ระทึก แผ่นดินไหว 7.0 เขย่านอกฝั่งแคลิฟอร์เนีย เตือนภัยสึนามิ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829489

ระทึก แผ่นดินไหว 7.0 เขย่านอกฝั่งแคลิฟอร์เนีย เตือนภัยสึนามิ

6 ธ.ค. 2567 03:11 น.

ระทึก แผ่นดินไหว 7.0 เขย่านอกฝั่งแคลิฟอร์เนีย เตือนภัยสึนามิ

แผ่นดินไหวระดับ 7.0 เขย่านอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ต้องประกาศเตือนภัยสึนามิยาวถึงโอเรกอน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.0 แมกนิจูด นอกชายฝั่งทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลาประมาณ 10.44 น. วันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น

แผ่นดินไหวทำให้ทางการต้องประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิตลอดแนวชายฝั่งทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ไปจนถึงทางตอนใต้ของรัฐโอเรกอน ก่อนจะยกเลิกคำสั่งหลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับเมือง เฟิร์นเดล เมืองเล็กๆ ในเขตฮัมโบลต์ เคาน์ตี (Humboldt) รัฐแคลิฟอร์เนีย ลึกลงไปใต้ทะเลเพียง 0.6 กม.เท่านั้น ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง

หลังเกิดแผ่นดินไหว นายเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน เพื่อช่วยเรื่องการประสานความร่วมมือ

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าแผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด แต่ชาวเมืองเฟิร์นเดลคนหนึ่ง บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า แรงสั่นสะเทือนทำให้ข้าวของในห้องพักตกกระจัดกระจาย จนมีสภาพเหมือนกับอยู่ในเขตสงคราม

ขณะที่หน่วยบริการฉุกเฉินของสำนักงานนายอำเภอ ฮัมโบลต์ เคาน์ตี ระบุว่า พวกเขายังไม่ได้รับแจ้งเหตุที่บ่งชี้ว่า เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างแต่อย่างใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจนิวยอร์กเผยภาพผู้ต้องสงสัย ยิงดับซีอีโอ United Healthcare

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829488

ตำรวจนิวยอร์กเผยภาพผู้ต้องสงสัย ยิงดับซีอีโอ United Healthcare

6 ธ.ค. 2567 02:09 น.

ตำรวจนิวยอร์กเผยภาพผู้ต้องสงสัย ยิงดับซีอีโอ United Healthcare

ตำรวจนิวยอร์กเผยภาพผู้ต้องสงสัย คดีดักยิงซีอีโอ United Healthcare เสียชีวิตในนิวยอร์ก และพบว่าบนปลอกกระสุนที่คนร้ายใช้ มีคำสลักอยู่ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานตำรวจนิวยอร์กกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุดักยิงนาย ไบรอัน ทอมป์สัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท United Healthcare จนทำให้เขาเสียชีวิต เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา (4 ธ.ค. 2567) ก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ในวันพฤหัสบดี (5 ธ.ค.) แหล่งข่าวในกรมตำรวจ บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในย่าน อัปเปอร์ แมนฮัตตัน ที่พวกเขาเชื่อว่ามือปืนพักอยู่แล้ว แต่ไม่พบตัว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบด้วยว่า บนปลอกกระสุนที่คนร้ายยิงใส่นายทอมป์สัน มีสลักคำว่า “depose” อยู่ด้วย และพบกระสุนอีกนัดที่คาดถูกดีดออกจากกระบอกปืนตอนคนร้ายเคลียร์รังเพลิง มีคำว่า “delay” สลักอยู่ ซึ่งคล้ายกับสโลแกนยอดนิยมของ United Healthcare ที่ว่า “delay, deny, defend”

ตำรวจกำลังตรวจสอบว่า คำเหล่านี้บ่งชี้ถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้ายหรือไม่ โดยหลักฐานทุกอย่างที่พบในตอนนี้บ่งชี้ว่า นี่เป็นการก่อเหตุโดยเจาะจงเป้าหมาย

เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่ออีกว่า คนร้ายน่าจะเป็นมือปืนที่มีประสบการณ์ จากลักษณะการก่อเหตุที่เขาดักรอนายทอมป์สันท่ามกลางอากาศหนาวเป็นเวลานานกว่า 10 นาที จนซีอีโอรายนี้เดินมาถึงโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมนักลงทุนประจำปีของบริษัท ในเมืองแมนฮัตตัน ก่อนจะเปิดฉากยิงจากระยะห่างประมาณ 20 ก้าว แล้วหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ยังพบโทรศัพท์มือถือและขวดน้ำ ที่อาจเป็นของที่คนร้ายทิ้งไว้ในตรอกที่เขาใช้เป็นเส้นทางหลบหนีด้วย

ล่าสุดสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัย ที่พวกเขาเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายทอมป์สัน ตอนที่ไม่ได้สวมหน้ากากอยู่ ออกสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก โดยเป็นภาพที่ถ่ายในโรงแรมในย่าน อัปเปอร์ เวสต์ ไซด์ ของนิวยอร์ก ซิตี้ ที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้น

ตำรวจระบุว่า พวกเขาจะเรียกชายคนนี้ว่า “บุคคลที่ทางการให้ความสนใจ” ต่อไป จนกว่าพวกเขาจะสามารถยืนยันได้ว่า ชายคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่กันแน่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัฐอัสสัมของอินเดีย สั่งห้ามบริโภคเนื้อวัวในที่สาธารณะ รวมร้านอาหาร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829485

รัฐอัสสัมของอินเดีย สั่งห้ามบริโภคเนื้อวัวในที่สาธารณะ รวมร้านอาหาร

6 ธ.ค. 2567 00:29 น.

รัฐอัสสัมของอินเดีย สั่งห้ามบริโภคเนื้อวัวในที่สาธารณะ รวมร้านอาหาร

ทางการรัฐอัสสัมของอินเดีย สั่งห้ามบริโภคเนื้อวัวในที่สาธารณะ รวมถึงในร้านอาหาร เพิ่มเติมจากกฎห้ามขายเนื้อวัวใกล้สถานที่ทางศาสนา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการรัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย สั่งห้ามบริโภคเนื้อวัวในที่สาธารณะแล้ว รวมถึงที่ร้านอาหาร และตามงานอีเวนต์ต่างๆ แต่ยังสามารถขายตามร้านค้า และบริโภคภายในบริเวณบ้านหรือสถานที่ส่วนตัวได้

นาย หิมันตา บิสวา ซาร์มา มุขมนตรีรัฐอัสสัม กล่าวเมื่อวันพุธที่ 4 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนขยายจากกฎหมายที่รัฐอัสสัมบังคับใช้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจำกัดการขายเนื้อใกล้กับสถานที่ทางศาสนาบางแห่ง เช่น วัด

ทั้งนี้ การบริโภคเนื้อวัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในอินเดีย เนื่องจาก โค หรือ วัว นับว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นประชากร 80% ของอินเดีย

หลายรัฐในอินเดียที่ปกครองโดยพรรคภารตียชนตา (BJP) ฝ่ายชาตินิยมของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี รวมถึงในรัฐอัสสัม ปราบปรามการเชือดวัวอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และราว 2 ใน 3 จาก 28 รัฐในอินเดีย ห้ามการเชือดและบริโภคเนื้อวัวเป็นบางกรณีหรือทั้งหมด

นอกจากนั้น หลายพื้นที่ในอินเดีย ยังมีกลุ่มศาลเตี้ยที่ตั้งตัวขึ้นมาบังคับใช้กฎห้ามเชือดและบริโภคเนื้อวัวด้วยความรุนแรง และมักทำให้เกิดการนองเลือดถึงขั้นเสียชีวิตในหมู่ผู้ค้าเนื้อชาวมุสลิม และกลุ่มชนชั้นดาลิต ที่นิยมบริโภคเนื้อวัวเนื่องจากมีราคาถูก

สำหรับรัฐอัสสัม ทางการสั่งห้ามซื้อขายเนื้อวัวในเขตที่อยู่ของผู้นับถือศาสนา ฮินดู, เชน และ ซิกข์ มาตั้งแต่ปี 2564 แล้ว

อย่างไรก็ตาม พรรคคองเกรส แกนนำฝ่ายค้าน กล่าวหานายซาร์มาว่า กำลังใช้เนื้อเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งซ่อมในเมือง ซามากุรี ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม “ด้วยการมอบเนื้อให้ผู้โหวต มุขมนตรีผู้นี้ได้ทรยศต่อค่านิยมชาวฮินดูของพรรคตัวเอง”

ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ ในรัฐอัสสัมต่างวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งของนายซาร์มาอย่างหนัก ว่าเป็นการแทรกแซงสิทธิ์ในการบริโภคของประชาชน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ซีเรียระส่ำ กลุ่มกบฏยึดเมืองใหญ่แห่งที่ 2 หลังทหารถอนกำลัง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829482

ซีเรียระส่ำ กลุ่มกบฏยึดเมืองใหญ่แห่งที่ 2 หลังทหารถอนกำลัง

5 ธ.ค. 2567 22:55 น.

ซีเรียระส่ำ กลุ่มกบฏยึดเมืองใหญ่แห่งที่ 2 หลังทหารถอนกำลัง

กลุ่มพันธมิตรกบฏในซีเรียยึดเมืองใหญ่แห่งที่ 2 ได้สำเร็จ โดยกองทัพรัฐบาลถอนกำลังออกจากเมืองแล้ว หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล-จอว์ลานี ผู้นำกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (HTS) ประกาศชัยชนะที่เมืองฮามา ทางตะวันตกของซีเรีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. 2567 และประกาศว่า จะไม่มีการ “แก้แค้น” เกิดขึ้นตามมา

ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกองกำลังฝ่ายกบฏ ระบุว่า นักรบของ HTS ยึดเรือนจำกลางเมืองฮามา และปล่อยตัวนักโทษที่ถูกคุมขังอย่างไม่ถูกต้องจำนวนหลายร้อยคน และว่าพวกเขาจะส่งนักรบไปประจำการ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดการต่อสู้ภายในเมือง

ทั้งนี้ เมืองฮามา เป็น 1 ใน 4 เมืองใหญ่ของซีเรีย ร่วมกับกรุงดามัสกัส, เมืองฮอมส์ และเมืองอเลปโป ซึ่งฝ่ายกบฏเข้ายึดได้เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน อยู่ห่างจากเมืองอเลปโปไปทางใต้ราว 110 กม. ฮามายังเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นเส้นทางส่งเสบียงโดยตรงระหว่างกรุงดามัสกัสกับเมืองอเลปโปด้วย

ผู้บัญชาการกองกำลังฝ่ายกบฏฝากข้อความถึงประชาชนในเมืองฮอมส์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองอเลปโปด้วยว่า “เวลาของพวกคุณมาถึงแล้ว” ทำให้เชื่อว่าเป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือการบุกยึดเมืองแห่งนี้

ด้านกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) การต่อสู้ระหว่างกองทัพรัฐบาลกับฝ่ายกบฏที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ 8 วันก่อน โดยมีกลุ่ม HTS เป็นผู้นำพันธมิตรฝ่ายกบฏ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 720 ศพ เป็นพลเรือน 111 ศพ

ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ประกาศกร้าวว่าจะบดขยี้กลุ่มกบฏ และกล่าวหามหาอำนาจตะวันตกว่า พยายามจะวาดแผนที่ใหม่ในตะวันออกกลาง ขณะที่รัสเซียกับอิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของพวกเขา ประกาศจะให้การสนับสนุนซีเรียอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เครื่องบินรบของรัสเซียยกระดับการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏยึดครอง ขณะที่กลุ่มติดอาวุธซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งนักรบไปช่วยเสริมกำลังแก่กองทัพรัฐบาลซีเรีย โดยอิหร่านบอกด้วยว่า พวกเขาพร้อมส่งนักรบเข้าไปเพิ่ม หากฝ่ายซีเรียร้องขอ

ด้านตุรกี ซึ่งสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียมาตลอด ปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับการโจมตีของกลุ่มพันธมิตรกบฏ แต่เรียกร้องให้นายอัสซาดเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองกับฝ่ายต่อต้าน เพื่อยุติสงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งดำเนินมานาน 13 ปีแล้วเสียที

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ เตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดีวันเสาร์นี้

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829477

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ เตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดีวันเสาร์นี้

5 ธ.ค. 2567 21:47 น.

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ เตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดีวันเสาร์นี้

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในวันเสาร์นี้ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันจะขัดขวางการผ่านมติให้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย โช ซึง-แร รองโฆษกพรรคประชาธิปไตย แกนนำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า พวกเขาวางแผนจะโหวตญัตติถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในเวลา 19.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 นี้ เพื่อให้สมาชิกสภาฝ่ายรัฐบาล มีเวลาพิจารณาการกระทำของนายยุนอย่างเพียงพอและรอบคอบ

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยื่นญัตติเรียกร้องถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่ง หลังจากเขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา แต่โดยตีกลับโดยสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ จนต้องยกเลิกคำสั่งภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง

การถอดถอนประธานาธิบดีของเกาหลีใต้จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนในสภา 2 ใน 3 ซึ่งกรณีนี้คือ 200 เสียงจากทั้งหมด 300 เสียง โดยฝ่ายค้านมีเสียงอยู่ในมือแล้ว 192 เสียง ขาดอีกเพียง 8 เสียงจะครบกำหนด

แต่ก่อนหน้านี้ นายฮัน ดง-ฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) ที่นายยุนสังกัดอยู่ ประกาศว่าจะพยายามขัดขวางการผ่านญัตติถอดถอนนายยุน แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนล่าสุดของ Realmeter จะชี้ว่า ประชาชน 73.6% สนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดีรายนี้ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhap

ตร.เกาหลีเดินหน้าสอบสวน “ยุนซอกยอล” ข้อหากบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829421

ตร.เกาหลีเดินหน้าสอบสวน "ยุนซอกยอล" ข้อหากบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึก

5 ธ.ค. 2567 14:55 น.

ตร.เกาหลีเดินหน้าสอบสวน “ยุนซอกยอล” ข้อหากบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึก

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงยืนยัน ตำรวจเกาหลีใต้กำลังเดินหน้าการสอบสวนประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ในข้อหา “กบฏ” หลังจากที่เขาประกาศใช้กฎอัยการศึก จนเกิดความแตกตื่นไปทั้งประเทศ

อู จองซู หัวหน้าสำนักงานการสอบสวนแห่งชาติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าขณะนี้ตำรวจได้รับการมอบหมายให้ดำเนินการสอบสวนในคดีนี้แล้ว โดยความผิดฐานกบฏ เป็นความผิดที่ไม่สามารถใช้สิทธิความคุ้มครองได้ แม้จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก็ตาม และอาจได้รับโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ขณะเดียวกัน ทางพรรคฝ่ายค้านหลักและพรรคฝ่ายค้านขนาดเล็กอื่นๆ ได้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุน หลังจากเขาประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุนได้ถูกนำเสนอในรัฐสภาตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดี ซึ่งหมายความว่าจะมีการลงมติในระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์นี้

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงมติได้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากนำญัตติเข้าสู่รัฐสภา ญัตติจะถูกยกเลิก แต่สามารถยื่นญัตติใหม่ได้หากญัตติปัจจุบันถูกยกเลิกหรือถูกปฏิเสธ โดยหลายฝ่ายมองว่าโอกาสที่นายยุนจะโดนถอดถอนอาจจะมีความเป็นไปได้ หรืออาจเป็นไปไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากพรรคพลังประชาชนมีมติในวันพฤหัสบดีที่จะคัดค้านการผ่านญัตติ โดยปัจจุบันพรรคฝ่ายค้านร่วมกันมีที่นั่งในรัฐสภา 192 ที่นั่ง และต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพรรคพลังประชาชนอีก 8 ที่นั่งเท่านั้น

แต่หากผู้แทนจากพรรคพลังประชาชนไม่เข้าร่วมการลงมติในสภาหรือโหวตคัดค้านญัตติ ก็อาจจะทำให้เสียงสนับสนุนไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 200 เสียงจาก 300 เสียง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ‘กรมสมเด็จพระเทพ’ ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

https://www.naewna.com/local/845866

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ 'กรมสมเด็จพระเทพ' ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ‘กรมสมเด็จพระเทพ’ ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.11 น.

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันดินโลก World Soil Day 2024 ภายใต้หัวข้อ “ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าวได้ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง นิทรรศการจุลินทรีย์ย่อยสลาบฟางข้าว ตลอดจนนิทรรศการการพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และความต้องการของตลสด
 

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

https://www.naewna.com/local/845830

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 5/2567 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่า เตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) กรอบการดำเนินงาน
หลักเกณฑ์เงื่อนไข ขั้นตอน และรูปแบบโฉนดต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการยกระดับมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ในพื้นที่ ส.ป.ก.เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการปลูกไม้มีค่าในอนาคต อาทิ การซื้อขายคาร์บอนเครดิต การค้าเนื้อไม้ทั้งในและต่างประเทศ (EUDR) และเป็นแหล่งเรียนรู้/ท่องเที่ยวในเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยใช้ไม้เศรษฐกิจอายุ 3 ปีขึ้นไปมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร และเป็นพันธุ์ไม้ 58 ชนิด ตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 หรือเป็นพันธุ์ไม้ตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมินมูลค่าต้นไม้เป็นหลักทรัพย์

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องพิจารณาการขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้มีวางกรอบแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเหมาะสมกับการขอใช้งานพื้นที่ เพื่อป้องกันการเสียโอกาสของเกษตรกรในการมีที่ดินทำดิน รวมถึงเร่งรัด ส.ป.ก.ในแต่ละจังหวัดในการประกาศเขตพื้นที่ชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกเกษตรกรในพื้นที่ให้มีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง และนำรายได้จากการเช่าพื้นที่กองทุน ต่อยอดสู่การช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่อื่น

“สำหรับภารกิจของ ส.ป.ก.ด้านการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการจำแนกผู้มีสิทธิที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งได้เน้นย้ำในเรื่องกฎระเบียบและความเหมาะสมในการขอใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อป้องกันการเสียประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

https://www.naewna.com/local/845831

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ  จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 ครั้งที่ 2/2567 ร่วมกับผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์การจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ไร่แม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ก่อนหน้านี้ นายพรเทพ ได้รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯ ให้เข้าร่วมการหารือกับ นายจาง สู่ กวง (Mr. Zhang Shuguang) รองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร และการแลกเปลี่ยนนวัตกรรม รวมทั้งได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม China Anhui (Thailand) Agriculture Investment Environment Promotion and Economic Trade Cooperation Exchange Activity ที่ห้องประชุมหอการค้าไทย–จีน ร่วมกับรองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน คณะนักลงทุนจากมณฑลอานฮุย และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข. ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

https://www.naewna.com/local/845833

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข.  ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง  ช่วยชาวนาไร่ละ500  ชู2โครงการลดต้นทุน

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข. ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร่วมถก : ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 โดยยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นช่วยสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว ไร่ละ 500 บาทไม่เกิน 20 ไร่ และเตรียมเสนออีก 2 โครงการ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 ว่าตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง) กรอบวงเงิน 29,980.1645 ล้านบาท เนื่องจากเกิดปัญหาอุปสรรคต่างๆ และเกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 72.20 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินงานโครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน ครัวเรือนละ 20,000 บาท

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินรวมดอกเบี้ย 3.05% รวม 27,550.96 ล้านบาท เสนอ นบข.พิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการมาตรการเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity) ของการผลิตข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว 2 โครงการ เป้าหมาย 543 ศูนย์ รวม 2,428.1830 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการศูนย์รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าข้าว และ 2.โครงการสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยจะนำเสนอ นบข. พิจารณาอนุมัติเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป