี รัสเซียผนวก 4 แคว้นของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

เมื่อ 1 ต.ค. 2566 สถานีโทรทัศน์แห่งชาติรัสเซีย ออกอากาศเผยแพร่คลิปวิดีโอ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกมากล่าวกับชาวรัสเซียทั้งประเทศ เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี ที่รัสเซียผนวกดินแดน 4 แคว้นของยูเครน ได้แก่ แคว้นโดเนตสก์ ลูฮานสก์ ซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อเดือนกันยายน 2565 หลังจากรัสเซียเปิดฉากทำสงครามในยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ปีที่แล้วว่า ‘ไม่มีอะไร และไม่มีใครจะมาหยุดยั้งรัสเซียให้ประสบชัยชนะในยูเครนได้’

ประธานาธิบดีปูติน ยังได้พูดยกย่องว่า การที่สาธารณรัฐแห่งประชาชนโดเนตสก์ และลูฮานสก์ รวมทั้งแคว้นซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียนั้น เป็นเหตุการณ์สำคัญ และเป็นประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

นอกจากนั้น ผู้นำรัสเซีย วัย 71 ปี ยังกล่าวว่า เขาได้ทำเพื่อฟื้นฟูคุณค่าของบางสิ่งบางอย่างของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ขนบประเพณี และ ‘ภาษาแม่’ ท่ามกลางประชาชนที่ส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย พร้อมกันนั้นประธานาธิบดีปูตินได้ขอบคุณประชาชนใน 4 แคว้นที่ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย.

ที่มา : Dailymail

ตุรกีระทึก มือระเบิดฆ่าตัวตาย บึมสนั่นใกล้รัฐสภา ในกรุงอังการา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729490

ตุรกีระทึก มือระเบิดฆ่าตัวตาย บึมสนั่นใกล้รัฐสภา ในกรุงอังการา

1 ต.ค. 2566 15:31 น.

ตุรกีระทึก มือระเบิดฆ่าตัวตาย บึมสนั่นใกล้รัฐสภา ในกรุงอังการา

เกิดเหตุสะเทือนขวัญ มือระเบิดฆ่าตัวตายก่อเหตุบึมสนั่นด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ใกล้อาคารรัฐสภา ในกรุงอังการา ตำรวจได้รับบาดเจ็บสองนาย ส่วนมือระเบิดสิ้นชีพหนึ่งศพ

เมื่อ 1 ต.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญ มือระเบิดฆ่าตัวตายก่อเหตุระเบิด ที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ในกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี เบื้องต้นมีรายงานว่า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ในขณะที่มือระเบิดรายหนึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ด้านกระทรวงมหาดไทยของตุรกีออกแถลงการณ์ว่า มีผู้ก่อการร้าย 2 คน ลงมือก่อเหตุระเบิดโจมตี ที่บริเวณด้านหน้าอาคารของกระทรวงมหาดไทย ในกรุงอังการา ซึ่งผู้ก่อการร้ายรายหนึ่งเสียชีวิต และต่อมา มีรายงานว่า มือระเบิดรายที่ 2 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ยิงเสียชีวิต

รถพยาบาลรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ ด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ใกล้กับอาคารรัฐสภา ในกรุงอังการา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม 2566

ด้านผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า เหตุระเบิดเกิดที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทยในกรุงอังการา เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น ทางการตุรกีได้ระดมกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยรอบอาคารรัฐสภา และกระทรวงมหาดไทยอย่างแน่นหนา

ขณะที่ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า เหตุระเบิดสะเทือนขวัญครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นขณะที่จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาของตุรกีอีกครั้ง หลังจากได้หยุดพักการประชุมในช่วงฤดูร้อน โดยสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด รวมทั้งประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี จะต้องมาร่วมประชุมการเปิดประชุมรัฐสภา ในเวลาประมาณหลังเที่ยงวัน ซึ่งคาดว่าเป็นเวลาประมาณ 14.00 น.

กรมพัฒนาฯชูZeroWaste หมู่บ้านปลอดขยะอินทรีย์ต้นแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760131

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนงานภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 มิติ โดยปี 2566 ได้ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านปลอดขยะอินทรีย์ต้นแบบ (Zero Waste Village) เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้ และการใช้เทคโนโลยีลดขยะเศษวัสดุและของเสียในชุมชนให้กลับมาใช้ประโยชน์ ที่มีหมอดินอาสาเป็นประธานกลุ่ม โดยเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตพร้อมทั้งสาธิตการนำขยะและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำปุ๋ยหมักซึ่งโครงการนี้จะเป็นต้นแบบหมู่บ้านปลอดขยะอินทรีย์ 77 จังหวัด ที่นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ของเหลือจากชุมชน ครัวเรือน ร่วมกับผลิตภัณฑ์สารชีวภาพจากเทคโนโลยี มาหมุนเวียนใช้ผลิตน้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมักได้ทำให้หมู่บ้านภายใต้โครงการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังสามารถลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้ นอกจากนี้สิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ ยังมีการจัดการขยะพลาสติกในหมู่บ้านต้นแบบเพื่อนำไปรีไซเคิล ถือเป็นการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนในชุมชนได้ทุกมิติต่อไป

นายปราโมทย์กล่าวอีกว่ามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไทยแบบองค์รวมภายใต้โมเดล BCG โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างอาหารให้มีความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลทำให้ภาคการเกษตรมีความมั่นคงทางอาชีพ สร้างความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกร สามารถผลิตอาหารให้กับประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

รองปลัดฯมอบใบรับรอง การเลี้ยงควายปลักทะเลน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760127

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบใบประกาศรับรอง “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” เป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง ว่าองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้ประกาศให้ “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” เป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร หรือ GloballyImportant Agricultural Heritage Systems (GIAHS) โดยพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จนได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ Ramsar site และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ FAO ในการเป็นมรดกทางการเกษตรที่เน้นการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาเศรษฐกิจ ปกป้องและส่งเสริมการใช้ทางเศรษฐกิจชีวภาพให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับควายปลักทะเลน้อย

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวอีกว่า พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จะเป็นหมุดหมายระดับโลกที่ร่วมกันทำการศึกษา จัดทำฐานข้อมูล และพัฒนาพื้นที่ โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศอื่นๆ ให้ความสำคัญกับพื้นที่ GIAHS เป็นอย่างมาก เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีพื้นที่GIAHS มากถึง 19 แห่ง หรือประเทศญี่ปุ่น ที่มีพื้นที่ GIAHS 15 แห่งยกตัวอย่างพื้นที่ GIAHS ที่เคยสัมผัสมาคือ ไร่ชา จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระบบการทำไร่ชาที่เรียกว่า “Chagusaba” (ชากุซาบะ) ซึ่งเป็นการปลูกชาตามวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น โดยใช้วัสดุทางธรรมชาติหมุนเวียนในการปลูกชาโดยมีการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีพืชชนิดอื่นและสัตว์ชนิดอื่นเพิ่มขึ้นในระบบการปลูกชา เป็นต้น

ทั้งนี้ พื้นที่ในประเทศไทยต้องการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางการเกษตรโลก คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 460.64 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และมีระบบนิเวศสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสังคมสัตว์และสังคมพืชนานาชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งประกอบอาชีพหลักและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนในพื้นที่โดยเฉพาะอาชีพกสิกรรมแบบดั้งเดิมอย่างการทำนาและเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันควายที่เกษตรกรเลี้ยงในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นของเกษตรกร ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และของเกษตรกร ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา มีประมาณ 3,500 ตัว

โรงโอ่งเอาใจสายมู จัดปลุกเสกเพิ่มเฮง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760132

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าพิพิธภัณฑ์โอ่งราชบุรี ภายในโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 อ.เมือง จ.ราชบุรีนายสุชาติ โฆษบดี เจ้าของโรงโอ่ง พร้อมครอบครัว ได้จัดพิธีพุทธาภิเษก ปลุกเสก “โอ่งลายมังกร”โอ่งคำอวยพรรุ่นเก็บทรัพย์ รุ่นแรก ของทางโรงโอ่ง โดยมีพระครูปิยวัชรวงศ์ (หลวงตาเทพ) เจ้าอาวาสวัดสำมะโรงจังหวัดเพชรบุรี เจ้าตำหรับ “องค์ท้าวเวสสุวรรณไม้จันทน์หอม”หนึ่งเดียวในโลก เป็นประธานในพิธีและนำสวดพุทธาภิเษก โดยใช้พิธีกรรมทางศาสนาพุทธ โดยมีการบวงสรวงอัญเชิญทวยเทพเทวาให้เป็นสักขีพยาน และอำนวยอวยพร เพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุโอ่งลายมังกร โอ่งคำอวยพรรุ่นเก็บทรัพย์ รุ่นแรก จำนวน 300 ใบ เพื่อให้เกิดความเฮง ปัง โชคดี ร่ำรวย ที่แรก ที่เดียว ในประเทศไทย

นายสุชาติ โฆษบดี เจ้าของโรงโอ่งเปิดเผยว่า การจัดสร้างโอ่งลายมังกร 5 เล็บ ลิ้นยาว จัดสร้าง จำนวน 300 ใบในรุ่นแรกนี้ โดยมีวัตถุประสงค์อยากให้ผู้ที่นำไปตั้งที่บ้าน ห้องนอน หรือ หน้าร้านริมทาง เพื่อให้เกิดความเฮงปัง โชคดี ร่ำรวย และยังเป็นที่แรกในการนำโอ่ง เขียนชื่อลายมงคล อาทิ ข้อความ มั่งมีศรีสุข, เงินทองไหลมา, เฮง เฮง เฮง โดยจะวางจำหน่ายที่โรงโอ่งรัตนโกสินทร์เซรามิกค์ 4 ราชบุรี ขณะที่บรรดาคอหวยต่างพาไปดูตัวเลขจากหางประทัดที่จุดในพิธี ซึ่งได้เลข 3 ตัว 8, 8, 8ซึ่งได้ตรงตามโอ่งมังกร

กรมประมงมุ่งปั้น สัตว์น้ำรวม3ชนิด วัตถุดิบพรีเมียม ขายต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760125

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มีความมุ่งมั่นในการสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมง จึงได้สำรวจความต้องการของตลาดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากทั้งในและต่างประเทศ และดำเนินการคัดเลือกสัตว์น้ำเศรษฐกิจนำร่อง 3 ชนิด ได้แก่ “ปลากะพงทอง ปลิงทะเลปูทะเล” มาดำเนินการส่งเสริมและต่อยอดเป็นวัตถุดิบคุณภาพ สำหรับปรุงเป็นเมนูอาหารที่มีความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ รสชาติ กลิ่น และสีสัน ซึ่งจะช่วยยกระดับวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าว ให้คำแนะนำและติดตามผลการเลี้ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างผลผลิตให้ได้ปริมาณรองรับความต้องการของตลาด พร้อมผลักดันให้เข้าสู่มาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก นอกจากนี้ ได้พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร สร้างเมนูอาหารที่ดึงดูดคุณค่าของวัตถุดิบออกมาผ่านเมนูแปลกใหม่เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค โดยสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

นายประพันธ์กล่าวต่อว่า การพัฒนาทักษะในสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อสร้างโอกาสในการขยายช่องทางตลาดใหม่ๆ ให้เกษตรกร เป็นหนึ่งในนโยบายที่กรมประมง ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ยังเป็นการสร้างรายได้เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย