ตร.จับเด็กอายุ 16 มือบอน โค่นต้นไม้อายุเกือบ 200 ปี ข้างกำแพงเฮเดรียนในอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728941

ตร.จับเด็กอายุ 16 มือบอน โค่นต้นไม้อายุเกือบ 200 ปี ข้างกำแพงเฮเดรียนในอังกฤษ

29 ก.ย. 2566 10:04 น.

ตร.จับเด็กอายุ 16 มือบอน โค่นต้นไม้อายุเกือบ 200 ปี ข้างกำแพงเฮเดรียนในอังกฤษ

ตำรวจอังกฤษเร่งสอบสวนเด็กชายอายุ 16 ปี หลังก่อเหตุตัดต้นไม้อายุเกือบ 200 ปี สัญลักษณ์สำคัญใกล้แนวกำแพงโบราณเฮเดรียน สร้างกระแสความไม่พอใจให้แก่ชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก

เด็กชายวัย 16 ปี ชาวอังกฤษ ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี หลังก่อเหตุโค่นต้นไม้อายุเกือบ 200 ปี อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ของกำแพงโบราณ “เฮเดรียน วอลล์” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนเหนือของอังกฤษ ในเมืองนอร์ธัมเบรีย จนเกิดกระแสความโกรธแค้นของประชาชนในพื้นที่รวมทั้งนักอนุรักษ์

โดยตำรวจได้ควบคุมตัวเด็กหนุ่มรายนี้เอาไว้เพื่อสอบสวนอย่างเข้มข้น เพราะไม่เชื่อว่าเด็กชายวัย 16 ปี จะก่อเหตุนี้เพียงลำพัง โดยเบื้องต้นเขาจะถูกดำเนินคดีอาญาฐานก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจากภาพที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลจะเห็นต้นไม้บริเวณ “ซีคามอร์ แก๊บ” ถูกเลื่อยไฟฟ้าตัดจนเหลือแต่ตอ โดยส่วนของลำต้นนอนราบอยู่ไม่ไกล

ทั้งนี้ เฮเดรียน วอลล์ หรือกำแพงเฮเดรียน เป็นกำแพงที่อยู่ทางทางใต้ของประเทศอังกฤษเพื่อกั้นแนวเขต ติดต่อกับประเทศสกอตแลนด์ กำแพงนี้ถูกก่อตั้งโดยจักรพรรดิเฮเดรียน ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศักราช 122 เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวโรมัน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ขณะที่ต้นไม้ต้นนี้เป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในอังกฤษ และยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกจากการปรากฏอยู่ในฉากภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง อย่างเรื่อง “โรบิน ฮู้ด เจ้าชายจอมโจร” ที่ออกฉายเมื่อปี 1991 นำแสดงโดย เควิน คอสต์เนอร์ เป็นต้น.

ที่มา : ABC

ติดตามข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

รัฐบาลเกาหลีเหนือ สลัก รธน.ต้องมีอาวุธนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728958

รัฐบาลเกาหลีเหนือ สลัก รธน.ต้องมีอาวุธนิวเคลียร์

29 ก.ย. 2566 10:04 น.

รัฐบาลเกาหลีเหนือ สลัก รธน.ต้องมีอาวุธนิวเคลียร์

รัฐบาลเกาหลีเหนือแสดงจุดยืนทางความมั่นคงครั้งสำคัญด้วยการบรรจุสถานะของประเทศตัวเองว่าเป็นชาติที่ครอบครองอำนาจทางอาวุธนิวเคลียร์ ลงในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ซึ่งย่อมหมายความว่าการมีอาวุธนิวเคลียร์คือกฎหมายพื้นฐานของเกาหลีเหนือ และการเรียกร้องให้เกาหลีเหนือละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์คือการเรียกร้องให้เกาหลีเหนือแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน

ทั้งนี้ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ กล่าวในการประชุมสภาประชาชนว่า นโยบายสร้างกองทัพนิวเคลียร์ได้ถูกทำให้เป็นเรื่อง “ถาวร” ในฐานะกฎหมายพื้นฐานที่ห้ามมีใครมาดูหมิ่น ถือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่จะทำให้เกาหลีเหนือมีอำนาจต่อรองทางการเมือง หลังจากเกาหลีเหนือเผชิญภัยคุกคามครั้งร้ายแรงจากการผนึกกำลังสหรัฐฯ-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ซึ่งคือองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เวอร์ชันเอเชีย ซึ่งเป็นองค์การที่เป็นต้นเหตุของสงครามและการคุกคาม ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การบรรจุสถานะในรัฐธรรมนูญเกาหลีเหนือ ยิ่งเป็นกว่าดับความหวังของชาติตะวันตกและพันธมิตรที่ต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

อึ้ง ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวเร็ว แค่ 2 ปี หายไปแล้ว 10%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728923

อึ้ง ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวเร็ว แค่ 2 ปี หายไปแล้ว 10%

29 ก.ย. 2566 07:25 น.

อึ้ง ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวเร็ว แค่ 2 ปี หายไปแล้ว 10%

นักวิทยาศาสตร์เตือน ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยหายไปแล้ว 10% ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี หวั่นสร้างปัญหาหลายอย่างในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค. 2566 คณะกรรมการสังเกตการณ์หิมะภาค แห่งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ระบุว่า ธารน้ำแข็งในประเทศกำลังหดตัวอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำแข็งหายไปแล้วทั้งสิ้น 10% อันเป็นผลจากหิมะตกน้อย และอุณหภูมิสูงขึ้นจนเกิดการละลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

รายงานระบุว่า ในปี 2566 ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวลง 4% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดอันดับที่ 2 รองจากในปี 2565 ที่ธารน้ำแข็งถูกทำลายไป 6% และเมื่อนำ 2 ปีนี้มารวมกันจะเท่ากับว่า สวิตเซอร์แลนด์เสียน้ำแข็งในเวลาแค่ 2 ปี เท่ากับธารน้ำแข็งที่หายไปในช่วง 3 ทศวรรษระหว่างปี 2503-2533

“การสูญเสียที่เราเห็นในปี 2565 และ 2566 นั้นน่าตกใจมากกว่าอะไรที่เราเคยประสบมาจนถึงตอนนี้” นายแมทเธียส ฮุส หัวหน้าเครือข่ายสังเกตการณ์ธารน้ำแข็ง (GLAMOS) วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สวิสกล่าว “แม้ว่าธารน้ำแข็งจะสูญเสียมวลไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมาหลายทศวรรษ แต่นี่มันเร็วขึ้นมหาศาล”

การหดหายของธารน้ำแข็งในช่วง 2 ปีดังกล่าว ทำให้ ‘ลิ้นธารน้ำแข็ง’ (glacier tongue) หรือส่วนปลายสุดของธารน้ำแข็งที่มีลักษณะยื่นออกไปในทะเล พังทลายไปหลายแห่ง และธารน้ำแข็งขนาดเล็กในสวิตเซอร์แลนด์ก็ละลายหลายไปมากมาย เช่นธารน้ำแข็ง เซนต์ อันนาเฟิร์น ตอนกลางของประเทศ ซึ่งน้ำแข็งหดตัวมากจน GLAMOS ไม่มีอะไรให้สังเกตการณ์

การสูญเสียน้ำแข็งยังเกิดขึ้นในพื้นที่สูง ซึ่งตามปกติไม่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วย น้ำแข็งในรัฐวาเล (Valais) และบริเวณหุบเขา ‘เองกาดีน’ (Engadin) ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 3,200 เมตร ยังหายไปหลายเมตร

ภาพเปรียบเทียบธารน้ำแข็งโรน (Rhone Glacier) ในเดือนกรกฎาคม 2558 (บน) กับเดือนสิงหาคม 2566 (ล่าง) ที่ผ่านมา

การสูญเสียน้ำแข็งดังกล่าว ซึ่งกระทบต่อธารน้ำแข็งทั่วสวิตเซอร์แลนด์ เกิดขึ้นหลังจากพวกเขามีฤดูหนาวที่หิมะตกน้อยมาก ระดับของหิมะในช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ราว 30% ของค่าเฉลี่ยความลึกของหิมะที่ปกคลุมระยะยาวเท่านั้น

ต่อมา สวิตเซอร์แลนด์ยังต้องเจอกับฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ อากาศที่ร้อนและแห้งในเดือนมิถุนายนหมายความว่า หิมะจะเริ่มละลายเร็วกว่าปกติ 2-4 สัปดาห์ อุณหภูมิที่สูงยังต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งทำให้หิมะที่ตกในฤดูร้อนละลายเร็วขึ้นด้วย

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บอลลูนสภาพอากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ต้องใต้ระดับขึ้นไปที่ความสูงถึง 5,298 ม.กว่าอุณหภูมิจะตกลงไปอยู่ที่ 0 องศาเซลเซียส นับเป็นจุดสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติมา

นายฮุสระบุว่า การสูญเสียน้ำแข็งจำนวนมากในช่วง 2 ปีนี้ หมายความว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศในพื้นที่สูงของเทือกเขาแอลป์อย่างมีนัยสำคัญ สร้างสถานการณ์อันตรายให้แก่นักปีนเขา ด้วยหินที่ไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการเกิดหินถล่ม นอกจากนั้นธารน้ำแข็งยังจะหดตัวต่อไปเรื่อยๆ จนไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุด

ขณะที่ข้อดีก็มีเช่นกันคือ น้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งสามารถช่วยบรรเทาภัยแล้งในประเทศ และเติมน้ำในเขื่อนได้ แต่นายฮุสเตือนว่า นี่เป็นเพียงข้อดีระยะสั้นและชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อธารน้ำแข็งหดตัวลงเรื่อยๆ มันก็จะค่อยๆ สูญเสียบทบาทสำคัญของมันในฐานะผู้ผลิตน้ำในตอนที่ประชาชนต้องการใช้ และจะทำให้การขาดแคลนน้ำขณะเผชิญคลื่นความร้อนในอนาคตอันใกล้นี้ รุนแรงขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

บังกลาเทศไข้เลือดออกระบาดหนัก เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,000 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728914

บังกลาเทศไข้เลือดออกระบาดหนัก เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,000 ศพ

29 ก.ย. 2566 05:15 น.

บังกลาเทศไข้เลือดออกระบาดหนัก เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,000 ศพ

บังกลาเทศกำลังเผชิญการระบาดของไข้เลือดออกครั้งรุนแรงที่สุด มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,000 ศพ ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่โรงพยาบาลกำลังมีปัญหาในการรับมือผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 2566 ทางการบังกลาเทศประกาศว่า ประเทศของพวกเขากำลังเผชิญการระบาดครั้งรุนแรงที่สุดของไข้เลือดออกเด็งกี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,000 ศพ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กำลังเผยว่าพยายามอย่างหนักในการควบคุมการแพร่กระจาย ขณะที่โรงพยาบาลก็กำลังท่วมท้นด้วยผู้ป่วยจำนวนมาก

ทั้งนี้ ไข้เลือดออกเคยเป็นโรคประจำฤดูกาลของบังกลาเทศ แต่เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นกับฤดูมรสุมที่มีความชื้นมากขึ้น เพราะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้ยุงที่มีเชื้อเด็งกีสามารถแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และทำให้การระบาดของไข้เลือดออกในบังกลาเทศเกิดบ่อยขึ้นนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติการระบาดในปี 2543

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบังกลาเทศกล่าวว่า การระบาดระลอกล่าสุดเล่นงานพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มีสาเหตุจากเชื้อเด็งกีสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหมอหลายคนระบุว่า อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกในช่วงไม่นานมานี้ทรุดลงเร็วกว่าเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา

ตอนนี้ทั้ง 64 เขตทั่วประเทศบังกลาเทศต่างมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเด็งกี และมันทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 20 คนเป็นประจำทุกว่าตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตในปีนี้ ก็แซงหน้าจำนวนผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดในช่วง 22 ปีที่ผ่านมารวมกันไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยจำนวนมากกำลังล้นทะเลโรงพยาบาล เช่นในกรุงธากามีผู้ติดเชื้อเด็งกีหลายร้อยคนกำลังรอรับการรักษา ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนสารละลายสำหรับให้ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งสำคัญมากต่อการรักษาผู้ป่วยเด็งกี ที่มักเกิดอาการขาดน้ำ

ทางการบังกลาเทศพยายามจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงที่เป็นพาหะนำโรค

แต่ ดร.มุชทัค ฮุสเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่า ยังมีสิ่งที่จำเป็นต้องทำอีกมาก เพื่อรับมือการระบาดครั้งนี้ “เหล่าผู้ที่เกี่ยวข้องคิดว่า นี่อาจเป็นเพียงการระบาดชั่วคราว และมันจะผ่านไปในไม่กี่วัน จึงทำให้ไม่มีมาตรการระยะยาวหรือมีประสิทธิภาพออกมา” ดร.อุสเซนกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชาวอินเดียเดือด เด็กหญิงถูกข่มขืน เดินเตร่ 2 ชม.ไม่มีใครยอมช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728913

ชาวอินเดียเดือด เด็กหญิงถูกข่มขืน เดินเตร่ 2 ชม.ไม่มีใครยอมช่วย

29 ก.ย. 2566 04:05 น.

ชาวอินเดียเดือด เด็กหญิงถูกข่มขืน เดินเตร่ 2 ชม.ไม่มีใครยอมช่วย

ชาวอินเดียจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจบนโลกออนไลน์ หลังคลิปจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า เด็กหญิงคนหนึ่งพยายามเดินขอความช่วยเหลือหลังถูกข่มขืน แต่ไม่มีใครยอมช่วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีคลิปวิดีโอสั้นๆ จากกล้องวงจรปิดถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งมีเลือดออก เดินไปเดินมานานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากเธอถูกข่มขืน แต่กลับไม่มีใครใช้ หนำซ้ำชายคนหนึ่งยังทำท่าคล้ายกับโบกมือไล่ในตอนที่เธอเดินไปหาด้วย

เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นที่เมืองอุจเจน ในรัฐมัธยประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรียกเสียงประณามจากทั้งนักการเมืองและชาวเน็ตในอินเดีย โดยแกนนำฝ่ายค้านออกมาโจมตีพรรครัฐบาลที่ไม่ยอมแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง

ด้านนายซาชิน ชาร์มา ผู้กำกับการตำรวจเมืองอุจเจน บอกกับสื่อท้องถิ่นในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 2566 ว่าผลการตรวจทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้ถูกข่มขืน โดยเธอได้รับความช่วยเหลือในท้ายที่สุด ส่วนคน 5 คนคุยกับเด็กหญิงรายนี้ก่อนหน้านั้นกำลังถูกสอบปากคำ

ตำรวจอินเดียระบุว่า พวกเขากำลังตรวจสอบกล่องวงจรปิดตัวอื่นๆ ในพื้นที่เพื่อตามรอยเส้นทางการเดินของเด็กคนนี้ก่อนที่เธอจะได้รับความช่วยเหลือ โดยนายชาร์มาระบุว่า เด็กหญิงรายนี้ถูกแจ้งว่าหายตัวไปจากเมืองสัตนา ซึ่งห่างจากเมืองอุจเจนถึง 700 กม. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

นายชาร์มาบอกอีกว่า เด็กหญิงได้รับความช่วยเหลือจากนายราหุล ชาร์มา ผู้เป็นนักบวชฮินดู โดยนายราหุลยืนยันกับสื่อว่า ตอนที่เขาพบเธอ เด็กคนนี้อยู่ในสภาพมีเลือดออก ตาบวม เขาจึงถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เด็กตอบกลับมาด้วยภาษาที่เขาฟังไม่เข้าใจ เขาจึงให้เด็กเขียนใส่กระดาษเด็กก็ไม่ยอมเขียนอะไร

สุดท้ายนายราหุลก็มอบเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งให้กับเด็กหญิง และแจ้งตำรวจซึ่งเป็นผู้พาเธอไปส่งโรงพยาบาล ก่อนตำรวจจะออกแถลงการณ์ในคืนวันพุธว่า บาดแผลของเด็กคนนี้ได้รับการรักษาแล้ว โดยเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดด้วย แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นเพราะเหตุใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก มือปืนดัตช์ยิงแม่-ลูกตาย ก่อนบุกยิงอาจารย์มหาวิทยาลัยดับอีกศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728912

ช็อก มือปืนดัตช์ยิงแม่-ลูกตาย ก่อนบุกยิงอาจารย์มหาวิทยาลัยดับอีกศพ

29 ก.ย. 2566 02:45 น.

ช็อก มือปืนดัตช์ยิงแม่-ลูกตาย ก่อนบุกยิงอาจารย์มหาวิทยาลัยดับอีกศพ

มือปืนคนหนึ่งก่อเหตุยิงสังหารหญิงเพื่อนบ้านกับลูกสาวในเมืองรอตเทอร์ดาม ก่อนจะบุกไปยิงอาจารย์ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยถึงในห้องเรียนจนเสียชีวิตอีก 1 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจของประเทศเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 32 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงหญิงสาววัย 39 ปี ผู้อาศัยอยู่ละแวกบ้านเดียวกับเขาในเมืองรอตเทอร์ดาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 2566 และยิงลูกสาววัย 14 ปีของเธอจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงจุดไฟเผาบ้าน ล่าสุดเด็กหญิงทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้ว

จากนั้น มือปืนรายนี้ก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของศูนย์การแพทย์ ‘เอราสมุส’ (Erasmus) บุกเข้าในห้องเรียนและยิงอาจารย์วัย 46 ปีจนเสียชีวิต และก่อเหตุจุดไฟเผาเช่นเดียวกัน ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจจับกุมตัวได้ใกล้พื้นที่ของโรงพยาบาล โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

“เราช็อกมากับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นนี้ เกิดเหตุยิงกันขึ้นใน 2 สถานที่ต่างกันในเมืองรอตเทอร์ดาม มีผู้เห็นเหตุการณ์มากมาย” นายอาห์เหม็ด อาบูตาเลบ นายกเทศมนตรีเมืองรอตเทอร์ดามกล่าว

ด้านนายฮิวโก ฮิลเลนนาร์ อัยการสูงสุดเมืองรอตเทอร์ดามระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นที่รู้จักของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว และในปี 2564 เขาเคยถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทารุณกรรมสัตว์มาแล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่าพวกเขาได้รับแจ้งเหตุยิงกัน 2 เหตุการณ์ในพื้นของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอราสมุส ในเวลาประมาณ 14.25 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้ต้องสงสัยตัวสูง ผมสีดำ สวมชุดคอมแบท และสะพายกระเป๋าเป้ ขณะที่ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโพสต์ข้อความผ่าน เอ็กซ์ (X) เตือนประชาชนไม่ให้มายังศูนย์การแพทย์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters , cnn

แฟนเศร้า ‘เซอร์ไมเคิล แกมบอน’ เจ้าของบท ‘ดัมเบิลดอร์’ เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728908

แฟนเศร้า ‘เซอร์ไมเคิล แกมบอน’ เจ้าของบท ‘ดัมเบิลดอร์’ เสียชีวิตแล้ว

29 ก.ย. 2566 00:42 น.

แฟนเศร้า ‘เซอร์ไมเคิล แกมบอน’ เจ้าของบท ‘ดัมเบิลดอร์’ เสียชีวิตแล้ว

เซอร์ไมเคิล แกมบอน นักแสดงระดับตำนาน ผู้รับบท ศ.ดัมเบิลดอร์ ในภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุได้ 82 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เซอร์ไมเคิล แกมบอน นักแสดงระดับตำนานชาวอังกฤษเชื้อสายไอริช ผู้เป็นที่รู้จักอย่างมากจากการรับบท ‘อัลบัส ดัมเบิลดอร์’ ในภาพยนตร์ชุดเรื่อง ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ถึง 6 ใน 8 ภาค เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 2566 หลังจากเข้ารับการรักษาโรคปอดบวม ด้วยวัย 82 ปี

“เราเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องประกาศการการสูญเสีย เซอร์ไมเคิล แกมบอน” แคลร์ ดอบส์ โฆษกของเซอร์แกมบอนระบุในแถลงการณ์ “ไมเคิลผู้เป็นทั้งพ่อและสามีอันเป็นที่รัก เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลโดยมี แอนน์ ภรรยา และเฟอร์กุส ลูกชายอยู่เคียงข้าง หลังจากล้มป่วยด้วยโรคปอดบวมมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยไมเคิลมีอายุ 82 ปี”

ทั้งนี้ เซอร์แกมบอนมีผลงานในวงการบันเทิงมากมายตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งบนจอแก้ว, จอเงิน รวมถึงบนวิทยุ และชนะรางวัล ‘รางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์บริติช’ หรือ ‘แบฟตา’ (BAFTA) ถึง 4 ครั้ง โดยมีผลงานใหญ่อีกชิ้นที่ส่งให้เขาเป็นที่รู้จักคือ บทบาทในซีรีส์ ‘The Singing Detective’ ช่วงยุคปี 1980

เซอร์แกมบอนเกิดที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ แต่ต้องย้ายไปอยู่ลอนดอนตั้งแต่เด็ก และเติบโตในชุมชนผู้อพยพชาวไอร์แลนด์ในย่านแคมเดน และงานแรกของเขาคือการเป็นช่างทำเครื่องมือฝึกหัด ทำให้เขาเกิดความชอยในปืนโบราณ, นาฬิกา และรถคลาสสิก ซึ่งเป็นนิสัยที่ติดตัวเขามาตลอดชีวิต

ระหว่างการฝึกเป็นช่างทำเครื่องมือ แกมบอนก็รับการศึกษาที่ราชสถาบันศิลปะการละคร (Royal Academy of Dramatic Art) และเปิดตัวเป็นนักแสดงอาชีพในละครเวทีเรื่อง ‘Othello’ ที่โรงละคร ‘เกต เทียเตอร์’ ในกรุงดับลิน เมื่อ ค.ศ.1962

การแสดงของเขาไปเตะตานักแสดง ลอเรนซ์ โอลิวิเยร์ ซึ่งจ้างเขาให้เข้าร่วมบริษัท National Theatre Company ซึ่งเพิ่งก่อตั้งใหม่ และ 4 ปีหลังจากนั้น แกมบอนก็ได้เข้าร่วมบริษัท Birmingham Repertory Company และได้แสดงในบทบาทจากบทประพันธ์ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ที่เขาชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม กว่าที่ชื่อของแกมบอนจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็ต้องรอถึงช่วงปี 1980 จากการรับบท ‘ฟิลิป มาร์โลว์’ ในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง The Singing Detective จากนั้นในปี 1990 เขาก็ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช (OBE) และได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน มีคำนำหน้าชื่อว่า เซอร์ ใน 8 ปีต่อมา จากผลงานในวงการบันเทิงของเขา

แต่บทบาท อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอตส์ ในภาพยนตร์ชุดเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือบทที่ทำให้เซอร์แกมบอนกลายเป็นที่จัดจำไปทั่วโลก โดยเขาเข้ามารับบทแทนริชาร์ด แฮร์ริส ซึ่งเสียชีวิตในปี 2545 และสมบทบาทดัมเบิลดอร์ ในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึง 6 จาก 8 ภาค

ที่มา : cnn

ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเตรียมยุบดินแดน ม.ค. 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728852

ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเตรียมยุบดินแดน ม.ค. 2567

28 ก.ย. 2566 20:30 น.

ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเตรียมยุบดินแดน ม.ค. 2567

ผู้นำสาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค ประกาศเตรียมยุบดินแดนตั้งแต่ ม.ค. 2567  พร้อมจะยุบสถาบันการเมืองทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากในปัจจุบัน

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 28 ก.ย. 2566 รายงาน นายซัมเวล ชาห์รามันยัน (Samvel Shahramanyan) ประธานาธิบดีสาธารณารัฐอาร์ทซัค สาธารณรัฐที่ถูกสถาปนาขึ้นโดยกลุ่มชาติพันธ์อาร์เมเนียในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ได้ลงนามในกฤษฎีกายุบองค์กรและสถาบันทางการเมืองทั้งหมดของภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ถือเป็นการสิ้นสุดลงของสาธารณรัฐแห่งนี้ 

บัญชีเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเรียกว่า สาธารณรัฐอาร์ทซัค ได้เผยแพร่แถลงการณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. 2566 ระบุว่า “การดำรงอยู่สาธารณรัฐนากอร์โน-คาราบัค (อาร์ทซัค) จะสิ้นสุดลง” นายชาห์รามันยันระบุว่า การตัดสินใจเช่นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองและการทหารที่ยากลำบากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ อาเซอร์ไบจาน และอาร์เมเนีย เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาระหองระแหงมายาวนาน จากกรณีการแย่งชิงพื้นที่นากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นดินแดนในประเทศอาเซอร์ไบจาน และนานาชาติก็ให้การยอมรับว่าพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่ทว่าประชาชนส่วนใหญ่กลับเป็นชาวอาร์เมเนีย 

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียในดินแดนนากอร์โน-คาราบัคจึงได้รวมกลุ่มกันสถาปนาสาธารณรัฐอาร์ทซัคขึ้นมา เพื่อแยกการปกครองตนเองในดินแดนนี้ อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ความขัดแย้งระหว่างอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียครั้งล่าสุดปะทุขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังทหารของทั้งสองประเทศเปิดฉากโจมตีกัน ก่อนจะยุติลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง โดยมีรัสเซียเป็นคนกลางในการเจรจา อย่างไรก็ดี การที่อาเซอร์ไบจานประกาศชัยชนะในสมรภูมินี้ ทำให้ชาวอาร์เมเนียกว่า 60,000 คน ที่เคยอยู่ในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค พากันอพยพออกจากพื้นที่กลับไปยังประเทศอาร์เมเนีย ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และกวาดล้างจากรัฐบาลอาเซอร์ไบจาน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : The Guardian, CNN

หุ้น “เอเวอร์แกรนด์” ถูกระงับซื้อขายในฮ่องกง หลังประธานบริษัทถูกตร.จีนคุมตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728826

หุ้น "เอเวอร์แกรนด์" ถูกระงับซื้อขายในฮ่องกง หลังประธานบริษัทถูกตร.จีนคุมตัว

28 ก.ย. 2566 20:00 น.

หุ้น “เอเวอร์แกรนด์” ถูกระงับซื้อขายในฮ่องกง หลังประธานบริษัทถูกตร.จีนคุมตัว

ตลาดหุ้นฮ่องกงระงับซื้อขายหุ้นของ บ.อสังหาริมทรัพย์เอเวอร์แกรนด์ หลังมีรายงานประธานบริษัทถูกตำรวจจีนควบคุมตัว ท่ามกลางวิกฤติหนี้สินกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 28 ก.ย. 2566 รายงาน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงระงับการซื้อขายหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) ในวันพฤหัสบดี (28 ก.ย.) หลังมีรายงานว่ามหาเศรษฐีประธานบริษัท นายฮุย กา ยัน (Hui Ka Yan) ถูกตำรวจจีนควบคุมตัวอย่างไม่เป็นทางการ และเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง  และมีรายงานก่อนหน้าช่วงสัปดาห์นี้ว่า มีผู้บริหารคนปัจจุบันและอดีตผู้บริหารของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอย่างไม่เป็นทางการแล้ว

หุ้นของเอเวอร์แกรนด์ ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯของจีน เพิ่งได้รับอนุญาตให้กลับมาทำการซื้อขายอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 หลังจากถูกตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงระงับซื้อขายไปนานกว่า 17 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2565 จากปัญหาผิดนัดชำระหนี้สินมหาศาล ส่งผลให้บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ของจีนต้องสูญเสียมูลค่าในตลาดไปมากกว่า 99% ระหว่างที่ถูกระงับการซื้อขาย

อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงไม่ได้ให้เหตุผลถึงสาเหตุในการระงับการซื้อขายหุ้นเอเวอร์แกรนด์ในวันนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายฮุย กา ยัน ประธานบริษัทเอเวอร์แกรนด์ กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนควบคุมตัว และเฝ้าจับตาตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุที่นายฮุยถูกตำรวจดำเนินการเช่นนี้ ท่ามกลางความล่าช้าของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

โดยนายฮุยถูกตำรวจจีนพาตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่มีการเปิดเผย

บริษัทเอเวอร์แกรนด์ ยื่นขอรับความคุ้มครองจากกฎหมายล้มละลายภายใต้มาตรา 15 ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา ระหว่างที่บริษัทอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้

บริษัทเอเวอร์แกรนด์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นทำให้เกิดวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ในประเทศจีน หลังจากบริษัทผิดนัดชำระหนี้ก้อนใหญ่กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2564 ซึ่งการผิดนัดชำระหนี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง และเริ่มสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจของจีน เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC

เผยนาซาหยุดเปิดฝาแคปซูลทันที หลังเจอฝุ่นดำปริศนา จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728837

เผยนาซาหยุดเปิดฝาแคปซูลทันที หลังเจอฝุ่นดำปริศนา จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

28 ก.ย. 2566 18:56 น.

เผยนาซาหยุดเปิดฝาแคปซูลทันที หลังเจอฝุ่นดำปริศนา จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

เผยนักวิทย์นาซาต้องรีบยุติการเปิดฝาแคปซูลที่เก็บตัวอย่างหินมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูทันที หลังเปิดฝาแล้วพบฝุ่นดำปริศนาอยู่ข้างใน และรีบนำไปวิเคราะห์โดยด่วน น่าจะเป็นผงแร่ธาตุจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูหรือไม่

เมื่อ 28 ก.ย. 2566 เดลี่เมลเผย นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ(นาซา) ต้องรีบยุติการเปิดฝาแคปซูลจากยานโอไซริส-เร็กซ์ ซึ่งเก็บตัวอย่างหินมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูทันที เมื่อพบว่ามีฝุ่นสีดำปริศนาอยู่ในกระบอกสีเงินของแคปซูล

นักวิทยาศาสตร์นาซาได้ทำการเปิดฝาแคปซูลในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนาเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากยานโอไซริส-เร็กซ์ ได้นำแคปซูลกลับมาถึงโลก จากนั้น ยานได้ปล่อยแคปซูลลงสู่พื้นโลกโดยร่มชูชีพบริเวณกลางทะเลทรายในรัฐยูทาห์ ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

ดาวเคราะห์น้อยเบนนู

นาซาแจ้งว่า ฝุ่นดำที่พบอยู่ภายในกระบอกสีเงินของแคปซูลจะถูกนำไปวิเคราะห์อย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบว่าเป็นผงแร่ธาตุจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูหรือไม่

ก่อนหน้านี้นาซาได้โพสต์รูปถ่ายและข้อความทาง X หรือทวิตเตอร์เดิมว่า ‘กล่องสมบัติทางวิทยาศาสตร์’ พบ ‘ฝุ่นสีดำและผงขนาดเท่าเม็ดทราย’ อยู่ข้างในของฝาและฐานของแคปซูล’ 

สำหรับภารกิจโอไซริส-เร็กซ์ ของนาซา คือ การส่งยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ ไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 200 ล้านไมล์ เมื่อปี 2561 โดยใช้เวลา 2 ปี จึงเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ จากนั้น ยานได้เก็บตัวอย่างหินและฝุ่นหนักประมาณ 250 กรัม จากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ใส่ในกระบอกแคปซูลตั้งแต่ปี 2563