‘แอมมี่ สุนีพร’MRS. ลงพื้นที่รวมมอบถุงยังชีพทางการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757843

'แอมมี่ สุนีพร'MRS. ลงพื้นที่รวมมอบถุงยังชีพทางการศึกษา

‘แอมมี่ สุนีพร’MRS. ลงพื้นที่รวมมอบถุงยังชีพทางการศึกษา

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.10 น.

เมื่อเร็วๆนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี “นายอำพล อังคภากรณ์กุล”พร้อมด้วย “นางสุวจี ศิริปัญโญ” นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรี “ทรงพล แป้นแก้ว” ปลัดจังหวัดลพบุรี “นายรัฐพล ธุระพันธ์” นายอำเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี และสโมสรโรตารี่ 4 พี่น้องประกอบด้วย“สโมสรโรตารี่ลพบุรี,สโมสรโรตารี่พระนารายณ์ลพบุรี , สโมสรโรตารี่บ้านหมี่ลพบุรี,สโมสรโรตารี่พระราเมศวรลพบุรี”

พร้อมด้วยนางงามรักเด็ก อย่าง“แอมมี่ สุนีพร เจริญชัย”Elite –  MRS.THAILAND WORLD  2023ร่วมลงพื้นที่โรงเรียนวัดโคกสลุง ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม,โรงเรียนอนุบาลพัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อตรวจเยี่ยม พบปะ และมอบถุงยังชีพทางการศึกษา ให้กับคณะครู นักเรียน ในกลุ่มเป้าหมาย ตามโครงการส่งเสริมทักษะและพัฒนาการเขียนอ่าน พูด ภาษาไทย ปีการศึกษา 2566เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี สนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ในการแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร โดยมุ่งเน้นให้ เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สามารถพัฒนาทักษะของตนเองจนนำไปสู่การอ่านออกและเขียนได้ในที่สุด

#MrsThailandWorld

#MrsTourismThailand

‘เพชรจ้า-เป็กกี้’ซัดเดือดหยุดคุกคาม’เบียร์ เดอะวอยซ์’หลังภาพหลุด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757840

'เพชรจ้า-เป็กกี้'ซัดเดือดหยุดคุกคาม'เบียร์ เดอะวอยซ์'หลังภาพหลุด!

‘เพชรจ้า-เป็กกี้’ซัดเดือดหยุดคุกคาม’เบียร์ เดอะวอยซ์’หลังภาพหลุด!

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.06 น.

เพียงออกอากาศสดไปวันแรกทัวร์ลงจริงจังมาก สำหรับรายการ “ทัวร์มาลง” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29โดยมีพิธีกรหลักเพชรจ้า-วิเชียรกุศลมโนมัย, พชร์-อานนท์, ปุ้มปุ้ย-พรรณทิพาอรุณวัฒนชัย, เป็กกี้ศรีธัญญา, นิกกี้-ณฉัตรจันทพันธ์, ซานิ-นิภาภรณ์ฐิติธนการและอาร์ต-พศุตม์บานแย้มสลับผลัดเปลี่ยนมาเม้าท์มอยหน้าจอขยี้ประเด็นทัวร์ลงในแต่ละวันด้วยข้อมูลที่อัดแน่นล่าสุดในวันอังคารที่ 19 กันยายนนี้มีสามพิธีกร เพชรจ้า-วิเชียร กุศลมโนมัย, พชร์-อานนท์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญาแท็กทีมเม้าท์มอยข่าวเดือดที่เรียกรถทัวร์จอดหน้าบ้าน เริ่มต้นด้วยข่าวที่ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์#เบียร์เดอะวอยซ์

สด ๆ ร้อน ๆ หลังมีมือดีปล่อยคลิปหวิวหน้าคล้ายสาวเบียร์ออกมา โดยหลายคนในโซเชียลต่างคิดว่าเป็นอดีตแฟนที่นำภาพมาปล่อยลงโซเชียล งานนี้ทั้งสามพิธีกรต่างให้กำลังใจเบียร์ เดอะวอยซ์ ฟาก เป็กกี้เล่าถึงกระแสที่เกิดขึ้นว่า “มีแต่คนขอวาปคลิป แทนที่จะให้กำลังใจสาวเบียร์ ทำให้แบ่งเป็นรถทัวร์สองคัน คือคันแรกขอดูคลิป คันที่สองเข้ามาดึงสติและให้กำลังใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ” จากนั้นเข้าประเด็นดังเมื่อสไมล์ เดอะสตาร์ หรือ สไมล์-ภาลฎาฐิตะวชิระ เปิดใจถึงมรสุมชีวิตในอดีต ที่เคย เจอผู้ใหญ่ที่เคารพรักคุกคามจนเกือบฆ่าตัวตาย งานนี้ มาตัง เพื่อนร่วมเวทีออกโรงตามมาติด ๆ ว่าเคยเจอคุกคามเช่นเดียวกันกับ สไมล์ ทำให้เจ้าตัวคิดสั้นเกือบฆ่าตัวตาย ทีมงานเลยอินบ็อกซ์สอบถามหลังบ้านกับ มาตัง เจ้าตัวบอกว่า“เราเอ่ยชื่อเขาไม่ได้ เพราะเราไม่มีหลักฐานมีแต่คำพูดจากเราเอง และไม่ได้อยากรับคำขอโทษ แต่ก็ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก” จบเคลียร์คัททุกข่าวร้อนแซ่บในรายการ“ทัวร์มาลง”ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.05-17.50 น.ทางช่องMONO29พร้อมไลฟ์สดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งFacebook, Youtube ช่องMONO29#Mono29 #ทัวร์มาลง #เพชรจ้า #พชร์อานนท์ #เป็กกี้

‘ช่อง3’ส่งมอบถุงมือยางเกรดพรีเมี่ยม ให้กับ เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตคลองเตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757837

'ช่อง3'ส่งมอบถุงมือยางเกรดพรีเมี่ยม ให้กับ เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตคลองเตย

‘ช่อง3’ส่งมอบถุงมือยางเกรดพรีเมี่ยม ให้กับ เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตคลองเตย

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.03 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2566 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) และ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นำโดยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ส่งมอบถุงมือยางเกรดพรีเมี่ยมให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตคลองเตย สำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดในพื้นที่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

ในการนี้ คุณเบญญา อินทรวงศ์โชติ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย เป็นผู้รับมอบถุงมือยางจำนวนทั้งสิ้น 600 กล่อง โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ไดอารี่ กรุ๊ป (2007) จำกัด ช่อง 3 ในฐานะสื่อกลางขอขอบคุณหน่วยงานทั้งสองที่ให้การสนับสนุนและนำประโยชน์มาสู่ชุมชนและสังคมเป็นอย่างดีเสมอมา

‘ซันนี่ – ปลั๊ก’บอกลาตัวละครสุดฟินใน’Wedding Plan The Series’ Special EP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757836

'ซันนี่ - ปลั๊ก'บอกลาตัวละครสุดฟินใน'Wedding Plan The Series' Special EP

‘ซันนี่ – ปลั๊ก’บอกลาตัวละครสุดฟินใน’Wedding Plan The Series’ Special EP

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.02 น.

ปิดฉากบอกลาตัวละครไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับซีรีส์วายแนวโรแมนติกคอมมาดี้เรื่อง“Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว”ผลิตโดยบริษัทมีมายด์วายจำกัด (Me Mind Y) นำแสดงโดย  2 หนุ่ม 2 คาแรคเตอร์“ซันนี่ – วรรณรัตน์วัฒดาลิมมา”และ ”ปลั๊ก – ณภัทรลีฬหาทร”ร่วมด้วย“เอญ่า – อรพรรณผ่องเมฆินทร์”, “เคท – ศศิศรัณย์พิบูลรัตพงศ์”, “โฟร์ท – คเชนทร์พิเชฐโสภณ”และ“โดนัท – ศุภวิชญ์ทองยืน”ในงานรอบพิเศษ“Wedding Plan Special Episode and After Party”จัดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาณโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีรีเพล็กซ์รัชโยธินโดยในงานนอกจากจะได้รับดูซีรีส์ตอนพิเศษที่ถือเป็นบทสรุปสุดท้ายของเหล่าตัวละครก่อนใครแล้วยังได้ชมโชว์สุดพิเศษเป็นมินิคอนเสิร์ตจากเหล่านักแสดงในเรื่องอีกด้วย

เริ่มงานเหล่านักแสดงทีมงานและแฟนๆร่วมชมซีรีส์อีพีพิเศษร่วมกันที่ทั้งฟินทั้งตลกและเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ตลอดทั้งอีพีจากนั้น“เอญ่า”ขึ้นเวทีโชว์เสียงหวานใสกับประกอบซีรีส์ที่ชื่อว่า“สุดที่รักรักที่สุด” (Beloved, Self Love) ตามมาด้วย 2 หนุ่ม“ซันนี่-ปลั๊ก”ในเพลง“You คู่ Me”, เพลง“คลั่งรัก” (My One and Only), เพลง“Love is Normal”และเพลง You คู่ Me เวอร์ชั่นพิเศษรวม 6 นักแสดงหลักในเรื่องสร้างความประทับใจให้ผู้ชมภายในโรงภาพยนตร์จากนั้นผู้จัดและนักเขียน“เมย์อรวรรณ”ผู้กำกับ“เนเนติ”และ 6 นักแสดงออกมาพูดคุยถึงการทำงานอุปสรรคความสุขความสนุกและความรู้สึกที่มีกับซีรีส์เรื่องนี้ก่อนที่จะขอบคุณเหล่าแฟนๆที่คอยให้กำลังใจและเป็นแรงซัพพอร์ตที่ดีเสมอมาตามมาด้วย Fan Benefits  ถือเป็นการปิดฉากซีรีส์ไปอย่างอบอุ่นสุดประทับใจ

สำหรับตอนพิเศษ (Special Episode) เรื่อง “Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว” นี้ทุกคนสามารถซื้อเพื่อรับชมได้แล้วผ่านออนไลน์ได้ทาง www.vimeo.com หรือทางแอปพลิเคชั่น IQIYI และเว็บ IQ.com  โดยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตรวมถึงความเคลื่อนไหวต่างๆของซีรีส์เรื่องได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Me Mind Y Official

2 ตัวตึงสายฮา’ลาล่า-อี๊ด โปงลางสะออน’สุดจี๊ด ‘ภารกิจสุดคิดถึง’ทำเซอร์ไพรส์มาเจอกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757833

2 ตัวตึงสายฮา'ลาล่า-อี๊ด โปงลางสะออน'สุดจี๊ด 'ภารกิจสุดคิดถึง'ทำเซอร์ไพรส์มาเจอกัน

2 ตัวตึงสายฮา’ลาล่า-อี๊ด โปงลางสะออน’สุดจี๊ด ‘ภารกิจสุดคิดถึง’ทำเซอร์ไพรส์มาเจอกัน

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.59 น.

‘ภารกิจสุดคิดถึง’ สัปดาห์นี้ม่วนคัก พบกับสองตัวตึงสายเอ็นเตอร์เทน ลาล่า-ขวัญนภา กับอี๊ด โปงลางสะออน จะแฮปปี้แค่ไหนเจอได้เสาร์นี้ หน้าจอช่อง 7HD

ทั้งซึ้งทั้งฮาครบรสจริง ๆ สำหรับรายการ ภารกิจสุดคิดถึง :Let’s go my friends เสาร์นี้ พิธีกรสาวสวยคนเก่งอีฟ-กัญณัฐสินี อาสาขอตามแขกรับเชิญสาวสายฮาตัวแม่ ลาล่า-ขวัญนภา ไปย้อนความทรงจำสุดอิ่มบุญอิ่มใจกันที่วัดป่าคลอง11 จังหวัดปทุมธานีหรือที่ใครหลายคนมักจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า วัดคำชะโนด2สถานที่
ที่ชวนให้เธอหวนคิดถึงศิลปะและเรื่องราวทางภาคอีสานที่เป็นถิ่นเกิดของลาล่า

นอกจากนี้ ทางรายการยังพาสาวลาล่า บุกไปร้านอาหารสุดแซ่บของ ศิลปินสายเอ็นเทอร์เทนตัวพ่อ อี๊ด โปงลางสะออนซึ่งเป็นครูในวงการบันเทิงคนแรกที่หล่อหลอมให้มีลาล่าในวันนี้ ที่งานนี้ เมื่อได้รื้อฟื้นเล่าเรื่องราวในอดีตที่ผูกพันกัน ทำเอาสาวลาล่าถึงกับน้ำตาคลอ ปิดท้ายด้วยการทำภารกิจสนุก ๆ “ส้มตำสุดสะออน”

ติดตามชมความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในรายการ ภารกิจสุดคิดถึง :Let’s go my friendsวันเสาร์ที่ 23กันยายนนี้ เวลา 12.05 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X (Twitter), YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2023’รอบ Fast Trackแข่งเดือด! 20สาวงาม โชว์ทัศนคติ ‘Shine It Your Way’รอบ Head To Head

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757830

'มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2023'รอบ Fast Trackแข่งเดือด! 20สาวงาม โชว์ทัศนคติ 'Shine It Your Way'รอบ Head To Head

‘มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2023’รอบ Fast Trackแข่งเดือด! 20สาวงาม โชว์ทัศนคติ ‘Shine It Your Way’รอบ Head To Head

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.42 น.

เริ่มแล้ว!การแข่งขันกิจกรรมFast Track Miss Thailand World2023 ประเดิมรอบแรก Head To Head กับการพูด Speech“Shine It Your Way by L’Oreal Paris”และรอบTalentที่ 20สาวงามขนความสามารถพิเศษ ทั้งการแสดง ร้อง เต้น เล่นดนตรีและศิลปะ มาโชว์ต่อหน้าคณะกรรมการ

โดยบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นการแข่งขันFast Track รอบ Head To Head และเป็นการเก็บคะแนนพิเศษจาก ลอรีอัล ปารีส ที่จะส่งให้สาวงามได้รับสิทธิ์เข้าสู่รอบ 10คนสุดท้ายแบบอัตโนมัติ ซึ่ง 20สาวงาม ต่างงัดศักยภาพ โชว์ไหวพริบและทัศนคติในการพูดSpeechกับหัวข้อ”Shine It Your Way by L’Oreal Paris”ที่สร้างแรงบันดาลใจและเสริมคุณค่าความงามให้โดดเด่นได้อย่างน่าประทับใจโดย3สาวงามที่ทำคะแนนได้สูงสุดในรอบนี้ และเข้าไปรอลุ้นสิทธิ์เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายอัตโนมัติบนเวทีในวันตัดสินคือ MTW 03 พิชชาวรรณพรมทัน,MTW 09 ทารีน่าโบเทสและ MTW19 ชมพูนุชวงค์ศาโรจน์

ซึ่งการแข่งขันในรอบนี้ นางงามรุ่นพี่ผู้เคยผ่านประสบการณ์ Head To Headมาแล้วอย่าง นิโคลีน ลิมศนุกาญจน์รองมิสเวิลด์ 2018หนึ่งในคณะกรรมการร่วมให้คะแนนในวันนี้ ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า“รู้สึกตื่นเต้นแทนน้องๆ เพราะรูปแบบเหมือนคำถามของ 5คนสุดท้ายบนเวทีในรอบไฟนอลเลยค่ะ ซึ่งทุกคนตอบคำถามได้ดีไม่มีใครช็อตไมค์เลย ทั้งที่บรรยากาศค่อนข้างกดดัน และคำถามจากทาง ลอรีอัล ปารีส ก็เป็นคำถามที่ Challenge และเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากๆ ซึ่งน้องๆ ทุกคนก็สามารถทำได้ดีเกินคาดค่ะ”

ด้าน “เกรซ-นรินทรชฎาภัทรวรโชติ” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019ซึ่งมาร่วมเป็นหนึ่ง ในคณะกรรมการด้วยเช่นกัน ได้กล่าวเสริมว่า “เกรซจะชอบพาร์ทHead To Head Challenge! นี้เป็นพิเศษซึ่งน้องๆ ได้โชว์ศักยภาพ และได้พูดแสดงทัศนคติหลายๆ อย่างที่ทำให้ผู้ชมและคณะกรรมการได้คิดตามได้มีมุมมองในหลากหลายด้านซึ่งเกรซคิดว่าชาเลนจ์วันนี้ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์ ทั้งกับตัวน้องๆ นางงามเอง คณะกรรมการรวมถึงผู้ชมทางบ้านด้วยหวังว่าหลายๆ คนจะได้รับความรู้ทัศนคติ และสิ่งต่างๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้”

สำหรับในช่วงบ่ายเป็นการแข่งขันFast Track รอบ Talent ที่มีนางเอกสาว “เนย–ปภาดากลิ่นสุมาลย์”มาร่วมสร้างสีสันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการให้กับการแข่งขันในรอบนี้ด้วย ซึ่งรอบนี้ 20สาวงามต่างงัดเอาความสามารถของตัวเองมาโชว์บนเวทีกันอย่างเต็มที่ ทั้ง การแสดง ร้อง เต้น เล่นดนตรี การรำเซิ้ง รำมวยไทยรวมถึงการโชว์ความสามารถทางด้านศิลปะ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำเอาคณะกรรมการ อึ้ง ทึ่ง และประทับใจ ในความสามารถกันทุกคน โดย 3 สาวงามที่มีความสามารถพิเศษจับใจคณะกรรมการ ทำคะแนนได้สูงสุดในรอบนี้คือ MTW 01 จินตพรอูปคำ, MTW 09 ทารีน่าโบเทสและ MTW 12 พริมาบุณยะเวศ

แฟนๆมิสไทยแลนด์เวิลด์2023 สามารถติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้สาวงามทั้ง20 คนได้ทางเฟซบุ๊กwww.facebook.com/Missthailandworldและสามารถติดตามกิจกรรมรายละเอียดข่าวสารและความเคลื่อนไหวของกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.missthailandworld.netทางอินสตาแกรมMISSTHAILANDWORLD_OFFICIAL ทางTikTok@missthailandworld.of หรือทางไลน์ออฟฟิเชียล@missthailandworldและสามารถติดตามชมรายการพิเศษ“Road to Miss Thailand World 2023″ได้ทางช่อง7HD กด35

‘กสศ.’ผนึก’สหภาพแรงงานปราจีนบุรี’ค้นหาและพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757975

'กสศ.'ผนึก'สหภาพแรงงานปราจีนบุรี'ค้นหาและพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา

‘กสศ.’ผนึก’สหภาพแรงงานปราจีนบุรี’ค้นหาและพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.04 น.

“กสศ.” สนับสนุนภาคีเครือข่าย “สหภาพแรงงานปราจีนบุรี” ค้นหาและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่เยาวชนนอกระบบการศึกษา จำนวน 50 คน ให้มีทักษะที่หลากหลาย (Multi skills) จุดประกายความคิด “ทักษะอาชีพเสริม” เพิ่มรายได้ระหว่างทำงานประจำในโรงงาน พร้อมหนุนเสริม “ทักษะชีวิต” และ “ทักษะวิชาการ” เตรียมพร้อมปรับตัวให้เท่าทันการจ้างงานในอนาคตหากต้องถูกหุ่นยนต์ เอไอ แรงงานต่างด้าวแย่งงาน หรือ โดนเลิกจ้างกระทันหันจากปัญหาเศรษฐกิจเปราะบาง

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ โครงการพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา ปี 2566 สนับสนุนภาคีเครือข่าย “สหภาพแรงงานปราจีนบุรี” เข้ามาเป็นกลไกการทำงานเชิงพื้นที่ในการค้นหาเยาวชนนอกระบบการศึกษา อายุระหว่าง 15 – 24 ปี ในเขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และชุมชนโดยรอบ จำนวน 50 คน ด้วยการสำรวจข้อมูลสาเหตุของปัญหาและความต้องการเพื่อนำไปสู่การดูแลเป็นรายกรณีและส่งต่อให้ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต” หรือ Life Long Learning ให้มี “ทักษะที่หลากหลาย” (Multi skills)  อาทิ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และ ทักษะวิชาการต่าง ๆ  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมตั้งรับและปรับตัวกับปัญหาเศรษฐกิจเปราะบางและการจ้างงานในอนาคต

สำหรับการพัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา อาทิ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี จะเข้ามาแนะแนวหลักสูตรฝึกอบรมอาชีพเพื่อจุดประกายทางความคิดให้มี “ทักษะอาชีพเสริม” ให้สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการเพิ่มรายได้ระหว่างทำงานประจำในโรงงาน หรือ ช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้จากค่าล่วงเวลา (โอที) และ สำนักงานจัดหางานจังหวัดปราจีนบุรี จะเข้ามาจัดกระบวนการ “ค้นหาศักยภาพ” เพื่อให้เยาวชนนอกระบบการศึกษาได้ค้นพบทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการ ความถนัดและต้นทุนชีวิตของตัวเอง

นอกจากนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี จะเข้ามาให้ความรู้ “ทักษะแรงงานสุขภาวะ” ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน หรือ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขากบินทร์บุรี จะเข้ามาให้ความรู้  “ทักษะทางการเงิน” มีความสำคัญอย่างไรในการเก็บ ออมลงทุนประกอบอาชีพเสริม หรือแก้ปัญหาหนี้สิน รวมถึง “ทักษะการใช้สื่อสร้างสรรค์” เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริม หรือ  เส้นทางสู่ “นักธุรกิจชุมชน” ทำอย่างไรให้สมหวัง จัดกระบวนการเรียนรู้โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี และ โรงเรียนสอนศิลปะการปรุงอาหารไอเชฟ เป็นต้น โดยทุกทักษะที่พัฒนาการเรียนรู้เยาวชนนอกระบบการศึกษา พยายามยึดโยงกับ “อาชีพ” และ “รายได้” เพื่อนำไปสู่การบรรเทา “ปัญหาปากท้อง” เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้การพัฒนาการเรียนรู้ดังกล่าวต้องการตอบโจทย์ปัญหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตที่เยาวชนนอกระบบการศึกษาต้องเผชิญ อาทิ 1. “ดิสรัปชั่น” AI และ หุ่นยนต์ กำลังเข้ามาทดแทนแรงงานคน 2.  “แรงงานต่างด้าว” ผู้ประกอบการนิยมจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานถูกกว่าแรงงานไทย ขณะเดียวกันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่ที่เป็นคนหนุ่มสาวเข้ามาทดแทนแรงงานอาวุโสที่กำลังปลดระวางไม่ทันต่อความต้องการตลาดแรงงาน

3. “ย้ายฐานการผลิต” ย่อมส่งผลต่อการจ้างงานและปัญหาว่างงานตามมา อาทิ โรงงานแห่งหนึ่งย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่มี “อัตราค่าแรงขั้นต่ำถูกกว่า” แต่ “ทักษะฝีมือแรงงานสูงกว่า” ย่อมเกิดปัญหาว่างงานในประเทศที่”อัตราค่าแรงขั้นต่ำสูงกว่า” แต่ “ทักษะฝีมือแรงงานต่ำกว่า” และ 4.”ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ” เช่น วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2562 – 2563 จากปัญหา “คลัสเตอร์โรงงาน” เกิดการติดเชื้อโควิด – 19 เป็นกลุ่มใหญ่จนถึงขั้นผู้ประกอบการต้องสั่งปิดโรงงาน หรือ “มาตรการล็อคดาวน์” ที่จำกัดการเดินทางของพนักงาน จึงทำให้ครอบครัวเยาวชนนอกระบบการศึกษาขาดงาน ขาดรายได้และตกงานในที่สุด หรือ ผลกระทบจาก “การแข่งขันทางธุรกิจ” ระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าคล้าย ๆ กัน หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพลาดพลั้งทางธุรกิจ ย่อมทำให้ยอดขายหรือรายได้ของบริษัทแห่งนั้นลดลง ส่งกระทบต่อชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (โอที) เฉลี่ย 60 บาท/ชั่วโมงของพนักงาน ได้รับรายได้น้อยลง เพราะ “โอที” นับเป็นรายได้สำคัญพอ ๆ กับรายได้ประจำจากค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยวันละ 370 บาท หรือประมาณเดือนละ 9 พันกว่าบาท

สิ่งสำคัญของโครงการ กสศ. มุ่งสร้างกลไกลการทำงานเชิงพื้นที่ในการค้นหาเยาวชนนอกระบบการศึกษา ทางกลุ่มสหภาพแรงงานปราจีนบุรี จึงได้ตั้ง “ทีมพี่เลี้ยง” ประมาณ 20 คน วางเป้าหมายค้นพบกลุ่มเป้าหมาย คิดเป็น 1% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดที่ทำงานในโรงงาน อาทิ บริษัท อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ สหภาพแรงงานฮิตาชิแห่งประเทศไทย มีพนักงานประมาณ  3 พันคน หรือคิดเป็น 30 คน  , บริษัท ไฮเออร์ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  หรือ สหภาพแรงงานซันโยแห่งประเทศ มีพนักงานประมาณ  1 พันคน หรือคิดเป็น  10 คน  และ บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย “ปลาสวรรค์ทาโร่” หรือ สหภาพแรงงานอาหารแห่งประเทศไทย มีพนักงานประมาณ 1 พันคน  หรือคิดเป็น  10 คน พร้อมไปประสานงานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนโดยรอบ อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้แต่วัด “พระอธิการสิริลักษณ์ ธีรวังโส” เจ้าอาวาสวัดรัตนเนตตาราม หรือ วัดล้านหอย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้กลุ่มสหภาพแรงงานปราจีนบุรี เปรียบเสมือน “พ่อแม่คนที่สอง” ของเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ทำงานในโรงงานทำหน้าที่ดูแล “สิทธิการจ้างงาน” ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการและค่าตอบแทนจากการทำงานอย่างเป็นธรรม แต่เมื่อมาร่วมทำงานกับ กสศ.จะได้เข้ามาดูแล “สิทธิด้านการศึกษา” อีกทางหนึ่ง

นายธีระพงษ์  อุ่นฤดี  ประธานสหภาพแรงงานซันโยแห่งประเทศไทย หรือ “โรงงานไฮเอร์” กล่าวถึงแนวทางการค้นหากลุ่มเป้าหมายของ “ทีมพี่เลี้ยง” เปิดสำนักงานในวันอาทิตย์เป็นสถานที่รับสมัคร พร้อมกำชับให้น้อง ๆ ไปสื่อสารต่อแบบ “ปากต่อปาก” กับเพื่อน ๆ ที่ทำงานในโรงงานให้มาสมัครกับทีมพี่เลี้ยง พร้อมเปิดช่องทางการสื่อสารภายใน “กลุ่มไลน์” ระหว่างน้อง ๆ กับทีมพี่เลี้ยงเพื่อประสานงานให้มาร่วมกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้

นายปัญญา ตลุกไธสง ประธานสหภาพแรงงานฮิตาชิแห่งประเทศไทย กล่าวเสนอแนวทางต่อหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี “ปลดล็อกระบบราชการ” เพื่อเปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนนอกระบบการศึกษาได้พัฒนาทักษะอาชีพ ในช่วงวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของพนักงานโรงงาน เพราะไม่สามารถไปเข้าร่วมฝึกอบรมได้ในช่วงวันจันทร์ – ศุกร์ ตามเวลาราชการได้ เพราะต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จึงอยากมีพื้นที่เรียนรู้ทักษะอาชีพ ในวันอาทิตย์ เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์จ้างงานในพื้นที่บางโรงงานปรับลดการให้พนักงานทำ “โอที” น้อยลง จึงควรส่งเสริมเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้ได้ใช้เวลาว่างช่วงที่ไม่มี “โอที” หรือ “หลังเลิกงาน” ให้เกิดประโยชน์จากการมีอาชีพเสริมตามความต้องการและความถนัด หรืออาจจุดประกายจนกลายเป็นอาชีพหลักในอนาคต นับเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนนอกระบบการศึกษาในภาคอุตสาหกรรมได้ในระดับหนึ่ง

‘ปิยบุตร’ ตัดพ้อก้าวไกล ไร้น้ำใจ กับ ‘ช่อพรรณิการ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559078

21 ก.ย. 2566

'ปิยบุตร' ตัดพ้อก้าวไกล ไร้น้ำใจ กับ 'ช่อพรรณิการ์'

เตรียมแถลงวิจารณ์การตัดสิทธิการเมือง ‘ช่อพรรณิการ์’ ‘ปิยบุตร’ มองว่าพรรคก้าวไกล ไม่แสดงท่าทีใดๆอย่างเป็นทางการ

ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แกนนำคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นผ่านโลกออนไลน์ กรณีศาลฎีกาตัดสิทธิการเมือง ช่อพรรณิการ์ แต่กลับไม่มีการสื่อสารอย่างเป็นทางการออกมาจากพรรคก้าวไกลว่า

ทำให้รู้สึกได้ว่าพรรคก้าวไกล ไร้น้ำใจกับ ช่อ มากเกินไป แม้จะมี สส.บางคนคนแสดงความไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง แต่ไม่มีการแถลงหรือวิจารณ์ใดๆออกจากพรรคก้าวไกลแม้แต่น้อย

แม้ช่อพรรณิการ์จะไม่ใช่สมาชิกพรรคก้าวไกล แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการแสดงความเห็นของพรรคการเมืองยังไม่นับว่าช่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคก้าวไกลด้วย ในขณะที่ ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล และผู้สนับสนุนพรรคอื่น ยังแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง แต่พรรคก้าวไกลกลับ เงียบกริบ

เมื่อไม่มีการแสดงท่าทีจากพรรคก้าวไกล ก็เตรียมแถลงวิจารณ์คดีนี้เอง โดยระบุว่าการวิจารณ์คดีนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการปกป้องช่อพรรณิการ์ แต่เป็นการวิจารณ์ความผิดปกติของระบบรัฐธรรมนูญ และถ้าพรรคก้าวไกลมีความมุ่งมั่นในเรื่องการทำรัฐธรรมนูญใหม่ การออกแบบสถาบันการเมือง ก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้

ปิยบุตรบอกอีกว่าส่วนตัววิจารณ์เรื่องการตัดสิทธิการเมืองมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณปารีณาโดนตัดสิทธิ์ วันนี้ได้เห็นน้ำใจของปารีณา แสดงความไม่เห็นด้วย ก็น่ายินดีอย่างยิ่ง

‘กรมราชทัณฑ์’ แจง ‘ทักษิณ’ ยังจำเป็นรักษาตัวต่อนอกเรือนจำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559061

20 ก.ย. 2566

'กรมราชทัณฑ์' แจง 'ทักษิณ' ยังจำเป็นรักษาตัวต่อนอกเรือนจำ

‘กรมราชทัณฑ์’ เผยได้รับหนังสือจาก ‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ’ แจง ‘ทักษิณ’ ยังจำเป็นรักษาตัวต่อนอกเรือนจำ หลังครบ 30 วันพรุ่งนี้

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงประเด็นที่สื่อให้ความสนใจ กรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ในความควบคุมของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และต่อมามีอาการป่วยฉุกเฉินต้องส่งตัวออกรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลตำรวจในคืนดังกล่าว โดยจะครบระยะเวลา 30 วัน ที่ส่งตัวออกไปรักษาพยาบาลภายนอก ในวันพรุ่งนี้ (21 กันยายน 2566)

กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 กำหนดไว้ว่า กรณีผู้ต้องขังพักรักษาตัวนอกเรือนจำเกินกว่า 30 วัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดีพร้อมความเห็นของแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมราชทัณฑ์ได้รับหนังสือจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รายงานความเห็นแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ระบุเหตุผลความจำเป็น ฃของนายทักษิณ ที่ต้องรักษาเกิน 30 วัน เนื่องจากการรักษายังไม่สิ้นสุดเพราะได้เข้ารับการผ่าตัด และยังคงต้องรักษาตัวอยู่ต่อ ณ โรงพยาบาลตำรวจ 

ทั้งนี้ในห้วงระยะเวลาปี งบประมาณ พ.ศ.2566 กรมราชทัณฑ์มีสถิติผู้ต้องขังรักษาตัวนอกเรือนจำเกินกว่าสามสิบวัน จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศกว่า 140 ราย และในเดือนนี้มีสถิติ จำนวน 14 ราย ที่เสนอมายังกรมราชทัณฑ์ (รวมกรณีนายทักษิณฯ) และกรมราชทัณฑ์ได้เห็นชอบตามความเห็นของแพทย์ที่ทำการรักษาเสนอมา โดยที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามความเห็นแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วย และคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ ส่วนรายละเอียดของผู้ป่วยทุกราย ตามกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยให้ทราบได้ 

‘เจี๊ยบ อมรัตน์ ‘ แจ้งเลขาฯ ก้าวไกล ให้ตัดสิทธิเสนอชื่อ -รับผิดปะทะคนบนเฟซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559058

20 ก.ย. 2566

'เจี๊ยบ อมรัตน์ ' แจ้งเลขาฯ ก้าวไกล ให้ตัดสิทธิเสนอชื่อ  -รับผิดปะทะคนบนเฟซ

รับสภาพ ที่ไม่อดทน อดกลั้นเพียงพอ จากการเปิดศึกล่า คนบนโลกออกไลน์ ที่เผยแพร่ข้อมูลสร้างความเสียหาย ลงเอย “เจี๊ยบ อมรัตน์ ” อมรัตน์ โชคปมิตรกุล โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงเจตนารมณ์ผ่านไปยัง เลขาธิการพรรคก้าวไกล ขอให้พรรคตัดสิทธิการรับตำแหน่ง

นางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษานายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล  ได้ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์   Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล  แสดงจุดยืนของเจ้าตัวว่า  ได้แสดงความประสงค์  ผ่านไปยัง นายชัยธวัช  ตุลาธน  เลขาธิการพรรคก้าวไกล   ด้วยการขอให้พรรคตัดสิทธิการเสนอชื่อ เข้าดำรงตำแหน่งใดในพรรค  ถือเป็นการ แสดงออก  ขอโทษไปถึงทุกฝ่าย ต้องสิ่งที่ได้กระทำลงไป  น้อมรับทุกคำวิจารณ์ เป็นบทเรียนในการปฏิบัติตน 

นางอมรัตน์ โชคปมิตรกุล  ” เจี๊ยบ อมรัตน์”  กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล  ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จ.นครปฐม  ได้ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์บอกเล่า ถึงการต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง  หลังจากมีผู้ใช้งานบนสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ข้อความพาดพิงในหลายเรื่อง ๆ  โดยนางอมรัตน์ ซึ่งแกะรอย จนเชื่อมั่นว่าผู้ที่กล่าวหาตน มีหลักแหล่งอยู่ที่ใด จึงได้เข้าไปหาและเจรจากับทางผู้บริหาร  หรือ  นายจ้างที่ผู้ก่อเหตุทำงานให้ ในฐานะพนักงาน  ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบจริยธรรมของนางอมรัตน์   อ้างถึงการข่มขู่ คุกคาม ที่ตามไปถึงที่ทำงานหรือ ที่พักอาศัย 

นางอมรัตน์   ระบุว่าการติดตามหาบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่การคุกคาม เพราะดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ การโพสต์ข้อความดังกล่าวบนโลกออนไลน์ บ่งชี้ถึงการติดตามผู้ที่ก่อเหตุ  เพราะเชื่อว่า จะต้องใช้มาตรการทางสังคมกับบุคลที่ไม่มีตัวตน   อย่างไรก็ตามกรณีของนางอมรัตน์ ก็เป็นคำถามอีกด้าน ถึงการทำผิด  พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   ซึ่งต่อมานางอมรัตน์  แสดงท่าทีพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น นับจากนี้  อันมีที่มาจากการอดทน อดกลั้น ไม่เพียงพอ  

'เจี๊ยบ อมรัตน์ ' แจ้งเลขาฯ ก้าวไกล ให้ตัดสิทธิเสนอชื่อ  -รับผิดปะทะคนบนเฟซ