‘อภัย’เร่งติดตาม ความก้าวหน้างาน หนุนอาชีพเกษตร จังหวัดชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758715

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สำนักแผนงานและโครงการพิเศษศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้กระทรวงเกษตรฯ (ศอ.บต.กษ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าภาวะการผลิตการตลาด และราคาของสินค้าเกษตร 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง

นอกจากนี้ได้รับทราบปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์สินค้าเกษตร อาทิ ปัญหามังคุด จ.นครศรีธรรมราช ปัญหาผลผลิตมังคุดที่กำลังจะออกในฤดูกาลนี้เหลืออีก 12,000 ตัน และปัญหาเกี่ยวกับตลาดรับซื้อล้ง โดยแนะนำวิธีแก้ปัญหาในการการแปรรูปเชิงพาณิชย์ โดยนำมังคุดตกเกรด แปรรูปเป็นมังคุดคัด และการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกมังคุด GAP ทุกแปลงเพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์และวางแผนขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ นายอภัย ได้ขอให้ ศอ.บต.กษ.และสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สรุปแนวทางปัญหาสินค้าเกษตรทั้ง 4 ชนิด ให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกันเป็นภาพรวมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ และเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว เรื่องการใช้แอปพลิเคชั่นเกษตรแทรค เพื่อใช้สร้างฐานข้อมูลรายแปลงทุกชนิดสินค้า โดยจะหารือกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัดต่อไป

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถามเรื่องยากับเภสัชกรไทย เพื่อความปลอดภัยของคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758669

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถามเรื่องยากับเภสัชกรไทย เพื่อความปลอดภัยของคุณ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถามเรื่องยากับเภสัชกรไทย เพื่อความปลอดภัยของคุณ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

วันที่ 22-29 กันยายน 2566 เป็นสัปดาห์เภสัชกรรม ซึ่งแนวคิดหลังของงานปีนี้คือ เภสัชกรทั่วไทยห่วงใยทุกคน 

หากคุณผู้อ่านมีโอกาสไปโรงพยาบาล หรือห้างสรรพสินค้าในช่วงนี้ อาจมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมหรือชมนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับการรณรงค์เสริมความปลอดภัยในการใช้ยา แต่หากผู้อ่านไม่ได้พบเจอกิจกรรมสัปดาห์เภสัชกรฯ บทความฉบับนี้ ก็ขออนุญาตทำหน้าที่เภสัชกรไทยที่ห่วงใยสุขภาพของคุณ 

เมื่อพูดถึงเภสัชกร ก็จะนึกถึงยาต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิต และจะนึกถึงมากขึ้นเมื่อใช้ยาแล้วมีปัญหา หรือมีข้อสงสัยเรื่องยา แต่ก็ต้องบอกว่า จริงๆ แล้ว ก่อนที่ใครก็ตามจะใช้ยา ก็ต้องเข้าใจก่อนว่ายาคือสารเคมี หากใช้ผิดก็สร้างปัญหาให้ผู้ใช้ได้ ดังนั้นเราต้องบอกตัวเองตลอดเวลาว่า เมื่อเราจำเป็นต้องใช้ยา เราต้องมั่นใจว่าเราจะปลอดภัย แต่หากคุณไม่มั่นใจเรื่องยา และมีคำถามเกี่ยวกับยา คุณสามารถปรึกษาเภสัชกรได้

โดยทั่วไปคนเรานั้นมักมีปัญหาเรื่องยา ในประเด็นต่อไปนี้

1 ไม่ได้ใช้ยาที่ควรใช้ หรือจำเป็นต้องใช้ เช่น คนที่อาจมีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง แต่ไม่เคยไปตรวจสุขภาพ จึงยังไม่ได้กินยาลดความดัน ยาลดน้ำตาล หรือยาลดไขมัน

2 เรื่องนี้ตรงกันข้ามกับประเภทแรก คือ ใช้ยาที่ไม่จำเป็นต้องใช้หรือไม่มีข้อบ่งใช้ เช่น เป็นไข้หวัดซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส แต่น้ำมูกมีสีเขียว ก็คิดว่าติดเชื้อแบคทีเรียจึงไปซื้อยาปฏิชีวนะมากิน ซึ่งความจริงไม่มีความจำเป็นเลย เพราะไม่ตรงโรค แถมอาจได้รับผลข้างเคียงจากยา แล้วเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมา

3 เลือกใช้ยาไม่เหมาะสมกับโรคที่เป็น เช่น เป็นภูมิแพ้ แต่ต้องทำงานหรือเรียนหนังสือ แต่เลือกใช้ยาแก้แพ้แบบกินแล้วง่วงนอนมาก แทนที่จะเลือกแบบไม่ง่วงหรือในกรณีที่ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง แต่ไปเอายาฆ่าเชื้อที่ไม่ตรงชนิดของแบคทีเรียมาใช้

4 ขนาดยาที่ใช้ไม่เหมาะสม อาจจะสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่ได้ปรับขนาดให้เหมาะกับอายุ หรือการทำงานของตับ ไตของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น คุณแม่มีลูก 2 คน อายุและน้ำหนักไม่เท่ากัน วันหนึ่งลูกเป็นไข้ทั้งคู่ แต่คุณแม่ให้ยาเด็กทั้ง 2 คน ในขนาดเท่ากัน ซึ่งอาจจะน้อยไปสำหรับคนโต หรือมากไปสำหรับคนเล็ก เป็นต้น

5 เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ใช้ เช่น กินยาบรรเทาปวดลดอักเสบแล้วระคายเคืองกระเพาะอาหาร กินยาแก้ไอแล้วท้องผูก เป็นต้น ปัญหาเกี่ยวกับยาข้อนี้อาจจะเป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้ยาพบบ่อยที่สุดเพราะยาเกือบทุกชนิดมีผลข้างเคียงไม่มากก็น้อย

6 ปัญหายาตีกัน ซึ่งมีโอกาสเกิดได้เสมอ เมื่อใช้ยามากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป นอกจากนั้น ยาบางตัวตีกับอาหารบางประเภท เช่น นม การกินยาร่วมกับนม อาจทำให้ยาดูดซึมน้อยลงจนไม่ได้ผล เป็นต้น และยากับสมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็มีโอกาสเกิดปัญหาต่อการรักษา และเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

7 ความไม่ร่วมมือในการใช้ยา การไม่ใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ หรือคำแนะนำของเภสัชกร เช่น ยาปฏิชีวนะ ต้องกินต่อเนื่องกันจนหมด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา แต่ในชีวิตจริงเมื่ออาการจากการติดเชื้อดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนหนึ่งก็หยุดใช้ยาเอง

จะเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับยามีไม่น้อย คุณผู้อ่านลองสำรวจตัวเองว่ามีปัญหาในข้อใดบ้าง หรือตรวจสอบการใช้ยาของคนในความดูแล แล้วพบว่ามีข้อมูลบางอย่างสอดคล้องกับบางปัญหาที่กล่าวมาแล้ว หากเป็นดังนั้น คุณต้องรีบไปปรึกษาเภสัชกร โดยสามารถสอบถามได้ที่ line : @guruya เพื่อให้เภสัชกรประจำศูนย์ข้อมูลยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีโอกาสดูแลสุขภาพคุณ ผ่านการตอบคำถามเกี่ยวกับยา เพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุด ด้วยความห่วยใยจากเภสัชกรทุกคน

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอนหลับดีขึ้นด้วย 6 เทคนิคทำง่ายได้คุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758667

นอนหลับดีขึ้นด้วย 6 เทคนิคทำง่ายได้คุณภาพ

นอนหลับดีขึ้นด้วย 6 เทคนิคทำง่ายได้คุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ที่ผ่านมา โควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไป หลายคนทำงานจากที่บ้าน และต้องติดต่อกับคนรอบตัวผ่านเทคโนโลยี ซึ่งวิถีชีวิตรูปแบบใหม่อาจส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการนอนที่หลายคนได้รับผลกระทบ

ความสำคัญของการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

การนอนหลับที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวม อ้างอิงจากข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ที่ระบุว่า การนอนหลับมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานที่สำคัญหลายอย่างของร่างกาย ทั้งการเผาผลาญ การทำงานของสมอง และอาจส่งผลต่อสุขภาวะด้วย เช่น โรคอ้วน นอกจากนี้ ข้อมูลจากการสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ประชากรไทยมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับประมาณ 19 ล้านคน และปัญหาการนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้ในประชากรทุกช่วงอายุ โดยส่วนมากมักมีอาการนอนไม่หลับ 1 หรือ 2 คืน แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์ เดือน หรือ ปี รวมทั้งโรคนอนไม่หลับมักพบในผู้หญิงและผู้สูงอายุ (https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30646)

เทคนิคแนะนำเพื่อการนอนหลับที่สดใส

แม้ว่าการนอนหลับจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี แต่ท่ามกลางช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมากมายในชีวิต อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลตามมาจนกระทบต่อความยากง่ายในการนอนหลับ ดังนั้น เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น ดร.เดวิด ฮีเบอร์ MD, PhD,FACP, FASN – ประธานสถาบันโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์ มีคำแนะนำในการนอนหลับอย่างมีคุณภาพไว้ดังนี้

1.คิดก่อนกิน ความวิตกกังวลสูงอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และส่งผลเสียต่ออารมณ์ นำไปสู่การนอนไม่หลับหรืออดนอน ทำให้การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นการคิดก่อนกินจะสามารถช่วยจัดการกับระดับความเครียดและลดโอกาสการกินอาหารขยะแก้เครียดได้ รวมทั้งการหยุดกินอาหารและของว่างอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนจะช่วยให้อาหารถูกย่อยได้อย่างเหมาะสมและช่วยหลีกเลี่ยงอาการเสียดท้องที่ทำให้คุณต้องตื่นในเวลากลางคืน

2.ทำให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงยังมีผลต่อความรู้สึกผ่อนคลายของร่างกายขณะนอนหลับอีกด้วย เพราะเมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินที่ทำให้อารมณ์ดีตามธรรมชาติ ส่วนวิธีการออกกำลังกายอาจเลือกตามระดับความเข้มข้น หากชอบออกกำลังกายเบาๆ ให้เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการเดินเล่นในสวนสาธารณะ สำหรับคนที่ชอบการออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูงอาจเลือกเป็นการยกน้ำหนัก

3.จะพักผ่อนต้องเตรียมตัวเตรียมตัวดิจิทัลดีท็อกซ์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน โดยการงดใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเลตรวมถึงโทรทัศน์ด้วย 4.คลายเครียดด้วยเทคนิคช่วยผ่อนคลาย ในช่วงเวลาเย็นและก่อนนอนถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการใช้เทคนิคช่วยผ่อนคลาย ซึ่งสามารถทำได้โดยการหายใจเข้าลึกๆ ยืดเส้นยืดสาย ปล่อยตัวตามสบาย และทำสมาธิอยู่กับลมหายใจ เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกสงบผ่อนคลาย

5.ดื่มชาคาโมมายล์หรือชาลาเวนเดอร์ ดอกคาโมมายล์มีส่วนช่วยในการนอนหลับพักผ่อน และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นผลมาจากสาร ฟลาโวนอยด์ เอพิเจนินในคาโมมายล์ ที่สามารถจับและยับยั้งตัวรับบางชนิดในสมองทำให้เกิดอาการง่วงนอน เช่นเดียวกับน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ที่มีฤทธิ์ช่วยส่งเสริมการนอนหลับและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งมีให้เลือกทั้งรูปแบบชาลาเวนเดอร์ หรือเทียนหอม 6.จัดการตารางเวลาให้ดี แม้ว่าตารางงานในชีวิตแต่ละวันมักเป็นตัวการหลักที่ทำให้เวลานอนรวน แต่ขอให้ระลึกไว้เสมอและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถเข้านอน และตื่นนอนตามเวลาเดิมได้ในทุกวัน เพราะสิ่งนี้จะสร้างจังหวะการนอนและนาฬิกาชีวิตที่ดีให้กับร่างกายได้

อย่างไรก็ตาม โภชนาการที่ดี การออกกำลังกายสม่ำเสมอ รูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสม และการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น ท่ามกลางโรคระบาดและความไม่แน่นอนในชีวิต

ฉลอง 20 ปี‘PREGO’ตำนานความอร่อยแบบอิตาเลียนโฮมเมด ครองใจนักชิมยาวนาน ภายใต้การบริหารของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758674

ฉลอง 20 ปี‘PREGO’ตำนานความอร่อยแบบอิตาเลียนโฮมเมด ครองใจนักชิมยาวนาน ภายใต้การบริหารของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

ฉลอง 20 ปี‘PREGO’ตำนานความอร่อยแบบอิตาเลียนโฮมเมด ครองใจนักชิมยาวนาน ภายใต้การบริหารของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งความสำเร็จของ ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดในเครือเปรโก้” (PREGO) ที่สามารถครองใจนักชิมและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติดั้งเดิมของอาหารอิตาเลียนแท้ๆ มานับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในปีพ.ศ.2546 ในวันนี้แบรนด์ “เปรโก้” (PREGO) ได้ขยายพื้นที่ความอร่อยครอบคลุมทั้งในประเทศ ประกอบด้วยที่ เกาะสมุย กรุงเทพฯ และพัทยา ภายใต้ชื่อ “เปรโก้” (PREGO) และในต่างประเทศที่ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ภายใต้ชื่อ “เปรโก้ลิโน” (PREGOLINO) พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ เตรียมเปิด “เปรโก้” (PREGO) สาขาใหม่ล่าสุด ณ หาดกะตะ จ.ภูเก็ต ภายในต้นปี 2567 หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา

นับตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2546 ที่ร้านอาหาร “เปรโก้” (PREGO) สาขาแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมอมารี เกาะสมุย นำเสนออาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับแบบดั้งเดิม จากการรังสรรค์ของ เชฟมาร์โค บอสกาอินี (Chef Marco Boscaini) ที่ถูกปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งของร้านที่สร้างความรู้สึกเสมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ในประเทศอิตาลี ท่ามกลางความรู้สึกที่เป็นกันเองและสนุกสนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน “เปรโก้” (PREGO) จน “เปรโก้” (PREGO) ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงในฐานะร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำที่โด่งดังทั้งในหมู่คนท้องถิ่น และยังเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต่างบอกต่อกันปากต่อปากถึงความอร่อยและต้องมาลิ้มลองให้ได้หากได้มาเยือนเกาะสมุย

เมนูสูตรเฉพาะของ เชฟมาร์โค บอสกาอินี (Chef Marco Boscaini) ได้แรงบันดาลใจในการทำอาหารจากการเป็นลูกมือก้นครัวของคุณยายเมื่อครั้งสมัยยังเยาว์ ซึ่งได้ถูกนำมารังสรรค์ให้เป็นสูตรลับพิเศษของ “เปรโก้” (PREGO) ที่มีความโดดเด่นด้านรสชาติ ยืนยันได้จากรางวัลการันตีระดับโลก “เปรโก้” ถือได้ว่าเป็นร้านแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีรีซอตโต (Risotto) ที่ได้รับการยอมรับว่าอร่อยติด 1 ใน 100 ของ Gallo Guide ทั้งหมดนี้คือ ความอร่อยและบรรยากาศที่ทางร้านภาคภูมิใจและอยากเชื้อเชิญให้ลูกค้าได้ลิ้มลองและสัมผัส

ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ “เปรโก้” (PREGO) เกิดจากวิสัยทัศน์และการมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับในประเทศไทย ประกอบกับความประทับใจในรสมือของเชฟมาร์โค บอสกาอินี ในวันนี้ “เปรโก้” (PREGO) ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ รวมถึงธุรกิจสปาและร้านอาหาร ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” ได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะที่ยังสามารถรักษาไว้ได้ซึ่งคุณภาพอาหาร และการบริการให้เป็นที่ประทับใจแก่ลูกค้ามาอย่างยาวนานในฐานะร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดระดับพรีเมียม

ปัจจุบัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าในการพัฒนาแบรนด์ “เปรโก้” (PREGO) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายและความชื่นชอบที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงยังทำการต่อยอด แบรนด์ “เปรโก้” (PREGO) สู่แบรนด์ “เปรโก้ลิโน” (PREGOLINO) ซึ่งเป็นรูปแบบของแบรนด์“เปรโก้” (PREGO) ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า โดยปัจจุบันเปิดให้บริการ “เปรโก้ลิโน” (PREGOLINO) แห่งแรกแล้ว ณ โรงแรมอมารี ราญา มัลดีฟส์และในอนาคตอันใกล้นี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ป ยังมีแผนที่จะเปิด “เปรโก้” (PREGO) สาขาใหม่ เพื่อส่งมอบความอร่อยของอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดระดับพรีเมียมนี้ ณ หาดกะตะ จ.ภูเก็ตในปี 2567 อีกด้วย

ร้านอาหารเปรโก้ ในประเทศไทย เปิดบริการทุกวัน สาขาอมารี เกาะสมุย เปิดบริการ 12.00-24.00 น. สำรองที่นั่ง โทร.099-0289378 สาขาอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เปิดบริการ 11.00-24.00 น. สำรองที่นั่ง โทร. 02-6539000 ต่อ 353 และสาขาอมารี พัทยา เปิดบริการ 12.00-23.00 น.สำรองที่นั่ง โทร.038-418419

เชฟมาร์โค บอสกาอินี และ ยุทธชัย จรณะจิตต์

เชฟมาร์โค บอสกาอินี และ ยุทธชัย จรณะจิตต์

รีซอตโต ที่ได้รับการยอมรับว่าอร่อยติด 1 ใน 100 ของ Gallo Guide

รีซอตโต ที่ได้รับการยอมรับว่าอร่อยติด 1 ใน 100 ของ Gallo Guide

CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR เปิดตัวเรือนเวลาไฮไลท์ อวดโฉมความหรูหรา นวัตกรรมลํ้าสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758671

CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR เปิดตัวเรือนเวลาไฮไลท์ อวดโฉมความหรูหรา นวัตกรรมลํ้าสมัย

CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR เปิดตัวเรือนเวลาไฮไลท์ อวดโฉมความหรูหรา นวัตกรรมลํ้าสมัย

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาให้เหล่าวอทช์เลิฟเวอร์ ได้อัปเดตเทรนด์และเป็นเจ้าของก่อนใคร เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (cmg) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ภายใต้เซ็นทรัล รีเทล จัดทัพเรือนเวลาแบบจัดเต็มทั้งกลุ่มลักซ์ชัวรี่ มิดเอนด์ แฟชั่น และสมาร์ทวอทช์ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ลิมิเต็ด อิดิชั่น และรุ่นพิเศษที่เปิดตัวครั้งแรก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มาอวดโฉมในงานมหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาส “CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ที่เคาน์เตอร์นาฬิกา CASIO G-SHOCK, GARMIN by cmg และ GUESS ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา

Highlight Model ที่จัดจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับงานนี้ มีทั้ง Smart Watchสุดล้ำ ไปจนถึง Fashion Watch ดีไซน์เก๋ ถูกใจทั้งสายสปอร์ตและสตรีทแฟชั่นกับ CASIO G-SHOCK และ GARMIN by cmg หรือสายแฟตัวจริงกับ GUESS พร้อมดีลโปรโมชั่นพิเศษสุดเฉพาะงานนี้เท่านั้น อาทิ G-SHOCK MR-G BF1000E FROGMAN LIMITED EDITION ราคา 230,000 บาท นาฬิกาสุดพิเศษฉลองโอกาสพิเศษของสองวาระ ทั้งครบรอบ 40 ปี ของ G-SHOCK และครบรอบ 30 ปีของ FROGMAN นาฬิกาสำหรับนักดำน้ำ MR-G โดดเด่นด้วยวัสดุภายนอกที่ทำจากไทเทเนียม มาในรูปแบบสีเหลืองลิมิเต็ดเอดิชั่น แบบเดียวกับที่ใช้กับ FROGMAN รุ่นแรก มีเพียง 10 เรือนในประเทศไทยเท่านั้น รวมทั้ง G-SHOCK MUDMASTER CRACKED GWG-2000-1A3 ราคา 39,900 บาท บุกป่าฝ่าดงไปกับ G-SHOCK MUDMASTER ที่ออกแบบมาให้รับมือกับสภาพแวดล้อมทางบกที่โหดหินที่สุด สร้างมาให้ทนทานต่อแรงกระแทก ยืนหยัดทั้งสภาวะที่เป็นโคลนและทรายในการผจญภัยตัวเรือนเล็กลงและกระชับข้อมือยิ่งขึ้น ออกแบบมาเพื่อพละกำลัง ความทนทาน และการใช้งานจริง

ผจญภัยไปกับ GARMIN FENIX 7 Pro ซีรี่ส์ ตามคอนเซ็ปต์ “THE BEST FOR PROFESSIONAL” ในราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาทอัดแน่นด้วยนวัตกรรมและฟีเจอร์เพื่อการผจญภัยทุกรูปแบบ กับโหมดกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้งที่อัปเดตใหม่มากกว่า 30 รายการ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้ฝึกซ้อมและออกผจญภัยได้อย่างมั่นใจ มาพร้อมฟังก์ชั่นติดตามข้อมูลพลังกาย (Stamina Insight) ช่วยให้นักกีฬาสามารถวางแผนการฝึกซ้อมและจัดการพละกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออกแบบมาให้พร้อมเผชิญทุกความท้าทาย เพื่อเป็นสมาร์ทวอทช์คู่ใจนักผจญภัยอย่างแท้จริง รวมถึง EPIX Pro ซีรี่ส์ เอาท์ดอร์สมาร์ทวอทช์ หน้าจอ AMOLED ดีไซน์ลักซ์ชัวรี่ ตอบโจทย์สายแอ๊กทีฟไลฟ์สไตล์ที่ใช้งานทั้งกิจกรรมเอาท์ดอร์และในชีวิตประจำวัน ในราคาเริ่มต้นที่ 36,690 บาทปิดท้ายกับ GARMIN VENU 3 ราคา 15,990 บาท ซีรี่ส์ จีพีเอสสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดมาในคอนเซ็ปต์ “KNOW THE REAL YOUนอนดี สุขภาพดี” อัดแน่นด้วยข้อมูลอินไซด์สุขภาพและการออกกำลังกายเชิงลึก เพื่อเป็นที่สุดของผู้ช่วยดูแลสุขภาพ เสริมความฟิต เปิดตัวพร้อมกับความสามารถใหม่ล่าสุดในวงการสมาร์ทวอทช์

ขณะที่ GUESS ยกทัพนาฬิกาแฟชั่นดีไซน์ใหม่ล่าสุด ประจำคอลเลคชั่น Fall 2023 มาอวดโฉม ทั้งนาฬิกาสำหรับผู้ชาย นำเสนอภาพลักษณ์ของหนุ่มยุคใหม่ผ่านนาฬิการุ่น Phoenix ทรง Tonneau เฉดสีใหม่ล่าสุดที่งานนี้เป็นครั้งแรก ผสมผสานดีไซน์ตัวเรือนและสีสันเท่ๆ แบบสตรีทสไตล์ เข้ากับหน้าปัดแบบ Cut-thru multi-function dial โชว์กลไกภายในตัวเรือนมาพร้อมวัสดุตัวเรือนแบบ Polycarbonateหลากหลายสีสัน น้ำหนักเบา ช่วยให้รู้สึกคล่องตัวและกระชับข้อมือ นาฬิกาสำหรับผู้หญิง GUESS นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ “Pretty in Punk” ที่หยิบเอาดีไซน์ความแสบซ่าสไตล์พังก์มาประดับบนหน้าปัดและสายนาฬิกา ตัวเรือนทำจากวัสดุสีทองสุดหรู ประดับตกแต่งด้วยลวดลาย G Cube Logo และคริสตัลล้อมรอบหน้าปัดแบบจัดเต็ม และตัวเรือนรูปทรง Octagonal ด้วยหน้าปัดดีไซน์เรียบแต่เท่ หยิบแมทช์กับชุดไหนก็ปัง

ตื่นตากับนวัตกรรมเรือนเวลา พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มที่เหนือกว่าเพียงปีละครั้งทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmg.co.th

คุณแหน : 25 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758685

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll หญิงเก่ง นวลพรรณ ล่ำซำ ขอแสดงความยินดีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2566 และเป็นคนที่ 2 ต่อจาก อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟประเทศไทยตั้งแต่ปี 2539…

ll นพ.สุรพล-แววระวี อธิประยูร เป็นปลื้มเมื่อลูกสาวคนโต พิณระวี สำเร็จ ปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. เอกไฟแนนซ์ (หลักสูตรนานาชาติ) ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีงานทำที่ธนาคารกสิกรไทยแล้ว.. ส่วน คุณตาคุณยาย ธัชชัย-แววตา อัมพรายน์ดีใจในความเก่งของหลานไม่แพ้กัน…

ll แพ็กกระเป๋าคู่ โยธินศร์-ภานุมาตีฐต์ สมุทรคีรีจ์ เตรียมลงเรือสำราญท่องเที่ยวสเปน อิตาลี ฝรั่งเศส แบบชิลๆ ครึ่งเดือน..ชาร์จแบตร่างกายให้ fresh เต็มที่แล้วค่อยกลับมาวางแผนไปต่อทริปใหม่…

ll ฝันที่เป็นจริงของ สืบสิริ ทวีผล นายกสมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย ได้รับเชิญจาก World Intellectual Property Organization (WIPO) ไปบรรยายเรื่อง IP Strategies for Innovators and Creators in the Age of Generative AI มีผู้ฟัง 600 กว่าคนจากทั่วโลก จัดแบบ Hybrid ที่ สนง.WIPO ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และออนไลน์ เป็นเวทีใหญ่ที่สุดที่เจ้าตัวเคยบรรยายเนื่องจากหัวข้อเป็นที่สนใจเพราะส่งผลกระทบอนาคตอันใกล้…

ll คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ได้รับการโปรโมท เป็น Fellowship of IDSAโดย IDAS(Infectious Diseases Society of America) IDSA Infrctinns DYisri Ta Satiety af Mwtira…

ll ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล เป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา จำนวน 50 ทุนให้ 20 คณะแพทยศาสตร์ โดยมี สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิฯและคณะกรรมการร่วมในพิธี…

ll วันเกิดปีนี้ของ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ตรงกับทริปไปดูงานเมืองจีน 5 วัน กับหลักสูตร TEPCIAN รุ่นที่ 3 หลังจบทริปก็ได้ฉลองวันเกิดกับที่บ้านและร่วมทำบุญช่วยคนพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ…

ll ทวี ปิยะพัฒนา พร้อมเพื่อนๆ วตท.14 เช่น อนุชา บูรพชัยศรี, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี,รสริน เธียรนุกุล, วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ, ประสิทธิ์ กิจวิวัฒนการ ไปร่วมยินดีกับ วรวิทย์-ผัสสพร หงวนศิริ ที่ลูกชาย พลพรรธน์ หงวนศิริ ฉลองสมรสกับ ปวรรัตน์ ฉัตรวิลาวัณย์ บุตรี วิศิษฎ์-ธัญญภรณ์ ฉัตรวิลาวัณย์…

ll ยามนี้ ดร.ดุสิต พิทยาธิคุณ ควงมาดาม ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส ไปฉลองครบรอบแต่งงาน ครบ 30 ปี ใต้แสงเหนือ ณ เมืองทรุมเซอ ประเทศนอร์เวย์ แล้วต่อไปตะลุยเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ ที่นครมิวนิค เยอรมนี รวมเวลาทริปนี้ 12 วัน…ll

คุณแหน

FENDI คอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2024 บนรันเวย์ มิลาน แฟชั่นวีค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758686

FENDI คอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2024 บนรันเวย์ มิลาน แฟชั่นวีค

FENDI คอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2024 บนรันเวย์ มิลาน แฟชั่นวีค

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ENDI บนรันเวย์มิลาน แฟชั่น วีค (Milan Fashion Week) อวดโฉม FENDI Women Spring Summer 2024 ในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และนักแสดงชื่อดังร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่าง Demi Moore, Cara Delevigne, Gwendoline Christie, Christina Ricci, Naomi Watts, Suki Waterhouse, Adele Exarchopoulos, Lisa Marie Koroll, Freya Allen และ Gaia Girace รวมทั้งนางแบบชื่อดังอย่าง Naomi Campbell, Linda Evangelista, Kate Moss, Amber Valletta มาพร้อมกับนักร้องชาวเกาหลี ผู้เป็น Friend of the House Yu Jin An นักแสดงชาวญี่ปุ่น Riisa Naka และ Haruna Kawaguchi นักแสดงชาวจีน Janice Man รวมถึงนักร้องไอดอลอย่าง Charli XCX และ IZA และอีกมากมาย

“ตอนที่ฉันอยู่ที่กรุงโรม ในทุกๆ วันฉันเดินจากโรงแรมไปที่ Colosseum พร้อมกับใส่หูฟัง ซึ่งเหมือนกับการฟังเพลงประกอบภาพยนตร์ในหนังที่มี FENDI เป็นตัวละคร ที่ฉันมองเห็นตลอดการเดินทาง” Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกกูตูร์และเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ FENDIกล่าวถึงแรงบันดาลใจในคอลเลคชั่นนี้อีกว่า “กรุงโรม มีความหรูหราและผ่อนคลายโดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร นั่นคือความหรูหราอย่างแท้จริง ในคอลเลกชั่นนี้ ฉันอยากสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งนั้น โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าเพื่อความเป็นตัวตนของเธอเองและใช้ชีวิตด้วยตนเอง ซึ่งฉันเห็นสิ่งเหล่านี้ใน Silvia และ Delfina ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่เป็นภาพที่ปรากฏเมื่อถูกมอง แต่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตจริง โดยมาพร้อมกับความมั่นใจและความชิค ที่สื่อความเป็นตัวตนไม่ใช่เพียงแค่บางสิ่งบางอย่างเท่านั้น”

การผสมผสานโครงสร้างการใช้งานและความสนุกสนานไปพร้อมๆ กับการตัดเย็บและการใช้วัสดุจากเสื้อผ้าผู้ชาย อาทิ ผ้า kid mohair ที่ดีที่สุด ถูกนำไปใช้ในคอลเลคชั่นนี้กับผ้าไหมและผ้าถักเพื่อให้สัมผัสได้ถึงความลื่นไหลและความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ขอบเอวแบบดั้งเดิมอย่าง curtain waistbandของกางเกงที่ตัดเย็บแบบพิเศษนั้นถูกพับไว้เพื่อเผยให้เห็นโครงสร้างและรวมเข้ากับเสื้อถักที่ซ้อนทับกัน

ผ้าไหม หรือ washed silk ของชุดราตรีสามารถใส่ได้ทุกวัน เดรสผ้าขนแกะเนื้อนุ่มที่ตัดด้วยผ้าออร์แกนซ่าด้านหลัง (organza-backed strips of soft shearling) ใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง Featherlike อันโด่งดังของ FENDI ถูกนำมาสร้างเป็นชุดกระโปรงฤดูร้อนที่มีลักษณะคล้ายผ้าเช็ดตัว พร้อมเสื้อเชิ้ตทำงานและเสื้อคาร์โค้ทโอเวอร์ไซส์ในแบบผู้ชาย อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นผู้หญิงด้วยรองเท้าบัลเลต์หุ้มข้อเท้าแบบโลหะ มาพร้อมกระดุมติดด้านล่างเพื่อความสะดวกในการยึดเกาะ โดยสรุปแล้ว ได้นำประโยชน์ใช้สอยและความสบายจากเสื้อผ้าผู้ชายมาพร้อมกับความงดงามของความเป็นผู้หญิง โดยคำนึงถึงสิทธิ์ของผู้สวมใส่เป็นหลัก

เปิดตัวศูนย์‘MIND WELLNESS CENTER’ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา โรงพยาบาลปิยะเวท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758718

เปิดตัวศูนย์‘MIND WELLNESS CENTER’ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา โรงพยาบาลปิยะเวท

เปิดตัวศูนย์‘MIND WELLNESS CENTER’ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา โรงพยาบาลปิยะเวท

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.พณะ จันทรกมล รักษาการ ผอ.รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วย พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ผอ.ด้านการแพทย์สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา และ เกียรติศักดิ์ สำเภาเงิน ผอ.ผู้บริหารสายงาน Engagement & Communication Chief People Office ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ผศ.ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ นักจิตวิทยาประจำศูนย์บริการทางจิตวิทยาสถาบันตรัยญาฯ, ธีรรัตน์ จงประเสริฐ CEO CTS Group, ผศ.ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี นักจิตวิทยาประจำศูนย์บริการทางจิตวิทยาสถาบันตรัยญาฯ, นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ รอง ผอ.รพ.ปิยะเวท, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, ณัฐพล รังสิยากูล VP of Engineering ( Ecommerce) บ.Ascend Commerce Group, กิตติ์รวี เลิศสุริยภักดิ์ ประธาน บจ.เอไอ เด็คคอเรชั่น จำกัด และ บจ.เอไอ 1969

นายแพทย์พณะ จันทรกมล รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ แพทย์หญิงพิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา จัดงานเปิดตัวศูนย์“MIND WELLNESS CENTER” ณ จูบีลี่ฮอลล์ ชั้น 4 สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา โรงพยาบาลปิยะเวท เมื่อวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2566

แพทย์หญิงพิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ผู้อำนวยการด้านการแพทย์สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา กล่าวว่า“ย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 ปีที่เครือบางปะกอก-ปิยะเวท เล็งเห็นเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืนในสุขภาพ และได้โอกาสเข้ามาบริหารดูแลสถาบันสุขภาพและความงาม ตรัยญา (TRIA) พร้อมกับยกระดับขึ้นเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านความงามและการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกด้วยวิทยาการสมัยใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิด “อยู่ได้ถึง 100 ปีอย่างมีสุขภาพที่แข็งแรง”

ในรูปแบบศูนย์ดูแลสุขภาพ One Stop Service แบบองค์รวมด้วยปรัชญาพื้นฐาน 3 ด้าน คือ Cell : สุขภาพของระบบชีวเคมีในร่างกาย พื้นฐานการทำงานของระดับเซลล์, Body : สุขภาพของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในแง่ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการเผาผลาญออกซิเจน และ Mind :สุขภาพของอารมณ์ในการจัดการกับความเครียด ตรัยญาได้ใช้ปรัชญาพื้นฐาน 3 ด้านในการพัฒนาการบริการด้านการแพทย์ที่สามารถตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของคนไข้และลูกค้าอย่างแท้จริง ประกอบด้วย 1.หัตถการด้านการแพทย์ ซึ่งทีมแพทย์และบุคลากรสหสาขา ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์และองค์ความรู้ทางการแพทย์ของเครือบางปะกอก-ปิยะเวท กว่า 30 ปี และ 2.บริการอื่นๆ เช่น สปา ฟิตเนส และร้านอาหาร TRIA Bistro เสริมการดูแลร่างกายและรูปลักษณ์ ทั้งนี้ แพทย์หญิง พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ เน้นจุดเด่นของตรัยญา คือ ความปลอดภัยระดับแบบโรงพยาบาลและการบริการ hospitality ระดับโรงแรม 5 ดาว เป็นหัวใจหลักสำคัญในการบริการคนไข้และลูกค้า ตรัยญา เป็น medical wellness แห่งเดียวที่ครบทั้ง 3 ด้าน (Cell,Body และ Mind) อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งสิ่งที่แพทย์หญิงพิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ให้ความสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนการบริการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในความต้องการของคนไข้และลูกค้า เช่น ความต้องการในการรับบริการทางการแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น โดย ตรัยญามีการให้บริการด้าน teleconsultationและ telemedicine เป็นอีกทางเลือกให้แก่คนไข้และลูกค้า

ความมุ่งหวังของตรัยญา คือ การเป็นคู่คิดด้านสุขภาพให้แก่คนไข้และลูกค้า โดยเน้น concept “Lifelong Wellness for Healthy Living” ให้คนไข้และลูกค้าได้ใช้ชีวิตที่ดีได้อย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการให้คำตอบด้านสุขภาพจึงมาจากความต้องการในการแก้ pain point ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเกิดจากการเข้าใจปัญหาที่ต้นตอและวางแผนการฟื้นฟูโดยการหา solution แบบองค์รวมผ่านการใช้ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานกับแพทย์ทางเลือก

ภายในงานเปิดตัวศูนย์ Mind Wellness Center ของสถาบันสุขภาพและความงามตรัยญายังได้โชว์ถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ ผศ.ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี และ ผศ.ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ นักจิตวิทยาประจำศูนย์ฯ ผ่านการเสวนาในหัวข้อ “Healthy Mind – Balanced Life” ร่วมกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งจำกัด, เกียรติศักดิ์ สำเภาเงิน ผู้อำนวยการผู้บริหารสายงาน Engagement & Communication, Chief People Office ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),ณัฐพล รังสิยากูล Vice President of Engineering(Ecommerce) บริษัท Ascend Commerce Groupและ ธีรรัตน์ จงประเสริฐ CEO CTS Group ในมุมของสุขภาพจิตองค์กรและความสำคัญของสุขภาพจิตในชีวิตของแต่ละท่าน รวมถึงภายในงานยังมีบุคคลสำคัญอีกหลายท่าน อาทิ สองอดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยวิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ (กัปตันกิ๊ฟ) และ ปลื้มจิตร์ ถินขาว (หน่อง) เข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้

ศูนย์ Mind Wellness Center ของสถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา หรือ TRIA Medical Wellness Center ได้เริ่มให้บริการการรักษาพยาบาลและบริการสุขภาพแบบองค์รวมแก่คนไข้และลูกค้าตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2557 ภายใต้การบริหารของ แพทย์หญิงเจรียง จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท และ แพทย์หญิงพิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา โดยภายในศูนย์ Mind Wellness Center มีบริการหลากหลายแบบ เช่นการวัดและประเมินทางจิตวิทยา (Psychological Testing and Assessments),การปรึกษาแบบบุคคลธรรมดา (Individual Counseling and Psychotherapy), การปรึกษาแบบคู่รัก (Couple Counseling), การปรึกษาแบบครอบครัว (Family Counseling) หรือการปรึกษาแบบกลุ่ม (Group Counseling)ผู้สนใจสามารถเลือกปรึกษาแบบตัวต่อตัว (Onsite) หรือแบบผ่านระบบ Online แบบ Teleconsultation ได้ อีกทั้งในมุมขององค์กร ทีมนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ฯ ยังสามารถให้บริการฝึกอบรมทางจิตวิทยา (Psychological Training Services) อีกด้วย

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพื่อเข้ารับการบริการดังกล่าวได้ที่ โทร.02-1295500 หรือ Line : @TRIABKK, FB : TRIA Medical Wellness Center, Email : mindwellness@tria.co.th

นพ.พณะ จันทรกมล รักษาการ ผอ.รพ. บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

นพ.พณะ จันทรกมล รักษาการ ผอ.รพ. บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ผอ.ด้านการแพทย์สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา

พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ผอ.ด้านการแพทย์สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา

การเสวนาเรื่อง “Healthy Mind - Balanced Life” โดยแขกรับเชิญ ผู้แทน Corporate HR และ CEO Corporate

การเสวนาเรื่อง “Healthy Mind – Balanced Life” โดยแขกรับเชิญ ผู้แทน Corporate HR และ CEO Corporate

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมแสดงความยินดี

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมแสดงความยินดี

ผู้แทน บ.AESLA CO., LTD นำทีมโดย วรุตม์ สุทธินันท์ MD, สิริมา พัฒนาการวิจิตร Key Account Manager, กิตติชัย ตันบริภัณฑ์ Lead Key Account Representative ร่วมยินดี

ผู้แทน บ.AESLA CO., LTD นำทีมโดย วรุตม์ สุทธินันท์ MD, สิริมา พัฒนาการวิจิตร Key Account Manager, กิตติชัย ตันบริภัณฑ์ Lead Key Account Representative ร่วมยินดี

พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ต้อนรับ พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร แพทย์ศูนย์สุขภาพและเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู, อมรสิริ บุญญสิทธิ์

พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ต้อนรับ พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร แพทย์ศูนย์สุขภาพและเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู, อมรสิริ บุญญสิทธิ์

Mr.Brian Edwin Dardzinski และ Mr.Narin Apichairuk ร่วมยินดี

Mr.Brian Edwin Dardzinski และ Mr.Narin Apichairuk ร่วมยินดี

คณะผู้บริหาร รพ.ในเครือบางประกอก-ปิยะเวท ร่วมยินดีกับสองคุณหมอ นพ.พณะ จันทรกมล และ พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์

คณะผู้บริหาร รพ.ในเครือบางประกอก-ปิยะเวท ร่วมยินดีกับสองคุณหมอ นพ.พณะ จันทรกมล และ พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์

สองอดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ร่วมแสดงความยินดี

สองอดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ร่วมแสดงความยินดี

สองคุณหมอ นพ.พณะ จันทรกมล และ พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ร่วมกันต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

สองคุณหมอ นพ.พณะ จันทรกมล และ พญ.พิมพ์ชนก บุษกรเรืองรัตน์ ร่วมกันต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

กันตพัฒน์ ภัทรกุลธนเสฏฐ์, จารุพัฒน์ เจริญผล, ภชกรณ์ กาญจนมงคล
และ พิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล

กันตพัฒน์ ภัทรกุลธนเสฏฐ์, จารุพัฒน์ เจริญผล, ภชกรณ์ กาญจนมงคล และ พิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล

ณัฐสุวีร์ กาญจนมงคล,พิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล และ ภชกรณ์ กาญจนมงคล ร่วมแสดงความยินดี

ณัฐสุวีร์ กาญจนมงคล,พิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล และ ภชกรณ์ กาญจนมงคล ร่วมแสดงความยินดี

สามย่านมิตรทาวน์ ฉลอง 4 ปี จัดเต็มความสุขครั้งใหญ่ ‘Let’s Mitr up’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758665

สามย่านมิตรทาวน์ ฉลอง 4 ปี จัดเต็มความสุขครั้งใหญ่ ‘Let’s Mitr up’

สามย่านมิตรทาวน์ ฉลอง 4 ปี จัดเต็มความสุขครั้งใหญ่ ‘Let’s Mitr up’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ชวนมิตรมาร่วมฉลองการเดินทางครบ 4 ปีภายใต้คอนเซ็ปต์ “Let’s Mitr up” ให้มิตรวาร์ปมาใช้ชีวิตแบบ Level up เสริมทัพความแข็งแกร่งรวมพลังพันธมิตร ด้วยการผนึกกำลังร้านค้าแบรนด์ดังภายในศูนย์ และมิวสิกพาร์ตเนอร์ ร่วมจัดเต็มความสุขครั้งใหญ่ อัดแน่นด้วยกิจกรรมสุด Fun พร้อมจัดหนักทั้งของสมนาคุณ และส่วนลดสุดพิเศษ เพื่อมิตรคนสำคัญตลอดเดือนกันยายนนี้

เพื่อตอกย้ำการเป็นคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็น Placemaking Space พื้นที่ในการสร้างและเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่มิตรทุกคน สามย่านมิตรทาวน์ได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และคณะดนตรี แห่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) จัดงาน See by Ears | Hear by Heart เห็นด้วยหู รู้ด้วยใจคอนเสิร์ตที่เปิดพื้นที่ให้ผู้พิการทางสายตาจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ร่วมกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศ Indy Camp และPlayground เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการทางสายตาได้แสดงความสามารถด้านดนตรี รวมทั้งได้มอบความสุข และความบันเทิงให้แก่ผู้คนในสังคม

พร้อมเปิดโอกาสให้มิตรวาร์ปมาใช้ชีวิตแบบ Level up พบกับบรรยากาศความสดใส และสร้างประสบการณ์ใหม่ภายในศูนย์การค้าฯ ให้สุขใจไปด้วยกัน กับผลงานอาร์ตภายใต้คอนเซ็ปต์ Let’s Mitr up จากการคอลแลประหว่างสามย่านมิตรทาวน์ กับศิลปินนักวาดภาพประกอบเจเนอเรชั่นใหม่ “มะเหมี่ยว” ฐิติพรกลิ่นทโชติ (22mm.t) ที่พาเหล่าคาแร็กเตอร์สุดคิวท์มาเล่าความเป็นสามย่านมิตรทาวน์ ในบรรยากาศการเฉลิมฉลองครบ 4 ปี ทั่วทั้งศูนย์การค้าและอุโมงค์เชื่อมมิตร

ร่วมส่งมอบความสุขแบบ Level upด้วยสิทธิพิเศษ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาทตลอดเดือนเกิดศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จับมือกับร้านค้าภายในศูนย์ฯ นำโดย 8 พันธมิตรแบรนด์ดัง อาทิ Tim Hortons, CELEBRITY FITNESS, K STREAT, KFC, Swensen’s, PROJECT H Muay Thai Gym อัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม พร้อมโปรโมชั่นโดนใจจากร้านค้าอีกมากมาย อีกทั้ง Medium and More ยังส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษมาร่วมฉลองกับแคมเปญ เสก สุข 4 ปี MOREสุข 4 ชั้น ตั้งแต่วันนี้-2 ตุลาคมนี้ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Lucky Draw,เวิร์กช็อป ที่ชั้น 4 MORE Arts & Crafts ระหว่าง 29 กันยายน-1 ตุลาคม นี้รวมทั้งสามารถช้อปสินค้าออนไลน์ สะดวก ง่าย พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าที่ช้อปออนไลน์ทาง Facebook และไลน์ครบ 600 บาท ส่งฟรี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ระดมทุนสนับสนุนผู้ป่วยขาดแคลนทุนทรัพย์ หวังบรรเทาความเจ็บปวด ยืดระยะเวลาการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758666

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ระดมทุนสนับสนุนผู้ป่วยขาดแคลนทุนทรัพย์  หวังบรรเทาความเจ็บปวด ยืดระยะเวลาการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ระดมทุนสนับสนุนผู้ป่วยขาดแคลนทุนทรัพย์ หวังบรรเทาความเจ็บปวด ยืดระยะเวลาการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงมุ่งมั่นสืบสานพันธกิจแห่ง “การให้” ตลอด 54 ปีที่ผ่านมา ด้วยบทบาทของการเป็นเสมือนที่พึ่งให้กับคนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยจากบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษากลุ่มโรคซับซ้อนพร้อมมอบโอกาสให้ผู้ป่วยยากไร้สามารถฝเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้อย่างทัดเทียม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของคนไทย

ศ.นพ.วิบูลย์ บุญสร้างสุข ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เล่าถึงแง่มุมในการทำงานภายใต้บทบาทของการเป็นแพทย์ด้านระบบการหายใจว่า ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยทำให้ แวดวงการแพทย์สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในการรักษาและช่วยยืดระยะเวลาในการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในระยะที่ลุกลามเข้ามาในอวัยวะสำคัญ เช่น บริเวณท่อหลอดลมจนทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดลมมีขนาดแคบลง ส่งผลให้การหายใจเป็นไปได้อย่างยากลำบากและมีอาการเหนื่อยหอบผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับการใส่ท่อค้ำหลอดลม (airway stent) เพื่อขยายเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดลมให้มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับการหายใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหายใจได้สะดวกมากขึ้นหลุดพ้นความทรมานจากอาการเหนื่อยหอบและมีโอกาสดำเนินการรักษาโรคมะเร็งต่อไป นอกจากนี้ ท่อค้ำหลอดลมยังช่วยป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามไปในบริเวณของหลอดลมได้อีกด้วย ในการใส่ท่อค้ำหลอดลมจะพิจารณาจากบริเวณการลุกลามของมะเร็ง ซึ่งมี 2 รูปแบบ ได้แก่ ท่อค้ำหลอดลมรูปแบบตรง และท่อค้ำหลอดลมรูปแบบตัว Y ซึ่งราคาของท่อค้ำหลอดลมอยู่ที่ประมาณ 20,000-45,000 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบและความยาว โดยท่อค้ำหลอดลม อยู่นอกเหนือบัญชีการเบิกจ่ายกับสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง ทั้งผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาฯ เอง หรือผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่สามารถเบิกค่าท่อค้ำหลอดลมได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลง

“แม้การใส่ท่อค้ำหลอดลมจะมีประโยชน์เพื่อลดอาการเหนื่อยจากหลอดลมตีบ เนื่องจากมะเร็งที่ลุกลาม และยืดอายุของผู้ป่วยได้ แต่ในแง่ของการเข้าถึงของผู้ป่วยถือว่ายังคงมีอย่างจำกัด ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง อีกทั้งสถานบริการที่มีศักยภาพในการใส่ท่อค้ำหลอดลมมักจะเป็นโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์เหมือนกับโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งนี้ สำหรับเคสตัวอย่างเป็นเคสที่ถูกส่งต่อการรักษามาจากจังหวัดราชบุรี คือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหารที่ลุกลามไปในบริเวณผนังหลอดลม ไม่สามารถหายใจได้ แม้จะได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว แพทย์จึงใส่ท่อค้ำหลอดลมร่วมกับการเจาะคอจึงทำให้ผู้ป่วยสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น และสามารถส่งตัวกลับไปรักษาโรคมะเร็งต่อที่จังหวัดราชบุรีได้”

อ.นพ.ธัช อธิวิทวัส (สาขาวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์) แพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อเนื่องหลังจากการถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอด และมะเร็งหลอดอาหาร เผยว่า “ในอดีตโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มชายไทย คือ โรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี แต่ในปัจจุบันโรคมะเร็งปอด ถือเป็นโรคที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มชายไทย และเริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในเพศหญิง ในปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดพัฒนาไปมาก ทั้งยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน หากร่างกายของผู้ป่วยตอบสนองต่อยารักษาอย่างดีและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้ถึง 2-3 ปี แต่การรักษามะเร็งปอดในกลุ่มผู้ป่วยระยะลุกลามจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการใส่ท่อค้ำหลอดลมเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยก่อน เพราะช่วงที่ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจได้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตลงภายในไม่กี่นาที

ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใส่ท่อค้ำหลอดลมแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์กว่า 10 ราย แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ต้องการเข้ารับการรักษาในการใส่ท่อค้ำหลอดลมเพื่อบรรเทาอาการทรมานจากเหนื่อยหอบแต่ไม่สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้”

อีกหนึ่งกลุ่มโรคเรื้อรังที่มีจำนวนผู้ป่วยไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกปีนั่นคือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ผศ.พญ.พิณทิพย์งามจรรยาภรณ์ สาขาวิชาโรคภูมิแพ้อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “โรคแพ้ภูมิตัวเองคือโรคที่ร่างกายของผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติและทำลายอวัยวะภายในร่างกายตนเอง สาเหตุของโรคมาจาก 2 ปัจจัยร่วม ได้แก่ 1) พันธุกรรมเสี่ยง และ 2) สิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยกระตุ้น เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และการติดเชื้อของแบคทีเรียในช่องปาก เป็นต้น แต่กลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเองนั้นไม่ได้มีแค่โรคพุ่มพวง หรือ SLE (Systemic Lupus Erythematosus) อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะกลุ่มโรคนี้ยังประกอบไปด้วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) โรคผิวหนังแข็ง (Scleroderma) และโรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis)

ในแต่ละโรคนั้นผู้ป่วยจะมีช่วงอายุที่หลากหลาย โดยเฉพาะโรคพุ่มพวงที่เมื่อก่อนมักจะพบในกลุ่มผู้หญิงที่อายุน้อย แต่ปัจจุบันก็สามารถพบได้ในกลุ่มผู้ชายมากขึ้น ในระยะหลังมานี้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยกลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเองเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการแพทย์และแนวทางในการรักษาที่ทันสมัย อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการรักษายังถือว่าค่อนข้างจำกัด เนื่องจากจำนวนของแพทย์เฉพาะทางโรคแพ้ภูมิตัวเองยังมีไม่เพียงพอที่จะรองรับการรักษาของคนไทยทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และจำเป็นต้องใช้สารชีวภาพ (Biologic Agents)”

ในมุมมองของ พรทิพย์ ผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง หนึ่งในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดอักเสบที่ได้รับการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ในช่วงปี 2553 เริ่มมีอาการปวดตาข้างซ้ายจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลจังหวัดนครสวรรค์ แต่อาการดีขึ้นแค่ช่วงหนึ่งก็กลับมาปวดตาอย่างรุนแรง จึงถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดอักเสบ ตอนนั้นมีก้อนเนื้อบริเวณหลังตาจึงต้องผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อและลูกตาออก หลังจากนั้นก็พบอาการผิดปกติที่หลายอวัยวะจึงทำให้ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลรามาธิบดีตลอด 10 ปี โดยได้เข้ารับการผ่าตัดมากกว่า 10 ครั้ง

ช่วงที่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่มีรายได้เลย แต่โชคดีที่ได้รับเงินทุนช่วยเหลือจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเกือบทั้งหมด ภายหลังการรักษารู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานของโรคร้าย แม้จะเหลือดวงตาขวาเพียงข้างเดียวแต่ก็ดีใจที่ยังมีชีวิต มีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวและหลานรัก ทุกวันนี้ยังคงเดินทางมาติดตามอาการที่โรงพยาบาลรามาฯ ขอขอบคุณคุณหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลรามาฯ ที่ให้ความช่วยเหลือและให้การรักษาอย่างเต็มที่ รวมถึงให้กำลังใจอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้รู้สึกว่าไปโรงพยาบาลไหนก็ยังไม่ดีเท่าโรงพยาบาลรามาธิบดี”

มูลนิธิรามาธิบดีฯ มุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีและมีประสิทธิภาพให้กับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ภายใต้“โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้” เพื่อระดมเงินทุนสนับสนุนงบประมาณท่อค้ำหลอดลมให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิการรักษา จำนวน 1,000,000 บาท และสนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง จำนวน 2,000,000 บาท เพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ที่ยิ่งใหญ่ ร่วมบริจาคกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 879-2-00448-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-052163 และธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5 บริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111

ผศ.พญ.พิณทิพย์ งามจรรยาภรณ์

ผศ.พญ.พิณทิพย์ งามจรรยาภรณ์

อ.นพ.ธัช อธิวิทวัส

อ.นพ.ธัช อธิวิทวัส

ท่อค้ำหลอดลม

ท่อค้ำหลอดลม