‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.52 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ณ เวทีกลาง Zone 6 ภายในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดได้มอบป้ายโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่ภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ของกรมพัฒนาที่ดิน ให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบป้ายรับรองร้านอาหาร Q Restaurant Premium ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้แก่ร้านเฮียอู๊ด ข้าวต้มโต้รุ่ง มอบพันธุ์ปลาจากกรมประมงให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบกล้าพันธุ์ทุเรียนจันทบุรี ของกรมวิชาการเกษตร จำนวน 5 ราย มอบออมสินโครงการส่งความสุข ส่งเสริมการออม ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จำนวน 100 ใบ และมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 100 ราย

ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจเที่ยวงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ตั้งแต่ วันนี้ – 5 มกราคม 2568 นี้ @กว๊านพะเยา

– 006

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

'รมช.อัครา'จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.02 น.

“รมช.อัครา”จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา พร้อมปรับแปลงข้าวศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสันป่าม่วงกว่า 78 ไร่ ปลูกข้าวสรรพสี ออกแบบด้วยลายไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย เร่งยกระดับรายได้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด และเกษตรกร เข้าร่วม ณ บริเวณศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลสันป่าม่วง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดพะเยา ว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและศูนย์ข้าวชุมชนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ จนสามารถยกระดับการบริหารจัดการข้าวให้เพิ่มผลผลิตคุณภาพดี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการปลูกข้าวสรรพสีบนพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง จำนวน 78 ไร่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นเกษตรประณีตช่วยให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว และเป็นวงจรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผลผลิตจะเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สามารถนำเมล็ดข้าวจำหน่ายได้ราคาถึง 50 บาทต่อ กก. และสามารถนำใบข้าวสรรพสีไปสกัดสารโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอื่นๆ นำไปผลิตอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับรายได้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

รมช.อัครา กล่าวต่อไปว่า แปลงข้าวสรรพสีจะออกแบบเป็นรูปไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย ซึ่งเป็นสัตว์ประจำจังหวัดพะเยา โดยการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพเพิ่มอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่านาข้าวสรรพสีจะพร้อมให้ชมความสวยงามในช่วงกลางเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ รมช.อัครา ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2568 ซึ่งมีกิจกรรมนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ การจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าพื้นเมือง และการแสดงดนตรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 ณ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา อีกด้วย

– 006

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

'นฤมล'นำทีม'ก.เกษตรฯ' เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.01 น.

“นฤมล”นำทีม”ก.เกษตรฯ” เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67 – 5 ม.ค.68 พร้อมชวน ปชช.มาร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 บริเวณถนนชายกว๊าน หน้าศาลหมื่นปี (ลานข่วงวัฒนธรรม) บริเวณสามแยกถนนประสาท และสวนสมเด็จย่า 90 พรรษา โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ จังหวัดพะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรให้ครบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และขยายผลการจัดมหกรรมดังกล่าวไปสู่จังหวัดภาคเหนืออื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

นางนฤมล กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลการจัดงานจากปีก่อน มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด

ในส่วนการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อส่งเสริมกิจกรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาชมความสวยงามของถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ และร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปพร้อมกัน

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ติดตาม’รมช.กษ.’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ติดตาม'รมช.กษ.'ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ติดตาม’รมช.กษ.’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.53 น.

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ติดตามคณะ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ นายวัฒนา มังธิสาร นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นายกฤษณะ ดีปาละ นายคมกฤษ แป้นโพธ์กลาง ผู้ตรวจราชการกรม นายเกียรติยศ ทรงสง่า ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปที่ดินจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ รมช.กษ.ได้กล่าวพบปะเกษตรกร และเป็นประธานการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 100 ราย ณ เวที บริเวณการจัดนิทรรศการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา” ณ บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.45 น.

หลายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วย “โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าอัตราการเสียชีวิตกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองและวิทยาการด้านการรักษาที่พัฒนาไปมาก เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

นายแพทย์ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตลอดชีวิตจะพบใกล้เคียงกันทั้งเพศหญิงและเพศชาย คือประมาณ 1 ต่อ 25 คน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความเสี่ยงอื่นๆของผู้ป่วย ซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อหรือ Polyp ในลำไส้ใหญ่ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 2 ประเภท

ปัจจัยความเสี่ยงจากตัวบุคคล ได้แก่ 1.อายุ ในอดีตพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ มีอายุมากกว่า 50 ปี และอายุเฉลี่ยที่พบคือ 60-65 ปี แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ อุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดตามรายงานคือ 18 ปี2.ประวัติในครอบครัวและถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบว่า 20% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน 3.ประวัติการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ มีการศึกษาพบว่า ติ่งเนื้อบางชนิดสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่หากมีการตรวจพบและรักษาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นติ่งเนื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

ปัจจัยความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม 1.ภาวะน้ำหนักเกินและขาดการออกกำลังกาย จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรค ขณะเดียวกันการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ทำให้ลำไส้มีการทำงานและเคลื่อนตัวมากขึ้น ผลในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้2.อาหาร ในอาหารบางประเภทจะมีสารก่อมะเร็งซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แหนม หมูยอ ลูกชิ้น กุนเชียง และเนื้อแดงที่ถูกประกอบอาหารในความร้อนสูงจนเกรียมแบบปิ้งย่าง 3.การสูบบุหรี่ พบว่า 12% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ 4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งมากยิ่งขึ้น

ในระยะแรกของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เมื่อการดำเนินของโรคผ่านไปและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่จนกลายเป็นมะเร็งแล้วผู้ป่วยจึงจะเริ่มมีอาการแสดงเกิดขึ้น เช่น การขับถ่ายมีเลือดหรือมูกเลือดปน ถ่ายอุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูกสลับท้องเสีย แน่นท้อง ท้องโต หรือคลำเจอก้อนในท้อง ดังนั้น หากได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักตั้งแต่อายุ 45-50 ปี เมื่อมีการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือสามารถป้องกันมะเร็งได้ถ้าตรวจเจอตั้งแต่เป็นติ่งเนื้อก่อนที่จะเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง อายุ สภาพร่างกายและโรคร่วมของผู้ป่วย โดยมี 4 วิธีหลักที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ 1.การผ่าตัด เป็นการตัดเอาลำไส้ส่วนที่เป็นรอยโรค และต่อมน้ำเหลืองออก หรือในบางกรณีหากรอยโรคอยู่ที่ลำไส้ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทำทวารเทียม 2.การฉายรังสี เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด โดยฉายรังสีก่อนหรือหลังผ่าตัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์ ใช้ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก 3.ยาเคมีบำบัด อาจให้ก่อนหรือหลังผ่าตัด ร่วมกับการฉายรังสีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ไม่จำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่ม 5.ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ชนิดของยาขึ้นอยู่กับการตรวจยีนจากชิ้นเนื้อ เพื่อวิเคราะห์การตอบสนองของยา (precision medicine)

นอกจากนี้ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์จึงมีวิธีการรักษาเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นและมีอายุที่ยืนยาวเพิ่มมากขึ้น เช่น ยามุ่งเป้ายาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือแม้แต่งานวิจัยล่าสุด อย่าง Cancer Vaccine และ Cancer Avatar ที่เปรียบเสมือนความหวังของผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดยCancer Vaccine คือการจะนำโปรตีนเซลล์มะเร็งที่ได้จากก้อนมะเร็งของผู้ป่วยมาสกัดเป็นวัคซีนแบบจำเพาะบุคคลเพื่อช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวรู้จักหน้าตาของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยและพร้อมทำลายเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด ก็จะช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วน Cancer Avatar คือกระบวนการทดสอบการตอบสนองต่อยาก่อนที่จะใช้ในผู้ป่วยจริง วิธีการคือตัดชิ้นเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและพัฒนาจนมีลักษณะคล้ายกับเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเซลล์มะเร็งนั้นเป็นตัวแทนมะเร็งของผู้ป่วยจริงๆ จากนั้นจึงนำมาทดสอบกับยารักษาแต่ละสูตรเพื่อดูการตอบสนองของเซลล์มะเร็ง ก่อนเริ่มใช้ยากับผู้ป่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในแนวทางการรักษาขั้นต่อไปได้

ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่มาจากสภาพแวดล้อม ส่วนผู้ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจ
คัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพื่อตรวจหาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ของขวัญปีใหม่ของคนรักสุขภาพ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ของขวัญปีใหม่ของคนรักสุขภาพ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ของขวัญปีใหม่ของคนรักสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ถือเป็นช่วงที่ดีสำหรับส่งมอบความรักและปรารถนาดีให้ญาติผู้ใหญ่เพื่อนฝูง แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน แต่หลายคนก็ปวดหัวทุกปีว่าจะให้อะไรดี จึงจะทั้งถูกใจและเป็นประโยชน์กับผู้รับมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ก็ตามหลายคนก็จะนึกถึงตัวเลือกที่สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้ให้ต่อผู้รับ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

สำหรับคนที่กำลังมองหาหมวดของกิน อันที่จริงก่อนที่จะนึกถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แค่อาหารทั่วๆ ไปที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ และผู้รับได้ใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารไม่ขัดขาวที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไข่ไก่ปลอดยาปฏิชีวนะ กระเช้าผักผลไม้ปลอดสารพิษ เหล่านี้ก็ดูเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย แต่มีข้อควรระวังคือ อาหารบางประเภทจำเป็นต้องรีบรับประทานให้หมดภายในเวลา กับอีกประเด็นหนึ่งถ้าเลือกผลไม้ บางชนิดมีน้ำตาลสูง ถ้านำไปให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ก็เสี่ยงทำให้น้ำตาลขึ้น

ตัวอย่างผลไม้ที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ป่วยเบาหวานก็เช่น มะม่วงสุก อินทผลัม สับปะรด ทุเรียน ละมุด ลิ้นจี่ ลำไยรวมถึงผลไม้แปรรูปต่างๆ ที่เติมน้ำตาลลงไปเป็นปริมาณมากก็ต้องระวังเช่นกัน ถ้าทราบว่าผู้รับมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานก็จะต้องจัดให้เหมาะสม ควรเลือกผลไม้ที่ผลไม้ที่ระดับน้ำตาลต่ำ กากใยสูง เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว กล้วยหอมแก้วมังกร ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เป็นต้น

ส่วนอาหารแปรรูปบางชนิดที่เป็นที่นิยมอย่างมาก คือ ผลิตภัณฑ์รังนก ซุปไก่สกัด เป็นต้น ซึ่งดูเป็นสินค้าพรีเมียมราคาสูง แต่อาจจะไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ ของเหล่านี้ควรระวังในบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคไตกับการบริโภคซุปไก่สกัด โดยปกติแล้วผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องจำกัดโปรตีน รวมถึงปริมาณโซเดียม หรือเกลือแร่อื่นๆ ที่ต้องระมัดระวังในผู้ป่วยที่ไตผิดปกติ

ส่วนรังนกก็อาจจะมีปัญหากับผู้ป่วยเบาหวานสำหรับสูตรที่มีน้ำตาล

ดังนั้นการมอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้แก่ผู้รับก็ควรทราบในเบื้องต้นว่าผู้รับมีโรคประจำตัวอะไรที่เป็นข้อจำกัดในการบริโภคผลิตภัณฑ์พวกนี้หรือไม่

ผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีผู้นิยมเลือกเป็นของขวัญปีใหม่ไม่น้อยเช่นกันก็คือ กลุ่มยาจากสมุนไพร เนื่องจากหลายท่านอาจมองว่ายาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีความปลอดภัยมากกว่ายาที่เป็นสารเคมี ซึ่งอันที่จริงแล้วยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรก็อาจก่อให้เกิดโทษได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร  อาจไปมีผลต่อความเจ็บป่วยของผู้รับ หรือตีกับยาที่รับประทานอยู่จนเป็นอันตรายได้ 

ถ้าจะเลือกให้ ก็ขอแนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบบใช้ภายนอกดูจะปลอดภัยกว่า ไม่ว่าจะเป็น ยาดมยาหม่องยาหม่องน้ำ ยาทาถูนวดแก้ปวดแก้คัน เป็นต้น ถ้าเป็นกลุ่มยาสมุนไพรชนิดรับประทาน ขอเป็นพวกใช้ครั้งคราวยาใช้ตามอาการ ไม่ได้ใช้เป็นประจำทุกวัน เช่น ยาหอม เป็นต้น

สำหรับท่านที่ชอบให้ของขวัญจำพวกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ต้องระวังเช่นกันเพราะอาจมีผลกระทบต่อผู้รับบางราย เนื่องจากข้อจำกัดทางสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะตับไต ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง รวมถึงยาที่รับประทานอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ สำหรับท่านผู้รับ ก่อนที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ได้ จำเป็นต้องอ่านฉลากให้ถี่ถ้วนหรือตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ ไม่ตีกันกับโรค และยาแผนปัจจุบันที่กำลังรับประทานอยู่ ถ้าไม่มั่นใจควรต้องปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน

สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขภาพดีทุกคน

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฉลองเปิดตัว‘PRAKAAN’ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทย เปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ สะท้อนเสน่ห์แห่งรสสัมผัสความเป็นไทย

ฉลองเปิดตัว‘PRAKAAN’ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทย  เปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ สะท้อนเสน่ห์แห่งรสสัมผัสความเป็นไทย

ฉลองเปิดตัว‘PRAKAAN’ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทย เปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ สะท้อนเสน่ห์แห่งรสสัมผัสความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทย เปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ ฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “UNVEIL THE FLAVORS OF THAILAND” ที่ยกเอาเอกลักษณ์ของ “PRAKAAN”(ปราการ) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ กลั่นออกมาเป็นผลงานชิ้นเอกด้วยคุณภาพและสุนทรียสัมผัสที่รอคอยการถูกค้นพบในรูปแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ Immersive Experience ผ่านเรื่องราวไฮไลท์ของ PRAKAAN (ปราการ) พร้อมเติมเต็มทุกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตลอดเส้นทาง สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ “Irresistible Quest, Unforgettable Taste” พร้อมเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมงานแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งณ The House on Sathorn-W Hotel Bangkok ใจกลางกรุงเทพฯ

การออกค้นหารสสัมผัสของ PRAKAAN (ปราการ) ในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบมาได้อย่างน่าสนใจ เริ่มต้นจากห้อง Provenance ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักอันดับแรกของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) สะท้อนผ่านเรื่องราวของต้นกำเนิดวัตถุดิบคุณภาพจากรากฐานความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผืนป่ามรดกโลกจาก UNESCO ที่ครอบคลุมถึงจังหวัดกำแพงเพชร ส่งผลให้แหล่งน้ำจากจังหวัดกำแพงเพชรมีคุณภาพและเหมาะสมสำหรับการผลิต PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทยได้อย่างลงตัว

ในส่วนถัดมากับห้อง Pride นำเสนอความภาคภูมิใจของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) ผ่านจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยที่สะท้อนผ่าน “กำแพงปราการ” อันแข็งแกร่ง ของจังหวัดกำแพงเพชร ที่เคยทำหน้าที่รักษาเอกราชไทยมาหลายร้อยปี พร้อมเรื่องราวประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหล แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบที่สองของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ)นั่นคือ “Pride” หรือความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่มีการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจังหวัดกำแพงเพชร มาสอดแทรกอยู่ในทุกจุดของการสร้างแบรนด์อย่างประณีตด้วยเหตุนี้ จังหวัดกำแพงเพชร จึงเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ของการตั้งโรงมอลต์วิสกี้แห่งแรกของประเทศไทย

ก้าวเข้าสู่ห้อง Passion ที่จำลองโรงกลั่นซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของประเทศไทย เพื่อให้ได้เข้าใจถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบจนถึงการเก็บบ่มและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน อันเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจในการรังสรรค์ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทยที่มาพร้อมคุณภาพระดับโลกซึ่งสะท้อนถึงองค์ประกอบที่สำคัญของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) นั่นคือ“Passion” หรือความมุ่งมั่นตั้งใจในการรังสรรค์ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมที่ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านเทคนิคและความชำนาญเฉพาะทางในกระบวนการผลิตและการเก็บบ่มสุราซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ตามมาตรฐานสากล และสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับภูมิประเทศในเขตร้อนชื้นของประเทศไทยได้อย่างลงตัว เพื่อผลิตซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและทรัพยากรที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชรจึงทำให้ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมของไทยพร้อมที่จะก้าวสู่เวทีโลกด้วยคุณภาพระดับสากลอย่างภาคภูมิ

ภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง อาทิ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์,เนะ อโณทัย, นต ปณต, พรหม ปาลเดชพงศ์และ เคิร์ฟ พริษฐ์ ซึ่งต่างให้คำนิยามกับ PRAKAAN (ปราการ) เป็นเสียงเดียวกันว่า“รู้สึกภูมิใจมากเลยที่วันนี้ประเทศไทยมีซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมเป็นของเราแบรนด์แรกแล้ว อย่าง PRAKAAN (ปราการ) ในงานนี้ได้เห็นถึงความตั้งใจในทุกขั้นตอนของการผลิต และองค์ประกอบต่างๆ ที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างมีเอกลักษณ์ ทำให้คิดเลยว่านี่แหละคือสินค้าฝีมือคนไทยที่พร้อมก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจจริงๆ”

PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียม แบรนด์แรกของประเทศไทย ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ภายใต้ซีรี่ส์ชื่อ “TRIBURA” (ตรีบูร) ประกอบด้วย PRAKAAN SELECT CASK (ปราการ ซีเล็คท์ คาสก์) ที่มีกระบวนการเก็บบ่มในถังอเมริกันโอ๊กเอ๊กซ์เบอร์เบิ้น ทำให้ได้กลิ่นของวานิลลาน้ำผึ้ง และผลไม้ตระกูลส้ม PRAKAAN PEATED MALT (ปราการ พีตเท็ด มอลต์) ใช้ข้าวมอลต์บาร์เลย์คุณภาพดีผ่านกระบวนการรมควันจากถ่านพีตทำให้มีกลิ่นรมควัน พร้อมกลิ่นวานิลลาน้ำผึ้ง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างลงตัว PRAKAAN DOUBLE CASK (ปราการ ดับเบิ้ล คาสก์) ที่มีกระบวนการเก็บบ่มพิเศษถึง 2 ขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ทั้งในถังอเมริกันโอ๊กเอ๊กซ์เบอร์เบิ้นและสแปนิชโอ๊กเอ๊กซ์เชอร์รี่ ทำให้มีกลิ่นของลูกเกด ช็อกโกแลต และปิดท้ายด้วยเครื่องเทศอ่อนๆ

ร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับของ PRAKAAN (ปราการ) ผลงานชิ้นเอกที่สร้างสรรค์ผ่านฝีมือคนไทยสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ และส่งต่อความภาคภูมิใจในระดับสากลได้แล้ววันนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) ได้ที่เว็บไซต์ www.prakaanmaltwhisky.com

ลูกแม่โดมร่วมสังสรรค์รำลึกความหลัง‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม’

ลูกแม่โดมร่วมสังสรรค์รำลึกความหลัง‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม’

ลูกแม่โดมร่วมสังสรรค์รำลึกความหลัง‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม’

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดงาน “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2567” ภายในงานประกอบด้วยช่วงเช้ามี พิธีมอบโล่เกียรติยศ “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม” ในช่วงค่ำเป็นการพบปะสังสรรค์รำลึกความหลังลูกแม่โดม ร่วมขับร้องเพลงหมู่สถาบันร่วมกันทั่วประเทศผ่าน Facebook Live ช้อปสินค้าจากบูธศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ อิ่มอร่อยและสนุกกับการแสดงหลากหลายบนเวที โชว์ชุดพิเศษจาก “มหกรรม ศิลปิน ดารา นักร้อง” เพลิดเพลินกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณรอบสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

กิจกรรม “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2567” เริ่มภาคเช้า เวลา 10.00-12.30 น. พิธีทำบุญเนื่องในวันธรรมศาสตร์ และรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกันณ ห้องยูงทอง 2 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อด้วยภาคบ่าย พิธีมอบโล่ “ศิษย์เก่าเกียรติยศ 90 ปี” โดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิธีมอบโล่ “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม” โดยสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวม 90 คน จากการเสนอชื่อของ สมาคม/ชมรมธรรมศาสตร์ กลุ่มศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ทุกจังหวัด เพื่อเป็นเกียรติประวัติและส่งเสริมให้ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ทำคุณความดีจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีจิตสำนึกในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมและต่อประชาชน ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ภาคค่ำ เวลา 17.30-22.00 น. เป็นงานพบปะสังสรรค์รำลึกความหลังลูกแม่โดม ณ บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในงาน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งมีการออกบูธจำหน่ายสินค้าของศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ การแสดงวงดนตรี TU Band โดยได้รับเกียรติจาก ชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีร่วมเป่าแซกโซโฟน และนักร้องรับเชิญ ไฮไลท์ของงานคือ การร้องเพลงหมู่สถาบันร่วมกันของศิษย์เก่าที่มาร่วมงานกับสมาคม / ชมรมธรรมศาสตร์ ทั่วประเทศ ผ่านทาง Facebook Live จำนวน 3 เพลง คือ เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เพลงธรรมศาสตร์รักกัน เพลงมาร์ช มธก. ต่อด้วยโชว์ชุดพิเศษจาก “มหกรรม ศิลปิน ดารา นักร้อง” และวงดนตรีสุนทราภรณ์

เป็นอีกปีที่ลูกแม่โดมได้รวมพลังและสปิริตเพื่อเป็นการฉลอง 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่พร้อมเพรียง

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ., ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการจัดงาน, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ และอธิการบดี มธ., ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกฯ, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคม ถ่ายภาพร่วมกับส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัลศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม จากการคัดเลือกของสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ., ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการจัดงาน, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และอธิการบดี มธ., ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกฯ, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคม ถ่ายภาพร่วมกับส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัลศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม จากการคัดเลือกของสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ., ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการจัดงาน, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ และอธิการบดี มธ., ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกฯ, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคม ถ่ายภาพร่วมกับส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัลศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม จากการคัดเลือกของสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ., ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการจัดงาน, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และอธิการบดี มธ., ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกฯ, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคม ถ่ายภาพร่วมกับส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัลศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม จากการคัดเลือกของสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภาและอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป่าแซกโซโฟนร่วมกับ TU Band

ชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภาและอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป่าแซกโซโฟนร่วมกับ TU Band

ชวน หลีกภัย, ประกิต อภิสารธนรักษ์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, รศ.จารุพร ไวยนันท์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี, ปิยะมิตร ยอดเมือง, ศุลีพร โชควิวัฒน, วิทูร รัตนเมธานนท์ และรัชพร พรหมแสน

ชวน หลีกภัย, ประกิต อภิสารธนรักษ์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, รศ.จารุพร ไวยนันท์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี, ปิยะมิตร ยอดเมือง, ศุลีพร โชควิวัฒน, วิทูร รัตนเมธานนท์ และรัชพร พรหมแสน

อดีตอธิการบดี มธ. รศ.เกศินี-ว่องไว วิฑูรชาติ, รศ.อัญชลี พิพัฒน์เสริญ และ สุกัญญา คุณกิตติ

อดีตอธิการบดี มธ. รศ.เกศินี-ว่องไว วิฑูรชาติ, รศ.อัญชลี พิพัฒน์เสริญ และ สุกัญญา คุณกิตติ

พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง และอดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, อานุภาพ
ธีรณิศรานนท์, สมชาย สาโรวาท, ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์

พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง และอดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, อานุภาพ ธีรณิศรานนท์, สมชาย สาโรวาท, ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ยอดยิ่ง- อรอนงค์ โสภณ, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, พรชัย กิตติปัญญางาม กรรมการเหรัญญิก

ยอดยิ่ง- อรอนงค์ โสภณ, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, พรชัย กิตติปัญญางาม กรรมการเหรัญญิก

ประธานชมรมเพื่อนโดม ดร.สันติภาพ-สุมาลี เตชะวณิช, บุญสม อัครธรรมกุล กรรมการเลขานุการชมรมเพื่อนโดม ปราณี ใบแก้ว อมรา เตชะวันชัย สุวนีย์ กิตติปัญญางาม,สมเกียรติ คงสวัสดิ์,
อรรถชัย วงศ์อุดมมงคล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สมชาย สาโรวาท, สุรพงษ์ กองจันทึก, พิจารณ์
สุภารังษี, ปานหทัย ศรีสมุทร และโกวิท สว่างวารีสกุล

ประธานชมรมเพื่อนโดม ดร.สันติภาพ-สุมาลี เตชะวณิช, บุญสม อัครธรรมกุล กรรมการเลขานุการชมรมเพื่อนโดม ปราณี ใบแก้ว อมรา เตชะวันชัย สุวนีย์ กิตติปัญญางาม,สมเกียรติ คงสวัสดิ์, อรรถชัย วงศ์อุดมมงคล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สมชาย สาโรวาท, สุรพงษ์ กองจันทึก, พิจารณ์ สุภารังษี, ปานหทัย ศรีสมุทร และโกวิท สว่างวารีสกุล

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์, เจตนากร นภีตะภัฏ,
กอบศักดิ์ พงศ์พนรัตน์, ช่อลัดดา กาญจนา เพชรมณี

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์, เจตนากร นภีตะภัฏ, กอบศักดิ์ พงศ์พนรัตน์, ช่อลัดดา กาญจนา เพชรมณี

กก.สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณภาคย์, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, วรรณิภา
วุฒิวัฒน์ และศิษย์เก่าธรรมศาสตร์

กก.สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณภาคย์, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, วรรณิภา วุฒิวัฒน์ และศิษย์เก่าธรรมศาสตร์

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร้องเพลงคู่กับ อรวี สัจจานนท์

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร้องเพลงคู่กับ อรวี สัจจานนท์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับกลุ่มเพื่อน ป.โท วารสาร อาทิ ปิยะมิตร ยอดเมือง, ศุลีพร โชควิวัฒน, วิทูร รัตนเมธานนท์,
รัชพร พรหมแสน, อาภรณ์ ศุภเดโชชัย, ธัญวลัย วัฒนธีรพันธุ์ และ รัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับกลุ่มเพื่อน ป.โท วารสาร อาทิ ปิยะมิตร ยอดเมือง, ศุลีพร โชควิวัฒน, วิทูร รัตนเมธานนท์, รัชพร พรหมแสน, อาภรณ์ ศุภเดโชชัย, ธัญวลัย วัฒนธีรพันธุ์ และ รัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อดีตผู้อัญเชิญธรรมจักร กับน้องๆ ดรัมเมเยอร์และทูตกิจกรรม มธ.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อดีตผู้อัญเชิญธรรมจักร กับน้องๆ ดรัมเมเยอร์และทูตกิจกรรม มธ.

อลิศ ธนัชศลักษณ์ จากเวที The Golden Song SS2 ร่วมมอบเสียงเพลงบนเทวี

อลิศ ธนัชศลักษณ์ จากเวที The Golden Song SS2 ร่วมมอบเสียงเพลงบนเทวี

พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง และอดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์
รวมพลังร้องเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เพลง ธรรมศาสตร์รักกัน และเพลงมาร์ช มธก.

พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง และอดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ รวมพลังร้องเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เพลง ธรรมศาสตร์รักกัน และเพลงมาร์ช มธก.

เปลี่ยนประสบการณ์ดูแลสุขภาพ กับ ‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’ เวลเนสระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับศาสตร์การบำบัดแบบ

เปลี่ยนประสบการณ์ดูแลสุขภาพ กับ ‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’  เวลเนสระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับศาสตร์การบำบัดแบบ

เปลี่ยนประสบการณ์ดูแลสุขภาพ กับ ‘ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา’ เวลเนสระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับศาสตร์การบำบัดแบบ

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา (Layan Life by Anantara) ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับโลกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ เปิดตัวแล้วที่ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท รีสอร์ทริมทะเลบนหาดลายันที่เป็นมิตรกับครอบครัว โดย ลายัน ไลฟ์ ได้นำความเชี่ยวชาญทางด้านสปาเพื่อสุขภาพของเครืออนันตราที่มีมากว่าสองทศวรรษ มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและศาสตร์การบำบัดแบบไทย เพื่อรังสรรค์โปรแกรมการดูแลสุขภาพสำหรับทุกช่วงสำคัญของชีวิตในรูปแบบ “Whole of Life” โดยมีตั้งแต่โปรแกรมแบบ 3 วันไปจนถึง 10 วัน

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ตั้งอยู่ในอาคาร 2 ชั้น บนพื้นที่ขนาด 1,767 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาทได้รับการออกแบบตามหลักการไบโอฟิลิก (Biophilic) ที่เชื่อมโยง ลายัน ไลฟ์ เข้ากับความสดชื่นของธรรมชาติโดยรอบและท้องทะเลที่อยู่ไม่ไกล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับพลังการบำบัดของธรรมชาติ

ทริเชีย แบนนิสเตอร์ ผู้อำนวยการด้านเวลเนส ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา กล่าวว่า ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ได้ผสานความเชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพเข้ากับเทคโนโลยี ทีมผู้เชี่ยวชาญ และความเป็นเลิศในด้านบริการการพักผ่อนระดับหรูของ อนันตรา ลายัน รีสอร์ท เพื่อให้ผู้รักสุขภาพได้รับบริการการดูแลสุขภาพ รวมถึงการพักผ่อนที่ดีที่สุดในระดับเวิลด์คลาส โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยจะผสานการประเมินและวินิจฉัยสุขภาพตามแนวทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาไทย ควบคู่ไปกับการคุมอาหารตามหลักโภชนาการและแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์แห่งการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรและตอบสนองเป้าหมายทางด้านสุขภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย การควบคุมน้ำหนักการลดภาวะความเครียด การดูแลสมรรถภาพร่างกาย ไปจนถึงการดูแลในแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย

โปรแกรมสุขภาพที่ ลายัน ไลฟ์ เริ่มต้นด้วยการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพอย่างครอบคลุม ต่อด้วยการตรวจวินิจฉัย การตรวจภาวะนอกเหนือพันธุกรรมอีพีเจเนติกส์ (Epigenetic) และการตรวจกายภาพผ่านเครื่องสแกนร่างกายแบบ 3 มิติ เพื่อค้นหาพิมพ์เขียวที่แท้จริงของสุขภาพ ซึ่งผลที่ออกมาจะได้รับการวิเคราะห์โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และนักกายภาพบำบัด ก่อนร่วมกันออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลตามวิธี Life Method ซึ่งผสมผสานสี่เสาหลักสำคัญของสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมเอาไว้ ได้แก่ เวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity Medicine) การแพทย์แผนไทย(Thai Traditional Medicine) การแพทย์ทางเลือก (Complementary Medicine) และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine)

อัตลักษณ์ของ ลายัน ไลฟ์ ยังมีรากฐานของความเป็นไทยในแบบฉบับอนันตราและชูองค์ประกอบธาตุทั้งสี่ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย ซึ่งประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ โดยผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การบำบัดตามตำราโบราณนี้ จะใช้สมุนไพรและการบำบัดแบบลงมือปฏิบัติ หรือ hands-on therapies เพื่อสร้างความสมดุลของสุขภาวะทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เสริมด้วยการบำบัดทางการแพทย์แบบองค์รวมที่ทันสมัย

ในส่วนของสถานที่ การออกแบบทางสถาปัตยกรรมของ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา เน้นให้กลมกลืนกับธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากสถานที่ตั้ง โดยตัวอาคารมีโทนสีธรรมชาติ พื้นที่โล่งโปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างประกอบด้วยห้องออกกำลังกาย สตูดิโอโยคะและพิลาทิส ที่พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน ห้องนั่งสมาธิ พื้นที่วารีบำบัดที่มีสระวารีบำบัด ซาวน่า และห้องอบไอน้ำในตัว ในขณะที่ชั้นบนประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น ห้องสำหรับให้คำปรึกษา ห้องกายภาพบำบัด ห้องการแพทย์แผนไทย ห้องหัตถการความงาม ห้องวิตามินบำบัด และห้องต่างๆ ที่มีอุปกรณ์การบำบัดทางการแพทย์ ทั้งเครื่องบำบัดด้วยความเย็น (Ice-pod) เครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric chamber) รวมถึงการดีท็อกซ์ลำไส้ (hydro colonic therapies) นอกจากนี้ ยังมีห้องสำหรับบริการจ่ายยาสมุนไพรไทยโดยเฉพาะอีกด้วย

นอกจากจะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายใจของทุกช่วงของชีวิตแล้ว ลายัน ไลฟ์ ยังสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้มาเยือนด้วยหลักการ ความสุขจากการได้เลือกทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ลายัน ไลฟ์ จึงเปิดโอกาสให้แขกผู้ใช้บริการและผู้ติดตาม สามารถเลือกทำกิจกรรมตามความชื่นชอบได้เพิ่มเติมตลอดการเข้าพัก โดย อนันตรา
ลายัน มี Active Zone ที่มีทั้งสนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลอง เป้าธนู กิจกรรมสันทนาการในร่ม โซนพิเศษสำหรับเด็ก หรือจะสนุกไปกับกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นซิปไลน์ การปั่นจักรยานเสือภูเขา และบูทแคมป์ชายหาดหรือกีฬาทางน้ำอย่าง พายเรือคายัค แพดเดิ้ลบอร์ด และวินด์เซิร์ฟ

นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมสันทนาการที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการเรียนรู้ เช่น เวิร์กช็อปงานฝีมือ คลาสเรียนภาษาและวัฒนธรรมไทย ทัวร์เที่ยวชมวัด คลาสเรียนทำอาหาร การดื่มชาไทย และการเที่ยวชมหมู่เกาะใกล้เคียง ซึ่งนอกจากความสุขจากการได้ทำสิ่งที่ตนเองชอบแล้ว การเล่นหรือได้ทำกิจกรรมยังก่อให้เกิดพลังบำบัดที่เป็นอีกหนึ่งในเสาหลักสำคัญตามปรัชญาความเป็นอยู่ที่ดีและการดูแลสุขภาพ

ในส่วนของอาหารเพื่อสุขภาพ แนวคิดอาหารคือชีวิต “Food for Life” ของ ลายัน ไลฟ์ ได้รับการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟ Filippo Tawil ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเชฟได้คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ตามปรัชญาอาหารสุขภาพ มารังสรรค์เป็นเมนูที่ปราศจากกลูเตน ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนม น้ำตาลแปรรูป และยังอุดมด้วยสารอาหารหลักคุณภาพสูงในปริมาณที่สมดุล นอกจากนี้ เชฟยังเน้นอาหารในแบบดั้งเดิมและเป็นที่นิยมแต่ปรับให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับความเชื่อของ ลายัน ไลฟ์ ที่ว่า “Whole of Life” หรือการใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขตลอดทุกช่วงชีวิต

เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้กับการดูแลสุขภาพ อนันตรา สปา ภายใน อนันตรา ลายัน รีสอร์ท ยังมีสปาทรีตเมนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่ใช้ศาสตร์ของพื้นถิ่น การบำบัดด้วยน้ำ การบำบัดจิตวิญาณ และการดูแลปรนนิบัติผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงทรีตเมนต์เพื่อความผ่อนคลาย อาทิ การนวดซิกเนเจอร์แบบอนันตรา (Anantara signature massages) และการบำบัดด้วยเสียง ซิงกิง โบลว์ แบบหิมาลายัน (Himalayan singing bowl sound therapies)

ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ได้ดีไซน์แพ็กเกจที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง อาทิ Active for Life, Mindfulness for Life และ Beauty for Life โดยแพ็กเกจจะประกอบด้วยอาหาร 3 มื้อต่อวัน ทรีตเมนต์เฉพาะทาง คลาสเรียนแบบกลุ่มประจำวัน การพูดคุยเรื่องสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญ และห้องพักในราคาพิเศษ ที่อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท กับตัวเลือกที่หลากหลาย เช่น พูลวิลล่า ห้องสวีทที่มาพร้อมกับพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว และวิลล่าที่เหมาะสำหรับครอบครัว นอกจากนี้ ยังมี ลายัน เรสซิเดนเซส บาย อนันตรา (Layan Residences by Anantara) เรสซิเดนซ์ หรูขนาดใหญ่ที่มาพร้อมด้วยสระว่ายน้ำจำนวน 15 หลัง ที่ให้ความเป็นส่วนตัวและประสบการณ์การพักผ่อนที่หรูหราเหนือระดับพร้อมวิวของท้องทะเลอันดามัน

โปรแกรมการดูแลสุขภาพที่ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา เริ่มตั้งแต่โปรแกรมรีทรีตแบบ 3 วัน ไปจนถึง 10 วัน ในราคาเริ่มต้นที่ 51,600 บาท รวมทรีตเมนต์และอาหาร (ไม่รวม
ห้องพัก) ราคาสมาชิก เริ่มต้นที่ 1,000,000 บาท ต่อปี (ไม่รวมห้องพัก) ดูข้อมูลลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.076-317200 อีเมล layanlife@anantara.com รวมทั้ง http://www.layanlifephuket.com, www.instagram.com/layanlifebyanantara และ www.facebook.com/layanlifebyanantara

คุณแหน : 30 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 30 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 30 ธันวาคม 2567

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 เราคนไทยรักและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอน้อมเกล้าฯ ขอพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกท่าน มีความสุข ความเจริญ เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงและฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปได้อย่างราบรื่นตลอดไป…

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ สร้างรัฐ หัตถวงษ์ นายกสมาคมการค้าภาคพื้นเอเซีย-แปซิฟิก ที่ได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ประเภท “ทูตอารยสถาปัตย์กิตติมศักดิ์” ของมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ในงานมหกรรมอารยสถาปัตย์ นวัตกรรมสุขภาพ และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 8…ll วันเด็กแห่งชาติ ชวนน้องๆ มาดูโขน เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอนรวมพล อาสาจงรักพระจักรี” บัตรราคา 300 บาททุกที่นั่ง เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีชมฟรี วันเสาร์ 11 ม.ค. 13.30 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ซื้อบัตร 02-2258757…

ll คำพันธุ์ ราชดา ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา รับมอบทุนการศึกษา พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การกีฬาให้แก่น้องๆ ผู้พิการ จาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กก.ผจก.บจ.ชลิต อินดัสทรี…

ll อานนท์-กุลฤดี เลาหะเกษตร จัดงานวันเกิดครบ 83 ปี ให้คุณแม่ปราณี ชาญสรรค์ อย่างอบอุ่นพร้อมหน้าทั้งหลานและเหลน งานนี้คุณโจ้ลงมือทำเค้กให้คุณแม่หนูใหญ่เองเลย…

ll ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีการเดินทางมากและมักมีอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มขึ้นมาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตในการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุทั่วประเทศสอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101,1760, 1761 หรือ www.blooddonationthai.com…

ll รดน้ำศพ โสภณ โกศัลยวัตร บิดาจักร โกศัลยวัตร ผอ.ด้านสุขภาพดิจิทัล มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ศาลา 11 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ 3 ม.ค.16.00 น. และสวดพระอภิธรรมถึง 5 ม.ค.19.00 น…ฌาปนกิจ 6 ม.ค.17.00 น. …

ll ชมรมสมองใสใจสบายจัดกิจกรรมชมภาพยนตร์เรื่อง King Richard กับผู้สูงอายุ และเสวนา ออกกำลังกายเพื่อการเยียวยา..สู่กีฬาระดับโลก โดย รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย, ผศ.ดร.เฉลิม ชัยวัชราภรณ์,ผศ.ดร.นพ.ภาสกร วัธนธาดา ดำเนินการ เสวนาโดย ผศ.ดร.ธัญลักษณ์ โอบอ้อม พร้อม “ถอดสูตรความสำเร็จ น้องเทนนิสสู่แชมป์โลก” ร.ท.หญิงพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดไทยคนแรกที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย วันที่ 7 ม.ค. 09.00-16.00 น. ห้อง 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ติดตามชมทางFacebook Live รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและชมรมสมองใสใจสบาย ตั้งแต่เวลา 13.00 น….

ll แฟนคลับหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 1-2 มกราคม 2568 โปรดทราบว่าไม่มีวางแผงนะคะ เพราะ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ เอ็มดี เห็นความสำคัญของครอบครัวแนวหน้า www.naewna.com จึงให้นักข่าวและพนักงานได้หยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวอบอุ่น.. พบกันอีกครั้งฉบับวันที่ 3 มกราคม 2568 ขอบคุณที่สนับสนุนทั้งหนังสือพิมพ์และแนวหน้าออนไลน์ทุกช่องทาง YouTube Facebook TikTok…ll


คุณแหน