‘ลาบานูน’ ให้กำลังใจน้องๆในโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน (All For One)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753247

‘ลาบานูน’ ให้กำลังใจน้องๆในโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน (All For One)

‘ลาบานูน’ ให้กำลังใจน้องๆในโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน (All For One)

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 20.08 น.

ได้รับจดหมายชวนไปหาน้องๆที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 (จังหวัดราชบุรี) วง LABANOON (ลาบานูน) สังกัด genie records (จีนี่ เรคคอร์ดส) ก็ไม่รอช้า..รีบตอบตกลงทันที ซึ่งกิจกรรมโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน (All For One)” นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดสุพรรณบุรี และ ศาลเยาวชนเเละครอบครัวใน ภาค 7  เมื่อไปถึงทั้ง เมธี , อนันต์ และ สมเมย์ ก็ร่วมพูดคุยกับน้องๆ เปิดใจถึงประสบการณ์ชีวิตและชวนน้องๆสร้างเเรงบันดาลใจทำตามความฝัน และเมื่อศิลปินไปทั้งทีจะไม่ร้องเพลงให้ฟังก็กลัวงานจะเงียบไป ทั้งสามคนคว้าเครื่องดนตรีจัดโชว์ชุดใหญ่ให้น้องๆได้โยกกันอย่างเต็มที่ ก่อนจะเรียกตัวตึงมาร้องเพลงด้วยกัน เรียกว่าอิ่มใจกันทุกฝ่าย

ทิ้งท้าย เมธี (นักร้องนำ) ได้โพสต์ถึงงานในวันนั้นว่า “น้องๆอายุยังไม่ถึง18ปี ฉะนั้นน้องๆจงสร้างโอกาสให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะโลกใบนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่น้องๆ สามารถสร้างฝัน และเขียนเส้นทางชีวิตของตนเอง หวังเหลือเกิน…การเจอของเราวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจไม่มากก็น้อย ให้น้องๆมีเรื่องราวชีวิตที่ดีขึ้น ให้โอกาสตนเองนะ แล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่แล้วสร้างมันขึ้นมา เพื่อ 20-30 ปี อนาคตของตนเอง รักครับ”

วัย 45 ปี ไม่มีแผ่ว ‘แมทธิว ดีน’ ยังหล่อฟิตลุยงานพิธีกรต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753242

วัย 45 ปี ไม่มีแผ่ว ‘แมทธิว ดีน’ ยังหล่อฟิตลุยงานพิธีกรต่อเนื่อง

วัย 45 ปี ไม่มีแผ่ว ‘แมทธิว ดีน’ ยังหล่อฟิตลุยงานพิธีกรต่อเนื่อง

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.57 น.

นอกจากหน้าที่พิธีกรระดับเอลิสของประเทศไทย “แมทธิว ดีน” ยังเป็นคุณพ่อลูกสามอารมณ์ดีที่อายุเข้าสู่เลข 45 ปีเต็ม แต่ก็ยังฟิตปั๋งพลังเหลือล้น ตะลุยกิจกรรมมัน ๆ ตีซี้คนดังให้ชมกันอยู่เสมอ ในรายการ “วัน เดย์ วิท แมทธิว หนึ่งวันมันดี ตีซี้คนดัง (One Day With Matthew)” ออกอากาศให้ชมกัน ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง MONO29 ล่าสุดถูกทีมงานจัดเซอร์ไพรส์ มอบเค้กวันเกิดสุดน่ารักกลางกองรายการ งานนี้เจ้าตัวยังฝากขอบคุณถึงแฟน ๆ และคุณผู้ชมว่า“วันนี้ผมอายุเข้า 45 ปี  แล้ว ก็ถือเป็นวันที่ดีอีกวันของชีวิตครับ  ยังคงมาทำงานตามปกติ ต้องขอขอบคุณแฟน รายการวัน เดย์ วิท แมทธิว และคุณผู้ชมช่อง MONO29 ทุกท่านที่ติดตามพวกเรามาตลอดครับ ขอบคุณทีมงานที่สร้างรายการหนึ่งวันมัน ๆ ไปด้วยกันแบบนี้ ทำให้ผมเองมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ความสนุกเสิร์ฟกิจกรรมสนุก ๆ ให้กับผู้ชมทุกสัปดาห์ และที่สำคัญได้นำเสนอเรื่องราวจุดเปลี่ยนชีวิตคนดังมากมาย เป็นประสบการณ์ที่หายากนำมาเป็นข้อคิดเตือนสติให้ได้รับชม ซึ่งผมนำมาปรับใช้ในชีวิตตัวเองด้วย จากนี้ยังคงทำงานพิธีกรอย่างขันแข็งเช่นเคยครับ”

‘คอนเสิร์ตไมค์ม่วนซื่น’ ปิดท้ายความม่วนกับทัพศิลปินคุณภาพ ที่ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753241

‘คอนเสิร์ตไมค์ม่วนซื่น’ ปิดท้ายความม่วนกับทัพศิลปินคุณภาพ ที่ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

‘คอนเสิร์ตไมค์ม่วนซื่น’ ปิดท้ายความม่วนกับทัพศิลปินคุณภาพ ที่ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.53 น.

จบลงไปอย่างชื่นมื่น! กับงาน “นมเปรี้ยวดัชมิลล์ พาม่วน คอนเสิร์ตไมค์ม่วนซื่น ร้อง เล่น เต้นสะบัด” โดยปี 2566 นี้ได้ยกขบวนความสุขส่งตรงถึงหน้าบ้านใน 5 จังหวัดทั่วไทย ตลอดเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ที่ผ่านมา ด้วยคอนเซ็ปต์เดิมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องคือ “ชมฟรีตลอดทั้งงาน!” เริ่มล้อหมุนความม่วนที่จังหวัดหนองคาย, จังหวัดสงขลา, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดชลบุรี และ จังหวัดปทุมธานี ตามลำดับ

โดยได้ยกทัพศิลปินคุณภาพ นำโดย “เท่ง เถิดเทิง”, “โหน่ง ชะชะช่า”, “แจ๊ส JSPKK”, “ลำไย ไหทองคำ”, “เจนนี่-ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น”, “เต้ย อภิวัฒน์”, “กานต์ ทศน”, “นัท ณวภัสร์”, “นัน อนันต์” พร้อมศิลปินเสริมเพิ่มความปังจากค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ดแบบจุก ๆ อาทิ 3 หนุ่ม RSF “ไรอัล กาจบัณฑิต – ซัน วงศธร – ฟอร์ม ชลพิพรรธน์”, ป๊อบปี้ ปรัชญาลักษณ์”, “วิทย์ สุวิทย์”, “กุ้ง จุฑาภรณ์”, “หมิว เขมจิรา”, “พลอย พลอยสวย”, “ต้นตาล ยุทธการณ์”, “ปุย ปรีญานุช” และ ศิลปินน้องใหม่ขวัญใจแม่ยกอย่างน้อง ‘’ลีโอ ไมค์หมดหนี้” สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีมอบความสุขในทั้ง 5 จังหวัด โดยมี “พัน พลุแตก” เป็นพิธีกรมอบความสุขตลอดทั้งงาน

โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ เป็นอย่างดี มีบรรดาแม่ยกของน้อง ๆ ศิลปินจับจองพื้นที่อยู่ให้กำลังใจศิลปินที่รักมากกว่า 3 ชั่วโมงเต็มในทุกจังหวัด! โดย งานครั้งที่ 5 ได้จัดปิดท้ายความสนุกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2566 ณ ตลาดบ้านฟ้า เลอ มาร์เช่ ลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมา คนแน่นขนัดเต็มพื้นที่จัดงาน! แถมในบริเวณงานยังมีบูธกิจกรรมมอบความสุข พร้อมสินค้าราคาพิเศษจากสปอนเซอร์ใจดีที่ขนกันมาแบบจัดหนัก จัดเต็ม นอกจากนี้ในงานยังได้มีกิจกรรมรับสมัครนักร้องเสียงดีเข้าสู่รายการไมค์ทองคำสามวัยทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 อีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม! โดยสามารถติดตามรายละเอียดงานสุดม่วนซื่นแบบนี้ครั้งต่อไปได้ทาง Facebook: อีเว้นท์ WORKWORK และ Facebook: ยุ้งข้าวเรคคอร์ด จนกว่าจะพบกันใหม่

‘แต้ว, มิ้นต์, มิว, แพทริเซีย’ แท็กทีมอัปเดตเทรนด์ ‘DISAYA’ คอลเลกชั่น Autumn/Winter 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753233

‘แต้ว, มิ้นต์, มิว, แพทริเซีย’   แท็กทีมอัปเดตเทรนด์ ‘DISAYA’ คอลเลกชั่น Autumn/Winter 2023

‘แต้ว, มิ้นต์, มิว, แพทริเซีย’ แท็กทีมอัปเดตเทรนด์ ‘DISAYA’ คอลเลกชั่น Autumn/Winter 2023

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.40 น.

นานๆ ทีจะเห็นเหล่านาเอกสาวสายแฟตัวจี๊ด แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ, แพทริเซีย กู๊ด พร้อมด้วย เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์, ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์, ไอซ์-อามีนา กูล, มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล และ เมทัล สุขขาว พร้อมใจล็อคคิวมาอัปเดตเทรนด์แฟชั่นล่าสุดจาก DISAYA (ดิษยา) ในคอลเลกชัน Autumn/Winter 2023

ซึ่งจะพาออกค้นหาความน่าหลงใหลในปราสาทร้าง รายล้อมไปด้วยสวนดอกกุหลาบที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว จะพบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ปกคลุมไว้เป็นอย่างดี ภาพวอลเปเปอร์ฉีกขาดเผยให้เห็นลวดลายบนผนัง เป็นแรงบันดาลใจ ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์อิตาเลียน ซึ่งทางแบรนด์ดิษยา ร่วมกับ Ginori 1735 (จิโนรี 1735) แบรนด์ลักซ์ชัวรีเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี จากประเทศอิตาลี นำคอลเลกชันคลาสสิกตลอดกาล Oriente Italiano และ Arcadia มาร่วมจัดเอ็กซ์คลูชีฟดินเนอร์

โดยสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาในลุคเปรี้ยวซ่อนหวานกับชุดเดรสเกาะอกเลื่อมที่มีดีเทลระบายด้านหลังมิว-นิษฐา มาในลุคน่ารักสดใสกับเดรสสีขาวโดดเด่นด้วยดีเทลระบายและปักเลื่อมรูปดอกไม้ ด้าน มิ้นต์-ชาลิดา เรียบโก้ด้วยเดรสแขนกุดดีไซน์เครปด้านหลังด้วยผ้าลูกไม้ตัดต่อ

ส่วนสาว แพทริเซีย น่ารักสดใสในชุดแม็กซี่เดรสสีฟ้าพาสเทลเล่นดีเทลปักมุก โดดเด่นด้วยโบ 3D ประดับเพชร ในขณะที่สองพี่น้องเสียงดี เฟย์-พรปวีณ์  มาในเสื้อและกระโปรงสีขาวปักประดับเลื่อมที่ถูกดีไซน์เป็นลวดลายดอกไม้ และ ฟาง-ธนันต์ธรญ์ มาในลุคคุณหนูเรียบโก้ในชุดเดรสผ้าทวีดคลุมด้วยผ้าเน็ต โดดเด่นด้วยดอกไม้ 3D ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลเลกชันใหม่ๆ ได้ที่ Instagram: @disayaofficial  Line OA @disaya และ DISAYA Stores ทุกสาขา

ฝันเห็นครั้งแรกก็แกล้งกันซะเลย! ‘น้าค่อม’มาเข้าฝัน’น้าโย่ง’ ชาวเน็ตพากันตีเลขเด็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753224

ฝันเห็นครั้งแรกก็แกล้งกันซะเลย! 'น้าค่อม'มาเข้าฝัน'น้าโย่ง' ชาวเน็ตพากันตีเลขเด็ด

ฝันเห็นครั้งแรกก็แกล้งกันซะเลย! ‘น้าค่อม’มาเข้าฝัน’น้าโย่ง’ ชาวเน็ตพากันตีเลขเด็ด

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.26 น.

ฝันเห็นครั้งแรกก็แกล้งกันซะเลย! ‘น้าค่อม’มาเข้าฝัน’น้าโย่ง’ ชาวเน็ตพากันตีเลขเด็ด

ตลกชื่อดังระดับตำนาน “น้าค่อม ชวนชื่น” ถึงแม้จากไป แต่ก็ยังตราตรึงใจใครหลายๆคน ล่าสุด “น้าโย่ง เชิญยิ้ม” ยังโพสต์เล่าความฝันที่ฝันเห็นน้าค่อม ว่า ” เมื่อคืน โดนน้าค่อมแกล้ง รู้สึกว่า…มีคนเอากรรไกรมาตัดผมด้านหลัง แหว่งเลย
พอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นน้าค่อม แก่ก็หัวเราะชอบใจแล้ววิ่งหนี ผมก็วิ่งตามแบบหยอกๆกัน แล้วผมก็หาแกไม่เห็น
เห็นแต่รองเท้าบู๊ทแกวางอยู่ ไม่รู้ว่าตัวแกหลบอยู่ตรงไหน พึ่งฝันเห็นกันเป็นครั้งแรก ก็แกล้งกันซะแล้ว #ฝันว่าโดนตัดผมทำนายว่า ??? “

ขณะที่โพสต์นี้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ต่างก็ทำนายว่า จะหายเจ็บหายป่วย ชีวิตจะดีขึ้นทุกด้าน , หมดทุกข์หมดโศก , 20 ต้องมาแน่คะ , ทำบุญให้คับน้าเขามาขอบุญและเลขน้าโย่งไม่ต้องหาคับ ง่ายๆ เบอรองเท้าบูทของน้าค่อมคับเขาทิ้งไว้ให้แล้ว 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fyongchernyimfanpage%2Fposts%2Fpfbid0hLP9MPtss2bwA9P1ZbSGbZKvGpti4tNGDuMsa4e3JELQkLjC3x4n9ATGpSYd3PN4l&show_text=true&width=500

ฝากรัฐบาลใหม่ขยายโอกาส‘การศึกษา’ ตัดวงจรส่งต่อ‘ความยากจนข้ามรุ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753134

ฝากรัฐบาลใหม่ขยายโอกาส‘การศึกษา’ ตัดวงจรส่งต่อ‘ความยากจนข้ามรุ่น’

ฝากรัฐบาลใหม่ขยายโอกาส‘การศึกษา’ ตัดวงจรส่งต่อ‘ความยากจนข้ามรุ่น’

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และ อดีตกรรมการสภาการศึกษา กล่าวว่าประเทศไทยยังมีปัญหาความยากจนข้ามรุ่นและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขจึงจะหลุดพ้นประเทศรายได้ระดับปานกลาง การจัดตั้งและการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ควรได้รับการสานต่อ รัฐบาลใหม่ควรเพิ่มเงินให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคเพื่อทำให้ครอบครัวรายได้น้อยหรือครัวเรือนยากจนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา

“การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพจะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีทักษะในการทำงาน มีรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และมีความสามารถในการยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะแรงงานจึงเป็นการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ดีกว่ามาตรการประชานิยมแจกเงินทั้งหลาย” รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณเพิ่มให้กองทุนเสมอภาคการศึกษา 8,000 ล้านเป็นเรื่องที่มีความเหมาะสม ส่วนนโยบายแจก Tablet 31,000 ล้านบาทเพื่อให้นักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีต้องดำเนินการจัดซื้ออย่างโปร่งใส ด้านนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุนหากสามารถดำเนินการได้จะเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศในระยะยาว

คุณภาพการศึกษาไทยนั้นตกต่ำมาอย่างต่อเนื่องทั้งที่มีการมีทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากให้กับ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่งบประมาณจำนวนมากได้ใช้ไปกับงบประจำและงบบริหารจัดการ นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมีการจัดโครงสร้างองค์กรแบบรวมศูนย์เข้าสู่กระทรวง แทนที่จะมีการกระจายอำนาจ กระจายงบไปสู่สถานศึกษา

การใช้งบประมาณก็ยังไม่ได้มุ่งตรงไปที่สถานศึกษามุ่งเป้าไปที่นักเรียนนักศึกษา มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาครูอาจารย์ นักวิจัย หรือมุ่งเป้าไปที่แรงงานในการพัฒนาทักษะผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบบการศึกษาไทยและการจัดการงบประมาณทางด้านการศึกษาวิจัยต้องมีการปฏิรูปใหญ่ และต้องเปลี่ยนเป็นระบบ Demand-side Financing มุ่งไปที่ตัวผู้เรียน ลดความเป็น Supply-side Financing ที่มุ่งจัดสรรงบไปกองอยู่ที่กระทรวง

ทั้งนี้ ในระยะ 6 ปีแรกของแผนการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์เป้าหมาย แผนการดำเนินการล้วนสะดุดมาอย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่ชัดเจนของนโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่มีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง และสะดุดลงอย่างหนักสุดจากวิกฤตการณ์โควิด-19 และเกิด Learning Loss (ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้) ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากในช่วงล็อกดาวน์

ตัวชี้วัดต่างๆ ที่อยู่ในแผนระยะ 5 ปีแรก (พ.ศ. 2560-2565) ของแผนการศึกษาชาติ (พ.ศ. 2560-2579) จึงบรรลุตามเป้าหมายไม่ถึงร้อยละ 40 ไม่ว่าจะเป็นมิติการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ (Access) มิติความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) มิติคุณภาพการศึกษา (Quality) มิติประสิทธิภาพ (Efficiency) มิติการตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ในขณะที่แผน 5 ปี ระยะที่สองเริ่มต้นในช่วงรอยต่อของรัฐบาลประยุทธ์และรัฐบาลเศรษฐา มีความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล

และจนขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่า ใครจะมาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ใครจะมีเป็นทีมงานในการบริหารนโยบาย และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาหรือไม่ สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติอย่างไร ฉะนั้น แผน 5 ปีระยะที่สองจึงอาจมีความล่าช้าในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ

ขณะที่ในส่วนการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ 10 ข้อ (หากพิจารณาจากแผนเดิม 15 ปี) และ ยุทธศาสตร์ 6 ข้อ (ตามแผนที่มีแก้ไขเพิ่มเติมเป็น 20 ปี) นั้นพบว่า มียุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาคทางการศึกษา มีความคืบหน้าพอสมควร

ส่วนยุทธศาสตร์อื่นๆ เช่น ยุทธศาสตร์การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล้วนไม่มีความคืบหน้าและยังห่างไกลการบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา และหากนำเอาแผนเดิมก่อนปรับปรุงจาก 20 ปีเป็น 15 ปี ยิ่งเห็นถึงความอ่อนแอลงของระบบการศึกษาไทยอย่างชัดเจนและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่วงรั้งให้ประเทศไทยรั้งท้ายที่สุดในเอเชียตะวันออก

จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ภายใต้รัฐบาลใหม่ต้องบริหารจัดการให้ดีขึ้น ในแผนการศึกษาแห่งชาติระยะที่สอง (พ.ศ. 2566-2570)มีตัวชี้วัดหลายตัวที่ในระยะที่หนึ่งยังไม่บรรลุเลยฉะนั้นในระยะที่สอง“รัฐบาลใหม่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิม” ไม่ว่าจะเป็น 1.ด้านความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษาพื้นฐานตามฐานะทางเศรษฐกิจและพื้นที่ลดลง ร้อยละของเด็กในวัยเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการศึกษาเต็มตามศักยภาพเพิ่มขึ้น

ผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคนได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา 15 ปี เป็นต้น 2.ด้านคุณภาพการศึกษา เช่น ร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะเป็นที่พอใจของสถานประกอบการเพิ่มขึ้น จำนวนงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้นวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น เป็นต้น 3.ด้านการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ประชากรวัยทำงานมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละของแรงงานที่ขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อยกระดับคุณวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้น

4.ด้านประสิทธิภาพ มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์หรือตัวผู้เรียน มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของสถานศึกษา 5.ด้านตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษาดีขึ้น จำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่ติดอันดับ 200 อันดับแรกของโลกเพิ่มขึ้น อันดับความพึงพอใจของผู้ประกอบการต่อผู้จบอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสายสามัญ

“ตัวชี้วัดตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติหลายตัวยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายแม้กระทั่งเกณฑ์ตัวชี้วัดในระยะแรก หากจะทำให้บรรลุเกณฑ์ตัวชี้วัดในระยะที่สองดีขึ้น รัฐบาลใหม่ต้องทุ่มเททรัพยากรต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้เป็นตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติที่กำหนดกรอบเวลาไว้อย่างชัดเจน หากพยายามแล้วไม่สามารถทำได้ควรมีการปรับเปลี่ยนแผนการศึกษาแห่งชาติใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศ” รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ควรมีการจัดตั้งกองทุนขนาด 2,000 ล้านบาท ใหม่เพิ่มเติมหรือใช้กลไกกองทุนทางการศึกษาที่มีอยู่แล้วเพื่อปฏิรูปบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ใช้กองทุนนี้ในการให้ “ทุนการศึกษา” “ทุนฝึกอบรม” “ทุนวิจัย” ให้กับบรรดาครูอาจารย์ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระบบอุดมศึกษาในสาขาที่ประเทศขาดแคลน นอกจากนี้ มีความจำเป็นต้องทบทวนแผนการศึกษาชาติใหม่ โดยนำเอายุทธศาสตร์จากแผนการศึกษาชาติฉบับ 15 ปีที่ถูกตัดทิ้งไปให้นำกลับมาพิจารณาใหม่

ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ในยุทธศาสตร์มีการเสนอแผนดำเนินการให้โรงเรียนของรัฐมีสภาพเป็น “นิติบุคคล” ได้ ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ยุทธศาสตร์การปรับระบบและกลไกในการบริหารงานบุคคล มีเสนอให้มี ระบบครูสัญญาจ้างที่สามารถจ่ายค่าตอบแทนสูงเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมากขึ้น

ทั้งนี้ องค์กรระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็น องค์กร Unicef สหประชาชาติ ธนาคารโลก (World Bank) ได้ให้ความเห็นตรงว่า ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในไทยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขณะที่การเพิ่มบทบาทของ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับนักเรียนนักศึกษาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย

“อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ยากจนมีประสิทธิภาพและครอบคลุมกว้างยิ่งขึ้น มีความจำเป็นในการต้องปฏิรูประบบการเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษาอย่างมียุทธศาสตร์และบูรณาการผ่านระบบการให้ทุนการศึกษา และต้องเพิ่มงบทุนการศึกษาให้เพียงพอโดยเฉพาะทุนการศึกษาในการเรียนสาขาวิชาชีพต่างๆ” รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว

‘ม.มหิดล’ร่วมเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ เปลี่ยน‘ขยะ’สู่ผลิตภัณฑ์‘สร้างรายได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753135

‘ม.มหิดล’ร่วมเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ  เปลี่ยน‘ขยะ’สู่ผลิตภัณฑ์‘สร้างรายได้’

‘ม.มหิดล’ร่วมเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ เปลี่ยน‘ขยะ’สู่ผลิตภัณฑ์‘สร้างรายได้’

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ก่อนที่ขยะจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จะต้องสิ้นเปลืองพลังงานต่อไปอีกมากมาย จะดีกว่าหรือไม่หากทุกคนเพียงช่วยกันวางแผนจัดการคัดแยกก่อนทิ้งซึ่ง อาจารย์พัทธจารี กระแสเสนร่วมกับทีมอาจารย์ประจำหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.ประเสริฐ ประสมรักษ์ อาจารย์ศิริพร ศิริกัญญาภรณ์ และ อาจารย์ ดร.กรกวรรษ ดารุนิกร เจ้าของโครงการและผู้ประสานงานหลัก

จัดทำโครงการ “การจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จระดับชุมชนและครัวเรือน” ร่วมเรียนรู้บริบทชุมชนหมู่บ้านราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นชุมชนตัวอย่างที่สามารถ “เปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำ” จากการนำนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดการขยะ ซึ่งมีรายได้หลักจากการแปรรูปขยะสู่ผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เริ่มต้นจากการคัดแยกขยะ โดยนำขยะอินทรีย์ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ นำไปบำรุงพืชผักสมุนไพรออร์แกนิกที่ปลูกไว้ในพื้นที่ สร้างแหล่งอาหารที่มีคุณภาพให้กับชุมชน และนำผลผลิตไปแปรรูปสานต่อสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาทิ แชมพูสมุนไพรลูกประคบสมุนไพร เป็นต้น ส่วนขยะรีไซเคิลได้ก็ขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้หมู่บ้านราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

“สาเหตุที่ให้ความสำคัญต่อการคัดแยกขยะมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมองว่าขยะแต่ละประเภทมีมูลค่าไม่เท่ากันและหากสามารถสร้างวัฒนธรรมในการนำภาชนะส่วนตัวมาใช้ ตลอดจนนำขยะที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ซ้ำ จะช่วยลดปริมาณขยะได้อีกเป็นจำนวนมาก และหากชุมชนมีการจัดการขยะที่ดี เชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิดความยั่งยืน ไม่มีขยะตกค้างจนก่อให้เกิดการปนเปื้อน และลดอัตราการเจ็บป่วยของชุมชนในที่สุด” อาจารย์พัทธจารี กล่าว

ขณะที่ อาจารย์ศิริพร กล่าวเสริมในเรื่องของ “การสร้างจิตสำนึก” ว่า การจัดการขยะเริ่มต้นได้ที่ตัวเรา “ขยะที่เราก่อ เราต้องเป็นผู้จัดการเอง ยิ่งคัดแยกได้เร็ว ยิ่งเกิดการปนเปื้อนได้น้อย” โดยหวังให้แนวคิดที่ได้จากการเรียนรู้จากโครงการการจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จระดับชุมชนและครัวเรือน สามารถขยายประโยชน์สู่ชุมชนอื่นๆ และพร้อมผลักดันสู่ระดับนโยบายได้ต่อไปในอนาคต

‘สส.ก้าวไกล’ เตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กไร้หลักฐานทางทะเบียนราษฎร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753271

'สส.ก้าวไกล' เตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กไร้หลักฐานทางทะเบียนราษฎร

‘สส.ก้าวไกล’ เตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กไร้หลักฐานทางทะเบียนราษฎร

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 21.53 น.

“ก้าวไกล”เตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กไร้หลักฐานทางทะเบียนราษฎร “ปารมี”เผยเป็นห่วงเด็ก 126 คนถูกส่งกลับพม่า-พระอาจารย์ มจร.เป็นห่วงสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติไม่ได้เรียนหนังสือ

29 สิงหาคม 2566 นายปารมี ไวเจริญ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ว่า ในวันที่ 3-4 กันยายน 2566 พรรคก้าวไกลและเครือข่ายภาคประชาสังคม จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลเด็กนักเรียน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการออกรหัส G (Generate Code) แก่เด็กไร้สถานทางทะเบียนราษฎรทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมไปถึงสามเณรที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยในระหว่างที่กำลังรอสภาผู้แทนฯบรรจุวาระก็ได้เร่งศึกษาและรวบรวมข้อมูลเด็กกลุ่มนี้เพิ่มเติม

นายปารมี กล่าวว่า สำหรับกรณีเด็กนักเรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จำนวน 126 คน ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและถูกส่งกลับประเทศพม่านั้น เท่าที่ทราบนั้นมีการส่งกลับไปเกือบหมดทั้งหมดแล้ว แม้ว่าทางพรรคก้าวไกลจะมีช่องทางในติดต่อผู้ปกครองของเด็กได้ แต่ยังมีความหวั่นใจอย่างยิ่ง เพราะไม่เห็นมีหน่วยราชการไทยติดตามเด็กเหล่านี้เลย ซึ่งน่ากังวลว่าเด็กจะตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก

“เราไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร จริงๆแล้วควรเร่งนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ใช่แค่กรณีของเด็กนักเรียน 126 คนที่จ.อ่างทองเท่านั้นที่เราต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะยังมีกรณีสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติที่กำลังประสบปัญหาไม่สามารถออกรหัส G ได้และไม่มีโรงเรียนรองรับสามเณรที่ต้องการเรียน ป.1-6 สามเณรบางรูปต้องนำชื่อไปฝากไว้กับโรงเรียนประถมศึกษาภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากเวลาถ่ายรูปติดบัตรสามเณรต้องเปลี่ยนจีวรให้เป็นชุดเครื่องแบบนักเรียน เรามองว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจสำหรับบุคคลที่ต้องการที่จะศึกษาเรียนรู้ทางพระธรรมวินัย ถือว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะการเอาชื่อเข้าไปไว้อีกโรงเรียนหนึ่ง แต่เด็กเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ผิดกฎระเบียบของกระทรวงการศึกษาได้ พวกเขาควรได้เรียนโรงเรียนที่มุ่งเน้นหลักสูตรของตนเอง”นายปารมี กล่าว

ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า แม้แต่โรงเรียนปริยัติธรรมศึกษาแผนกสามัญศึกษา ก็เปิดรับเฉพาะมัธยมศึกษาเท่านั้น ทั้งๆที่สามเณรที่เรียนชั้นประถมควรมีโอกาสได้เรียนด้วย ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เพราะว่าไม่ใช่แค่สามเณรที่ไร้รัฐไร้สัญชาติเท่านั้นที่กำลังประสบปัญหา สามเณรที่มีสัญชาติไทยเองก็ประสบปัญหาในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เรามองว่ากฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาหรือมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะออกรหัส G เพื่อจะรองรับสิทธิและให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนไร้สถานทางทะเบียนเพื่อเข้าเรียนนั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาหลัก ๆในขณะนี้คือขาดการติดต่อประสานงานและขาดศูนย์ดำเนินงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่กล้าตัดสินใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ไม่มีการประสานงานและทำงานร่วมกัน ทำให้ใช้ระยะเวลานานกว่าจะแก้ไขปัญหาออกรหัส G ในบางกรณีกว่าจะสามารถออกได้ เด็กนักเรียนบางคนเรียนจบไปแล้ว และมีเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทับซ้อน จึงทำให้ปัญหานั้นสะสมไปเรื่อย ๆ และเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต

ขณะที่พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทฺโธ (วงใส) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดเชียงตุง รัฐฉานตะวันออก ประเทศพม่า เพื่อไปศึกษาประเด็นปัญหาสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ลูกเณรเข้ามาพึ่งพาอาศัยลี้ภัยสงคราม เมื่อได้ลงพื้นที่ปรากฏว่าในประเทศพม่าก็มีการจัดการศึกษาให้กับสามเณรเช่นเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เลขระบุสถานะทางทะเบียน และการจัดการศึกษาก็เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ สามารถสื่อสารกันและกันได้เท่านั้น เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีว่าประเทศพม่ามีหลากหลายชาติพันธุ์และพูดคุยกันคนละภาษา

พระวิสิทธิ์กล่าวว่า สามเณรสามารถแบ่งประเภทได้  3 ส่วน คือ 1.สามเณรที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เข้ารับการศึกษาโดยไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลพม่า และอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ 2.สามเณรที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ารับการศึกษาโดยมีรัฐบาลพม่าสนับสนุน 3.สามเณรกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อต้านรัฐบาลพม่าและอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้ปกครอง พ่อแม่ของสามเณรบางส่วนเป็นผู้อพยพลี้ภัยทางการเมือง และนำลูกมาบวชเพราะต้องการปกป้องลูกให้อาศัยร่มกาสาวพัสตร์จากภัยสงคราม

“มีเด็กผู้หญิงบางคนที่จำเป็นต้องโกนผมเพื่อเข้าเรียนเช่นเดียวกัน หลายคนเป็นเด็กกำพร้าและหากสงครามยุติลงก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้พบครอบครัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หากสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้รับการแก้ปัญหา และหากถูกส่งตัวกลับไปยังพื้นที่ต้นน้ำที่เป็นพื้นที่อันตรายนั้น ก็ไม่รู้ชะตาชีวิตของพวกเขานั้นจะเป็นอย่างไร”พระวิสิทธิ์ กล่าว

‘ชลน่าน’ ลาออกหัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ในวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557320

30 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' ลาออกหัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ในวันนี้

‘ชลน่าน’ ทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ในวันนี้ หลังส่งเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี สำเร็จ เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  ยืนยันกับคมชัดลึกว่า  ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในวันนี้ ตามที่เคย ปราศรัยไว้กับประชาชน หลังบรรลุภารกิจตั้งรัฐบาลและสามารถส่ง เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ

อดิศร เล่าว่า ชลน่าน เริ่มสมัคร สส. ไทยรักไทยครั้งแรกปี 2544 จำได้ว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เป็นตัวหลักในการปราศรัยช่วย ชลน่าน ที่เป็นอดีต ผอ.โรงพยาบาล และเป็นที่น่าเสียดาย หลังจากนี้จะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารเพื่อไทยใน 60 วัน เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก

ในการประชุมสส.พรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แจ้งเจตจำนงค์ เรื่องการลาออกให้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบแล้ว

ฟังอดิศร เล่าเรื่องการลาออกของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ที่นี่

‘สมชัย’ สงสัย ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557314

30 ส.ค. 2566

'สมชัย' สงสัย 'พิชิต ชื่นบาน' ขาดคุณสมบัติ

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ สงสัย ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติ ขอสำนักเลขา ครม. ตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 อย่างเคร่งครัด

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะสงสัยว่า ชื่อ พิชิต ชื่นบาน  ที่เปิดเผยเป็นรายสุดท้ายในโผ ครม.เศรษฐา ว่าจะดำรงตำแหน่ง รมว. สำนักนายกรัฐมนตรีในโควต้าพรรคเพื่อไทย จะขาดคุณสมบัติ

เมื่อพลิกประวัติพิชิต ชื่นบาน พบว่าเคยโทษจำคุก 6 เดือน เมื่อปี 2551  ทำให้มีข้ออ้างว่านับถึงปัจจุบันเลย 10 ปีแล้ว สามารถมาเป็น รมต.ได้  เป็นเรื่องที่อาจเข้าใจผิด เพราะเรื่องเคยถูกจำคุกเลย 10 ปีแล้วมีคุณสมบัตินั้น เป็นคุณสมบัติของ สส. ตามมาตรา 98(7) ของรัฐธรรมนูญ

แต่กรณีเป็นรัฐมนตรีนั้นต้องดูที่ มาตรา 160(7) ซึ่งไม่ได้ระบุเวลา  เว้นแต่ประมาท ลหุโทษ หรือเรื่องหมิ่นประมาท
กรณี ละเมิดศาล นำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านมาให้เจ้าหน้าที่ธุรการศาล  ศาลลงโทษจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา  ไม่ใช่ลหุโทษ (โทษไม่ถึง 1 เดือน) แน่นอน

จากข้อมูลดังกล่าว สมชัย เชื่อว่าชื่อนี้ น่าจะไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้  เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะแจ้งกลับไปยังพรรคอย่างตรงไปตรงมา  หรือถ้าเข้าใจผิด ก็ขอให้ช่วยอธิบายสิ่งที่ถูกด้วย