สหรัฐฯ ปล่อยตัวคนสนิท “มาดูโร” แลก 10 ชาวอเมริกันถูกเวเนซุเอลาควบคุมตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749471

สหรัฐฯ ปล่อยตัวคนสนิท "มาดูโร" แลก 10 ชาวอเมริกันถูกเวเนซุเอลาควบคุมตัว

21 ธ.ค. 2566 14:24 น.

สหรัฐฯ ปล่อยตัวคนสนิท “มาดูโร” แลก 10 ชาวอเมริกันถูกเวเนซุเอลาควบคุมตัว

สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลง ในการแลกเปลี่ยนนักโทษชาวอเมริกัน 10 คน กับคนสนิทของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร

สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลงเมื่อวันพุธ (20 ธ.ค.) เพื่อแลกเปลี่ยนนักโทษชาวอเมริกัน 10 คน กับคนสนิทของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ในขณะที่สหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายแรงกดดันต่อรัฐบาลเวเนซุเอลา และผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในประชาธิปไตย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ทำการตัดสินใจที่จะปล่อยตัวนายอเล็กซ์ ซาบ อดีตคนสนิทของผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าฟอกเงิน รวมถึงนักโทษการเมืองเวเนซุเอลา 20 คน เป็นการตอบแทน แลกกับการที่ทางการเวเนซุเอลาปล่อยพลเมืองอเมริกัน 10 คน รวมถึงการส่งตัวนายลีโอนาร์ด เกลนน์ ฟรานซิส ที่มีฉายาว่า “แฟต ลีโอนาร์ด” ซึ่งพัวพันกับข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชันที่เลวร้ายที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่า “วันนี้ชาวอเมริกัน 10 คนที่ถูกควบคุมตัวในเวเนซุเอลาได้รับการปล่อยตัวแล้ว และกำลังจะกลับบ้าน” พร้อมเสริมว่า เขา “ดีใจที่เรื่องเลวร้ายของพวกเขาสิ้นสุดลงในที่สุด” คำแถลงของไบเดน ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงการปล่อยตัวนายซาบ ระบุว่า สหรัฐฯ “รับรองว่าเวเนซุเอลาได้ปฏิบัติตามพันธกรณี”

ทำเนียบขาวระบุชื่อชาวอเมริกัน 4 คนที่ได้รับอิสระ ได้แก่ โจเซฟ คริสเตลลา, ไอวิน เฮอร์นันเดซ, เจอร์เรล เคเนมอร์ และซาวอย ไรท์

การแลกเปลี่ยนนักโทษเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ เห็นชอบที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันและก๊าซต่อรัฐบาลเวเนซุเอลาเมื่อเดือนตุลาคม หลังจากที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านที่จะจัดการเลือกตั้ง

นายซาบ ซึ่งเป็นชาวโคลอมเบีย ซึ่งมาดูโรมอบสัญชาติเวเนซุเอลาและตำแหน่งเอกอัครราชทูต ถูกจับกุมเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ขณะแวะพักที่หมู่เกาะเคปเวิร์ด และมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ ในอีก 4 เดือนต่อมา

นายซาบ และนายอัลวาโร ปูลิโด และหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขา ถูกตั้งข้อหาจากการดำเนินการเครือข่ายที่ใช้ประโยชน์จากความช่วยเหลือด้านอาหารที่มีปลายทางในเวเนซุเอลา ทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าได้ย้ายเงิน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากเวเนซุเอลาไปยังบัญชีที่พวกเขาควบคุมในสหรัฐฯ และที่อื่นๆ เหตุดังกล่าวส่งผลให้นายมาดูโรแสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยระงับการเจรจากับฝ่ายค้านที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

ในขณะเดียวกัน นายลีโอนาร์ด เกลนน์ ฟรานซิส ผู้ลี้ภัยที่ถูกเวเนซุเอลาจับกุมและส่งตัวกลับ เป็นผู้รับเหมาด้านการทหารที่รู้จักกันในชื่อ “แฟต ลีโอนาร์ด” ซึ่งหลบหนีการกักบริเวณในบ้านในแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนกันยายน 2565

ฟรานซิส ซึ่งมีสัญชาติมาเลเซีย สารภาพว่า ในปี 2558 เขาได้เสนอสินบนจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ แก่เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ เพื่อให้ส่งงานไปที่อู่ต่อเรือของเขา ซึ่งอัยการระบุว่า เขาเรียกเก็บเงินกองทัพเรือเกินจริง เป็นเงิน 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การแลกเปลี่ยนนักโทษอยู่ในการหารือกันมานานแล้วระหว่างสองรัฐบาล ในขณะที่สหรัฐฯ เปลี่ยนกลยุทธ์ไปใช้การมีส่วนร่วมกับมาดูโร

ในปี 2562 สหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศให้นายมาดูโร ขาดความชอบธรรมตามกฎหมาย หลังจากถูกกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดปกติของการเลือกตั้ง และได้เริ่มการรณรงค์ผ่านการคว่ำบาตรและการกดดันให้ถอดถอนเขาออก แต่ไม่สามารถสร้างแรงกดดันต่อนายมาดูโรได้ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากฐานสนับสนุนทางการเมืองที่จงรักภักดีและกองทัพ รวมถึงจากคิวบา รัสเซีย และจีน.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

WHO จับตาเชื้อโควิด-19 มาแรง ‘JN.1’ จัดอยู่ในชั้น ‘ต้องให้ความสนใจ’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749431

WHO จับตาเชื้อโควิด-19 มาแรง ‘JN.1’ จัดอยู่ในชั้น ‘ต้องให้ความสนใจ’ แล้ว

21 ธ.ค. 2566 13:06 น.

WHO จับตาเชื้อโควิด-19 มาแรง ‘JN.1’ จัดอยู่ในชั้น ‘ต้องให้ความสนใจ’ แล้ว

องค์การอนามัยโลกจับตาเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อย ‘JN.1’ จัดให้อยู่ในชั้น ‘สายพันธ์ุที่ต้องให้ความสนใจแล้ว หลังระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พบผู้ติดเชื้อในหลายประเทศ

21 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) จับตาเชื้อโควิด-19 สายพันธ์ุย่อย JN.1 ประกาศให้เป็นที่อยู่ในชั้น ‘สายพันธ์ุที่ต้องให้ความสนใจ’ แล้ว ขณะที่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 กำลังแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้ง อินเดีย จีน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา 

ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังคงระบุถึงความเสี่ยงต่อสาธารณะของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อย JN.1 ว่ายังอยู่ในขั้นต่ำ และวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในขณะนี้ยังคงสามารถป้องกันอาการป่วยหนักได้

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกเตือนว่า เชื้อโควิด-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆ อาจระบาดเพิ่มสูงขึ้นในฤดูหนาว เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ อย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนจะมีการแพร่ระบาดในซีกโลกเหนือ

องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าติดตามเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยจำนวนหนึ่ง ที่ถูกจัดให้อยู่ในชั้น ‘ต้องให้ความสนใจ’ ที่เกี่ยวข้อง ‘เป็นลูกเป็นหลาน’ ของเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอมิครอน (Omicron) รวมทั้งสายพันธุ์ JN.1 ถึงแม้ว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อยเหล่านี้ยังไม่ถูกยกระดับให้ขึ้นไปอยู่ในชั้น ‘สายพันธุ์ที่น่ากังวล’ ก็ตาม

แต่ในขณะนี้ องค์การอนามัยโลกพบว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อย JN.1 มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายๆ มุมของโลก โดยปัจจุบัน เชื้อโควิด JN.1 กลายเป็นเชื้อโควิดที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ (CDC) พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15-29% ของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดทั้งหมดในสหรัฐฯ ส่วนที่สำนักงานความมั่นคงทางสุขภาพของสหราชอาณาจักร ก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 7% แล้ว

ที่มา : BBC

“คิม จอง อึน” เตือนโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์หากถูกศัตรูยั่วยุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749433

"คิม จอง อึน" เตือนโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์หากถูกศัตรูยั่วยุ

21 ธ.ค. 2566 12:27 น.

“คิม จอง อึน” เตือนโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์หากถูกศัตรูยั่วยุ

นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ลังเลในการโจมตีด้วยการใช้อาวุธนิวเคลียร์หากถูกศัตรูยั่วยุด้วยอาวุธนิวเคลียร์

สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จอง อึน เตือนว่าเกาหลีเหนือจะไม่ลังเลที่จะเริ่มการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หากถูกยั่วยุด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เกาหลีใต้และชาติพันธมิตรเรียกร้องให้มีการเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข

คำเตือนของคิมเกิดขึ้นหลังจากการประชุมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ในกรณีที่เกิดข้อขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ โดยวาระการประชุมประกอบด้วย “การวางแผนนิวเคลียร์และเชิงกลยุทธ์” และชาติพันธมิตรย้ำว่าการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ใดๆ ก็ตามของเกาหลีเหนือต่อสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ จะส่งผลให้ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือสิ้นสุดลง

สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นายคิมบอกกับหน่วยขีปนาวุธของกองทัพว่า “อย่าลังเลที่จะโจมตี แม้จะเป็นการโจมตีด้วยนิวเคลียร์เมื่อถูกศัตรูยั่วยุด้วยอาวุธนิวเคลียร์” 

หลังจากนั้นไม่นาน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ โดยเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดการยั่วยุ และยอมรับข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือมีส่วนร่วมในการเจรจาที่สำคัญโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ โดยทั้งสามประเทศได้เพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม หลังเกาหลีเหนือทำการทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งในปีนี้ และเมื่อวันอังคารได้มีการเปิดใช้งานระบบเพื่อแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

เมื่อวันจันทร์ เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-18” ซึ่งต่อมาเรียกเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นมาตรการตอบโต้ต่อสิ่งที่เรียกว่าเป็นภัยคุกคามทางทหารโดยสหรัฐฯ และพันธมิตร ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เดินทางถึงเมืองปูซานของเกาหลีใต้ และเมื่อวันพุธ สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลของตนในการฝึกซ้อมร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

เมื่อเร็วๆ นี้ เกาหลีเหนือเน้นย้ำว่า “คาบสมุทรเกาหลีอยู่ในภาวะสงคราม” และ “ทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์” ที่สหรัฐฯ นำมาประจำการในเกาหลีใต้จะเป็นเป้าหมายแรกของการทำลายล้าง

ในเดือนตุลาคม เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 ของสหรัฐฯ ที่สามารถบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ ได้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมทางอากาศร่วมครั้งแรกที่จัดขึ้นโดยเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เกาหลีเหนือเรียกการฝึกซ้อมดังกล่าวว่าเป็นเจตนายั่วยุให้เกิดสงครามนิวเคลียร์โดยเจตนาของสหรัฐฯ เกาหลีเหนือมองว่าการฝึกซ้อมของสหรัฐฯ และพันธมิตร เป็นการซ้อมเพื่อเตรียมการรุกราน และให้เหตุผลมานานแล้วว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นมาตรการตอบโต้ที่จำเป็น.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

คลื่นความเย็นพัดถึงเซี่ยงไฮ้ ส่งท้ายปีที่หนาวที่สุดในรอบ 40 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749423

คลื่นความเย็นพัดถึงเซี่ยงไฮ้ ส่งท้ายปีที่หนาวที่สุดในรอบ 40 ปี

21 ธ.ค. 2566 11:51 น.

คลื่นความเย็นพัดถึงเซี่ยงไฮ้ ส่งท้ายปีที่หนาวที่สุดในรอบ 40 ปี

อุณหภูมิในเซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือนธันวาคม ทำสถิติหนาวเย็นที่สุดในรอบ 40 ปี โดยอาจจะอยู่ที่ราวติดลบ 4-6 องศาเซลเซียส และอยู่ต่ำกว่า 0 องศาฯ ติดต่อกันอย่างน้อย 5 วันก่อนถึงวันคริสต์มาสนี้

หน่วยงานสภาพอากาศของนครเซี่ยงไฮ้ ต้องประกาศเตือนภัยประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับอากาศหนาวเย็นจัดและลมแรง หลังจากคลื่นความเย็นพัดเข้าสู่พื้นที่ โดยคาดว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงถึงติดลบ 4-6 องศาเซลเซียส ในย่านชานเมืองเซี่ยงไฮ้ และอาจจะเผชิญกับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาฯ ตลอดทั้งวัน

นางหวัง ไค่หยุน วัย 59 ปี พนักงานทำความสะอาดของย่านดาวน์ทาวน์ของเซี่ยงไฮ้ระบุว่า เธอต้องขี่สกู๊ตเตอร์ฝ่าสภาพอากาศหนาวจัดถึงติดลบ 5 องศาเซลเซียสนานถึง 1 ชั่วโมง เพื่อมาทำงานในวันนี้ ซึ่งแม้ว่าเธอจะสวมถุงมือและอุปกรณ์กันหนาวแล้ว แต่มือของเธอก็ชาไปหมดและเจ็บมือมาก

ทั้งนี้ ตามปกติแล้วเซี่ยงไฮ้มักไม่ค่อยเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดมากนัก โดยหากเทียบกับพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน เซี่ยงไฮ้ยังคงอุ่นกว่ามาก โดยในปีนี้ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่อื่นๆ ก็ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นจัดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของเมือง คาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดของเซี่ยงไฮ้น่าจะอยู่ที่ต่ำกว่า 0 องศาฯ ติดต่อกันอย่างน้อย 5 วันไปจนถึงวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดที่เคยมีมาในช่วงเดือนธันวาคมในรอบกว่า 40 ปีที่ผ่านมา.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

มาเลเซียกีดกันเรืออิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749402

มาเลเซียกีดกันเรืออิสราเอล

21 ธ.ค. 2566 10:56 น.

มาเลเซียกีดกันเรืออิสราเอล

รัฐบาลมาเลเซียซึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่องในเหตุการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ฉนวนกาซารอบใหม่ได้ประกาศจุดยืนต่อต้านรัฐบาลอิสราเอลเพิ่มเติม โดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกแถลงว่า นับตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.เป็นต้นไป เรือสินค้าที่ติดธงชาติอิสราเอลจะไม่ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่าเรือของมาเลเซีย และเรือสินค้าลำใดที่มีจุดหมายปลายทางไปยังอิสราเอลจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขนย้ายสินค้าที่ท่าเรือใดๆของมาเลเซีย คำสั่งห้ามครั้งนี้เพื่อตอบโต้การกระทำของอิสราเอลที่เมินเฉยต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พร้อมเชื่อว่าการตัดสินใจของรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าขายของมาเลเซีย.

ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ คึก ‘เฉลิมชัย’ โอ่ ความเป็นเอกภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565856

21 ธ.ค. 2566

ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ คึก  'เฉลิมชัย' โอ่ ความเป็นเอกภาพ

หัวหน้าพรรคป้ายแดง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธปัตย์นัดแรก จ่ายงานให้รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ไปดูแลข้อบังคับพรรคปรับปรุงให้ทันสมัย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. ทำหน้าที่ดูแลศูนย์ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร

นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า   วันนี้ ( 21  ธ.ค. )  ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค  เป็นการหารือครั้งแรก  ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นและรับฟังความต้องการของทุกคน ในเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า  สิ่งแรกที่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุมก็คือ ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรค ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี จะต้องสร้าง และทำให้ทุกคนได้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น การที่ระบุว่าข้อบังคับพรรคล้าสมัย ไม่ได้เปิดโอกาส หรือทำให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม  ในเรื่องนี้ตนจึงได้มอบให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรค ได้เข้าไปดูแล แก้ไขข้อบังคับพรรคในทุกประเด็น เพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด และจะให้มานำเสนอในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดับแรก


สำหรับอันดับสอง พรรคจะมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร โซเชียลฯ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยมีการใช้พื้นที่ในพรรค รวมถึงเปิดช่องทางสื่อสารกับสื่อมวลชน และพื้นที่รองรับสื่อมวลชนด้วย ซึ่งจะให้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ   นอกจากนี้ในที่ประชุมก็มีการพูดคุยถึงแนวทางขับเคลื่อนพรรค โดยได้มอบหมายให้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค เข้าไปดูแลรับผิดชอบในเรื่องสมาชิกพรรค สำหรับในส่วนการขับเคลื่อนพรรคในแต่ละภูมิภาค ก็ได้ให้การบ้านกับรองหัวหน้าพรรค ไปจัดทำยุทธศาสตร์ แผนการขับเคลื่อนในแต่ละภาคทั้ง 5 ภาค   ที่พรรคกำหนดไว้ 

“หลังจากปีใหม่นี้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องปรากฎภาพของความชัดเจนเป็นอันดับแรก ผมว่าสิ่งที่ได้ประชุมวันนี้ คือสิ่งที่ผมต้องการและคิดว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้พรรคขับเคลื่อนได้ก็คือ ความมีเอกภาพของพรรค วันนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรรคมีเอกภาพแล้ว และพร้อมขับเคลื่อนทันที วันนี้ผมจะทำงานในหลักการของประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง จะเอาหลักการกลับคืนมาให้ทุกคนดู  ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนประชาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะเราไม่มีเอกภาพ หลังจากนี้เป็นต้นไปคือการขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง  การขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรกคือความมีเอกภาพ เมื่อวันนี้หาเอกภาพได้แล้ว การขับเคลื่อนทุกอย่าง การดำเนินกิจกรรมของพรรค ทุกอย่างก็จะถูกขับเคลื่อนไป   ดังนั้นก็ขอโอกาส  การขับเคลื่อนของพรรคประชาธิปัตย์จากนี้ จะเป็นการขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมากขึ้น ” นายเฉลิมชัย กล่าว

ส่อเกาเหลา ‘พีระพันธุ์’ มึน ข้อเสนอ ‘สุริยะ’ ขึ้นภาษีเบนซิน จูงใจใช้ รถอีวี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565843

21 ธ.ค. 2566

ส่อเกาเหลา ‘พีระพันธุ์’ มึน ข้อเสนอ ‘สุริยะ’ ขึ้นภาษีเบนซิน จูงใจใช้ รถอีวี

‘พีระพันธุ์’ รมว.พลังงาน มึน ‘สุริยะ’ ผุดแนวคิด ขึ้นภาษีเบนซิน กทม.-ปริมณฑล เข้ากองทุนตั๋วร่วม หวังจูงใจคนใช้รถไฟฟ้าเพิ่ม บอกมีวิธีอื่นอีกเยอะ ส่วนตัวคงไม่ขึ้น มีแต่จะลดให้ประชาชน ระบุ มาหารือกันได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อจัดตั้ง กองทุนตั๋วร่วม โดยมีแนวคิดว่าปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินในปั๊มน้ำมันในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อจูงใจให้ประชาชนมาใช้รถไฟฟ้า ว่ายังไม่ทราบเรื่อง แต่การมาจูงใจให้คนใช้รถไฟฟ้ามันมีมาตรการอีกตั้งเยอะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การขึ้นภาษีน้ำมันเบนซินเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑล สามารถทำได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “การขึ้นภาษีมันอยู่ที่รัฐบาล แต่สำหรับผมๆ คงไม่ขึ้นหรอกครับ เพราะตอนนี้มาตรการของเราคือจะให้ลด ไม่ได้ให้ขึ้น และตอนนี้ยังไม่ได้มีการประสานที่จะหารือมา”

เมื่อถามว่า แนวคิดของนายสุริยะคือจะเอาภาษีดังกล่าวไปเข้ากองทุนตั๋วร่วม เพื่อนำมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท นายพีระพันธุ์กล่าวว่า มันมีวิธีอื่นอีกตั้งเยอะ และเรื่องนี้มันก็จะเป็นการไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนอีก ซึ่งรัฐบาลเป็นกังวลอยู่แล้ว แต่ก็หารือกันได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนต รีและ รมว.พลังงานนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนต รีและ รมว.พลังงาน

เมื่อถามย้ำว่า การขึ้นภาษีน้ำมันเบนซินเฉพาะกทม.และปริมณฑล อาจทำให้คน กทม.และปริมณฑลไม่พอใจ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามนายสุริยะ เพราะไม่ได้เป็นต้นเรื่องในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มันจะขัดกับนโยบายที่รัฐบาลพยายามจะลดค่าน้ำมันให้กับประชาชนหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ทุกคนก็มีนโยบายได้ แต่อะไรที่มันเกี่ยวข้องกันก็ต้องมาหารือกันว่าสุดท้ายมันควรจะเป็นแบบไหน

‘เดชอิศม์’ โว ‘ประชาธิปัตย์’ ฝ่ายค้าน 100% อีก 3 เดือน สมาชิกเพิ่มถึง 2 หมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565832

21 ธ.ค. 2566

'เดชอิศม์' โว 'ประชาธิปัตย์' ฝ่ายค้าน 100% อีก 3 เดือน สมาชิกเพิ่มถึง 2 หมื่น

เดชอิศม์ ขาวทอง ประกาศ มั่นใจ 3 เดือนเห็น ‘ประชาธิปัตย์’ เปลี่ยนแปลง สมาชิกตลอดชีพจะเพิ่มเป็น 20,000 คน เตรียมคุย พรรคก้าวไกล หลังปีใหม่2567 ยืนยันเป็นฝ่ายค้าน 100% ศึกซักฟอกรัฐบาล ปชป.จัดเต็มแน่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์นัดแรกหลังมีกก.บห.ชุดใหม่ ว่า ในวันนี้ (21 ธ.ค.) เป็นการระดมความคิดจากทุกตำแหน่ง ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนพรรค ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น 

3 เดือนสมาชิกปชป.เพิ่ม 2 หมื่น

โดยมั่นใจว่าพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในเร็ววันอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง อาจจะไม่เปลี่ยนแบบ 360 องศา แต่อย่างน้อย 90 องศา ที่จะต้องมีสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้น อาจจะเป็น 10,000-20,000 คน ภายในเวลา 3 เดือนแบบตลอดชีพ 

“ยอมรับว่า หลังจากเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ ถือว่ามีการลาออกไปน้อยมาก มีเฉพาะคนที่ดังที่ออกมาในข่าว ไม่ถึง 100 แต่ภายใน 3 เดือน เข้าใจว่า น่าจะมีผู้สมัครสมาชิกเกิน 20,000 คน” นายเดชอิศม์ กล่าว

ส่วนกรณี ปชป. ไม่ได้เข้าร่วมพิธีรับพระบรมราชโอกางโปรดเกล้าฯ ผู้นำฝ่ายค้านวานนี้ (20 ธ.ค.) นั้น นายเดชอิศม์ ยืนยันว่า วันนี้ประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้านแน่นอน 100% ส่วนในอนาคตจะพูดแทน สส. และกรรมการบริหารของพรรคฯ ไม่ได้ ซึ่งในปี2562 ก็มีการพูดแทน สส.และกรรมการบริหารพรรคฯ แต่สุดท้ายพรรคฯ มีมติร่วมรัฐบาล ฉะนั้น วันนี้ จึงเร็วเกินไปที่ตนจะพูดว่า เป็นฝ่ายค้าน หรือเข้าร่วมรัฐบาล

สำหรับการทำงาน ร่วมกับ พรรคก้าวไกลนั้น นายเดชอิศม์ เห็นว่า ต้องพูดคุยกัน เพราะประชาธิปัตย์เพิ่งมีหัวหน้าพรรค และวันนี้หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ต่อสายมาคุยกับตน ซึ่งตนก็จะได้นัดคุยกันในช่วงหลังปีใหม่2567

พร้อมกับมั่นใจว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีบทบาทสำคัญอย่างแน่นอน เพราะตนได้ให้การบ้าน สส.ไปแล้ว

‘ชัยชนะ’ เผย ‘ราชทัณฑ์’ ชี้แจงแล้ว เงินรักษา ‘ทักษิณ’ ใช้เงินสปสช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565825

21 ธ.ค. 2566

'ชัยชนะ' เผย 'ราชทัณฑ์' ชี้แจงแล้ว เงินรักษา 'ทักษิณ' ใช้เงินสปสช.

‘ชัยชนะ’ เผย ‘ราชทัณฑ์’ แจงเงินรักษา ‘ทักษิณ’ เป็นเงินสปสช. เตรียมศึกษาดูงาน ขั้นตอนการดูแลนักโทษ ที่ รพ.ตำรวจ 12 ม.ค. 67 ตอบไม่ได้นักโทษชั้น 14 ยังอยู่ เพราะไม่ใช่เทวดา

ที่อาคารรัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีพิจารณาอนุมัติให้นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายเด็ดขาด ไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจว่าเพื่อขอความกระจ่างในการวินิจฉัยว่าให้นายทักษิณ ชินวัตร ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ว่ามีอาการป่วยเป็นอย่างไรซึ่งได้รับแจ้งว่านายทักษิณป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี และเป็นโรคปอดเมื่อครั้งตอนติดเชื้อโควิดจึงให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

นายชัยชนะ เดชเดโช นายชัยชนะ เดชเดโช

 โดยเงินที่ใช้รักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตรเป็นเงินของ สปสช.และกรมราชทัณฑ์แจ้งว่าหากเกินสิทธิ์รักษาผู้ต้องต้องขังมีสิทธิ์ที่จะจ่ายเงินส่วนต่างได้ ในส่วนนี้ตนได้ถามกลับไปว่ามีระเบียบข้อใดที่ดำเนินการเช่นนี้จึงขอให้กรมราชทัณฑ์ส่งเอกสารมายังคณะกรรมาธิการอีกครั้ง และขอให้กรมราชทัณฑ์ส่งเอกสารข้อมูลภาพถ่ายผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ออกจากเรือนจำกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งรวมถึงการจัดเวรต่างๆว่ามีจำนวนผู้คุมเท่าไหร่

ทั้งนี้นายชัยชนะ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติว่าจะเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจในวันที่ 12 มกราคม 2567 ในเวลา 09:30 น. ซึ่งหากในวันที่ 12 ม.ค.2567  มีการประชุมพิจารณางบประมาณฯ ก็จำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางไปหลังพิจารณางบประมาณแล้วเสร็จ

โดยจะเชิญพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมคณะศึกษาดูงานด้วยหรือไม่นั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มาในครั้งนี้ครบถ้วนพอสมควร ส่วนระเบียบที่ทางกรมราชทัณฑ์ ตอบไม่ได้ตนได้ให้ส่งเอกสารตามมาย้อนหลังเมื่อได้เอกสารมาทั้งหมดจะได้รับความกระจ่างและที่สำคัญคือคณะกรรมาธิการการตำรวจ และ นายวัชระ เพชรทอง ในฐานะผู้ร้องได้ขอระเบียบและกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ 120 วันในการคุมขังนอกเรือนจำมีขั้นตอนอย่างไร และมีการพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างไรและนักโทษใดบ้างที่เข้าข่ายการการพิจารณา อนุญาต

ทั้งนี้ ในการศึกษาดูงานวันที่ 12 มกราคมนี้ จะเป็นการดูงานการรักษาตัวของผู้ป่วย , การปฎิบัติต่อผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังที่เข้ารักษาตัวที่ทางโรงพยาบาลตำรวจว่ามีการพักรักษาตัวที่ห้องใดบ้าง มีขั้นตอนและมาตรฐานในการควบคุมผู้ต้องขังในโรงพยาบาลตำรวจเป็นอย่างไรซึ่งจะไปดูงานชั้นที่ 14 ที่นายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัว หรือไม่นั้น นายชัยชนะกล่าวว่าต้องไปทุกชั้นเนื่องจากไปศึกษาดูงาน โดยให้เป็นสิทธิ์โรงพยาบาลตำรวจว่าจะให้คณะกรรมาธิการการตำรวจศึกษาดูงานได้ มากน้อยแค่ไหน เพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน

เมื่อถามว่าหากโรงพยาบาลตำรวจไม่อนุญาตนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า จะต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าไม่อนุญาตเพราะอะไร ซึ่งตนไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าในวันที่ 12 ม.ค.นายทักษิณ ชินวัตรจะยังอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่เนื่องจากตนไม่ใช่เทวดา

รมว.ยุติธรรม รอหนังสือ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขยายเวลา ‘ทักษิณ’ รักษาตัวรพ.ตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565823

21 ธ.ค. 2566

รมว.ยุติธรรม รอหนังสือ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขยายเวลา 'ทักษิณ' รักษาตัวรพ.ตำรวจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบกระทู้ถามสด สส.ก้าวไกล “ทักษิณ ชินวัตร” รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ครบ 120 วัน ระบุหากต้องขยายเวลาเพิ่ม เป็นการเสนอเรื่องกลับมาของอธิบดีกรมราชทัณฑ์และจากแพทย์ ระบุข้อมูลที่มีในขณะนี้ ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง

ที่รัฐสภา  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบกระทู้ถามสดของ น.ส. ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ที่ตั้งคำถามถึงเกณฑ์การพิจารณาให้สิทธิการรักษาพยาบาลต่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงในกระบวนการยุติธรรม หลังรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจครบ 120 วันแล้วในวันนี้ (21 ธ.ค.)

พันตำรวจเอกทวี  กล่าวว่า  ในชั้นตอนหากนายทักษิณ  พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจเกินกว่า 120 วัน จะต้องมีหนังสือความเห็นของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมความเห็นแพทย์ผู้รักษา และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รายงานให้รัฐมนตรีทราบ ซึ่งในวันนี้ (21 ธค.) ครบ 120 วันแล้ว ตนเองจึงได้ติดตามจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้ว จะได้รับเร็ว ๆ นี้  และได้พบกับ พลตำรวจตรีนายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ (สบ.7) โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันว่า นายทักษิณป่วยจริง  มีหลักฐานตามที่ปรากฏจริง และเจ้าหน้าที่เรือนจำ แจ้งว่า นายทักษิณ เป็นหลายโรค ทั้งกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง ตามความเห็นของแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่เคยปรากฏ แต่ผลการรักษาที่แท้จริงนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมายทางการแพทย์ 

ส่วนการตรวจสอบกระบวนการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ยืนยันแล้วว่า เป็นไปตามหลักการปกติ ไม่ใช่หลักเกณฑ์สำหรับนายทักษิณ และโรงพยาบาล ยังมีผู้ควบคุม ไม่สามารถหลบหนีได้ ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ โดยยึดระเบียบปฏิบัติเหมือนเรือนจำทุกประการ ซึ่งระเบียบกรมราชทัณฑ์การคุมขังนอกเรือนจำนั้น เพิ่งออกมานั้น จะมีการจำแนก และแยกขังตามเกณฑ์ปกติ ไม่ใช่เกณฑ์สำหรับนายทักษิณ พร้อมชี้แจงว่า หลังจากนี้จะต้องมีการประชุมคณะกรรมกราชราชทัณฑ์อีกครั้ง ภายหลังการออกระเบียบในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ ยืนยันว่า ไม่มีอภิสิทธิ์สำหรับนักโทษใครคนใดคนหนึ่ง

พันตำรวจเอกทวี   กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ อาการป่วยของผู้ป่วย จะต้องเป็นความลับ รวมถึงยังมีพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล ที่บังคับใช้   จึง
ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่ย้ำเพียงว่า ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจไม่ใช่ชั้นพิเศษ แต่เป็นเพราะการรักษาความปลอดภัย และยังมีคนที่รู้จักที่ไปเยี่ยมญาติที่ป่วย และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 ได้ตามปกติ