ช่อง 3 กวาด6 สาขารางวัล นาฏราช ครั้งที่ 14 ‘สรยุทธ-โหนกระแส’ คว้ารางวัลข่าว’ญาญ่า’นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757321

ช่อง 3 กวาด6 สาขารางวัล นาฏราช ครั้งที่ 14 'สรยุทธ-โหนกระแส' คว้ารางวัลข่าว'ญาญ่า'นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

ช่อง 3 กวาด6 สาขารางวัล นาฏราช ครั้งที่ 14 ‘สรยุทธ-โหนกระแส’ คว้ารางวัลข่าว’ญาญ่า’นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.46 น.

ช่อง 3และคนบันเทิงร่วมยินดี งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เพื่อประกาศผลงานดีเด่นแห่งความยอดเยี่ยมของรางวัลในสาขาต่าง ๆ ให้กับคนทำงานทั้งวิทยุโทรทัศน์ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดอีกหนึ่งเวทีให้กับผู้ได้รับรางวัลทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคนซึ่งปีนี้ช่อง 3 ได้รับรางวัลไปถึง 6 สาขารางวัล

เริ่มที่รางวัลด้านข่าว“รายการเล่าข่าวยอดเยี่ยม”ได้แก่ รายการ“เรื่องเล่าเช้านี้”ที่รายงานข่าวอย่างเข้มข้น กับคนคุ้นเคยจนโดนใจคอข่าวไปทั่วประเทศและต้องแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่องเพราะรางวัล “ผู้ประกาศข่าวชายยอดเยี่ยม”ในปีนี้หัวเรือใหญ่ผู้คร่ำหวอดในสายงานข่าวอย่าง“สรยุทธ สุทัศนะจินดา” คว้าความยอดเยี่ยมไปครองสมความคาดหมายต่อด้วยรางวัล“รายการฮาร์ดทอล์คยอดเยี่ยม”ตกเป็นของ“โหนกระแส”รายการที่มีแขกรับเชิญมาร่วมทอล์คถึงประเด็นข่าวสำคัญที่กำลังอยู่ในกระแสอย่างออกรสจนได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ชม

และสำหรับด้านละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยมก็ได้รับไปถึง 3 สาขารางวัล ได้แก่ “ดารานำหญิงยอดเยี่ยม”ตกเป็นของนักแสดงมากความสามารถ“ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์”จากละครเรื่อง “คือเธอ”ซึ่ง ญาญ่าจัดเป็นนักแสดงที่ยิ่งนานวันความสามารถยิ่งเป็นที่น่าจับตา ต่อด้วยรางวัล “สมทบหญิงยอดเยี่ยม”เป็นของนักแสดงสาวตัวแม่แห่งวงการบันเทิง“ใหม่ เจริญปุระ”จากละครเรื่อง “สาปซ่อนรัก”ซึ่งเป็นอีกบุคคลที่ความสามารถไม่มีขีดจำกัด และสุดท้ายกับรางวัลด้านองค์ประกอบละครยอดเยี่ยม สาขา “กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม”ได้แก่“สกาวเดือน วชิรบรรจง”บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัดจากละคร “ลายกินรี”

จากผลรางวัลที่ได้รับในทุกสาขารางวัลล้วนสร้างคุณค่าและความยินดีให้กับคนทำงานทุกคนของ ช่อง 3ซึ่งยังได้ส่งพิธีกรสายบันเทิง อย่าง“สายฝน ชีช้าง”ร่วมดำเนินรายการทำหน้าที่พิธีกรประกาศผลรางวัลเวที‘นาฏราช’คู่กับพิธีกรดัง “แป๋ว พัทรวี บุญประเสริฐ”เป็นครั้งแรกอีกด้วยซึ่งได้สร้างให้เกิดสีสันและความโดดเด่นเป็นอย่างมากเรียกว่าประกาศรางวัลไปลุ้นไปพร้อมกันเลยทีเดียว

สำหรับงานประกาศผลรางวัลเวที“นาฏราช ครั้งที่ 14”จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 ถ่ายทอดสดจาก The Intelligent Studio ของบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ผ่านทางเฟซบุ๊กของสมาพันธ์ฯ (เพจ “หน้าจอ”) ตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:30 น.

‘นิว -จิ๋ว’ ปลื้ม ‘จมน้ำตา’ แรงดีไม่ตก ยอดยูทูบพุ่ง 10 ล้านวิว!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757320

'นิว -จิ๋ว' ปลื้ม 'จมน้ำตา' แรงดีไม่ตก ยอดยูทูบพุ่ง 10 ล้านวิว!!

‘นิว -จิ๋ว’ ปลื้ม ‘จมน้ำตา’ แรงดีไม่ตก ยอดยูทูบพุ่ง 10 ล้านวิว!!

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.45 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลฮอตในโลกโซเชียล  สำหรับเพลง  “จมน้ำตา ” Ost. มณีพยาบาท เพลงเพราะอารมณ์สุดจมดิ่ง ของ ดีวาดูโอ  “นิว จิ๋ว” สังกัด White  Music ในเครือ GMM MUSIC  กับคลิปวิดีโอ cover  ของน้องไข่ตุ๋น   The Voice Kids ที่หยิบนำไป cover ได้สุดไพเราะ  ถูกอกถูกใจชาวโซเชียล Tiktokอย่างแรง และสายTikTokersยังหยิบแผ่นเสียง “จมน้ำตา” มาcover ต่อกันเป็นจำนวนมาก  ส่งผลทำให้ยอดวิวบนยูทูบพุ่งแรงถึง 10 ล้านวิวแล้วเรียบร้อย นอกจากเพลง “จมน้ำตา” แฟนๆ ยังตามมาฟังผลงานซิงเกิลล่าสุด  “ที่ดีก็ไม่ได้ ที่ได้ ก็ไม่ดี” ของ “นิวจิ๋ว” ที่เพิ่งปล่อยออกมาให้ฟังหมาดๆ จนยอดวิวพุ่งแรงเช่นกัน… เห็นกระแสตอบรับดีขนาดนี้ ทำเอา 2 สาว “นิว จิ๋ว” ปลื้มสุดๆ ไปเลย

สามารถติดตามข่าวสารของ “นิวจิ๋ว” เพิ่มเติมได้ทาง : https://www.facebook.com/whitemusicrecord/ , https://www.facebook.com/newjiew

#NEWJIEW #จมน้ำตา  #ที่ดีก็ไม่ได้_ที่ได้ก็ไม่ดี#WhiteMusicRecord#GMMGRAMMY #GMMMUSIC

‘คริสติน่า อากีล่าร์’นุ่งชุดเดรสซีทรู โชว์ทีเด็ดในวัย 56

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757302

'คริสติน่า อากีล่าร์'นุ่งชุดเดรสซีทรู โชว์ทีเด็ดในวัย 56

‘คริสติน่า อากีล่าร์’นุ่งชุดเดรสซีทรู โชว์ทีเด็ดในวัย 56

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 10.38 น.

18 ก.ย.66 ถือเป็นอีกหนึ่งนักร้องซุปตาร์ดาวค้างฟ้า สำหรับ “คริสติน่า อากีล่าร์” เจ้าของฉายา Queen of Dance เมืองไทย แม้จะอายุ 56 ปีแล้ว แต่ความแซ๋บยังคงเดิมไม่เปลี่ยนจริงๆ

ล่าสุด คริสติน่า อากีล่าร์ ทำอินสตาแกรมลุกเป็นไฟ หลังโพสต์ภาพโชว์ทีเด็ดในชุดเดรสซีทรูสีดำ โดยท่อนบนมีความแหวกเว้าอวดอึ๋มสุดสะบึม ต้องบอกเลยว่า แซ่บนัวเกินต้าน เต็มสิบไม่หักจริงๆ

‘ปัญญา นิรันดร์กุล’ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2566 ในงานครบรอบ 34 ปี เวิร์คพอยท์กรุ๊ป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757219

‘ปัญญา นิรันดร์กุล’ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2566  ในงานครบรอบ 34 ปี เวิร์คพอยท์กรุ๊ป

‘ปัญญา นิรันดร์กุล’ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2566 ในงานครบรอบ 34 ปี เวิร์คพอยท์กรุ๊ป

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในโอกาสครบรอบ 34 ปี เวิร์คพอยท์กรุ๊ปวันที่ 11 กันยายน 2566 มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศลโดย คุณปัญญา นิรันดร์กุล เป็นประธานในพิธีและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2566 ให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเปรมประชากรจำนวน 40 ทุน รวมถึงบุตรธิดาพนักงาน ที่เป็นครอบครัวเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ปฏิบัติหน้าที่ทำงานในบริษัทอย่างขยันขันแข็งมาโดยตลอด จำนวน 23 ครอบครัวรวมทั้งสิ้น 63 ทุน โดย “คุณปัญญา”กล่าวถึงงานวันนี้ว่า

“วันนี้เป็นวันครบรอบ 34 ปี เวิร์คพอยท์ หนึ่งในกิจกรรมก็เป็นการมอบทุนให้เด็ก ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล ซึ่งช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน สำหรับเด็กๆ ที่มารับทุนการศึกษาในวันนี้มาจาก รร.วัดเปรมประชากร ก็เป็นรร.ที่ตั้งอยู่ข้างๆ บริษัท รวมทั้งลูกๆ ของพนักงานของบริษัทด้วยที่เรียนดี ตั้งใจเรียน พ่อแม่ก็มาทำงานกัน ก็ยินดีกับทุกคนด้วยครับ” มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล ดำเนินงานช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน การศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มูลนิธิให้ความสำคัญ เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เพื่อให้เด็กไทยมีศักยภาพ พร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต

‘ไมค์-ภัทรเดช’ ปลื้ม ‘รางวัลที่ 1’ เปิดวิทยุมากที่สุดอันดับ 6 บน Intensive Watch

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757220

‘ไมค์-ภัทรเดช’ ปลื้ม ‘รางวัลที่ 1’ เปิดวิทยุมากที่สุดอันดับ 6 บน Intensive Watch

‘ไมค์-ภัทรเดช’ ปลื้ม ‘รางวัลที่ 1’ เปิดวิทยุมากที่สุดอันดับ 6 บน Intensive Watch

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยิ้มแก้มปริ ใจฟูสุดๆ ไปเลย! สำหรับพระเอกหนุ่มสุดฮอตมากความสามารถ “ไมค์-ภัทรเดช” หลังจากเดบิวต์จับไมค์เป็นศิลปิน ปล่อยซิงเกิ้ลแรก “รางวัลที่ 1” กับค่าย SoulMade Sound สังกัด Tero Music ภายใต้การดูแลของ “เอก Season Five” ก็เรียกเสียงฮือฮาพร้อมได้กระแสตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ ล่าสุดก็ทำเอาเจ้าตัวปลื้มยิ่งขึ้นไปอีก เพราะซิงเกิ้ล “รางวัลที่ 1” ฮิตแรง!!คว้าอันดับ 6 บน Intensive Watch Weekly Music Chart เพลงไทยสากลที่ถูกเปิดมากที่สุดบนสถานีวิทยุทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำสัปดาห์ที่ 36/2023 (03.09.2023 – 09.09.2023)

โดย ไมค์ เผยความรู้สึกอย่างตื่นเต้นว่า “ ดีใจมากๆ ครับ ที่จริงก็ดีใจตั้งแต่เพลงเข้าชาร์ตอยู่อันดับที่ 15, 16 แล้ว เพราะเห็นแฟนคลับแท็กในอินสตาแกรม มา และอาทิตย์นี้เพลง “รางวัลที่ 1” ก็ไต่มาถึงอันดับ 6ก็ดีใจที่มีคนชอบเพลงของเรา เพราะเป็นเพลงแรกที่เปิดตัวเราในฐานะศิลปิน ขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนฟังแล้วมีความสุข ขอบคุณที่แชร์เพลงนี้กับคนที่ตัวเองรัก เห็นแบบนี้แล้วผมใจฟูเลยครับ แล้วก็เร็วๆ นี้ ผมจะมีเพลงใหม่ในโปรเจกท์พิเศษปล่อยออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันต่อเนื่องด้วย แต่ว่าจะเป็นโปรเจกท์อะไร เพลงสไตล์ไหน ต้องรอติดตามครับ แต่บอกว่าเป็นโปรเจกท์ที่พิเศษจริงๆ พิเศษทั้งเพลง-เอ็มวีเลย ตื่นเต้นมาก ยังไงก็ขอฝากด้วยนะครับ” จัดได้ว่าเป็นพระเอกหนุ่มหล่อ เก่ง ครบเครื่องซะจริงๆ แบบนี้จะไม่ให้แฟนๆหลงเสน่ห์ได้ยังไงจ๊ะ

ฮอตไม่เบา! ‘แพทตี้’นุ่งบิกินีลงสระ พาน้องหมาลงเล่นน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757185

ฮอตไม่เบา! 'แพทตี้'นุ่งบิกินีลงสระ พาน้องหมาลงเล่นน้ำ

ฮอตไม่เบา! ‘แพทตี้’นุ่งบิกินีลงสระ พาน้องหมาลงเล่นน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.40 น.

17 ก.ย.66 ถึงจะแต่งงานแล้ว แต่ความหวานก็ไม่มีแผ่วเลยจริงๆ สำหรับคู่ของนักร้องหนุ่ม “แดน วรเวช” กับภรรยาสาวคนสวย “แพทตี้ อังศุมาลิน” 

โดยล่าสุด แพทตี้ และ แดน วรเวช ได้เผยคลิปวิดีโอขณะพาน้องหมา น้องนีออน ลงว่ายน้ำเล่น ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นต่างก็พากันยิ้มตามให้กับความน่ารักทั้งคนทั้งน้องหมา แต่งานนี้ก็ทำเอาหลายคนต่างโฟกัสผิดจุด เพราะชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาวที่ แพทตี้ สวมใส่อยู่นั้น ทำเอาความเซ็กซี่กระแทกตาเต็มๆ เลยทีเดียว

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’ ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757222

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’  ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’ ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทดฟันด์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่“โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส” ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2566ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ผลิตและการบริการชีวินทรีย์เกษตรและศูนย์สาธิตและพัฒนานวัตกรรมเกษตรเทิดพระเกียรติ ร.9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับทุนโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) โปรแกรม “Proof of Concept” จากกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เทดฟันด์) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิต-นักศึกษา และบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี มีการสนับสนุนทุนใน 2 โปรแกรม หลัก คือ 1.Ideation Incentive Program (IDEA) สนับสนุนทุนมูลค่า 100,000 บาท เป็นรูปแบบทุนให้เปล่าเพื่อให้ผู้ประกอบการได้พิสูจน์แนวความคิดและความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจ

ต่อมาคือ 2.โปรแกรม Proof of Concept (POC) โดยโปรแกรมนี้ จะสนับสนุนทุนตั้งแต่ 750,000-1,500,000 บาท เป็นรูปแบบทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและนำไปพิสูจน์ความเป็นไปได้ด้านการตลาด และในปีงบประมาณ 2567 เทดฟันด์ มีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเติบโตต่อไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้มีมติให้ เทดฟันด์ ดำเนินโครงการ TED Matching Fund ผ่านกลไกความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งโครงการ TED Matching Fund จะสนับสนุนงบอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เติบโตในระยะ Seed ถึง Series – A วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท/ต่อโครงการ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจให้เติบโต

“มีเงื่อนไขว่า จะต้องได้รับการร่วมลงทุนและการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผู้ร่วมลงทุนที่ขึ้นทะเบียนกับเทดฟันด์เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการ ซึ่งผู้ขอรับทุนจะมีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 5 ปี และเมื่อผู้ประกอบการดำเนินงานโครงการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และเป็นไปตามตัวชี้วัดของโครงการที่วางไว้ ผู้รับทุนต้องส่งคืนเงินตามมูลค่าที่ได้รับการสนับสนุน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราที่ผู้ให้ทุนกำหนด” นายชาญวิทย์ กล่าว

ด้าน น.ส.ปรารถนา อัตตะมณี กรรมการผู้จัดการบริษัท วลัยไบโอคอนโทรล จำกัด กล่าวว่า โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล ที่เทดฟันด์ให้ทุนสนับสนุนเป็นชีวภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่สุดในปัจจุบัน ทั้งพืชขาดธาตุอาหาร ความเสียหายจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช การเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางการเกษตรที่เกิดจากการดูแลพืชไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตพืชด้อยคุณภาพและลดปริมาณลงเรื่อยๆ เป็นต้น

ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนและขาดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัสภายใต้การดูแลและบ่มเพาะโดยเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงผลิตชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส มาแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนำเชื้อและสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการปลูกพืช 5 องค์ประกอบมาผสมกัน ได้แก่ 1.เชื้อรา Trichoderma asperellum NST-009 สำหรับควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

2.เชื้อรา Metarhizium anisopliae WU-003 สำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเน้นกลุ่มด้วงและหนอนผีเสื้อ 3. เชื้อรา Beauveria bassiana WU-002 สำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเน้นกลุ่มเพลี้ย ไรแดง และหนอนผีเสื้อ 4.ธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต (แคลเซียมและแมกนีเซียม) เสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช และเพิ่มศักยภาพกลไกของเซลล์พืชในการต่อสู้กับศัตรูพืช

และ 5.สารเสริมความแข็งแรงและกระตุ้นการงอกของสปอร์เชื้อราปฏิปักษ์ ทำให้สปอร์เชื้อราปฏิปักษ์ทั้ง 3 ชนิด มีอัตราการงอกของสปอร์สูงขึ้น (ความมีชีวิตรอด) และลดระยะเวลาของการงอกของสปอร์ช้าลง ทั้งนี้ ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ใช้กับพืชได้ทุกชนิดเพราะผ่านการทดสอบ โดยศูนย์ผลิตและบริการชีวินทรีย์เกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าสามารถควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราได้ถึง 31 โรค

“เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โรคแอนแทรคโนส โรคเน่าระดับดิน โรคใบจุด และโรคใบไหม้ เป็นต้น ในพืช 14 ชนิด เช่น ทุเรียน พืชตระกูลส้ม ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว พืชผักต่างๆ และไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ 12 ชนิด เช่น ด้วงแรดมะพร้าว เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ไรแดงและหนอนผีเสื้อต่างๆ เป็นต้น และมีธาตุอาหารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด” น.ส.ปรารถนา ระบุ

สำหรับ วิธีการใช้งานรูปแบบผงสปอร์ในพื้นที่แปลงปลูกพืชทำได้ง่ายๆ โดยผสมน้ำตามอัตราที่ฉลากกำหนดพร้อมทั้งคนให้เข้ากันก่อนพ่นบนต้นพืชทั้งต้นที่ต้องการป้องกันความเสียหายจากศัตรูพืช และต้นที่เป็นโรค โดนแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย หรือต้นไม่สมบูรณ์เพราะขาดธาตุอาหาร โดยพ่นให้ชุ่มทั่วต้นพืช ในช่วงเวลาตอนเย็น จะช่วยป้องกันการเกิดโรค ป้องกันแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย ป้องกันการขาดธาตุอาหาร และรักษาต้นพืชที่เป็นโรค โดนแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย และแสดงอาการขาดธาตุอาหารได้

การันตีความปลอดภัย ทั้งต่อผู้ใช้งาน ผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมระดับสากลตามมาตรฐานองค์กร Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) โดยห้องปฏิบัติการมาตรฐาน Good Laboratory Practice (GLP) จากต่างประเทศ ดังนั้น ชีวภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส จึงเป็นนวัตกรรมชีวภัณฑ์ที่สุดล้ำและตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุดในปัจจุบัน โดยผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://tedfund.mhesi.go.th/ หรือสอบถามข้อมูลการสนับสนุนทุนเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : @tedfund

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระวโรกาสให้’ขรก.ระดับสูงมหาดไทย’ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757177

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานพระวโรกาสให้'ขรก.ระดับสูงมหาดไทย'ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระวโรกาสให้’ขรก.ระดับสูงมหาดไทย’ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.47 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้ารับประทานพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันที่ 17 กันยายน 2566 เวลา 09.39 น.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำอธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 พร้อมคู่สมรส รวม 41 คน เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ และรับประทานพร เพื่อความเป็นสิริมงคล

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายเครื่องสักการะ และกราบทูลถวายรายงาน แล้วเบิก นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะผู้แทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ พร้อมด้วย นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ คู่สมรส ถวายเครื่องสักการะ

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาท ความว่า “อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการ ต่อข้าราชการและชาวกระทรวงมหาดไทยทุกท่าน ที่ได้มาเยี่ยมเยือนกันในวันนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสพิเศษ ที่อาตมภาพจะได้แสดงมุทิตาจิตต่อผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน ตามที่ท่านผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกษียณอายุราชการ ได้สร้างสรรค์มาด้วยดี ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา

ผู้เกษียณอายุราชการ คือ ผู้อาวุโสอย่างสมบูรณ์ การเจริญวัยล่วงมาโดยสวัสดิภาพถึงเขตนี้ ย่อมต้องผ่านประสบการณ์ ตามสำนวนไทยที่เรียกว่า “ผ่านร้อนผ่านหนาว” มามาก การผ่านฤดูกาลที่ร้อนและหนาวมาถึง 6 ทศวรรษ สมควรที่ผู้สูงวัยจักได้ไตร่ตรองถึงการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านไปแล้วในอดีตให้ถี่ถ้วน ว่าเราได้กระทำสิ่งใดเหมาะสมถูกต้อง เป็นประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่นไว้บ้าง ในขณะเดียวกัน ก็ต้องกล้าหาญพอที่จะยอมรับกับตนเองว่า เราได้กระทำสิ่งใดไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ไม่สมควร เป็นโทษทุกข์แก่ตน และแก่ผู้อื่นไว้บ้าง

การคิดทบทวนด้วยความเอาใจใส่ ด้วย “จิตตะ” และมุ่งแก้ไขปรับปรุงตนให้ดียิ่งขึ้นด้วย “วิมังสา” เช่นนี้ คือ กระบวนการศึกษาและพัฒนาตนเองตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อชีวิตข้างหน้าที่เหลือของทุกคน จักได้ดำเนินไปอย่างรอบคอบที่สุดในขณะปัจจุบัน โดยไม่เผลอก้าวพลาดกระทำผิดซ้ำรอยเดิม ให้เป็นที่น่าอับอายแก่ลูกหลานและคนรุ่นหลัง ท่านต้องตั้งตนเป็นผู้พร้อมพรั่งด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา ในอันที่จะเพิ่มพูนความดีงามในชีวิตให้ทวีคูณยิ่ง ๆ ขึ้นกว่าเก่า ให้สามารถดำรงตนเป็นร่มเงาอันร่มเย็นของครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศชาติได้ ให้สมฐานะของร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นผู้ใหญ่วัยเกษียณที่น่ารักน่าเคารพตลอดไป

ขออำนวยพรให้ข้าราชการบำนาญ และสาธุชนทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เต็มเปี่ยมด้วยสรรพกำลังโดยชอบธรรม ในอันที่จะคอยช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษา และเป็นแบบอย่างอันดีงามของชาวกระทรวงมหาดไทยรุ่นหลัง ในการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ของประชาชน ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ตลอดกาลนาน เทอญ”

– 006

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า – ส่วนราชการ ย้ำ 10 นโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558820

18 ก.ย. 2566

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า - ส่วนราชการ  ย้ำ 10 นโยบาย

มท.1 มอบนโยบายผู้ว่าฯ – หัวหน้าสำนักงานจังหวัด – ปลัดจังหวัด ย้ำ 10 นโยบายสำคัญ ชูความเป็นทีมมหาดไทย ทำงานแบบพี่น้อง

ที่ห้อง Convention ชั้น 4 อาคาร Convention Center โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า - ส่วนราชการ  ย้ำ 10 นโยบาย

เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า - ส่วนราชการ  ย้ำ 10 นโยบาย

หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานระดับกอง/สำนัก ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุม โดยถ่ายทอดสดการประชุมไปยังศาลากลางจังหวัด ที่ทำการปกครองอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ผ่านระบบ DOPA Channel

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า - ส่วนราชการ  ย้ำ 10 นโยบาย

นายอนุทิน กล่าวว่า พวกเราทุกคนเป็นคนที่คุ้นเคยกัน เราทุกคนเป็นพี่ เป็นน้อง  เป็นทีมมหาดไทย ที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 จึงถือได้ว่ารัฐบาลมีภารกิจและอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ จึงเป็นคำสัญญาที่เราจะต้องทำร่วมกันเพื่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งก็คือพี่น้องประชาชนของเรา ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้นำแนวนโยบายของรัฐบาลสู่นโยบายสำคัญ 10 ประเด็น ของกระทรวงมหาดไทย ดังนี้

อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่า - ส่วนราชการ  ย้ำ 10 นโยบาย

1. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมไปถึงการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

จึงขอให้ทุกหน่วยงานน้อมนำเอาแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้หลักการทรงงาน การนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและการพัฒนาพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน

2. น้ำดื่มสะอาดฟรี ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ปัจจุบันประชาชนมีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเพิ่มสูงขึ้นจากการซื้อน้ำดื่ม ดังนั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงขอให้การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับภารกิจจากเดิมที่ผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค (น้ำใช้) ให้เพิ่มการผลิตน้ำประปาสะอาดดื่มได้ รวมทั้งขอให้จัดเตรียมความพร้อมรถน้ำดื่มน้ำใช้เพื่อรับมือสถานการณ์เอลนีโญ ติดตั้งเครื่องกรองน้ำในชุมชน ให้บริการน้ำดื่มสะอาดแก่ประชาชนฟรี ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ให้ใช้รถบรรทุกน้ำ ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ ให้บริการประชาชนฟรี และในระยะยาว การประปาต้องพัฒนา ปรับปรุง ให้ประชาชนเชื่อมั่น น้ำประปาดื่มได้

3. การลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของทุกส่วนราชการ เน้นการสร้างต้นแบบให้ประชาชนได้เห็นตัวอย่างของการใช้พลังงานทางเลือก ด้วยการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Cell/ Solar Rooftop ในสถานที่ราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และใช้กับไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมสนับสนุนให้สถานที่ราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality Roadmap) ของแต่ละหน่วยงานเพื่อเป็นแผนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่การขับเคลื่อนนโยบาย Carbon Neutrality ในปี ค.ศ. 2050 ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายน้ำมันของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพิจารณาจัดหารถพลังงานสะอาด อาทิ รถพลังงานไฟฟ้า (EV) ทั้งนี้ ขอให้พิจารณาจัดลำดับหน่วยงานที่มีความพร้อมและทำให้เป็นต้นแบบ เพื่อนำไปสู่การขยายผลนะครับ

4. พลังงานสะอาด มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด โดยสนับสนุนให้มีการติดตั้ง พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย กระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน รวมไปถึงการเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ให้แก่รัฐ ตลอดจนส่งเสริมให้ครัวเรือนและชุมชนสร้างรายได้จากพลังงานสะอาด โดยการจัดตั้งธนาคารคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ทุกจังหวัด เช่น การปลูกไม้ยืนต้น การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน เพื่อจำหน่ายคาร์บอนเครดิตอย่างยุติธรรม และได้รับการยอมรับในระดับสากล 

5. การจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล แน่นอนว่าเรื่องนี้กำลังเป็นที่สนใจของสังคม เมื่อพูดถึงคำว่า ปราบปรามผู้มีอิทธิพล คนทั่วไปมักคิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องมาตั้งหลักกัน ว่าคำว่า “ผู้มีอิทธิพล” ในที่นี้ หมายถึงคนที่ใช้อำนาจที่ตนมีในทางมิชอบ ไม่ว่าจะอำนาจเงิน หรืออำนาจจากสายสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งโดยสามัญสำนึก ทุกคนจะรู้ดีว่าการกระทำอย่างไร คือการใช้อำนาจเหล่านั้นในทางมิชอบ หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย คือ มุ่งเน้นการจัดระเบียบสังคมเพื่อสร้างสังคมให้สงบสุข บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดอบายมุข ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งใดที่ขัดกับความมุ่งหมายนี้ ก็คือสิ่งที่เราต้องใช้กลไกของรัฐในการกำจัดให้สิ้นไป

6. การบริการประชาชนแบบ One Stop Service การมุ่งหน้าสู่ระบบรัฐบาลดิจิทัล เป็นแนวทางสำคัญของรัฐบาล ที่ถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เราจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติราชการ การทำธุรกรรม เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส ซึ่งนอกจากจะอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติราชการ และให้บริการประชาชนมากยิ่งขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ขจัดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริตอีกด้วย โดยเราจะยกระดับแพลตฟอร์มที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือพัฒนาแพลตฟอร์ม e-Service ขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ ต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เกิดระบบที่เสถียรและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

7. การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว หลักการดูแลนักท่องเที่ยวที่สำคัญ คือการสร้าง “ความปลอดภัย  ความสะดวก และแรงดึงดูด” จึงต้องส่งเสริมให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยบูรณาการจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวโดยใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ด้วยระบบ AI อัจฉริยะ ทั้งในด้านสาธารณภัย อุบัติภัย และความปลอดภัยทางถนน

8. การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การผลิต การตลาด และการจำหน่าย “มุ่งเน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน โดยกำหนดมาตรการเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน เช่น การน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต การใช้ประโยชน์จากทุนชุมชน การพักหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมทั้งกำหนดมาตรการ และแนวทางเพื่อเพิ่มรายได้ หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ท่านดำเนินการต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ขอเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนตามอัตลักษณ์ที่โดดเด่น (OTOP) ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการประสานกับภาคเอกชน เพื่อให้เข้าใจแนวโน้มตลาดมากขึ้น การสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ซึ่งจะนำสู่การส่งออกสินค้าเชิงวัฒนธรรม และนำหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ให้ผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่นเป็นหน่วยธุรกิจในการสร้างงานสร้างรายได้ตามแนวทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Economy) ด้วย

9. การแก้ไขปัญหายาเสพติด ต้องเป็นมาตรการเชิงรุก ต้องเน้นป้องกันไม่ใช่ปราบปราม และต้องกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องรับผิดชอบ หากมียาเสพติดในพื้นที่ ผู้รับผิดชอบเขตพื้นที่ต้องรับผิดชอบและรับผิดทางวินัย ฝ่ายปกครองต้องทำงานเชิงรุกและเชิงรบ เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าพื้นที่ตนเอง ต้องล้อมรั้วเขตปกครองตนเอง หากยาเสพติดอยู่บ้านใคร เจ้าของบ้าน เจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบและรับผิดฐานปล่อยปละละเลยให้ยาเสพติด ยาบ้า เข้ามาในบ้าน ในพื้นที่ตัวเอง ต้องมองว่าลูกบ้านคือลูกของเรา เราป้องกันลูกของเราอย่างไร ต้องป้องกันลูกบ้านแบบนั้น ใครเอายาเสพติดเข้าบ้านเรา เราจะจัดการเด็ดขาดอย่างไร ใครเอายาเสพติดเข้าพื้นที่ที่เรารับผิดชอบ เราก็ต้องจัดการเด็ดขาดแบบนั้น ฝ่ายปกครองต้องตื่นตัวและป้องกันยาเสพติดเข้าพื้นที่ตัวเอง ถ้าทุกพื้นที่ป้องกันได้ ยาเสพติดจะไม่มีที่อยู่ในประเทศไทย 

10. สนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ และการเตรียมความพร้อมท้องถิ่นรองรับสังคมผู้สูงอายุ เพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิ และการสร้างเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน โดยสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมยกระดับให้ รพ.สต. เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านที่มีคุณภาพ มีความพร้อมในการให้บริการ โดยให้ความสำคัญกับบุคลากรทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทน และสวัสดิการ และในประเด็นสังคมผู้สูงวัยนั้น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องทำงานกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้มีสถานชีวาภิบาลประจำท้องถิ่น เพื่อบริบาลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีจนวาระสุดท้าย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

คปท. จี้ ‘ผบ.ตร.’ สั่งด่วน ‘แพทย์ใหญ่ ‘ เปิดอาการป่วย-ทีมแพทย์รักษา ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558818

18 ก.ย. 2566

คปท. จี้ 'ผบ.ตร.' สั่งด่วน 'แพทย์ใหญ่ ' เปิดอาการป่วย-ทีมแพทย์รักษา 'ทักษิณ'

‘คปท.’ เรียกร้อง ‘ผบ.ตร.’ สั่งการ ‘แพทย์ใหญ่รพ.ตร. ‘ เปิดอาการป่วยและทีมแพทย์รักษาตัว ‘ทักษิณ’ ใกล้ครบ 30 วัน สังคมยังสงสัยป่วย-ไม่ป่วย เตรียมบุกหา ‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ พิจารณายืดเวลารักษาต่อหรือไม่

นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วยนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เพื่อเรียกร้องขอให้ทางโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยอาการป่วยและรายชื่อแพทย์ที่ทำการรักษาน.ช.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ขณะนี้ หลังอ้างสิทธิ์เป็นผู้ป่วยแล้วย้ายมารักษาตัวนอกเรือนจำ คืนวันที่ 22 สิงหาคม เป็นต้นมา 

นายพิชิต กล่าวว่า การป่วยของนายทักษิณเป็นการกล่าวอ้างไม่ใช่การอ้างป่วยเก่าที่เคยรักษาตัวจากต่างประเทศ เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สังคมเห็นพร้อมกันว่า นายทักษิณมีอาการปกติ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

ดังนั้นการอ้างป่วยด้วยเอกสารรักษาตัวจากต่างประเทศ จึงไม่สามารถนำมาอ้างในการรักษาตัวนอกเรือนจำได้ การป่วยต้องเป็นการป่วยใหม่หลังจากเข้าสู่เรือนจำแล้วและที่สำคัญจำเป็นถึงขั้นต้องรักษาตัวนอกเรือนจำหรือไม่ 

ซึ่งสังคมมีคำถามถึงการใช้อภิสิทธิ์และการปกปิดความจริงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายทักษิณเป็นกรณีพิเศษ และที่ผ่านมานายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีของการเป็นทั้งตำรวจและนายแพทย์ไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน 

คปท.เห็นว่าการเงียบผิดปกติของคณะแพทย์ที่อ้างก่อนหน้านี้ว่าป่วยหนักต้องใช้แพทย์และเครื่องมือเฉพาะทางเท่านั้นเท่ากับ เป็นการร่วมกันปกปิดทำลายกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น คปท.ขอเรียกร้อง ให้ผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ดังนี้

1. สั่งการเปิดเผยรายชื่อคณะแพทย์ต่อสาธารณะชน เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านไหน 

2.สั่งการให้คณะแพทย์ชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้ถึงอาการป่วยของนายทักษิณ เหมือนที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เคยอธิบายอาการป่วยของนายเอกชัย หงส์กังวานที่ป่วยหนักต้องรับการรักษาเร่งด่วนที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ 

3.สั่งการให้คณะแพทย์ดำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณของแพทย์และรักษาไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีความเป็นตำรวจในการแสดงความเห็นต่ออาการของนายทักษิณที่แจ้งต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษาตัวนอกเรือนจำ ซึ่งจะครบ 30 วันในวันที่ 21 กันยายน 2566

นายพิชิต กล่าวว่า ขอให้ ผบ.ตร. สั่งการโดยเร่งด่วนให้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนครบกำหนด 30 วันและคปท.จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและหวังว่าในฐานะผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติจะได้ช่วยให้สังคมมีความยุติธรรมเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน 

ด้านนายนัสเซอร์ กล่าวเพิ่มเติม หากนายทักษิณต้องทำการรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ถือว่าเป็นอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณา ซึ่งวันที่ 22 กันยายนนี้ กลุ่ม คปท. จะไปถามข้อมูลการป่วยของนายทักษิณเพียงพอกับการต่อเวลารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ซึ่งจะต้องตอบให้ได้ 

เพราะเป็นผู้ที่ดูแลกระบวนการยุติธรรมโดยตรงเกี่ยวกับการกักขังนักโทษ ไม่เกินวิสัยที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะต้องตอบ หากตอบคำถามสังคมได้ คนป่วย ป่วยจริงสังคมก็ไม่คลางแคลงใจ