บราซิลอ่วม คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมในฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727847

บราซิลอ่วม คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมในฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ

25 ก.ย. 2566 10:00 น.

บราซิลอ่วม คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมในฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ

คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของบราซิล ในขณะที่กำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอุณหภูมิพุ่งสูงถึงเกือบ 50 องศาเซลเซียส ทำให้ประชาชนแห่ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อคลายร้อนอย่างสวนน้ำ และสวนสาธารณะต่างๆ

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 66 สำนักข่าว CGTN รายงานว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บราซิลย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุม บางพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้ประชาชนแห่ไปตามสถานที่ที่จะช่วยคลายร้อนอย่างสวนน้ำ และสวนสาธารณะต่างๆ

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาของบราซิล รายงานว่า คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมอาจทำให้เกิดอันตรายอย่างมาก โดยอุณหภูมิพุ่งสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย ใน 11 รัฐทั่วประเทศ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพ หลังจากช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาบราซิลเพิ่งเจอคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยพุ่งสูงที่สุดในรอบ 6 ทศวรรษ

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขออกคำเตือนให้ประชาชนระวังคลื่นความร้อน ที่จะปกคลุมต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทั้งในกรุงบราซิเลีย รัฐเซาเปาโล นครริโอเดอจาเนโร รัฐมารานา มารันเฮา มินาสเกราส บาเฮีย และโตแคนติน.

รัสเซียจวกสหรัฐฯแรง ไม่มีข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727834

รัสเซียจวกสหรัฐฯแรง ไม่มีข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน

25 ก.ย. 2566 07:15 น.

รัสเซียจวกสหรัฐฯแรง ไม่มีข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาคมโลก ในฐานะตัวแทนของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ได้เหมือนกับผู้นำโลกคนอื่นๆ อาทิ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส จนมีเสียงวิจารณ์ว่าเวทีสมัชชาฯถูกลดความสำคัญถึงขั้นที่ผู้นำชาติสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคง 4 ชาติไม่มาประชุม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายลาฟรอฟได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลรัสเซียในแง่มุมต่างๆ ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 78 โดยมีการกล่าวโจมตีว่า รัฐบาลสหรัฐฯและชาติพันธมิตรยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับหลักการความเท่าเทียมในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งอเมริกันและยุโรปยังคงมีความดูถูกดูหมิ่นชาติอื่นๆ จนทำให้การเจรจาใดๆกลายเป็นความดื้อดึงอย่างเต็มรูปแบบ และคำสัญญาใดที่เคยให้ไว้ก็มักจบลงด้วยการผิดคำพูด เหมือนที่นายปูตินเคยกล่าวไว้ว่าชาติตะวันตกในปัจจุบันนี้คือจักรวรรดิแห่งความโกหกหลอกลวง

นายลาฟรอฟยังกล่าวต่อไปว่า ความเคลื่อนไหวขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้มาถึงจุดที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็น มีการฝึกซ้อมการจำลองโจมตีรัสเซียด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯก็พยายามแผ่ขยายอิทธิพลทางการทหารเข้าไปในภูมิภาคเอเชีย -แปซิฟิกด้วยการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรการทหาร-การเมืองกับประเทศอย่างออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ผลักให้ประเทศเหล่านี้มีความร่วมมือกับกลุ่มนาโตมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการสร้างพื้นที่ความขัดแย้งทางการเมืองแห่งใหม่ ขอเตือนว่านักการเมืองชาติตะวันตกกำลังตามืดบอด เคยชินกับการกระทำที่ไม่ต้องรับผิดชอบ จนหลงลืมการปกป้องรักษาตัวเอง

นอกจากนี้ นายลาฟรอฟยังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนว่า รัสเซียพร้อมเจรจากับรัฐบาลยูเครนทุกเมื่อ แต่จะไม่พิจารณาข้อตกลงใดๆที่เกี่ยวข้องกับการหยุดยิง รัสเซีย-ยูเครนเคยเกือบบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกันได้แล้วในช่วงไม่กี่เดือนแรกของความขัดแย้ง แต่ก็ถูกขัดขวางโดยกลุ่มชาติตะวันตกที่สนับสนุนยูเครน เท่ากับว่าเราเคยตกลงแล้วแต่ก็ถูกหลอก รัสเซียเคารพอธิปไตยของยูเครนตามรัฐธรรมนูญยูเครน แต่อธิปไตยยูเครนได้ถูกทำลายไปแล้วตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2557 และรัฐบาลใหม่ก็เป็นรัฐบาลที่ทำสงครามกับประชาชนตัวเอง พร้อมระบุด้วยว่า ในความเป็นจริงขณะนี้ สหรัฐฯกับพันธมิตรกำลังทำสงครามไฮบริดกับรัสเซีย.

มือปืน 30 คนยึดอารามโคโซโว ปะทะเดือด จนท. ดับรวม 4 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727828

มือปืน 30 คนยึดอารามโคโซโว ปะทะเดือด จนท. ดับรวม 4 ศพ

25 ก.ย. 2566 06:20 น.

มือปืน 30 คนยึดอารามโคโซโว ปะทะเดือด จนท. ดับรวม 4 ศพ

เหตุกลุ่มมือปืนยึดอารามในเมืองชายแดนโคโซโวตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากพวกเขายิงอาวุธปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างหนัก จนมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจโคโซโวนายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่หมู่บ้าน บานช์กา ติดชายแดนเซอร์เบีย ก่อนที่กลุ่มมือปืนจำนวนกว่า 30 คน จะบุกยึดอารามในหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเลโปซาวิช ที่ผู้แสวงบุญจากเมืองโนวี ซาด ของเซอร์เบียพักอาศัยอยู่

จากนั้นในเวลาประมาณ 03.00 น.วันเดียวกัน เหตุยิงกันก็ปะทุขึ้น เมื่อตำรวจเดินทางไปถึงหมู่บ้านที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเรื่องการยึดอาราม โดยเจ้าหน้าที่ถูกโจมตีจากหลายทิศทางด้วยอาวุธหนักต่างๆ รวมถึง ระเบิด และเครื่องยิงจรวดแบบประทับบ่า

การปะทะกันตลอดทั้งวันทำให้มือปืนเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ก่อนตำรวจจับควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนร้ายได้อีกหลายคน และยึดอาวุธปืนกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่แน่ชัดว่า มีมือปืนกี่คนที่ถูกจับในปฏิบัติการนี้

การโจมตีและยิงปะทะกันดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างโคโซโวกับเซอร์เบียพุ่งสูง โดยนายอัลบิน เคอร์ติ นายกรัฐมนตรีโคโซโวกล่าวโทษ กลุ่มอาชญากรที่ได้รับการสนับสนุนโดยเซอร์เบีย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ และว่า คนร้ายเป็นมืออาชีพ ที่มีภูมิหลังเป็นทหารหรือตำรวจ

ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ วูซิช ประธานาธิบดีเซอร์เบียร์โต้กลับว่า ผู้นำโคโซโวยั่วยุเซอร์เบียมานานหลายเดือนแล้ว เซอร์เบียประณามการสังหารตำรวจโคโซโว แต่นายเคอร์ติคือ “คนเดียวที่ต้องถูกกล่าวโทษ, คนเดียวที่ต้องการความขัดแย้งและสงคราม ไม่มีใครอื่นที่ต้องการความขัดแย้งและสงคราม”

“เขาหวังอย่างเดียวคือการลากเราไปทำสงครามกับนาโต และนี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดตลอดทั้งวัน” นายวูซิชกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สีจิ้นผิงเปรยแผนเยือนเกาหลีใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727836

สีจิ้นผิงเปรยแผนเยือนเกาหลีใต้

25 ก.ย. 2566 07:30 น.

สีจิ้นผิงเปรยแผนเยือนเกาหลีใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะหารือกับนายฮัน ดัก ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ที่เมืองหางโจวของจีน ซึ่งเป็นการหารือที่มีขึ้นก่อนหน้าการเจรจาระดับสูง 3 ฝ่าย จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ โดยนายสี จิ้นผิง ได้กล่าวยินดีที่การประชุม 3 ฝ่ายดังกล่าว ได้จัดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม และตนกำลังพิจารณาอย่างจริงจังเรื่องการเดินทางเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของรัฐบาลจีนหรือรายงานของสื่อมวลชนไม่ได้มีการพูดถึงการเยือนเกาหลีใต้ของนายสี จิ้นผิง เป็นเพียงรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลเกาหลีใต้ของสำนักข่าวยอนฮับในเกาหลีใต้ ซึ่งยังรายงานด้วยว่า นายสี จิ้นผิง เยือนเกาหลีใต้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2557 ขณะที่นายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้กล่าวเชื้อเชิญนายสี จิ้นผิง เยือนเกาหลีใต้ในการประชุม G20 ที่อินโดนีเซียเมื่อเดือน พ.ย.2565

การตัดสินใจว่าจะเยือนเกาหลีใต้ดีหรือไม่ของผู้นำจีน ยังมีขึ้นในห้วงเวลา ที่รัสเซียกำลังกระชับสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ซึ่งนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย เผยว่าตนจะเดินทางไปเกาหลีเหนือเดือน ต.ค. แต่มิได้เผยรายละเอียด ระบุเพียงว่าเป็นการเยือนตามที่ผู้นำรัสเซีย-เกาหลีเหนือได้ตกลงกันไว้เมื่อ 13 ก.ย.

ฝรั่งเศสเตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากไนเจอร์ ภายในสิ้นปี 2566 นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727826

ฝรั่งเศสเตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากไนเจอร์ ภายในสิ้นปี 2566 นี้

25 ก.ย. 2566 05:15 น.

ฝรั่งเศสเตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากไนเจอร์ ภายในสิ้นปี 2566 นี้

เอ็มมานูเอล มาครงประกาศ ฝรั่งเศสจะถอนทหารทั้งหมดออกจากไนเจอร์ภายในสิ้นปี 2566 นี้ พร้อมเรียกตัวเอกอัครราชทูตและนักการทูตกลับประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประกาศในวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. 2566 ว่า ฝรั่งเศสจะยุติการประจำการทหารในประเทศไนเจอร์ ภายในสิ้นปี 2566 นี้ หลังจากเกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ซึ่งจุดกระแสการต่อต้านฝรั่งเศสขึ้นในประเทศ

“เราจะยุติความร่วมมือทางทหารของเรากับรัฐบาลโดยพฤตินัยของไนเจอร์ เพราะพวกเขาไม่ต้องการต่อสู้กับการก่อการร้ายอีกต่อไปแล้ว” นายมาครองกล่าว สื่อถึงผู้นำกองทัพซึ่งยึดอำนาจบริหารชาติแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือแห่งนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสบอกอีกว่า การถอนทหารจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า “พวกเขาจะกลับมาอย่างเป็นระเบียบภายในไม่กี่สัปดาห์หรือเดือนที่จะมาถึงนี้ และเพื่อการนั้น เราจะประสานงานกับคณะรัฐประหาร เพราะเราต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างสงบ”

เมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องกรอบเวลาในการถอนกำลังทหาร นายมาครงตอบว่า ภายในสิ้นปี 2566 จะไม่มีทหารฝรั่งเศสอยู่ในไนเจอร์อีก

ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า การตัดสินใจยุติความร่วมมือครั้งนี้ เป็นเพราะฝรั่งเศสไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นเพื่อแก้ปัญหาการเมืองภายใน และเป็นตัวประกันของคณะรัฐประหาร นอกจากนั้นเขาจะเรียกตัวนาย ซิลแวง อิตเตอ เอกอัครราชทูตประจำไนเจอร์กลับฝรั่งเศสด้วย

“ฝรั่งเศสตัดสินใจเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับมา” มาครงกล่าว “ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เอกอัครราชทูตของเราจะกลับมาฝรั่งเศส พร้อมกับนักการทูตอีกหลายคน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นาซาเฮ แคปซูลเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ กลับถึงโลกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727825

นาซาเฮ แคปซูลเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ กลับถึงโลกแล้ว

25 ก.ย. 2566 03:52 น.

นาซาเฮ แคปซูลเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ กลับถึงโลกแล้ว

แคปซูลบรรจุตัวอย่างที่เก็บจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ ซึ่งได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดในระบบสุริยจักรวาล ถูกส่งกลับมาถึงโลกแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. 2566 ว่า ยานอวกาศ ‘โอซิริส-เร็กซ์’ ส่งแคปซูลบรรจุตัวอย่างดินจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ เมื่อปี 2563 ฝ่าชั้นบรรยากาศลงจอดบนพื้นโลกได้อย่างปลอดภัยแล้ว

นาซายืนยันว่า คอนเทนเนอร์บรรจุแคปซูลถูกส่งลงผ่านชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็ว 12 กม./วินาที โดยเกราะป้องกันความร้อนกับร่มชูชีพช่วยชะลอความเร็วของมัน ก่อนจะลงมาแตะพื้นโลกอย่างนุ่มนวลที่ทะเลทรายตะวันตกในรัฐยูทาห์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเวลา 10.52 น. ตามเวลาท้องถิ่น

หลังจากแคปซูลถูกส่งกลับถึงโลกแล้ว ทีมเคลื่อนย้ายของนาซาต้องรีบนำมันไปยังห้องปลอดเชื้อชั่วคราวที่ฐานทัพ ดั๊กเวย์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซึ่งจะทำให้ตัวอย่างเสียหาย โดยในวันจันทร์ พวกเขาจะส่งตัวอย่างนี้ไปยัง ศูนย์อวกาศจอห์นสัน ในรัฐเทกซัส เพื่อเริ่มการวิเคราะห์ตัวอย่าง

ทั้งนี้ เบนนู ถูกขนานนามว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่อันตรายที่สุดในระบบสุริยจักรวาล เนื่องจากมันมีโอกาสพุ่งชนโลกภายใน 300 ปีข้างหน้า ขณะที่นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่า ตัวอย่างดินปริมาณ 250 กรัม ที่ได้มาจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการกำเนิดระบบสุริยะเมื่อกว่า 4.6 พันล้านปีก่อน หรืออาจรวมถึงเบาะแสของการกำเนิดชีวิตบนโลกของเราด้วย

นาซาวางแผนจะจัดงานแถลงข่าวในวันที่ 11 ต.ค. เพื่อเปิดเผยผลการวิเคราะห์เบื้องต้น และมอบตัวอย่างจำนวนหนึ่งให้แก่ทีมวิจัยทั่วโลก โดยหวังว่า พวกเขาจะสามารถมีรายงานจากผลการศึกษาเป็นวงกว้างได้ภายใน 2 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อยู่ไม่ได้แล้ว ชาวคาราบัค 120,000 คน เตรียมอพยพไปอยู่อาร์เมเนีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727824

อยู่ไม่ได้แล้ว ชาวคาราบัค 120,000 คน เตรียมอพยพไปอยู่อาร์เมเนีย

25 ก.ย. 2566 02:42 น.

อยู่ไม่ได้แล้ว ชาวคาราบัค 120,000 คน เตรียมอพยพไปอยู่อาร์เมเนีย

กลุ่มชาติพันธุ์ชาวอาร์เมเนียในคาราบัค ดินแดนพิพาทในประเทศอาเซอร์ไบจาน เตรียมอพยพไปยังอาร์เมเนีย หลังกองทัพอาเซอร์ไบจานได้รับชัยชนะในปฏิบัติการโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 24 ก.ย. 2566 ว่า กลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียกว่า 120,000 คน ในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค พื้นที่พิพาทในประเทศอาเซอร์ไบจาน เตรียมอพยพไปยังประเทศอาร์เมเนีย หลังจากกองกำลังของพวกเขาถูกบีบให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงกับอาเซอร์ไบจาน ซึ่งมีเงื่อนไขคือพวกเขาต้องปลดอาวุธ และสลายกลุ่ม

อนึ่ง ดินแดนนากอร์โน-คาราบัค เป็นดินแดนแยกตัวภายในประเทศอาเซอร์ไบจาน ปกครองโดยกลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียซึ่งเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า สาธารณรัฐอาร์ทซัค (Artsakh) อย่างไรก็ตาม นานาชาติไม่ให้การยอมรับ และถือว่าดินแดนนากอร์โน-คาราบัค เป็นของอาเซอร์ไบจาน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกองทัพอาเซอร์ไบจานมีปฏิบัติการโจมตีสายฟ้าแลบ 24 ชั่วโมงเมื่อ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยภายหลังทำข้อตกลงหยุดยิง ทางการอาเซอร์ไบจานออกมาให้คำมั่นว่าจะรับประกันสิทธิ์ของกลุ่มชาติพันธ์อาร์เมเนีย และการรวมเป็นหนึ่งกับดินแดนแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม นายเดวิด บาบายาน ที่ปรึกษาของนาย แซมเวล ชาห์รามันยาน ประธานาธิบดีของอาร์ทซัค บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียหวาดกลัวว่าจะถูกปราบปราม “ประชาชนของเราไม่อยู่เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน 99.9% อย่างไปจากดินแดนประวัติศาสตร์ของเราแห่งนี้”

“ชะตากรรมของประชาชนที่น่าสงสารของเราจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นความอัปยศและความอับอายของชาวอาร์เมเนีย และของโลกที่มีอารยธรรมทั้งหมด” นายบาบายานกล่าวต่อ “สักวันหนึ่ง เหล่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบสำหรับชะตากรรมของเรา จะต้องไปแก้ต่างต่อพระผู้เป็นเจ้าสำหรับบาปของพวกเขา”

ชาวอาร์เมเนียเดินทางออกจากนากอร์โน-คาราบัค

ทั้งนี้ บรรยากาศในเมืองเอกของดินแดนคาราบัค ที่ชาวอาร์เมเนียเรียกว่า สเตปานาเคิร์ต ส่วนอาเซอร์ไบจานเรียกว่า คานเคนดี นั้น ชาวอาร์เมเนียจำนวนหนึ่งจัดพิธีศพให้แก่นักรบที่เสียชีวิตในการต่อสู้เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีมากกว่า 200 คน ขณะที่บางส่วนเก็บข้าวของเตรียมอพยพ

ผู้นำชาวอาร์เมเนียในคาราบัคระบุว่า ทุกคนที่กลายเป็นคนไร้บ้านในปฏิบัติการของกองทัพอาเซอร์ไบจานและต้องการอพยพ จะได้รับการคุ้มกันโดยกองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียไปยังส่งประเทศอาร์เมเนีย

นักข่าวของรอยเตอร์ใกล้หมู่บ้านคอร์นิดซอร์ บริเวณชายแดนอาร์เมเนีย พบเห็นรถยนต์บรรทุกสัมภาระหนักหลายคนเดินทางข้ามชายแดนเข้าสู่อาร์เมเนีย ขณะที่ทางการอาร์เมเนียระบุว่า จนถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ มีผู้อพยพจากคาราบัคเดินทางเข้ามาแล้ว 377 ราย

ที่มา : reuters

สลด ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหินจีน คนงานติดค้าง 16 คน เสียชีวิตทั้งหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2727821

สลด ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหินจีน คนงานติดค้าง 16 คน เสียชีวิตทั้งหมด

25 ก.ย. 2566 00:25 น.

สลด ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหินจีน คนงานติดค้าง 16 คน เสียชีวิตทั้งหมด

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในเหมืองถ่านหิน ในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ทำให้คนงานเหมือง 16 คนที่ติดอยู่ภายใน เสียชีวิตทั้งหมด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลเมืองผานโจว ในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน ประกาศผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. 2566 ว่าเกิดไฟลุกไหม้ภายในเหมืองถ่านหิน ‘ซานเจียวชู’ (Shanjiaoshu) เมื่อเวลาประมาณ 08.10 น.วันเดียวกัน

ประกาศระบุว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสายพานลำเลียงภายในเหมืองเกิดติดไฟขึ้นมา ทำให้งานคน 16 คนติดอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินสามารถดับไฟได้สำเร็จในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเบื้องต้นหลังจากอุณหภูมิภายในเหมืองกลับสูงระดับปกติพบว่า คนงานทั้ง 16 คนไม่มีสัญญาณชีพแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับนี้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องความเสียหาย หรือสาเหตุที่ทำให้ไฟลุกไหม้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ จีนมีเหมืองถ่านหินอยู่หลายพันแห่งทั่วประเทศ แต่ถึงแม้พวกเขาจะพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมเหมืองมากขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา แต่อุบัติเหตุในเหมืองยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเพราะความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎข้อบังคับ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ

เมื่อปี 2565 เกิดอุบัติเหตุในอุตสาหกรรมเหมืองของจีนถึง 168 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 245 ศพ เมื่อเดือนก่อนก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่เหมืองถ่านหินในมณฑลส่านซี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหมืองถ่านหินในพื้นที่ห่างไกลของเขตปกครองตนเองมองโกเลียในพังถล่มบางส่วน จนมีผู้เสียชีวิตถึง 53 ศพ

อนึ่ง เหมืองถ่านหินในเมืองผานโจวดังกล่าว อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ถึง 3,600 กม.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สทนช.ใช้6แผนฝ่าวิกฤต พื้นที่EECน้ำพอใช้ฤดูฝน-แล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758708

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากการประชุมประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้สถานการณ์เอลนีโญส่งผลกระทบต่อปริมาณฝนตกสะสมที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย โดยพื้นที่ภาคตะวันออก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 80% แต่จากการประเมินสถานการณ์น้ำพบว่าพื้นที่ EEC จะมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในภาคครัวเรือน ภาคเกษตร ภาคพาณิชยกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ตลอดฤดูฝนนี้และฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการประเมินสถานการณ์น้ำ สทนช.ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนสูบน้ำผ่านโครงข่ายน้ำภาคตะวันออกเพื่อเติมน้ำต้นทุน ดังนี้ แผนที่ 1.แผนสูบจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต-คลองพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ระยะเวลาช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน 2566 จำนวน 61 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันสูบน้ำไปแล้ว 24.49 ล้าน ลบ.ม. เป็นไปตามแผน ส่วนแผนที่ 2.แผนสูบจากแม่น้ำบางปะกง-อ่างฯบางพระ ระยะเวลาช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2566 จำนวน 24.45 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันสูบน้ำ 7.54 ล้าน ลบ.ม. เป็นไปตามแผนเช่นกัน โดยการสูบน้ำช่วงนี้จะดำเนินการในช่วงที่คุณภาพน้ำในแม่น้ำบางปะกงมีค่าความเค็มไม่เกิน 0.5 กรัมต่อลิตร

แผนที่ 3.แผนสูบอ่างฯประแสร์-อ่างฯ หนองปลาไหล ระยะเวลาช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566-มิถุนายน 2567 จำนวน 37 ล้าน ลบ.ม. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2567 จะสูบน้ำได้รวม30-35 ล้าน ลบ.ม. โดยแผนที่ 2 และ 3 ดำเนินการโดยบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด (มหาชน) หรือ East Water แผนที่ 4.แผนสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำคลองสะพาน-อ่างฯประแสร์ ระยะเวลาช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน 2566 จำนวน 50 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ ได้เริ่มสูบก่อนแผนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ปัจจุบันสูบได้เพียง2.6 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากบริเวณคลองสะพานเกิดฝนทิ้งช่วง และปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยราว 70%

สำหรับแผนที่ 5.แผนสูบจากคลองวังโตนด-อ่างฯประแสร์ ระยะเวลาช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2566 จำนวน 25 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งระดับน้ำในคลองวังโตนดสูงถึงเกณฑ์การสูบ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุ่มน้ำคลองวังโตนดแล้ว ขณะนี้กรมชลประทานได้ดำเนินการร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อสูบน้ำตามปริมาณที่กำหนดไว้และแผนที่ 6.แผนสูบจากอ่างฯประแสร์-อ่างฯคลองใหญ่ ระยะเวลาช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2566 จำนวน 63 ล้าน ลบ.ม. ได้ดำเนินการสูบก่อนแผนในเดือนพฤษภาคม 2566 ปัจจุบันสูบไปแล้ว 30 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งส่วนนี้ยังเป็นไปตามแผน ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรค

กรมชลฯช่วยเกษตรกรรับมือเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758705

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,223 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 6,020 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 10,260 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว 3,321 ล้านลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก จึงเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เร่งเก็บกักน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เอลนีโญ โดยยึดตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝน ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด สู่ 6 แนวทางปฏิบัติของกรมชลประทาน อย่างเคร่งครัด พร้อมนำ 3 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 (เพิ่มเติม)ที่ กอนช.กำหนด มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ได้แก่ 1.จัดสรรน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญ ที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด อย่างรอบคอบและรัดกุม 2.ควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง โดยการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมืองดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง ซึ่งได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 22 จังหวัดแล้ว และ 3.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ อาทิ ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย รณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า

ด้านมาตรการการช่วยเหลือเกษตรกรได้จ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในปี 2567 มีเป้าหมาย 90,000 คน ช่วยเหลือภัยแล้ง อาทิ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง การขุดลอกเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก รวมถึงสั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ สำรวจแหล่งน้ำสำรองแต่ละพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้มากที่สุด นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ ด้วย