รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วิตามินดี ถ้ากินมากไป ก็อันตราย

https://www.naewna.com/lady/846251

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วิตามินดี ถ้ากินมากไป ก็อันตราย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วิตามินดี ถ้ากินมากไป ก็อันตราย

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มนุษย์ทุกคนย่อมปรารถนาการมีสุขภาพดี การอยู่การกินจึงสำคัญกับสุขภาพมาก กินอาหารดีออกกำลังกายเป็นประจำ ตรวจร่างกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้มั่นใจว่าสุขภาพยังคงดีอยู่ แต่บางคนก็หาวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น ยิ่งในยุคสมัยที่บ้านเมืองเต็มไปด้วย (พวกอวดอ้างว่าเป็นกูรู) ที่พบกันทั่วไปในโซเชียลมีเดียก็ทำให้ผู้เสพสื่ออาจวิตกว่าจะต้องกินอะไรพิเศษมากไปกว่าอาหาร 5 หมู่ที่ครบถ้วนหรือไม่ หนึ่งในคำถามที่ผู้เขียนได้รับบ่อยๆ คือเรื่องการรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินดี 

วิตามินดีอยู่ในวิตามินที่ละลายในไขมัน ขอย้ำว่าเป็นวิตามินที่สำคัญมากต่อร่างกาย โดยเฉพาะการเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานมีประสิทธิภาพ

ร่างกายของเราสร้างวิตามินดีได้เมื่อร่างกายสัมผัสแสงแดด โดยทั่วไปเพียงแค่เราได้รับแสงแดดเพียงพอก็ลดความเสี่ยงการขาดวิตามินดี นอกจากนี้ วิตามินดียังมีในอาหารจำพวกตับ ไข่แดง ปลาตะเพียน ปลาทับทิม ปลานิล ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน เป็นต้น

แต่หลายคนก็พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด (มากจนเกินไป) แล้วยังรับประทานอาหารไม่เพียงพอ จึงพบว่าประชากรไทยมีปัญหาขาดวิตามินดีจำนวนไม่น้อย โดยพบว่ากลุ่มคนที่เสี่ยงขาดวิตามินดี ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ทำงานในร่มตลอดเวลา หญิงให้นมบุตร ผู้มีโรคเรื้อรัง ผู้ที่ไตและตับทำงานผิดปกติ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราขาดวิตามินดีหรือไม่ เพราะผู้ขาดวิตามินดีจะมีอาการไม่ค่อยจำเพาะเจาะจงเหมือนการขาดวิตามินอื่นๆ อาการที่อาจบ่งบอกว่าร่างกายขาดวิตามินดีในผู้ใหญ่ เช่น อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวบ่อย ปวดกระดูกหรือข้อ มวลกระดูกลดลง หรือในบางรายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ เช่น มีอาการซึมเศร้า เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่สามารถบอกได้แม่นยำที่สุดว่าเราขาดวิตามินดีหรือไม่ คือการตรวจวัดระดับวิตามินดีในเลือด ซึ่งหากแพทย์สงสัยว่าเราขาดวิตามินดี หรือมีอาการรวมถึงผลการตรวจร่างกายอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าอาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินดี แพทย์จะแนะนำให้เราตรวจระดับวิตามินดีในเลือดก่อนที่จะให้วิตามินดี

เนื่องจากการกินวิตามินดีเสริม ควรทำเมื่อร่างกายมีการขาดวิตามินดีเท่านั้น ส่วนการเลือกรูปแบบวิตามินดีที่จะเสริมก็แตกต่างกันไป ขึ้นกับสภาวะร่างกาย และโรคประจำตัวของแต่ละคน แต่หากเรากังวลว่าอาจขาดวิตามินดี และอยากกินเสริม เราต้องเข้าใจก่อนว่าวิตามินดีละลายในไขมัน และอาจสะสมในร่างกายในระดับที่สูงเกินไปจนเกิดอันตราย โดยเบื้องต้นปริมาณวิตามินดีที่แนะนำในแต่ละช่วงวัย คือ ทารก (0-12 เดือน)400 IU ต่อวัน หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร 600 IU ต่อวันเด็กและผู้ใหญ่ 600 IU ต่อวัน ผู้สูงอายุ 800 IU ต่อวัน และในผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อความปลอดภัย 

เพราะหากระดับวิตามินดีในร่างกายสูงเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะระดับแคลเซียมสูงในเลือด เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปวดกล้ามเนื้อ และปัสสาวะบ่อย มีปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร อาจเกิดอาการปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย การเสริมวิตามินดีในปริมาณสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต ไตทำงานหนัก การใช้วิตามินดีในปริมาณสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ไตต้องทำงานหนัก ในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะไตวาย

เราป้องกันการขาดวิตามินดีได้โดยสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเช้าหรือเย็นประมาณวันละ 10-15 นาที กินอาหารที่มีวิตามินดีในปริมาณเพียงพอ 

ส่วนวิตามินดีที่มีจำหน่ายมีทั้งรูปที่เป็นยา และเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในกรณีที่เกิดภาวะขาดวิตามินดี และจำเป็นต้องรับประทานเสริม แนะนำให้ใช้วิตามินดีในรูปแบบยาเนื่องจาก มีการควบคุมคุณภาพ และปริมาณวิตามินอย่างถูกต้องแม่นยำกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับวิตามินดีในปริมาณที่ต้องการ 

นอกจากนี้ ตัวยาวิตามินดีที่แพทย์สั่งจ่ายก็มีหลักๆ อยู่ 3 ชนิด จะรับประทานชนิดใดก็ขึ้นกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าวิตามินแบบไหนเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ผู้ป่วยโรคตับและไตจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีที่เป็นรูปแบบที่เหมาะสมเท่านั้น จึงจะได้ประสิทธิผลที่ดี

ขอย้ำว่าวิตามินดีเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะในการเสริมสร้างกระดูกและสนับสนุนภูมิคุ้มกัน การเสริมวิตามินดีควรทำอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากใช้ในปริมาณสูง หรือผู้มีโรคประจำตัวจำเป็นต้องใช้ ต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง 

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แพทย์ความงามไทยคว้ารางวัลจากเวทีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่แคนาดา

https://www.naewna.com/lady/846249

แพทย์ความงามไทยคว้ารางวัลจากเวทีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่แคนาดา

แพทย์ความงามไทยคว้ารางวัลจากเวทีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่แคนาดา

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แพทย์ความงามไทยสร้างชื่อ คว้ารางวัลจากเวทีนวัตกรรมทางการแพทย์ ในการประชุมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ประจำปี 2567 โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ณ ประเทศแคนาดา

พญ.ศศิพิมพ์ ไชยจรัส แพทย์เฉพาะทางตจวิทยา และประกาศนียบัตรตจศัลยศาสตร์และเลเซอร์ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะนี้ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศจากการส่งบทคัดย่องานวิจัยเข้าแข่งขันในเวทีด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ปี 2024 (Medical Affairs Innovation Forum 2024) ซึ่งจัดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ (Merz Aesthetics ExpertSummit : MEXS) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ น้ำตกไนแองการา ประเทศแคนาดา

การประชุมครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามจาก 50 ประเทศทั่วโลกได้แบ่งปันองค์ความรู้และงานวิจัยล่าสุด พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามใหม่ๆ ผ่านหัวข้อ “วิทยาศาสตร์การฟื้นฟู (Regenerative Science)” ซึ่งมุ่งเน้นแนวคิดเวชศาสตร์การฟื้นฟูผิวที่ตอบรับเทรนด์ความงามในปัจจุบัน สะท้อนถึงความตั้งใจของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนวงการเวชศาสตร์ความงามให้ก้าวหน้าสู่อนาคต

นอกจากนี้ ยังมีบทคัดย่องานวิจัยของแพทย์ไทยอีก 2 ท่าน ที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายในเวทีการแข่งขันสำหรับกลุ่มแพทย์ทั้งสองประเภทได้แก่ ประเภทกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวงการเวชศาสตร์ความงามไม่เกิน 5 ปี และประเภทกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวงการเวชศาสตร์ความงามมากกว่า 5 ปี คือ นพ.สุรเชษฐ์ ศิริสุทธิวรนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตจศัลยศาสตร์ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ประเภทกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวงการเวชศาสตร์ความงามไม่เกิน 5 ปี) และ อ.นพ.ณัฐชาต จุไรรัตนาภรณ์ แพทย์เฉพาะทางตจวิทยา อนุสาขา ตจศัลยศาสตร์และเลเซอร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ประเภทกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวงการเวชศาสตร์ความงาม 5 ปีขึ้นไป)

ดร.เทอร์รี ฟิลลิปส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์เมิร์ซ เอสเธติกส์ กล่าวว่า “ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการเวชศาสตร์ความงามให้ก้าวหน้า เรารู้สึกภูมิใจและเล็งเห็นถึงคุณค่าในผลงานรวมถึงความมุ่งมั่นของแพทย์ทุกๆ ท่าน ในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการของเรา”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับแพทย์ไทยที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของวงการเวชศาสตร์ความงามไทยในระดับสากล โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้จากงานวิจัยของแพทย์ไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมความงามที่ผ่านการศึกษาและรับรองจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ได้รับรางวัลได้ที่ https://www.innovationforum.merz.com

พลังคิดบวก ผนวกพลังธรรมชาติ นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ ความหวังผู้ป่วยเอดส์

https://www.naewna.com/lady/846248

พลังคิดบวก ผนวกพลังธรรมชาติ นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ ความหวังผู้ป่วยเอดส์

พลังคิดบวก ผนวกพลังธรรมชาติ นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ ความหวังผู้ป่วยเอดส์

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา

วันเอดส์โลก (World AIDS Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นโอกาสสำคัญในการรณรงค์ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ซึ่งนับเป็นภัยสุขภาพที่คร่าชีวิตประชากรโลกไปกว่า 30 ล้านคนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ในประเทศไทย ข้อมูลจาก HIV Info HUB ปี 2566 ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อ HIV กว่า 580,000 คนและมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์เฉลี่ย 12,000 คนต่อปี โดยยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 9,100 คนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้เกือบครึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี สถิติเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อในกลุ่มเยาวชน โดยอัตราผู้ป่วยต่อประชากรแสนคนเพิ่มขึ้นจาก 99.6 ในปี 2560เป็น 112.3 ในปัจจุบัน

ความท้าทายที่สำคัญ ปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ซึ่งยังขาดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการป้องกัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษาส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการควบคุมการแพร่ระบาด ความร่วมมือสู่เป้าหมายปี 2573 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการยุติปัญหาโรคเอดส์ ควรให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจในสังคมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการลดการตีตรา การส่งเสริมความตระหนักในกลุ่มเยาวชน และการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ

นวัตกรรมเพื่อความหวังใหม่ การแก้ไขปัญหา HIV/AIDS ไม่ได้หยุดเพียงที่การป้องกันและรักษาด้วยวิธีการเดิมๆ แต่ยังมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพผู้ป่วยและเพิ่มโอกาสการฟื้นตัว หนึ่งในนั้นคือ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากพลังธรรมชาติส่งเสริมการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันในผู้ป่วย HIV ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังมีศักยภาพในการลดความรุนแรงของการติดเชื้อลดภาวะแทรกซ้อนจากยาต้านไวรัส

ฟื้นชีวิตด้วยพลังธรรมชาติ : ประสบการณ์จริงของผู้พิชิต HIV และเนื้อร้ายด้วยนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด ในโลกนี้มีสักกี่คนที่เข้าใจความเจ็บปวดและความท้าทายของผู้ป่วยที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ติดเชื้อ HIV และป่วยด้วยโรคเอดส์ ความทุกข์ที่พวกเขาเผชิญไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบลึกซึ้งต่อจิตใจและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

“ดิน” ผู้พลิกชีวิตจากเอดส์ระยะสุดท้ายสู่สุขภาพปกติ ในปี 2562 เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ระยะสุดท้าย ด้วยค่า CD4 ต่ำเพียง 4 และ %CD4 เพียง 0.70% ในขณะที่มีปริมาณเชื้อ HIV ในกระแสเลือดสูงถึง 2.6 ล้านนอกจากนั้นยังต้องเผชิญกับอาการต่อมน้ำเหลืองบวมโต และเกิดอาการแพ้ยารุนแรงจนผิวหนังหลุดลอกทั้งตัว ร่างกายอยู่ในภาวะวิกฤตและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง แต่ด้วยการใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดมังคุดเสริมฤทธิ์ ดินสามารถฟื้นฟูสุขภาพจนกลับมาแข็งแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ปัจจุบันเขาตรวจไม่พบเชื้อ HIV ต่อเนื่องมา 4 ปีค่า CD4 ล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 879 (%CD4 36%) สุขภาพโดยรวมแข็งแรงและสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ

วิว ก้าวข้ามขีดจำกัดของการรักษา เมื่อปลายปี 2559 คุณวิวติดเชื้อ HIV ระยะสุดท้ายด้วยค่า CD4 เพียง 72 และต้องเผชิญกับโรคฉวยโอกาสอย่างวัณโรคต่อมน้ำเหลือง รวมถึงผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัส เช่น นอนไม่หลับเบื่ออาหาร และปวดตามข้อ หลังจากใช้นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด ต่อเนื่อง 7 เดือน สุขภาพของเธอดีขึ้นจนสามารถหยุดใช้ยาต้านไวรัสได้ ปัจจุบันเธอ ByeByeHIV มาแล้ว 1 ปี 9 เดือน ค่า CD4 ล่าสุดอยู่ที่ 520 (%CD4 32.5%) และสุขภาพแข็งแรงเทียบเท่าคนปกติ

“เอ” ผู้ท้าทายคำวินิจฉัยของแพทย์ย้อนกลับไปในปี 2538 เธอได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV และเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มีโรคฉวยโอกาสคือเนื้อร้ายที่สมอง ช่องท้องและกระดูกสันหลัง ตาข้างซ้ายมองไม่เห็น เป็นผู้ป่วยติดเตียง แพทย์แจ้งว่าเธอเป็นเนื้อร้ายอยู่ในระยะลุกลาม เธอถูกคาดการณ์ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่ด้วยการใช้นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ เธอสามารถฟื้นฟูร่างกายจากผู้ป่วยติดเตียงจนกลับมาเดินได้ ปัจจุบัน เธอ ByeByeHIV มาแล้ว 1 ปี 10 เดือน ค่า CD4 ล่าสุดอยู่ที่ 755 และเนื้อร้ายไม่ลุกลามอีกต่อไป

บทพิสูจน์ของพลังธรรมชาติ เรื่องราวของทั้งสามคนสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ป่วยจากจุดที่เลวร้ายที่สุดสู่สุขภาพที่แข็งแรงอย่างน่าทึ่ง นี่ไม่เพียงเป็นความหวังของผู้ติดเชื้อ HIV และโรคร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนเชื่อมั่นในพลังของธรรมชาติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด นวัตกรรมจากธรรมชาติที่ทรงพลัง ความหวังใหม่ของผู้ติดเชื้อ HIV ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะวิจัย Operation BIM และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ได้อุทิศเวลากว่า 40 ปีในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายที่เกิดจากพลังธรรมชาติ เป็นการเสริมฤทธิ์ของสารสกัดพืชไทย 5 ชนิด คือ มังคุด, งาดำ, ถั่วเหลือง ฝรั่ง และใบบัวบก ซึ่งเข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวเซลล์ทีพิฆาต (Killer T Cell) ให้เลือกกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV ด้วยการมุ่งเป้า โดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ปกติของร่างกาย นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด ได้ช่วยผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ให้กลับมามีสุขภาพดี และสามารถตรวจไม่พบเชื้อ HIV ได้ (ByeByeHIV) ทุกรายมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของ นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัดที่ซ่อมสร้างเทโลเมียร์(เป็นส่วนปลายของโครโมโซม) ยังส่งผลให้เกิดการย้อนวัยและชะลอวัย สุขภาพแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์อีกด้วย

ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง จนถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการ ByeByeHIV แล้ว 74 ราย โดยบางรายตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องนานถึง 9 ปี ซึ่งผลลัพธ์นี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ ClinicalImmunology & Research ในบทความ “ByeByeHIV with Thai Innovation” Abstract | ByeByeHIV with Thai Innovation (scivisionpub.com) เรียบเรียงโดย “Wiriyachitra P, Wiriyachitra S, Wonghiranyingyot S, et al. ByeByeHIV with Thai Innovation. Clin Immunol Res. 2024; 8(1): 1-7.” ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ในระดับโลก

จากผู้ป่วยสู่แรงบันดาลใจ บุคคลอย่าง “ดิน”, “วิว”, และ “เอ” ซึ่งเคยต่อสู้กับ HIV และโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรง จนสามารถ ByeByeHIVได้สำเร็จ ปัจจุบันได้อาสาเป็นที่ปรึกษาและกำลังใจให้ผู้ป่วยรายใหม่ โดยพวกเขาช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้ ลดอคติ และลบภาพจำที่เคยทำให้ผู้ติดเชื้อถูกตีตราในสังคมเป้าหมายคือช่วยให้ผู้ติดเชื้อที่เข้ามารับคำปรึกษาได้ ByeByeHIV สำเร็จเช่นเดียวกับพวกเขา

อนาคตของการดูแลผู้ป่วยเอดส์ด้วยนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ ศ.ดร.พิเชษฐ์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาสูตรนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยที่ยังคงประสบปัญหา นวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย แต่ยังช่วยสร้างความหวังใหม่ ลดความทุกข์ และยกระดับคุณภาพชีวิต ร่วมสร้างสังคมที่เข้าใจและยอมรับ ในขณะที่นวัตกรรมสามารถช่วยผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม การลดอคติในสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนควรปรับทัศนคติและตระหนักว่า HIV/AIDS เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคน การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน การลดความเสี่ยง และการยอมรับผู้ติดเชื้ออย่างไม่มีอคติ จะช่วยให้สังคมก้าวสู่ความเข้าใจที่แท้จริง ร่วมกันสร้างโลกที่ผู้ติดเชื้อ HIV สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม มีศักดิ์ศรี และเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมต่อไป

ในวันเอดส์โลกนี้ เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการสนับสนุนและสร้างความตระหนักเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษา และสร้างสังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกันบำบัด APCOcap : บริษัท เอเชียนไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) สายด่วน 1154 หรือ โทร.02-6464800 LINE : @apcocap

ตัวจริงผู้ที่ Bye Bye HIV ได้แล้ว (ซ้าย) วิว, ดิน และ เอ

ตัวจริงผู้ที่ Bye Bye HIV ได้แล้ว (ซ้าย) วิว, ดิน และ เอ

เปิดตัวโครงการลูกแก้ว ‘เริ่มต้นโอบรับทุกความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วม : Embracing Diversity and Inclusion’

https://www.naewna.com/lady/846245

เปิดตัวโครงการลูกแก้ว 'เริ่มต้นโอบรับทุกความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วม : Embracing Diversity and Inclusion'

เปิดตัวโครงการลูกแก้ว ‘เริ่มต้นโอบรับทุกความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วม : Embracing Diversity and Inclusion’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.04 น.

มูลนิธิเอ็มพลัส องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะเยาวชนร่วมกับ Bangkok Interdisciplinary Research and Development CO., Ltd. (BIRD) จัดเปิดตัวโครงการ “ลูกแก้ว” (Luke Kaew: Beloved Young One Project) ซึ่งสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) ภายใต้แนวคิด “เริ่มต้นโอบรับทุกความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วม: Embracing Diversity and Inclusion” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของเยาวชนหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) ที่นำร่องผ่านโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง โดยมีการพัฒนากลไกแบบบูรณาการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในโรงเรียน อีกทั้งกลไกของ To Be Number One ในโรงเรียนที่ดำเนินงานส่งเสริมสุขภาวะ

การเปิดตัวโครงการลูกแก้วจัดขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 – 12.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย คุณภรณี ภู่ประเสริฐ รักษาการอำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. เป็นประธานเปิดงาน คุณพงศ์ภีระ พัฐภีระพงศ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเอ็มพลัส กล่าวต้อนรับและวัตถุประสงค์ของโครงการลูกแก้ว ของการดำเนินงานของเอ็มพลัสที่จะสนับสนุนเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เห็นได้จากงานในครั้งนี้ที่มีภาคีร่วมจัดงานจากสำนักอนามัย, สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร พร้อมกับเครือข่ายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

โครงการลูกแก้ว: สะท้อนความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านจิตสังคมของเยาวชน LGBTQI+ โดยเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร ลดความรุนแรง และการเลือกปฏิบัติในโรงเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการในโรงเรียนนำร่องจำนวน 10 แห่งในกรุงเทพมหานคร โดยคาดหวังที่จะสร้างต้นแบบของโรงเรียนที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างทางเพศอย่างแท้จริง คำว่า “ลูกแก้ว” มีความหมายสองประการ ในความหมายแรกคือ ลูกอันเป็นที่รัก ลูกอันเป็นแก้วตาดวงใจ สะท้อนถึงแนวคิดของไทยที่เปรียบถึงลูกที่เป็นแกวตาดวงใจของพ่อแม่ ความหมายที่สองหมายถึง แก้วหินอ่อนใส ภายในมีสีสันที่แตกต่างกัน เป็นสัญลักษณ์ของความแตกต่างภายในของเด็กแต่ละคน ซึ่งเปรียบเสมือนการยอมรับในความหลากหลายของเยาวชน LGBTQI+ โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของวัยรุ่นกลุ่มนี้ เพื่อให้พวกเขามีสุขภาวะที่ดี (Well-being) และคุณภาพชีวิตที่มีความหมาย โดยจะใช้กลไกต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมการเคารพสิทธิของมนุษย์ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออก

โดยทาง นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวในพิธีเปิดว่าทางกรุงเทพมหานคร พร้อมสนับสนุนโครงการลูกแก้ว ส่งเสริมสุขภาวะและลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการสุขภาพของเยาวชนและผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและการระดมทรัพยากรจากแหล่งทุนต่าง ๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนให้วัยรุ่นและเยาวชนหลากหลายทางเพศในกรุงเทพมหานคร มีสุขภาวะที่ดี (Well-being) โดยมี 4 นโยบายหลักที่เกี่ยวข้องได้แก่ 1.) ให้การศึกษาพัฒนานักเรียนสู่พลเมืองโลก(เรียนดี) 2.) สนับสนุนการจัดเทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพมหานคร(Pride Month) (สร้างสรรค์ดี เศรษฐกิจดี) 3.) หน่วยงานกรุงเทพมหานครเข้าใจสนับสนุนเท่าเทียมและยอมรับความหลากหลายทางเพศ(ปลอดภัยดี) และ 4.) นำร่องพัฒนาคลินิกสุขภาพทางเพศหลากหลายกรุงเทพมหานคร (BKK PRIDE CLINIC) (สุขภาพดี)

ไฮไลท์กิจกรรมในงานเปิดตัว:

การแสดงจากเยาวชนในโครงการ To Be Number One ที่สะท้อนพลังแห่งการสร้างสรรค์และการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน สำหรับเยาวชน LGBTQI+

การเสวนาหัวข้อ “พลังบวกเชิงลบ ที่กระทบสุขภาพจิต” โดยตัวแทนเยาวชน ครู นักจิตวิทยา และ Influencer ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

บูธนิทรรศการที่จัดขึ้นภายในงานนี้ยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการและกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาวะในโรงเรียนต่าง ๆ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่สนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมของเยาวชน LGBTQI+

มูลนิธิเอ็มพลัส จึงได้ดำเนินงานร่วมกับ Bangkok Interdisciplinary Research and Development CO., Ltd. (BIRD) ภายใต้ “โครงการลูกแก้ว” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการการเสริมสร้างทักษะชีวิตรวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ ยอมรับในความแตกต่างและเคารพซึ่งกันและกัน ในกลุ่มวัยรุ่นความหลากหลายทางเพศ LGBTQI+ และการพัฒนาตัวตนในทิศทางที่บวก เพื่อเป็นต้นแบบในการดูแลสนับสนับสนุนผ่านกลไกที่ช่วยเหลือวัยรุ่นให้เติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป

-(016)

สธ.- สสส. จัดมหกรรม ‘LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย’ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/846244

สธ.- สสส. จัดมหกรรม 'LONG LIFE...THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย' เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  28 กรกฎาคม 2567

สธ.- สสส. จัดมหกรรม ‘LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย’ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.59 น.

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวการจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกาย ทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสื่อสารเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติฯ และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นด้วยการออกกำลังกาย และโภชนการนับคาร์บลดป่วย NCDs โดยได้รับเกียรติจากท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และนายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวการจัดมหกรรมฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการน้อมนำพระราชกรณียกิจ ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการดูแลพระวรกาย และส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน จัดมหกรรมออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนกีฬากระทรวงสาธารณสุข (สนามกีฬา คน กิน คาร์บ) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และส่งเสริมการออกกำลังกายให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดมหกรรมออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และส่งเสริมการออกกำลังกายให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการนโยบายเพื่อให้คนไทยห่างไกลไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มาโดยตลอด โดยเริ่มต้นที่การรู้จักการบริโภคอย่างเหมาะสมจากการ“นับคาร์บ” เมื่อนับคาร์บได้ ก็จะเริ่มกินคาร์บเป็น เรียกว่า“คนกินคาร์บ” ซึ่งผมได้เดินทางรณรงค์ทั่วทุกภาค และมีพี่น้อง อสม และประชาชน เรียนนับคาร์บรวมกันแล้วกว่า 7 ล้านคน ซึ่งจากนี้ อสม ก็จะไปช่วยแนะนำประชาชนต่อจนเกิดคนกินคาร์บทั่วประเทศ นอกจากการกินให้เหมาะสมแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จำเป็น ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ จากบุคลากรสาธารณสุขและพี่น้อง อสม. ในการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนหันมาสนใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กระผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หวังว่าการจัดมหกรรมในครั้งนี้ จะต่อยอดและยกระดับการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในด้านการมีกิจกรรมทางกาย และการออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคตต่อไป

ขอขอบคุณทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่งสำหรับการจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในครั้งนี้

นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพของประชาชน มีความพร้อมที่จะผลักดันนโยบายด้านสุขภาพอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 จะเกิดมหกรรมออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติฯ ควบคู่กับกิจกรรมสาธารณสุขร่วมใจ ขยับกาย ห่างไกล NCDs โดยมีประชาชน บุคลากรสาธารณสุขจาก 12 เขตสุขภาพ และกรุงเทพมหานคร มากกกว่า 10,000 คน มาร่วมออกกำลังกายพร้อมกันในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสัญญาณว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มุ่งเน้นแค่การรักษาพยาบาล แต่เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพด้วย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เน้นหลักการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคี และสร้างความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ และมุ่งเน้นการเสริมสร้างการจัดการสุขภาวะที่นำไปสู่การมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะที่ดีได้ด้วยตนเอง สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีมีทักษะด้านสุขภาวะที่เหมาะสม เกิดการกระตุ้นให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้กับประชาชน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าการขาดกิจกรรมทางกายเป็นพฤติกรรม 1 ในปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อ ที่ผ่านมากิจกรรมทางกายของคนไทยลดลงอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมาจากร้อยละ 74.6 ในปี 2562 (ก่อนการแพร่ระบาด) เหลือเพียงร้อยละ 55.5 ในปี 2563 (ลดลงมากถึงร้อยละ 19.1) และในปี 2566 กิจกรรมทางกายที่เพียงพอของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 68.1 กรมอนามัย มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินการลดโรค NCDs ของประชาชน โดยทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และเหมาะสม ภายใต้แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573 ที่มีวิสัยทัศน์ คือ “ประชาชนมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงด้วยกิจกรรมทางกาย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” สอดคล้องตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายโลก มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างบรรทัดฐานสังคมที่ไม่เนือยนิ่ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรม ทางกาย สร้างโอกาสต่อการมีกิจกรรมทางกายระดับบุคคล และสร้างระบบที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย

กรมอนามัย นอกจากจะจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 แล้ว ยังมีแผนในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพต่อเนื่องด้วยการจัดงาน LONG LIFE…THAI FIT คนไทยห่างไกล NCDs ที่จะจัดกิจกรรมการออกกำลังกายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย ในปี 2568 ต่อไป

นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สสส. ถือเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพประเทศไทย โดยได้เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีแนวคิด และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมรวมไปถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การสร้างเสริมสุขภาพให้กับสังคมไทย โดยการสนับสนุนการรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพผ่านกิจกรรมต่างๆ ในลักษณะที่เป็นสื่อเพื่อให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ลดการบริโภคสุรา ยาสูบ และส่งเสริมการออกกำลังกาย จึงมีความยินดีในการสนับสนุนการจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทยเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องจากเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูกิจกรรมทางกายเพียงพอของคนไทย และยุทธศาสตร์ Active Society ที่ใช้กิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างประสบการณ์ และค่านิยมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย ผ่านกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบต่างๆ และสร้างกระแสความตื่นตัวให้กับสังคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ตระหนักต่อการมีกิจกรรมทางกายในวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่อง

​ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนกีฬากระทรวงสาธารณสุข (สนามกีฬาคน กิน คาร์บ) โดยในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงไทยเดิม การแสดงรำถวายพระพร ชุดพระเกียรติก้องฟ้า รามาวตาร พิธีเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเทศกาลดนตรีจากศิลปิน และดีเจชั้นนำของประเทศ โดยสมัครเข้าร่วมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ติดตามข่าวสารและข้อมูลของกิจกรรมได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/kaotajai

-(016)

ฉลองครบรอบ 1 ปี สาขาแรกของ ’52TOYS’ ในประเทศไทย พร้อมเผยความสำเร็จจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

https://www.naewna.com/lady/846243

ฉลองครบรอบ 1 ปี สาขาแรกของ '52TOYS' ในประเทศไทย พร้อมเผยความสำเร็จจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

ฉลองครบรอบ 1 ปี สาขาแรกของ ’52TOYS’ ในประเทศไทย พร้อมเผยความสำเร็จจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.55 น.

52TOYS ได้จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี ให้กับสาขาแฟลกชิปสโตรที่แรกในประเทศไทย ในห้าง The EMSPHERE บนพื้นที่ขนาด 110 ตารางเมตร ร้าน 52TOYS สาขาแรกเปิดเมื่อเดือนธันวาคม 2566 จวบจนถึงปัจจุบัน เดือนธันวาคม 2567 ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี 52TOYS สามารถเปิดสาขาเพิ่มในย่านธุรกิจสำคัญของประเทศไทยได้ถึง 10 แห่ง ในวันงาน คุณเฉิน เว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 52TOYS พร้อมด้วยคุณหลี่ เหวินฮว่า ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) และแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ได้ร่วมงานนี้ นอกจากนี้ ไอดอลชื่อดังของไทย POND (ชื่อเล่นภาษาไทย: ขนมปังน้อย) ได้ปรากฏตัวเซอร์ไพรส์แฟนคลับ และร่วมสร้างความสนุกสนานและบรรยากาศอันอบอุ่นภายในงาน

ในช่วงกิจกรรมฉลองครบรอบการเปิดครบ 10 สาขาในประเทศไทย 52TOYS ได้มอบโปรโมชั่นพิเศษหลากหลายต่อเนื่องเป็นเวลา 15 วัน เพื่อขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทย รวมรวมถึงของขวัญพิเศษสำหรับผู้ที่มาเช็กอินที่ร้าน และสิทธิ์ในการซื้อสินค้าลิขสิทธิ์จาก IP ชื่อดังอย่าง NOOK

คุณเฉิน เว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 52TOYS กล่าวว่าในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตทางธุรกิจในตลาดประเทศไทยถึง 300% และในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 220% การพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วในภูมิภาคนี้ พร้อมกับสัดส่วนประชากรชาวจีนที่สูง ทำให้รสนิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ในไทยคล้ายคลึงกับคนรุ่นใหม่ในจีนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้า IP ที่เราพัฒนาขึ้นเอง หรือสินค้าที่มีลิขสิทธิ์จากแบรนด์ระดับโลก ล้วนได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวไทย”

เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณเฉิน เว่ย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในอนาคต ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังคงเป็นฐานหลักในการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศของเรา เรามีแผนที่จะเปิดร้าน 52TOYS และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นที่จะร่วมมือกับศิลปินและแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์พิเศษที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคท้องถิ่น”

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี 52TOYS ยังได้ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์มณฑลชานซี ภายใต้ธีม “การสร้างสรรค์วัฒนธรรมจากโบราณวัตถุชานซี” เพื่อเริ่มต้นเส้นทางนำวัฒนธรรมจีนสู่ต่างประเทศ 52TOYS ใช้แนวคิด “การสร้างสรรค์นอกกรอบ การทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวา และการสืบสานวัฒนธรรม” ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยในครั้งนี้ได้จัดแสดงโบราณวัตถุที่เลียนแบบวัตถุโบราณระดับมรดกโลก เช่น จินโหวเหนี่ยวจุน และ สำริดลิ่วหยาง รวมถึงผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสร้างสรรค์กว่า 30 รายการ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนในแบบที่ไม่เหมือนใคร

52TOYS ยังคงยึดมั่นในแนวคิดแบรนด์ “สนุกกับสิ่งที่เล่นได้” และได้เปิดตัวสินค้าหลากหลายประเภท เช่น กล่องสุ่ม (Blind Box), ฟิกเกอร์ขยับได้ (Action Figures) และหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ (Mecha Transformation) พร้อมสร้างสรรค์ IP ใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วโลก และร่วมมือกับ IP ชื่อดังมากมาย เพื่อส่งมอบความสุขและความเพลิดเพลินแก่ผู้บริโภคในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

-(016)

สาวสวยเสียงเต็มร้อย’พลอย พุ่มพวง’เจ้าแม่เพลงแดนซ์

https://www.naewna.com/entertain/846371

สาวสวยเสียงเต็มร้อย'พลอย พุ่มพวง'เจ้าแม่เพลงแดนซ์

สาวสวยเสียงเต็มร้อย’พลอย พุ่มพวง’เจ้าแม่เพลงแดนซ์

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.52 น.

หลังจากที่  พลอย พุ่มพวง   ได้ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งแบบเต็มตัวก็มีบรรดาเจ้าภาพต่างจองคิวงานคอนเสิร์ตกันมากมาย รวมทั้งคิวงานเทศกาลงานวัดงานบุญ ถ้าจะนำเทียบกับนักร้องในรุ่นเดียวกัน พลอย พุ่มพวง จัดได้ว่ามีความพร้อมในงานของความบันเทิง ทั้งร้อง..ทั้งเล่น และเต้นบนเวที เรียกได้ว่ากินขาด พร้อมประกาศเป็นเจ้าแม่เพลงแดนซ์ เพลงมัส์..อย่างแท้จริงจากเพลง ที่สร้างชื่อเสียงให้ พลอย พุ่มพวง  ในช่วงต้นปี ก็มีอยู่หลายเพลงแต่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด คงหนีไม่พ้นเพลงใจเต้นตุ๊บตั๊บ ที่สลับกับเพลง คนหน้าตาดี และเพลงหอยหลอด  ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจให้กับบรรดาFCมากที่สุดก็ว่าได้

จึงทำให้ในปีมังกรทองนักร้องที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเห็นทีต้องยกให้ นักร้องสาวสวยเสียงเต็มร้อยพลอย พุ่มพวง ศิลปินในสังกัด ค่ายพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด ตลอดที่ พลอย พุ่มพวง  ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงลูกทุ่งเธอไม่เคยทำให้แฟนเพลงต้องผิดหวัง เพลงดังทุกๆเพลงที่ นายห้าง ธงชัย บอสใหญ่ ค่ายพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด ได้คลอดออกมาให้บรรดาFCที่รอคอย ถูกใจกันไปตามๆกัน

หลายต่อหลายเพลงสุดมันส์ที่นำ มาบรรเลงด้วยเสียงร้องของนักร้องสาวสวยเสียงเต็มร้อยพลอย พุ่มพวงก็ ออกมาตอกย้ำความทรงจำด้วยความมันส์กันอีกรอบ ตอบโจทย์ว่า หนูนี่แหละ!! คือเจ้าแม่เพลงแดนซ์ เพลงมัส์  ตัวจริงเสียงงจริง ด้วยการส่งซิงเกิ้ลใหม่เพลง โส-น้า-น่า ออกมาเขย่าและขย่มให้ชมกันทั่วประเทศ สร้างสถิติให้วงการเพลงลูกทุ่ง คึกคัก!! คักคึก อย่างนึกไม่ถึงว่าค่ายพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ดเขาจัดให้  ส่วนเจ้าภาพที่ต้องการติดต่อ สาวสวยเสียงเต็มร้อยพลอย พุ่มพวง เจ้าของเพลง โส-น้า-น่า ไปร้องไปเล่นไปเต้นให้ชมกันสดๆกดไปที่ 063-296-4656สวัสดี  หมึก มายา รายงาน

ไอคอนสยาม เปิดมหากาพย์ความบันเทิงระดับโลกAmazing Thailand Countdown 2025

https://www.naewna.com/entertain/846366

ไอคอนสยาม เปิดมหากาพย์ความบันเทิงระดับโลกAmazing Thailand Countdown 2025

ไอคอนสยาม เปิดมหากาพย์ความบันเทิงระดับโลกAmazing Thailand Countdown 2025

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.16 น.

เตรียมสัมผัสความอลังการระดับโลก! ไอคอนสยาม ทุ่มจัดเต็มด้วยไลน์อัพศิลปินชื่อดังฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กว่า 60 ชีวิต ที่จะสลับสับเปลี่ยนกันมอบความสุขอัดแน่นอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม นำทัพโดยศิลปินไทยชั้นนำ ศิลปินจีนชื่อดังระดับโลก “เว่ยเจ๋อหมิง” และพลาดไม่ได้กับโชว์เดี่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทยของศิลปินไอคอนิคระดับโลกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนทั่วโลกเพื่อฉลองศักราชใหม่ที่สุดของไทยและโลกพร้อมส่งให้Amazing Thailand Countdown 2025ที่ไอคอนสยามเป็นหนึ่งใน 5 Countdown Destination ที่ผู้คนทั่วโลกอยากมาเยือนดื่มด่ำกับความบันเทิงเหนือระดับบนเวทีตระการตา หนึ่งเดียวในบรรยากาศโค้งน้ำเจ้าพระยาอันงดงาม สร้างบรรยากาศแห่งความทรงจำสุดพิเศษ ระหว่างวันที่29-31 ธันวาคม 2567ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยามแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ในแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และสัมผัสประสบการณ์ที่จะตราตรึงใจจากศิลปินชื่อดัง 

29 ธันวาคม 2567:พบการรวมตัวและโชว์สุดพิเศษของศิลปินดาวรุ่งทั้ง 4 ในนามของ “Super Band – Turbo TRACKTONES, ต้า นันคุณ, Sammy Niche และ แพรว รัตนาพร” สัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษและเพลงฮิตจาก “ซี นุนิว” คู่นักแสดงที่เป็นขวัญใจของแฟนคลับทั่วโลกและเตรียมใจรับบิ๊กเซอร์ไพรส์จาก “มิลลิ” ที่เตรียมมาเพื่อเวทีเคาตน์ดาวน์ไอคอนสยามพิเศษยิ่งขึ้นด้วยกับครั้งแรกของการร่วมแจมกับ “22Bullets- World Class EDM Artist”สัญชาติไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกจัดอันดับให้เป็นTop 100 DJs

30 ธันวาคม 2567:ต้อนรับบรรยากาศของการเฉลิมฉลองด้วยศิลปิน T-POP คลื่นลูกใหม่ “d-na”และ “wizzle”การมาเยือนเวทีไอคอนสยามเคานต์ดาวน์ครั้งแรกของบอยกรุ๊ปที่ฮอตที่สุดแห่งปี “BUS: Because of you I shine”และพบโชว์พิเศษจาก 6 หนุ่ม “Proxie” ที่คว้าหัวใจแฟนๆทั่วโลก ปิดท้ายด้วย Showcase ครั้งแรกในประเทศไทยของ “เว่ย เจ๋อ หมิง” ที่จะมาเนรมิตโมเมนต์สุดพิเศษกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิดสมการรอคอย

31 ธันวาคม 2567:พบกับศิลปินไอคอนิคของไทย แจกความสดชื่นยิ้มรับความสดใสกับ“4EVE” เกิร์ลกรุ๊ปผู้ปลุกกระแส T-POP ให้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่พูดถึงระดับโลกสนุกไปกับแนวทางดนตรีของ “ATLAS”ตัวแทนของพลังแห่งความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์เคลิ้มความหล่อทะลุปรอท “Jeff Satur” ศิลปินมากความสามารถด้านดนตรีและการแสดงกรี๊ดสนั่นกับ “NONT TANONT” สนุกไปยาวๆ กับทีมนักแสดง “Pit Babe The Series”พบพลังความสุขจาก “PP Krit&Billkin”และสนุกกับเสียงคุณภาพและโชว์จาก“เป๊ก ผลิตโชค” ที่สุดแห่งที่สุดพบกับ “ศิลปินไอคอนิคระดับโลก”สัญชาติไทยผู้เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย

รอชมมหาปรากฏการณ์พลุเฉลิมฉลองระดับโลกตื่นตาตื่นใจกับการแสดงพลุรักษ์โลกที่มาจากข้าวเหนียวของไทยหนึ่งเดียวในโลกตระการตาบนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความยาวกว่า1,400 เมตรที่มาพร้อมเทคนิคและสีสันแปลกตาจากฝีมือการกำกับพลุของนักออกแบบพลุมือรางวัลชาวญี่ปุ่น ผสานการทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพชาวไทย ครอบคลุมรัศมีการชมได้มากกว่า 5 กิโลเมตร ภายใต้ธีม “Celebrating the Everlasting Legacy of Siam” หรือ เฉลิมฉลองมรดกไทยอันรุ่งโรจน์นิรันดร์ สะท้อนถึงสีสันและความงดงามของมรดกและภูมิปัญญาไทย

ติดตามรายละเอียดวิธีการเข้างาน Amazing Thailand Countdown 2025 ระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค. 67ได้ที่ Facebook: ICONSIAM คลิก https://www.facebook.com/share/p/14bbDDCTfJ/?มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลกฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลกในงานAmazing Thailand Countdown 2025 เพื่อส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย หนึ่งเดียวริมโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม

ติดตามข่าวสารได้ที่Facebook: ICONSIAMคลิก www.facebook.com/ICONSIAM/และช่องทางLine Official ของไอคอนสยาม@ICONSIAM

#ICONSIAM #CountdownatICONSIAM #AmazingThailandCountdown2025

เตรียมรับความฟินแบบจิกหมอนกับคู่จิ้นมาแรง ‘ลูกหมี-ซอนญ่า’

https://www.naewna.com/entertain/846365

เตรียมรับความฟินแบบจิกหมอนกับคู่จิ้นมาแรง 'ลูกหมี-ซอนญ่า'

เตรียมรับความฟินแบบจิกหมอนกับคู่จิ้นมาแรง ‘ลูกหมี-ซอนญ่า’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.13 น.

จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมกับ ทรู ดีแทค เสิร์ฟโมเมนต์ดีต่อใจแบบเต็มพิกัดของคู่จิ้นมาแรงแห่งปี ใน กิจกรรม Sweet Date สุด Exclusive กับ ลูกหมี – ซอนญ่า จาก Affair The Series เฉพาะลูกค้า ทรู และ ดีแทค ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดี 40 คน เข้าร่วม EXCLUSIVE PARTY ได้กระทบไหล่ใกล้ชิดจนฟินจิกหมอนไปกับ “ลูกหมี-ซอนญ่า” พร้อมกิจกรรมสนุกสนานมากมาย และรับของที่ระลึกสุดพิเศษ

สำหรับแฟนคลับที่สนใจเข้าร่วมช่วงเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะได้มีโอกาสฟินจิกหมอนนอกจอแบบนี้ สามารถสมัครบริการเสียงรอสาย CallMe Melody แล้วดาวน์โหลดเสียงรอสายจากค่ายจีเอ็มเอ็ม มิวสิค อย่างน้อย 10 เพลงขึ้นไป (1 เพลงนับเป็น 1 สิทธิ์ / เพลงฟรีไม่นับสิทธิ์) สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้า ทรู และ ดีแทค เท่านั้นระยะเวลาร่วมสนุก ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 15 มกราคม 2568 จับรางวัลจำนวน 20  รางวัล ในวันที่ 24 มกราคม 2568 และประกาศผลวันที่ 31 มกราคม 2568 ผ่าน Facebook GMMGrammy Official หากพลาดช่วงที่ 1 ไม่ต้องเสียใจสามารถร่วมสนุกในช่วงที่ 2 ได้ตั้งแต่วันที่16 มกราคม2568 – วันที่15 มีนาคม 2568 จับรางวัลจำนวน20 รางวัล ในวันที่21 มีนาคม 2568 และประกาศผลวันที่ 28 มีนาคม 2568 ผ่าน Facebook GMM Grammy Official

NCTzen ไทยเตรียมพร้อมกับคอนเสิร์ต’NCT DREAM Mystery Lab: DREAM( )SCAPE in Cinemas’

https://www.naewna.com/entertain/846364

NCTzen ไทยเตรียมพร้อมกับคอนเสิร์ต'NCT DREAM Mystery Lab: DREAM( )SCAPE in Cinemas'

NCTzen ไทยเตรียมพร้อมกับคอนเสิร์ต’NCT DREAM Mystery Lab: DREAM( )SCAPE in Cinemas’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.07 น.

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เตรียมความมันส์ส่งท้ายปี 2024 กับ “NCT DREAM Mystery Lab: DREAM( )SCAPE in Cinemas” ภาพยนตร์บันทึกการแสดงคอนเสิร์ตของ NCT DREAM วงบอยแบนด์ชื่อดังจากค่าย SM Entertainment กับ ‘THE DREAM SHOW 3: DREAM()SCAPE’ เวิลด์ทัวร์ครั้งที่สามที่จะพาเหล่า NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ)  สู่โลกสดใสที่เปล่งประกายด้วยสี Pearl Neo Champagne! ร่วมเดินทางไปพร้อมกับเรื่องราวของ Mystery Lab ห้องทดลองพิเศษที่ค้นพบความลับของการเติบโตสู่ความฝัน และแบ่งปันสูตรแห่งความสบายใจและการเยียวยาจิตใจ จัดเต็มการแสดงที่โดดเด่นเปี่ยมไปด้วยพลังและความสดใสของวัยเยาว์ รวมถึงภาพบรรยากาศเบื้องหลัง มาให้เหล่า NCTzen ได้สนุกสนานและพบกับโมเมนต์สุดประทับใจแบบครบทั้งหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้

แฟนๆ ชาวไทยจะได้รับชม กับ “NCT DREAM Mystery Lab: DREAM( )SCAPE in Cinemas” บนจอยักษ์ภาพคมชัดระดับ 4K และระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ แล้วมาโบกวุ้นกรอบและต้นหอม พร้อมส่งเสียงเชียร์ไปพร้อมๆ กันได้ตั้งแต่วันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 โดยสามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน SF Cinema, www.sfcinema.com และจุดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์สาขาที่เข้าฉาย ในราคาเริ่มต้นที่นั่งละ 400 บาท โดยทุกที่นั่งจะได้รับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์ เฉพาะผู้ชมที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เท่านั้น

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ชมภาพยนตร์ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว สามารถ ติดต่อเหมาโรงภาพยนตร์ได้ที่ Line ID : @sfgroupbooking พร้อมติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดได้ผ่านโซเชียลมีเดีย SF Cinema และ #SFcinema