จำได้ไหม? แม่ค้าคนดังปล่อยภาพเซตดูมๆ หนุ่มๆบอกใจละลาย ถูกใจมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/752429

จำได้ไหม? แม่ค้าคนดังปล่อยภาพเซตดูมๆ หนุ่มๆบอกใจละลาย ถูกใจมาก

จำได้ไหม? แม่ค้าคนดังปล่อยภาพเซตดูมๆ หนุ่มๆบอกใจละลาย ถูกใจมาก

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.38 น.

หนุ่มๆบอกใจละลาย ถูกใจมาก จำได้ไหม? โอลีฟ โตเกียวเนยกรอบ  แม่ค้าคนดังปล่อยภาพเซตดูมๆ 

ปล่อยภาพออกมา ก็ทำหนุ่มๆใจละลาย เมื่อแม่ค้าคนดัง โอลีฟ โตเกียวเนยกรอบ หรือ อรัญญา อภัยโส โพสต์ภาพบนอินสตาแกรม oiiyoleeb กับเซตหน้าอกหน้าใจแบบดูมๆ ซึ่งบางคนก็บอกว่าหรือนี่จะเป็นอานุภาพของ AI ขณะที่เจ้าตัวยังถามผ่านแคปชั่นว่า Who are? , ผู้ได๋ 

ด้านแฟนๆที่ติดตามเธอก็เข้ามาคอมเม้นท์กันจำนวนมาก โอ๊ย​ สวยสุด​ สวยฉ่ำๆมง , รูปนี้สวยมากกกก , ยอมแล้วชุดน่ะ , สวย เซ็กซี่สุดๆๆเลยครับ , ที่รัก ใจละลายเลย 

เปิดเส้นทางความรัก’เต้ ปิติศักดิ์-น้ำหวาน’ จากที่คิดว่าเพื่อนสาว-เด็กเสี่ย สู่สามี-ภรรยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/752425

เปิดเส้นทางความรัก'เต้ ปิติศักดิ์-น้ำหวาน' จากที่คิดว่าเพื่อนสาว-เด็กเสี่ย สู่สามี-ภรรยา

เปิดเส้นทางความรัก’เต้ ปิติศักดิ์-น้ำหวาน’ จากที่คิดว่าเพื่อนสาว-เด็กเสี่ย สู่สามี-ภรรยา

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.17 น.

นักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ เต้ ปิติศักดิ์ ที่วันนี้ควงภรรยา น้ำหวาน สรารัศมิ์ มาเผยเส้นทางความรัก 17 ปี เจอปัญหาใหญ่ เป็นข่าวดังมาแล้ว หวิดขาเตียงหัก พร้อมเล่าเหตุการณ์สุดช็อกแท้งลูกคนที่2 และหมอดูทักมีเด็กตามตลอด ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง?

เต้ : หลากหลายบทบาทครับ

คู่นี้แต่งงานมานานเท่าไหร่แล้ว?

เต้ : ถ้ารวมมาถึงทุกวันนี้ 16-17 ปีแล้วครับ ผมผ่านหลายบทบาท ได้มีโอกาสไปเป็นพิธีกรข่าว ทำธุรกิจหลายอย่าง

พี่เต้เป็นตัวท็อปของวงการ แต่อยู่ดีๆ มีแว๊บนึงหายไปเลย แล้วช่วงนี้กลับมาโหมงานหนัก ละคร 3-4 เรื่อง แล้วพิธีกรอีก กระแสดีด้วย?

เต้ : หลังจากโควิดเหมือนเขาอั้นกัน มันก็เหมือนเป็นชีวิตเรา เราอยู่กับวงการมานาน พอได้กลับมาก็มีความสุขในการทำงาน

เต้มีความสุข แล้วน้ำหวานมีความสุขไหมที่ไม่เจอหน้าสามี?

น้ำหวาน : ก็มีความสุข เราภูมิใจที่เวลาแบบไปห้างก็มีคนมาทัก คุณสมบัติ เราก็..อ่อ เขาดูละครนะ เขาติดตามแฟนเรา

คู่นี้มีเส้นทางความรักที่น่าสนใจมาก เจอกันครั้งแรกที่กองละคร?

เต้ : ครับ

เจอครั้งแรกตอนนั้นผู้ชายคนนี้เป็นยังไง?

น้ำหวาน : หวานคิดว่าเขาไม่แมน เวลาเดินเข้ากอง ผู้ช่วยที่เป็น LGBTQ ก็จะมากอดเขา เราก็เข้าใจว่าพี่เขาคงไม่แมน แต่ในกองก็คุยกันปกติ เพราะในใจคิดว่าเขาไม่แมน

พี่เต้เองก็คิดว่าสวยๆ แบบนี้คิดว่ามีเสี่ยเลี้ยง?

เต้ : ในใจเราคิดว่าน้องคนนี้ไม่ธรรมดา หน้าตาน่ารักดี มีรถขับ เรียนปี1 เอ๊ะ…ไปทำงานที่ไหนยังไง เราก็แบบมีคนคอยดูแลหรือเปล่า

ทำไมตอนนั้นปี1 ถึงมีรถขับ?

น้ำหวาน : เสี่ยที่ว่านี่คือนามสกุลเดียวกัน ปะป๊าเลี้ยง เพราะบ้านอยู่รังสิต แล้วเรียนไกล ปะป๊าเลยซื้อรถให้ เพราะเขาก็เป็นห่วง

การที่เรามีรถ ทำให้พระเอกคนนี้คิดว่าเรามีเสี่ยเลี้ยง?

น้ำหวาน : เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไงช่วงนั้น แต่เราขับรถยนต์ เขาก็เลยแบบมีเสี่ยเลี้ยงหรือเปล่า

คนนึงเสี่ยเลี้ยง อีกคนเพื่อนสาว แล้วมันจบยังไง ถึงเป็นแฟนกันได้?

น้ำหวาน : ก็คุยกัน ได้รู้จักพี่เขามากขึ้น ได้คุยกันเยอะขึ้นในกอง

ในกองผู้หญิงเยอะ ทำไมสนใจคนนี้?

เต้ : ด้วยความที่เราแอบคุย เขาสบายใจว่าเราเพื่อนสาว เราก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาก็รู้ว่าเราไม่ใช่เพื่อนสาว เราก็อยากเป็นเพื่อนกับเขาแหละ แต่คนมันเยอะที่มาเลือกคุยกับคนนี้จริงๆ จังๆ เพราะว่าเขามีความเป็นเด็ก น่ารักๆ แต่เวลาคุย เขาจะมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเอง เราเลยรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ก็คุยกันมาเรื่อยๆ ไม่ได้แบบว่าจะจีบนะ ก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

แล้วตอนนั้นทำยังไงให้เขามั่นใจว่าเราไม่ใช่เพื่อนสาว?

เต้ : ผมก็พิสูจน์ด้วยความสม่ำเสมอ เขาก็บอกผมนะ ตอนแรกก็คิดว่าพี่เต้ไม่แมนซะอีก ตอนนั้นมีอะไรก็คุยกันแทบทุกเรื่อง 

น้ำหวาน : ด้วยความที่คิดว่าไม่แมน เราก็ไม่ได้แอ๊บเนาะ ถ้าเรารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายมาจีบ เราก็จะไม่เป็นตัวเอง ก็จะแอ๊บ พอรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย เราก็เป็นตัวของเราเอง พอคุยไปเรื่อยๆ เราก็รู้เองว่าเขาไม่ใช่เพื่อนสาว

ตอนที่ตัดสินใจเป็นแฟน ตอนนั้น เต้ เจอพ่อหรือยัง?

เต้ : คำว่าเป็นแฟนสำหรับหลายๆ คน มีจุดเปลี่ยน จุดข้ามเส้นที่มันแตกต่างกัน แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าอยากจะคุยกับคนนี้ก็ไปหาเขาเรื่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดเริ่มเป็นแฟนคือตรงไหน แต่ด้วยความที่ไปหาคุณพ่อเรื่อยๆ ก็เจออุปสรรคเลย ตั้งแต่วันแรกๆ คุณพ่อเห็น ดารา นี่หว่า มาทำอะไรกับลูกสาวผม

พอเต้กลับพ่อว่ายังไง?

น้ำหวาน : เขาบอกแน่ใจเหรอ เพราะตัวเขาจะต้องเจอกับผู้หญิงเยอะแยะเลยนะ เขาจะมาหลอกหรือเปล่า เพราะตอนนั้นเขาก็เป็นห่วง ไม่อยากให้คบ

เห็นว่าคุณพ่อของคุณน้ำหวานเดินมาคุยกับคุณเต้โดยตรง เรียกว่าฟาดเลย?

เต้ : ใช่ครับ คุณพ่อแกจะมาแบบมาดน่ากลัวมาก เดินมาตาแข็งๆ แล้วมาคุยกับผมแบบชัดเจนเลยว่า คุณเป็นนักแสดง เป็นดารา คุณจะแน่ใจกับลูกสาวเราได้ยังไง จริงจังไหม

น้ำหวาน : ปะป๊า เขาเป็นคนจีน เขาจะพูดตรงๆ เลย

เต้ : เข้าทางเลยครับ ผมตั้งใจอยู่แล้ว ผมไม่ได้คบทีละหลายคน แล้วรู้สึกว่ายิ่งมีผู้ใหญ่รับรู้เรื่องราวก็ยิ่งดีนะ ผมก็ไปมาหาสู่ เรื่อยๆ เลย ใช้ความสม่ำเสมอ จนสุดท้ายแกก็เห็นเองว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ 

คบกันมา 5 ปี ตัดสินใจแต่งงาน?

เต้ : ด้วยความที่ผมตั้งใจตั้งแต่แรก แล้วผมรู้สึกว่าเวลา 4-5 ปีสำหรับผมมันก็เยอะพอสมควรแล้ว คนก่อนๆ ที่คบมา มันก็ใช้เวลามันก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะฉะนั้นปัจจัยเวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความพร้อมของเรามากกว่าว่าเรามั่นใจกับเขาคนนี้

ตอนแต่งงานน้ำหวานมีแอบงอนพี่เต้?

น้ำหวาน : หึงหวงเป็นเรื่องธรรมดา แรกๆ ยังไม่เข้าใจความเป็นนักแสดง เจอผู้หญิงเยอะแยะ บางทีก็มี SMS สาวๆ ติดกลับมาบ้านบ้าง แบบ อยากได้เป็นแฟนจังเลย

จริงๆ น้ำหวานเล่นละครแค่เรื่องเดียวที่เจอกัน หลังจากนั้นก็เป็นนักเรียนใช้ชีวิตปกติ เราก็ยังไม่เข้าใจว่าวงการมันเป็นยังไงบ้าง แต่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ เพราะมีคนส่ง SMS มาตลอด?

เต้ : มันเป็นเรื่องราวที่น่าจะเข้าใจผิด เพราะเวลาเราทำงานกับใคร มันก็มีบ้างที่อะไรยังไงกับใครหรือเปล่า หมายถึงผู้หญิงคนอื่นๆ เขาคิดกับเราหรือเปล่า แต่ว่าเราควรจะคิดกลับไหม ก็มีคุยกันบ้างเล็กน้อย แต่ว่าด้วยใจเต็ม 100% เราไม่เคยคิดเลยว่าจะไปอะไรกับเขา แต่พอมีการติดต่อเข้ามา แล้วเขาเห็นมันก็รู้สึกไม่สบายใจ

ตอนนั้นเราทำยังไงถึงชนะความรู้สึกเขาได้?

เต้ : เหมือนเดิมครับ เราต้องใช้ความสม่ำเสมอ แล้วอธิบายให้เขาใจว่า คนนี้เป็นแบบนี้นะ

ตอนนั้นเขาชนะใจเราได้ยังไง?

น้ำหวาน : ให้โทรกลับไปคุยเลย ตอนแรกเขาจะบอกว่าเพื่อนไม่มีอะไร แต่พอโทรไปเราจะได้ยินเลยว่าแอดติจูดเขาไม่ได้ดีนะ คนนี้เขาก็หยุด คือตัวเขาไม่ได้คิดอะไร แต่ผู้หญิงที่เข้ามาคิดกับเขา พอโทรกลับไปเขาได้ยินผู้หญิงตอบกลับมา เขาก็เข้าใจเลยว่าจิตไม่ได้ดีแล้ว

เห็นมีข่าวใหญ่โตเลย พี่เต้บอกว่าถ้ากลับมาโสดอีกครั้งจะเป็นยังไง?

เต้ : มันเป็นความน้อยใจ มันเป็นช่วงเวลาที่น้ำหวานเขากลับไปทำงาน เพราะว่าตั้งแต่มีลูก เราวางแผนครอบครัว มีลูกเลย เรารู้สึกว่าได้เวลาแล้วให้เขาดูแลลูกอย่างเดียว เขามาขอผมกลับไปทำงาน เขายังอยากไปหาประสบการณ์ในการทำงานต่างๆ นานา เราก็เปิดกว้างอยู่แล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้ทำงานอย่างเดียว มีคนติดต่อมา เหมือกรรมตามสนองยังไงไม่รู้

น้ำหวาน : ส่วนใหญ่จะมีคนกระซิบว่าเห็นผู้ชายคนนั้นมาคุยกับแฟนนะ

เต้ : โทรไปไม่รับ แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ โทรไปไม่รับเลยนะ มันทำงานไปสักระยะ เหมือนเขาจะยุ่งๆ แต่ตอนนั้นคิดไม่ออกหรอกว่ายุ่งหรือเปล่า แล้วเราไม่ค่อยปิดมือถือ หรือใส่รหัส ดูกันได้ แล้วเราก็แบบนี่ใคร ชัดเลยๆ ไม่ใช่แล้ว

ทำไมคุณน้ำหวานถึงไม่รับโทรศัพท์พี่เต้?

น้ำหวาน : รับไม่ได้ คือมันยุ่ง ประชุม ด้วยความที่เราเพิ่งกลับเข้ามาทำงาน บางทีการสื่อสารกันมันน้อย พอมันมีปัญหาตรงนี้เข้ามา การสื่อสารกันเริ่มเยอะขึ้น เราก็รู้แล้วว่าถ้าเขามองไม่เห็น สิ่งที่เขาจะมโนเพิ่มขึ้นไปมันจะเยอะมาก เราก็แคปให้เขาดู ถ้าโทรมาแล้วไม่ได้รับก็แปลว่าประชุมอยู่

เต้ : หลังจากเราได้เคลียร์กันแล้ว ได้ทำความเข้าใจกัน คือเราขาดการสื่อสาร สำคัญมากสำหรับทุกครอบครัว เพราะว่าใคร ยังไงก็แล้วแต่ สิ่งที่มันติดอยู่ในหัวมันไม่ใช่เรื่องที่มันถูกต้อง แล้วคุณยิ่งไปเพิ่มอะไรต่ออะไรเข้าไป มันกลายเป็นว่าเรื่องดีๆ มันไม่เกิดเลยนะ คุยกันดีที่สุด

น้ำหวาน : คุยกันเยอะๆ อธิบายเยอะหน่อย แต่ทุกอย่างมันจะดี

ปรับยังไง ถึงกลับมาเข้าใจกันได้?

เต้ : ลูกครับ ลูกเรียกว่าเป็นจุดเชื่อมสำคัญเลย พอกลับมาปุ๊บหน้าที่ของความเป็นแม่ หน้าที่ของความเป็นพ่อ ก็ช่วยกันดูแลลูก มันก็กลมเกลียวกันมากขึ้นกว่าเดิม แต่ว่ามันผ่านจากการที่เรรได้เคลียร์กันมาแล้วนะ

ลูกคนที่2 เราตั้งใจแล้วแท้ง?

เต้ : ครับ 

น้ำหวาน : จริงๆ ท้องนอกมดลูก น้องไปโตที่ท่อนำไข่ เขาไม่ไหลมาอยู่ที่มดลูก ทำให้เราต้องเสียน้องไป

ตอนนั้นหนักไหม?

น้ำหวาน : ก็เสียใจทั้งคู่ เรามีการตั้งชื่ออะไรไว้หมดแล้ว

เต้ : ผมก็โตมาจากครอบครัวที่มีพี่น้อง 4 คน แล้วเรามามีเอง มีแค่คนเดียว เราไม่เคยคิดเลย อย่างน้อยๆ ก็มีเพื่อนให้เขาหน่อย เสียใจมากตอนนั้น

เพิ่งได้ยินเหมือนกัน การที่น้องโตนอกรังไข่ การที่ดูแลตัวเองต้องให้คีโมด้วย?

น้ำหวาน : จะเป็นการให้คีโมแบบอ่อนๆ เพื่อให้ก้อนนั้นมันฝ่อลง พอฝ่อลงตามธรรมชาติ ร่างกายก็จะขับออก

ตัวคีโมมีฟีดแบคอะไรกับเราบ้าง?

น้ำหวาน : ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะภูมิคุ้มกันของเราจะตก ช่วงนั้นต้องใส่หน้ากากตลอด ไม่ออกไปข้างนอก คือพอเขาไม่ออกมาก็ต้องไปเจาะท้อง เพื่อตัดท่อนำไข่ออกไป

เห็นว่ามีผลกระทบต่อจิตใจถึงขั้นไปดูดวง?

เต้ : เราก็ไม่รู้ว่ามันยังไง เพราะว่าที่มาคือผมไปออกรายการแล้วมีหมอดูในรายการทักว่ามีเด็กตาม ซึ่งผมเองก็อะไร ยังไงครับ ใครที่ไหน เลยได้สืบสานราวเรื่องกันมันมาผูกกับน้องที่หลุดไป เพราะว่าเราตั้งชื่อ เราเรียกเขา เราคุยกับเขา เหมือนมีเขาอยู่

งั้นอนาคตก็ไม่แน่?

เต้ : ใช่ครับ ตั้งใจอยู่ครับ

แล้วถ้าอนาคตมาชื่อเดิมไหม?

น้ำหวาน : ไม่ได้ค่ะ

เต้ : น่าจะชื่อใหม่ เพราะสุดท้ายหมอดูทักว่า เราต้องปล่อยเขาไปนะ ไม่ให้เรียก

ลูกน่ารักขนาดนี้ทะเลาะอะไรกันที่ทำให้คุณตีไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย?

เต้ : ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ถึงขั้นตีลูก ถึงแม้ทุกวันนี้เขาจะโตขนาดนี้ แต่เรารู้สึกว่าเขายังอยู่บนอกเราแบบนี้ ทุกครั้งที่มีอะไรขัดแย้งกัน เราพยายามจะพูดคุย แต่มันมีอยู่แมตช์นึง พยายามจะคุย มันเริ่มจากติดลบห้ามาเลย ชีต้าร์ครับ อันนี้ไม่ได้นะ เป็นแบบนี้นะ ลบสี่ ลบสาม ลบศูนย์ หนึ่ง สอง สาม ไปถึงสิบ ผมขับรถไป เถียงกันเรื่องตัวอักษรภาษาจีน ผมก็อยากรู้ความหมายว่าตัวนี้คืออะไร เขาบอกไม่มีความหมายปะป๊า มันต้องมีสิ ไม่มีครับ มีสิ ไม่มี มี ไม่มี จนสุดท้ายผมต้องตี เขาตีกลับมาด้วยนะ แล้วก็ร้องไห้กันไป แต่ในโมเมนต์นั้นผมรู้สึกว่าเราขาดสติ มันเลยพาอารมณ์กันไป แล้วเขาเป็นเด็กพลังเยอะ มันก็เลยเถิด แต่พอหลังจากเหตุการณ์นั้นมันจบลง กลับบ้านมาเขามาง้อ เขาบอกปะป๊ากินข้าว ปะป๊าขึ้นข้างบนไป 

สรุปตัวอักษรนั้นมีความหมายไหม?

ชีต้าร์ : มันเป็นเส้นของภาษาจีนตัวนึง ชีตาร์ก็อธิบายแต่เพิ่งไปอธิบายตอนเขาติดลบ ห้า หกแล้วครับ

เต้ : ต่างคน ต่างก็พายุพัดใส่กัน อันนี้เรียกว่าเป็นอุทาหรณ์เลยนะ อย่าประมาทเรื่องอารมณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งสุดท้ายต่างคนต่างเสียใจ ผมเสียใจมาก รู้สึกแบบเราทำกับเจ้าตัวเล็กของเราได้ยังไง ก็ไปขอโทษเขา ทุกครั้งที่มีปัญหา หรือมีเรื่องอะไรก็ตาม ทุกคืนผมจะไปหอมเขา ปะป๊ากลับมาแล้วนะ นอนหลับฝันดีนะ ปะป๊ารักชีต้าร์นะ ทำแบบนี้ทุกคืน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

หัวใจจะวาย! ‘อิงฟ้า วราหะ’สลัดผ้านุ่งบิกินีจิ๋ว อวดอึ๋มล้นทะลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/752377

หัวใจจะวาย! 'อิงฟ้า วราหะ'สลัดผ้านุ่งบิกินีจิ๋ว อวดอึ๋มล้นทะลัก

หัวใจจะวาย! ‘อิงฟ้า วราหะ’สลัดผ้านุ่งบิกินีจิ๋ว อวดอึ๋มล้นทะลัก

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.20 น.

25 ส.ค.66 เป็นนางงามที่ฮอตสุดๆ สำหรับ “อิงฟ้า วราหะ” เจ้าของตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวออกมาจัดเต็มสวมบิกินีสีดำตัวจิ๋ว อวดหุ่นแซ่บเผยให้เห็นอกตู้มล้นทะลักแบบเต็มๆ แจกความสดใส โพสท่าฮอต ทำเอาแฟนคลับถึงกับใจละลายเลยทีเดียว

ไอจีไฟลุก! ‘ใบเฟิร์น’นุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดออร่ากระแทกตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/752336

ไอจีไฟลุก! 'ใบเฟิร์น'นุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดออร่ากระแทกตา

ไอจีไฟลุก! ‘ใบเฟิร์น’นุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดออร่ากระแทกตา

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.41 น.

25 ส.ค.66 ปล่อยทีเด็ดเผ็ดแซ่บสุดๆ สำหรับนางเอกสาว “ใบเฟิร์น อัญชสา มงคลสมัย” ที่ล่าสุดได้ส่งภาพเซ็กซี่เรียกยอดไลค์ที่ส่งตรงความแซ่บจากประเทศฝรั่งเศส ในชุดบิกินี่สีม่วง พร้อมโพสท่าอวดหุ่นเซี้ยะท่ามกลางบรรยากาศสุดฟิน พร้อมแคปชั่น “สามียังไม่ approve” งานนี้ทำเอาบรรดาเพื่อนพ้องคนบันเทิงและแฟนๆ แห่เข้ามากดไลค์รัวๆ เลยทีเดียว

หลุดมาจากเกม!’แพรวา ณิชาภัทร’แปลงโฉม แต่งคอสเพลย์ นักบวช เปิดตัวเกมดังยุค 90 ‘Age of Khagan’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/752334

หลุดมาจากเกม!'แพรวา ณิชาภัทร'แปลงโฉม แต่งคอสเพลย์ นักบวช  เปิดตัวเกมดังยุค 90 'Age of Khagan'

หลุดมาจากเกม!’แพรวา ณิชาภัทร’แปลงโฉม แต่งคอสเพลย์ นักบวช เปิดตัวเกมดังยุค 90 ‘Age of Khagan’

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.30 น.

สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง บริษัท รีพับบลิค ออฟ เลเจ้นด์ จำกัด (ROL) ในเครือ บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด จัดงานเปิดตัวเกมดังในตำนาน “Age of Khagan”แนว MMORPGในคอนเซปต์ ENTER THE WORLD OF AOK THE ASSEMBLY OF WARRIORS เปิดประตูสู่โลกของ AOK รวมพลเหล่านักสู้สุดยิ่งใหญ่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย  ซึ่งเหล่าเกมเมอร์ไทยได้สัมผัสความมันแบบเต็มอรรถรสณลานลิฟท์แก้ว ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2566

เปิดตัวด้วย ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงโดย คุณแทนไท ณรงค์กูลกรรมการผู้จัดการ บริษัท รีพับบลิค ออฟ เลเจ้นด์ จำกัด บริษัทในเครือบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เผยถึงการกลับมาอีกครั้งของเกมดังยุค 90 “Age of Khagan” ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่มากขึ้น สนุกไปกับการฟาร์มไอเทม เก็บเลเวล ตีมอนสเตอร์ ล่าบอส ระบบกิลด์วอร์ที่มีหลากหลายรูปแบบ, Map PVP, Crafting, ระบบปาร์ตี้ที่จัดเต็มรองรับการเล่นได้สูงสุด 15 คน กับ 6 อาชีพตัวละคร ที่เล่นได้ทุกแพลตฟอร์ม (มือถือทั้งระบบ IOS, Android และ PC) พร้อมกัน

นอกจากธุรกิจบันเทิง อย่าง เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ค่ายหนังที่ผลิตผลงานสร้างชื่ออย่าง “4kings” และ ญามี่ ไลฟ์ (ไทยแลนด์) แอปพลิเคชัน​ “YAMI​ Live” (ญามี่​ ไลฟ์)​ แพลตฟอร์ม​ที่อัดแน่นไปด้วยความบันเทิงเต็มรูปแบบ

ทางเรายังเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ อย่างธุรกิจเกม โดยภาพรวมอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากเกมออนไลน์เป็นหนึ่งในกิจกรรมความบันเทิงของคนสมัยใหม่ที่เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมเพื่อความบันเทิง เข้าสังคม หรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การพัฒนาให้เกม “Age Of Khagan”สามารถเล่น Cross กันได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ทำให้เหล่าเกมเมอร์ได้สัมผัสความสนุกสุดมันได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอด 24 ชั่วโมง

ก่อนจะเปิดตัวสุดอลังการ!!! พร้อมกับ 2 ผู้บริหาร จาก บริษัท รีพับลิค ออฟ เลเจ้นด์ จำกัด (ROL) คุณโภไคย จันทร์สงเคราะห์ Head of Development ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาระบบเกมในแพลตฟอร์มต่าง ๆ และ คุณจักรพงศ์ ทูล Head of Marketing ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจเกม

ภายในงานยังมี คณะผู้บริหารบริษัทในเครือ นำโดย คุณกนกวรรณ วัชระประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด, คุณศิริวัฒน์ เอียดทองใสประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ญามี่ ไลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด, ร่วมถ่ายภาพและแสดงความยินดี

สุดเซอร์ไพรส์ในงานกับแขกรับเชิญ!!! นักแสดงสาว แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์มาพร้อมกับโชว์สุดพิเศษ โดยการแต่งชุดคอสเพลย์ Cleric (นักบวช)ตัวละครจากเกม “Age of Khagan”สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าเกมเมอร์ไม่น้อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ส้ม มารีขนเพลงฮิตมากมาย อาทิ หรือฉันคิดไปเอง, โลกอีกใบและ รางวัลปลอบใจฯลฯ พร้อมด้วยกิจกรรมถ่ายภาพโฟโต้บูธ ร่วมสนุกลุ้นรับไอเทมและของที่ระลึกจาก AOK ตลอดงาน

นอกจากนี้ ยังรวมเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์สาวสุดเซ็กซี่เหมยหลิน ประณยา ลี้ปฐมากุล, เลดี้ พิงค์, ซันนี่เกมเมอร์คนดัง ฯลฯ ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 4 เจ้าคณะจังหวัด 1 เจ้าอาวาสพระอารามหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752470

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 4 เจ้าคณะจังหวัด 1 เจ้าอาวาสพระอารามหลวง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 4 เจ้าคณะจังหวัด 1 เจ้าอาวาสพระอารามหลวง

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 21.02 น.

วันที่ 25 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์มหาเถรสมาคม ได้เผยแพร่มติมหาเถรสมาคม(มส.) ที่ 537/2566 เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดให้แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ระบุว่า ในการประชุมมส. ครั้งที่ 20/2566 เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2566 เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า ตามที่ สมเด็จพระสังฆราช ได้มีพระลิขิต ถึงราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2563) ออกตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 เมื่อมีพระราชดำริเป็นประการใด ให้มส.ดำเนินการตามพระราชดำริ นั้น บัดนี้ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 ส.ค.2566 กราบทูล สมเด็จพระสังฆราช ประธานมส. แจ้งว่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดให้แต่งตั้งพระสังฆาธิการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด จำนวน 4 รูป และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จำนวน 1 รูป รวม 5 รูป ดังนี้

 1. พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน กิตฺติโสภโณ) อายุ 73 พรรษา 53 น.ธ. เอก พธ.ด. (กิตติมศักดิ์) เจ้าอาวาสวัดท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และรองเจ้าคณะจ.เชียงใหม่ ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2552 และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจ.เชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจ.เชียงใหม่  

2. พระราชเสนาบดี (จรัล สิริธมฺโม) อายุ 70พรรษา 51 น.ธ. เอก พธ.ม. (กิตติมศักดิ์) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รองเจ้าคณะจ.สมุทรปราการ ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2565 และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจ.สมุทรปราการ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจ.สมุทรปราการ

3. พระบูรพาคณาจารย์ (น้อม วรนินฺโน) อายุ 70 พรรษา 50 น.ธ. เอก เจ้าอาวาสวัดบ้านโง้ง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจ.ปราจีนบุรี (ธรรมยุต) ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจ.ปราจีนบุรี (ธรรมยุต)  

4. พระครูอรรคธรรมวงศ์ (อำนาจ อคฺควํโส) อายุ 61 พรรษา 30 น.ธ. เอก เจ้าอาวาสวัดป่าอรัญวาสี ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าคณะอำเภอจังหวัดสระแก้ว (ธรรมยุต) ซึ่งดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2564 และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจ.สระแก้ว (ธรรมยุต) ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจ.สระแก้ว (ธรรมยุต) 

5. พระศรีธีรวงศ์ (สมัย สจฺจวโร) อายุ 64 พรรษา 41 ป.ธ.9 พธ.ม. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์ ต.พระประโทณ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม เจ้าคณะอ.ดอนตูม และผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์ พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร 

รายละเอียด : http://www.mahathera.onab.go.th/index.php?url=mati&id=12635

‘อังค์ถัด’–’สกสว.’ร่วมผลักดันบทบาทพลังสตรี สู่นักวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752463

'อังค์ถัด'–'สกสว.'ร่วมผลักดันบทบาทพลังสตรี สู่นักวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม

‘อังค์ถัด’–’สกสว.’ร่วมผลักดันบทบาทพลังสตรี สู่นักวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 20.16 น.

“อังค์ถัด” – “สกสว.” ร่วมผลักดันบทบาทพลังสตรีสู่นักวิทยาศาสตร์ สร้างความเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม

สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ (อังค์ถัด) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ผนึกกำลังจัดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ  17 นักวิทยาศาสตร์สตรีจาก 9 ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างบทบาทและภาวะผู้นำในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 7-12 สิงหาคมที่ผ่านมา

รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยถึงความพยายามในการลดช่องว่างระหว่างเพศว่า ยังคงมีความห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามหลักเกณฑ์ทั้งด้านขอบเขตของกิจกรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ และการศึกษา ซึ่งปีนี้มีความคืบหน้าจากปีที่แล้วเพียง 0.3% จากรายงานสถานการณ์ด้านความไม่เท่าเทียมทางเพศทั่วโลกปี 2023 ของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ชี้ว่าอาจจะใช้เวลามากกว่า 169 ปีในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศในการมีส่วนร่วมในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดพบว่า 35% ของประชากรผู้หญิงสำเร็จการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และจำนวนยิ่งน้อยลงเมื่อพูดถึงด้านการศึกษาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ โดยคิดเป็นเพียง 22% ของผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านการพัฒนาและวิจัยปัญญาประดิษฐ์ 30% ของนักวิจัยทั่วโลก และมีเพียง 20% เท่านั้นที่เป็นหัวหน้านักวิจัยในสถาบันวิจัยต่างๆ ทั่วโลก และในบางประเทศ มีเพียง 5.3% ของผู้บริหารองค์กรระดับสูงเป็นเพศหญิง (Deloitte, 2019)

หลายงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าธุรกิจและสถาบันต่างๆ ที่มีสัดส่วนของผู้หญิงในระดับบริหารจัดการ และผู้บริหารระดับสูงจะมีผลสัมฤทธิ์ในการทำงานสูงกว่าถึง 25% ของผลเฉลี่ยด้านกำไร เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนที่มีผู้หญิงในสถานที่ทำงานน้อยกว่า (FinancesOnline Research 2022, Statista & US business surveys 2021) และในระดับผู้นำ ผู้หญิงจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้องค์กรตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม และกลยุทธ์ที่มีความครอบคลุมมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ในระดับการวิจัยและพัฒนา ผู้หญิงสามารถพัฒนาปรับปรุงขอบเขตและคุณภาพของงานนวัตกรรมผ่านมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ มิติที่กว้างขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากเพื่อดึงศักยภาพออกมา ซึ่งในปัจจุบันนี้เราค่อนข้างมาถึงจุดที่ช่องว่างทางเพศเริ่มเข้ามาใกล้กันในด้านสิ่งประดิษฐ์ที่จดสิทธิบัตรภายในปี 2061(WIPO 2023) ซึ่งหมายความว่าสัดส่วนของนักประดิษฐ์หญิงที่ขอจดสิทธิบัตรในสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ทั่วโลกจะเท่ากับนักประดิษฐ์ชายภายในอีก 38 ปีข้างหน้า ซึ่งความร่วมมือระหว่างสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จะช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงประสบกับผลสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ต้นแบบเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เป็นเป้าหมายหลักของประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังการยุติการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมุ่งเน้นให้มีการลงทุนจากรากฐานความหลากหลายทางชีวภาพและความร่ำรวยทางด้านวัฒนธรรม รวมถึงการสนับสนุนความยั่งยืนและครอบคลุมถึงโอกาสในด้านต่างๆ อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันทางด้านธุรกิจใน 4 อุตสาหกรรมหลัก อันได้แก่ เกษตรและอาหาร, ยาและสุขภาพ, พลังงานชีวภาพ วัสดุชีวภาพ ชีวเคมี, ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นต้น

การฝึกภาคปฎิบัติอย่างเข้มข้น

ความร่วมมือระหว่างสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดให้การฝึกอบรมนักวิจัย และผู้ประกอบการสตรีจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ให้สามารถปรับตัวและประยุกต์แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวในประเทศของตนเองได้ โดยผู้เข้าร่วม 17 นักวิจัย ประกอบไปด้วยสมาชิกจาก อียิปต์อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ซึ่งจะต้องเข้าร่วมการฝึกอบรมเป็นเวลา 6 วัน ในกรุงเทพ

ซึ่งหลักสูตรประกอบไปด้วย การบรรยาย การประชุมเชิงปฏิบัติการ การเยี่ยมชมนอกสถานที่ของโครงการที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงการจัดทำโครงงานและการนำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาผลงาน

นอกจากนี้ ผู้ร่วมสัมมนายังมีโอกาสเข้าเยี่ยมชม งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จัดโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยเข้าใจถึงหลักการเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว และสามารถนำไปปรับใช้ในประเทศตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระดับนานาชาติ และสร้างเครือข่าย เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว แบ่งปันแนวคิด ประสบการณ์ในระดับโลกอีกด้วย

ปลัดมหาดไทยมอบรางวัลการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752404

ปลัดมหาดไทยมอบรางวัลการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP

ปลัดมหาดไทยมอบรางวัลการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.30 น.

ปลัดมหาดไทยมอบรางวัลการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล พร้อมกล่าวชื่นชมเยาวชนคนรุ่นใหม่ผู้มีความมุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบเดียวนี้ให้เกิดความยั่งยืน

25 ส.ค.66 เวลา 13.30 น. ที่ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 3 โซนหน้า Celebrity Fitness กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP ที่ได้รับการพัฒนาตามโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ที่ชนะการประกวดผลงาน และมอบประกาศนียบัตรให้กับเยาวชน Young OTOP ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน นายชูชีพ พงษ์ไชย นายวิฑูรย์ นวลนุกูล นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ตรวจราชการกรม หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการตัดสินการประกวดผลงานฯ ได้แก่ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์ THEATRE นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WASHARAWISH ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมทางปัญญาและวิจัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเยาวชนกลุ่มทอผ้า พร้อมด้วยผู้ประกอบการ ผู้สมัครเข้าประกวด และนักท่องเที่ยว ร่วมในงาน

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบโล่และเงินรางวัลแก่ผู้ที่ชนะการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายเนติพงศ์ กระแสโสม กลุ่มอาชีพทอเสื่อกกเนต จังหวัดชัยภูมิ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นายธณกร สุขเมตตา ME-D นาทับ จังหวัดสงขลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นางสาวเปมิกา เพียเยง จังหวัดลพบุรี รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1) นายวริศพล สีเทียม กลุ่มคุณโด่งผ้าทอน้ำอ่าง จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) นางสาวดุจกมล จันทรเกษม Pawana Design จังหวัดเชียงใหม่ 3) นายกิตติศักดิ์ วิลันดร กลุ่มจักสานวัสดุธรรมชาติ จังหวัดหนองคาย และรางวัลพิเศษขวัญใจคณะกรรมการ จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ 1) สามเณรสุธานน ทองคำ ห้องหัตถกรรม จังหวัดปัตตานี 2) นางสาวปริญญ์สิริ เขียวไกร กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 3) นายจิตรกร เล็กกุล อันดามันบาติกกระบี่ จังหวัดกระบี่ 4) นายธนัชชา ทองเหมาะ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองไทหล่ม จังหวัดเพชรบูรณ์ และมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้แทนกลุ่มทอผ้าที่เข้าร่วมการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP ที่ได้รับการพัฒนา ตามโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล จำนวน 34 ราย

“นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโล่รางวัล “ต้นกล้านารีรัตน” ให้กับผู้ที่ชนะการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP ในครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะได้ขอรับพระราชทานชื่อรางวัล “ต้นกล้านารีรัตน” อันเป็นมงคลนามนี้ มาเป็นชื่อโครงการเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืน เป็นหลักชัยที่จะต่อยอดโครงการไปสู่รุ่นต่อรุ่น ให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน เป็นสิริมงคลต่อชีวิตข้าราชการผู้สนองงาน เป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจ และเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมโครงการต่อไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีในความสามารถของน้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ได้มีโอกาสที่ดีของชีวิต และได้มาพบปะ รับฟังข้อเสนอแนะ คำแนะนำจากท่านผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ความสามารถ ที่มาให้โอกาสพัฒนาทักษะ มาให้คำแนะนำ ในการประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP อันเป็นการสนองพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ “ต่อยอด” ภูมิปัญญาผ้าไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรื้อฟื้นเมื่อ 50 ปีก่อน ซึ่ง “คนรุ่นใหม่” ถือเป็นกำลังสำคัญในการน้อมนำพระปณิธานสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทยและสังคมโลก ให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของเยาวชนไทยในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ สะท้อนถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งล้วนแล้วแต่หนุนเสริมเติมคุณค่าให้กับชิ้นงานและให้กับตนเองยิ่งขึ้น ดังนั้น เยาวชนทุกคนที่มาประกวดในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีความกตัญญูอย่างยิ่งต่อบรรพบุรุษไทยด้วยการปฏิบัติบูชา ธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของคนไทยที่สืบต่อกันมาอย่างช้านาน

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล มาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจนสัมผัสได้อย่างเห็นได้ชัดในช่วงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ สายธารแห่งพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นแน่วแน่ในการช่วยทำให้พี่น้องศิลปาชีพ OTOP และ Young OTOP ได้มีโอกาสที่ดีในการพัฒนาต่อยอดทักษะผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญ คือ การผลิตชิ้นงานให้ตอบสนองต่อผู้บริโภคนำไปสู่การเพิ่มความต้องการในการซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนของคนไทยได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดความยั่งยืนต้องได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาองค์ความรู้ไปสู่ลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อสืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการที่พระองค์ได้พระราชทานพระกรุณาให้ผู้เชี่ยวชาญผ้าไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นสมัยใหม่ ทั้งด้านการตัดเย็บออกแบบและการพัฒนาศิลปหัตถกรรมได้ลงไปสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย จนทำให้ผ้าไทยสามารถพัฒนาต่อยอดเกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด และนอกจากนี้พระองค์ยังทรงแสดงถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการทำให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยไปสู่การพัฒนาอย่างความยั่งยืน ตามพระดำริ “Sustainable Fashion” ซึ่ง กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำพระปณิธานต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทยไปสู่การดำเนินงานคาร์บอนฟุตพริ้นส์และการคิดคาร์บอนเครดิต เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและวงจรการผลิตผ้าไทยทั้งวงจรได้ตระหนักและคำนึงถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนาตามหลัก 3R (Reduce Reuse Recycle) ในการผลิตให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อสนองพระปณิธานของพระองค์ที่จะช่วยให้โลกสวยงามใบเดียวนี้ได้มีอายุยืนยาวอยู่คู่กับลูกหลานในอนาคต” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำว่า แม้ว่าทุกคน ณ ที่นี้ จะไม่ได้รับรางวัล แต่ทุกคนได้รับโอกาสที่ดีของชีวิตในการมาสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมหัตถศิลป์ไทย ยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง และแม้ว่าทุกชิ้นงานที่เห็นในวันนี้จะสวยสดงดงามและดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันทำอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท คือ การช่วยกันยกระดับและพัฒนาสิ่งที่เป็นแบรนด์ (Branding) ทั้งการออกแบบดีไซน์ โลโก้ตราสัญลักษณ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงชื่อของแบรนด์ที่จะสามารถสื่อไปยังผู้บริโภคให้เป็นที่จดจำและเข้าใจถึงความหมาย และเป็นการรีแบรนด์ให้ผลงานมีความสากลมากยิ่งขึ้นดังที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นต้นแบบการพัฒนา อาทิ ดอนกอยโมเดล และนาหว้าโมเดล จึงขอให้ลูกหลานผู้เข้าร่วมการประกวดและสืบทอดภูมิปัญญาไทยทุกคน จงนำสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานนี้ มาเป็นกำลังใจในการมุ่งมั่นพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่นอกจากจะมีพรสวรรค์ มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว ทุกคนต้องใช้ความอดทน ความเพียรพยายาม และความประณีตบรรจง ในการผลิตชิ้นงานเพื่อยกระดับให้ผลิตภัณฑ์มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นงานไปสู่สากล เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยว และขอให้พวกเราทุกคนที่กำลังจะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยังต่างประเทศ นำสิ่งที่ดีมาพัฒนาต่อยอดในชิ้นงานของตนเองให้เกิดประโยชน์ในทุกด้าน” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ในนามของผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยทุกท่าน ขอชื่นชมยินดีและเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนด้วยใจจริง และขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการจนบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย คือ การเฟ้นหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานหัตถกรรมหัตถศิลป์ภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อจะพัฒนาต่อยอดไปสู่สากลได้ในอนาคต นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทยทุกคน ผ่านการสร้างผลงานที่จะกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การดำเนินโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ 1) การพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล โดยจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ กลยุทธ์การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2) การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากลโดยดำเนินการร่างต้นแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของผู้ประกอบการ Young OTOP ที่เข้าร่วมโครงการฯ และ 3) การประกวดผลงานผลิตภัณฑ์ Young OTOP กิจกรรมทดสอบตลาด การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับรางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ รางวัลละ 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รางวัลละ 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง รางวัลละ 10,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลทั้ง 6 ราย จะได้รับพระราชทานโล่รางวัล “ต้นกล้านารีรัตน” จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานพร้อมทั้งวางจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ณ ห้างสรรพสินค้า Super Brand Mall นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ ‘เลขาธิการนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556982

26 ส.ค. 2566

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขานายกฯ ทักษิณ 2 สมัย ขึ้นแท่นว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คู่กาย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย

ปฏิบัติการทุ่มสุดตัวของพลพรรคเพื่อไทยคราวนี้ ยอมทุกวิถีทางเพื่อให้ ‘กุมอำนาจรัฐ’ บางส่วนเพื่อแลกกับสิ่งที่คอการเมืองและคนไทยค่อนประเทศรับรู้กันดี ทำให้การขยับขับเคลื่อนแต่ละก้าวของเพื่อไทยจึงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แม้จะต้องแลกกับพรรคพังในอนาคต

‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กาย ‘เศรษฐา’

ทุกยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย นอกจากสายตรงทักษิณ ชินวัตร อย่าง ‘อ้วน’ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แล้ว ยังมี คนเดือนตุลาเป็นขุนพลคู่กายทักษิณ อีกคนคือ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เข้ามามีบทบาทสำคัญอยู่เสมอ

หมอมิ้ง ลุยภูเก็ตพร้อมนายกฯหมอมิ้ง ลุยภูเก็ตพร้อมนายกฯ

แต่คราวนี้ ทักษิณ ส่ง “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ ทำงานใกล้ชิด กับเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ในตำแหน่ง “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี” เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ถือเป็นด่านหน้าในการนำเรื่องราวขึ้นสู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรี

หมอมิ้ง สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น

นพ.พรหมินทร์ วัย 69 ปี ปฏิเสธเส้นทาง สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น ไม่ได้ เพราะเขาคือประธานนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในปี 2515

นพ.พรหมินทร์ ในโปรไฟล์เคยเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เขาสวมหมวกเป็นประธานนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ จากนั้นอีก 2 ปี เขาเข้าสู่วงการเมืองในมหาวิทยาลัย ด้วยการรั้งตำแหน่ง เป็นเลขาธิการพรรคแนวร่วมมหิดล ในปี 2518

“หมอมิ้ง” เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ สังกัดพรรคไทยรักไทย ใช้ชีวิตเป็นคนใกล้ชิด และได้รับการไว้วางใจจากทั้ง ประมุขบ้านจันทร์ส่องหล้า และ ประมุขตึกไทยคู่ฟ้า อย่างทักษิณ ชินวัตร ตลอดทั้ง 2 สมัยต่อเนื่อง

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'
เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'

นพ.พรหมินทร์ ในฝ่ายบริหารราชการแผ่นดิน เขาเคยดำรง 3 ตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ทั้งในยุค รัฐบาลทักษิณ 1 และ รัฐบาลทักษิณ 2 ทั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'

“หมอมิ้ง” เคยดำรงตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาแล้วถึงสองครั้ง ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ระหว่างเดือน ก.พ. 2544 – ต.ค. 2545 และ มี.ค. 2548 – ก.ย. 2549

กระทั่งถูกรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) และยังเคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'
เปิดประวัติ ‘หมอมิ้ง’ ขุนพลคู่กายทักษิณ สู่ว่าที่ 'เลขาธิการนายกรัฐมนตรี'

ประวัติ หมอมิ้ง- นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2497 ที่จังหวัดพระนคร สมรสกับ แพทย์หญิงมัธยา เลิศสุริย์เดช มีบุตร 2 คน คือ นายมติ เลิศสุริย์เดช และ น.ส.มาพร เลิศสุริย์เดช

การศึกษา

  • พ.ศ. 2516 มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2525 วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • พ.ศ. 2527 แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • พ.ศ. 2533 Fellowship In Public Administration From Ottawa University And Carleton University, Canada (September 1989 – August 1990)
  • พ.ศ. 2534 อนุมัติบัตรเวชศาสตร์ป้องกันคลีนิคจากแพทย์สภา
  • พ.ศ. 2535 National Health Administration, Japan (May – June 1992)

สาธิต ซัด ‘กลุ่ม16’ ทำ ‘ประชาธิปัตย์’ เสื่อมเสีย จี้ ‘จุรินทร์’ ลงโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556976

25 ส.ค. 2566

สาธิต ซัด ‘กลุ่ม16’ ทำ ‘ประชาธิปัตย์’ เสื่อมเสีย  จี้ ‘จุรินทร์’ ลงโทษ

‘สาธิต’ ยก 3 เหตุ ซัด ‘กลุ่ม 16’ ทำประชาธิปัตย์ เสื่อมเสีย จี้ ‘จุรินทร์’ ลงโทษ ชี้ เป็นปฏิปักษ์-มีพฤติกรรมทำผิดข้อบังคับพรรคอย่างร้ายแรง

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2566 นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ รักษาการกรรมการบริหารพรรค ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ลงโทษผู้มีพฤติกรรมทำผิดข้อบังคับพรรคอย่างร้ายแรง ด้วยการเป็นปฏิปักษ์กับพรรคด้วยการฝ่าฝืนมติคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคทำให้พรรคเสื่อม

กลุ่ม 16  สส.พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 16 สส.พรรคประชาธิปัตย์

เสียชื่อเสียงและสร้างความแตกแยกในพรรค โดยระบุว่า กระผมนายสาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะกรรมการบริหารพรรครวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อีกจำนวนหนึ่ง พบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ปชป. (“สส.”) กระทำความผิด

ฝ่าฝืนข้อ 18 (1) และ (2) และข้อ 124 ของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2566 (“ข้อบังคับพรรคฯ”)และจรรยาบรรณพรรค ปชป. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.นายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปชป.อื่นๆรวมทั้งสิ้น 16 คนลงมติในที่ประชุมรัฐสภาขัดกับมติของคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุม สส.

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ก่อนวันประชุมร่วมกันของรัฐสภากำหนดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีนั้น พรรค ปชป. ได้มีมติของที่ประชุม สส. ว่าให้ สส. ของพรรค ปชป. “ลงมติงดออกเสียง” ต่อมา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ที่ประชุมร่วมกับของรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ปรากฎข้อเท็จจริงว่ามี สส. ของพรรค ปชป.ได้แก่

นายชัยชนะ เดชเดโช  1 ใน สส.กลุ่ม 16 ที่โหวตเห็นชอบ หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป้นนายกฯนายชัยชนะ เดชเดโช 1 ใน สส.กลุ่ม 16 ที่โหวตเห็นชอบ หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป้นนายกฯ

นายเดชอิสม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปชป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คนออกเสียง “เห็นชอบ” ต่อการเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อมา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 นายเดซอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปซป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คนออกเสียง “เห็นชอบ” ต่อการเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น 

ได้ออกมาแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนในลักษณะที่ทำให้พรรค ปชป. ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้พรรค ชป. เกิดความแตกแยกสามัคคีภายใน การกระทำของนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรคประชาธิปัตย์อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คน ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดมติของพรรค ปชป. เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค ปชป. และกระทำความผิดข้อบังคับพรรคฯ อย่างร้ายแรง เนื่องจากตามข้อบังคับพรรคฯ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคปชป. ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคฯ ดังนี้

ข้อ 18 ระบุว่า “สมาชิกมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับพรรค และมติคณะกรรมการบริหารพรรค

2. รักษาชื่อเสียงของพรรคโดยไม่ปฏิบัติไปในทางที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่พรรค…”

ข้อ 96 ระบุว่า “ให้ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น เป็นผู้ลงมติว่าจะจัดตั้งรัฐบาลหรือร่วมรัฐบาลหรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่”

ข้อ 115 ระบุว่า “นอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับตามหมวด 4 ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกแล้ว ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปฏิบัติตามวินัย

ดังต่อไปนี้ …

(6) ห้ามดำเนินการอื่นใดอันอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่พรรค…”.

ข้อ 124 ระบุว่า “การลงโทษสมาชิกผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากสมาชิกภาพจะกระทำได้ต่อเมื่อปรากฎว่าสมาชิกผู้นั้นกระทำการให้พรรคเสียหายอย่างร้ายแรง หรือทำให้เกิดการแตกแยกสามัคคีภายในพรรค หรือผู้ถูกกล่าวหาได้ฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคหรือจรรยาบรรณของพรรค มติหรือคำสั่งของคณะกรรมการบริหารพรรค…”

2. การกระทำของนายเดชอิศฆ์ ขาวทอง สร้างความเสียหายต่อพรรค ปชป. อย่างร้ายแรงนอกจากการกระทำความผิดของนายเดชอิศม์ ขาวทองในข้อ 1. ข้างต้นแล้ว นายเดชอิศม์ ขาวทอง ยังกระทำการสร้างความเสียหายต่อพรรคอย่างร้ายแรงด้วยการพูดจาไม่น่าเชื่อต่อสาธารณชน พูดกลับกลอกไม่มีความจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

2.1 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 นายเดชอิศม์ ขาวทองได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวว่าตนไม่ได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบนายทักษิณเพียงแต่ไปฮ่องกงเพื่อแก้บนให้แก่ภรรยาเท่านั้น นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อแก้หลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทยบนเนื่องจากได้บนไว้ให้ภรรยาชนะการเลือกตั้ง ส่วนได้ไปพบนายทักษิณหรือไม่ ตนไม่ขอพูดดีกว่า“ และยังพูดถึงเรื่องการร่วมรัฐบาลต่อไปอีกว่า ”สส.ในกลุ่มของนายเดชอิศม์ จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับมติพรรค และการจะร่วมรัฐบาลหรือไม่จะเป็นมติของคณะกรรมการบริหารพรรค ชุดที่มีอยู่ รวมกับ สส.ปัจจุบัน เหมือนปี 2562 ที่มีการเถียงกัน 1 วัน 1 คืน สุดท้ายมีมติ 61 ต่อ 16 ให้ร่วมรัฐบาล ถ้าไปก็ไปทั้งพรรค และยืนยันจะไม่มีใครฉีกมติพรรค และไม่มีงูเห่าจากพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน ภายใต้มติของกรรมการบริหารพรรค”

2.2 แต่ทว่า ต่อมา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้ให้สัมภาษณ์ กับคุณอาร์ท เอกรัฐ ในโทรทัศน์ช่อง PP TV ซึ่งยอมรับว่าตนได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบนายทักษิณและพูดคุย

ถึงการร่วมรัฐบาลจริง ในรายการมีการพูดถึงแนวทางการร่วมจัดตั้งรัฐบาลตอนหนึ่งว่า “จริงๆ หลักของประชาธิปัตย์ การร่วมรัฐบาลตนคิดคนเดียวไม่ได้ โดยหลักแล้ว 1.ต้องเทียบเชิญก่อน 2.กรรมการบริหารพรรคประชุมร่วม สส.25 คน รวม 52 คน ซึ่งการประชุมนี้ส่วนใหญ่ว่าอย่างไรถือเป็นมติพรรค” และกล่าวยอมรับว่าตนได้เจอนายทักษิณที่ฮ่องกงจริง

เมื่อโดนถามว่าไปฮ่องกงไหมจึงตอบว่า “ไป ซึ่งเป็นช่วงวันเกิดนายทักษิณพอดี ส่วนเจอนายทักษิณหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เจอครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตนไม่อยากพูดเพราะกลัวว่านายทักษิณ หรือใครก็ตามจะเสียหาย ซึ่งนายทักษิณสนิทสนมกับตนส่วนตัว เพราะตนเคยลงสมัครพรรคไทยรักไทยปี 2548 ซึ่งตนก็ไม่มีความแค้นส่วนตัวกับใครอยู่แล้ว” และยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ส่วนตัวผมจริงๆ ผมอยากให้ร่วมรัฐบาล เพื่อแนวคิดของเราอยากแก้ปัญหาประชาชนจะแก้ได้”

ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริง พรรค ปชป. ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล และพรรค ปชป. ก็ไม่เคยมีมติเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้กับพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ แต่อย่างใด ซึ่งหากพรรค ปซป. จะเข้าร่วมรัฐบาลนั้นจะต้องมีมติพรรคจัดตั้งรัฐบาลหรือเข้าร่วมรัฐบาล และจะต้องมีการแต่งตั้งบุคคลกลุ่มหนึ่งเพื่อเข้าร่วมการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลดังกล่าว ไม่ใช่เป็นกรณีดังเช่นนายเดศอิศม์ ขาวทอง จะสามารถดำเนินการเจรจาโดยการตัดสินใจเพียงลำพัง

ด้วยเหตุนี้ การกระทำของนายเดศอิศม์ ขาวทอง จากข้อเท็จจริงในข้อ 2.1 และ 2.2 ข้างต้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่านายเดศอิศม์ ขาวทอง พูดจากลับไปกลับมา และการเข้าไปพูดพบนายทักษิณเพื่อพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาลนั้นทำให้พรรค ปชป. เป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง และสร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วนายเดศอิศม์ ขาวทอง ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ปชป. พึงดำรงตนปฏิบัติตามข้อบังคับ พรรคฯ และมติของพรรค ปชป. รวมถึงจรรยาบรรณของพรรค ปชป. อย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนและสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้น การกระทำของนายเดศอิศม์ ขาวทอง จึงเป็นเหตุสมควรให้ได้รับการลงโทษตามข้อ 124 ของข้อบังคับของพรรคฯ

3. นายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช เคยกล่าวว่า ต้องทำตามมติพรรค แต่ต่อมาตนกับพวกกลับกระทำการฝ้าฝืนมติพรรคอย่างชัดเจน เป็นการพูดไม่ตรงกับการกระทำ ไม่รักษาสัจจะ ไม่รักษาชื่อเสียงพรรค ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในพรรคและทำให้พรรคได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ตามที่ก่อนหน้านี้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช เคยกล่าวว่า สมาชิกพรรคทุกคนจะต้องทำตามมติพรรคหากใครลงคะแนนเสียงขัดมติพรรคจะต้องลาออก แต่ทว่าต่อมา ตนและพวกกลับดำเนินการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีผ้าฝืนมติพรรคโดยการลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการพูดไม่ตรงกับการกระทำ ไม่รักษาสัจจะ ไม่รักษาชื่อเสียงพรรคทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในพรรค ปชป. และอุดมการณ์ของพรรค ปชป. ซึ่งกรณีเป็นเหตุให้พรรคปชป. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง 

นอกจากนี้ การกระทำทั้งหมดดังที่ได้เรียนข้างต้นของนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช กับ สส. ของพรรค ปชป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คน ทำให้เห็นว่า เจตนาของ สส.ทั้งหมดในการแหกมติเป็นการส่อให้เห็นว่าอยากร่วมรัฐบาล แม้ว่าพรรค ปชป. จะไม่ได้มีมติให้เข้าร่วม ยิ่งเป็นการตอกย้ำและทำให้

ประชาชนเสื่อมความศรัทธาและความนิยมต่อพรรค ปชป. อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังที่เรียนในข้อ 1 ถึงข้อ 3 ข้างต้น การกระทำของนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปชป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คนลงมติเห็นชอบให้แต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ถูกเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยนั้นฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุม สส. เนื่องจากพรรค ปชป. ไม่เคยมีมติหรือเห็นชอบในการเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด และพรรค ปชป. ก็ได้มีมติอย่างชัดเจนว่าจะลงคะแนนเสียงในการให้ความเห็นชอบบุคลชื่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 

ฉะนั้น จากข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว นายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปชป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คนเป็นการกระทำโดยเจตนาไม่สุจริต จงใจกระทำการฝ้าฝืนกับข้อบังคับพรรคฯ ด้วยการฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุม สส. อีกทั้งเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับพรรค ชป. ทำให้เกิดการแตกแยกสามัคคีภายในพรรค ปชป. และทำให้พรรค ปชป. ที่มีอุดมการณ์มั่นคงมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนานนั้นได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมศรัทธาและคะแนนนิยมของประชาชน ทำให้พรรค ปชป. ได้รับความเสียหายร้ายแรงอย่างชัดเจนจึงเป็นการกระทำความผิดข้อบังคับข้อ 18, 96, 115 และ 124 

ด้วยเหตุผลดังที่เรียนไว้ในข้างต้นนี้ ขอให้รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนการกระทำความผิดดังกล่าวโดยเร็วที่สุดและดำเนินการลงโทษ นายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส. ของพรรค ปชป. อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 16 คนที่กระทำการผิดข้อบังคับพรรคฯ ฝ่าฝืนมติคณะกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุม สส. และทำให้พรรค ปซป. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับพรรคฯ ด้วย

สส.ปชป. กลุ่ม 16 สส.ปชป. กลุ่ม 16