ฝรั่งเศสเศร้า ตัวประกันกาซาเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748268

ฝรั่งเศสเศร้า ตัวประกันกาซาเสียชีวิต

16 ธ.ค. 2566 11:04 น.

ฝรั่งเศสเศร้า ตัวประกันกาซาเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอล (IDF) กับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยกองทัพอิสราเอลแถลงว่า พบร่างตัวประกันทหารอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปคุมขังในฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ต.ค. คือ ส.ต.นิก เบเซอร์ วัย 19 ปี และ ส.อ.รอน เชอร์แมน วัย 19 ปี

นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังพบร่างไร้วิญญาณ ของนายเอเลีย โทเลดาโน ชายชาวฝรั่งเศสวัย 28 ปี ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวขณะร่วมงานเทศกาลดนตรีซุปเปอร์โนวาที่จัดขึ้นใกล้กับนิคมเกษตรเรอิม อิสราเอล อย่างไรก็ตาม กองทัพไม่เปิดเผยข้อมูลว่านายโทเลดาโนเสียชีวิตเมื่อใดและอย่างไร ด้านนางแคทเธอรีน โคลอนนา รมว.ต่างประเทศของฝรั่งเศส แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลเชื่อว่ายังเหลือตัวประกันทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติในฉนวนกาซาอีก 134 คน ซึ่งบางส่วนอาจเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่สำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอลยืนยันรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัลของสหรัฐฯ ว่า กองทัพอิสราเอลใช้กลยุทธ์การสูบน้ำทะเล ใส่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งอิสราเอลเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสและเป็นสถานที่ที่ใช้คุมขังตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัว เพื่อบีบให้กลุ่มฮามาสขึ้นมาสู้กับอิสราเอลบนดิน กระนั้น กลยุทธ์ดังกล่าวยังสร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวประกันที่ยังถูกคุมขังอยู่ในอุโมงค์หรือไม่

ด้าน พล.ร.ต.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า กองทัพปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ โดยยึดฐานข้อมูลข่าวกรองที่เชื่อว่าไม่มีตัวประกันอยู่ภายในอุโมงค์ ดังนั้น ปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่สร้างผลกระทบต่อตัวประกันที่เหลือ ส่วนนายอุซามะฮ์ ฮัมดาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส ระบุว่า อุโมงค์ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อทุกความเสี่ยง ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งรวมไปถึงน้ำท่วมด้วย

สำหรับความเคลื่อนไหวในการเจรจาระหว่างนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวสหรัฐฯ กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อรับมือสงครามของ ครม.อิสราเอล นายซัลลิแวนเผยว่า ได้มีการหารือกับอิสราเอลอย่างเข้มข้น โดยสหรัฐฯ โน้มน้าวให้อิสราเอลเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการโจมตีมากขึ้น เพื่อปกป้องพลเรือนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา นอกจากนี้ อิสราเอลยังเผยระหว่างการพูดคุยในเบื้องต้นว่าจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การรบของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างไร.

สหรัฐฯ ผ่านงบกลาโหม ให้เศษเงินแก้ขัดยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748266

สหรัฐฯ ผ่านงบกลาโหม ให้เศษเงินแก้ขัดยูเครน

16 ธ.ค. 2566 11:02 น.

สหรัฐฯ ผ่านงบกลาโหม ให้เศษเงินแก้ขัดยูเครน

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการลงมติผ่านร่างงบประมาณกลาโหมประจำ 2567 มูลค่ากว่า 886,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 31.89 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินเดือนกองทัพ การเพิ่มเงินเดือน จัดซื้ออาวุธใหม่ และค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ อีกทั้งงบประมาณก้อนดังกล่าวถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3%

ทั้งนี้ งบประมาณกลาโหมก้อนนี้ยังรวมถึงงบประมาณสำหรับสนับสนุนรัฐบาลยูเครนจนถึงปี 2569 จำนวน 300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 10,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการต่ออายุท่อน้ำเลี้ยงยูเครนที่กำลังอยู่ในสภาพตีบตันได้บ้าง หลังวุฒิสภาสหรัฐฯยังตกลงกันไม่ได้เรื่องงบประมาณช่วยเหลือยูเครนก้อนโต 61,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.19 ล้านล้านบาท เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม.

ไทยตกขบวนอิหร่านแจกฟรีวีซ่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748265

ไทยตกขบวนอิหร่านแจกฟรีวีซ่า

16 ธ.ค. 2566 10:52 น.

ไทยตกขบวนอิหร่านแจกฟรีวีซ่า

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวนายเอซซาโตลลาห์ ซาร์กามี รมว.มรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและหัตถกรรมอิหร่าน เผยว่า รัฐบาลอิหร่านเห็นชอบยกเลิกข้อกำหนดวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 33 ประเทศ หวังส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการมีส่วนร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประกอบด้วยรัสเซีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย โครเอเชีย เบลารุส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต เลบานอน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน บราซิล เปรู คิวบา เม็กซิโก เวเนซุเอลา อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ กัมพูชา มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม เป็นต้น โดยไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อ

ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าอิหร่านเพียง 3,354,185 คน ทั้งที่มีมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงธรรมชาติที่น่าหลงใหล แต่ข่าวการกักขังชาวต่างชาติ กฎการแต่งกายของสตรีที่เข้มงวด รวมทั้งข้อจำกัดเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสถานบันเทิงยามค่ำคืนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ยังแสดงถึงก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบียหลังเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ต่อมาแหล่งข่าวในสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยชี้แจงว่าอาจมีการเพิ่มประเทศอื่นๆในอนาคต.

การสู้รบพม่ายังสับสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748263

การสู้รบพม่ายังสับสน

16 ธ.ค. 2566 10:46 น.

การสู้รบพม่ายังสับสน

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมา รายงานว่า กลุ่มชาติพันธุ์ตะอาง หนึ่งในกลุ่มที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับโกก้างและอาระกัน บุกโจมตีกองทัพเมียนมาในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน ยังคงปฏิบัติการสู้รบกับกองทัพเมียนมาอย่างดุเดือด โดยระบุว่าหน่วยรบพยายามบุกตีศูนย์บัญชาการที่ 105 ของเมียนมา บริเวณด่านพรมแดนจีน

แม้ก่อนหน้านี้ นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาเริ่มเจรจาสันติภาพกับกลุ่มพันธมิตรชาติพันธุ์ในตอนเหนือของรัฐฉาน ซึ่งรวมถึงกองกำลังกลุ่มโกก้าง ตะอาง และอาระกัน ซึ่งได้มีการบรรจุข้อตกลงบางส่วน รวมถึงการหยุดยิงชั่วคราวและการจัดเจรจาเพิ่มเติม.

โพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กังวลว่าประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748252

โพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กังวลว่าประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

16 ธ.ค. 2566 10:02 น.

โพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กังวลว่าประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

โพลชี้ว่าชาวอเมริกันทั้งสองขั้วการเมืองต่างกังวลเกี่ยวกับสถานะของประชาธิปไตย ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 สำนักข่าวเอพีและศูนย์วิจัย NORC Center for Public Affairs Research เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันล่าสุด พบว่า 62% ของผู้ใหญ่ มองว่า ประชาธิปไตยในสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ขณะที่ชาวอเมริกันที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ หรือประมาณ 72% และฝ่ายสนับสนุนรีพับลิกัน ประมาณ 55% บอกว่าพวกเขารู้สึกแบบเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน

สำนักข่าวเอพี ระบุว่า ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโจ ไบเดน พยายามวาดภาพให้เห็นสหรัฐฯ ในยุคอนาคตดิสโทเปีย หากว่าผู้นำประเทศมาจากรีพับลิกัน ในขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะหาทางแก้แค้นฝ่ายตรงข้าม โดยกล่าวว่า นายไบเดนพยายามบ่อนทำลายการเลือกตั้งและในเอกสารคดีฟ้องร้องเขา แสดงให้เห็นว่า ไบเดนให้อำนาจแก่รัฐบาลกลางในการดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยอดีตผู้นำสหรรัฐฯ เรียกนายไบเดนว่าเป็น “ผู้ทำลายประชาธิปไตยของอเมริกา”

โดยนายไมเคิล อัลแบร์ตุส ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า ทางฝ่ายซ้ายอย่างเดโมแครต กำลังกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งจะมีอำนาจเผด็จการ ต้องการลดการตรวจสอบและถ่วงดุลภายในรัฐบาลอย่างชัดเจน เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งประธานาธิบดีให้เข้มแข็ง และช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถเข้าถึงประชากรและภาคส่วนต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะที่ฝ่ายขวารีพับลิกัน คิดว่าการที่รัฐบาลเข้าถึงเกินขอบเขต เป็นการคุกคามต่อเสรีภาพ นำไปสู่คำสั่งให้ดำเนินการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือนำนโยบายบางอย่างมาใช้

นอกจากนี้ผลสำรวจยังระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ คิดเป็น 51% มองว่า ประชาธิปไตยกำลังดำเนินไปอย่างไม่ดีนัก หรือ ไม่ดีเลย 

แบบสำรวจยังถามถึงความสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมีขึ้นใน 12 ประเด็น และพบว่าส่วนใหญ่มองว่าผลการเลือกตั้งจะมีความสำคัญมาก หรือสำคัญอย่างยิ่ง ต่ออนาคตของระบอบประชาธิปไตยในสหรัฐฯ. 

นาซาเผยภาพพายุสุริยะครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารวิทยุบนโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748243

นาซาเผยภาพพายุสุริยะครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารวิทยุบนโลก

16 ธ.ค. 2566 09:23 น.

นาซาเผยภาพพายุสุริยะครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารวิทยุบนโลก

นาซาเผยภาพแสงการปะทุพวยพุ่งของเปลวสุริยะ ที่เกิดจากการระเบิดขึ้นบนดวงอาทิตย์เป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งทำให้การสื่อสารคลื่นวิทยุบนโลกได้รับผลกระทบเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2566 องค์การนาซา ของสหรัฐฯ เผยภาพจากกล้องโทรทรรศน์ ที่จับแสงการปะทุพวยพุ่งของเปลวสุริยะ (Solar Flare) ปรากฏเป็นแสงสว่างวาบขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการระเบิดขึ้นบนดวงอาทิตย์เป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งทำให้การสื่อสารคลื่นวิทยุบนโลกได้รับผลกระทบหยุดชะงักเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมงในพื้นที่บางส่วนของสหรัฐฯ และส่วนอื่นๆ ของโลกที่มีแสงแดดส่องถึง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยภาพนี้ถ่ายจากยาน “โซลาร์ ไดนามิกส์” ของนาซา โดยใช้เทคโนโลยีการจับภาพด้วยแสงอัลตราไวโอเลตเข้มข้นสุดขีด ทำให้สามารถบันทึกพลังงานทรงพลังที่พุ่งขึ้นเป็นแสงวาบสว่างขนาดใหญ่

นักวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า เกิดเปลวสุริยะบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของดวงอาทิตย์ นับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ศูนย์พยากรณ์อากาศอวกาศ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า นักบินหลายรายได้มีการรายงานว่า การสื่อสารหยุดชะงักในช่วงเวลาดังกล่าว.

ผลชันสูตรชี้แมทธิว เพอร์รี่ ดาราดังจาก Friends ตายจากการใช้ยาเค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748242

ผลชันสูตรชี้แมทธิว เพอร์รี่ ดาราดังจาก Friends ตายจากการใช้ยาเค

16 ธ.ค. 2566 09:16 น.

ผลชันสูตรชี้แมทธิว เพอร์รี่ ดาราดังจาก Friends ตายจากการใช้ยาเค

กรมการแพทย์ประจำลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้เปิดเผยผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของแมทธิว เพอร์รี่ ดาราดังจาก Friends เป็นผลมาจากการใช้ยาเคที่เขาใช้เพื่อรักษาอาการซึมเศร้า

กรมการแพทย์ประจำลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้เปิดเผยผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของแมทธิว เพอร์รี่ นักแสดงชื่อดังจากซีรีส์ เฟรนด์ส วัย 54 ปี ว่าสาเหตุการเสียชีวิตหลัก มาจากผลของการใช้ยาเคตามีน ก่อนที่จะจมน้ำเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีผลมาจากการใช้ยาตัวอื่นๆ ร่วมด้วยเป็นปัจจัยร่วม

โดยเพอร์รี่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังพบร่างไร้วิญญาณของเขาคว่ำหน้าจมน้ำอยู่ในอ่างน้ำร้อนภายในบ้านพักส่วนตัวที่นครลอสแอนเจลิส ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างของเขาไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จนกระทั่งได้ผลสรุปออกมาในวันนี้
ผู้ช่วยของเขาที่อาศัยอยู่ด้วยกันระบุว่า ในวันที่เพอร์รี่เสียชีวิต เขาเพิ่งไปเล่นกีฬาพิกเกิลบอลมา โดยไม่มีอาการป่วย ไม่ได้รู้สึกไม่สบาย และไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาแต่อย่างใด โดยในขณะเกิดเหตุผู้ช่วยของเขาออกไปทำธุระข้างนอก ทำให้นายเพอร์รี่อยู่บ้านเพียงลำพัง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นักแสดงรายนี้ มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน แต่เขาก็ได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดจนเลิกใช้สารเสพติดมาได้นาน 19 เดือนแล้ว อย่างไรก็ตาม เพอร์รี่ยังคงมีการใช้ยาเคตามีนเพื่อรักษาอาการซึมเศร้าและอาการวิตกกังวลตามคำแนะนำของแพทย์ โดยการไปรับยาเคตามีนบำบัดครั้งล่าสุด คือเมื่อประมาณ 10 วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต.

ที่มา : เอพี

สรุปงานประชุม COP28 ได้ข้อตกลงประวัติศาสตร์-แต่ยังขาดอีกเยอะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748241

สรุปงานประชุม COP28 ได้ข้อตกลงประวัติศาสตร์-แต่ยังขาดอีกเยอะ

16 ธ.ค. 2566 09:15 น.

สรุปงานประชุม COP28 ได้ข้อตกลงประวัติศาสตร์-แต่ยังขาดอีกเยอะ

  • การประชุมสภาพอากาศนานาชาติ หรือ COP28 สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากประชุมกันมานาน 2 สัปดาห์ และต้องเพิ่มการประชุมอีก 1 วันเพื่อเจรจาข้อตกลงสำคัญ
  • ที่การประชุมมีการบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์อย่าง การจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายจากโลกร้อนแก่ชาติยากจน และข้อตกลงเปลี่ยนผ่านการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
  • อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังคงมองว่า ข้อตกลงและคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ ที่จะช่วยโลกให้รอดพ้นจากวิกฤติความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติครั้งที่ 28 หรือ COP28 ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งดำเนินมานานร่วม 2 สัปดาห์ จบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องจากทั่วโลก ว่าการประชุมครั้งนี้จะมีข้อตกลงใดที่สามารถแก้วิกฤติโลกร้อนได้บ้าง

การประชุมเริ่มต้นขึ้นโดยที่ประเทศเจ้าภาพ ประกาศข้อตกลงจัดตั้ง กองทุนชดเชยความเสียหายจากโลกร้อนแก่ชาติยากจน เป็นครั้งแรกของโลก และปิดด้วยการบรรลุข้อตกลงเรียกร้องให้นานาชาติเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่รอคอยกันมานานกว่า 30 ปี

อย่างไรก็ตาม บรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างมองว่า นี่เป็นอีกครั้งที่การประชุม COP ให้คำมั่นสัญญามากมายว่าจะทำมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายที่พวกเขากำหนดเอาไว้เองในความตกลงปารีส คือ การรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากยุคก่อนอุตสาหกรรม

นานาชาติยังคงพยายามเพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวยังเป็นไปได้ ซึ่งต่อไปนี้คือเหตุการณ์หลักๆ ที่เกิดขึ้นในการประชุม COP ครั้งที่ 28 ปีนี้

ตกลงเปลี่ยนผ่านการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

หลังจากรอคอยมานานกว่า 30 ปี ในที่สุดความเคลื่อนไหวเพื่อจัดการปัญญาใหญ่ที่สุดอย่าง เชื้อเพลิงฟอสซิล ก็เกิดขึ้นที่การประชุม COP ครั้งที่ 28

เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 13 ธ.ค. 2566 มากกว่า 190 ประเทศเห็นชอบข้อตกลงที่เรียกร้องให้ทั่วโลกเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบพลังงาน ซึ่งถึงแม้จะฟังดูไม่ใช่หลักชัยสำคัญนัก แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ข้อตกลงที่เกิดขึ้นในที่ประชุม COP พูดถึงความจำเป็นในการหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้

แต่คำว่าเปลี่ยนผ่าน (transition away) ยังห่างจากคำว่า “ค่อยๆ สิ้นสุดการใช้” (phase out) ที่กว่า 137 ประเทศ รวมถึง แคนาดา, ชิลี, นอร์เวย์ และตูวาลู ร่วมกันผลักดัน

แน่นอนว่าเหล่านักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมยังคงกังขาในคำมั่นสัญญานี้ เช่น นางเมย์ โบอีฟ ผู้อำนวยการบริหารของ 350.org กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าโมโหที่ต้องใช้เวลาถึง 30 ปี กว่าจะได้คำว่า ‘เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิล’ ในข้อตกลง COP28 แต่มันกลับห้อมล้อมไปด้วยช่องโหว่มากมาย ที่จะทำให้มันอ่อนแอและไม่มีประสิทธิภาพ”

ขณะที่ นายโอมาร์ เอลมาวี จากกลุ่มเคลื่อนไหว ‘Africa Movement Building Space’ วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า “การเสนอให้เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจฟังดูเป็นก้าวที่ถูกต้อง เป็นความหวังเล็กๆ ท่ามกลางความวุ่นวาย แต่เราอย่าประเมินผ่านการเจ้าเล่ห์ของบริษัทและชาติผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ พวกเขาอำพรางผลิตภัณฑ์ของตนอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางที่สุดของโลก”

อย่างไรก็ตาม นายเอลมาวี ยอมรับว่า เรามาไกลมากกว่าเดิม แม้แต่บริษัทและประเทศผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยยอมโอนอ่อน ยังเห็นแล้วว่า เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่โลกจะต้องเป็นอิสระจากการครอบงำของน้ำมัน

นักเคลื่อนไหววัย 12 ปี บุกเวที COP28

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายของการประชุม มีการเผยแพร่ร่างข้อตกลง COP28 ซึ่งมีการแก้ไขตัดคำพูดที่เกี่ยวข้องกับการค่อยๆ สิ้นสุดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลออกไปจนหมด ทำให้นักเคลื่อนไหวออกมาประณามว่าข้อตกลงถูกเจือจางจนอาจไม่สามารถหยุดยั้งวิกฤติความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้

จากนั้น ด.ญ. ไลซีปริยา คันกูจาม นักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศชาวอินเดียวัยเพียง 12 ปี บุกขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับป้ายข้อความว่า “ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยโลกของเราและอนาคตของเรา”

กลุ่มนักเคลื่อนไหวและองค์กรด้านประชาสังคมที่มาร่วมงานประชุมในปีนี้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า โอกาสที่เสียงของพวกเขาจะถูกรับฟังโดยที่ประชุม COP นั้นลดน้อยลงทุกปี

“ที่ผ่านมามักมีข้อจำกัดมากมายบนเวทีสาธารณะภายในงาน COP แต่เรากำลังเห็นเทรนด์นี้เพิ่มสูงขึ้นมาก” ลิซา แมสสัน นักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม Friends of the Earth International บอกกับสำนักข่าว เอพี “เราต้องแจ้งว่าจะใช้เสียงดังแค่ไหน จะเขียนอะไรบนป้าย เราไม่ได้รับอนุญาตให้ระบุชื่อประเทศและองค์กร มันจึงเป็นพื้นที่ที่ถูกจำกัดมากจริงๆ”

บรรลุข้อตกลงชดเชยความเสียหายจากโลกร้อนแก่ชาติยากจน แต่มีทุนเพียงเล็กน้อย

ในวันแรกของการประชุม COP28 เหล่าผู้นำสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศข้อตกลงจัดตั้ง “กองทุนชดเชยค่าความเสียหายและความสูญเสีย” ซึ่งนับเป็นกองทุนแรกของโลกที่มีเป้าหมายเพื่อ จ่ายเงินชดเชยค่าผลกระทบที่ไม่อาจย้อนคืนจากหายนะทางสภาพอากาศ ให้แก่ประเทศยากจนและเปราะบาง

ชาติร่ำรวยหลายประเทศ ซึ่งต้องมีส่วนรับผิดชอบในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น สหราชอาณาจักร, สหรัฐฯ และเยอรมนี ประกาศออกทุนสนับสนุนรวม 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่เงินทุนดังกล่าวนับว่าเล็กน้อยมาก เนื่องจากผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่า ความเสียหายและความสูญเสียในประเทศกำลังพัฒนาทะลุ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีไปแล้ว แต่เงินทุนสนับสนุนกองทุนนี้กลับมีไม่ถึง 0.2% ของประมาณความต้องการทั้งหมดด้วยซ้ำ

ที่ย้อนแย้งก็คือ ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ของการประชุม COP28 อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลับทำกำไรได้มากถึง 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กองทุนช่วยเหลือกลับได้รับเงินสนับสนุนเพียง 1% ของกำไรที่ว่าเท่านั้น

โคลอมเบียกร่วมเรียกร้องออกสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายเชื้อเพลิงฟอสซิล

โคลอมเบียกลายเป็นชาติลาตินอเมริกันประเทศแรก ที่ลงนามเข้าร่วมกับกลุ่มชาติพันธมิตรโลกเพื่อเรียกร้องให้มีการทำสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel Non-Proliferation Treaty) โดยมีประเทศ ปาเลา, ซามัว และ นาอูรู เจริญรอยตาม ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า สนธิสัญญานี้ได้รับการสนับสนุนในเวทีสภาพอากาศโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

การเงินลวงหลอกตา

นักวิเคราะห์ของ Global Citizen องค์กรการศึกษาระหว่างประเทศเพื่อยุติความยากจน ชี้ว่าเรื่องเกี่ยวกับ การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) มีการลวงหลอกตามากมาย และเบื้องหลังเงินพันล้านดอลลาร์ที่หลายประเทศสัญญาจะมอบให้เพื่อสมทบทุน ก็มักเป็นการรีไซเคิลมาจากสัญญาเก่าๆ

เช่น เงินทุนสำหรับกองทุนเพื่อการปรับตัว (Adaptation Fund) สำหรับช่วยสังคมเปราะบางในประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่ประชุม COP28 ประกาศสมทบทุนเข้าไปอีก 133.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น แต่ความจริงแล้ว เงินของกองทุนนี้ลดลงไป 14% หรือราว 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 และเงินที่เพิ่มเข้ามาก็น้อยกว่า 14% นั้นมาก

ในการประชุม COP ครั้งล่าสุดนี้ สหรัฐฯ สัญญาจะสมทบทุน 3 พันล้านดอลลาร์เข้ากองทุนสภาพอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่คำสัญญานี้จะกลายเป็นจริงได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งเป็นไปได้น้อยมากที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะกล่อมฝ่ายรีพับลิกันให้ร่วมมือได้

ขณะที่ นางเคลลี สตีน จากองค์กรช่วยเหลือ ActionAid USA ชี้ว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้มอบเงินสมทบทุนจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์จากทั้งหมด 3 พันล้านดอลลาร์ที่เคยสัญญาไว้ในยุคประธานาธิบดี บารัค โอบามา ซึ่งหมายความว่า เงินสมทบทุนก้อนใหม่ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น

เปิดตัวหน่วยงานเฉพาะกิจเก็บภาษีมลพิษระหว่างประเทศ

ที่การประชุม COP28 ยังมีการเปิดตัวองค์กรเฉพาะกิจเพื่อการเก็บภาษีระหว่างประเทศ โดยมี เคนยา, ฝรั่งเศส, สเปน, ประเทศแอนติกาและบาร์บูดา, บาร์บาโดส, สหภาพแอฟริกา และคณะมนตรียุโรป เข้าร่วม โดยมีหน้าที่คือ เก็บภาษีมลภาวะจากอุตสาหกรรม เช่น การขนส่งทางเรือและทางอากาศ และใช้เงินเหล่านั้นในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพอากาศ

แผนการนี้มีจุดประสงค์ 2 อย่างคือ ทำให้ผู้ปล่อยมลภาวะต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นในการปล่อยมลภาวะ กระตุ้นให้พวกเขาหาวิธีการที่สะอาดมากขึ้น และนำเงินภาษีที่ได้มาสร้างกองทุนช่วยเหลือประเทศต่างๆ โดยเฉพาะชาติที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่

130 ประเทศตกลงเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน 3 เท่า

ผู้แทนจากกว่า 130 ประเทศที่มาร่วมการประชุม COP28 เห็นชอบร่วมกันว่าจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็น 2 เท่า ภายในปี 2573 ขณะที่บริษัทผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างน้อย 50 แห่ง ตกลงจะตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้มีเทนทั้งหมดภายในปี 2593

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า คำสัญญาตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นนี้ ก็ยังห่างไกลจากการทำให้โลกกลับไปอยู่บนเส้นทางของการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ไม่ให้เพิ่มขึ้นจากยุคก่อนอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

ตามการคำนวณของ IEA มาตรการดังกล่าวจะลดช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ระหว่างเส้นแนวโน้มปัจจุบัน กับเส้นแนวโน้มในอุดมคติได้ราว 1 ใน 3 เท่านั้น

ยังไม่ถอดใจ คุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

ทีมเจรจาของประเทศต่างๆ ยังคงยืนยันว่า การรักษาค่าเฉลี่ยอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นจากยุคก่อนอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ ขณะที่นายจอห์น เคอร์รี ทูตสภาพอากาศจากสหรัฐฯ ย้ำว่า “เราต้องทำให้เป้าหมาย 1.5 องศาฯ อยู่ภายในเอื้อมมือของเรา”

แต่ในความเป็นจริง หน้าต่างแห่งโอกาสกำลังจะปิดลงแล้ว และคำมั่นสัญญาที่เกิดขึ้นในการประชุม COP28 ก็ไม่เพียงพอจะสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปี 2566 เป็นปีแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นไปแตะ 1.5 องศาเซลเซียส แต่ภายในไม่กี่ปี ตัวเลข 1.5 อาจกลายเป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งการหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกต้องลดลง 43% ภายในปี 2573 แต่ปัจจุบันการปล่อยก๊าซฯ ก็ยังคงเพิ่มขึ้น

นางแอน ราสมุสเซน หัวหน้าทีมเจรจาจากกลุ่มพันธมิตรรัฐหมู่เกาะ (Alliance of Small Island States) ซึ่งเป็นผู้แทนของประเทศซามัว กล่าวว่า ผลการประเมินล่าสุดชี้ว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกจะลดลงเพียง 2% ในสิ้นทศวรรษนี้ และถึงแม้ว่านานาประเทศจะมีคำมั่นสัญญาที่รุนแรงขึ้นเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็มีช่องโหว่มากมายให้หลบเลี่ยง

ความท้าทายใหญ่หลวงที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญก็คือการทำตามคำพูด พวกเขาต้องเผยแพร่รายงานที่มีความโปร่งใส เรื่องความคืบหน้าด้านสภาพอากาศของตัวเองทุกๆ 2 ปี โดยกำหนดส่งฉบับแรกจะมาถึงในช่วงสิ้นปี 2567 พวกเขายังต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งเพื่อหารือเรื่องการตัดลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมากภายในปี 2568

แต่ก็เกิดคำถามขึ้นตามมาคือ พวกเขาจะตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานกว่าเดิมไปทำไม ในเมื่อเป้าหมายปัจจุบันยังทำไม่ได้

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : globalcitizenvox

กองทัพอิสราเอลเสียใจ ยอมรับยิงตัวประกันตาย 3 ศพ อ้างเข้าใจผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748234

กองทัพอิสราเอลเสียใจ ยอมรับยิงตัวประกันตาย 3 ศพ อ้างเข้าใจผิด

16 ธ.ค. 2566 04:50 น.

กองทัพอิสราเอลเสียใจ ยอมรับยิงตัวประกันตาย 3 ศพ อ้างเข้าใจผิด

กองทัพอิสราเอลออกมายอมรับว่า พวกเขายิงตัวประกันชาวอิสราเอลจนเสียชีวิตถึง 3 ศพ หลังจากเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคาม ระหว่างปฏิบัติการในกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอลออกมายอมรับในวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. 2566 ว่า ทหารของพวกเขายิงตัวประกันชาวอิสราเอลเสียชีวิต 3 ศพ ระหว่างปฏิบัติการที่เมืองเชไจยา (Shejaiya) ทางเหนือของฉนวนกาซา หลังเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคาม

“ระหว่างปฏิบัติการที่เชไจยา IDF จำแนกตัวประกันชาวอิสราเอล 3 คนผิดเป็นภัยคุกคาม ผลลัพธ์คือทหารยิงเข้าใส่พวกเขา ทำให้พวกเขาเสียชีวิต” นายแดเนียล ฮาการี โฆษกของ IDF ระบุในงานแถลงข่าวสั้นๆ เมื่อวันศุกร์

“ระหว่างการค้นหาและตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น กลับเกิดความสงสัยขึ้นระหว่างการจำแนกศพของผู้เสียชีวิต ร่างของพวกเขาจึงถูกส่งไปยังดินแดนของอิสราเอลเพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้รับการยืนยันว่า พวกเขาเป็นตัวประกันชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน”

ตัวประกันที่เสียชีวิตทั้ง 3 ศพได้แก่ นายโยตัม ฮาอิม กับนาย อาลอน ชามริซ ซึ่งถูกลักพาตัวไปยังคิบบุตซ์ คฟาร์ อาซา และนายซาเมอร์ ทาลัลกา ผู้ถูกลักพาตัวไปจากคิบบุตซ์ นีร์ อัม

นายฮาการีระบุว่า หลังเกิดเหตุ IDF ก็เริ่มทบทวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ทันที โดยพวกเขาเชื่อว่า ตัวประกันทั้ง 3 คน อาจหนีออกมาหรือถูกผู้ก่อการร้ายทิ้งเอาไว้ที่นั่น แต่ตอนนี้เขาตอบไม่ได้ว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสามมีการชูมือขึ้นฟ้า หรือตะโกนคุยกับทหารก่อนที่พวกเขาจะถูกยิงหรือไม่

“IDF ขอแสดงความสำนึกผิดอย่างที่สุดต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ภารกิจของประเทศเราคือ การระบุตำแหน่งของผู้ที่หายไป และนำตัวประกันทุกคนกลับบ้าน” นายฮาการีกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮังการีขวาง EU ออกงบระยะยาว 5 หมื่นล้านยูโร ช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748233

ฮังการีขวาง EU ออกงบระยะยาว 5 หมื่นล้านยูโร ช่วยยูเครน

16 ธ.ค. 2566 03:58 น.

ฮังการีขวาง EU ออกงบระยะยาว 5 หมื่นล้านยูโร ช่วยยูเครน

ผู้นำสหภาพยุโรปล้มเหลวในการทำข้อตกลงเรื่องแพ็กเกจเงินช่วยเหลือระยะยาวมูลค่า 5 หมื่นล้านยูโรแก่ยูเครน หลังผู้นำฮังการี ซึ่งเป็นมิตรกับรัสเซีย ไม่ยอมประนีประนอม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ประชุมร่วมกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค. 2566 เพื่อทบทวนปรับปรุงแผนงบประมาณระยะยาวมูลค่า 1 แสนล้านยูโร ของสหภาพยุโรป หรือที่เรียกว่า ‘กรอบการเงินสำหรับหลายปี’ (Multiannual Financial Framework : MFF)

แต่การประชุมยืดเยื้อไปจนถึงเช้าวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. 2566 เพื่อเจรจาทำข้อตกลงแพ็กเกิจเงินช่วยเหลือมูลค่า 5 หมื่นล้านยูโร ที่จะมอบให้แก่ยูเครนไปจนถึงปี 2570 ซึ่งจะเพิ่มเข้าไปในกรอบการเงินดังกล่าว และต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ของชาติสมาชิก EU ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี วิกตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ยืนกรานปฏิเสธก่อนจะเดินออกจากที่ประชุมในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทำให้การประชุมสิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลว

ทั้งนี้ แพ็กเกิจเงินช่วยเหลือดังกล่าวประกอบด้วย การปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 3.3 หมื่นล้านยูโรให้ยูเครน และมอบเงินให้เล่าให้อีก 1.7 หมื่นล้านยูโร ซึ่งหลายประเทศมองว่า ค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มเข้ามานั้นมากเกินไป และพยายามต่อรองให้ลดปริมาณลง

อย่างไรก็ตาม นาย ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป บอกกับผู้สื่อข่าวในช่วงเช้าวันศุกร์ว่า ชาติสมาชิก EU ทุกประเทศนอกจากฮังการี เห็นชอบร่วมกันในทุกองค์ประกอบของการปรับปรุงกรอบการเงิน MFF ร่วมเงินเรื่องเงินช่วยเหลือยูเครน แม้ว่าสวีเดนต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนจึงจะให้ไฟเขียวได้ก็ตาม

แต่แม้จะประสบความล้มเหลว เหล่าผู้นำ EU ยังมีโอกาสที่ 2 ในการบรรลุข้อตกลง ที่การประชุมสุดยอด สมัยวิสามัญ ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2567 ซึ่งนายมิเชลกล่าวว่าพวกเขาจะพยายามเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ได้ แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ชาติสมาชิก 26 ประเทศจะผลักดันข้อตกลงโดยไม่มีฮังการี

ผู้นำหลายคนก็ส่งสัญญาณว่าพร้อมสนับสนุนแพ็กเกจที่ไม่รวมฮังการี เพื่อหลบเลี่ยงการวีโตของนายออร์บาน โดยนายกรัฐมนตรีเอสโตเนียบอกกับสื่อว่า เหล่าผู้นำกำลังหารือเกี่ยวกับความคิดนี้ แต่ยอมรับว่า ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากต้องคิดกลไกใหม่ และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และอื่นๆ

ด้านนาย ลีโอ วารัดคาร์ นายกรัฐมนตรี ไอร์แลนด์ กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ชาติสมาชิก 26 ประเทศจะให้เงินช่วยเหลือแบบทวิภาคี ไม่ได้ผ่าน MFF ไม่ได้ผ่านโครงสร้างของสหภาพยุโรป แต่พวกเขาไม่ต้องการไปจนถึงจุดนั้น

อนึ่ง ยูเครนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินอย่างหนักจากสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ในขณะที่การต่อสู้กับรัสเซียยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลง ซึ่งความล่าช้าในการออกงินช่วยเหลือ จะส่งผลอย่างหนักต่องบประมาณของยูเครน ที่นอกจากต้องใช้ในสงครามแล้ว ยังต้องใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ รวมถึงเงินเดือนครู หรือเงินบำนาญแพทย์ เป็นต้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : euronews