เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559798

29 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'พิเชษฐ์' รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ร่ำรวยอู้ฟู่ 563 ล้าน ที่ดิน 28 ล้าน พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน รวมของตนเองคู่สมรส และบุตร 563,350,078.36บาท และมีหนี้สิน 1,703,210บาท 

โดยแบ่งเป็นเงินฝากรวมของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คู่สมรสและบุตร 3,236,120.42 บาท ของตนเอง 30,413.11 บาท ของคู่สมรส 3,161,706.19 บาท และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 44,001.12 บาท 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย  563 ล้าน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย 563 ล้าน

ที่ดินของตนเอง 20 แปลง มูลค่ารวม 28,420,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมของคู่สมรส 7 หลัง มูลค่ารวม 9,000,000 บาทรถยนต์ รวม 8 คัน มูลค่ารวม 4,401,457.94 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 3,130,000 บาท อาทิ ชุดแหวน 1,380,000 บาท พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท เป็นต้น

‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ ‘พักโทษ’ ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559791

29 ก.ย. 2566

'ทักษิณ' ไม่มีอภิสิทธิ์ 'พักโทษ' ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

กระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ เหนือนักโทษอื่น ทั้งการรักษาพยาบาลและการขอ ‘พักโทษ’ ชี้ ปีที่ผ่านมา มีกว่า 10,000 คน

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ำถึงการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่โรงพยาบาตำรวจว่า มีกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ตามที่ตนเองได้ชี้แจงไปแล้ว

การพักรักษาตัวของนายทักษิณที่โรงพยาบาล ทั้งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลตำรวจนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับนายแพทย์ใหญ่ หรือนายแพทย์ผู้รักษา โดยที่ผู้บัญชาการเรือนจำไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ ได้ และมองว่า ผู้ที่ไม่เชื่ออาการป่วยของนายทักษิณ ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไรก็จะไม่เชื่อเหตุผล


พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ จะต้องสอดคล้องไปกับสนธิสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งในกฎหมายบัญญัติเนื้อหาไว้ค่อนข้างกว้าง กำหนดเพียงการห้ามหลบหนีการรับโทษ และความไม่ปลอดภัยของผู้ต้องขัง

ส่วนสถานที่ควบคุมตัวจะต้องเป็นไปตามระเบียบของเรือนจำแต่ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการตามหลักนิติธรรม กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ แน่นอน และประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ขณะนี้ เริ่มมีผู้ขอใช้สิทธิรักษาตัว หรือขอพักโทษตามนายทักษิณนั้น พันตำรวจเอกทวี ยืนยันว่า ไม่กังวล และเป็นสิทธิที่นักโทษทุกคนสามารถขอใช้ได้ เพราะเมื่อปี 2565 ก็มีนักโทษขอใช้สิทธิไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 10,000 คน หรือการขอพักโทษ แต่กระทรวงยุติธรรม ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ปดิพัทธ์ ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559792

29 ก.ย. 2566

ปดิพัทธ์  ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล  นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับถึงนาทีนี้ เสียงวิจารณ์ “ก้าวไกล”เป็นเสียเอง กรณีขับออกจากพรรค เพื่อรักษาบทผู้นำฝ่ายค้าน และเปิดทางให้ย้ายไปพรรคอื่น พร้อมตำแหน่งรองประธานสภาฯ โอด มาจากข้อจำกัดรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบไว้

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังพรรคก้าวไกล มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค “ก้าวไกล”  เพื่อให้พรรคก้าวไกล สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎ   กระทั่งเป็นที่มาการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นว่า การขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของพรรคก้าวไกล   เป็นนิติกรรมอำพราง สมคบคิดกัน ไม่ตรงไปตรงมาตามมาตรฐานของพรรคก้าวไกล   

เป็นการกระทำเพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พรรค “ก้าวไกล” เคยวิพากษณ์วิจารณ์ลักษณะดังกล่าวของพรรคการเมืองอื่น แต่สุดท้ายก็กลับทำเอง  ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิที่สังคมจะวิพาษ์จารณ์ ทั้งต่อตนหรือต่อพรรคก้าวไกล   ในมุมของตนเรื่องนี้ไม่ใช่การสมคบคิด ทว่าเป็นข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ ที่พรรคก้าวไกลที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบ ด้วยความยากลำบากแล้ว จึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น 

เมื่อออกมาจากพรรคก้าวไกล  ก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม และยืนยันว่า การเปลี่ยนต้นสังกัด จะไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ และแผนงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน  มั่นใจว่า พรรคก้าวไกล มีบุคลากร และมีความพร้อมในการดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชนจังหวัดพิษณุโลก เขตการลือกตั้งที่ 1  การตัดสินใจครั้งนี้ ได้สอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่ และทั่วประเทศอย่างคร่าว ๆ แล้ว และมั่นใจว่า การทำหน้าที่รองประธานสภาฯ จะสามารถดูแลทุกข์ร้อนของประชาชนชาวพิษณุโลกได้เช่นเดิม   ส่วนการที่ตนจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใด   ต้องคำนึงก็คือพรรคนั้น ต้องมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับตนเอง ไม่สามารถข้ามขั้ว อยู่กับพรรคการเมืองที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของตนได้    นายปดิพัทธ์   กล่าว  

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559774

29 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหาสังคมแตกแยก มองโซเชียลเห็นต่างใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่ทางแก้ ควรใช้ภาษาที่ทุกคนยอมรับกันได้

วันที่ 29 ก.ย.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Next Chapter ประเทศไทย” โดยระบุว่าปัญหาสังคมและความแตกแยกเป็นปัญหาใหญ่หมักหมมมานาน เป็นภารกิจใหญ่ของรัฐบาล เราจึงวางโรดแมปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้กฎกติกาให้อยู่กันอย่างมีสันติ พวกเราทุกคนมีส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะทุกคนมีส่วนทำให้ปัญหาเกิดขึ้นมา 

นายเศรษฐา กล่าวว่าตน ขอพูดในฐานะคนไทย เมื่อเรามีความเห็นต่างไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายแทนที่จะพูดจาด้วยภาษาที่ทุกคนรับฟังกันได้อย่างสบายหู มีมิตรภาพบนความเห็นต่าง แต่ปัจจุบันกลับให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมาก คนแสดงความเห็น และใช้คำพูดที่บาดหัวใจ ฟังแล้วสะอื้นได้พอสมควร แม้จะเป็นเรื่องที่เห็นต่างกันเล็กน้อย 

นายเศรษฐา ระบุว่าตนเองเป็นคนชัดเจน “พูดน้อย ให้ได้ใจความ”  มายืนอยู่ตรงนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง  พร้อมกับยกตัวอย่าง การใช้คำว่า ปฏิรูป สังคายนา หรือล้างบาง ซึ่งตนเห็นว่าทุกคนมีความภูมิใจในองค์กรของตนเอง ทุกองค์กรมีคนดีและคนไม่ดี แต่การใช้คำพูดที่รุนแรง ก่อให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกที่ชัดเจน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหรือไม่ เชื่อว่าการแก้ปัญหาอยู่ที่การกระทำ การเอาสถาบันมาพูดในที่สว่างมีคำพูดที่รุนแรง ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาคือการพูดคุยกันในภาษาที่ทุกคนยอมรับเน้นหนักเรื่องการกระทำ และกระบวนการแก้ไขปัญหาทำให้สังคมดีขึ้น

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2728735

พิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ให้ นศ.คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

29 ก.ย. 2566 05:01 น.

พิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ให้ นศ.คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

ทุนการศึกษา  –  เพิ่มพูน ไกรฤกษ์, จีรานุช ภิรมย์ภักดี และ จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี มอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ประจำปี 2566 ให้นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่อการศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านออร์โธปิดิกส์ ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันก่อน.

ความซื่อสัตย์สุจริต คือเกราะเพชรป้องกันตัว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…การประชุม คณะรัฐมนตรี นัดล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบและนำ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตร ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา…โดยวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เป็น วันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือเรียกว่า สัตตมวรรษ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ใน พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า วันนวมินทรมหาราช ตามที่รัฐบาลขอพระราชทานพระมหากรุณา จึงเห็นสมควรกำหนดให้ วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น วันนวมินทร มหาราช และกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการประจำปี เนื่องจากเป็นวันสำคัญของชาติไทย…โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
ใหญ่สุด  –  โยชิทาเกะ วากากุวะ, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ จัดงานฉลองเปิด ยูนิโคล่ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมไอเท็มไลฟ์แวร์ครบครัน โดยมี อาริฮิโตะ มัตซึโมโตะ, ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • อืม…ภายหลังการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคาร เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ออกมาระบุถึงความคืบหน้าในการดำเนิน โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ว่า ขณะนี้ยังไม่เสร็จ ยังไม่เรียบร้อย ส่วนที่กระแสข่าวว่า จะกู้เงินจาก ธนาคารออมสิน 5.6 แสนล้านบาท มาใช้ในโครงการนี้ ยังไม่ถึงเวลาพูด ถ้าพร้อมแล้วจะมีการแถลง ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ว่า ไม่มีปัญหา เรื่องที่มาที่ไปของเงิน และเรื่องหลักการก็พยายามทำให้ดี ต่อไปนี้จะแถลงอะไรจะต้องมีข้อมูลให้ครบทุกอย่างจะดีกว่า โดยจะมี คณะกรรมการชุดใหญ่ มาแถลงให้เป็นรูปธรรมครบทุกคำถามที่มีมาจะเหมาะสมกว่า…ย้ำแล้วย้ำอีก ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แจกแน่ แต่จะเอาเงินจากไหนมาแจกต้องรอลุ้นกัน
เบิร์ธเดย์  –  สุริยน–เมก้า ศรีอรทัยกุล จัดเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ รุจิตร สุธนะเสรีพร โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน, ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์ และ ปรียามล ธนวิสุทธิ์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่เซ็นทรัลชิดลม วันก่อน.
  • ผ่างๆ…ท่ามกลางเรื่องราว สะท้านสะเทือนวงการตำรวจ ไล่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ยิง สารวัตรตำรวจทางหลวง ที่บ้าน “กำนันนก” ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โยงปมเหตุ ส่วยรถบรรทุก รวมทั้งเรื่อง ฮั้วประมูล โดยมี นายตำรวจ หลายก๊วน หลายขั้วเข้าไปพัวพันเกี่ยวโยงในเหตุการณ์ที่บ้าน “กำนันนก” โดนออกหมายจับ ถูกสอบสวนดำเนินคดีกันวุ่นวาย…ฝุ่นยังไม่ทันจาง ก็มีเรื่อง สะท้านสะเทือนวงการตำรวจ ตามมาติดๆ เมื่อ ตำรวจไซเบอร์ นำกำลัง ตำรวจคอมมานโด เข้าตรวจค้นบ้านพักของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดี 60 หลังมีการขยายผลสอบสวน คดีพนันออนไลน์ พบ เส้นทางการเงิน เกี่ยวพันโยงใยมาถึง นายตำรวจ 8 คน ที่เป็นทีมงานใกล้ชิดของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ นำมาสู่การ ตั้งข้อกล่าวหา ออกหมายค้นหมายจับ 8 นายตำรวจ คนสนิทของ “บิ๊กโจ๊ก” มาดำเนินคดี
ดื่มง่าย  –  สุชาดา อำพันยุทธ์ และ ดร.ณัฐพัชร์ อำพันยุทธ์ เปิดตัว “Vita Clear Protein Plus” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดผงโปรตีนชงดื่มช่วยบำรุงและฟี้นฟูร่างกาย โดยมี ดร.ขวัญโดม อำพันยุทธ์ และ ดร.กรรณิกา แช่ทอง มาร่วมงานด้วย ที่คังเซน เพลส สำนักงานใหญ่ วันก่อน.
  • งานนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงกับฉุนควันออกหู ระบุถึงการตรวจค้นบ้านพักดังกล่าวว่า การค้นบ้านครั้งนี้ไม่โปร่งใส เรื่องนี้ต้องสู้กันตามกระบวนการกฎหมาย ใครค้นบ้านโดยมิชอบ เรื่องนี้เป็นการ ดิสเครดิต แต่ก็ไม่ได้เป็นการบั่นทอนการทำงาน เรื่องแบบนี้เจอมาเยอะแล้วเพราะมีการเมืองใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ…แถมล่าสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังให้สัมภาษณ์สื่อระบุเป็นเชิงขู่กลายๆ บอก “ผมไม่เอาคืนหรอกครับ แต่ข้อมูลผมมีมาก เปิดเมื่อไหร่ก็ตายกันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยังไม่ขอบอก ผมไม่เอาคืน แต่ข้อมูลผมมีเยอะ ผมทำตรงไปตรงมา ทุกคดี แต่เส้นทางการเงินมันพันกับหลายคน เจ้าพ่อเว็บพนันไม่มีใครรู้จักผม และเขากลัวผมหมด ไอ้ที่ทำกับแบบนี้ ทำก็ทำได้ แต่ผมยังรักษาองค์กรเอาไว้อยู่” …ขู่กันแบบนี้ ไม่รู้ว่าทำให้ใครสะดุ้งผวากันบ้าง แต่เดาได้ว่าคงเป็นหนังเรื่องยาว ฟ้องร้องดำเนินคดีกันนัวเนียแน่นอน
ทำให้สวยได้  –  คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ และ รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ มาร่วมแสดงความยินดีแก่ พญ.นันทิชา ไชยกุล ลูกสาวของ สมนึก–พูนพรรณ ไชยกุล ในโอกาสเปิด “Flash Aesthetic Clinic” คลินิกเสริมความงาม ที่ย่านถนนห้วยขวาง วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ แม้เกิด 2 เหตุการณ์ สะท้านสะเทือน วงการสีกากี แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้การประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. โดยมี นายกฯเศรษฐา นั่งเป็นประธาน ที่มีวาระการพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ต้องสะดุดแต่อย่างใด โดยที่ ประชุม ก.ตร. มีมติให้ความเห็นชอบ แต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 4 เป็น ผบ.ตร. คนใหม่… ไม่ผิดไปจากโผเดิม ที่มีการคาดเดากันก่อนหน้านี้
เชิญชม  –  สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล เปิดงาน “Monet & Friends Alive Bangkok” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลก จัดถึงสิ้นปี 2566 โดยมี เดวิน หม่า, โทนี่ หยวน, ณัฐพัชร์ ตันติภูริพัฒน์ และ สุมา วงษ์พันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • งานนี้ ก็คงต้องรอดูฝีมือของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ในฐานะ ผบ.ตร. ที่จะต้องเข้ามา สะสางปัญหาหมักหมม ภายใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกรีต เข้าไปรับใช้ กลุ่มผู้มี อิทธิพล เข้าไปพัวพัน ธุรกิจสีดำ สีเทา สารพัดส่วย การพนันออนไลน์ ค้าของเถื่อน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ถือว่าเป็น งานหิน ที่ท้าทาย ผบ.ตร.คนใหม่ เป็นอย่างยิ่ง…ขณะที่ชาวบ้านเองก็รอลุ้นว่า นายกฯเศรษฐา ที่กำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จะกล้าหาญที่จะผ่าตัดใหญ่ ปฏิรูปตำรวจ ให้กลับมาเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน ทำให้ประชาชนอุ่นใจได้แค่ไหน ต้องรอพิสูจน์
อย่าพลาด  –  ธณพร ตันติยานนท์ และ เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ แถลงข่าวการจัดงาน “Bangkok International Fashion Week 2023” งานแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ ระหว่าง 5-8 ต.ค. โดยมี อภิชาติ ลีนุตพงษ์, จิตรฤดี พนิตพล และ เฉลิมเกียรติ จิน้ะ มาร่วมแถลงด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
  • ฮัดชิ้ว…ชัดเจนขึ้นอีกเปลาะ เมื่อ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงกรณีที่รัฐบาลจะยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ว่าสามารถทำได้ด้วยการออก พ.ร.บ. เว้นแต่ประกาศหรือคำสั่ง คสช. ที่มีสถานะเป็นเหมือนมติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งทางบริหาร ออกเป็นมติ ครม. แก้หรือยกเลิกได้
  • สังคมทั่วไป…มหรรณพ เดชวิทักษ์ ประธานคณะกรรมา ธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรมฯ วุฒิสภา เป็นประธานเปิดสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 29 ก.ย. 16.30 น.
  • กระทรวงมหาดไทย จัดงาน OTOP Midyear 2023 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี ปากเกร็ด จ.นนทบุรี งานจัดถึง 1 ต.ค.นี้

“ธนูเทพ”

นักวิทย์พบปลาหมึกยักษ์ “ดัมโบ้” หายาก ในทะเลลึกนอกหมู่เกาะฮาวาย (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728998

นักวิทย์พบปลาหมึกยักษ์ "ดัมโบ้" หายาก ในทะเลลึกนอกหมู่เกาะฮาวาย (ชมคลิป)

29 ก.ย. 2566 12:25 น.

นักวิทย์พบปลาหมึกยักษ์ “ดัมโบ้” หายาก ในทะเลลึกนอกหมู่เกาะฮาวาย (ชมคลิป)

นักวิทยาศาสตร์พบปลาหมึกยักษ์ “ดัมโบ้” ที่หายาก ที่ความลึกกว่า 1,650 เมตร ในทะเลนอกชายฝั่งหมู่เกาะฮาวาย

ปลาหมึกยักษ์ “ดัมโบ้” ถูกตั้งชื่อตามตัวการ์ตูนดิสนีย์ เนื่องจากมีครีบกระพือคู่ใหญ่ที่งอกออกมาจากหัว ถูกพบบนฟีดกล้องบนเรือ “อาร์โอวี แอตาแลนตา” (ROV Atalanta) ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลใน พื้นที่เขตอนุสรณ์แห่งชาติทางทะเล “ปาปาฮาเนาโมกูวาเกยา” (Papahanaumokuakea Marine National Monument) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจระหว่างองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ และสถาบันความร่วมมือสำรวจมหาสมุทร

ดัมโบ้ถือเป็นกลุ่มปลาหมึกยักษ์ที่อาศัยอยู่ในระดับความลึกที่สุด โดยอาศัยอยู่ใต้พื้นทะเลที่ระดับความลึกถึง 3,900 เมตร ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยังคงพบเห็นหมึกดัมโบ้ในพื้นที่ดังกล่าว

นักวิจัยระบุไว้ในบันทึกที่แนบมากับวิดีโอว่า “กองสำรวจของเราพบวัตถุนี้ลึกกว่า 1,600 เมตร ขณะสำรวจภูเขาใต้ทะเล “วูลลาร์ด” ซึ่งอยู่ห่างจากแนวปะการังรูปวงแหวน “โฮลานิคู” (Kure Atoll) ไปทางเหนือประมาณ 40 ไมล์ทะเล ระหว่างการสำรวจ พวกเรารู้สึกเพลิดเพลินที่ได้จ้องมองมันอย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้ ปลาหมึกยักษ์ดัมโบ้ทั้ง 17 สายพันธุ์ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Grimpoteuthis spp. เป็นสัตว์ที่แทบไม่มีข้อมูลมากนัก

ตามรายงานของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งแปซิฟิก ระบุว่า “หมักยักษ์ดัมโบ้สามารถปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันที่รุนแรงและอุณหภูมิที่เย็นจัดของมหาสมุทรลึกโดยลดการเคลื่อนที่และสร้างส่วนรยางค์ขนาดใหญ่บริเวณลำตัว ขณะที่การสืบพันธุ์ของพวกมันดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพวกมันจึงมีความก้าวหน้ามากกว่าปลาหมึกยักษ์น้ำตื้นสายพันธุ์อื่นๆ”

ทั้งนี้ ปลาหมึกยักษ์ดัมโบ้พบได้ในน่านน้ำตั้งแต่นิวซีแลนด์ ไปจนถึงอ่าวมอนเทอเรย์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ ไปจนถึงปาปัวนิวกินี พวกมันมีขนาดตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 1.8 เมตร และไม่มีถุงหมึกเหมือนกับปลาหมึกยักษ์สายพันธุ์อื่นๆ

ปลาหมึกยักษ์ดัมโบ้ยังเป็นนักล่าที่อาศัยอยู่ในระดับที่ลึกมากจนไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ แต่อาจตกเป็นเหยื่อของปลาทูน่า ปลาฉลาม โลมา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอื่นๆ

ตามข้อมูลขององค์กรอนุรักษ์ “โอเชียนา” (Oceana) ระบุว่า “หมึกดัมโบ้นั้นพบได้ยากตามธรรมชาติ และพื้นที่ใต้ท้องทะเลลึกก็มีขนาดมหึมา ดังนั้น สัตว์เหล่านี้จึงมีพฤติกรรมพิเศษที่จะเพิ่มโอกาสที่พวกมันจะสามารถสืบพันธุ์ได้สำเร็จทุกครั้งที่พบคู่” 

“เห็นได้ชัดว่าตัวเมียมักจะมีไข่ในระยะการพัฒนาที่แตกต่างกัน และพวกมันสามารถเก็บสเปิร์มไว้เป็นเวลานานหลังจากผสมพันธุ์กับตัวผู้ ด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้ ปลาหมึกยักษ์ดัมโบ้เพศเมียสามารถถ่ายโอนสเปิร์มไปยังไข่ที่พัฒนาแล้วมากที่สุด เมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมสำหรับการสืบพันธุ์”.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ส่ง จนท.เช็กสภาพจิตบริตนีย์ สเปียร์ส ด่วน หลังเผยคลิปถือมีดเต้นอย่างน่าหวาดเสียว (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728977

ส่ง จนท.เช็กสภาพจิตบริตนีย์ สเปียร์ส ด่วน หลังเผยคลิปถือมีดเต้นอย่างน่าหวาดเสียว (คลิป)

29 ก.ย. 2566 11:40 น.

ส่ง จนท.เช็กสภาพจิตบริตนีย์ สเปียร์ส ด่วน หลังเผยคลิปถือมีดเต้นอย่างน่าหวาดเสียว (คลิป)

คนใกล้ชิดบริตนีย์ สเปียร์ส นักร้องชื่อดัง แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสุขภาพของนักร้องสาวที่บ้าน หลังมีการเผยแพร่คลิปขณะที่เธอถือมีดในมือ 2 ข้างและเต้นไปด้วยอย่างน่าหวาดเสียว

ดีน เวอร์ตทีย์ นายอำเภอของเขตเวนทูรา รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องต่อมาจากตำรวจลอสแอนเจลิส หลังมีโทรศัพท์จากคนใกล้ชิดกับบริตนีย์ สเปียร์ส โทร. แจ้งทีมประเมินสุขภาพจิตของตำรวจลอสแอนเจลิส เพื่อให้ช่วยไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของนักร้องสาวอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นห่วงในท่าทีแปลกๆ ของนักร้องสาวที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองได้ หลังจากสเปียร์ส มีการโพสต์คลิปในโลกโซเชียลขณะที่เธอถือมีดในมือทั้ง 2 ข้างพร้อมกับเต้นและหมุนตัวไปด้วยอย่างน่ากลัว

ดูคลิป ที่นี่

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านของสเปียร์สในย่านทาวซัน โอ๊คส รัฐแคลิฟอร์เนีย และได้พูดคุยผ่านอินเตอร์คอมกับสมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยของนักร้องชื่อดัง ว่ามาขอตรวจสอบความปลอดภัยและสุขภาพจิตของนักร้องสาว เพราะได้รับแจ้งว่าเธออาจจะมีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง ทางหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของบริตนีย์ สเปียร์ส ยืนยันว่า ตอนนี้เขาอยู่กับสเปียร์ส และเธอปลอดภัยดี และไม่มีความเสี่ยงใดๆ โดยนักร้องสาวไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาในบ้านพักของเธอ โดยหลังจากนั้นทนายความของนักร้องสาวยังโทร. มายืนยันกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ว่าไม่มีประเด็นอะไรที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับนักร้องสาว ไม่ว่าจะทางด้านจิตใจ หรือร่างกายก็ตาม ซึ่งหลังจากได้รับการยืนยันทั้ง 2 ด้านก็ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางกลับ

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริตนีย์ สเปียร์สได้แชร์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวขณะที่เธอกำลังเต้นอย่างสนุกสนาน โดยในมือของเธอทั้งสองข้างมีมีดทำครัวขนาดใหญ่อยู่ในมือ โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “ฉันเริ่มเล่นสนุกในครัวกับมีดแล้วนะวันนี้” และมาโพสต์ข้อความเพิ่มเติมในภายหลังระบุว่า “ไม่ต้องกังวลที่เห็นอยู่นั้นไม่ใช่มีดจริง ฮาโลวีนใกล้มาถึงแล้ว”.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “บริทนีย์ สเปียร์“

เนปาลทำพิธีแห่กุมารี “อินทรา ยาตรา” บูชาเทพแห่งสายฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728942

เนปาลทำพิธีแห่กุมารี "อินทรา ยาตรา" บูชาเทพแห่งสายฝน

29 ก.ย. 2566 10:30 น.

เนปาลทำพิธีแห่กุมารี “อินทรา ยาตรา” บูชาเทพแห่งสายฝน

ชาวเนปาลร่วมงานแห่องค์กุมารี ในกรุงกาฐมาณฑุ อันเป็นส่วนหนึ่งของพิธีศักดิ์สิทธิ์ “อินทรา ยาตรา” เพื่อบูชาเทพแห่งสายฝน ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดฤดูมรสุมในเนปาลด้วย

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2566 ชาวเนปาลหลายพันคนไปรวมตัวกันในกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อร่วมขบวนแห่ “อินทรา ยาตรา” (Indra Jatra) ที่เริ่มต้นขึ้นด้วยขบวนแห่และรับพรจากองค์กุมารี และการบูชาพระอินทร์ เทพแห่งสวรรค์และเทพแห่งสายฝน ตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู ซึ่งนับว่า “อินทรา ยาตรา” เป็นประเพณีทางศาสนาที่เก่าแก่ของชนเผ่าเนวาร์ ชนเผ่าผู้บุกเบิกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแถบหุบเขาของกรุงกาฐมาณฑุ และถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญที่สุดของเนปาล ที่เฉลิมฉลองกันนานถึง 8 วัน

นายเกาทัม ชาคยา นักบวช และหัวหน้าทีมผู้ดูแลองค์กุมารี กล่าวว่า เรามากันที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองและสืบทอดประเพณีเก่าแก่โบราณของเนปาล ซึ่งช่วยให้ประชาชนรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และรักษาเอกลักษณ์ของประเทศชาติเอาไว้   

โดยประชาชนจะเข้าร่วมขบวนแห่กุมารี บนรถม้าไม้ที่ลากโดยผู้นับถือศรัทธาหลายร้อยคน เพื่อออกจากวัดที่กุมารีอาศัยอยู่ แล้วออกเดินไปตามท้องถนนทั่วเมืองให้ผู้คนได้กราบไหว้ นอกจากนี้ยังมีการแสดงของคณะนักเต้นสวมหน้ากาก

ทั้งนี้ องค์กุมารี เป็นเด็กผู้หญิงที่ได้รับเลือกให้เป็นเทพเจ้า ผ่านกระบวนการในพิธีโบราณของชาวเนวาร์ เธอจะเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ให้ประชาชนกราบไหว้สักการะจนถึงอายุ 12 ปี. 

ผู้ค้ากังวล อินโดนีเซีย สกัดซื้อขายบนโซเชียล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728961

ผู้ค้ากังวล อินโดนีเซีย สกัดซื้อขายบนโซเชียล

29 ก.ย. 2566 10:11 น.

ผู้ค้ากังวล อินโดนีเซีย สกัดซื้อขายบนโซเชียล

สื่อต่างประเทศรายงานตามติดสถานการณ์ในอินโดนีเซีย หลังรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศห้ามทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม แต่ยังโปรโมตสินค้าและบริการได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่หวังปกป้องผู้ค้ารายย่อยจากการผูกขาดราคาสินค้า และแยกโซเชียลมีเดียกับอีคอมเมิร์ซออกจากกัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่สามารถทำการซื้อขายสินค้าได้ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม รวมถึงติ๊กต่อก แอปพลิเคชันยอดฮิตที่ชาวอินโดนีเซียใช้งานกว่า 125 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้ นายซูไบรี ไม่เปิดเผยนามสกุล พนักงานโรงงานชาวเมืองการาวัง จังหวัดชวาตะวันตก ผู้ใช้บริการติ๊กต่อกช็อป วัย 38 ปี เผยว่า หากติ๊กต่อกช็อป ถูกแบน คงเป็นเรื่องยากที่จะหาร้านขายของราคาถูกเหมือนในแอปพลิเคชันนี้ ทั้งชี้ว่า ช่องทางอีคอมเมิร์ซอื่นๆ เก็บค่าบริการเกือบ 10,000 รูเปียห์ หรือราว 24 บาท ต่างจากติ๊กต่อกช็อปที่ไม่เก็บค่าบริการ นอกจากนี้ ติ๊กต่อกยังมีโปรโมชันลดราคามากมายโดยเฉพาะช่วงสิ้นเดือนที่แรงงานได้รับเงินเดือน

กระนั้นนายอียัล ซูรียันดี เจ้าของร้านขายผ้าในเมืองซูบัง จังหวัดชวาตะวันตก เผยว่า บางครั้งก็ขายเสื้อผ้าได้ไม่กี่ตัวใน 1 สัปดาห์ ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ รายได้คงพอได้แค่ยาไส้ และราคาสินค้าในติ๊กต่อกไม่สมเหตุสมผล ทั้งขายในราคาโรงงานแก่ลูกค้าโดยตรง แทนที่จะขายให้ตัวแทนจำหน่ายและผู้ค้าปลีก ส่วนนายมูฮัมหมัด ซีดัน พ่อค้าขายจักรยานในติ๊กต่อก ช็อป เรียกร้องให้รัฐบาลหาแนวทางการแก้ปัญหาแบบวิน-วิน เพราะผู้ค้าหลายรายจะสูญเสียรายได้ และอื่นๆ จากการบังคับใช้ข้อกำหนดนี้

ด้านนายเดดี ดีนาร์โต นักวิเคราะห์จากโกลบอล คอนเซล บริษัทที่ปรึกษาด้านนโยบายและธุรกิจของอินโดนีเซีย ระบุว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ที่ประกาศใช้ข้อห้ามไม่ให้โซเชียลมีเดียทำตัวเป็นอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และคาดว่าติ๊กต่อกจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะสามารถซื้อขายได้โดยตรงภายในแอปพลิเคชัน ต่างจากเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม วอทส์แอพที่ไม่มีระบบธุรกรรมการเงินในตัว ดังนั้น การใช้อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มหลักๆในการซื้อขายสินค้า เช่น ช้อปปี้ ลาซาด้า และโทโกพีเดีย จึงมีความปลอดภัยมากกว่า ขณะที่นายบีมา ยูดิซตีรา นักเศรษฐศาสตร์จากศูนย์การศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมายในประเทศ มองว่า ข้อห้ามดังกล่าวเป็นเพียงก้าวเล็กๆที่จะช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย

ขณะเดียวกัน ติ๊กต่อกอินโดนีเซียแสดงความกังวลอย่างหนักต่อการประกาศใช้ข้อบังคับห้ามทำธุรกรรมการซื้อขายของรัฐบาล การกระทำนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ขายสินค้ากว่า 6 ล้านคน รวมถึงส่งผลต่อผู้ช่วยส่งเสริมการค้าบนติ๊กต่อกช็อปเกือบ 7 ล้านคนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จะเคารพกฎระเบียบและจะใช้แนวทางที่สร้างสรรค์ต่อไป.

ชาวอินเดียร่วมพิธีส่งองค์พระพิฆเนศลงสู่แม่น้ำ เพื่อส่งท้ายเทศกาลคเณศจตุรถีปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728939

ชาวอินเดียร่วมพิธีส่งองค์พระพิฆเนศลงสู่แม่น้ำ เพื่อส่งท้ายเทศกาลคเณศจตุรถีปีนี้

29 ก.ย. 2566 10:30 น.

ชาวอินเดียร่วมพิธีส่งองค์พระพิฆเนศลงสู่แม่น้ำ เพื่อส่งท้ายเทศกาลคเณศจตุรถีปีนี้

ชาวอินเดียผู้มีจิตศรัทธาหลายพันคนในนครมุมไบ ไปร่วมพิธีส่งองค์พระพิฆเนศลงสู่แม่น้ำ ในวันสุดท้ายของเทศกาล “คเณศจตุรถี” ประจำปีนี้

เว็บไซต์ข่าวไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2566 เหล่าผู้มีจิตศรัทธาหลายพันคน ในนครมุมไบ ของอินเดีย ไปรวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีอำลาพระพิฆเนศ เนื่องในวัน “คเนศวร์ วิสารจัน” ตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาล “คเณศจตุรถี ประจำปีนี้ หลังจากมีการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพิฆเนศ นานถึง 10 วัน

โดยพิธีการประกอบด้วย ขนวนแห่ เคลื่อนเทวรูปพระพิฆเนศ ทุกขนาด ประดับด้วยมาลัยดอกดาวเรือง และดอกกุหลาบไปตามถนนก่อนที่จะจุ่มองค์พิฆเนศลงในน้ำทะเล ซึ่งเป็นการแสดงสัญลักษณ์การส่งเทพเจ้ากลับไปยังบ้านในตำนาน บริเวณภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

ตลอดช่วง 100 วันของการฉลองในปีนี้ ทางครอบครัวชาวฮินดูจะสักการะพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความรู้ ภูมิปัญญา และความโชคดี ที่บ้านและร่วมกันที่มุมถนน โดยคำอธิษฐานของชาวฮินดูทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการวิงวอนต่อพระพิฆเนศ.