สุดสลด ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ฮานอย ดับแล้ว 56 ศพ เจ็บอีกหลายสิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725003

สุดสลด ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ฮานอย ดับแล้ว 56 ศพ เจ็บอีกหลายสิบ

14 ก.ย. 2566 00:24 น.

สุดสลด ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ฮานอย ดับแล้ว 56 ศพ เจ็บอีกหลายสิบ

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ตึกอพาร์ตเมนต์ในกรุงฮานอย ของเวียดนาม เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 56 ศพแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีสั่งสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ตึกอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้น ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 ศพ บาดเจ็บอีก 37 ราย ตามการเปิดเผยของสำนักงานดับเพลิงฮานอย เมื่อวันพุธที่ 13 ก.ย. 2566 โดย 39 ศพในจำนวนนี้สามารถระบุตัวตนได้แล้ว

ตึกอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 150 คน เกิดเพลิงลุกไหม้ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้น ผู้ประสบภัยมากกว่า 100 คนสามารถหลบหนีหรือถูกเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ แต่สื่อเวียดนามระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องพาผู้ประสบเหตุอย่างน้อย 54 รายส่งโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย

ผู้ประสบเหตุดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บหลากหลาย หลังจากบางคนตัดสินใจกระโดดลงมาจากหน้าต่างเพื่อหนีจากไฟไหม้ หรือปีนไปยังหลังคาหรือดาดฟ้าของตึกข้างเคียง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของเวียดนามยอมรับว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีเยอะมาก แต่รัฐยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ เดินทางเยือนที่เกิดเหตุในวันพุธ และสั่งให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้สำเร็จในช่วงเช้าวันพุธ แต่พวกเขากลับต้องใข้เวลานานหลายชั่วโมงเพื่อเข้าสู่อาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกแคบๆ ในเขตที่อยู่อาศัยทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงฮานอย โดยมีรายงานว่า ระเบียงเล็กๆ ของอาคารหลังนี้ถูกปิดกั้นด้วยลูกกรงเหล็ก มีทางออกเพียงทางเดียว และไม่มีบันไดหนีไฟภายนอกด้วย

นางเหงียน ธี มิญ ฮง หนึ่งในผู้รอดชีวิตบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เธอกับลูกวัย 7 ขวบกับ 9 ขวบ รออยู่ในห้องบนชั้น 7 นานร่วม 5 ชั่วโมงกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ไฟฟ้าก็ถูกตัด เธอพยายามหนีไปยังดาดฟ้าแล้ว แต่ต้องล่าถอยกลับมาที่ห้องตัวเองเนื่องจากความร้อนของเปลวไฟ

“ฉันกลัวมาก เราอยู่ในห้องร่วม 5 ชั่วโมง … ฉันทำได้แค่พยายามปลอบใจลูกๆ ของฉันด้วยการถือผ้าเปียกแปะหน้าของพวกเขา” นางเหวียนกล่าวขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงฮานอย “ตอนนั้นเราอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย”

เวียดไทม์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ท้องถิ่นระบุด้วยว่า มีเด็กอย่างน้อย 3 รายรวมอยู่ในผู้เสียชีวิตด้วย

ที่มา : cna

เฮลั่น เจ้าชายแฮร์รี่ พาเมแกน มางานแข่งกีฬา ‘อินวิคตัสเกมส์’ ที่เยอรมนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724949

เฮลั่น เจ้าชายแฮร์รี่ พาเมแกน มางานแข่งกีฬา ‘อินวิคตัสเกมส์’ ที่เยอรมนี

13 ก.ย. 2566 19:34 น.

เฮลั่น เจ้าชายแฮร์รี่ พาเมแกน มางานแข่งกีฬา ‘อินวิคตัสเกมส์’ ที่เยอรมนี

เจ้าชายแฮร์รี่ พาเมแกน ชายา มาดูแข่งกีฬาทหารผ่านศึกทุพพลภาพ ‘อินวิคตัสเกมส์’ ที่เยอรมนี โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

เมื่อ 13 ก.ย. 2566 เดลี่เมล สื่อแนวสีสันในอังกฤษ รายงาน เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นราวกับร็อกสตาร์ ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทรงจับมือเมแกน เดินเข้าสู่สนามกีฬาเพื่อชมการแข่งขันกีฬาของเหล่าทหารผ่านศึกทุพพลภาพ ‘Invictus Games’ (อินวิคตัสเกมส์) ซึ่งปีนี้จัดขึ้น ที่สนามกีฬา  Merkur Spiel-Arena ในเมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น

เมแกน วัย 42 ปี แต่งตัวในชุดลำลองสบายๆ สวมเสื้อสเวตเตอร์ และกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ขณะมาร่วมชมการแข่งขันกีฬาอินวิคตัสเกมส์ในวันนี้ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและโบกมือทักทายฝูงชนบนอัฒจันทร์ที่ปรบมือต้อนรับด้วยความดีใจ 

ก่อนที่เจ้าชายแฮร์รี่จะทรงพาเมแกนมานั่งในที่นั่งบนอัฒจันทร์ เพื่อชมการแข่งขันบาสเกตบอลวีลแชร์ของทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากสงคราม ในงานแข่งกีฬาระหว่างประเทศ ‘อินวิคตัสเกมส์’ ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-16 กันยายน ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งยังนับเป็นครั้งแรกในปีนี้ ที่เมแกนปรากฏตัวคู่กับเจ้าชายแฮร์รี่ สามี เพื่อมาดูการแข่งขันกีฬาด้วย ขณะที่ เมแกน และเจ้าชายแฮร์รี่ยังได้ถ่ายรูปเซลฟี่กับแฟนๆ ที่ชื่นชอบทั้งสองอย่างมีความสุข

รวมข่าว‘ราชวงศ์อังกฤษ’ ไทยรัฐออนไลน์

ยูเครนยิงขีปนาวุธ-ส่งโดรนใต้น้ำ โจมตีอู่ต่อเรือรัสเซียในทะเลดำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724888

ยูเครนยิงขีปนาวุธ-ส่งโดรนใต้น้ำ โจมตีอู่ต่อเรือรัสเซียในทะเลดำ

13 ก.ย. 2566 18:06 น.

ยูเครนยิงขีปนาวุธ-ส่งโดรนใต้น้ำ โจมตีอู่ต่อเรือรัสเซียในทะเลดำ

กองกำลังยูเครนเดินหน้ายึดคืนไครเมีย ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนใต้น้ำเข้าถล่มอู่ต่อเรือของรัสเซียในเมืองเซวัสโตโปล บนชายฝั่งทะเลดำ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ เรือของรัสเซียถูกทำลาย 2 ลำ และมีผู้บาดเจ็บ 24 ราย

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงว่า ช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา อู่ต่อเรือเซวัสโตโปล ในเมืองเซวัสโตโปล บริเวณชายฝั่งทะเลดำ คาบสมุทรไครเมีย เกิดเพลิงไหม้ หลังกองทัพยูเครนยิงขีปนาวุธ จำนวน 10 ลูก และโดรนใต้น้ำ 3 ลำ เข้าโจมตี ส่งผลให้เรือที่กำลังซ่อมอยู่ในอู่ต่อเรือถูกทำลาย 2 ลำ และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 24 คน อย่างไรก็ดี ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียสามารถทำลายขีปนาวุธได้ 7 ลูก ในขณะที่โดรนใต้น้ำทั้ง 3 ลำ ก็ถูกทำลายโดยกองเรือลาดตระเวนของรัสเซีย 

เมืองเซวัสโตโปล เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นไครเมีย แคว้นที่ถูกรัสเซียผนวกควบรวมไปเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเมื่อปี 2557 ด้วยเหตุนี้ทำให้อู่ต่อเรือเซวัสโตโปลมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อรัสเซีย และยังเป็นท่าเรือหลักของกองเรือรัสเซียในทะเลดำ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยูเครนประกาศจะยึดไครเมียคืนจากรัสเซีย และนับตั้งแต่การประกาศนั้น กองทัพยูเครนก็ได้เพิ่มการโจมตีทั้งทางอากาศและทางทะเลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่มา

ทั้งนี้ เมื่อช่วงสายวันนี้ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้พบกันที่ศูนย์อวกาศวอสตอชนี คอสโมโดรม ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย โดยผู้เชี่ยวชาญหลายชาติคาดการณ์ว่า วาระสำคัญที่ผู้นำทั้งสองชาติจะหารือกัน คือข้อตกลงด้านอาวุธ ที่เกาหลีเหนือจะจัดส่งอาวุธไปให้รัสเซีย เพื่อใช้ในการทำสงครามกับยูเครน

ชมวิดีโอ : ที่นี่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Aljazeera , Euronews , Nikkei Asia

สุดตะลึง โชว์ ‘ฟอสซิลเอเลี่ยน‘ อายุนับพันปี กลางรัฐสภาเม็กซิโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724884

สุดตะลึง โชว์ ‘ฟอสซิลเอเลี่ยน‘ อายุนับพันปี กลางรัฐสภาเม็กซิโก

13 ก.ย. 2566 16:59 น.

สุดตะลึง โชว์ ‘ฟอสซิลเอเลี่ยน‘ อายุนับพันปี กลางรัฐสภาเม็กซิโก

ตื่นตะลึง โชว์ ฟอสซิลเอเลี่ยน อายุเป็นพันปี กลางรัฐสภาในเม็กซิโก ขณะเปิดการรับฟังสาธารณะเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ระบุไม่ได้ ชี้ฟอสซิลเอเลี่ยนนี้ แสดงให้เห็นมนุษย์ไม่ได้อยู่ลำพังในจักรวาลและควรรับความจริงในเรื่องนี้

สื่อต่างประเทศรายงานข่าวที่สร้างความตื่นตะลึง มีการนำ ฟอสซิลร่างของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ (เอเลี่ยน) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลก คาดว่ามีอายุนับ 1,000 ปี มาแสดงระหว่างการรับฟังสาธารณะของรัฐสภา ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เมืองหลวงของเม็กซิโก เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา จนสร้างความตื่นตะลึงอย่างมาก

นาย Jaime Maussan ผู้สื่อข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะชาวเม็กซิโก ได้กล่าวถึงฟอสซิลเอเลี่ยนที่เห็นอยู่นี้ คือ ฟอสซิลเอเลี่ยนซึ่งหลงเหลืออยู่ของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก และมีอายุถึง 1,000 ปีแล้ว

นำ ฟอสซิลสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ มาแสดงกลางรัฐสภาในเม็กซิโก

นายMaussan ซึ่งยกมือสาบานตนจะพูดความสัตย์จริงต่อที่ประชุมรัฐสภา กล่าวว่า ‘ตัวอย่างฟอสซิลเอเลี่ยนเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการทางภาคพื้นดินของพวกเรา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกพบหลังจากซากจานบิน UFO แต่พวกเราพบในฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายและต่อมา ได้กลายเป็นฟอสซิล’

ตามรายงานระบุว่า คำอ้างดังกล่าวของนายMaussan มีขึ้นระหว่างการรับฟังสาธารณะของรัฐสภาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ระบุไม่ได้ (unidentified anomalous phenomena) หรือ UAP

นายMaussan กล่าวว่า ตัวอย่างฟอสซิลเอเลี่ยนเหล่านี้ได้ถูกวิเคราะห์โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติเม็กซิโก (UNAM) ซึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสามารถสกัด DNA และตรวจสอบหาอายุฟอสซิล จากคาร์บอนกัมมันตรังสี (radiocarbon dating) หรือเรียกสั้นๆว่า ‘การหาอายุคาร์บอน’

‘สาธารณชนมีสิทธิ์ที่จะรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์และหน่วยงานที่ไม่ใช่มนุษย์’ นายMaussan กล่าว พร้อมกับบอกว่าพวกเรากำลังพูดกันเกี่ยวกับหัวข้อการรวมมนุษยชาติเข้าด้วยกัน และไม่แบ่งแยกพวกเรา

‘พวกเราไม่ได้อยู่ลำพังในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ พวกเราควรยอมรับความจริงในข้อนี้’ นายMaussan กล่าว พร้อมกับยังบอกว่า เป็นความยโสโอหังของพวกเราที่คิดว่าเราอยู่เพียงลำพัง พร้อมกันนั้นเขายังชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อยู่บนโลกมาก่อนมนุษย์

ทั้งนี้ นายMaussan ผู้สื่อข่าวและผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ร่วมกับเรือเอก ไรอัน เกรฟส์ อดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ และศาสตราจารย์อาวี โล๊บ ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสหรัฐฯ ระหว่างที่รัฐสภาเม็กซิโกเปิดการรับฟังสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเพื่อสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์อาจไม่ได้อยู่ในจักรวาลนี้เพียงลำพัง

ในขณะที่ การเปิดรับฟังสาธารณะของรัฐสภาเม็กซิโกเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ระบุไม่ได้ จัดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้เปิดการไต่สวนเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP หรือวัตถุบินที่ไม่อาจระบุอัตลักษณ์ได้ UFO ทว่าการที่รัฐสภาเม็กซิโกเปิดไต่สวนเกี่ยวกับเรื่องเอเลี่ยน และ UFO สร้างความตกใจและตื่นตะลึงมากกว่า

รวมข่าว ‘เอเลี่ยน’ ไทยรัฐออนไลน์

ที่มา : Metro

โค้กเปิดตัวน้ำอัดลมรสชาติใหม่ คิดค้นโดยระบบ AI

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724810

โค้กเปิดตัวน้ำอัดลมรสชาติใหม่ คิดค้นโดยระบบ AI

13 ก.ย. 2566 15:16 น.

โค้กเปิดตัวน้ำอัดลมรสชาติใหม่ คิดค้นโดยระบบ AI

โค้กเปิดตัวน้ำอัดลมรสชาติใหม่ รุ่นลิมิเตด ที่ถูกคิดค้นโดยระบบ AI เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสถึงรสชาติแห่งอนาคต 

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เครื่องดื่มโคคา-โคล่า หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า โค้ก เปิดตัวน้ำดื่มอัดลมรสชาติใหม่ Coca-Cola Y3000 ซึ่งเป็นรสชาติที่ถูกคิดค้นโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) 

บริษัทผู้ผลิตโค้ก ระบุว่า Coca-Cola Y3000 จะเป็นรสชาติแห่งอนาคต ที่ถูกสร้างสรรค์โดยมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และจะถูกผลิตอย่างจำกัดจำนวน

เครื่องดื่มรสชาติใหม่นี้ ถูกพัฒนาโดยนักวิจัยของโคคา-โคล่า ผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูลความชอบ และแนวโน้มรสชาติในอนาคตที่ผู้บริโภคจะจินตนาการถึง และนำไปให้ระบบ AI พัฒนาและปรับปรุงรสชาติก่อนวางจำหน่าย

นอกจากนี้ บริษัทโค้กยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความล้ำสมัย เพื่อให้ได้กระป๋องแห่งอนาคต

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : CNBC

ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ 10 ชั้น ในฮานอย เสียชีวิตนับสิบศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724809

ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ 10 ชั้น ในฮานอย เสียชีวิตนับสิบศพ

13 ก.ย. 2566 14:46 น.

ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ 10 ชั้น ในฮานอย เสียชีวิตนับสิบศพ

สื่อทางการเวียดนาม รายงานว่า เกิดไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ความสูง 10 ชั้น ในกรุงฮานอย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กแห่งหนึ่งในกรุงฮานอย เมื่อคืนวันอังคาร (12 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ

เหตุเพลิงไหม้เริ่มต้นเมื่อเวลา 23.00 น. ที่อาคารอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆ นอกถนนควงฮา ในเขตแทงห์ซวน ซึ่งผู้คนในอาคารกำลังหลับ หรือกำลังจะเข้านอน อาคารสูง 10 ชั้นแห่งนี้มีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 150 คน ซึ่งเป็นอาคารที่มีหน้าแคบ ที่แบ่งออกเป็นห้องให้เช่า

เมื่อถึงเช้าวันพุธมีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 70 คน โดย 54 คนในจำนวนนี้ รวมถึงเด็กจำนวนมากได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงฮานอยอย่างเร่งด่วน ขณะที่โรงพยาบาลยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย

โรงพยาบาลดงดาในกรุงฮานอย ระบุว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันพุธ ได้รับผู้ป่วยแล้ว 8 ราย และเสียชีวิต 4 ราย ส่วนอีก 4 ราย ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอื่นแล้ว นพ.เหงียน ดินห์ ฟุก ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า ผู้ป่วยอยู่ในอาการตื่นตระหนก หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง หลังจากตกลงมาจากพื้นที่สูง ขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งและลูกของเธอหายใจไม่ออก

เหยื่ออีกสี่รายที่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลฮาดงก็เสียชีวิตเช่นกัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง 2 คน และเด็ก 2 คน อายุประมาณ 4-6 ขวบ

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ฮานอย ซึ่งรับเหยื่อ 7 รายมาทำการรักษา กล่าวว่า หนึ่งในนั้นเสียชีวิต ผู้เคราะห์ร้ายอีกรายได้รับบาดเจ็บหลายจุด หลังจากกระโดดลงมาจากพื้นที่สูง ขณะที่อีก 3 คน ออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่เหยื่อ 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลสำนักงานไปรษณีย์อย่างเร่งด่วน แต่หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นเด็ก เสียชีวิตก่อนเข้ารับการรักษา

เจ้าหน้าที่ตำรวจดับเพลิง กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่คนที่อยู่ในอาคารระหว่างเกิดเพลิงไหม้ ตำรวจกล่าวว่า พวกเขามาถึงประมาณ 10 นาที หลังจากได้รับแจ้งเหตุ และสามารถดับไฟได้หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แต่ภารกิจการกู้ภัยต้องใช้เวลาจนถึงเช้า

อาคารดังกล่าวอยู่ห่างจากถนนสายหลักประมาณ 500 เมตร แต่สามารถเข้าถึงได้ผ่านเส้นทางแคบๆ เท่านั้น ชั้นแรกของอาคารถูกใช้เป็นลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ โดยชั้นบนทั้ง 9 ชั้น แบ่งออกเป็นห้องพักชั้นละ 5 ห้อง พื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ด้านนอกไม่มีบันไดหนีไฟ

ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้มาจากลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 หลายคนวิ่งไปที่ชั้นบนสุด ขณะที่บางคนกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านที่อยู่ใกล้เคียง โดยเปลวไฟลุกลามอย่างรุนแรง และกลุ่มควันสามารถมองเห็นได้ชัดเจนห่างออกไปประมาณ 1 กม. 

เหงียน กง ฮวี ซึ่งเช่าห้องบนชั้น 3 กล่าวว่า เขาปลุกภรรยาและลูก 2 คนให้ตื่น หลังจากได้กลิ่นควัน พวกเขาเปิดประตูรับควันหนาทึบ จึงตัดสินใจปีนลงมาจากหน้าต่างด้วยเชือก และกล่าวว่า หากพวกเขาหนีออกมาช้ากว่านี้ประมาณ 5 นาที อาจจะเสียชีวิตจากภาวะขาดอากาศหายใจ ส่วนคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกล่าวว่า หลังคาของบ้าน 5 ชั้นของพวกเขาพังเสียหาย หลังจากผู้คนจากอาคารที่ถูกไฟไหม้กระโดดลงมาด้านล่าง

ด้านนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายเจิ่น ลิ่ว กวาง รองนายกรัฐมนตรี และนายเหงียน วัน ลอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และช่วยกำกับงานกู้ภัย.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฝรั่งเศสระงับการจำหน่ายไอโฟน 12 เหตุแผ่รังสีในระดับสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724807

ฝรั่งเศสระงับการจำหน่ายไอโฟน 12 เหตุแผ่รังสีในระดับสูง

13 ก.ย. 2566 13:46 น.

ฝรั่งเศสระงับการจำหน่ายไอโฟน 12 เหตุแผ่รังสีในระดับสูง

ทางการฝรั่งเศสสั่งบริษัทแอปเปิล อิงค์ ระงับการจำหน่ายไอโฟน 12 เนื่องจากพบว่ามีการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากเกินไป และให้แก้ไขชุดหูฟังที่วางจำหน่ายอยู่ด้วย

ANFR หน่วยงานกำกับดูแลคลื่นวิทยุของฝรั่งเศส เปิดเผยว่าจากการทดสอบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนไอโฟน 12 พบว่าไอโฟนรุ่นดังกล่าวมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริมาณที่สูงเกินกว่ามาตรฐานของยุโรปกำหนดไว้ที่ 4.0 วัตต์ ต่อกิโลกรัม โดยตรวจพบรังสีคลื่นแม่เหล็กที่มีในร่างกายได้ 5.74 วัตต์ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ให้กลุ่มทดสอบถือโทรศัพท์ในมือหรือเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกง จึงจำเป็นต้องสั่งให้บริษัทแอปเปิล อิงค์ระงับการจำหน่ายไอโฟน 12 ในฝรั่งเศสทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนเป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังสั่งให้บริษัทแอปเปิลเร่งแก้ไขปัญหา ปรับแก้โทรศัพท์รุ่นนี้ที่วางจำหน่ายอยู่ เพื่อไม่ให้มีปริมาณรังสีเกินมาตรฐานที่กำหนดด้วย มิเช่นนั้นอาจจะต้องให้ดำเนินการเรียกคืนโทรศัพท์ทั้งหมด

แม้ว่าองค์การอนามัยโลกมีการระบุในเว็บไซต์ว่า ผลการศึกษาจำนวนมากยังไม่พบหลักฐานว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสุขภาพ แต่หน่วยงานกำกับดูแลของหลายประเทศ ต่างมีการกำหนดข้อจำกัดของการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าของโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว

โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นในวันเดียวกับที่แอปเปิล อิงค์เปิดตัวไอโฟน 15 ซึ่งเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้พอร์ตจ่ายไฟหรือหัวชาร์จแบบยูเอสบีไทป์ซี จากเดิมที่ใช้แบบไลต์นิง หลังจากมีข้อถกเถียงกับทางสหภาพยุโรปหรืออียูที่ยืนกรานว่า โทรศัพท์ทุกเครื่องและอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่นๆ จะต้องใช้กับสายชาร์จไทป์ซีได้ตั้งแต่สิ้นปี 2567 เป็นต้นไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายผู้บริโภค.

ที่มา : France24

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ไอโฟน“

“คิม” พบ “ปูติน” ที่ศูนย์อวกาศรัสเซีย คาดเตรียมเจรจาเรื่องอาวุธ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724782

"คิม" พบ "ปูติน" ที่ศูนย์อวกาศรัสเซีย คาดเตรียมเจรจาเรื่องอาวุธ (คลิป)

13 ก.ย. 2566 13:29 น.

“คิม” พบ “ปูติน” ที่ศูนย์อวกาศรัสเซีย คาดเตรียมเจรจาเรื่องอาวุธ (คลิป)

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางถึงศูนย์อวกาศวอสตอชนี คอสโมโดรม ของรัสเซียแล้วในวันนี้ เพื่อหารือร่วมกัน ที่อาจจะนำไปสู่ข้อตกลงด้านอาวุธ

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย พบกันที่ศูนย์อวกาศวอสตอชนี คอสโมโดรม ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย วันนี้ (13 ก.ย. 66) ก่อนการเจรจาเรื่องอาวุธที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกลงสู่น่านน้ำนอกคาบสมุทรเกาหลี

วิดีโอที่เผยแพร่โดยรัฐบาลรัสเซีย เผยให้เห็นผู้นำทั้งสองจับมือกัน ขณะที่รูปภาพแสดงให้เห็นธงทั้งรัสเซียและเกาหลีเหนือโบกสะบัดอยู่นอกอาคารคอสโมโดรม

นายคิมได้กล่าวกับนายปูตินซึ่งถามหลังจากการเดินทางที่ยาวนานว่า “ขอบคุณที่เชิญเราและต้อนรับพวกเราในขณะที่งานของคุณกำลังยุ่ง”

สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิมเดินทางถึงรัสเซียเมื่อวันอังคาร โดยนั่งรถไฟหุ้มเกราะ พร้อมด้วยผู้นำพรรคแรงงาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงที่รับผิดชอบโครงการขีปนาวุธของประเทศ 

ระหว่างแวะที่เมืองคาซาน ซึ่งเป็นเมืองชายแดนในรัสเซียเมื่อวันอังคาร ที่ซึ่งนายคิมได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่รัสเซีย ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า การเดินทางไปรัสเซียของเขาเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนของเกาหลีเหนือ ถึงการจัดลำดับความสำคัญของความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ

ขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอด คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกจากพื้นที่เมืองซูนัน ระหว่างเวลา 11.43 น. ถึง 11.53 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ ลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เกาหลีเหนือจะดำเนินการยิงขีปนาวุธในขณะที่นายคิมอยู่นอกประเทศ และอาจมีเจตนาที่จะแสดงให้เห็นว่ากองทัพรักษาความพร้อมด้วยการบังคับบัญชาและการควบคุมอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวเตือนหลายครั้งว่าเกาหลีเหนือและรัสเซียกำลังมีก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดในการเจรจาด้านอาวุธ ซึ่งอาจนำไปสู่การที่เกาหลีเหนือขายอาวุธให้รัสเซียเพื่อแลกกับเทคโนโลยีขีปนาวุธ

ขณะที่รัสเซียต้องการเสบียงกระสุน หลังการทำสงครามยาวนานกว่า 18 เดือนในยูเครน ส่งผลให้กองทัพต้องเผชิญปัญหา ขณะที่เกาหลีเหนือซึ่งเผชิญการคว่ำบาตรจากนานาชาตินานหลายปีจากโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ขาดแคลนเงินสด อาหาร และเทคโนโลยีขีปนาวุธ

เทคโนโลยีอวกาศยังเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับเกาหลีเหนือ ซึ่งความพยายามในการปล่อยดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจรประสบความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายคิมยังเน้นย้ำถึงบทบาทของดาวเทียมทางทหารในฐานะเครื่องมือในการปกป้องความปลอดภัยของประเทศและเสถียรภาพของดินแดน และได้กล่าวถึงคุณค่าทางยุทธศาสตร์ของดาวเทียมเหล่านี้ เมื่อส่งกำลังทหารปฏิบัติการล่วงหน้า.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

หนุ่มเทกซัสดับสลด หลังกินหอยนางรมดิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724784

หนุ่มเทกซัสดับสลด หลังกินหอยนางรมดิบ

13 ก.ย. 2566 13:11 น.

หนุ่มเทกซัสดับสลด หลังกินหอยนางรมดิบ

หนุ่มเทกซัสวัยราว 30 ปี เสียชีวิตกะทันหัน หลังจากรับประทานหอยนางรมดิบที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคนเข้าไป

หน่วยงานสาธารณสุขในรัฐเทกซัส เปิดเผยเคสการเสียชีวิตของหนุ่มอเมริกันจากรัฐเทกซัส จากการกินหอยนางรมดิบที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ (Vibrio vulnificus) เข้าไป

โดยแพทย์ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาการติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐฯ จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ถึงกับแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังในปีนี้ และมีรายงานว่าชาวอเมริกันเสียชีวิตจากแบคทีเรียตัวนี้ รวมถึงรายล่าสุดนี้อย่างน้อย 12 ศพ

ดร.ฟิลิป ไกเซอร์ จากหน่วยงานสาธารณสุข กัลเวสตัน เคาท์ตี้ ระบุว่า ผู้ที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าไปจะแพร่เข้าไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเร็วมาก เหมือนไฟไหม้ลาม โดยคนไข้ชายรายนี้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับ และต้องทานยากดภูมิอยู่แล้ว ทำให้ยิ่งมีความเสี่ยงสูงและล้มป่วยรุนแรงเมื่อได้รับเชื้อเข้าไป โดยในเขตกัลเวสตันมักจะพบผู้ติดเชื้อ 5-10 รายต่อปี และจะมีผู้เสียชีวิตประปรายในช่วง 2-3 ปี

โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิตเมื่อใด และไปซื้อหอยนางรมสดมาจากที่ไหน โดยเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคนจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำอุ่นตามชายฝั่งทะเล โดยสามารถปนเปื้อนในสัตว์ทะเลมีเปลือกอย่างหอยนางรมโดยน้ำทะเลพัดพามาได้

ขณะที่มนุษย์จะติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวผ่านทางการรับประทานอาหารทะเล หรือมีบาดแผลตามร่างกาย และลงไปว่ายน้ำในทะเลที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อแบคทีเรียตัวนี้จะไม่ย่อยสลายโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และลงไปถึงลำไส้เล็กได้ และเมื่อไปถึงลำไส้เล็กแบคทีเรียจะกระจายตัวไปทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ โดยการติดเชื้อจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน และถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยช็อกและเสียชีวิต โดยพบอัตราการเสียชีวิตถึง 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ แต่หากเป็นการติดเชื้อจากการรับประทานจะแสดงอาการในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยจะมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องนำมา ก่อนจะเริ่มมีไข้ หนาวสั่น มีภาวะติดเชื้อ ซึ่งแพทย์ต้องรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อ หรือบางครั้งต้องผ่าตัดเอาชิ้นส่วนที่เกิดการติดเชื้อทิ้งไป

ด้านรัฐฟลอริดามีรายงานการเสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียในปีนี้แล้ว 8 ศพ อีก 1 รายที่นิวยอร์ก และอีก 2 รายที่คอนเนคติกัต โดยยังไม่แน่ชัดว่าการติดเชื้อที่นิวยอร์กเกิดจากการรับประทานอาหาร หรือว่ายน้ำ ขณะที่การเสียชีวิตที่รัฐคอนเนคติกัตมี 1 รายที่ติดเชื้อจากการว่ายน้ำในทะเล.

ที่มา : เดลี่เมล์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ก่อนการพบกันของคิม จองอึน และปูติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724773

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ก่อนการพบกันของคิม จองอึน และปูติน

13 ก.ย. 2566 12:19 น.

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ก่อนการพบกันของคิม จองอึน และปูติน

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไม่ทราบชนิด บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ย.) เบื้องต้นยังไม่ทราบจุดประสงค์ของการยิง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการพบกันระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำโสมแดง และประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่จะมีขึ้นในวันนี้ 

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff) เผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธไม่ทราบชนิดจำนวน 2 ลูก ที่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออก แต่ยังไม่มีข้อมูลถึงจุดประสงค์ในการยิง จำเป็นต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน หน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่น ก็ตรวจพบการยิงขีปนาวุธ ซึ่งดูเหมือนว่าขีปนาวุธลูกดังกล่าวจะตกลงคาบสมุทรเกาหลี  

การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นขณะที่นายคิม จองอึน ผู้นำของประเทศ เดินทางเยือนรัสเซีย และมีกำหนดการเข้าพบประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในวันนี้ ซึ่งทางการสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญหลายราย คาดการณ์ว่าวาระสำคัญของการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศ คือเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงด้านอาวุธ โดยเกาหลีจะจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปให้รัสเซีย เพื่อไปใช้ทำสงครามในสงคราม และในขณะเดียวกัน รัสเซียก็จะส่งอาหาร น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เงิน และเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์ให้กับเกาหลีเหนือเป็นการแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ KCNA สื่อของรัฐบาลรัสเซีย ได้เผยแพร่คำพูดของคิม จองอึน ที่กล่าวว่า การเยือนรัสเซียของเขาแสดงให้เห็นถึง “ความสำคัญเชิงกลยุทธ์” ระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ระบุ การมาเยือนของนายคิม เป็นการเยือนอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีการเจรจาระหว่างคณะผู้แทนของทั้งสองประเทศ ซึ่งหลังจากนั้นหากจำเป็น ผู้นำทั้งสองจะหารือต่อไปในรูปแบบตัวต่อตัว

สื่อทางการของรัสเซียรายงานว่า คิม จองอึน เดินทางถึงรัสเซียช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา โดยรถไฟหุ้มเกราะขบวนที่นายคิมเดินทางมา เข้าจอดที่เมืองอัสซูริสค์ ทางเหนือของเมืองวลาดิวอสต็อก 

สำนักข่าวเกาหลีใต้ กล่าวว่า นายคิมออกเดินทางจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. 2566 โดยเขาได้เดินทางมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทางการทหาร รัฐมนตรีต่างประเทศ และตัวแทนบริษัทผู้ผลิตอาวุธ

อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติตั้งแต่ปี 2560 ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายคิม จองอึน ได้เข้าร่วมพิธีปล่อยเรือดำน้ำพิฆาตนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ประจำการในน่านน้ำระหว่างคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเรือดำน้ำดังกล่าวเป็นเรือจู่โจมติดอาวุธนิวเคลียร์ ที่ทางการเกาหลีเหนือกล่าวว่า จะเป็นหนึ่งในวิธีการจู่โจมใต้น้ำที่สำคัญของกองทัพเรือ.

ชมวิดีโอนาทีคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางถึงรัสเซีย : ที่นี่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC, Aljazeera, Reuters, CNN