ดิว อริสรา คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องซาฮารา สาวน้อยแก้มยุ้ยจ้ำม่ำมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829446

ดิว อริสรา คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องซาฮารา สาวน้อยแก้มยุ้ยจ้ำม่ำมาก

5 ธ.ค. 2567 17:10 น.

ดิว อริสรา คลอดลูกคนที่ 2 ตั้งชื่อน้องซาฮารา สาวน้อยแก้มยุ้ยจ้ำม่ำมาก

เป็นคุณพ่อคุณแม่ลูกสองแบบเต็มตัวแล้ว สำหรับคู่รัก ดิว อริสรา กับ เซบาสเตียน ลี ที่แม่ดิวได้คลอดลูกคนที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ได้ลูกสาว พร้อมกับตั้งชื่อว่า Sahara Elodie Lee

โดยคุณพ่อเซบาสเตียน ได้เผยภาพสาวน้อยที่อยู่ในตู้อบที่เห็นแค่นิ้วมือและแก้มยุ้ย ๆ ผ่านไอจีสตอรี่ แม้ว่าจะยังเห็นหน้าไม่ชัด แต่รู้เลยว่า สาวน้อย Sahara Elodie Lee ตัวแน่นจ้ำม่ำ แก้มมาเต็ม

ส่วนรายละเอียดทางครอบครัวยังอุบไว้ก่อน แต่ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ลูกสองด้วยนะคะ

แต่ละมื้อแต่ละเดย์! ดัง พันกร เจอสาวส่งข้อความ ขอกินสักครั้งจะลืมรสผู้ชาย

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829434

แต่ละมื้อแต่ละเดย์! ดัง พันกร เจอสาวส่งข้อความ ขอกินสักครั้งจะลืมรสผู้ชาย

5 ธ.ค. 2567 16:19 น.

แต่ละมื้อแต่ละเดย์! ดัง พันกร เจอสาวส่งข้อความ ขอกินสักครั้งจะลืมรสผู้ชาย

เรียกว่าเป็นศิลปินสุดฮอตในอดีตที่เคยทำยอดขายอัลบั้มแรกล้านตลับมาแล้ว สำหรับ ดัง พันกร บุณยะจินดา ที่มีเพลงฮิตมากมาย ไปไหนก็มีสาวๆ กรี๊ดสนั่น หลังจากนั้นก็ยังคงมีผลงานเพลงมาให้แฟนๆ ได้ติดตามต่อเนื่อง พร้อมทั้งเผยตัวตนที่เป็นตัวเองมากขึ้น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงทำงานเพลงตามความชอบของตัวเองอยู่

แต่ล่าสุดก็มีหญิงสาวรายหนึ่งที่ยังไม่มูฟออนกับภาพจำของ ดัง พันกร เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ส่งภาพของเจ้าตัวเมื่อครั้งถ่ายแบบนิตยสารที่ดูมีความเซ็กซี่ติดเรตนิดๆ เพราะในภาพนี้เจ้าตัวดึงกางเกงลงมาเบาๆ มาพร้อมท่าโพสที่มีอินเนอร์ความแซ่บ พร้อมเขียนข้อความที่มีเนื้อหาทำนองว่าอยากกิน ได้สักครั้งจะลืมรสผู้ชายไปเลย

งานนี้เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด แต่แคปข้อความดังกล่าวมาโพสต์ลงในเพจ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “แต่ละมื้อ แต่ละเดย์  #DUNK #ดังพันกร” ทำเอาแฟนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ น่ากลัวค่ะแบบนี้, หิวมากก็ควรหาข้าวกินนะ, แนะนำร้านข้าวให้เค้าไปค่ะ คิดว่าคงหิวมากแน่ๆ, ถามเจ้าตัวเค้าก่อน อยากให้ใครกินมั้ย 5555, อันนี้เรียกคุกคามทางเพศ ไม่ใช่หยอกค่ะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

57 ยังแซ่บ! เอ้ ชุติมา นุ่งบิกินีอวดหุ่นสุดเซ็กซี่ท้าลมหนาวกลางหิมะ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829399

57 ยังแซ่บ! เอ้ ชุติมา นุ่งบิกินีอวดหุ่นสุดเซ็กซี่ท้าลมหนาวกลางหิมะ

5 ธ.ค. 2567 14:07 น.

57 ยังแซ่บ! เอ้ ชุติมา นุ่งบิกินีอวดหุ่นสุดเซ็กซี่ท้าลมหนาวกลางหิมะ

เรียกว่ายังสวยแซ่บไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สำหรับ เอ้ ชุติมา นัยนา นักแสดง-นางงามสาวสุดเซ็กซี่ ที่ในปีนี้แม้จะอยู่ในวัย 57 กะรัต แต่ยังคงดูแลตัวเองแบบจัดเต็ม ทำให้ยังคงความสวยเซ็กซี่ไม่แพ้สาวๆ เลยทีเดียว

และล่าสุด เอ้ ชุติมา บินไปพักผ่อนชิลๆ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ในเวลานี้อยู่ในช่วงฤดูหนาว แต่บอกเลยว่าความร้อนแรงของเธอคนนี้ทำไฟลุกกลางหิมะไปเลย กับภาพของ เอ้ ในชุดว่ายน้ำบิกินีสีสันสดใส เรียกว่าท้าลมหนาวกลางหิมะแบบไม่หวั่นอุณหภูมิติดลบกันเลยจ้า!! แถมแคปชั่นก็เด็ดไม่แพ้รูป “จะว่าไปแล้วสวิสก็ไม่ได้หนาวซักเท่าไหร่นะคะ” และ “อากาศอ่ะหนาว ส่วนเราอ่ะเหงา”

งานนี้แฟนๆ แห่คอมเมนต์แซวกันแน่นนับร้อยข้อความ อาทิ พี่เอ้ดูแลรูปร่างได้ดีมากๆครับ นับถือ นับถือ, หุ่นดีมากค่ะ, หูย.. ชอตนี้เด็ดมากค่า ชอบๆๆ, โอโหหหหหหหหหห, พริกทั้งสวนยังสู้พี่เอ้ไม่ได้เลย, พริกล้านเม็ดไปเลยจ้า ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 6 ธันวาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2829413

บุคคลในข่าว 6 ธันวาคม 2567

6 ธ.ค. 2567 04:45 น.

บุคคลในข่าว 6 ธันวาคม 2567

คำพูดนินทามักมีที่มาจากเหตุความริษยา หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปพระราชทานประกาศนียบัตรกำกับพัดกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 ประกาศนียบัตรกำกับเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 ประกาศนียบัตรชมเชย แก่ผู้บำเพ็ญคุณความดีและผู้มีอุปการคุณแก่สภากาชาดไทย ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในประเทศเกาหลีใต้ จากการที่ ยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่เป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประกาศกฎอัยการศึก เมื่อค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างเรื่อง ความมั่นคง เกี่ยวกับภัยคุกคามจาก เกาหลีเหนือ ที่มี กลุ่มฝ่ายค้าน ในสภาคอยให้การสนับสนุน พร้อมทั้งมีคำสั่งเคลื่อนกำลัง ทหารและตำรวจ ภายใต้ กฎอัยการศึก เข้ามาควบคุม รัฐสภา ไว้ ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงต่อต้านจาก ประชาชนชาวเกาหลีใต้…อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง รัฐสภา ได้มีการเปิดประชุมฉุกเฉิน เพื่อ ลงมติยับยั้งการใช้อำนาจประกาศกฎอัยการศึก ของประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล โดยมี สมาชิกรัฐสภา 190 คน จากทั้งหมดประมาณ 300 คน เข้าร่วมประชุมและลงมติเป็นเอกฉันท์ 190 เสียง ให้ ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก ตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ของ เกาหลีใต้ ทำให้ ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ต้องยอม ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก หลังประกาศใช้เพียง 6 ชั่วโมง…ด้วยพื้นฐาน ประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง ของ ประชาชนชาวเกาหลีใต้ ออกมาต้าน การใช้อำนาจรัฐ ในแนวทาง เผด็จการ จนไปไม่เป็น ขณะที่ชะตากรรมอนาคตของ ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ก็คงไม่สวยงามเท่าไหร่ เพราะโดน สส.ฝ่ายค้าน ยื่นเรื่อง ถอดถอนออกจากตำแหน่ง แถมยังต้องเผชิญแรงกดดันจาก ม็อบขับไล่ ที่ลามไปทั่วประเทศ ถือเป็นบทเรียนของ ผู้นำรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตย ที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต

19 ขวบ – คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม จัดงาน “Siam Paragon 19th Anniversary : The Magical Celebration” ฉลองครบรอบ 19 ปี สยามพารากอน โดยมี ศุภลักษณ์ อัมพุช, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, กฤษณา อัมพุช, เกตุวลี นภาศัพท์ และ ชฎาทิพ จูตระกูล มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ผ่างๆ…จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หลายจังหวัด แม้ รัฐบาล ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือดูแล ผู้ประสบภัย อย่างเร่งด่วน แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบดราม่า กระทบกระเทียบว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ความสำคัญกับการลงไปดูแลแก้ปัญหาให้ชาวใต้ เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี มีภารกิจ ประชุม ครม.สัญจร และลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยพาสามีและลูกไปด้วย…เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังการประชุม ครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯแพทองธาร ระบุว่า ปัญหา อุทกภัยภาคใต้ ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล โดย ครม. รับทราบตามที่ กระทรวงมหาดไทย เสนอเพิ่มกรอบเงินทดรองของจังหวัด จากเดิม 20 ล้านบาท ขยายเป็น 50 ล้านบาท ในจังหวัดที่ประกาศเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 6 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส…นอกจากนี้ ยังเห็นชอบอนุมัติใช้จ่ายเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ในช่วงฤดูฝน ปี 2567 เพิ่มเติม ในกรอบของงบประมาณตามหลักเกณฑ์ ที่มีการให้ปรับกรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ให้ความช่วยเหลืออัตราเดียวทุกครัวเรือน ครัวเรือนละ 9,000 บาท จากเดิมในพื้นที่ 57 จังหวัด โดยเพิ่มเติมอีก 16 จังหวัด รวมถึง จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ เป็นจำนวนเงิน 5 พันล้านบาท จนถึงสิ้นปี 2567 โดยให้ กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป

เท่าเทียม – อรรณว์ ชุมาพร แถลงข่าว “นับถอยหลังสู่วันสมรสเท่าเทียม” เพื่อเตรียมพร้อมจัดพิธีจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ ทั่วประเทศกว่า 1,000 คู่ ในวันที่ 22 ม.ค.68 โดยมี เศรษฐา ทวีสิน, เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ และ ปฏิญญา ควรตระกูล มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

นายกฯแพทองธาร ยังระบุถึงกระแสดราม่าเรื่องน้ำท่วมภาคใต้ว่าดราม่าก็ตัดไปบางส่วน แต่ความจริงแล้วปัญหาใหญ่คือ เรื่องน้ำท่วม ก็อย่าเอาดราม่าไปปนแบบนั้น ปัญหาคือน้ำท่วมภาคใต้ มาตรการช่วยเหลือ ต้องไปถึงอันนี้คือเรื่องสำคัญ ส่วนตนเองจะไปลงพื้นที่หรือไม่ขอดูสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนเมื่อน้ำลดเรื่องการไปดูเกี่ยวกับ นโยบายการฟื้นฟู ไปถึงอยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้ส่ง รัฐมนตรีไปหลายท่าน เรื่องการเยียวยาและฟื้นฟู ไม่มีน้อยกว่าที่ใด ที่ ภาคใต้ ก็จะได้รับเหมือนภาคอื่นๆ และสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ หรือ ภาคอีสาน ก็ถือว่าเป็นรัฐบาลที่จ่ายเงินเยียวยาได้เร็วมาก ฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ไหนในประเทศไทยก็ต้องได้รับการดูแลจาก รัฐบาล เช่นกัน …แน่นอน เมื่อเป็น รัฐบาล ก็ต้องทำงานเพื่อประชาชนทุกภาคทุกคนอย่างเท่าเทียม ต้องไม่เลือกปฏิบัติ

มอบทุน – สุรชัย โชติจุฬางกูร มอบทุนการศึกษาจำนวน 145 ทุน มูลค่า 800,000 บาท ให้บุตรข้าราชการ พนักงานและนักเรียนในเขตราชเทวี เขตปทุมวัน โดยมี ปัญจพร โชติจุฬางกูร, สบโชค ณ ศรีโต และ อิทธิพล อิงประสาร มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก วันก่อน.

เฮ้อ…ฝุ่นควัน PM 2.5 แผลงฤทธิ์ตามฤดูกาล ทำให้ช่วงนี้ หลายจังหวัด รวมทั้งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มี ฝุ่นควัน PM 2.5 เกินกว่าค่ามาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ… โดย นายกฯแพทองธาร ออกมาระบุว่า เรื่องปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ได้สั่งการ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งกำหนด มาตรการในการป้องกันมลพิษทางอากาศ ทั้งในส่วน ปัญหาการเผาในการเกษตร ปัญหาไอเสียรถยนต์ และ ฝุ่นควันจากภาคอุตสาหกรรม เช่น มาตรการไม่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่ใช้การเผา ดังนั้นเชื่อว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในปี 2568 จะมีแนวโน้มไม่รุนแรง ถ้าเทียบกับปี 2566 และในส่วนของ กทม. ได้สั่งการให้ ผู้ว่าฯกทม. ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันปัญหา PM 2.5 คาดจะจัดการได้ดีขึ้น…ขอให้จริงอย่างที่พูดนะจ๊ะ

สุดยอด – ปณต สิริวัฒนภักดี เปิด “โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน” พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับความสง่างามเหนือกาลเวลา โดยมี โอริโอ โมทาล, ดร.ซีค นี ฮวท, ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี และ ทีน่า ลิว มาร่วมงานด้วย ที่ถนนวิทยุ วันก่อน.
ร่วมมือกัน – ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ อังกูร ศีลาเทวากูล ผวจ.กระบี่ พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมี โศรยา หอมชื่น และ กันตภณ ผาณิตรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้านอาหารน้องโจ๊ก จ.กระบี่ วันก่อน.

สังคมทั่วไป

  • กรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน CHAN Gems “สวรรค์แห่งเมืองอัญมณี สุดยอดของดีเมืองจันท์” ที่ชั้น 1 โซน D เซ็นทรัล เวสต์เกต จ.นนทบุรี 10.00-22.00 น. ถึง 8 ธ.ค.นี้
  • มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เชิญชวนร่วมงานเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2567 ร่วมอุดหนุนสินค้าเกษตรไทย อาหาร รวมทั้งของดีของใช้ในท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ถึง 10 ธ.ค.นี้
ดูเพลิน – รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ เปิดตัว “เพลย์ อัลทิเมต” แพ็กเกจรวมที่สุดแห่งความบันเทิงจาก 6 สตรีมมิงแพลตฟอร์มชั้นนำ รับชมได้ผ่าน เอไอเอส เพลย์ ในราคาเพียง 999 ต่อเดือน โดยมี รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา และ อาทิมา สุรพงษ์ชัย มาร่วมงานด้วย ที่สามย่านมิตรทาวน์ วันก่อน.
ให้ซอนต้า – สุริยน ศรีอรทัยกุล มอบเงินรายได้จากการประมูลจิวเวลรีและกระเป๋าจูดิธลีเบอร์ 381,000 บาท ให้ ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ เพื่อใช้ในกิจกรรมของสโมสรซอนต้ากรุงเทพ โดยมี ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ และ ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ มาร่วมรับมอบด้วย ที่ รร.ดุสิตธานี วันก่อน.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

คู่รักสหรัฐฯ อุปการะสุนัขถูกเจ้าของทิ้ง ระหว่างเกิดเฮอริเคนมิลตัน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829531

คู่รักสหรัฐฯ อุปการะสุนัขถูกเจ้าของทิ้ง ระหว่างเกิดเฮอริเคนมิลตัน

6 ธ.ค. 2567 10:31 น.

คู่รักสหรัฐฯ อุปการะสุนัขถูกเจ้าของทิ้ง ระหว่างเกิดเฮอริเคนมิลตัน

ลูกสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย ที่ถูกเจ้าของเดิมนำไปผูกติดกับรั้วและถูกปล่อยทิ้งให้ตาย ในขณะที่พายุเฮอริเคนมิลตันพัดขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดาเมื่อเดือนตุลาคม ได้เจ้าของคนใหม่แล้ว

ลูกสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย ที่ถูกเจ้าของเดิมนำไปผูกติดกับรั้วและถูกปล่อยทิ้งให้ตาย ในขณะที่พายุเฮอริเคนมิลตันพัดขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดาเมื่อเดือนตุลาคม ได้เจ้าของคนใหม่แล้ว ในขณะที่อดีตเจ้าของ กำลังรอขึ้นศาลเพื่อรอรับโทษจากการกระทำอันโหดร้ายนี้

สมาคมพิทักษ์สัตว์เขตลีออน เคาน์ตี้ กล่าวในโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ลูกสุนัขชื่อ “ทรูปเปอร์” ได้รับการอุปการะโดยคู่รักที่ดูแลสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรียร์มานานกว่า 30 ปี  โดยนายแฟรงก์ และคาร์ลา สปินา กล่าวว่า หัวใจของพวกเขาแตกสลายเมื่อได้ยินเรื่องราวของทรูปเปอร์ หลังจากพายุเฮอริเคนมิลตัน ที่คร่าชีวิตผู้คนไป 32 ศพ ทั่วภาคใต้ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนตุลาคม

ตำรวจทางหลวงรัฐฟลอริดาพบสุนัขพันธุ์นี้ถูกผูกติดอยู่กับรั้วริมทางหลวงระหว่างรัฐสาย I-75 ในเมืองแทมปา ขณะที่พายุกำลังพัดเข้าใกล้รัฐฟลอริดา ภาพจากคลิปวิดีโอไวรัลเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินลุยน้ำในพงหญ้าและช่วยลูกสุนัขที่หวาดกลัวได้ทันเวลา

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงส่งสุนัขไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ในเมืองทัลลาฮัสซี หลังจากได้รับสายจากสำนักงานของผู้ว่าการรัฐฟลอริดา หลายสัปดาห์ต่อมา ทั้งสองจึงได้ยื่นใบสมัครเพื่อขออุปการะสุนัข และเขียนจดหมายความยาว 2 หน้า เพื่อแสดงความต้องการทรูปเปอร์ตำรวจเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม สถานพักพิงที่ตำรวจอาศัยอยู่ระหว่างช่วงการรับเลี้ยงมีข้อกังวลบางประการ เนื่องจากเจ้าของเดิมของสุนัขเป็นผู้ชาย และสุนัขไม่ตอบสนองต่อผู้ชาย นับตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือ แต่แฟรงค์ สปินา ไม่ได้รู้สึกกังวล และขับรถไปพบทรูเปอร์  ทั้งคู่ยังได้รับอุปการะสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรียเพศเมีย ชื่อดัลลาส มาอีกตัวหนึ่ง และสุนัขทั้งสองตัวเข้ากันได้ดีในทันที

ด้านนายจิโอวานนี อัลดามา การ์เซีย อดีตเจ้าของ ย 23 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม และถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นความผิดระดับ 3 การ์เซียสารภาพว่าได้ทิ้งสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรียสีขาวชื่อ “จัมโบ้” ไว้บนทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 75 ขณะที่กำลังรีบมุ่งหน้าไปรัฐจอร์เจียก่อนที่พายุจะมาถึง เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาทิ้งลูกสุนัขไว้เพราะ “หาใครมาอุ้มสุนัขไม่ได้”

อัยการเขตฮิลส์โบโรห์ เคาน์ตี้ กล่าวว่าการ์เซียอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 5 ปีในความผิดอาญา และจะไม่คืนสุนัขให้เขา และนายการ์เซียจะถูกฟ้องในวันที่ 18 ธันวาคมนี้.

ที่มา New York Post

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไอซ์แลนด์ไม่สนกระแสค้าน ไฟเขียวล่าวาฬได้จนถึงปี 2029

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829526

ไอซ์แลนด์ไม่สนกระแสค้าน ไฟเขียวล่าวาฬได้จนถึงปี 2029

6 ธ.ค. 2567 09:43 น.

ไอซ์แลนด์ไม่สนกระแสค้าน ไฟเขียวล่าวาฬได้จนถึงปี 2029

ไอซ์แลนด์ออกใบอนุญาตให้ล่าปลาวาฬจนถึงปี 2029 ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากกลุ่มพิทักษ์สัตว์ โดยใบอนุญาตใหม่กำหนดให้สามารถล่าวาฬฟิน 209 ตัว และวาฬมิงค์ 217 ตัวในแต่ละฤดูล่าวาฬ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน

การออกใบอนุญาตล่าวาฬครั้งล่าสุดนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสัตว์และกลุ่มสิ่งแวดล้อมออกมาประณามการตัดสินใจของรัฐบาลอนุรักษ์นิยมที่กำลังจะหมดวาระของไอซ์แลนด์ โดยรัฐบาลยืนยันว่าใบอนุญาตดังกล่าวช่วยให้เกิดความมั่นคงสำหรับอุตสาหกรรมนี้ และจะช่วยจำกัดจำนวนปลาวาฬที่สามารถถูกล่าได้ โดยอิงจากคำแนะนำจากสำนักงานการประมงนอร์เวย์ซึ่งยึดตามการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและแนวทางป้องกันความเสี่ยง

ไอซ์แลนด์เป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลกเท่านั้นที่ยังคงอนุญาตให้ล่าวาฬ เพื่อใช้เนื้อ ไขมัน และน้ำมันของมัน ร่วมกับญี่ปุ่นและนอร์เวย์ โดยอนุญาตให้ล่าวาฬฟินและวาฬมิงค์เท่านั้น ส่วนประชากรปลาวาฬชนิดอื่นๆ ได้รับการคุ้มครอง

ปกติแล้วใบอนุญาตจะออกเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยใบอนุญาตก่อนหน้านี้หมดอายุในปี 2023  โดยฤดูกาลล่าวาฬในปี 2023 ซึ่งใช้เวลา 3 สัปดาห์ มีการล่าวาฬฟินไป 24 ตัวจากจำนวนโควต้า 209 ตัว และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลได้ระงับการล่าวาฬในไอซ์แลนด์เป็นระยะเวลา 2 เดือน หลังจากที่สอบสวนพบว่า วิธีการที่ใช้ในการล่าวาฬไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ โดยการตรวจสอบโดยหน่วยงานสัตวแพทย์ของรัฐบาลพบว่า การใช้บ่วงระเบิดทำให้วาฬได้รับความเจ็บปวดยาวนาน

ด้านสมาคมสิ่งแวดล้อมไอซ์แลนด์กล่าวว่า การออกใบอนุญาตใหม่ “ละเมิดผลประโยชน์ของสภาพภูมิอากาศ ธรรมชาติ และความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์”

ชารอน ลิเวอร์มอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ทะเลของกองทุนเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ระหว่างประเทศ (IFAW) กล่าวว่า “กลุ่มนักล่าวาฬผู้มั่งคั่งบางกลุ่มในประเทศยังคงใช้อิทธิพลล็อบบี้รัฐบาลนี้ ทั้งๆที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของรัฐบาลรักษาการ รัฐบาลนี้ควรแค่รักษาการต่อไป แต่กลับตัดสินใจที่มีความขัดแย้งและเร่งรีบเช่นนี้.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ การล่าวาฬ

หัวหน้าพรรครัฐบาลเตือน ประชาชนอาจตกอยู่ในอันตรายหาก ปธน. ยุนซอกยอล อยู่ต่อ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829515

หัวหน้าพรรครัฐบาลเตือน ประชาชนอาจตกอยู่ในอันตรายหาก ปธน. ยุนซอกยอล อยู่ต่อ

6 ธ.ค. 2567 09:06 น.

หัวหน้าพรรครัฐบาลเตือน ประชาชนอาจตกอยู่ในอันตรายหาก ปธน. ยุนซอกยอล อยู่ต่อ

หัวหน้าพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล สละตำแหน่งโดยเร็ว โดยกล่าวว่าประชาชนอาจตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง หากเขายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป

ฮัน ดอง ฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) กล่าวเสริมว่าพรรคของเขาได้รับหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ว่า ปธน. ยุน ได้สั่งจับกุมนักการเมืองคนสำคัญในข้อหาต่อต้านรัฐ และกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีอาจดำเนินมาตรการรุนแรงอีกครั้ง เช่น เดียวกับการประกาศกฎอัยการศึกที่ประสบความล้มเหลว หากนายยุนยังคงยึดมั่นกับอำนาจของประธานาธิบดี

นายฮันกล่าวในการประชุมฉุกเฉินของผู้นำพรรคที่สมัชชาแห่งชาติว่า “จากข้อเท็จจริงที่เพิ่งเปิดเผย ผมเชื่อว่าจำเป็นต้องสั่งพักงานประธานาธิบดียุน ซอกยอล จากหน้าที่ในการปกป้องสาธารณรัฐเกาหลีและประชาชนโดยทันที” 

นายฮันชี้ว่า เขาได้รับการยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นายยุนได้สั่งให้ โย อิน ฮยอง ผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านข่าวกรอง ควบคุมตัวบุคคลสำคัญทางการเมือง โดยกล่าวหาว่าพวกเขาเป็น “กองกำลังต่อต้านรัฐ” และยังได้ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมตัวพวกเขาไว้ที่สถานที่แห่งหนึ่งในเมืองกวาชอน ทางใต้ของกรุงโซล

นายฮันแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า “การกระทำรุนแรง” ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นซ้ำอีก หากนายยุนยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป และจะทำให้ประเทศตกอยู่ใน “ความเสี่ยงอย่างยิ่ง”

ในขณะเดียวกัน นายโช คยอง แท ส.ส. พรรครัฐบาล กลายเป็น ส.ส. พรรครัฐบาลคนแรกที่แสดงออกอย่างเปิดเผยถึงการสนับสนุนญัตติถอดถอนนายยุน นายโชกล่าวว่า “ทางเลือกคือการยืนเคียงข้างประชาชน โดยการยุติหน้าที่ของประธานาธิบดีหรือกลายเป็นพันธมิตรกับกองกำลังที่ประกาศกฎอัยการศึก เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องตัดสินใจ” “ผมหวังว่านักการเมืองทุกคนในพลังประชาชนจะยืนเคียงข้างประชาชน”

ความเห็นของนายฮัน ดูเหมือนจะเบี่ยงเบนไปจากจุดยืนก่อนหน้านี้ของเขาที่ว่าพรรครัฐบาลของเขาจะขัดขวางการลงมติถอดถอนของฝ่ายค้าน ซึ่งกำหนดจะมีการลงมติในวันเสาร์

ฝ่ายค้านมีที่นั่งทั้งหมด 192 ที่นั่ง และต้องมีสมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลอย่างน้อย 8 คน สนับสนุนญัตติถอดถอน ปธน.ยุน เพื่อให้ได้คะแนนเสียง 200 เสียงที่จำเป็นเพื่อให้ญัตติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ

ส่วนในกรุงโซล ประชาชนได้ออกมาชุมนุม ประท้วงเรียกร้องให้นายยุนลาออก มานานกว่า 2 วันแล้ว ขณะที่ตำรวจระบุว่าเขากำลังถูกสอบสวนในข้อหา “ก่อกบฏ” สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากได้ส่งข้อความหาสมาชิกรัฐสภาพรรคพลังประชาชน เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาลงคะแนนเสียงสนับสนุนญัตติถอดถอน โดยนายชิน ซอง-บอม ส.ส. คนหนึ่ง ได้รับข้อความดังกล่าวทางเฟซบุ๊กมากกว่า 4,000 ข้อความ 

ดาน “เรียลมิเตอร์” (Realmeter) บริษัทสำรวจความคิดเห็นของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าชาวเกาหลีใต้มากกว่า 7 ใน 10 คน เห็นด้วยกับการถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล จากกรณีประกาศกฎอัยการศึก โดยผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 73.6 เห็นด้วยกับการถอดถอนประธานาธิบดี ขณะร้อยละ 24.0 ไม่เห็นด้วย

ผู้ตอบแบบสำรวจที่บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสรีนิยมร้อยละ 94.6 เห็นด้วยกับการถอดถอน และผู้ตอบแบบสำรวจที่บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมร้อยละ 50.4 เห็นด้วยกับการถอดถอนยุน ขณะผู้ตอบแบบสำรวจที่มองว่าการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุนเป็นการก่อกบฏ อยู่ที่ร้อยละ 69.5 แต่ร้อยละ 24.9 ไม่ได้มองเช่นนั้น

ก่อนการประกาศกฎอัยการศึก นายยุนต้องเผชิญกับคะแนนนิยมที่ต่ำ ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต และสภานิติบัญญัติที่นำโดยฝ่ายค้าน ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่ไร้ความสามารถ.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

พรรครัฐบาลเบรก ถอดประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ข้อหาก่อกบฏ นัดลงมติ 7 ธ.ค.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829506

พรรครัฐบาลเบรก ถอดประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ข้อหาก่อกบฏ นัดลงมติ 7 ธ.ค.

6 ธ.ค. 2567 07:46 น.

พรรครัฐบาลเบรก ถอดประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ข้อหาก่อกบฏ นัดลงมติ 7 ธ.ค.

แดนโสมขาวยังเครียดจากเหตุการณ์ “ประกาศกฎอัยการศึก” ของประธานาธิบดียุน ซอกยอล แม้คำสั่งถูกยกเลิกไปแล้ว เจ้าตัวถูกตำรวจเข้าสอบปากคำ ข้อหาก่อการกบฏ รวมทั้งสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง รมช.กลาโหม ขอโทษประชาชน ปัดไม่รู้ใครเป็นคนเขียนร่างแถลงการณ์ ส่วนผู้บัญชาการทหารภายใต้กฎอัยการศึก รับเป็นแค่ผู้ตรวจสอบร่างประกาศและปฏิเสธผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กฎอัยการศึก ผู้นำฝ่ายค้านรวมพลลงมติถอดถอนประธานาธิบดี วันที่ 7 ธ.ค. สวนทางกับหัวหน้า พรรคพลังประชาชนที่ขวางไม่ให้มีการถอดถอนประธานาธิบดีได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ถึงความคืบหน้าความปั่นป่วนทางการเมืองของเกาหลีใต้ ว่า ตำรวจได้เริ่มเปิดการสืบสวนนายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ข้อหาก่อการกบฏจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค.อ้างว่าต้องประกาศใช้เนื่องจากมีความจำเป็นปกป้องประเทศจากกองกำลังคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ ก่อนต้องยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. ขณะเดียวกันยังดำเนินการสืบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ นายอี ซังมิน รมว.มหาดไทย พล.อ.พัค อันซู ผู้บัญชาการทหารภายใต้กฎอัยการศึกและนายคิม ยงฮยอน อดีต รมว.กลาโหมที่เพิ่งได้รับการอนุมัติการลาออกจากประธานาธิบดี ต่อมาได้แต่งตั้งให้นายชเว บยองฮยอก อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำซาอุดีอาระเบีย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

การประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นระยะเวลา 6 ชั่วโมง ของนายยุน ซอกยอล ส่งผลให้ประชาชนชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก รวมถึงกลุ่มสหภาพแรงงาน ออกมาประท้วงขับไล่ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น กรุงโซล จังหวัดชุงชองใต้ จังหวัดช็อลลาเหนือ นครปูซานและนครควังจู ขณะที่ พล.อ.พัค อันซู และนายคิม ซอนโฮ รมช.กลาโหม เข้าชี้แจงต่อรัฐสภาถึงกรณีดังกล่าว หลังจากกลุ่มพรรคฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค นำโดยพรรคประชาธิปไตย ยื่นเสนอถอดถอนนายยุน ซอกยอล ให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อบ่ายวันที่ 4 ธ.ค.

นายคิม ซอนโฮ กล่าวขอโทษประชาชนในรัฐสภาว่ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ดังกล่าวและอ้างว่านายคิม ยงฮยอน เป็นผู้ออกคำสั่งให้ทหารเข้าปิดล้อม ขัดขวางไม่ให้สมาชิกรัฐสภาเข้าในอาคารรัฐสภา ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎอัยการศึกและทราบเรื่องตอนที่มีรายงานข่าวออกมา ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนเขียนร่างแถลงการณ์ประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่ยืนยันว่าไม่ได้มาจากกระทรวงกลาโหม

ขณะที่ พล.อ.พัค อันซู ชี้แจงว่า ไม่ใช่ผู้เขียนร่างแถลงการณ์ประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่ยอมรับว่าได้รับร่างเอกสารดังกล่าวมาตรวจสอบความถูกต้อง แม้ตัวเองจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพ แต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กฎอัยการศึก ทั้งนี้ ทราบถึงการประกาศใช้คำสั่งดังกล่าวของประธานาธิบดีจากแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ ขณะนั้นไม่ทราบว่ามีการระดมกำลังทหารไปที่อาคารรัฐสภา ส่วนนายยุน ซอกยอลเดินทางมายังห้องบัญชาการกฎอัยการศึกที่อาคารคณะเสนาธิการร่วม เมื่อประมาณ 01.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. แต่จำไม่ได้ว่าประธานาธิบดีคุยกับอดีตรมว.กลาโหมว่าอย่างไร ทั้งนี้ พล.อ.พัค อันซู เพิ่งยื่นขอลาออกจากตำแหน่งต่อนายคิม ยงฮยอน เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.

วันเดียวกัน นายโช ซึงแร โฆษกพรรคประชา ธิปไตย พรรคผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภาระบุว่า จะจัดให้มีการลงมติถอดถอนประธานาธิบดีในเวลา 19.00 น. วันที่ 7 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้เวลาในการตัดสินใจแก่สมาชิกรัฐสภาของพรรคพลังประชาชน พรรครัฐบาลที่มีเสียงในสภาทั้งหมด 108 เสียง จากทั้งหมด 300 เสียง ว่าจะเอาอย่างไรกับการกระทำของนายยุน ซอกยอล ด้านนายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้คำมั่นว่าจะพยายามไม่ให้มีการถอดถอนประธานาธิบดีจนสำเร็จ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยแสดงความคิดเห็นว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกของนายยุน ซอกยอล เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ในการลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ต้องใช้เสียงจากสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 หรือ 200 เสียงต่อ 300 เสียง ปัจจุบันฝ่ายค้านครองอยู่ที่ 192 เสียง ต้องการอีก 8 เสียงจากพรรครัฐบาลเพื่อให้การลงมติถอดถอนสำเร็จ ทำให้พรรคพลังประชาชน ต้องพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดเสียงแตก วันที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก นายอี แจมยอง ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย เรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาเร่งเดินทางมาลงมติคัดค้านการใช้กฎอัยการศึก จนได้ผลสรุปมติเอกฉันท์ 190 เสียงต่อเสียงคัดค้าน 0 เสียง ในจำนวนนี้มี 18 เสียงมาจากพรรคพลังประชาชน

แคลิฟอร์เนียยกเลิกเตือนสึนามิ ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว 7.0

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829492

แคลิฟอร์เนียยกเลิกเตือนสึนามิ ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว 7.0

6 ธ.ค. 2567 05:42 น.

แคลิฟอร์เนียยกเลิกเตือนสึนามิ ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว 7.0

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.0 แม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง ขณะที่ทางการยกเลิกเตือนภัยสึนามิแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ว่าเขาได้ลงนามในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว เพื่อให้ทางการสามารถเคลื่อนย้ายทรัพยากรไปช่วยเหลือพื้นที่ตามแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างรวดเร็ว

นายนิวซัมระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังกังวลเรื่องความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐ รวมถึงที่เขต ฮัมโบลต์ เคาน์ตี (Humboldt)

คำสั่งของนายนิวซัมเกิดขึ้นหลังจาก เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.0 แมกนิจูด นอกชายฝั่งทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลาประมาณ 10.44 น. วันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับเมือง เฟิร์นเดล เมืองเล็กๆ ในเขตฮัมโบลต์ เคาน์ตี (Humboldt) รัฐแคลิฟอร์เนีย ลึกลงไปใต้ทะเลเพียง 0.6 กม.เท่านั้น

แผ่นดินไหวลูกนี้ยังทำให้สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติต้องประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ตลอดแนวชายฝั่งทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ไปจนถึงทางตอนใต้ของรัฐโอเรกอน ก่อนจะยกเลิกคำสั่งหลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวยังรับรู้ได้ไกลถึงเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางประมาณ 435 กม. ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าเกิดความเสียหายรุนแรง หรือมีผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ แต่มีรายงานว่า ประชาชนมากกว่า 10,000 คนในเขตฮัมโบลต์ กำลังประสบปัญหาไฟฟ้าดับ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ap

มาครงไม่ลาออก จ่อเลือกนายกฯ ใหม่ หลังบาร์นิเยร์แพ้โหวตไม่ไว้วางใจ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829490

มาครงไม่ลาออก จ่อเลือกนายกฯ ใหม่ หลังบาร์นิเยร์แพ้โหวตไม่ไว้วางใจ

6 ธ.ค. 2567 05:25 น.

มาครงไม่ลาออก จ่อเลือกนายกฯ ใหม่ หลังบาร์นิเยร์แพ้โหวตไม่ไว้วางใจ

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตรียมเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายในไม่กี่วันข้างหน้า หลัง มิเชล บาร์นิเยร์ แพ้โหวตไม่ไว้วางใจจนต้องลาออก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก กล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. 2567 ว่า เขาหวังว่าจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากนายกรัฐมนตรี มิเชล บาร์นิเยร์ แพ้โหวตไม่ไว้วางใจจนต้องขอลาออกเมื่อวันพุธ

นายมาครงยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งตามเสียงเรียกร้อง แต่กล่าวโทษกลุ่มฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจัด ว่าร่วมมือกันโค่นรัฐบาลของนายบาร์นิเยร์ “พวกสุดโต่งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ร่วมมือกันเป็นแนวหน้าต่อต้านสาธารณรัฐ”

ทั้งนี้ พรรค “ฟรานซ์ อันโบลด์” (France Unbowed – LFI) ฝ่ายซ้ายจัด กับพรรค “เนชันแนล แรลลี” (National Rally-RN) ของ น.ส.มารีน เลอ เปน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. 2567 หลังจากนายบาร์นิเยร์พยายามใช้อำนาจพิเศษ ผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปี โดยข้ามขั้นตอนการลงมติของรัฐสภา

เมื่อวันพุธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ร่วมมือกันสนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 331 เสียง จากทั้งหมด 577 เสียง ทำให้นายบาร์นิเยร์ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งนายมาครงยอมรับหนังสือลาออกของเขาแล้วในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม นายบาร์นิเยร์จะเป็นนายกฯ รักษาการต่อไปก่อน จนว่าจะมีการแต่งตั้งรัฐบาลใหม่

“มาพูดกันตามตรงดีกว่า พวกเขาคิดถึงอยู่เรื่องเดียว คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดี”ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงผ่านทางโทรทัศน์ และอ้างว่า วิธีการสร้างความเกลียดชังของพรรคฝ่ายขวา ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ “พวกเขาดูหมิ่นผู้โหวตของตัวเอง และเลือกความสับสนวุ่นวายเพียงแค่นั้น”

“จากวันนี้ คือยุคใหม่” มาครงกล่าวต่อ และเสริมว่า รัฐสภาแห่งชาติต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับเลือกมา นั่นคือการรับใช้ประชาชนฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองไม่เห็นว่ายุคใหม่ดังกล่าวจะดีขึ้นสำหรับนายมาครง เพราะไม่ว่าเขาจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งแบ่งเป็น 3 ฝ่ายคือฝั่งนายมาครงกับกลุ่มฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา และ 2 ฝ่ายหลังต่างประกาศจะต่อต้านนายมาครงทั้งคู่

นายมาครงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่ 2 ของเขามาได้ครึ่งทางแล้ว แต่การเลือกตั้งรัฐสภาล่วงหน้าเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของกลุ่มฝ่ายซ้ายอย่างพลิกความคาดหมาย ทำให้เขาสูญเสียอำนาจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การจะเลือกตั้งก่อนกำหนดอีกรอบก็ทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมาย รัฐสภาปัจจุบันต้องอยู่ในตำแหน่งครบ 1 ปี หรือจนกว่าจะถึงเดือนมิถุนายนปีหน้าก่อน จึงจะทำได้

มาครงเลือกนักการเมืองอาวุโสอย่างนายบาร์นิเยร์เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายนเพื่อเอาใจทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา แต่คราวนี้เขาอาจจะเลือกเอาใจฝ่ายหนึ่ง และไม่สนใจอีกฝ่าย ซึ่งแถลงการณ์ล่าสุดของมาครงชี้ว่า เขาจะไม่ยอมโอนอ่อนให้กับพรรคฝ่ายขวาของ น.ส.มารีน เลอ เปน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn