‘นายกฯ’คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-ลุ้นกฤษฎีกาชี้ขาด ‘พิชิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557445

31 ส.ค. 2566

‘นายกฯ’คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-ลุ้นกฤษฎีกาชี้ขาด ‘พิชิต’

เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-รอกฤษฎีกาชี้ขาดคุณสมบัติ ‘พิชิต’ บอกหากการตรวจสอบผ่าน หวังให้เป็นที่สิ้นสุด

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เข้าใจว่าพรุ่งนี้ (1 ก.ย. 2566) น่าจะแล้วเสร็จ และหวังว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลย เมื่อถามถึงคุณสมบัตินายพิชิต ชื่นบาน ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แม้อาจไม่ขัดต่อคุณสมบัติแต่อาจจะ มีการเราร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรม ว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับว่าที่รัฐมนตรีทุกคน หากไม่ผิดข้อบทกฎหมาย และตรวจสอบคุณสมบัติผ่านแล้วก็ถือว่าไม่ผิดจริยธรรม

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเรื่องจริยธรรมนายกฯต้องช่วยพิจารณาเรื่องความเหมาะสมด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า ตอนนี้กำลังขอความเห็นด้านกฤษฎีกาที่จะมีความเห็นออกมาในวันพรุ่งนี้ หากมีความเห็นว่าคุณสมบัติสามารถผ่าน ตนก็หวังว่าจะเป็นที่สิ้นสุด 

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่ว่าหากรายชื่อออกมา สังคมจะออกมาคัดค้านภายหลัง นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครถูกใจทั้งหมดกับทุกท่านที่สรรหาเข้ามา แต่ก็ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลและว่าที่รัฐมนตรีทุกท่านที่จะอาสาเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติ ขอให้รอดูและวัดกันผลงานดีกว่า ทั้งนี้ คาดว่ากฤษฎีกาจะออกมาในวันพรุ่งนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทย

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งคำถามว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะอยู่ในการประชุม ครม. นัดแรกหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว คงมีอะไรหลายเรื่อง เช่น เรื่องการพักหนี้เกษตรกร ขอให้อดใจรอนิดหนึ่ง และวันนี้เวลา 10.00 น. ตนจะเจอกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) หารือเรื่องของการพักหนี้ ซึ่งว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะมาพูดคุยด้วยว่าขั้นตอนจะดำเนินการ ได้ทันทีหรือไม่ เพราะประชาชนเดือดร้อนหนี้สินเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันเรื่องของการแถลงนโยบายก็สำคัญ โดยหลังจากถวายสัตย์ฯ เสร็จก็จะมีการแถลงนโยบาย และขณะนี้แผนกนโยบายก็กำลังทำและรวบรวมนโยบายจากพรรคต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งขอให้รอดูอีกนิด ใกล้เคียงเกือบจะ 100% แล้วมีเวลาอีก 1 สัปดาห์น่าจะจบได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หากรัฐบาลใหม่มีความพร้อม สามารถแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

เปิดประวัติ ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก ‘ปลัดคลัง’ หลังมีชื่อติดโผรมช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557443

31 ส.ค. 2566

เปิดประวัติ 'กฤษฎา จีนะวิจารณะ' ลาออก 'ปลัดคลัง' หลังมีชื่อติดโผรมช.

ชัดเจนแล้ว ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ปลัดกระทรวงการคลัง ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่ง หลังมีชื่อติดโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลใหม่ ถูกวางให้เป็นมือทำงานขับเคลื่อน เงินดิจิทัล

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงการคลัง เข้าไปพบเพื่อหารือถึงแนวทางการทำนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาลเพื่อไทย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อ 31 ส.ค. 2566 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อ 31 ส.ค. 2566

โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นลาออกต่อ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้ว ซึ่งเป็นการลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2566 นี้ โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง(รมช.คลัง) ในรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายรัฐมนตรี

โดยนายกฤษฎา ได้รับการทาบทามเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในโควต้าบุคคลภายนอกของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็น 1 ใน 11 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ได้รับโควต้ารัฐมนตรี จำนวน 4 ราย

เปิดประวัติ กฤษฎา จีนะวิจารณะ

เกิดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2506 เป็นศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย รุ่น “OV 53” จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโทบริษัทธุรกิจ (M.B.A.) จากมหาวิทยาลัยนิวเฮเวน (New Haven) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชีวิตครอบครัวสมรสกับ “สิริมงคล โชติกเสถียร” มีทายาทร่วมกัน แต่ปัจจุบันสถานะ “หย่าร้าง”

ขณะเดียวกันนายกฤษฎา ยังเป็นญาติกับ “เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ” อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคไทยรักไทยอีกด้วย

หลังจากเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง ชีวิตราชการก้าวหน้าต่อเนื่องเป็นลำดับ เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐการคลัง (สศค.) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการ สศค. เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง และ เป็นผู้อำนวยการ สศค. ในที่สุด

นายกฤษฎา เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต, อธิบดีกรมศุลกากร และ สุดท้าย เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ต่อจากนายประสงค์ พูนธเนศ ที่เกษียณอายุราชการ

อีกทั้ง ยังเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ อีกหลาย ๆ บริษัท และคาดการณ์ว่าจะเป็นมือทำงานด้านเศรษฐกิจอีกคนให้กับรัฐบาลใหม่

เปิดประวัติ 'กฤษฎา จีนะวิจารณะ' ลาออก 'ปลัดคลัง' หลังมีชื่อติดโผรมช.

‘เพื่อไทย’ ยื่นแก้กฎหมาย ‘ปปช.’ ให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557440

31 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยื่นแก้กฎหมาย 'ปปช.' ให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเองได้

วันมูหะมัดนอร์ มะทา เร่งบรรจุวาระ แก้กฎหมาย ‘ปปช.’ ที่ ‘เพื่อไทย’ เสนอ เปิดช่องให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเจ้าหน้าที่รัฐเองได้

ชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและทีมสส.พรรคเข้าชื่อร่วมกันยื่นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือกฎหมายปปช.และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 

ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา อันจะเป็นการเปิดทางให้ผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยการฟ้องคดีเพื่อพิสูจน์ความยุติธรรมได้

กฎหมาย 2 ฉบับ ที่เพื่อไทยยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสาระสำคัญคือเราอยากให้สิทธิผู้เสียหายในการที่จะฟ้องคดีได้เอง ในกรณีที่ 1 ปปช.สั่งไม่รับคำร้อง หรือ 2. กรณี ปปช.สั่งว่าคดีไม่มีมูล ซึ่งเราก็คิดว่าเรื่องไม่น่าจะจบที่ ปปช.เท่านั้น ควรส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดไปพิจารณา หากอัยการสูงสุดเห็นว่ามีมูลก็ให้สามารถสั่งฟ้องได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ในกรณีไม่มีคดีที่จะนำสู่ศาลได้ โดยสั่งไม่ฟ้อง หรือสั่งไม่รับคำร้อง หรืออัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง

ควรจะให้สิทธิผู้เสียหายในการนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ เพื่อพิสูจน์ความยุติธรรม แสวงหาความเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้ผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยการฟ้องคดีได้เอง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะทำให้กระบวนการยุติธรรมคุ้มครองผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงแค่  ปปช. สั่งไม่ฟ้องหรือสั่งไม่มีมูลแล้วยุติหรือสิ้นสุดเลยโดยผู้เสียหายก็ไม่ได้รับการเยียวยาโดยประการอื่นใด

นอกจากนี้ยังเป็นการเสนอแก้ไขกฎหมายการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประกอบคู่กัน เมื่อให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีได้เองก็ควรให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อได้รับร่างแก้ไขกฎหมายมาแล้ว ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของรายชื่อและข้อบังคับ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะเร่งบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

ปิดม่าน ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ ตำนาน โฆษก ‘สาว สาว สาว’ รัฐบาลลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557429

31 ส.ค. 2566

ปิดม่าน ทีม 'โฆษกรัฐบาล' ตำนาน โฆษก 'สาว สาว สาว' รัฐบาลลุงตู่

เปิดประวัติ ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ สาว สาว สาว ‘รัชดา-ทิพานัน-ไตรศุลี’ ก่อนปิดตำนาน รัฐบาลลุงตู่ ทุกวันอังคาร นับจากนี้ ไม่มีอีกแล้ว

เป็นการอำลา การทำหน้าที่ทีม “โฆษกรัฐบาล” หรือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลลุงตู่ อย่างเป็นทางการ สำหรับทีมโฆษก ที่ได้ฉายาว่า “สาว สาว สาว” ประกอบด้วย พี่ใหญ่ “รัชดา ธนาดิเรก” น้องรอง “ทิพานัน ศิริชนะ” และ น้องเล็ก “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” และนับจากนี้ไป ทุกวันอังคาร ในการแถลงผลการประชุม ครม. เราคงได้เห็นโฉมหน้าโฆษกรัฐบาลชุดใหม่ คมชัดลึก พาไปรู้จัก ตำนานทีมโฆษก “สาว สาว สาว” รัฐบาลลุงตู่ 

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ปิดม่านทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะ โพสต์ข้อความซึ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพี่และน้องทีม “โฆษกรัฐบาล” ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า #ขอบคุณพี่กานต์  ที่เป็นเหมือนพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดี พี่กานต์ มีความเป็นพี่ใหญ่ใน สาว สาว สาว ที่จัดการงานแบบพี่คนโต พี่สามารถพูดแทนความในใจในวันอำลาลุงตู่ ได้ครบถ้วน ได้อย่างสุดซึ้ง และกลั้นความรู้สึกจนกล่าวจบได้ ทำให้เห็นว่า #พี่ยังไงก็มีความเป็นพี่เสมอ

ขอบใจน้องกวาง  ที่เป็นทั้งน้อง และเพื่อนร่วมงานที่คอยบอกในหลายเรื่องๆ  และมีของอร่อยๆ มาบ่อยๆ น้องกวางเป็นคนที่มีความตั้งใจและเก่ง 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราสามคน อาจจะเจอกันไม่นานมานี้ แต่อ้นก็รู้สึกใจหาย ที่อย่างน้อยเราก็เคยเจอกันทุกวันอังคาร ทั้งสองคน เป็นบุคคล ที่ควรค่าแก่การรับใช้ชาติ บ้านเมือง  ควรค่าต่อการเมืองไทยในอนาคต 

หลังจากนี้แม้เส้นทางของเราอาจจะต่างกัน  แต่ความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าจะไม่ต่างกันแน่นอน แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ตำนาน โฆษกรัฐบาล สาว สาว สาว

“รัชดา ธนาดิเรก” ปัจจุบันอายุ 48 ปี เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ ติดต่อกัน 2 สมัย นับตั้งแต่ปี 2550 – 2556 และเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รัชดา เริ่มเข้าสู่งานการเมืองในการเลือกตั้งในปลายปี 2550 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. กทม. เขต 12 (เขตบางกอกน้อย, บางพลัด, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา) ในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้ง พร้อมกับ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ นายชนินทร์ รุ่งแสง

ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศจัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงา ขึ้น เมื่อเดือน ก.พ. 2551 เพื่อติดตามตรวจสอบ และเสนอแนะการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบที่มีในต่างประเทศ ดร.รัชดาได้รับเลือกจากทางพรรคให้ทำหน้าที่ รองโฆษกรัฐบาลเง หรือเท่ากับต้องทำงานประกบกับ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เขตบางพลัด – บางกอกน้อย อีกครั้ง จากการเลือกตั้งฯ วันที่ 3 ก.ค. 2554 และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ รองโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา ของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในเดือน ส.ค. 2562 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 62

รัชดา ธนาดิเรกรัชดา ธนาดิเรก

ทิพานัน ศิริชนะ

ทิพานัน ศิริชนะ หรือชื่อเล่นว่า “อ้น” ปัจจุบันอายุ 35 ปี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโท สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เป็นลูกสาวคนเล็กของ ดร.วันชัย ศิริชนะ อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ทิพานัน เคยทำงานเป็นผู้ดูแลงานด้านร่างกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชน ทำงาน Law Firm ที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น กฎหมายธุรกิจ กฎหมายพลังงาน กฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุน

ด้วยความสนใจงานการเมือง อ้น ทิพานัน จึงสมัครเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งแต่ปี 2561 และลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งแรกในฤดูการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ได้ฉายาว่า องครักษ์พิทักษ์ รัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะทิพานัน ศิริชนะ

ไตรศุลี ไตรสรณกุล

ไตรศุลี ไตรสรณกุล หรือ กวาง ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วน จ.ศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในระยะแรก ไตรศุลี ไม่ได้มีความสนใจในงานการเมือง แต่ต่อมาได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย และการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 ลำดับที่ 30 แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย

ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ไตรศุลี ไตรสรณกุลไตรศุลี ไตรสรณกุล

‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753570

‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.34 น.

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564 กล่าวถึง “การจัดที่ดินแทนที่” หมายถึง การจัดที่ดิน ส.ป.ก.เมื่อเกษตรกรเดิมที่ใช้ที่ดินนั้นเสียชีวิตแก่ทายาทได้ใช้ทำการเกษตรต่อไป ไว้ในข้อ 30 และ 31

นางโสน ตะกรุดแจ่ม เกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดิน ส.ป.ก.ตามแนวทางการจัดที่ดินแทนที่ กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการนั้นไม่ยาก โดยเมื่อพ่อแม่เสียชีวิต ก็จะต้องดูว่าพ่อแม่นั้นมีลูกกี่คน เช่น หากมีลูก 3 คน และถ้า ทั้ง 3 คน สามารถไปลงนามยินยอมที่ ส.ป.ก.ให้ครบทุกคนได้ ก็จะทำให้การพิจารณาของเจ้าหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากมีผลต่อการแบ่งสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น อาทิ 3 คนนี้อาจประกอบอาชีพเกษตรกรทุกคน ทั้ง 3 ก็จะมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ได้ แต่หากบางคนไม่ได้เป็นเกษตรกร เช่น ไปรับราชการหรือทำงานในบริษัทเอกชน ก็จะไม่มีสิทธิ์ เพราะตามกฎหมายให้สิทธิ์เฉพาะผู้ที่ทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเท่านั้น

“ถามว่าใช้เวลานานไหม? ก็ไม่นานนะ ก็ตามขั้นตอนของราชการ แต่ถ้าญาติพี่น้องไปพร้อมกันหมดเลย เขาจะใช้เวลาไม่นานกับการทำเอกสาร แล้วเขาก็จะมาดูด้วยว่าชื่อ-นามสกุลตรงไหม? พ่อแม่คนเดียวกันหรือเปล่า? มันไม่ได้ยากตรงเจ้าหน้าที่ แต่ยากตรงเอกสารเราไม่ตรง ถ้าเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เราก็ต้องเอาเอกสารประกอบด้วย ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล” นางโสน กล่าว

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753568

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.31 น.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานระดับกรมภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร รวมถึงพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเกษตรกรให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นางโสน ตะกรุดแจ่ม เกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดิน ส.ป.ก.เล่าว่า ได้รับที่ดิน ส.ป.ก.ตามแนวทาง “การจัดที่ดินแทนที่” หมายถึง การจัดที่ดิน ส.ป.ก.เมื่อเกษตรกรเดิมที่ใช้ที่ดินนั้นเสียชีวิตแก่ทายาทได้ใช้ทำการเกษตรต่อไป ซึ่งตนก็ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพืชหลายชนิด เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ทั้งนี้ การมีหน่วยงานและกลไกการจัดที่ดินแบบ ส.ป.ก.ให้ประโยชน์กับเกษตรกรอย่างมาก

“เน้นๆ เลย อย่างน้อยก็ทำให้ขายที่ไม่ได้ จะได้เป็นการทำกินจริงๆ มันก็เป็นอะไรที่คุ้มครองเรา เป็นข้อดีของ ส.ป.ก.แล้วหน่วยงานเขาก็จะออกมาชี้แจงเรื่อย ยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งบ่อย เหมือนยุคมันเปลี่ยนเขาก็จะให้บริการดีขึ้น มีการให้ความรู้เกษตรแปลงใหญ่ของ ส.ป.ก.แปลงใหญ่มันกับแปลงใหญ่พืชผัก ส.ป.ก.ออกมาสนับสนุน แล้วก็กลุ่มเกษตรอินทรีย์ ที่ ส.ป.ก.เขาก็ออกมาสนับสนุน มาดูแล ปลูกผักปลอดสาร แล้วก็ต่อ GAP ให้ ดูแลมาตรฐาน GAP เพื่อยกราคาสินค้าขึ้น จะได้มีราคาเพิ่มขึ้น แล้วก็พาไปดูงาน” นางโสน กล่าว

‘ประยูร’เฝ้าฯรับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดสีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753462

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน“สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 15 “สืบสาน รักษา และต่อยอด ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จตุจักร กทม.ในโอกาสนี้ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สืบสาน สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างวิถีเกษตรสมัยใหม่ สู่อาหารปลอดภัย สร้างรายได้ ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน” โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เผยแพร่โครงการพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งดำเนินการตามพระราชดำริ นำมาสืบสาน ต่อยอด และขยายผลเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎร ซึ่งมี 13 หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมจัดนิทรรศการ อาทิ การพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีฝนหลวง การบริหารจัดการน้ำ และการส่งเสริมการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมการสาธิตและการฝึกอาชีพเพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ ได้แก่ การแปรรูปสัตว์น้ำเมนูจากกุ้งก้ามกราม ในเมนูขนมเบื้องญวนไส้กุ้ง การทำไส้กรอกหมูสด และการทำไอศกรีมนมแพะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ประชาชนร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วย

รองปลัดฯถกJAECฝึกผู้นำเยาวชนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753464

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาโครงการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายทาคาชิ โยชิคาวะ(Mr.Takashi Yoshikawa) ผอ.บริหารสภาการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (The JapanAgricultural Exchange Council : JAEC) พร้อมคณะ ที่สำนักงาน JAEC กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และผ่านการประชุมระบบออนไลน์

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา มีผู้นำเยาวชนเกษตรไทย เข้าร่วมโครงการนี้มาแล้ว 41 รุ่น มีผู้นำเยาวชนเกษตรเข้าร่วมมากกว่า 679 คน ซึ่งปัจจุบันต้องพลิกโฉมโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตั้งแต่การคัดเลือกเยาวชนเกษตร การอบรมเตรียมความพร้อม การประเมินศักยภาพ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเยาวชนเกษตรของไทยและครอบครัวของญี่ปุ่น พร้อมทั้งผลักดันให้ขยายช่วงอายุของเยาวชนเกษตรไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่เยาวชนเกษตรของไทย ได้มาฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นควรเสริมสร้างและยกระดับการดำเนินการของเยาวชนเกษตรไทยทุกรุ่น โดยจะส่งเสริมให้มีการจับคู่ธุรกิจ (Business matching) ระหว่างผู้นำเยาวชนเกษตรไทยที่จบการอบรมแล้วนำความรู้ไปผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง จำหน่ายให้บริษัทผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

จากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน รวมทั้งให้โอวาทแก่ผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ได้แก่ น.ส.ภัณฑิรา มุศิริ
ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงาน ที่บ้านของนายยูอิจิ ฮะโตริ (Yuichi Hatori)ในจังหวัดไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยนายเศรษฐเกียรติ ได้ให้คำปรึกษา คำแนะนำและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้นำเยาวชนเกษตรไทย พร้อมเน้นย้ำให้มีความตั้งใจในการปฏิบัติงาน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตรในประเทศไทยต่อไป

‘อภัย’หารือ‘FAO’ติดตาม ความก้าวหน้าด้านปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753461

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นายธนวรรษ เทียนสิน ผอ.ด้านปศุสัตว์และสุขภาพสัตว์ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่ เข้าเยี่ยมคารวะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ 135

ทั้งนี้ สำหรับการหารือดังกล่าว มีประเด็นที่สำคัญต่างๆ อาทิ 1.การรายงานข้อมูลความร่วมมือระหว่างไทย-FAO 2.การเชิญผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการพลิกโฉมการปศุสัตว์อย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2566 ที่สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม ประเทศอิตาลี 3.การรายงานการเตรียมความพร้อมการจัดประชุม Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม–3 พฤศจิกายน 2566

4.การรายงานข้อริเริ่มการดำเนินงานด้านการพลิกโฉมการผลิตปศุสัตว์อย่างยั่งยืน 5.หารือเกี่ยวกับโครงการที่มีศักยภาพสำหรับความร่วมมือใต้-ใต้ การทำปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่และระบบเกษตรและอาหารในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และ 6.รายงานการจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในอนาคต

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753466

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำ MOU : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตร ให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ และนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตรแบบ Real Time ผ่านช่องทางโมบาย แอปพลิเคชั่น“ขอฝน” บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเพาะปลูกให้มีประสิทธิผล โดยบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล การวิจัยพัฒนา และพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงกำหนดขอบเขตความร่วมมือด้านข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีการแลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่ายและประชาชน

นอกจากนี้จะร่วมกันวิจัย พัฒนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร โดยจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ นักวิจัยของทั้งสองหน่วยงานในการศึกษาดูงานการฝึกภาคปฏิบัติ การบรรยายเชิงวิชาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิชาการ ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตรและการช่วยเหลือเกษตรกร ให้การดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงเกษตรฯพ.ศ.2566-2570

ด้านนายสุพิศกล่าวว่า ได้พัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ในระบบภูมิสารสนเทศฝนหลวง หรือฝนหลวงจีโอแมป แสดงถึงความต้องการน้ำของพืชตามช่วงเวลาการเพาะปลูกการเจริญเติบโต ปริมาณฝนสะสมรายวัน รายสัปดาห์ ข้อมูลผู้ขอรับบริการฝนหลวง ข้อมูลเชิงพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มีสภาพการขาดน้ำในดิน หรือมีสภาพความชื้นในดิน เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศประจำวันให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ใช้ประกอบการวางแผนทำฝนประจำวัน สอดคล้องกับภารกิจส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ได้มีการพัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่เช่นกัน

ขณะที่นายเข้มแข็งกล่าวว่า มีการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรทั้งประเทศในรูปแบบดิจิทัล สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรและการสนับสนุนข้อมูลเกษตรกรดำเนินการโครงการมาตรการภาครัฐต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งหากบูรณาการกับข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ ข้อมูลสภาพอากาศ และเทคโนโลยีการทำฝนหลวง ของกรมฝนหลวงฯ จะสามารถใช้กำหนดแผนปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุก พร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มความต้องการน้ำฝน เพื่อเป็นการให้บริการได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย ซึ่งช่วยการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และความแห้งแล้ง สาเหตุจากการเกิดเอลนีโญและลานีญา