ปธน.เซเลนสกีเผย ทหารยูเครนเสียชีวิตในสงคราม 43,000 นาย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830015

ปธน.เซเลนสกีเผย ทหารยูเครนเสียชีวิตในสงคราม 43,000 นาย

9 ธ.ค. 2567 11:23 น.

ปธน.เซเลนสกีเผย ทหารยูเครนเสียชีวิตในสงคราม 43,000 นาย

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยอมรับว่าทหารยูเครนเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 43,000 นาย นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยอมรับว่าทหารยูเครนเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 43,000 นาย นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ ประธานาธิบดียูเครนโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า มีรายงานผู้บาดเจ็บ 370,000 นาย แม้ว่าตัวเลขนี้จะรวมถึงทหารที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่าหนึ่งครั้ง และบางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เขายังอ้างอีกว่าทหารรัสเซียเสียชีวิต 198,000 นาย และบาดเจ็บอีก 550,000 นาย

แม้ว่ายูเครนและรัสเซียจะเผยแพร่ประมาณการการสูญเสียของอีกฝ่ายบ่อยครั้ง แต่ทั้งสองประเทศมักไม่เปิดเผยรายละเอียดตัวเลขของตนเอง โดยตัวเลขใหม่นี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนผู้เสียชีวิตในยูเครนนับตั้งแต่ต้นปี และครั้งสุดท้ายที่เซเลนสกีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตในยูเครนคือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเขาระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 31,000 นาย

คาดว่าประธานาธิบดีของยูเครนจำเป็นต้องเปิดเผยตัวเลขนี้ หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า ยูเครนสูญเสียทหารไปถึง 400,000 นาย ขณะที่ทหารรัสเซียเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเกือบ 600,000 นาย แต่ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน

ทรัมป์ซึ่งแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาเป็นเวลานานว่าเขาต้องการยุติสงคราม กล่าวว่า มีการสูญเสียชีวิตจำนวนมากโดยไม่จำเป็น การประมาณการตัวเลขความสูญเสียของรัสเซียของนายเซเลนสกีนั้น คล้ายกับที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตะวันตกเคยระบุไว้ ซึ่งประมาณการว่ารัสเซียสูญเสียทหารไปราวๆ 800,000 นาย ทั้งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรระบุว่า รัสเซียสูญเสียทหาร 45,680 นาย ในเดือนพฤศจิกายนเพียงเดือนเดียว ซึ่งมากกว่าเดือนใดๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ตามการประมาณการล่าสุดของหน่วยข่าวกรองกลาโหมของสหราชอาณาจักร พบว่าทหารรัสเซียเสียชีวิตและบาดเจ็บเฉลี่ย 1,523 นายต่อวัน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน กระทรวงฯ ระบุว่ารัสเซียสูญเสียทหารมากกว่า 2,000 นายในวันเดียว 

รัสเซียโต้แย้งตัวเลขดังกล่าว โดยกล่าวในแถลงการณ์ว่ายูเครนสูญเสียทหาร “มากกว่า” รัสเซียหลายเท่า ส่วนประเทศต่างๆ มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าจำนวนทหารรัสเซียสูงกว่ายูเครนมาก เนื่องจากใช้ยุทธวิธี “บดเนื้อ”

กองกำลังรัสเซียยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามแนวรบด้านตะวันออก โดยยึดและยึดคืนพื้นที่ราว 2,350 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกของยูเครน และในภูมิภาคเคิร์สก์ตะวันตกของรัสเซียได้ตั้งแต่ต้นปี กองกำลังยูเครนยังคงควบคุมพื้นที่ของรัสเซียในจำนวนเล็กน้อย ซึ่งถูกยึดครองระหว่างการบุกโจมตีรัสเซียแบบกะทันหันเมื่อเดือนสิงหาคม

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่ามีทหารยูเครนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บมากกว่า 38,000 นายในภูมิภาคเคิร์สก์เพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เดินหน้าผลักดันสภารับญัตติถอดถอนปธน.ยุน ซอกยอล เป็นรอบที่ 2 ในวันเสาร์หน้า

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830011

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เดินหน้าผลักดันสภารับญัตติถอดถอนปธน.ยุน ซอกยอล เป็นรอบที่ 2 ในวันเสาร์หน้า

9 ธ.ค. 2567 11:11 น.

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เดินหน้าผลักดันสภารับญัตติถอดถอนปธน.ยุน ซอกยอล เป็นรอบที่ 2 ในวันเสาร์หน้า

ผู้นำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ยืนยัน กำลังผลักดันให้สภาผ่านร่างญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล เพื่อให้มีการลงคะแนนอีกเป็นครั้งที่ 2 ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ พร้อมกับร่างกฎหมายที่กำหนดให้จัดตั้งที่ปรึกษาพิเศษเพื่อสอบสวนนางคิม กอน ฮี ภรรยาประธานาธิบดียุน ในข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุมไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2567 นายอี แจ มยอง หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ กล่าวว่าทางพรรคจะเดินหน้าตามแผนการเดิม เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาเปิดการลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล อีกครั้งในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม หลังจากที่เขารอดพ้นจากการลงมติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรณีประกาศกฎอัยการศึกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า เขาจะย้ำจุดยืนของตัวเองอีกครั้งว่า ประธานาธิบดียุนจะต้องลาออกจากตำแหน่งทันที ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญกับการถูกถอดถอน พร้อมกันนี้ยังได้ประณามแถลงการณ์ของพรรครัฐบาลเมื่อช่วงเช้าที่ระบุว่า พวกเขาจะวางแผนให้นายยุนลาออกก่อนกำหนดอย่างเป็นระเบียบ

คำพูดของนายอีมีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่นายยุนรอดพ้นจากการถูกกลุ่มฝ่ายค้านเสนอญัตติถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งเนื่องจากส่งทหารติดอาวุธหนักเข้าสู่ท้องถนนของกรุงโซล ประกาศกฎอัยการศึกที่ทำให้ประชาชนทั้งประเทศตกอยู่ในภาวะแตกตื่นตกใจ และทำให้หลายคนนึกถึงระบอบเผด็จการที่กองทัพหนุนหลังในอดีตของประเทศ

ทั้งนี้ ในการลงมติครั้งที่แล้ว บรรดาสมาชิกรัฐสภาพรรครัฐบาลส่วนใหญ่คว่ำบาตรการลงมติ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้เสียงข้างมากสองในสามที่จำเป็นต่อการระงับอำนาจประธานาธิบดีของเขา แต่บรรดานักวิเคราะห์ต่างระบุว่า ถึงแม้จะรอดมาได้ แต่ประธานาธิบดียังคงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มั่นคง เนื่องจากความพ่ายแพ้ของการลงคะแนนเสียงครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศและความวุ่นวายทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น

ปธน.อัสซาด ลี้ภัยไปรัสเซีย-ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย หลังกลุ่มกบฏบุกยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830002

ปธน.อัสซาด ลี้ภัยไปรัสเซีย-ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย หลังกลุ่มกบฏบุกยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ

9 ธ.ค. 2567 11:05 น.

ปธน.อัสซาด ลี้ภัยไปรัสเซีย-ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย หลังกลุ่มกบฏบุกยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรียได้หลบหนีไปยังรัสเซีย และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม หลังจากที่กลุ่มกบฏบุกเข้ายึดกรุงดามัสกัสได้สำเร็จ

สื่อรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรียได้หลบหนีไปยังรัสเซียแล้วในวันอาทิตย์ (8 ธ.ค.) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กลุ่มกบฏบุกเข้ายึดกรุงดามัสกัสได้สำเร็จ ปิดฉากการปกครองยาวนานกว่า 50 ปีของระบอบอัสซาด

สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากทางการรัสเซียว่า ผู้นำซีเรียและครอบครัว เดินทางถึงกรุงมอสโกเมื่อวานนี้ และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยเข้าอยู่ในรัสเซียด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม

ด้านนายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โกลานี ผู้นำกองกำลัง ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม แกนนำกลุ่มกบฏซีเรียที่นำกำลังบุกโจมตีเข้ายึดเมืองต่าง ๆ ทั่วซีเรีย รวมถึงกรุงดามัสกัสได้ภายในเวลา 11 วัน หลังจากเริ่มปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน กล่าวต่อฝูงชนเมื่อช่วงเช้าวันนี้ที่มัสยิดกลางอุมัยยะห์ ในกรุงดามัสกัส ว่านี่คือ “ชัยชนะของประชาชาติมุสลิมทั้งหมด” และถือเป็น “โฉมหน้าใหม่ของภูมิภาค”

เขายังกล่าวขอบคุณผู้พลีชีพ ที่เสียชีวิตในความขัดแย้งอันยาวนานของซีเรีย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 และกล่าวว่าอัสซาดได้เผยแพร่ “ลัทธิการแบ่งแยกนิกาย” และ “การทุจริต” เขายังกล่าวว่าซีเรีย “ถูกทิ้งร้างเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับความทะเยอทะยานของอิหร่าน” ภายใต้การนำของอัสซาด แต่ทุกวันนี้ทุกคนสามารถหายใจได้อย่างอิสระ

ขณะเดียวกันชาวซีเรียจำนวนมากพากันเดินเข้าไปภายในทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงดามัสกัส และรื้อค้นบ้านพักของครอบครัวอัสซาด หลายคนเดินออกมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของ และทรัพย์สิน

บรรดาฝูงชนที่ยินดีต่างออกมารวมตัวกันตามจัตุรัสต่าง ๆ ในกรุงดามัสกัส พร้อมโบกธงปฏิวัติซีเรีย อันเป็นภาพที่ชวนให้นึกถึงช่วงเริ่มต้นของการลุกฮืออาหรับสปริง ก่อนเกิดการปราบปรามอย่างรุนแรงและการก่อความไม่สงบที่ทำให้ประเทศเข้าสู่สงครามกลางเมืองที่กินเวลายาวนานเกือบ 14 ปี

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวต่อสถานการณ์ในซีเรีย โดยระบุว่าเป็นช่วงเวลาแห่งทั้งโอกาสและความเสี่ยงในซีเรีย เขากล่าวว่าสหรัฐฯ รู้สึกยินดีที่ผู้นำฝ่ายต่อต้านในสิ่งที่ถูกต้องในขณะนี้ พร้อมคำมั่นสัญญาที่จะจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตที่เปิดกว้างและเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าสหรัฐฯ จะเฝ้าติดตามดูว่าคำพูดเหล่านั้นจะกลายเกิดขึ้นจริงหรือไม่

เขายังกล่าวอีกว่า หากนี่เป็นการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติที่นำโดยชาวซีเรีย สหรัฐฯ อาจให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อสร้างประเทศขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้ มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในซีเรีย 900 นาย และในวันเดียวกับที่นายอัสซาดหลบหนีออกจากประเทศ กองทัพอากาศสหรัฐฯ ก็ได้โจมตีทางอากาศใส่เป้าหมาย 75 แห่งที่เชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ กล่าวว่านี่คือค่ายและผู้ปฏิบัติการของกลุ่มไอเอส และขณะนี้กำลังประเมินความเสียหายอยู่

ด้านรัสเซียได้ร้องขอให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินัดฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย โดยนายดมิทรี โพลีอันสกี ซึ่งเป็นรองผู้แทนถาวรคนแรกของรัสเซียประจำสหประชาชาติ ระบุบนเทเลแกรมว่าเขาคาดว่าจะมีการประชุมในวันนี้

นายโพลีอันสกีกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าการล่มสลายของระบอบการปกครองของอัสซาดจะมีผลกระทบต่อรัสเซียและตะวันออกกลางที่เหลืออย่างไรเขากล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรอบที่อิสราเอลยึดครองเขตปลอดทหาร ภายใต้การลาดตระเวนของสหประชาชาติในที่ราบสูงโกลันนั้นมีความสำคัญ.

ที่มา Al Jazeera

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

กองกำลังอิสราเอลบุกยึดเขตกันชนที่ราบสูงโกลัน หลังทหารซีเรียถอนกำลังหนีฝ่ายต่อต้าน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829990

กองกำลังอิสราเอลบุกยึดเขตกันชนที่ราบสูงโกลัน หลังทหารซีเรียถอนกำลังหนีฝ่ายต่อต้าน

9 ธ.ค. 2567 10:26 น.

กองกำลังอิสราเอลบุกยึดเขตกันชนที่ราบสูงโกลัน หลังทหารซีเรียถอนกำลังหนีฝ่ายต่อต้าน

ผู้นำอิสราเอลสั่งกองทัพข้ามรั้วลวดหนามเข้ายึดครองพื้นที่กันชนบนที่ราบสูงโกลัน หลังกองกำลังซีเรียถอยทัพหนีกลุ่มต่อต้านที่สามารถโค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ได้สำเร็จ

วันที่ 8 ธ.ค.2567 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เปิดเผยว่า กองกำลังทหารอิสราเอล
ได้เข้ายึดครองพื้นที่กันชนในบริเวณที่ราบสูงโกลัน ซึ่งถูกขีดเส้นแบ่งไว้ตามข้อตกลงหยุดยิงกับซีเรียเมื่อปี 1974
โดยกล่าวว่าได้เข้ายึดพื้นที่กันชนและศูนย์บัญชาการภาคพื้นดิน โดยจะไม่อนุญาตให้กองกำลังซีเรียกลับเข้ามาตั้งหลักปักฐานบริเวณนี้อีก

โดยคำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากนายเนทันยาฮู พร้อมด้วยรัฐมนตรีกลาโหม ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างซีเรียและที่ราบสูงโกลัน หลังจากที่รัฐบาลของนายบาชาร์ อัล อัสซาด ถูกกลุ่มต่อต้านโค่นล้ม จนนายอัสซาดต้องหนีออกนอกประเทศ

นายเนทันยาฮูกล่าวว่า การล่มสลายของระบอบการปกครองอัสซาด นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลาง นำมาซึ่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายมากมายเช่นกัน เขากล่าวว่าเหตุการณ์ในซีเรียเป็นผลจากการโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านและกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรของอัสซาด และยืนกรานว่าอิสราเอลจะ หยิบยื่นสันติภาพไปสู่ชาวซีเรียที่ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับอิสราเอล

ทั้งนี้ ที่ราบสูงโกลันเป็นที่ราบสูงหินอยู่ห่างจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ไปประมาณ 60 กิโลเมตร กองทัพอิสราเอลเคยเข้ายึดที่ราบสูงโกลันจากซีเรีย ในสงครามตะวันออกกลางเมื่อปี 1967 และผนวกดินแดนนี้เป็นของอิสราเอล แต่ต่อมากลับไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ซึ่งถือว่าดินแดนนี้ถูกยึดครอง จากนั้นได้มีการทำข้อตกลงหยุดยิง และสร้างเขตกันชนปลอดทหาร ระหว่างดินแดนของทั้งสองประเทศ โดยห้ามไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีการดำเนินการหรือปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้

กรมข้าวถกอนุฯนบข. ยกเลิก‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

https://www.naewna.com/local/846284

กรมข้าวถกอนุฯนบข.  ยกเลิก‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’  ช่วยชาวนาไร่ละ500  ชู2โครงการลดต้นทุน

กรมข้าวถกอนุฯนบข. ยกเลิก‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 ว่าจากที่คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่งมาเป็นสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน20 ไร่ วงเงิน 27,550.96 ล้านบาท โดยให้ชาวนารับเงินชดเชยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลผลผลิต โดยพิจารณาตามกรอบวงเงินที่มีอยู่ 29,980 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลือจะเสนอ 2 โครงการคู่ขนาน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ศูนย์ข้าวชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และไม่เป็นการเพิ่มภาระให้รัฐบาล อย่างไรก็ตาม การจะเดินหน้าโครงการใหม่นี้ได้ จะต้องมีการเสนอขอเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ให้หน่วยงานหลีกเลี่ยงการให้เงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชย หรือประกันราคาสินค้าเกษตรแก่เกษตรกร

พร้อมกันนี้ยังได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการข้าวตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานบริหารจัดการเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยมีอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานฯ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการรับเงินอุดหนุนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว อีกทั้งต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ ในการดำเนินการตามโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร และ 2.คณะทำงานโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร

เกษตรฯฟื้นฟูผู้ประสบภัย ภาคเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วม

https://www.naewna.com/local/846286

เกษตรฯฟื้นฟูผู้ประสบภัย  ภาคเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วม

เกษตรฯฟื้นฟูผู้ประสบภัย ภาคเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วม

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมศูนย์ติดตามและแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 6/2567 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ว่าพร้อมเดินหน้าภารกิจโครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2567 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2567 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งได้มอบหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและรวบรวมข้อมูลเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงวันที่ 14 กรกฎาคม–31 ตุลาคม 2567 รวม 59 จังหวัด พร้อมทั้งได้กำหนดกรอบการดำเนินงานโครงการฯ

ทั้งนี้ แบ่งรูปแบบโครงการออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.การฟื้นฟูส่งเสริมอาชีพภาคเกษตร (เกษตรกรเลือกได้ 1 กิจกรรมและสามารถเข้าร่วมโครงการในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 ได้) ได้แก่ 1.1 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบภัยโดยกรมการข้าวเตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น 1.2 โครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ปี 2567 โดยกรมปศุสัตว์เตรียมสนับสนุนเงินเพื่อจัดซื้อพันธุ์ไก่พื้นเมือง หรือพันธุ์เป็ดเทศ หรือการปลูกพืชอาหารสัตว์โดยให้เกษตรกรเลือกได้ 1 เมนูอาชีพ และ 1.3 โครงการส่งเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมงการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อพลาสติกและในกระชังบกโดยกรมประมงเตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร 3 เมนูอาชีพ ประกอบด้วย พันธุ์ปลาดุก (บ่อพลาสติก) พันธุ์ปลาดุก(กระชังบก) และพันธุ์กบ

2.การฟื้นฟูพัฒนาอาชีพภาคเกษตร ได้แก่ 2.1 โครงการสกัดการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชเชื้อราและการสนับสนุนพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิตเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติปี 2567/2568 โดยกรมวิชาการเกษตรเตรียมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชพันธุ์ผักไร่ ก้อนเชื้อเห็ดเศรษฐกิจ และปัจจัยการผลิตสารชีวภัณฑ์ รวมถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรกลขนาดเล็กให้เกษตรกร 2.2 โครงการปรับระดับพื้นที่เกษตรและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระยะหลังน้ำลดปี 2567 โดยกรมพัฒนาที่ดินเตรียมจัดกิจกรรมการจัดระบบอนุรักษ์และน้ำเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และ 2.3 โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนไหมที่ประสบอุทกภัยโดยกรมหม่อมไหมเตรียมสนับสนุนต้นพันธุ์หม่อน ปุ๋ยปูนขาว และโดโลไมท์ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

3.การลดภาระหนี้สินสมาชิกสถาบันเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ดังนี้ 3.1 ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ปี 2567 และ 3.2 ชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2567

ปลัดฯติดตามความคืบหน้า จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

https://www.naewna.com/local/846289

ปลัดฯติดตามความคืบหน้า  จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

ปลัดฯติดตามความคืบหน้า จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณฐพล วิถี รองผวจ.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปี 2569 โดยมีนายสมชาย จงบัญญัติ เกษตรและสหกรณ์ จ.อุดรธานี ว่าที่ ร.ต.จตุรภัทร รัตนวิสาลนนท์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุดรธานี นายพรเทพ ศรีวรานันท์ โยธาธิการและผังเมือง จ.อุดรธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ และร่วมสำรวจพื้นที่ ที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ นายประยูร ได้รับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานปรับสภาพพื้นที่สวนสาธารณะหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี สำหรับโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานีปี 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 1,030 ไร่ และตรวจจุดก่อสร้างอาคารต่างๆ ซึ่งมีความคืบหน้ากว่า 96.34% เร็วกว่าแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ จ.อุดรธานี ได้ดำเนินการถมที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะส่งมอบให้กับกรมวิชาการเกษตร ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

‘นฤมล’ถกรมต.เกษตรฯในลุ่มน้ำโขง

https://www.naewna.com/local/846288

‘นฤมล’ถกรมต.เกษตรฯในลุ่มน้ำโขง

‘นฤมล’ถกรมต.เกษตรฯในลุ่มน้ำโขง

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)ครั้งที่ 3 โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย ของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบอาหารที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยมีการบูรณาการร่วมกันในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก สู่การเปลี่ยนแปลงระบบอาหารโลกอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยมีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green) ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่ดินและน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ในการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหาร และเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยินดีให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของอนุภูมิภาคในอนาคต” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้สนับสนุนกรอบยุทธศาสตร์คุนหมิง สำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรอาหาร ภายใต้ GMS 2030 ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานสำหรับประเทศสมาชิกของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อีกทั้งเป็นก้าวสำคัญของ GMS ที่ประเทศสมาชิกของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่ได้ร่วมกันรับรองกรอบยุทธศาสตร์คุนหมิง เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรและอาหารในอนุภูมิภาค

สายเมื่อยต้องฟัง แพทย์ชี้ ‘นวดบิดคอ’กระดูกมีโอกาสเคลื่อน กดทับเส้น – การหายใจผิดปกติ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

https://www.naewna.com/lady/846373

สายเมื่อยต้องฟัง แพทย์ชี้ 'นวดบิดคอ'กระดูกมีโอกาสเคลื่อน  กดทับเส้น - การหายใจผิดปกติ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

สายเมื่อยต้องฟัง แพทย์ชี้ ‘นวดบิดคอ’กระดูกมีโอกาสเคลื่อน กดทับเส้น – การหายใจผิดปกติ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.03 น.

จากกรณีต้นสังกัดของนักร้องสาว “ผิง ชญาดา” หรือ น.ส.ชญาดา พร้าวหอม โพสต์แจ้งข้าวเศร้าต่อการจากไปของนักร้องคนดัง ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผิง ชญาดา ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เล่าถึงประสบการณ์และเตือนเกี่ยวกับ “การนวดบิดคอ” แล้วป่วยหนักติดเตียง จนกระทั่งการเสียชีวิตและเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง

ผศ.นพ.ปิลันธน์ ใจปัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรคกระดูกคอและสันหลัง ศูนย์รักษาโรคกระดูกและข้อแบบองค์รวม โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (PRINCE OF BONES) ให้ข้อมูลถึงข่าวที่เกิดขึ้นว่า แม้ตอนนี้จะยังไม่สรุปสาเหตุที่แน่ชัด แต่กรณีการนวดบิดหรือสะบัดคอโดยคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรามีโอกาสที่จะใช้แรงมากกว่าปกติ และส่งผลให้กระดูกคอมีโอกาสเคลื่อนได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า กระดูกคอที่เคลื่อนจะนำไปสู่ ภาวะกดทับเส้นประสาทในกระดูกคอที่ 3 ถึง 5  (C3-C5) หากกระทบกระเทือนรุนแรง เช่น ในเคสผู้ป่วยอุบัติเหตุ อาจผลต่อการหายใจที่ผิดปกติ กระทบต่อการควบคุมการหายใจส่วนกระบังลม เช่น เหนื่อย หายใจได้ไม่เต็มที่ หรือหายใจด้วยตัวเองไม่ได้ และหากมีอา

การแทรกซ้อนร่วมด้วย มีโอกาสรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต“สำหรับบริเวณต้นคอ ถือเป็นศูนย์รวมของอวัยวะสำคัญ มีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่มีความสำคัญ ซึ่งหากมีอา

การเจ็บปวด หรือปวดเมื่อย การส่งต่อไปกายภาพบำบัดก็ต้องอยู่ภายใต้กำกับดูแลของแพทย์และบุคลากรการแพทย์ ซึ่งการบิดคอ หรือสะบัดคอโดยตัวเราเอง ร่างกายของเราจะรู้ลิมิต แต่เมื่อไหร่ก็ตามการบิดคอหรือสะบัดคอจากบุคคลอื่น แรงที่กดอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ถ้ามีการจับกดหรือใช้แรงมากจนกระดูกเคลื่อนหรือมีภาวะอาการแทรกซ้อน อาจส่งผลต่อระ

บบประสาท ส่งผลไปยังการควบคุมภาวะการหายใจหรือกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ อาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้”ผศ.นพ.ปิลันธน์ กล่าว

ผศ.นพ.ปิลันธน์กล่าวด้วยว่า ในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อยคอ แล้วใช้วิธีทางเลือก เช่น นวดบิดหรือสะบัดคอ ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะในเคสที่มีภาวะเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ ซึ่งเกิดได้ตามวัยทั้งจากการก้มเงยคอบ่อย เมื่อมีภา

วะเสื่อมมีอาการปวดเมื่อย ไม่แนะนำให้นวดหรือบิดคอ เพราะโดยปกติคอของคนเรามีข้อกระดูก 7 ข้อ โดยข้อที่ 1-2 ที่สามารถหมุนได้เยอะกว่า ส่วนข้ออื่นๆหมุนได้ในองศาน้อยกว่า จึงไม่ควรบิดหรือหมุนโดยเฉพาะจากบุคคลอื่นอย่างเด็ดขาด แล้วยิ่งในกรณีที่มีความเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอด้วยแล้ว ยิ่งเสี่ยงได้รับผลกระทบถึงแก่ชีวิตได้

ปัจจุบันสำหรับคนที่มีอาการปวดเมื่อยคออันเนื่องมาจากความเสื่อม มีตั้งแต่การดูแลรักษาให้ยาตามอาการไปจน

ถึงการผ่าตัดแบบส่องกล้องรักษาอาการกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท ซึ่งโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัดกระดูกคอและหลังได้ทุกรูปแบบ สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคกระดูกและข้อ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้

เชี่ยวชาญใกล้บ้าน หรือติดต่อ ศูนย์รักษาโรคกระดูกและข้อแบบองค์รวม โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (PRINCE OF BONES) เปิดทุกวัน ระหว่างเวลา 8:00 – 20:00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.princsuvarnabhumi.com/princeofbones หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-0805999

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/846260

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2567

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาส 100 ปี ราชาภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว-พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ร่วมกับโครงการ Night at the Museum Festival 2024 ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ #ให้สุวัทนาด้วยความรัก เยี่ยมชมพระตำหนักและอาณาบริเวณวังรื่นฤดี พร้อมชมนิทรรศการจัดแสดงวัตถุทรงคุณค่า ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือคุณพนักงาน ห้องเครื่องวังรื่นฤดีและของที่ระลึกพิเศษ รายได้สมทบทุนเพื่อการก่อสร้างหอพักนักเรียนชาติพันธุ์ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 12-15 ธ.ค. เวลา 14.00-20.00 น. ณ วังรื่นฤดี สุขุมวิท 38 ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/9uXiSSwBZW9td6nd9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE OFFICIAL : @bsf_official..

●● ส่วนที่พระราชวังพญาไท เชิญร่วมชมงาน “Night at the Phya Thai Palace” 14-15 ธ.ค. 16.00-20.00 น. ใส่ชุดไทยชมงานบริเวณโดยรอบ(มีบริการเช่าชุดไทย)บริการห้องภาพย้อนยุค ฟังดนตรีในสวน ชิมอาหารอร่อยสาธิตการทำขนมไทยเป็นโครงการในเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ประจำปี 2567 “Night at the Museum Festival 2024” ในธีม “Soft Power+Museum in Thailand”..

●● ในโอกาสวันสถาปนา 29 ปี มูลนิธิชีวิตพัฒนา จัดพิธีทำบุญไถ่ชีวิตโค-กระบือ ทอดผ้าป่ามหากุศล มอบโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 15 ธ.ค. 08.00 น. อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิชีวิตพัฒนา ธ.กรุงเทพ เลขที่บัญชี 116-411-8042 โทร.081-84442294..

●● รายการฟังดนตรีเถิดชื่นใจ งานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 14 ธ.ค. 15.00- 17.00 น. เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จองที่นั่งโทร.081-4041401..

●● งานวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณประธานจัดงานวันธรรมศาสตร์ เชิญชวนศิษย์เก่าร่วมงานภาคค่ำที่สนามฟุตบอลมธ.ท่าพระจันทร์ ทราบว่าโต๊ะกว่า 160 โต๊ะเต็มหมดแล้ว ด้วยสปิริตของรุ่นพี่รุ่นน้องอยากจะมาพบเจอกัน..ส่วนในภาคบ่าย ที่หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์ มีพิธีมอบโล่“ศิษย์เก่าเกียรติยศ 90 ปี”โดย ม.ธรรมศาสตร์เป็นผู้ที่สร้างชื่อเสียงและเผยแพร่ปกป้องเกียรติคุณแก่มหาวิทยาลัย อาทิ เกรียงไกร เธียรนุกุล, รศ.เกศินี วิทูรชาติ, คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, รศ.นราพร จันทร์โอชา, ไพศาล มังกรไชยา, ราณี แคมเปน ฯลฯ ส่วนสมาคมธรรมศาสตร์ฯจัดมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม” ด้วยเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม ทำประโยชน์ให้กับสังคมและประชาคมในด้านต่างๆ อาทิ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ, พยงค์ คชาลัย, สุขวิช รังสิตพล, ศ.ดร.หิรัญ รดีศรี, ดร.อภิชาติ ดำดี, อาคม เติมวิทยาไพสิฐ, สันติสุข มะโรงศรี ฯลฯ…

●● เมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค. หม้อแปลงระเบิดหน้าบ้านสุขุมวิท 16 ของ สายสม วงศาสุลักษณ์ ไฟไหม้ลามเข้าบ้านทางท่อสายไฟที่ซ่อนไว้ที่ผนังผ้าม่านหลุยส์ โคมไฟแชนเดอเลีย ฯลฯเสียหายหลายล้าน แต่เจ้าตัวบอกว่า“ทุกครั้งที่มีโอกาสจะบอกทุกคนว่าให้สะสมบุญ เป็นต้นทุนติดตัวเมื่อมีเคราะห์หามยามร้าย บุญจะคุ้มครองให้หนักเป็นเบาพ้นวิบัติภัย บ้านไฟไหม้ได้บุญรักษาพระคุ้มครอง ต้องต่อบุญไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด….”ทำให้มีแรง มีกำลังใจ ไปร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 7 ธ.ค. 7 โมงเช้า ซึ่งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยากยาก สภากาชาดไทยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์…●●

คุณแหน