‘ดาว มยุรี’เผยนาทีชวนขนลุก งูตัวใหญ่เข้าบ้านครั้งแรก เชื่อบริวารปู่ฯมาให้โชค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759114

'ดาว มยุรี'เผยนาทีชวนขนลุก งูตัวใหญ่เข้าบ้านครั้งแรก เชื่อบริวารปู่ฯมาให้โชค

‘ดาว มยุรี’เผยนาทีชวนขนลุก งูตัวใหญ่เข้าบ้านครั้งแรก เชื่อบริวารปู่ฯมาให้โชค

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.33 น.

‘ดาว มยุรี’เผยคลิปนาทีชวนขนลุก งูตัวใหญ่เข้าบ้านครั้งแรก ไม่พลาด เปิดบ้านเลขที่ เชื่อบริวารปู่พญานาคมาให้โชค

เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดังอย่าง ‘ดาว มยุรี’ เผยคลิปชวนขนลุก มีงูตัวใหญ่เข้าบ้านเมื่อช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม โดยเจ้าตัวเชื่อว่าคงเป็น บริวารปู่พยานาคมาให้โชค พร้อมทั้งเผยเลขที่บ้านแบบไม่กั๊ก 

” ช็อคซิคะ..งูเข้าบ้าน ตัวใหญ่มาก เลขที่บ้าน 80 มาตอน 3 ทุ่ม นอนขวางหน้าห้องลูกสาว ตกใจ..เรียกชื่องูผิดๆถูกๆมันคืองูเหลือม  เรียกยามมาจับ โดยดาวเป็นผู้ช่วย จับกัน 2 คน กลัวก็กลัว  คงเป็นบริวารปู่พญานาค และมาให้โชคมั้ง ครั้งแรกที่มีงูใหญ่เข้าบ้าน ” 

– 009

มิลานไฟลุก! ‘โบว์ เมลดา’อวดลุคสวยสับที่มิลานแฟชั่นวีค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759096

มิลานไฟลุก! 'โบว์ เมลดา'อวดลุคสวยสับที่มิลานแฟชั่นวีค

มิลานไฟลุก! ‘โบว์ เมลดา’อวดลุคสวยสับที่มิลานแฟชั่นวีค

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.37 น.

26 ก.ย.66 ทำเอาแซ่บสะท้านไปทั้งไอจีเลยทีเดียว สำหรับนางเอกสาวสวย อย่าง “โบว์ เมลดา สุศรี” ที่มีโอกาสได้เดินทางไปเข้าร่วมชม Dolce & Gabbana Fashion Show Spring/summer 2024 ที่มิลาน ประเทศอิตาลี

โดยสาวโบว์ก็ได้อวดโฉมสุดปังในหลากหลายลุค โดยเฉพาะในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิง เผยความเซ็กซี่ ด้วยการเว้าให้เห็นเนินอกแบบกรุบๆ เรียกว่าสวยสับ ดาเมจเกินต้านเลยจริงๆ

‘ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์’เปิดศึกคนโสด 3 สาวเสียงดี วัดฝีมือในเพลง ‘โปรดส่งใครมารักฉันที’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759088

'ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์'เปิดศึกคนโสด 3 สาวเสียงดี วัดฝีมือในเพลง 'โปรดส่งใครมารักฉันที'

‘ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์’เปิดศึกคนโสด 3 สาวเสียงดี วัดฝีมือในเพลง ‘โปรดส่งใครมารักฉันที’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.22 น.

โสดโปรดจีบ “ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์” ส่ง 3 สาว 3 สไตล์สู้ศึกเพลงดัง “โปรดส่งใครมารักฉันที”ของวงร็อก “อินสติงต์” เอาใจคนโสดโดยเฉพาะ“ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์” คว้าเพลงฮิตประจำตัวคนโสดมาเป็นโจทย์เพลงประจำสัปดาห์ พร้อมส่ง 3 แชมป์ต่างสไตล์ ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงเพลงงานนี้พิธีกรอารมณ์ดี หอย-เกียรติศักดิ์อุดมนาคแท็กทีม3 กรรมการนีโน่ เมทนี, ตั๊ก ศิริพรและอี๊ด โปงลางเสิร์ฟรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก่อนเริ่มการแข่งขันจากนั้นกรรมการพร้อมประจำเก้าอี้ร่วมตัดสินและให้คำแนะนำดี ๆ  สำหรับศึกชิงแชมป์ออฟเดอะแชมป์ครั้งนี้ได้3 แชมป์(2 เพลง)รรมการ้าที่ตัดสินในครั้งนี้นุ่มางช่อง รรมการ้าที่ตัดสินในครั้งนี้นุ่มางช่อง ได้แก่แชมป์เพลงไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้และแชมป์เพลงพูดอีกทีซึ่งมีผู้ชนะเพลงนี้ 2 คนมาคว้าไมค์เปิดศึกเพลงฮิต โปรดส่งใครมารักฉันที ของวงร็อกชื่อดังอินสติงต์แม้ต้นฉบับจะถ่ายทอดอารมณ์ของผู้ชาย แต่งานนี้สาว ๆ ทำโชว์ได้น่าสนใจ มีเสน่ห์และสไตล์เป็นของตัวเอง จนเหล่ากรรมการถึงกับเอ่ยปากชม ส่วนท่อนโน้ตประหารไม่ทำให้ผิดหวัง ร้องดี อินเนอร์เป๊ะ ไม่เสียชื่อแชมป์กันเลยทีเดียว ทำให้งานยากไปตกอยู่ที่โหวตเตอร์ เพราะต้องชั่งใจยกคะแนนให้กับผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวเท่านั้นต้องมาลุ้นกันว่าใครจะถ่ายทอดความรู้สึกของคนโสดได้โดนใจจนได้ถ้วยรางวัลไปครองติดตามความสนุกสนานและร่วมเชียร์ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ “ดวลเพลงดัง แชมป์ชนแชมป์” วันเสาร์ที่ 30 กันยายนนี้เวลา 15.30 น. ทาง Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X (Twitter), TikTok, YouTube: Ch7HD เว็บไซต์: www.ch7.com

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! ‘พวงเพ็ชร’เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759233

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! 'พวงเพ็ชร'เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณร! ‘พวงเพ็ชร’เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.57 น.

“พวงเพ็ชร”เผย ครม.ผ่านงบฯพระปริยัติธรรม 346 ล้าน ปลดล็อกการศึกษาพระ-เณรไทย เจ้าคุณประสาร ม.จุฬาลงกรณ ชื่นชม รมต.ใหม่รับปากไว้ทำได้ทันที

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าตอบแทนรายเดือนแก่เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) จำนวน 3,320 อัตรา จำนวน 346,726,400 บาท ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอ

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ภายหลังที่ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กำกับ ดูแล และสั่งราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ลงพื้นที่กราบพระเถระตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสอบถามรับฟังปัญหาจากพระเถระตามวัดต่างๆ ได้ให้ข้อเสนอแนะ พร้อมเสนอปัญหาของกิจการคณะสงฆ์ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณของการศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ที่ยังไม่เคยได้รับเลย ทำให้การบริหารการศึกษาในส่วนนี้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมื่อรับทราบปัญหา รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเร่งนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

ทางด้าน พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือ เจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ (25 ก.ย.) ได้พบ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในงานแถลงข่าว 338 ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าใจและรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้าไปแก้ไขและช่วยเหลือคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะเรื่องนี้ หมายรวมถึงในทุกๆ เรื่องที่เป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบ ภายหลังที่ได้รับทราบมติคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าตอบแทนรายเดือนแก่เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ได้สอบถามไปตาม จศป.ต่างๆ ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศต่างก็อนุโมทนาสาธุการ อนุโมทนาในบุญกุศลที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของคณะสงฆ์ ให้การอุปถัมภ์ต่อการศึกษาในส่วนของพระสงฆ์ สามเณรที่เป็นเนื้อนาบุญ ที่สำคัญท่านรับปากกับพระไว้อย่างไร ท่านก็ทำให้ได้ทันท่วงที จึงเป็นการปลดล็อกปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาและหมักหมมมายาวนาน

“ต่อจากนี้ไปงานการพระศาสนาในทุกๆ ด้าน ทั้งการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ธรรมศึกษา บาลี บาลีศึกษา ปริยัติสามัญ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ในสังกัด อว.คงจะมีความหวังมากขึ้นจากภาครัฐ ทั้งในเชิงนโยบายและการปฎิบัติของรัฐบาลที่มีต่อคณะสงฆ์ทั้งประเทศ” พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าว

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759161

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

‘ชไนเดอร์’หนุน‘สอศ.-มจพ.’ ฝึกนศ.เพิ่มทักษะ‘ไฟฟ้า-ออโตเมชั่น’

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือเพื่อมอบชุดฝึกสำหรับการเรียนรู้และการฝึกอบรมทางด้านไฟฟ้าและออโตเมชั่น ให้กับ 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดย นายฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานบริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริคและประธานมูลนิธิชไนเดอร์อิเล็คทริค เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2552 มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริคพร้อมด้วยโครงการ Youth Educationและ Entrepreneurship มุ่งมั่นในการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่กำหนดโดยผลกระทบด้านความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริค

โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างด้านการศึกษาผ่านการให้การสนับสนุนเรื่องการฝึกอบรมแก่เยาวชน 1 ล้านคน และผู้ประกอบการ10,000 ราย ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งมูลนิธิชไนเดอร์ มุ่งเป้าในการมีส่วนร่วมสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างความทัดเทียมมากยิ่งขึ้น ด้วยการอาศัยความเชี่ยวชาญ และบรรดาพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อจุดประกายให้กับคนรุ่นใหม่และชุมชนในวงกว้างเพื่อขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืน

“การร่วมมือระหว่างมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค และชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย จะให้การสนับสนุนด้วยการมอบสื่อการสอน จัดซื้ออุปกรณ์ด้านเทคนิค และการฝึกอบรมผู้สอน โดยทาง Asia Society for Social Improvement and Sustainable Transformation (ASSIST) จะประสานความร่วมมือในครั้งนี้ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา” ประธานบริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว

ด้าน นายสเตฟาน นูสส์ ประธานคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาวและเมียนมากล่าวว่า วันนี้ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือ การทรานส์ฟอร์มไปสู่ดิจิทัล มีการรวมกันระหว่างเทคโนโลยี IT และ OT เข้าด้วยกันและใช้ประโยชน์จากดิจิทัลในการทำงานในกระบวนการต่างๆ เช่น การมอนิเตอร์พลังงาน และกระบวนการต่างๆ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเชิงบวก รวมถึงการประหยัดพลังงาน และคาดการณ์แนวโน้มในการซ่อมบำรุงได้ พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืนควบคู่กันไป

“ดังนั้นความท้าทายของผู้เริ่มทำงานคือการทำความเข้าใจกับระบบใหม่ๆ นี้ให้เข้าใจ ก่อนเข้าสู่การทำงานจริง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีความยินดีในการมอบสื่อการสอนที่จะทำให้นักศึกษาสามารถบ่มเพาะความรู้จากเทคโนโลยีของเราเพื่อการทำงานที่มั่นคงในอนาคต” นายสเตฟานกล่าว

สำหรับประเทศไทย ในครั้งนี้มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีการลงนามความร่วมมือกับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกในปี 2565 และกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตั้งเป้าฝึกอบรมนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาสาขาไฟฟ้าทั่วประเทศให้ได้ 55,000 คน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือถึงปี 2570 โดยนักศึกษาแต่ละคนจะต้องได้รับการฝึกอบรมทางด้านไฟฟ้าและออโตเมชั่นเป็นเวลา 180 ชั่วโมง หรือ1 ภาคการศึกษา โดยมอบหมายให้ ASSIST เป็นผู้วัดผลการดำเนินการทุกไตรมาส

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759162

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

‘สถ.’จับมือ‘สสส.’หนุนท้องถิ่น สร้าง‘พื้นที่แห่งโอกาส’เพื่อเด็ก-เยาวชน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพนมเทียน เส้งวั่นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวในงานมอบรางวัลเพื่อคนการศึกษาท้องถิ่น (Local Education Award 2023) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า สถ. น้อมนำพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 เรื่องการศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน 1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3.มีงานทำ มีอาชีพ สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้ และ 4.เป็นพลเมืองดี สถานศึกษาและสถานประกอบการ ส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี

โดยปัจจุบันจะเห็นว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความชื่นชม ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองเพิ่มขึ้น จนบางแห่งต้องแย่งกันจองคิวส่งบุตรหลานเข้าไปเรียน ซึ่งการมอบรางวัลเพื่อคนการศึกษาท้องถิ่นครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาท้องถิ่น ประกอบด้วยรางวัลโรงเรียนต้นแบบเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัด อปท. จำนวน 7 รางวัล รางวัล อปท. ต้นแบบส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชน 46 รางวัล

รางวัลเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติครูสอนเด็กด้อยโอกาส 25 รางวัล และรางวัลประกวดคลิปวีดีโอรำวงมาตรฐานประกอบเพลง “รำวงมหาดไทยเพื่อคนไทย” ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาระดับปฐมวัยสังกัด อปท. 20 รางวัล นับเป็นการมอบรางวัลครั้งแรกหลังจากมี พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้ อปท. มีหน้าที่ในกิจการสภาเด็กและเยาวชน และเกิดการกำหนดให้เยาวชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมทำงานร่วมกับท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับ อปท.อื่นๆทั่วประเทศต่อไป

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การพัฒนาและ
ส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เท่าทันต่อสถานการณ์โลกยุคใหม่ เป็นความท้าทายใหม่ของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอปท. กลไกรัฐที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนมากที่สุด ซึ่งแม้ อปท. มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนระดับท้องถิ่นขึ้นตามกฎหมายส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติทั้งสิ้น 7,774 แห่ง

แต่ในกฎหมายไม่ได้กำหนดแนวทาง หรือวิธีการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ท้องถิ่นระดับต่างๆ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลตำบล (ทต.) เทศบาลเมือง (ทม.) เทศบาลนคร (ทน.) ต้องการแผนงานและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ รวมถึงตัวอย่าง หรือต้นแบบที่จะทำให้การขับเคลื่อนงานด้านเด็กเยาวชนให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก

น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อไปว่า สสส.เล็งเห็นโอกาสสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายจากเยาวชนคนท้องถิ่น ด้วยการสนับสนุนให้เกิด “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในกระบวนการพัฒนานโยบายในระดับท้องถิ่นและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นของตน ทำให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21ทั้งการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม และสื่อสารสร้างสรรค์ ช่วยลดปัญหาสุขภาวะทางจิต เกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง

โดย สสส. สนับสนุนมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคมให้เข้ามาร่วมทำงานสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรท้องถิ่น เพื่อเพิ่มทักษะให้บุคลากรที่ต้องทำงานกับเด็กและเยาวชน ทั้งหลักสูตรออนไลน์ที่ http://www.coachforchange.coและออนไซด์ ทำให้การทำงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมให้เด็กมาร่วมงาน แต่เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำและร่วมรับผิดชอบ

ได้มีส่วนร่วมดูแลแก้ไขปัญหาในชุมชนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งก็ได้รางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเป็นห่วงทิศทางการทำงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชนท้องถิ่นในอนาคต เพราะการถ่ายโอนภารกิจมาสู่ อปท.ทั่วประเทศยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลให้อปท. ยังไม่สามารถขับเคลื่อนงานสภาเด็กและเยาวชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759159

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ  คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

‘นศ.’มุ่งมั่นพัฒนา‘กายอุปกรณ์’ช่วยคนพิการ คว้ารางวัลชนะเลิศ“Best Survivor Award’แห่งปี

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เพราะโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ทันและให้อยู่รอด” มูลนิธิเอสซีจี จึงได้ร่วมกับ บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ Best Survivor Awards จัดแคมเปญ Gen Will Survive และกิจกรรม “Best Survivor Awards” เฟ้นหาสุดยอดคนรุ่นใหม่ที่มี Hard skill และ Soft skill ในการเอาตัวรอด และเรื่องราวของเขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจที่จะส่งต่อให้กับทุกๆ คนได้ ซึ่ง Best SurvivorAwards ได้รับการตอบรับอย่างเกินคาดเพราะเป็นครั้งแรกที่เปิดให้คน Gen Zได้เปิดอกแชร์เรื่องราวของตนเองสู่สาธารณะ

มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมเกือบ 500 คน และมีคณะกรรมการาคัดเลือกอย่างเข้มข้น นำโดย ผศ.ดร.วิรุจกิจนันทวิวัฒน์ ประธานสาขาวิชาธุรกิจและอาชีวศึกษา ภาควิชานโยบายการจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย ณัฏฐ์อาภาผ่องทิพาภรณ์ ผู้สื่อข่าวและ Content Creator สำนักข่าวสปริงนิวส์ รวมถึง เอแคลร์ จือปาก และ MonsterFon ร่วมกันพิจารณาตัดสินรางวัล

โดยพิจารณาจากเรื่องราวน่าประทับใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีมีความตรงโจทย์ ชัดเจน น่าสนใจ และแสดงให้เห็นถึงการนำทักษะ ทั้ง Hard skill และ Soft skill มาปรับใช้ให้ชีวิตดีขึ้น สำหรับผลการตัดสินรางวัล Best Survivor Awards ครั้งแรกของประเทศไทยนั้น “รางวัลชนะเลิศ” คือ นายสุรพรชัย ธรรมศิริ นักศึกษาสาขากายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท

“รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่น.ส.เพ็ญนภา สิงห์สนั่น คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง” ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท เอสซีจีและ “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ น.ส.อรนรินทร์ ศิริปุลินพงศ์ ชั้นปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการและการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง” ได้รับรับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาทนอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชยอีก5 รางวัล รับเงินรางวัลละ 3,000 บาทพร้อมประกาศนียบัตรจากมูลนิธิเอสซีจี

ผศ.ดร.วิรุจ ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ชิ้นงานที่ส่งเข้ามา ต่างมีจุดเด่นที่ดีและแตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงการใช้ทักษะในการเอาตัวรอดในศตวรรษนี้ดีมากๆ ทำให้ตัดสินได้ยาก แต่เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์การตัดสิน พบว่าผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศมีแรงบันดาลใจที่ดี มีการตั้งเป้าหมายในชีวิต และมีการลงมือทำที่แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคปัญหาแต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ

“นอกจากนี้สิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังทำเพื่อผู้อื่น และก็ไม่ได้ทำในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทำมาตั้งแต่เป็นนักเรียน และเป็นแรงบันดาลใจให้ต่อยอดมาจนถึงเป็นนักศึกษา เรื่องราวของผู้ชนะ เหมาะสมที่จะส่งต่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาส มีกำลังใจ ลงมือทำโดยไม่ย่อท้อเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้” ผศ.ดร.วิรุจ กล่าว

ด้านนายสุรพรชัย ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า ตนมีความมุ่งมั่นอยากช่วยเหลือคนอื่นโดยเฉพาะคนพิการ เมื่อมีโอกาสได้พบกับเด็กออทิสติกที่กล้ามเนื้อบริเวณข้อมือมีปัญหา ไม่สามารถจับดินสอเหมือนเด็กคนอื่นได้ จึงได้นำความสนใจที่มีอยู่ผนวกเข้ากับปัญหาที่พบมา เพื่อจะแก้ปัญหาตรงนี้จนกลายเป็นบอร์ดฝึกเขียนสำหรับเด็กออทิสติกที่จะช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติได้ ทั้งนี้ ตนเปรียบชีวิตของตนเองกับรองเท้าบู๊ท

โดยรองเท้าบู๊ทข้างแรกคือการรู้จักตัวเอง ที่จะต้องมีสติพร้อมเผชิญกับสิ่งที่ต้องพบเจอและพร้อมที่จะปรับตัวกับสิ่งที่จะพบเจอในอนาคตเพื่อให้อยู่รอดได้ ซึ่งในวันนี้ได้ค้นหาตนเองเจอแล้ว จากความชอบความสนใจที่มีอยู่มาลงตัวที่สาขาที่เลือกเรียน ในปัจจุบันที่เกี่ยวกับการผลิตแขน-ขาเทียมเพื่อผู้พิการ ที่จะสานต่อความชอบและความฝันให้เป็นจริงในอนาคต ส่วนรองเท้าบู๊ทอีกข้าง คือ การวางแผนเพื่ออนาคต ซึ่งเป้าหมายขอตนคือ “การได้มีโอกาสไปเรียนต่อด้านกายอุปกรณ์ที่ประเทศญี่ปุ่น” นำเทคนิคต่างๆ กลับมาพัฒนาต่อ เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตคนพิการดีขึ้น

“การรู้จักตัวเอง รู้ความชอบ ความถนัดของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ 100% เราจะมีความสุขในการทำงาน ต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่เราทำตอนนี้ เพราะคนอื่นต้องการ คนรอบข้างต้องการ หรือเราต้องการให้เป็นแบบนี้จริงๆ เราลองลดความคาดหวังและเอาความคาดหวังมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ต้องการจริงๆ ดีกว่า” นายสุรพรชัย กล่าว

สำหรับผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศทั้งสองคน ก็ไม่ต่างกัน ตรงที่ไม่เคยปฏิเสธการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ รวมถึงการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น และยังมีความมุมานะพยายาม สามารถนำความชอบ มาสู่อาชีพได้ และปรับตัว ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต่างมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา โดย น.ส.เพ็ญนภา ที่เริ่มจากการขายของออนไลน์ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักออกแบบกราฟิก และ น.ส.อรนรินทร์ ที่ไปได้ดีจากการไลฟ์ขายของออนไลน์จนสามารถทำรายได้หลักแสน ก่อนจะมีความฝันที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่ตั้งเป้าว่าแบรนด์ของเธอจะเป็นแบรนด์ในใจของทุกคน

โลกปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา คนที่ปรับตัวได้เร็ว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้เท่านั้น ที่จะอยู่รอดได้ในโลกใบนี้ มูลนิธิเอสซีจีจึงได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรูเพื่ออยู่รอด “Learn to Earn” และการพัฒนาทักษะเพื่อเป็นอาวุธให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ พร้อมออกไปใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ เลี้ยงดูตนเองได้ดูแลครอบครัวได้ และพร้อมส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่นๆ ในสังคมต่อไป

สามารถติดตามความคืบหน้าและติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิเอสซีจี ได้ที่ http://www.scgfoundation.org และเฟซบุ๊ก LEARNtoEARN และ Tiktok LEARNtoEARN

‘อุ๊งอิ๊ง’ กำลังใจล้น ประชุมร่วม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ภาพอนาคตชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559578

27 ก.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' กำลังใจล้น ประชุมร่วม 'เศรษฐา ทวีสิน' ภาพอนาคตชัดเจน

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยวานนี้ จุดประกายความหวัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ มองเห็นอนาคต ยกระดับชีวิตประชาชน

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊กเช้าวันนี้ ระบุว่าได้กำลังใจเต็มเปี่ยมจากการประชุมพรรค เมื่อวานนี้ กับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และบุคลากรพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมอัปเดตความคืบหน้าต่างๆ หลังจากรัฐบาลเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการได้ประมาณสองสัปดาห์แล้ว

แพทองธาร ชินวัตร ร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร ร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยขอบคุณภาพจากเพจ Ing Shinawatra 

อุ๊งอิ๊งบอกว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังเอเนอร์จี้เต็มเปี่ยมเช่นเคย และย้ำกับทีมงานพรรคเพื่อไทยทุกคนว่า เราจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกนโยบายประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งใจไว้ นอกจากนี้ท่านจะลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมด้วย ส่วนอิ๊งค์เองก็ได้ประกาศให้คำมั่นกับพรรคว่า อิ๊งค์จะทุ่มเทให้พรรคอย่างเต็มที่เช่นกัน

ทำให้สัมผัสได้ถึงขวัญและกำลังใจของบุคลากรในพรรคที่พร้อมจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติต่อไป ทำให้มีกำลังใจจะเดินหน้าต่อด้วย เราจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพรรคเพื่อไทยเสมอมา

ร่าง ‘กฎหมาย’ ค้างพิจารณาเยอะ ก้าวไกลหนุน ‘ประชุมสภา’ 3 วันต่อ สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559575

27 ก.ย. 2566

ร่าง 'กฎหมาย' ค้างพิจารณาเยอะ ก้าวไกลหนุน 'ประชุมสภา' 3 วันต่อ สัปดาห์

สภาไม่ใช่ตรายางของฝ่ายบริหาร ‘ก้าวไกล’ หนุนเร่งสะสางร่าง ‘กฎหมาย’ ค้างการพิจารณา ด้วยการ ‘ประชุมสภา’ 3 วันต่อสัปดาห์

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้าน สนับสนุน วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่จะเพิ่มวันประชุมสภาฯ จากเดิม 2 วันต่อสัปดาห์ คือทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ คือวันพุธถึงวันศุกร์ เพื่อเพิ่มเวลาพิจารณากฎหมายที่รอการพิจารณาอยู่หลายฉบับ

ปกรณ์วุฒิ ให้เหตุผลว่ามีร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดย สส. เป็นปัญหาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว ได้รับการพิจารณาน้อยมาก ในขณะที่ร่างกฎหมายของรัฐบาลจะเข้ามาเป็นเรื่องด่วน กลายเป็นว่า สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน เป็นเพียงแค่ตรายางให้ฝ่ายบริหาร หากฝ่ายบริหารเสนอร่างกฎหมายเข้ามา สภาฯ ก็ต้องพิจารณาทันทีว่าจะรับหลักการหรือไม่ ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. แทบไม่ได้รับการพิจารณาเลย

นอกจากเรื่องนี้ พรรคก้าวไกลยังผลักดันงานสภาฯ ด้วยการยื่นแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ชื่อ ข้อบังคับสภาก้าวหน้า โดยขอให้ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยภาคประชาชน จัดอยู่ในหมวดของเรื่องด่วน และถูกยกมาพิจารณาก่อนเรื่องอื่น ตนหวังว่าเมื่อร่างข้อบังคับนี้เข้าสภาฯ ที่ประชุมสภาฯ จะรับหลักการ เพื่อให้ร่างกฎหมายของประชาชนได้พิจารณาเร็วขึ้น และให้เป็นช่องทางพิเศษที่ด่วนกว่าเรื่องอื่น 

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลเคยมีการหารือตกลงร่วมกันไปแล้วว่า ให้การประชุมสภาฯ ชุดที่ 26 เป็น 2+1 คือ การประชุม 2 วันเป็นหลัก และ 1 วันในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ทั้งที่เสนอโดยภาคประชาชนและเสนอโดย สส. ตนจึงต้องการให้มีการนัดเพิ่มเช่นนี้ ต่อเนื่องไปตลอดวาระของสภาชุดนี้ เพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ 

ทั้งนี้ การถ่วงดุลกับฝ่ายบริหารไม่ใช่แค่การตรวจสอบติดตามและอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่เป็นการเห็นชอบกฎหมายที่สภาฯ เห็นว่ามีประโยชน์ เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำกฎหมายไปใช้ และเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

ประชุม ‘เพื่อไทย’ – เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559546

26 ก.ย. 2566

ประชุม 'เพื่อไทย'  - เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

ประชุมพรรคเพื่อไทยประจำสัปดาห์สุดชื่นมื่น เศรษฐา ร่ายยาว ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เดินหน้ากับภารกิจอย่างต่อเนื่อง จนคิวงานชุก ให้ความมั่นใจจากนี้ไปจะวางคิวงานเพื่อมาร่วมประชุมกับ สส.พรรค เพื่อถือโอกาสบอกเล่าความก้าวหน้าในการทำงาน ในฐานะรัฐบาลประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย   อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  มีการประชุม สส. พรรคเพื่อไทย  โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร   หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รวมถึงรัฐมนตรีที่อยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี  กล่าวในที่ประชุมว่า   ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ได้ไปบริหารประเทศ และพยามจะทำให้ดีที่สุด ตั้งแต่แถลงนโยบายไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา   ขอขอบคุณ สส. ที่เป็นกำลังใจ และตอบในสภาแทนคณะรัฐมนตรี     ตั้งแต่ตนเองไปอยู่ทำเนียบรัฐบาล ก็ไปต่างประเทศร่วมประชุมสมัชชา สหประชาชาติ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ถือเป็นภารกิจที่หนัก แต่ไม่ได้ลืมพรรค ยังคิดถึงเสมอ   หลังจากนี้ได้จัดตารางเข้าพรรคทุกวันอังคาร เพื่อพูดคุย กับ สส. ของพรรคว่า รัฐบาลได้ทำอะไรแล้วบ้าง ถือเป็นความตั้งใจของตนเอง เพื่อให้ทุกคนนำไปแจ้งกับประชาชน เพราะเป็นรัฐบาลของประชาชน  ที่ไม่ใช่แค่จังหวัดที่มี สส. ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น  แต่รวมไปถึงจังหวัดที่ไม่มีสส. เพื่อไทย อีกด้วย 

ตนเองพยามจะลงพื้นที่ให้บ่อยขึ้น ได้วางตารางแล้วว่าจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และได้เห็นตารางไปต่างประเทศ ก็ทำให้อีกฝ่าย เริ่มมีวาทกรรมว่า  “นายกฯ อินเตอร์”   แล้วลืมที่มาของเสียง สส. ซึ่งตนเองก็จะลงพื้นที่ให้ต่อเนื่อง และจะประสานกับรัฐมนตรีทุกคนในการเชื่อมต่อกับพรรคให้มากยิ่งขึ้น 


ด้านน.ส. แพทองธาร  ชินวัตร กล่าวว่า  จากการพูดคุยกับทีมงานเห็นผลงานของ สส. และรัฐมนตรี ที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ และรู้สึกภูมิใจ  จะโตไปพร้อมกัน เมื่อรัฐบาลเข้มแข็ง ก็อยากให้พรรคเข้มแข็งไปด้วยในทุกมิติ หลังจากนี้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ และสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

ประชุม 'เพื่อไทย'  - เศรษฐา หวานเจี๊ยบ รัฐบาลประชาชน ไม่เกี่ยงพื้นที่ไร้สส.

ประชุม สส. พรรคเพื่อไทย  โดยมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   , แพทองธาร ชินวัตร   หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รวมถึงรัฐมนตรีที่อยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม