‘บอส-ดรีม’จัดหนัก แบบจุก ๆ 4 ร้าน 4 สไตล์ ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’1ตุลาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759742

'บอส-ดรีม'จัดหนัก แบบจุก ๆ 4 ร้าน 4 สไตล์ ใน'กินไหน ไปด้วยกัน'1ตุลาคมนี้

‘บอส-ดรีม’จัดหนัก แบบจุก ๆ 4 ร้าน 4 สไตล์ ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’1ตุลาคมนี้

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.45 น.

“บอส-ดรีม”2 พิธีกรสุดจี๊ด ประจำรายการ “กินไหน ไปด้วยกัน”พากิน4 ร้านเด็ด อร่อยคาวหวานครบ เจอกันเที่ยงวันอาทิตย์นี้ หน้าจอช่อง 7HDสัปดาห์นี้ กินไหน ไปด้วยกัน2พิธีกร บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์ และ ดรีม-ปุณณฤกษ์ อาศัยป่าพาตะลุย ไปกินแบบไม่มียั้ง กับ 4 ร้าน 4 สไตล์  เริ่มต้นตะลุยกันที่ร้านแรก กับร้าน ต้มเลือดหมู ไข่ตุ๋น ซอยแฉล้มเมนูต้ม ตุ๋น หลากหลาย ถูกใจคนตื่นเช้า เปิดมานาน40ปี บอกเลยว่าในแต่ละวัน จะขายดีมาก ๆ หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว เพียงแค่ 2 ชั่วโมง เท่านั้น   จากนั้นไปต่อกันที่ร้าน Shrimp Shrimp and friendsต้นตำรับกุ้งดองซีอิ๊วเกาหลี ยืนหนึ่งด้วยน้ำดองปรุงจากวัตถุดิบพรีเมียมกว่า 20 ชนิด  จากอาหารคาวไปต่อกันที่อาหารหวาน ร้านหนูรี่ เกาลัดหิมะและไอศกรีมไอศกรีมกับเกาลัดเย็น สูตรลับที่ถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศการันตีความอร่อยนานกว่า 20 ปีปิดท้ายกันที่BAD POUTINEร้านสตรีทฟู้ดเล็ก ๆ มีมุมถ่ายรูปสุดเก๋ เสิร์ฟเมนูอาหารแคนาดา ที่อร่อยแบบตะโกนเลยทีเดียวตะลุยชิมทั้งคาวและหวาน กับ “บอส-ดรีม” พร้อมกันในรายการ“กินไหนไปด้วยกัน”วันอาทิตย์ที่ 1ตุลาคมนี้เวลา 12.05 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35และดูย้อนหลังได้ทางBUGABOO.TV/ YouTube: Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

เพราะอดีตเคยใจร้อน ‘เขตต์-ฐานทัพ’ เผยครั้งนึง ‘เต้-นันทศัย’ ถูกรุมซ้อมเดือด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759739

เพราะอดีตเคยใจร้อน ‘เขตต์-ฐานทัพ’ เผยครั้งนึง ‘เต้-นันทศัย’ ถูกรุมซ้อมเดือด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

เพราะอดีตเคยใจร้อน ‘เขตต์-ฐานทัพ’ เผยครั้งนึง ‘เต้-นันทศัย’ ถูกรุมซ้อมเดือด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.42 น.

เคยแสบ เคยซ่ามาแต่ไหนแต่ไร สำหรับสองหนุ่ม‘เขตต์-ฐานทัพ’ และ‘เต้-นันทศัย’แต่ใครจะรู้ว่าเคยสุดจนเกือบตายมาแล้ว! โดยเฉพาะหนุ่มเต้ ที่รุ่นพี่คนสนิทอย่างหนุ่มเขตต์ เล่าว่าเจอกันครั้งแรก ดูเป็นหนุ่มวัยใสเรียบร้อยมาก แต่พอรู้จักกันแล้ว เทปคนละม้วนเลยจ้า แถมหนุ่มเต้ยังเล่าอีกว่าเมื่อก่อนตนเองจุดเดือดต่ำมาก เคยหาเรื่องคนที่มาเดินชนในผับ จนโดนแก๊งค์ชายฉกรรจ์นับสิบคนมารุมซ้อม!แต่ดีที่มีมาคนมาช่วยไว้เลยรอดมาได้

นี่เป็นแค่หนึ่งในสิบวีรกรรมสุดเดือดของหนุ่มเต้เท่านั้น(แต่หนุ่มเขตต์ก็ใช่ย่อยน้า) มาติดตามกันต่อได้ในรายการ“โต๊ะแชร์มหาชน คน(ไหม้)สนิท”รายการที่เหล่าซุปตาร์ จะมาแชร์ความสนุกในรูปแบบของเพื่อนซี้ คนรู้ใจ พร้อมที่จะมาพูดคุย ล้วงลับ เผา(ไหม้)กันแบบหมดเปลือก เรื่องตัวเองไม่ต้องเล่า ไปฟังจากปากเพื่อน ออกอากาศทางช่อง 3 HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.55 น.

‘พิ้งค์พลอย ปภาวดี’สุดแฮปปี้ ‘นิวหนวด’เปย์ขั้นสุด ใน ‘นิว พาซ่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759738

'พิ้งค์พลอย ปภาวดี'สุดแฮปปี้ 'นิวหนวด'เปย์ขั้นสุด ใน 'นิว พาซ่า'

‘พิ้งค์พลอย ปภาวดี’สุดแฮปปี้ ‘นิวหนวด’เปย์ขั้นสุด ใน ‘นิว พาซ่า’

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.41 น.

ถูกใจทาสน้องหมาไปเลย! “นิว พาซ่า” จัดความสุข เปย์หนัก “พิ้งค์พลอย ปภาวดี” แบบจุก ๆ พาไปคาเฟ่สุดชิล เจอความสนุกได้ทางหน้าจอช่อง 7HD วันจันทร์ที่ 2ตุลาคมนี้นิวหนวด-ธนิศ แก้วนาคพิธีกรอารมณ์ดียังคงจัดความสุขแบบจอยจอย ให้กับนางเอกสาวหน้าหวานพิ้งค์พลอย-ปภาวดี ชาญสมอน ซึ่งสัปดาห์นี้ เอาใจคนสวยและจิตใจดี ด้วยการพาไปเพลิดเพลินที่คาเฟ่น้องหมาย่านพุทธมณฑลสาย 2 งานนี้ทำเอาถูกอกถูกใจคนรักสัตว์อย่างสาวพิ้งค์พลอยเป็นที่สุดไปเลยจ้า เพราะรักน้องหมา น้องแมวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และที่นี่ก็มีน้องหมาน้องแมวมามะรุมมะตุ้มน่าเอ็นดู ทำเอาพิ้งค์พลอยบอกว่า“ฟินมาก ให้นั่งทั้งวันยังได้เลยค่ะ”

ที่สุดของความฟิน  ที่นิวหนวดจัดให้สาวพิ้งค์พลอยครั้งนี้ จะจอยเวอร์ขนาดไหนติดตามความสนุกทั้งหมดได้ในรายการ “นิว พาซ่า” วันจันทร์ที่ 2ตุลาคมนี้ เวลา 18.30 น.ทาง ช่อง 7HD กด 35ดูย้อนหลังได้ที่BUGABOO.TVและYouTube: Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759913

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.56 น.

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 พร้อมเน้นย้ำ “ร่วมระลึกคุณค่าการทำงานที่ผ่าน แม้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ต้องไม่เกษียณจากการทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองตลอดไป”

วันที่ 30 กันยายน 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้ จะมีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยผู้มีอายุครบ 60 ปี ต้องเกษียณอายุราชการ จึงขอร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่ข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการทุกท่าน โดยสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันอย่างเท่าเทียม คือ “เวลา” ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่ง หรือแห่งหนใด ในช่วงเวลาของการเดินทางที่ผ่านมา เราโชคดีที่ได้เดินทางร่วมกันมาบนเวลาที่มีความหมาย ได้พบความสุข ความสนุก เรื่องราวดีดี และประสบการณ์ที่ท้าทาย จนถึงเวลาสุดท้ายของการที่ได้เจอกันในชีวิตการทำงาน

“เมื่อเวียนย่างเข้าสู่เดือนกันยายนของทุกปี เราทุกคนต่างรู้ดีว่า นั่นคือ “วาระแห่งการเกษียณอายุราชการที่เวียนมาบรรจบ” ช่วงชีวิตที่ผ่านมาในเส้นทางการทำงานของทุกท่าน กระผมได้พบว่า ทุกท่านล้วนแล้วแต่เป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ซึ่งทุ่มเทกำลังกายและใจเสมอ ใช้ศักยภาพและความสามารถในการพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศชาติ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ  

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณใน “คุณความดี” และทุกสิ่งที่ข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการทุกท่านได้เสียสละมาโดยตลอด ขอให้ท่านจงภาคภูมิใจและจงเชื่อมั่นว่าคุณงามความดีที่ท่านได้เคยปฏิบัตินั้นจะเป็นที่ระลึกถึงแก่คนรุ่นหลังอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านถือเอาวาระแห่งการเกษียณอายุราชการนี้ เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ดังที่ปรารถนาไว้ และขอให้ใช้ชีวิตต่อไปจากนี้อย่างมีความสุขและมีคุณค่าต่อไป ทั้งนี้ แม้ทุกท่านจะเกษียณอายุราชการ แต่ขอฝากให้ทุกท่านต้องไม่เกษียณจากการทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองตลอดไป

“…ตราพระราชสีห์ สัญลักษณ์ อนรรฆค่า
เป็นที่มา ในเส้นทาง ของศักดิ์ศรี
อุดมการณ์ สร้างสังคม แห่งความดี
พัฒนา ทุกพื้นที่ ประเทศไทย

ด้วยพันธะ หน้าที่ เกียรติยศ                  
ถึงกำหนด ครบวาระ  อันยิ่งใหญ่
ครบเกษียณ อายุ กำหนดไว้                
ถึงอย่างไร เราคือคน มหาดไทยดังเช่นเดิม

เพราะราชสีห์ ผู้ภักดี ต่อแผ่นดิน 
เกษียณเพียง อายุ ราชการ 
แต่จะไม่ เกษียณ จากการงาน
ที่ทำคุณ ประโยชน์ ต่อส่วนรวม…”

ด้วยจิตคารวะ…แด่ ผู้เกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ทุกท่าน

‘ปลัดมหาดไทย’เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน’ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759769

'ปลัดมหาดไทย'เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน'ผ้าลายดอกรักราชกัญญา'

‘ปลัดมหาดไทย’เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน’ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.34 น.

ปลัดมหาดไทย เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม รอบ Semi Final มีผลงานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรวม 75 ผืน/ชิ้น พร้อมขอบคุณคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุกที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะและมีอาชีพ มีรายได้จากผลงานผ้าไทยที่เพิ่มขึ้น เน้นย้ำ ชาวมหาดไทยมุ่งมั่นน้อมนำพระดำริ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ขับเคลื่อนเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนคนไทยตลอดไป

วันนี้ (29 ก.ย. 66) เวลา 10.00 น.ที่ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม รอบรองชนะเลิศ (Semi Final) โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมในพิธี โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ประจำกรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562 นายเผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านผ้าไทย พร้อมทั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี นายพลพัฒน์ อัศวะประภา นายศิริชัย ทหรานนท์ นายภูภวิศ กฤตพลนารา นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ดร.กรกลด คำสุข นายนุวัฒน์ พรมจันทึก นายมีชัย แต้สุจริยา และนายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ร่วมกิจกรรม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานอันมุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสานรักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” โดยทรงน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ หัตถกรรมอันล้ำค่าของแผ่นดิน ไว้เป็นพระราชภาระ ด้วยพระองค์ได้ทรงเรียนรู้ผ่านการโดยเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และเมื่อทรงเจริญวัยก็ได้เข้าศึกษาที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อยอดองค์ความรู้ ณ สถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ ด้วยทรงมุ่งหวังที่จะได้เป็นกำลังของแผ่นดินในการสืบทอดภูมิปัญญาด้านศิลปกรรม และต่อยอดให้เข้ากับแฟชั่นนิยมสมัยใหม่ เพื่อที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งงานศิลปกรรมอันล้ำค่า ให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตราบกาลนาน ซึ่งได้พระราชทานโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันหมายถึง ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริมและกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส ทั้งนี้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาคน” ให้ได้มีองค์ความรู้ด้านแฟชั่นดีไซน์ประยุกต์เข้ากับผ้าไทย ทั้งรูปแบบ ลวดลาย สี เรื่องราว และบรรจุภัณฑ์ ที่สอดรับกับความนิยมชมชอบของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมทั้งพระราชทานพระดำริ Sustainable Fashion เพื่อให้ผืนผ้าและหัตถกรรมไทย เป็นชิ้นงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงทรงเชื้อเชิญให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งดีไซเนอร์ชั้นนำระดับประเทศ ผู้ทรงความรู้ด้านผ้าไทย และผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสีธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ “คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” ลงพื้นที่ไปให้ความรู้ ไปอบรมบ่มเพาะ ถ่ายทอดความรู้และแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและต่อยอดผืนผ้าไทย ให้เป็นผืนผ้าแห่งอัตลักษณ์ ความงดงาม และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่พระองค์ได้ทรงลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ ตรากตรำพระวรกายเสด็จไปทรงงานด้วยพระองค์เองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งพระราชทานพระกรุณาให้คณะทำงานฯ ได้ลงไปติดตามการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“ในรอบ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทำให้พี่น้องชาวมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กรมการพัฒนาชุมชน” ได้มีความกล้าหาญ มีใจที่รุกรบ มีกำลังใจในการที่จะไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน น้อมนำพระดำริไปขยายผลถ่ายทอดลงไปทำให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นว่า หากพัฒนาผืนผ้าและงานหัตถกรรมให้สอดรับกับความนิยมชมชอบของผู้บริโภคสมัยใหม่ โดยไม่ละทิ้งรูปแบบอัตลักษณ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม ดังแนวพระดำริของพระองค์ท่าน จะทำให้เขาได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ ไปเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ใช้ชีวิตได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เช่น เรื่องการรณรงค์ทอผ้าด้วยสีธรรมชาติแทนสีเคมี ในปีแรกเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่ายากมาก พอปีที่ 2 ก็เริ่มสบายขึ้น เพราะได้ทดลองทำในปีแรกแล้ว และปีที่ 3 ก็ง่ายขึ้น จนกลายเป็นชิ้นงานที่ล้ำค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง ซึ่งปรากฏเป็นผลลัพธ์แห่งความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน หรือ Best Practice ที่บ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ในอดีตชาวบ้านก็จะย้อมผ้าด้วยสีครามเข้ม และทำรูปแบบเดิม ๆ จนเคยชิน แต่เมื่อน้อมนำพระดำริของพระองค์ท่านไปพัฒนาลวดลาย จนกลายเป็น “ดอนกอยโมเดล” ส่งผลทำให้จากเดิมมีรายได้เดือนละประมาณ 700 บาทต่อคน ปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บาทต่อเดือน และได้พัฒนากลุ่มผ้าย้อมครามบ้านดอนกอยเป็น “ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย” “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่กลายเป็นกระบอกเสียง และเป็นศูนย์รวมการพัฒนาผ้ายอมครามในทุกมิติ ทั้งการผลิต การจำหน่าย การเพิ่มมูลค่าอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า จากเมื่อ 3 ปีก่อนถึงวันนี้ ภาพรวมของประเทศไทยเราสามารถขับเคลื่อนงานผ้าไทยที่จากเดิมมีรายได้ ปีละ 20,000 ล้านบาทต่อปี กลายเป็น 80,000 ล้านบาทต่อปี และยังได้รับเสียงชื่นชมจากผู้นิยมชมชอบผ้าไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศว่า ปัจจุบันงานผ้าไทยคึกคัก คนนิยมมากขึ้น ดังเช่นในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2023 นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “น่าชื่นใจที่ตอนนี้สินค้า OTOP โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานผ้าและงานหัตถกรรมตลอดจนอาหารการกิน เป็นงานที่เราไม่ต้องไปชวนคนซื้อเพียงเพราะว่าจะได้บุญ จะได้ช่วยคนชนบทให้มีรายได้ ทุกวันนี้ไม่ต้องคิดแบบนี้แล้ว เพราะถ้าเรามางาน OTOP เราจะเห็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกใจ  สิ่งที่มีคุณภาพ” ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่าผลสำเร็จของการทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจริง อันเป็นประจักษ์พยานอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นอกจากนี้สิ่งที่พระองค์ได้ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอ คือ “การส่งต่อถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่” ก็ประสบความสำเร็จ ทำให้คนที่เคยประสบปัญหาช่วงโควิด-19 แล้วต้องกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ด้วยการรับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากปู่ย่าตายาย จนกลายเป็นช่างทอผ้า แม้สถานการณ์โรคระบาดจะผ่านไปแล้ว แต่เขาเหล่านั้นก็ยังคงทอผ้าจนยึดเป็นอาชีพทำงานต่อไป เพราะพวกเขาเหล่านั้น ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ได้เห็นแล้วว่า ผ้าไทยทำให้มีเงินรายได้ที่เพิ่มพูน รวมทั้งเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนไทยสวมใส่ผ้าไทย ลูกหลานก็เกิดแรงจูงใจที่อยากขับเคลื่อนเรื่องผ้าไทยและหัตถกรรมไทยต่อจากปู่ย่าตายาย

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งพสกนิกรของพระองค์ ด้วยการทรงทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพราะพระองค์ท่านทรงเห็นแบบอย่างจากการตามเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงปรารถนาที่จะทำให้คนไทยในถิ่นชนบทได้มีรายได้จากการทำผ้า ทอผ้า ย้อมผ้า ยึดเป็นอาชีพเสริม และไม่ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมกับฝึกฝนพัฒนาตนเองที่จะทำงานผ้า ทรงทำให้อัตลักษณ์ความเป็นไทยอยู่คู่ลูกคู่หลานและเกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ พระองค์ทรงส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการประกอบการทำงาน ด้วยการ “พึ่งพาตนเอง” โดยเฉพาะเรื่องงานผ้า ให้ใช้สีธรรมชาติจากพืช ดิน และทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว โดยไม่ทรงสนับสนุนให้ใช้สีเคมี ทั้งการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม รู้จักปลูกต้นหวาย ปอกระจูด ย่านลิเภา ให้มีอย่างพอเพียง ซึ่งพระองค์ท่านน้อมนำแนวคิดของสมเด็จปู่ที่ได้พระราชทานให้กับคนไทยมาใช้ในชีวิตจริง จนล่าสุดกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้นำเสนอผ้าไทยที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เข้ารับการพิจารณารับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกว่าใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติซึ่งใกล้เคียงกับความสำเร็จแล้ว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอบคุณคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุก และพี่น้องชาวมหาดไทยทุกคนที่ได้ช่วยทำให้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระราชทานให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำไปสู่พี่น้องประชาชน สามารถทำให้พี่น้องประชาชนกลายเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ พัฒนาภูมิปัญญาของตนเองในงานหัตถกรรมและงานผ้าไทย จนก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งทุกท่านทุกคนได้น้อมนำหลักการพัฒนาคน ด้วยการไม่ให้ปลากับชาวบ้าน แต่ “แนะนำวิธีการหาปลา ให้เครื่องมือจับปลา” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทรงเพียรพยายามทำมาตลอด 70 ปี และเป็นการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังพระปฐมบรมราชโองการ และพระราชโองการองค์ที่ 2 ที่พระราชทานว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ประสบความสำเร็จ คือ ทำให้ประเทศชาติมั่นคง ด้วยเพราะประชาชนมีความสุข และขอให้ทุกคนได้จดจำว่า พวกเราชาวมหาดไทยรวมทั้งสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จะจดจำคุณงามความดีที่คณะทำงานฯ ทุกท่านได้เมตตา ช่วยสนองงานและเป็นผู้ที่ช่วยหนุนเสริมทำให้คนมหาดไทยทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยในการสนองงาน เพื่อทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนตลอดไป

สำหรับการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวด ทั้งสิ้น 7,086 ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า จำนวน 6,290 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 796 ชิ้น โดยมีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านเข้ารอบประกวดรอบรองชนะเลิศ (Semi Final) ทั้งสิ้น 225 ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า จำนวน 200 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 25 ชิ้น

“ขณะนี้คณะกรรมการฯ ได้คัดเลือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีผลงานผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ (Final) จำนวน 75 ผืน/ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า 65 ผืน และหัตถกรรม 10 ชิ้น โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะเสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ต่อไป”

– 006

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559834

29 ก.ย. 2566

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

‘วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล’ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ปชช.เดือนร้อนกว่า 400 ครัวเรือน ติงจังหวัด-ปภ.จังหวัด ให้รอวันจันทร์ประกาศภัยพิบัติ ต้องโทรฯ จี้ปลัดมหาดไทย ถึงออกประกาศได้ตอนทุ่ม

เมื่อวันที่ 29 กันยายน  2566  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำท่วม เข้าท่วมหลายอำเภอในจังหวัดแพร่ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่วันทั้งวันจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความช่วยเหลืออะไรลงมาเลย ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือไปทางนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีช่วยได้สั่งการมายัง ปภ.จังหวัดทันที 

แต่ทาง ปภ.จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะจะประกาศภัยพิบัติต้องรอวันจันทร์เลย ตนเห็นว่ารอไม่ได้แล้ว จึงต้องโทรศัพท์ไปหาปลัดกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดมหาดไทย ได้โทรศัพท์มาสั่งการ ปภ.จังหวัด อีกรอบหนึ่ง จนถึงเวลา 19.30 น. จึงจะออกประกาศ และจะช่วยเพียง 2 ตำบล เท่านั้น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย

โดยการแจกถุงยังชีพ คือตำบลป่าสักประมาณ 90 ชุด และตำบลสรอยประมาณ 70 ชุดเท่านั้น ทั้งที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อยหลายอำเภอ กว่า 400 ครัวเรือน 

“นี่คือความเป็นความตายของประชาชน แต่ท่านกลับบอกให้รอวันจันทร์ หรืออีก 2 วัน จึงจะออกประกาศให้ได้ ขณะที่จังหวัด ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีการขยับอะไรเลย ให้นายอำเภอวิ่งดูแลช่วยเหลือชาวบ้านไปก่อน ซึ่งไม่ไหว”

เดินหน้า ‘Soft power’ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขวนเที่ยว ‘OTOP’ เมืองทองธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559833

29 ก.ย. 2566

เดินหน้า 'Soft power' 'อุ๊งอิ๊ง' ขวนเที่ยว 'OTOP' เมืองทองธานี

‘อุ๊งอิ๊ง’ อวดเสื้อจากผ้าขาวม้าชาวบ้าน ชวนเที่ยวงาน ‘OTOP’ ดัน ‘Soft power’ ต่อยอด หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จากสมัยพ่อ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก โชว์ชุดที่ใส่ไปงานโอท็อปวันนี้ว่า ตัดจากผ้าขาวม้าของพ่อๆ แม่ๆ ที่ผูกรับขวัญตอนลงหาเสียง และตัดไว้นานแล้วตั้งแต่ตอนท้อง แต่เพิ่งได้หยิบมาใส่เดินงาน OTOP Midyear 2023 โดยบอกว่าคุณภาพผ้าไทยไม่เป็นรองใคร ประณีต ลวดลายสวยสง่า ใส่ผ้าไทยยังไงก็สนุก
 

ภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShinภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShin

งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 1 ตุลาคม 2566 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ที่สุดแห่งภูมิปัญญารังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ตามนโยบายส่งเสริม Soft power ของรัฐบาล

ภายในงานมีการแสดงสินค้า OTOP ที่อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ของมีดีไซน์สวยๆ ทั้ง OTOP Online, OTOP ขึ้นเครื่อง, OTOP Premium Young กิจกรรมทำเปลือกไข่วิจิตรศิลป์ การทำเบญจรงค์ ส่วนทีเด็ดน่าจะเป็น ‘โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ที่จัดแสดงผ้าเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด

มีนิทรรศการเส้นไหม ได้ชมศิลปิน OTOP สาธิตการทอผ้าด้วย ให้บรรยากาศเดียวมหกรรม OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สมัยที่เคยไปกับคุณพ่อและทีมงาน ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนเรื่องต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

เริ่มตั้งแต่ธุรกิจท้องถิ่นส่งต่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงได้จากฐานราก ซึ่งนโยบาย Soft power ที่รัฐบาลและเอกชนหลายภาคส่วนผนึกกำลังกัน ก็นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยผลักดันวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยให้ไปสู่ระดับโลกได้อีกครั้ง

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559823

29 ก.ย. 2566

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

นายกฯเศรษฐา ยอมรับ กรณี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม เสนอ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. ว่าเรื่องนี้เข้าข่ายเป็นการดำเนินการที่ชอบหรือไม่ ระบุชัดด้วยความเป็นปุถุชน ย่อมมีกังวล ย้ำขัั้นตอนทุกอย่าง หารือกันอย่างรอบด้าน ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า กรณี  การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ผบ.ตร. “ กระทั่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้คัดเลือกรายชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวม 9 คน ที่ลงมติให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) และชอบด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 78 หรือไม่    

กรณีดังกล่าว  ถ้าว่าจะระบุว่าไม่กังวลก็ไม่เชิง  เพราะถ้าเกิดอะไรที่เป็นเรื่องลบ ทุกคนที่เป็นมนุษย์ก็ต้องมีความกังวลเป็นธรรมดา แต่ยืนยันว่าทำด้วยความบริสุทธิ์   กระบวนการในเรื่อง  “ผบ.ตร.”  มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนในฐานะประธาน ก.ตร.  ได้เข้าร่วมประชุม และได้มีการเสนอชื่อ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ท่าน และตนเชื่อว่าตามกฎหมายทั้ง 4 ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น ผบ.ตร. และได้มีการพิจารณาในวงกว้าง วันนี้ ตนยังไม่สามารถที่จะพูดชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ได้   เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่ขออธิบายว่าขั้นตอนต่าง ๆได้ มีการอภิปรายในวงกว้างทั้งข้อดีและข้อเสีย และผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุในวันเดียวกันนี้ ก็ได้ให้ข้อมูลทั้งข้อดีและข้อเสียของทุกๆ ท่าน ได้มีการถกกัน คุยกัน

” ผมเองก็ไม่ได้ลุแก่อำนาจ ผมได้รับฟังและวิเคราะห์ดูอย่างถี่ถ้วน และจึงได้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งก็มั่นใจว่าผมมีความบริสุทธิ์ใจ ในการแต่งตั้งครั้งนี้”   นายเศรษฐา  ระบุ

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก ‘สฤษดิ์’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ รวย 236 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559803

29 ก.ย. 2566

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก 'สฤษดิ์' อู้ฟู่ 734 ล้าน 'ลูกนิพนธ์' รวย 236 ล้าน

เปิดทรัพย์สิน สส.ป้ายแดง ‘สฤษดิ์ บุตรเนียร’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ สรรเพชร บุญญามณี รวย 236 ล้าน ที่ดินสงขลา 15 แปลง เงินลงทุนบริษัทอาหารกระป๋อง 40 ล้าน โค 22 ตัว ‘เจ๊รวย’ มี 125 ล้าน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 จำนวน 75 ราย เข้ารับตำแหน่ง สส. จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2566 และกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2566 จำนวน 1 ราย โดยบุคคลที่น่าสนใจ เช่น

สฤษดิ์ บุตรเนียร อู้ฟู่ 734 ล้าน

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เจ้าของโรงเรียนในเครือสายมิตรกรุ๊ป จ.ปราจีนบุรี มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 734,989,364 บาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจเป็นที่ดิน 44 แปลง มูลค่า 548,070,500บาท ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 11 หลัง มูลค่า 171.6 ล้านบาท 

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย

ส่วนใหญ่เป็นอาคารเรียน ที่จ.ปราจีนบุรีและนครราชสีมา ตึกแถวจ.นครราชสีมา ห้องชุดที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) รถยนต์ 15 คัน มูลค่า 5.5 ล้านบาท โดยมีหนี้สิน 78,345,851 บาท จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

ลูกนิพนธ์ รวยอู้ฟู่ 236 ล้าน

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)บุตรชายนายนิพนธ์ บุญญามณีอดีต รมช.มหาดไทย ระบุสถานภาพสมรสกับนางอภิญญา บุญญามณี และมีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน นายสรรเพชญ แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 236,904,100 บาท เป็นทรัพย์สินของนายสรรเพชญ 88,103,529 บาท เป็นทรัพย์สินของนางอภิญญา 148,800,570 บาท และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 119,581 บาท

โดยมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ เงินลงทุนของนายสรรเพชญและนางอภิญญา รวมมูลค่า 152,601,773 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ สยามอินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด ประกอบกิจการผลิต แปรรูป อาหารกระป๋องหรืออาหารพร้อมรับประทานทุกชนิด สงขลา มูลค่า 40,000,000 บาท มีโค 22 ตัว มูลค่า 1,100,000 บาท

ที่ดินของนายสรรเพชญและนางอภิญญา จำนวน 15 แปลง มูลค่ารวม 40,200,000 บาท ทั้งหมดอยู่ที่ จ.สงขลา ทรัพย์สินอื่นของนายสรรเพชญและนางอภิญญา 7 รายการ มูลค่ารวม 15,681,000 บาท ประกอบด้วย เครื่องประดับสุภาพบุรุษและเครื่องประดับสุภาพสตรี นาฬิกา ปืน 6 กระบอก พระเครื่อง 9 องค์ นาฬิกา 4 เรือน ทองคำแท่ง 10 แท่ง นอกจากนี้ นายสรรเพชญแจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,676,072 บาท

เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยเจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย

เจ๊รวย อู้ฟู่ กว่า 125 ล้าน

ขณะที่ เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 125,013,582บาท เป็นทรัพย์สินนางสุขสมรวย 115,138,472บาท ทรัพย์สิน พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร คู่สมรสที่อยู่กันฉันสามีภริยา 9,875,109 บาท 

ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืม 32.1ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินให้นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กู้ยืมถึง 30 ล้านบาท เมื่อปี 2557-2560 

ที่ดิน 28 แปลง มูลค่า 23.3 ล้านบาท ที่ จ.อำนาจเจริญ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6หลัง มูลค่า26 ล้านบาท ที่จ.อำนาจเจริญ รถยนต์ 7 คัน และมอเตอร์ไซค์ 4 คัน มูลค่า 14.5 ล้านบาท 

และทรัพย์สินอื่นๆ พวกทองคำแท่ง 90บาท กำไลทองคำ 4วง สร้อยคอทองคำ 10เส้น ชุดเครื่องเพชร สร้อยไข่มุก นาฬิกา 6 เรือน รวม 18.1ล้านบาท โดยมีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคาและสถาบันการเงินอื่น 16,341.276 บาท

‘อ.เจษฎ์’ มองขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ ‘รองประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559802

29 ก.ย. 2566

'อ.เจษฎ์' มองขับ 'หมออ๋อง' ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ 'รองประธานสภา'

‘อ.เจษฎ์’ มอง ‘ก้าวไกล’ ทำตาม พปชร. ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค ถือเป็นการลดเกียรติภูมิ แต่เห็นด้วย ยก 1 ที่นั่ง ‘รองประธานสภา’ ให้ฝ่ายค้าน

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการและ 1 ในอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีพรรคก้าวไกลรักษาตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”  โดยมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค ว่า หากอ้างจะรักษาไว้ในส่วนของผู้นำฝ่ายค้าน แต่นายปดิพัทธ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง “รองประธานสภา”  ก็เท่ากับว่า ขัดมติพรรค พรรคก็ขับเขาออก แบบนี้ก็ยังพอฟังกล้อมแกล้มได้ แต่โดยรวมมองว่า มีตัวอย่างที่ไม่ดีมาก่อน เพราะพรรคพลังประชารัฐเคยขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อมารับกลับเข้ามาให้เป็นรัฐมนตรี พอมีตัวอย่างแบบนี้ จึงเกิดการทำตาม แบบนี้จะโทษว่ากันลำบาก

ส่วนกรณีการขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคเหมาะสมหรือไม่ ในความเห็นของรศ.ดร.เจษฎ์ มองว่า ไม่สมควร ทำให้ความเหมาะสมและเกียรติภูมิของรองประธานสภาลดลงหรือหายไป

เมื่อถามว่าเป็นการละครของพรรคก้าวไกลหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า โลกคือละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมือง ต่างคนต่างเล่น เพียงแต่ถ้าเล่นไปตามบทบาทที่ควร ทำตามหน้าที่ที่เหมาะสม ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่ จะเป็นละครที่ไม่ดี หากเทียบก็เหมือนที่เรียกกันว่า ละครน้ำเน่า

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องแกในมาตรา 106 ด้วยหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในหลายประเทศให้ตำแหน่งรองประธานสภา 1 ที่นั่งเป็นของฝ่ายค้าน อันนี้ก็สมควร เพราะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งร่วมกันทั้งสภา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือว่าทำงานด้วยกันทั้งหมด เพียงมีสถานะบางประการที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือ สมาชิกสภาเหมือนกัน

“สมมุติเห็นพ้องต้องกันและเหมาะสมว่าน่าจะมีฝ่ายค้านได้สัก 1 ที่นั่งในส่วนของรองประธานสภา ก็คงต้องแก้ แต่ถ้าไม่เห็นเหมาะสมตรงนี้ ก็แล้วแต่จะเห็นตาม ซึ่งเรื่เรื่องการเมืองเชื่อมโยงกับประชาชน และประชาชนก็จับตา เพราะฉะนั้นต้องไปคิดและปรับให้ลงตัว” รศ.ดร.เจษฎร์กล่าว