ไต้หวันเพิ่มแสนยานุภาพกองทัพ เปิดตัว “เรือดำน้ำ” สร้างเองลำแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728721

ไต้หวันเพิ่มแสนยานุภาพกองทัพ เปิดตัว "เรือดำน้ำ" สร้างเองลำแรก

28 ก.ย. 2566 17:13 น.

ไต้หวันเพิ่มแสนยานุภาพกองทัพ เปิดตัว “เรือดำน้ำ” สร้างเองลำแรก

ไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำสร้างเองลำแรก นับเป็นก้าวสำคัญของเกาะไต้หวันในการเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ และเพิ่มศักยภาพการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามจากภายนอก 

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 28 ก.ย. 2566 รายงานว่า วันนี้ ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวัน เป็นประธานในพิธีเปิดตัวเรือดำน้ำ “ไห่คุน” ที่ท่าเรือเมืองเกาสง ทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน พร้อมทั้งกล่าวว่า “ประวัติศาสตร์จะต้องจดจำวันนี้ตลอดไป” เมื่อไต้หวันสามารถสร้างเรือดำน้ำเองได้สำเร็จ 

เรือดำน้ำไห่คุน (Haikun) เป็นเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซล และไฟฟ้า ใช้งบประมาณในการสร้างประมาณ 1,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 55,000 ล้านบาท โดยเรือดำน้ำไห่คุน ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า เรือดำน้ำ’นาร์วาล’ โดยชื่อ ‘ไห่คุน’ ในภาษาจีนกลาง หมายถึง “สัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเล”

เรือดำน้ำไห่คุนเป็นเรือลำแรกจากทั้งหมด 8 ลำ ในโครงการสร้างเรือดำน้ำของไต้หวัน ที่นางไช่ อิง-เหวิน ผลักดันตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2559 

รายงานระบุว่า เรือดำน้ำไห่คุนจะเริ่มทดสอบระบบและการเดินเรือในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะถูกส่งมอบให้กับกองทัพเรือไต้หวันภายในสิ้นปี 2567 และจะเข้าประจำการในปี 2568 ร่วมกับเรือดำน้ำ 2 ลำ ที่ซื้อมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2523 

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน กล่าวว่า ในอดีต การผลิตเรือดำน้ำเองภายในประเทศถูกมองว่าเป็นงานที่เป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ไต้หวันแสดงให้เห็นแล้วว่า การสร้างเรือดำน้ำเป็นงานที่เป็นไปได้ พร้อมเสริมว่า เรือดำน้ำลำนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพเรือไต้หวัน ในการต่อสู้กับชาติที่มีขนาดกองทัพใหญ่กว่าได้ 

นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินเข้ารับตำแหน่ง การสร้างเรือดำน้ำ และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้นำไต้หวันผู้นี้มาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพไต้หวัน และเพิ่มศักยภาพของไต้หวันในการป้องกันการรุกรานจากจีนแผ่นดินใหญ่ 

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการที่ไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำสร้างเองลำแรก อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีบทความหนึ่งที่ถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าวโกลบอลไทมส์ระบุว่า โครงการเรือดำน้ำของไต้หวันเป็นเพียง “ภาพลวงตา” และไต้หวันกำลัง “ฝันกลางวัน” นอกจากนี้ บทความนี้ยังอ้างอีกว่า กองทัพจีนได้สร้างระบบต่อต้านเรือดำน้ำ เพื่อติดตั้งรอบเกาะไต้หวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน เป็นประธานในพิธีเปิดตัวเรือดำน้ำไห่คุน
เรือดำน้ำไห่คุน (Haikun) เรือดำน้ำผลิตเองลำแรกของไต้หวัน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC, Reuters

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759648

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา  เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รับเรื่อง : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ รับข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทย เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ผ่านกลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board)

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าตามที่ได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทยที่เข้าพบในครั้งนี้ จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวนำเรียน ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ โดยผ่านกลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย สมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ สมาคมอุตสาหกรรมนมไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนา “ถอดบทเรียนก้าวไปข้างหน้า พัฒนานมโรงเรียน” และสรุปปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นม ดังนี้ 1.ปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมโค เพิ่มขึ้น 2.25 บาทต่อกิโลกรัม และผลิตภัณฑ์นม (นมพาณิชย์และนมโรงเรียน) ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งต้นทุนน้ำนมโคและต้นทุนอื่นๆ ของผู้ประกอบการ 2.สนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วันถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3

3.การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน 4.การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์ควรทำประชาพิจารณ์ รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแบบเปิดเผย และ 5.สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ไทย-ออสซี่ร่วมมือภาคเกษตร-อาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759645

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ร่วมการประชุมคณะทำงานร่วมความร่วมมือด้านการเกษตรเกษตร ไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 23(The 23rd Meeting of the Thailand–Australia Joint Working Group on Agriculture) ร่วมกับนายแมทธิวโควาล (Mr.Matthew Koval) First Assistant Secretary of the Trade and International Division, Department of Agriculture, Fisheries and Forestry หัวหน้าคณะฝ่ายออสเตรเลีย ที่โรงแรมอมารี พัทยามีวัตถุประสงค์เพื่อหารือการแลกเปลี่ยนนโยบายด้านการเกษตร โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของทั้งสองประเทศ และขยายความร่วมมือทางวิชาการในสาขาต่างๆ

ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวได้รับทราบรายงานผลการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-ออสเตรเลียครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ที่กรุงเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย (The 22nd Meeting of the Thailand-Australia Joint Working Group on Agriculture) และรายงานผลการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร ระหว่าง ไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 (The 19th Meeting of the TAFTA SPS Expert Group)

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการดำเนินงานของไทยและออสเตรเลียเกี่ยวกับการทำเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยฝ่ายไทยได้นำเสนอภาพรวมการทำเกษตรยั่งยืนของกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนการดำเนินความร่วมมือด้านเกษตรยั่งยืนของไทยในระดับภูมิภาค นับว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากเกษตรยั่งยืนเป็นวาระที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพื่อรับมือกับความท้าทายความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ

‘ธรรมนัส’รุดตรวจ แก้สถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ขอนแก่น จัดการระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759646

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย ที่โรงเรียนบ้านคำบง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ว่าตามที่มีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำและริมตลิ่งแม่น้ำชี แม่น้ำเชิญ และลำห้วยเสือเต้น จ.ขอนแก่น ได้รับผลกระทบ มีน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง อ.น้ำพอง อ.อุบลรัตน์ และ อ.เมือง และมีน้ำหลากจากลำห้วยสาขา เช่น ลำห้วยเสือเต้น ลำห้วยคุนมุม ไหลหลากลงมาที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ เหนือฝายหนองหวาย ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเกินความจุของลำน้ำพอง ทำให้มีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร บางส่วน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า จ.ขอนแก่น มีปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซาก ต้องเร่งบูรณาการทั้งจังหวัด และยังมีหนองน้ำตื้นเขิน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเก็บกักปริมาณน้ำได้ในปริมาณมาก แต่สามารถสนับสนุนโครงการต่างๆ ได้ เช่น โครงการแก้มลิง ที่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง หรือไว้เป็นที่ระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก จึงสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งศึกษาหาทางแก้ไขในระยะยาว

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 7,600 ไร่ 500 ครัวเรือนนาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 7,000 ไร่ปัจจุบันน้ำลดลงแล้ว ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เร่งระบายน้ำผ่านฝายหนองทุกช่องทาง เพื่อลดผลกระทบ พร้อมทั้งเร่งระบายน้ำเขื่อนมหาสารคาม ดึงมวลน้ำจากลำน้ำพองลงแม่น้ำชีเพื่อให้ไหลสะดวก

ปลัดฯถกคกก.ปฏิรูปที่ดิน มุ่งขับเคลื่อนงานเพื่อเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759647

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 4/2566 โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมว่า ที่ประชุม คปก.ให้ความเห็นชอบหลักการแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เนื่องจากระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สาหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อรองรับกรณีผู้ได้รับอนุญาตรายเดิม ไม่ประสงค์จะทำประโยชน์ในที่ดินหรือถึงแก่ความตาย และมีคู่สมรส บุตร หรือ เครือญาติ หรือทายาทมายื่นคำขออนุญาตไว้ เป็นการเฉพาะ รวมทั้งยังไม่มีหลักเกณฑ์รองรับการจัดการทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ได้อนุมัติแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 4,010 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกิน พัฒนาศักยภาพพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พัฒนาโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม พร้อมกันนี้ได้อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เข้าสำรวจก่อสร้าง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ 2 โครงการ โดยแบ่งเป็นช่วงหรือระยะเวลาที่มีการเยียวยาหรือจ่ายค่าชดเชยเกษตรกร และในการออกหนังสืออนุญาตหรือให้ความยินยอมจะเสนอ คปก.พิจารณาอนุญาต ในส่วนการเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเก็บค่าหลักประกันเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ ส.ป.ก.กำหนด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรับทราบ 1.ผลการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีงบประมาณ 2566, 2.ผลการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีงบประมาณ 2566,3.รายงานความก้าวหน้าผลการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามโครงการพัฒนาแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 36/2559, 4.แผนปฏิบัติราชการของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) (ฉบับทบทวน) และแผนปฏิบัติการประจำปีบัญชี 2567

5.แผนปฏิบัติราชการของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) (ฉบับทบทวน) และแผนปฏิบัติการประจำปีบัญชี 2567 และ 6.แผนขับเคลื่อนการดำเนินงานในการขยายระยะเวลา การยื่นคำขอรับการจัดที่ดินกรณีเกษตรกรเสียชีวิตเพื่อให้ทายาทเกษตรกรยื่นคำขอรับมรดกหรือการจัดที่ดินแทนที่

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป สืบสาน ต่อยอด‘โขนเด็กรุ่นจิ๋ว’ สร้างต้นกล้าแห่งการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759599

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป สืบสาน ต่อยอด‘โขนเด็กรุ่นจิ๋ว’ สร้างต้นกล้าแห่งการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป สืบสาน ต่อยอด‘โขนเด็กรุ่นจิ๋ว’ สร้างต้นกล้าแห่งการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ตอกย้ำพันธกิจส่งต่อมรดกวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติอีกครั้ง กับ “โครงการสืบสาน ต่อยอด คงอยู่ ศิลปวัฒนธรรมไทย” สนับสนุนงานสืบสาน ต่อยอด “โขนเด็กรุ่นจิ๋ว” อันเป็นสมบัติของชาติ สาขานาฏศิลป์ให้คงอยู่ และเป็นที่ประจักษ์กว้างไกลในระดับสากล โดยมอบโอกาสแห่งการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนผู้เรียนโขน รวมถึงทรัพยากรบุคคลวงการโขนไทย ผ่านทางสถาบันเอกชนการละคร ณ AP Academy Lab อาคารเลค รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้

“โขน” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ผสานไว้ทั้งศาสตร์และศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนง ทั้งวรรณศิลป์ คีตศิลป์นาฏศิลป์ หัตถศิลป์ ศิราภรณ์ ภูษาพัสตราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ได้หลอมรวมกันด้วยกระบวนการสร้างสรรค์ ซึ่งต้องอาศัยทรัพยากร ระยะเวลาความทุ่มเทกายใจของผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย จนเกิดเป็นเอกลักษณ์แห่ง “สุนทรียะ” ในการแสดงอันทรงคุณค่า สง่างาม กอปรรวมไว้ด้วยความประณีตวิจิตรตระการตาจนได้รับการกล่าวขวัญถึง ไม่เพียงในหมู่ผู้ชมชาวไทย หากยังเป็นอัตลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไทยที่จดจำประทับใจไปในระดับโลกอีกทั้ง “โขน” ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ขึ้นทะเบียนประกาศให้เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative list of intangible cultural heritage of humankind) โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษ ว่า “Khon, masked dance drama in Thailand” เมื่อปีพ.ศ. 2561 อีกด้วย

(ซ้าย) วิทการ จันทวิมล และ วิษณุ สุชาติลํ้าพงศ์

นายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ กรรมการบริหาร เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า “นับเป็นความภูมิใจของเอพี ไทยแลนด์ที่ได้ร่วมสืบสานการแสดงโขน มรดกทางนาฏศิลป์อันทรงคุณค่า ประณีต และงดงามของชาติ เราขอชื่นชมและให้การสนับสนุนสถาบันเอกชนการละคร ที่สืบสานและต่อยอดมรดกวัฒนธรรมของชาติให้คนไทยทุกคนได้ภาคภูมิใจ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่เราดำเนินธุรกิจ เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ให้ความสําคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรมไทย เรามีเป้าหมายสำคัญในการ “สืบสาน ต่อยอด คงอยู่” ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติคู่สังคมไทยและสังคมโลกอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านแรก “สืบสาน” ด้วยการสร้างสรรค์โครงการ หรือกิจกรรมใหม่ เพื่อร่วมยกระดับศิลปวัฒนธรรมไทยให้ก้าวไกล โดยยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ อัตลักษณ์ และคุณค่า ด้านที่สอง “ต่อยอด” ด้วยการเข้าร่วมสนับสนุนการดําเนินงานของหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและเผยแพร่ออกไปให้กว้างไกล และด้านที่สาม “คงอยู่” คือ การร่วมกันสร้างสรรค์งานกับพันธมิตรโดยจับมือกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสืบสานและต่อยอดต่อโครงการที่มีอยู่ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

อาจารย์พุทธิชัย โชติประดิษฐ์

“โดยส่วนตัวติดตามการแสดงโขนพระราชทานมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นสูงที่ได้พัฒนาผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้าไปในการแสดง ทำให้โขนพระราชทานในแต่ละปีมีความร่วมสมัย สง่างาม ตระการตา นับเป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ การฝึกหัดโขนได้ให้อะไรกับผู้เรียนมากมาย โดยเฉพาะด้านระเบียบวินัย ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตาม มีร่างกายที่แข็งแรงมีสมาธิที่ดี ได้ความเพียร ความอดทน เนื่องจากเวลาใส่หัวโขน เราจะไม่สามารถมองเห็นภาพกว้างได้ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยสมาธิ ไหวพริบ และความวิริยอุตสาหะในการฝึกฝนอย่างหนัก จนสามารถแสดงได้อย่างงดงามเป็นที่ประทับใจของผู้ชม ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป และบริษัทในเครือ จึงได้เข้ามาให้การสนับสนุนโขนไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชน รวมถึงคนไทยทุกคนได้สัมผัส เข้าชม ชื่นชมและภาคภูมิใจกับโขนไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ” นายวิษณุ กล่าว

อาจารย์พุทธิชัย โชติประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันเอกชนการละคร กล่าวว่า “ในนามของเด็กและเยาวชน ผู้เรียนโขนไทย ขอขอบพระคุณ เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ที่ได้ร่วมผลักดันให้โอกาสแห่งการเรียนรู้และร่วมพัฒนาศักยภาพของผู้แสดง ตลอดจนสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปะประจำชาติ ทั้งนี้ โขนไทยได้รับการขึ้นบัญชีเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปีพ.ศ. 2552 และได้ผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมการร่วม ระหว่างรัฐบาลของยูเนสโก ขึ้นบัญชี “Khon, masked dance drama in Thailand” (การแสดงโขนในประเทศไทย) เป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ อย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2561 การร่วมแรงร่วมใจของภาคส่วนต่างๆ การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน เช่น เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป คือพลังสำคัญในการสืบสาน “โขน” ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างามให้คงอยู่ เป็นการสนับสนุนที่มีคุณค่าแก่คนทำงานอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ให้มีพลังมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านนาฏศิลป์โขนมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก ยกย่อง อย่างกว้างขวาง และดำรงอยู่เป็นสมบัติของชาติได้สืบไป”

คุณแหน : 29 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759605

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll มิตรสหายชาว Digital CEO#3 ร่วมยินดี กับ ยู่สิน จินตภากร ได้เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี..

llธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบห้องสมุดโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ให้แก่ รร.บ้านหนองยายหมาด อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี โดยมี ประภัสรา ศรีทองนายกเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี, สมาชิกเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน,ผู้ปกครองร่วมพิธีฯ..

llรศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผอ.หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(บพข.)ได้ลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงทางวิชาการ ร่วมกับ 11 Accelerator Platforms เพื่อต่อยอดความร่วมมือและนำสิ่งที่เป็นองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ อย่างเป็นรูปธรรม..

ll ชาว วตท.14 กว่า 30 คน ฝ่าฝนตกรถติดไปงานสังสรรค์ งานนี้ สันติ พร้อมพัฒน์, อนุชา บูรพชัยศรี,พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, เกตุวลี นภาศัพท์,จีรศักดิ์ สุคนธชาติ,วิลาสินี พุทธิการันต์,สาลินี วังตาล,ประภา บูรณโชติ,บุญชัย ปัณฑูรอัมพร,วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์, ไพรสัณฑ์ วงศ์สมิทธ์,ภานุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด,รสริน เธียรนุกุล,ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ไม่ยอมพลาด..

ll นพ.สกานต์ บุนนาค เป็นประธานเปิดงาน“แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน Hospital Accreditation”ของสถาบันโรคผิวหนัง เพื่อส่งเสริมการนำการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนางาน..

ll ปลื้มใจกับ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์(NER)ที่ล่าสุดคว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award 2023 สาขา CSR-DIW Continuous Award ในโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน..

ll วันเกิดปีนี้ เอกชัย ตั้งรัตนาวลี ได้ไปทำงานสนับสนุน SME ไทยไปตลาดโลก ในงาน Mini Thailand Week 2023 ที่มาเลเซีย เลยได้ วรวรรณ วรรณวิลผอ.สนง.ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์(DITP Malaysia)จัดเลี้ยงฉลองวันเกิดให้..

ll ส่วน คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ วันเกิดได้ไปปฏิบัติธรรม ทำบุญและร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์จ.เชียงราย..

ll สืบสานตำนานสูตรลับ 30 ปี ขนมไหว้พระจันทร์ รร.แกรนด์ไชน่าเยาวราช จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ แจ้ง FC สามารถสั่งซื้อคอลเลคชั่นใหม่กว่า 20 ไส้ ได้ถึง 29 ก.ย.นี้ โทร.02-2249977 ต่อ 711..

ll ขอแสดงความเสียใจกับ จันทิมา วิจิตรวาทการ,อรรณพพร-ดนัยศักดิ์ สมประสงค์ ที่สูญเสียคุณแม่วณี สมประสงค์(เลาหะเกียรติ)อดีตนางสาวสยามคนที่ 2 สิริอายุ 102 ปี พิธีสวดภาวนาอุทิศระหว่าง 27-29 ก.ย. 18.30 น.โบสถมหาไถ่ ซ.ร่วมฤดี และ 30 ก.ย. 09.00 น.เคลื่อนศพไปยังสุสานศานติคาม สามพราน นครปฐม…ll

น้องใหม่

ส่องผลงานสุดปังของดีไซเนอร์หน้าใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย The Cocoons centralwOrld Graduate Fashion Week 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759602

ส่องผลงานสุดปังของดีไซเนอร์หน้าใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย The Cocoons centralwOrld Graduate Fashion Week 2023

ส่องผลงานสุดปังของดีไซเนอร์หน้าใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย The Cocoons centralwOrld Graduate Fashion Week 2023

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เซ็นทรัลเวิลด์ ผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ ยกระดับผลงานแฟชั่นไทยสู่สากล เปิดเวทีให้นิสิต-นักศึกษาโชว์ฝีมือบนรันเวย์ “The Cocoons centralwOrld Graduate Fashion Week 2023” ปั้นดีไซเนอร์หน้าใหม่อวดผลงานแฟชั่นสุดปังกว่า 150 คอลเลคชั่นครั้งแรก ท่ามกลางเสียงเชียร์ล้นหลามจากเหล่าแฟชั่นนิสต้า

ประสบความสำเร็จตลอด 3 วันบนรันเวย์ “The Cocoons CentralwOrld Graduate Fashion Week”ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โชว์ผลงานออกแบบเครื่องแต่งกายฝีมือนิสิต-นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กว่า 150 คอลเลคชั่น บนแคตวอล์กระดับมืออาชีพ ร่วมกับ Exclusive คอลเลคชั่นล่าสุดของ 10 สุดยอดดีไซเนอร์ไทยแบรนด์ชั้นนำและดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาแรง พร้อมแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ Adidas, Armani Exchange, Diesel, Disaya, Kloset, Lululemon, Maison Kisune, Marc Jacobs, MLB, Polo Ralph Lauren และแบรนด์ดังจาก Comma And; Component, D.I.Y. by Panida, DRY CLEAN ONLY, Essentials by Outcast Store, Kloset, MOO, Pony Stone, Sculpture Studio, THE SRT, Tohns ประทับใจกับโชว์สุดฟินจาก วง ATLAS, ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว และ วง LYKN

นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดแสดงผลงานออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับเพิ่มเติมภายในโซน Art & Exhibition Showcase โดยแคมเปญนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “centralwOrld fashion citizens” ซึ่งเป็น DNA ของเซ็นทรัลเวิลด์ที่ต้องการสะท้อนความเป็นตัวตนที่แตกต่างแต่มีเอกลักษณ์ของผู้คน
All-inclusive only at centralwOrld – Where flagships of fashion meet your passion ให้ทุกคน

สายแฟยังตามไปอัปเดตแบรนด์ใหม่สุดฮอตที่มาเปิด Pop-Up Store ในโซน Comma And อย่าง Secret Service และD.I.Y. by Panida ด้วยความพิเศษกับเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น อย่าง D.I.Y. by Panida x S.V.S.S. 2 และสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์ Coach, Marc Jacobs, Karl Lagerfeld, Kate Spade New York, Disaya, MCM, Soda, The Parrot, H&M, LYN, LYN Around, Zara, Uniqlo, Pull & Bear, Mango, Massimo Dutti, Calvin Klien, Tommy Hilfiger, Charles & Keith, Adidas, Nike, Carnival, Onitsuka Tiger ฯลฯ ตอบโจทย์แฟชั่นทุกสไตล์ให้คุณดีไซน์โลกในแบบที่คุณเป็นกับ centralwOrld fashion citizens จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : CentralWorld

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จับมือ เมอเวนพิค เปิดตัวโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ผสานการพักผ่อนอย่างลงตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759600

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จับมือ เมอเวนพิค  เปิดตัวโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ผสานการพักผ่อนอย่างลงตัว

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จับมือ เมอเวนพิค เปิดตัวโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ผสานการพักผ่อนอย่างลงตัว

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) พญ.พิชชาพร ธนาพงศธร, นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ และ แดน สมิทธ์

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ร่วมกับ เมอเวนพิคบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท พัฒนาโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ผสานการพักผ่อนอย่างลงตัว ภายใต้แบรนด์ BDMS Wellness Retreat ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในสังคมยุคใหม่ให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ด้วยการบริการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นการดูแลเชิงป้องกัน และเสริมสร้างสังคมสุขภาพดีโดยทีมแพทย์และบุคลากรผู้มีความรู้ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย มุ่งสู่การเป็น “คลินิกสุขภาพด้านดูแลป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ” ชั้นนำในระดับเอเชีย ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเวชศาสตร์เชิงป้องกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปั้น Wellness Tourism ให้เติบโตในประเทศไทย

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น Wellness Destination อันดับ 2 ของโลก โดยการจัดอันดับของ Global Wellness Institute บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จึงร่วมมือกับ เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท พัฒนาโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ผสานการพักผ่อนอย่างลงตัว ภายใต้แบรนด์ BDMS Wellness Retreat เพื่อช่วยผลักดันให้ก้าวไปสู่เป้าหมายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเทรนด์ความต้องการดูแลสุขภาพในรูปแบบ Wellness หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมุ่งเน้นการป้องกันก่อนการเกิดโรค กำลังเป็นเทรนด์ปัจจุบันที่คนทั่วโลกมีความต้องการและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะภายหลังจากผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ขณะเดียวกันประเทศไทย ซึ่งมีความพร้อมในทุกด้านที่จะเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ Wellness รัฐบาลยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเตรียมให้มีมาตรการฟรีวีซ่า 90 วัน กับนักท่องเที่ยวในประเทศเป้าหมายสำคัญ หรือโครงการใหญ่ๆ เช่น เขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน (Andaman Wellness Corridor : AWC) ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวโดยรวม รวมถึงธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เติบโตเพิ่มมากขึ้นด้วย

“บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก วางแผนรองรับการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทย สู่การเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก (Wellness destination of the world) โดยการจัดโปรแกรมการรักษาสุขภาพแบบพิเศษต่างๆรวมถึงความร่วมมือกับ เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ด้วยการออกแบบโปรแกรมเวลเนสที่บูรณาการเรื่องการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการพักผ่อน อาทิ การลดน้ำหนัก, การชะลอวัย,การนอนหลับที่ดี เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขยายตลาดและกลุ่มเป้าหมายรักสุขภาพให้กว้างขึ้น ทั้งนี้ การบริการภายใต้แบรนด์ BDMS Wellness Retreat จะเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและแขกที่มาพักผ่อนในประเทศไทย ไปพร้อมดูแลสุขภาพกายและจิตใจให้สุขภาพดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนเชิงสุขภาพที่หลากหลาย

นายแดน สมิทธ์ ผู้จัดการทั่วไป เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอสเวลเนส รีสอร์ท (Dan Smith, General Manager of Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok) กล่าวว่าเราสร้างความร่วมมือในการผสานสุขภาพพร้อมกับการพักผ่อน ด้วยการออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพที่หลากหลาย ผ่านคอนเซ็ปต์มอบการดูแลสุขภาพแบบ Retreat โดยอาศัยแนวคิดใหม่ ที่ไม่ต้องปลีกตัวไปไกลๆ สามารถทำได้ในเมือง ในบรรยากาศสงบ และมี Wellness Service อาทิ สปา ที่มีศาสตร์การนวดที่หลากหลาย และอาหารสุขภาพ ที่โรงแรมนำมาดูแลร่วมกับ wellness ทำให้สัมผัสถึง “Wellcation” ได้ทุกวันด้วยการวางรูปแบบกิจกรรมทางสุขภาพ ให้ลงตัวกับความต้องการของผู้เข้าพัก โดยมุ่งเน้นให้ได้รับความพอใจ ทั้งการดูแลสุขภาพและพักผ่อน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยตารางกิจกรรมที่แน่นจนเกินไป หรือจำกัดขอบเขตจนทำให้รู้สึกไม่ผ่อนคลาย ด้วยโจทย์ที่ชัดเจนนี้ BDMS Wellness Clinic Retreat จึงมีโปรแกรมในการดูแลสุขภาพที่ยืดหยุ่น โดยยึดไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักเป็นหลัก

พญ.พิชชาพร ธนาพงศธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กล่าวว่า BDMS Wellness Retreat มีเป้าหมายสำคัญในการผสานระหว่างการดูแลสุขภาพและการพักผ่อนให้ลงตัว และตอบโจทย์กับคนหลากหลายไลฟ์สไตล์ ที่สนใจทั้งการท่องเที่ยวไปพร้อมกับดูแลสุขภาพ ช่วยให้การใช้วันหยุดหรือเวลาแห่งการพักผ่อน สอดคล้องไปกับการดูแลสุขภาพได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสังคมยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น เราจึงออกแบบโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องสุขภาพในระหว่างวันพักผ่อน ได้มีประสบการณ์รูปแบบใหม่ กับการตรวจสุขภาพและพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ทัศนียภาพแบบสวนใจกลางเมือง สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการสามารถดูรายละเอียดโปรแกรม BDMS Wellness Clinic Retreat เพิ่มเติมได้ที่ https://www.bdmswellness.com/clinics-services/movenpick

Central International Watch Fair 2023 ที่สุดของมหกรรมนาฬิกาแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759607

Central International Watch Fair 2023  ที่สุดของมหกรรมนาฬิกาแห่งปี

Central International Watch Fair 2023 ที่สุดของมหกรรมนาฬิกาแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมเปิดงาน Central International Watch Fair

เซ็นทรัลจับมือพันธมิตรนาฬิกาแบรนด์ดังระดับเวิลด์คลาสจากทั่วทุกมุมโลกจัดงาน “Central International Watch Fair 2023” นำเสนอไอเทมครบทุกกลุ่ม ตั้งแต่นาฬิกาสุดลักชัวร์รี รุ่นลิมิเต็ด รุ่นที่หายาก ไปถึงรุ่นสำหรับกลุ่มคนรักแฟชั่น และสมาร์ทวอทช์ ชวนคนรักนาฬิการ่วมสัมผัสนาฬิการุ่นสุดพิเศษ Thailand Limited Edition จาก Grand Seiko ที่มีเพียง 65 เรือนทั่วโลก ตั้งแต่วันนี้-1 พฤศจิกายน 2566 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งทุกช่องทางช้อปสุดสะดวกของห้างเซ็นทรัล

ธาพิดา นรพัลลภ

ธาพิดา นรพัลลภ ประธานบริหารฝ่ายบริหารสินค้ากลุ่มแฟชั่น บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า
“ห้างเซ็นทรัลจัดงาน Central International Watch Fair ต่อเนื่องมากว่า 20 ปี จนคนไทยเชื่อมั่นว่าหากคิดถึงงานแฟร์นาฬิกาต้องคิดถึงห้างเซ็นทรัล เพราะเราเป็นเดสติเนชั่นอันดับหนึ่งสำหรับคนรักนาฬิกา โดยในปีนี้เราก็ยังคงความพิเศษในทุกมิติ ด้วยความร่วมมือจากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำมากมายเอาใจแฟนๆ ทุกกลุ่มด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่นสุดพิเศษจากหลากหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่กลุ่มลักชัวร์รีวอทช์ไปจนถึงกลุ่มแฟชั่นโดยลูกค้าจะได้สัมผัสกับนาฬิกาหลากหลายรุ่นทั้งรุ่นลิมิเต็ดที่วางจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้นและยังมีอีกหลายๆ รุ่นที่จะเปิดตัว
และวางจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัลก่อนใคร นอกจากนี้เรายังมีการจัด Exclusive Showroom ร่วมกับแบรนด์ลักชัวรีวอทช์ระดับโกลบอลสำหรับลูกค้าคนสำคัญของห้างเซ็นทรัลที่เป็นแฟนนาฬิกาตัวจริงโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเรารวมทุกความพิเศษ ทุกความเอ็กซ์คลูซีฟที่คนรักนาฬิกาต้องการไว้ในงานนี้งานเดียว”

งาน “Central International Watch Fair 2023” ล้วนมีความโดดเด่นสะท้อนบุคลิกเฉพาะตัว อาทิ Exclusive Showroom สำหรับแฟนนาฬิกาคนพิเศษที่ Diamond Lounge ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม โดยครั้งนี้เป็นการกลับมาร่วมกันสร้างประสบการณ์สุดพิเศษแก่ลูกค้าร่วมกับห้างเซ็นทรัลอีกครั้งในรอบ 3 ปีของโกลบอลแบรนด์อย่าง PARMIGIANI FLEURIER และ CORUM โดย PARMIGIANI FLEURIER นำเสนอรุ่น TONDA PF SPLIT-SECONDS CHRONOGRAPH ROSE GOLD GREYมีเพียง 30 เรือนทั่วโลก โดยนำเรือนที่ 21 มาให้ชมในงาน, CORUM กับรุ่นสุดพิเศษ BUBBLE47X AIIROH ที่มาพร้อมหน้าปัดแบบโอเพ่นเวิร์กตามรูปแบบงานศิลปะของ Aiiroh ศิลปินชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีเพียง 88 เรือนทั่วโลก และ BOVET กับผลงานชิ้นพิเศษรุ่น Amadeo Amadeo นำเสนอในตัวเรือนเรดโกลด์ที่ใช้เวลาในงานการแกะสลักทั้งหมดด้วยมือมากกว่า 120 ชั่วโมง ในขณะที่ชุดกลไกก็ต้องใช้เวลามากกว่า 100 ชั่วโมง ในการสร้างงานทั้งหมดนี้ขึ้น ลูกค้าที่สนใจเข้าชมนาฬิกาทั้ง 3 แบรนด์ สามารถติดต่อเพื่อทำการนัดหมายผ่าน Personal Shopper ของห้างเซ็นทรัลชิดลม (โทร.1425 กด 3) นอกจากจะได้ยลโฉมนาฬิกาเรือนพิเศษ ลูกค้ายังจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายภายในงานอีกด้วย

ภายในงาน ยังจะได้พบกับ LONGINES นำเสนอ The Longines Master Minute Second Collection โฉมใหม่ขนาด 38.5 มม. การผสมผสานความสง่างามแสนคลาสสิกเข้ากับความเป็นเลิศในการผลิต มาพร้อมหน้าปัดหลายสีเพิ่มความโดดเด่นด้วยตัวเลขอารบิกแกะสลัก กระจกหน้าปัดเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน จึงช่วยให้อ่านค่าเวลาชั่วโมง นาที และวินาทีขนาดเล็กที่ 6 นาฬิกา บนหน้าปัดอันประณีตได้อย่างง่ายดาย สายหนังจระเข้สีเทา ตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่สามารถกันน้ำได้ในระดับ 3 บาร์ (30 เมตร) ฯลฯ

GRAND SEIKO นำเสนอนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น Grand Seiko Sport Collection SBGJ275 ผลิตขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในวาระครบรอบ 25 ปี ของกลไกจักรกลคาลิเบอร์ 9Sโดยผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 2,000 เรือน นำเสนอจินตนาการแห่งท้องฟ้าด้วยหน้าปัดสีฟ้างามที่แสดงถึงทะเลเมฆในยามรุ่งอรุณ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ เมื่ออากาศชื้นก่อตัวเป็นเมฆหนาทึบทับซ้อนกันจนเกิดเป็นผืนพรมอันงดงามในท้องฟ้า โดยนาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลอัตโนมัติ ไฮ-บีท 36000 GMT คาลิเบอร์ 9S86 ที่ต้านทานปัจจัยรบกวนการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม นำมาซึ่งความเที่ยงตรงระดับสูงบนข้อมือ

RADO True Square Thinline x Les CouleursTM Le Corbusier Limited Editionความหรูหราบนข้อมือคุณมาในขนาดของตัวเรือน 38 มม. กลไกออโตเมติก สำรองพลังงานถึง80 ชั่วโมง ตัวเรือนสวยงามผลิตจากวัสดุไฮเทคเซรามิก พร้อมกันน้ำที่ 50 เมตร

Oris AquisPro 4000m ประดิษฐกรรมนาฬิกาไดฟ์เวอร์ที่กันน้ำได้ถึงระดับลึกที่สุดเท่าที่ ORIS เคยผลิตมา ด้วยตัวเรือนไทเทเนียมที่สามารถทนต่อแรงดันได้สูงถึง 400 บาร์(เทียบเท่ากับความลึก 4,000 เมตร) เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ Oris ซึ่งรวมถึงวงแหวนขอบหน้าปัดนิรภัย Rotation Safety System ที่ออกแบบขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่าง ORIS และนักดำน้ำมืออาชีพ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังจะได้สัมผัสกับเรือนหรูจาก MIDO นำเสนอ Mido Commander1959 Indigo Limited Edition Thailand,TISSOT, HAMILTON, G-SHOCK, GARMIN, GUESS ฯลฯ และพลาดไม่ได้กับข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปี

คนรักนาฬิกาต้องไม่พลาด งานมหกรรมนาฬิกาแห่งปีได้ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเลือกซื้อทางช่องทางออนไลน์ครบครัน