แหวกฟ้าหาฝัน : Matthias Church Budapest

https://www.naewna.com/lady/843232

แหวกฟ้าหาฝัน : Matthias Church Budapest

แหวกฟ้าหาฝัน : Matthias Church Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Matthias Church

นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวแถว Fisherman Bastion หรือป้อมชาวประมงแล้ว หากมีเวลา สถานที่ท่องเที่ยวติดกันที่ควรเยือนก็คือ Matthias Church โบสถ์ที่ถูกก่อตั้งโดย St. Stephen กษัตริย์ฮังการีตั้งแต่ปี 1015 เวลาและกษัตริย์ที่สร้างได้มาจากหลักฐานในโบสถ์ที่ถูกค้นพบในปี 1690 แต่ก็ถูกเผาทิ้งไปในปี 1748 อย่างไรก็ดี นักประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าส่วนของโบสถ์ที่พระเจ้าStephen สร้างซึ่งในเวลานั้นมีชื่อว่า Virgin Mary หรือ The Church of Our Lady ถูกชาวมองโกลทำลายไปตั้งแต่ปี 1241 แล้ว

ระหว่างปี 1255-69 หลังถูกมองโกลบุก พระเจ้า Bela IV แห่งฮังการีก็ได้สร้างโบสถ์ขึ้นใหม่ในบริเวณเดิมด้วยขนาดที่เล็กลง แต่ได้เพิ่มส่วนของหอคอยขึ้นมาใหม่ภายใต้การดูแลของ Villard de Honnecourt ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงในเวลานั้นโดยเลียนแบบมหาวิหารในเมือง Lyon จนได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของฮังการีที่มีสถาปัตยกรรมแบบ Classic Gothic โบสถ์มีความมั่งคั่งถึงจุดสูงสุดในรัชสมัยของพระเจ้า Matthias Corvinus กษัตริย์ที่มีดำริสร้างหอระฆังทางใต้ซึ่งกลายเป็นสถาปัตยกรรม Gothic ที่ดีที่สุดของฮังการี นอกจากนี้ พระองค์ยังได้สร้างหอสวดมนต์ส่วนพระองค์ทางด้านใต้ของโบสถ์ด้วย ในช่วงที่ตุรกีบุกฮังการีปี 1526 ไม่เพียงส่วนของหลังคาดั้งเดิม และเครื่องประดับต่างๆ จะถูกทำลายไป หอสวดมนต์ส่วนพระองค์ก็ถูกทำลายลงอย่างราบคาบด้วย ในปี 1541 ตุรกีได้เปลี่ยนโบสถ์แห่งนี้เป็นมัสยิดตามความเชื่อของพวกเขาเมื่อพวกเขาเข้าครอบครองบูดา พวกเขาได้ตกแต่งโบสถ์ใหม่ไปตามความเชื่อ

เมื่อออสเตรียบุกฮังการี พระเจ้า Franz Joseph I ได้สร้างโบสถ์ขึ้นใหม่ภายใต้การดูแลของ Frigyes Schulek สถาปนิกชาวฮังการี เขาได้พยายามฟื้นฟูโบสถ์ใหม่ให้คล้ายของเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 อย่างไรก็ตาม เขาและ Jakab Kauser สถาปนิกชาวฮังการีอีกคนที่มารับออกแบบต่อได้เสริมแต่งโบสถ์ใหม่ด้วยกระเบื้องที่มีรูปแบบของเพชรจนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น แม้เขาจะพยายามสร้างให้เหมือนเดิมมากที่สุด แต่เนื่องจากเขาไม่มีแบบดั้งเดิมจึงได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่หลายจุดจนกลายเป็นรูปแบบ Neo Gothicที่ดีที่สุดของฮังการี นอกจากนี้ ศาสนจักรยังได้เชิญศิลปินหลากหลายคนหลากหลายสาขาทั่วฮังการีมาช่วยงานตกแต่ง อาทิ Bertalan Szekely และ Karoly Lotz มาเป็นผู้ตกแต่งภายในทั้งงานจิตรกรรม และประติมากรรมEde Kratzmann เป็นผู้กำกับงานกระจกสีMihaly Zichy และ Gyula Agghazy มาสร้างสรรค์งานจิตรกรรมบนแท่นบูชา ส่วนออแกนก็ได้รับการออกแบบโดย Schulek เองจนทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นงานตกแต่งแนว Eastern European Art Nouveau ที่ดีที่สุดในโลก

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง โบสถ์เข้าสู่การบูรณะอีกครั้ง แต่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ฮังการีถูกยึดครองอีกไม่เพียงแต่จะทำให้การบูรณะหยุดชะงัก ยังทำให้โบสถ์ถูกทำลายไปมากด้วย ซ้ำร้ายห้องใต้ดินของโบสถ์ยังถูกเปลี่ยนเป็นโรงครัวของทหารเยอรมันอีกต่างหาก ระหว่างปี 1950-70 ที่ฮังการีอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย รัฐบาลฮังการีเริ่มแผนในการบูรณะโบสถ์ใหม่จนเสร็จสิ้นในปี 1984 โบสถ์ได้รับทุนในการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งระหว่างปี 2005-15 นี่เอง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะเห็นว่าการบูรณะโบสถ์ใหม่ครั้งสุดท้ายนี้ทำได้สมบูรณ์แบบมากจนทำให้ที่นี่มีสถาปัตยกรรมภายนอกที่งดงาม การตกแต่งภายในยังอลังการสมกับเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศด้วย

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

https://www.naewna.com/lady/843214

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รายงานจากบาร์เมอร์ (Barmer) หนึ่งในบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีคาดว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของระบบการดูแลระยะยาว (long-term care) ในเยอรมนีอาจเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายต่อคนจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 50

รายงานข้างต้นระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตเมื่อไม่นานนี้ต้องได้รับการดูแลเฉลี่ย 3.9 ปี แต่การค้นพบของบาร์เมอร์เสนอว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 ปี สำหรับผู้เข้ารับการดูแลในปัจจุบัน

ไฮนซ์ โรธกัง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเบรเมิน ผู้เขียนการศึกษาดังกล่าว อธิบายว่าการดำเนินตามแนวคิดการดูแลรักษาระยะยาวแบบใหม่เมื่อปี 2017 ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ผ่านเกณฑ์ประกันการดูแลรักษาระยะยาวก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาในการดูแลรักษาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

รายงานดังกล่าวคาดว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะเพิ่มขึ้นจาก 50,000 ยูโร (ราว 1.8 ล้านบาท) เป็น 76,000 ยูโร (ราว 2.8 ล้านบาท) โดยการประมาณการเหล่านี้ยังไม่ได้พิจารณาภาวะเงินเฟ้อ หรือการเพิ่มขึ้นของราคาที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

คริสตอฟ สตรูบ ซีอีโอของบาร์เมอร์ กล่าวว่า รัฐบาลกลางต้องไม่ทอดทิ้งผู้คนหลายล้านคนที่ต้องการการดูแลรักษา รวมถึงญาติของพวกเขา และต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มคนเหล่านี้

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

https://www.naewna.com/lady/843229

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คาราวานผู้อพยพเร่งเดินทางให้ถึงสหรัฐฯ

คาราวานผู้อพยพย้ายถิ่นจากอเมริกาใต้และอเมริกากลาง เร่งเดินเท้าจากทางตอนใต้ของเม็กซิโกขึ้นไปทางเหนือ เพื่อให้ถึงชายแดนสหรัฐฯ เร็วที่สุด

ผู้อพยพเหล่านี้คาดหวังว่าจะเดินทางถึงสหรัฐฯ ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเพราะกังวลเรื่องนโยบายแข็งกร้าวต่อผู้อพยพของทรัมป์ และหวังว่าในช่วงเวลานี้ ระบบลงทะเบียนนัดหมายเพื่อขอลี้ภัยผ่านแอปพลิเคชั่นที่เรียกว่า “ซีบีพี-วัน” (CBP-ONE)จะยังเปิดให้ใช้งานได้อยู่ นอกจากนี้ ผู้อพยพยังร้องขอให้รัฐบาลเม็กซิโกอนุญาตเรื่องการเดินทางผ่านเม็กซิโกได้อย่างเสรี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าไปสหรัฐฯ ด้วย

โซไซตี้ : เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้า 36 เหรียญ จากโอลิมปิกวิชาการ ASMOPSS ที่ประเทศอินโดนีเซีย

https://www.naewna.com/lady/843228

โซไซตี้ : เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้า 36 เหรียญ  จากโอลิมปิกวิชาการ ASMOPSS ที่ประเทศอินโดนีเซีย

โซไซตี้ : เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้า 36 เหรียญ จากโอลิมปิกวิชาการ ASMOPSS ที่ประเทศอินโดนีเซีย

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กองทัพนักเรียนผู้แทนจากโครงการ ASMOPSS THAILAND ที่ไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับนานาชาติในโครงการ
ASMOPSS (Asian Science And Mathematics Olympiad for Primary And Secondary Schools) ครั้งที่ 14 ณ เมืองบาญูวางี จังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน28 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยมีสื่อมวลชนผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ สนามบินดอนเมืองอย่างอบอุ่น

การแข่งขันในปีนี้ นักเรียนผู้แทนจากประเทศไทยที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 28 คน และได้รับรางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ชื่นชม 36 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลประเภทบุคคล 28 รางวัล ได้แก่ 10 เหรียญทอง,12 เหรียญเงิน, 6 เหรียญทองแดง และ รางวัลประเภททีม 8 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รางวัล, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 3 รางวัล โดยโครงการASMOPSS ครั้งที่ 14 นี้ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-16 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

พรพัชร แผลงเดช ประธานโครงการ ASMOPSS THAILAND กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ปีนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เราส่งนักเรียนผู้แทนเข้าแข่งขัน 28 คนน้องๆ ได้รับรางวัลประเภทบุคคลและประเภททีมครบทุกคน อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลมากที่สุดของการแข่งขันในครั้งนี้”

ธนากร แผลงเดช นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาเอซายน์ ที่ปรึกษาโครงการแอสมอพส์ กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมวิชาการ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่น้องๆตั้งใจทำ ทุกคนได้ผ่านการคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นทั้ง 2 รอบ หลังจากนั้นเราได้จัดติวอย่างเป็นระบบจากทีมครูมืออาชีพและรุ่นพี่ๆ อดีตผู้แทนประเทศเพื่อสร้างวัฒนธรรมความช่วยเหลือกันและกันส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งการจัดทีมผสมระหว่างผู้แทนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพื่อแข่งประเภททีม ซึ่งการที่เด็กๆ มาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถมารวมทีมกันและทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม ขอบคุณเด็กๆ ที่ทำให้ประเทศไทยมีทีมที่แข็งเกร่ง สร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ไปแข่งขัน เราจะนำวัฒนธรรมความเป็นไทยไปแสดง ปีนี้นำแฟชั่นโชว์ชุดไทยทุกสมัยและชุดไทยประจำท้องถิ่นโดยนักเรียนผู้แทนประเทศร่วมกับผู้ปกครองร่วมเดินอย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญคือชุดแข่งขัน ASMOPSS ออกแบบโดยใช้ลายไทยผสมผสานไปกับแฟชั่นยุคใหม่ทำให้สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่า Soft Power นั้นสามารถแทรกซึมได้ในทุกๆ เหตุการณ์ให้ผู้คนรับรู้อย่างเต็มใจเกิดการยอมรับและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ผ่านการถ่ายทอดจากความรู้ความสามารถและเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไว้ด้วยกันเด็กๆ สามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม ทุกๆ คนที่เห็นต่างชื่นชม”

มัญชุมาศ บุญชู โกคิง ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบกรุงเทพมหานคร และอุปนายกสมาคม APANE กล่าวว่า “ความสำเร็จในวันนี้ก็คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ทั้งครูและโค้ชได้ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สอนเด็กด้วยความตั้งใจ สามารถทำให้เด็กมีศักยภาพเพิ่มขึ้น เรียนอย่างมีความสุข ตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ สิ่งนี้เสมือนผลลัพธ์หลังจากที่เด็กๆได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร และมีเป้าหมายร่วมกัน โดยมีครูและโค้ชเป็นผู้ใช้กระบวนการตั้งคำถามและสะท้อนความคิดจนได้รับชัยชนะและประสบความสำเร็จ นำชื่อเสียงสู่ประเทศไทย อยากให้ความสำเร็จในวันนี้เป็นแรงขับเคลื่อนในโรงเรียนทุกโรงเรียนและสังคม ร่วมกันมอบโอกาส ส่งเสริม สนับสนุนเยาวชนตัวอย่างในสิ่งที่พวกเขาได้ลงมือทำ สู่ความสำเร็จ เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนรุ่นต่อๆ ไป

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ร่วมฟื้นฟูอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ

https://www.naewna.com/lady/843227

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ร่วมฟื้นฟูอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ร่วมฟื้นฟูอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ร่วมฟื้นฟูอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือประสานพลังมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย และมูลนิธิชัยพัฒนา ส่งมอบเงินบริจาคร่วมฟื้นฟูในโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนผสานความร่วมมือภาครัฐ ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย เปิดพื้นที่ฟรี เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ-บางแค ให้ผู้ประกอบการ จ.เชียงราย นำสินค้าหัตถกรรม อาหารแปรรูป มาจำหน่าย สร้างรายได้ให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างเนื่อง

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้น กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป บริษัทของคนไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างคนไทยมากว่า 43 ปี ได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการส่งมอบความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบ “ถุงยังชีพ”ร่วมกับกองทัพอากาศ ในช่วงบรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดอุทกภัย ในพื้นที่ภาคเหนือ ในขณะเดียวกัน ยังเป็นสื่อกลางในการรวบรวมความช่วยเหลือคนไทย ผ่าน “เงินบริจาค” จากกล่องรับบริจาคที่ตั้งใน เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา เดอะมอลล์นครราชสีมา,พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, ดิ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ เพื่อส่งมอบมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย และมูลนิธิชัยพัฒนา สำหรับใช้ในโครงการฟื้นฟูอุทกภัยของทั้ง 2 มูลนิธิ ซึ่งเป็นการร่วมฟื้นฟูในภาคสังคม ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินงานในด้านการร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญในการผสานความร่วมมือกับภาครัฐ ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดเชียงรายในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากอุทกภัย โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดเชียงราย และ เวลคัม ทู เชียงราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการชุมชนในจ.เชียงราย จัดงาน WE LOVE CHIANG X TMG นำผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากผู้ประกอบการท้องถิ่นเชียงรายผลิตภัณฑ์ผ้าชาติพันธุ์และผ้าทอเชียงราย ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ระดับจังหวัด รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรมในภาคธุรกิจท่องเที่ยว มาจำหน่ายและร่วมออกบูธในพื้นที่ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ 2 สาขา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2567 ที่ M SPACE ชั้น G เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และในวันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2567 ที่ M LIFESTYLE HALL ชั้น G เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ระบายสินค้าขยายตลาดสร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มรายได้หลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยหนึ่งในแนวนโยบายของบริษัทฯในการส่งเสริมธุรกิจรายย่อย (SME) ที่ถึงแม้เป็นหน่วยเศรษฐกิจขนาดเล็กแต่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมอุดหนุน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฟื้นฟู จ.เชียงราย ร่วมกัน”

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ประเพณีห่มผ้าแดง’ ภูมิงานวัดภูเขาทองของคนบางกอก

https://www.naewna.com/lady/843233

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ประเพณีห่มผ้าแดง’ ภูมิงานวัดภูเขาทองของคนบางกอก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ประเพณีห่มผ้าแดง’ ภูมิงานวัดภูเขาทองของคนบางกอก

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ห่มผ้าแดงพระเจดีย์

เดือนพฤศจิกายน เป็นที่รู้กันว่ามีงานสำคัญของชาวกรุงเทพฯ คืองานภูเขาทอง ที่มีพิธีสักการะพระบรมสารีริกธาตุหรือการนำผ้าแดงขึ้นภูเขาทองเพื่อห่มพระเจดีย์ มีงานฉลองแบบงานวัดตั้งแต่วันที่ ๘ จนถึง ๑๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมา การจัดงานประเพณีห่มผ้าแดงขึ้นทุกปี ประเพณีห่มผ้าแดงนับว่าเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีการจัดงานมากว่า ๑๓๐ ปีหลังจากอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่พบจากเมืองกบิลพัสด์ ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ มาประดิษฐานที่พระบรมบรรพต(ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ความหมายการห่มผ้าสีแดงให้กับองค์พระบรมสารีริกธาตุ ภูเขาทองนั้น สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดฯสร้างเจดีย์ภูเขาทองจนสำเร็จหลังจากทิ้งร้างด้วยวิชาช่างไม่พอมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ดังนั้นกองช่างในรัชกาลของพระองค์ จึงศึกษาและเรียนรู้วิชาช่างจนสามารถสร้างพระบรมบรรพตหรือไกรลาสในงานสมโภชพิธีโสกันต์ที่ท้องสนามหลวง พระองค์จึงโปรดฯ ให้นำวิชาช่างนั้นมาบูรณะภูเขาทองต่อจนสำเร็จ และด้วยเหตุที่พระองค์ทรงโปรดนุ่งห่มผ้าแดงออกแสดงธรรมเทศนาทุกครั้งโปรดแก่ขุนนางจึงถือเป็นประเพณีภายหลังสำหรับวัดและเจดีย์ที่รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างและบูรณะใหม่ทุกแห่ง เช่น วัดเขมาภิรตาราม วัดสมุทรเจดีย์ที่ปากน้ำ เป็นต้น ดังนั้นพิธีห่มผ้าแดงจึงถือเป็นประเพณีปฏิบัติทุกวัดที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ ๔ ไม่ใช่ความเชื่อว่าสีแดงเป็นสีมงคล และเชื่อว่าผู้ที่เขียนชื่อและนามสกุลลงบนผ้าสีแดงจนเลอะเทอะนั้น เมื่อนำไปห่มเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุแล้วจะได้รับความเป็นสิริมงคล โดยหารู้ไม่ว่าพระเจดีย์พระบรมสารีธาตุนั้น เป็นเจดีย์เล็กอยู่ในซุ้มด้านล่าง ไม่ใช่องค์พระเจดีย์ที่ห่มผ้าแดง

หลังจากพิธีห่มผ้าแดงแล้วก็มีงานสมโภชแบบงานวัดกันนอกกรุงเทพฯโดยยังจัดบรรยากาศของงานอย่างสมัยก่อน โดยมีการจัดแสดงไฟตามมุมต่างๆ ของวัด การออกร้านค้าไทยย้อนยุค ร้านค้าไทยสี่ภาค ที่ขาดไม่ได้คือชิงช้าสวรรค์ส่วนพิธีอัญเชิญผ้าแดงในวันแรกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมพิธีอัญเชิญผ้าแดงขึ้นห่มองค์พระเจดีย์พระบรมบรรพตเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ขบวนผ้าแดงเคลื่อนออกจากลานโพธิ์ลังกา หน้าพระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ขบวนวงดุริยางค์ของโรงเรียนวัดสระเกศ ขบวนเชิญธงชาติธงธรรมจักร และตราสัญลักษณ์ วปรขบวนเทพธิดาเชิญพานดอกไม้ ขบวนช้างมงคล ๓ เชือก ขบวนกลองยาวขบวนหัวโต ขบวนผีตาโขน ขบวนนางรำ ขบวนพญานาค ขบวนรถคลาสสิก ขบวนคนไทยเชื้อสายอินเดียและชาวพุทธศาสนิกชน เป็นภาพที่หาชมได้ยาก แม้ว่างานนี้จะจัดปีละครั้งก็ตาม

ร.๔ ทรงผ้าแดงออกสอนขุนนาง

ร.๔ ทรงผ้าแดงออกสอนขุนนาง

รัชกาลที่ ๕

รัชกาลที่ ๕

งานวัดภูเขาทอง

งานวัดภูเขาทอง

ลิเกพระยาพชรปานี

ลิเกพระยาพชรปานี

ห่มผ้าแดง

ห่มผ้าแดง

เจดีย์วัดภูเขาทอง

เจดีย์วัดภูเขาทอง

ภูเขาทอง

ภูเขาทอง

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ขบวนแห่ผ้าแดง

ขบวนแห่ผ้าแดง

ชิงช้าสวรรค์

ชิงช้าสวรรค์

งานวัดภูเขาทองวันนี้

งานวัดภูเขาทองวันนี้

พาณิชย์จังหวัดปทุมฯ จับมือพาณิชย์จังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำเกษตรกรก้าวสู่ตลาดใหญ่ในงานเกษตรอัจฉริยะ ‘Smart Agriculture Business’

https://www.naewna.com/lady/843261

พาณิชย์จังหวัดปทุมฯ จับมือพาณิชย์จังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำเกษตรกรก้าวสู่ตลาดใหญ่ในงานเกษตรอัจฉริยะ 'Smart Agriculture Business'

พาณิชย์จังหวัดปทุมฯ จับมือพาณิชย์จังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำเกษตรกรก้าวสู่ตลาดใหญ่ในงานเกษตรอัจฉริยะ ‘Smart Agriculture Business’

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.00 น.

ต่อยอดความสำเร็จ พาณิชย์จังหวัดปทุมฯ จับมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำเกษตรกรก้าวสู่ตลาดใหญ่ในงานเกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business นัดแรก 22-26 พฤศจิกายน 2567 นี้ ที่ฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม นำเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing ร่วมออกร้านโชว์ศักยภาพ ด้านการผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาดนำผู้ผลิตพบผู้บริโภค คาดสามารถส่งเสริมช่องทางตลาดใหม่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ และสร้างรายได้เพิ่ม

นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวภายหลังเป็นประธานในการเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร และเจรจาธุรกิจการค้า Off line/On line ภายใต้ชื่องาน เกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2567 ณ Alive Park Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ว่าเป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลทั้ง 4 แห่ง ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งภาคกลางถือเป็นภาคที่มีบทบาทสําคัญในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก และยังมีจุดเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางของการบริการ ธุรกิจและการพาณิชย์ การขนส่ง การศึกษา และเมืองที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่น จึงเป็นฐานการผลิตและบริการที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากเกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลส่วนมาก ยังขาดโอกาสในการขยายช่องทางการจําหน่ายสินค้า สินค้าไม่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ และไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้น ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มภาคกลางปริมณฑล จึงได้มีการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้เกิดการยกระดับสินค้า  สร้างมาตรฐานสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม รองรับตลาดในยุคปัจจุบันและให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคกว้างขวางขึ้น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตแล้ว ผู้บริโภคเองก็จะได้มีโอการเลือกสรรสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากผู้ผลิตโดยตรงด้วย

“กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลถือเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นเมืองที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร สินค้า อุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ ประกอบกับแนวโน้มของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย และให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น จนทําให้พฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีการศึกษา และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อและนิยมเลือกสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบ ธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสินค้า ขยายช่องทางการตลาด เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรและผู้ประกอบการได้” รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว

ด้าน นายนิมิต ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ ว่าเป็นกิจกรรมหนึ่ง ในโครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture business) กิจกรรมหลัก : เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567       ที่เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี โดยประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดโดยการจัดเสวนา จำนวน 1 ครั้ง  และกิจกรรมการส่งเสริมช่องทางการตลาด โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร และเจรจาธุรกิจการค้า Off line/On line จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งก็คืองาน เกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2567 ณ Alive Park Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี

“งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จํานวน 100 ราย โดยกิจกรรมในงานจะประกอบด้วย งานแสดงและจำหน่ายสินค้าจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จำนวน 100 บูธ ซึ่งในงานได้จัดให้มีพื้นที่สำหรับ Check in ถ่ายภาพ เพื่อร่วมโปรโมตกิจกรรม การจัดแสดงสินค้า Show case  การจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย ลด แลก แจกแถม การจัดกิจกรรมช่วงเวลานาทีทอง จับฉลากผู้โชคดีรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน และยังมีการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงตลอดระยะเวลาการจัดงาน อาทิ หมีเอก แชมป์ The Voice Thailand 2019  เต๋าภูศิลป์ เฟิร์ส พรชิตา พร จันทพร และติวเตอร์ ฐนวัฒน์  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจการค้าOff line/Online ซึ่งได้มีการประสานเชิญผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้ซื้อสินค้า เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 20 ราย และจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญ/นักธุรกิจ คอยให้คำปรึกษาด้านธุรกิจตลอดระยะเวลาการจัดงาน ซึ่งคาดว่านอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดมูลค่าการค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลได้ไม่น้อยกว่า 8,000,000 บาท ด้วย” พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าว

สนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ร่วมช็อป ชิม ชิลล์ เลือกสรรสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า G.I. จากผู้ผลิตโดยตรงได้ในงานเกษตรอัจริยะ Smart Agriculture Business 22-26 พฤศจิกายน 2567 ณ Alive Park Hall ชั้น  G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

-(016)

‘เมเบิ้ล-สิริวลี’ นางเอกป้ายแดงขอพิสูจน์ฝีมือแรก ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

https://www.naewna.com/entertain/843192

‘เมเบิ้ล-สิริวลี’ นางเอกป้ายแดงขอพิสูจน์ฝีมือแรก  ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

‘เมเบิ้ล-สิริวลี’ นางเอกป้ายแดงขอพิสูจน์ฝีมือแรก ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

สวยสดใส น่ารัก และออร่าพุ่งมาก!!! เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์ เด็กในสังกัด Mind Media ที่มีเจ๊ดันอย่าง ใหม่ ดาวิกา ที่ได้เปิดตัวไปแล้วถึง 3 คน ซึ่ง สาวเมเบิ้ลก็เป็น
หนึ่งในสามที่ถูกจับตามอง เพราะได้ข่าวมาว่าเจ๊ดัน อย่าง สาวใหม่ผลักดันสุดชีวิต เพราะสวยครบสูตร ทั้งรูปร่างหน้าตา และความสามารถ เรียกได้ว่า “ยืนหนึ่ง” และเหมาะกับการเป็น “นางเอกหนัง” เรื่องแรก “Endpressoปณิธานหวานน้อย” ของ CEP สาวคนเก่ง โบว์-กัญธนัช กิตติถิรธรรม ผู้อำนวยการสร้างหนังรักเรื่องนี้ในนามค่ายหนังน้องใหม่“ดราก้อนฟิลม์” และได้ เสนาเพชร-พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณสกลนคร ผู้สร้างหนัง “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” นั่งเก้าอี้ “กำกับการแสดง” พร้อมผนึกกำลังลูกชายคนโปรด นีโน่-รัฐบาล Exclusive Producer ร่วมกันสร้างสรรค์“หนังรักของคนที่ไม่อยากมีความรัก”ในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักของหนังเรื่องนี้!!!

เมเบิ้ล รับบท “โอ” สาว อินโทรเวิร์ตที่มีอาชีพเป็น เวดดิ้ง แพลนเนอร์ ที่ว่ากันว่าตรงกับคาแร็กเตอร์ในหนังเป๊ะ!!! ซึ่งตัวเธอเองก็ได้ทำการบ้าน และบอกเล่าถึงคาแร็กเตอร์ที่ได้รับว่า

“คาแร็กเตอร์ของโอจะค่อนข้างนิ่งค่ะ แล้วมีความรู้สึกว่าไม่รู้ใจตัวเองค่อนข้างเยอะ แบบว่าความรักคืออะไรแล้วก็จะเป็นคน สาวอินโทรเวิร์ต ด้วยเพราะรู้สึกไม่ได้อยากรบกวนใครแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้มีใครเข้าใจเราตัวโอจะรู้สึกว่าต้นไม้คือเพื่อนที่ดีที่สุดของเค้ามีอะไรเค้าก็จะเล่าให้ต้นไม้ฟัง ไม่คุยกับคนอื่น เพราะคิดว่าไม่มีใครที่จะเข้าใจเค้าเท่าตัวเค้า”

เมเบิ้ล ยังเล่าต่ออีกว่า ตอนอ่านบทครั้งแรกรู้ได้เลยว่าองค์รวมของหนังเรื่องนี้น่ารักมาก ตัวละครทุกตัวพอมาอยู่รวมกันแล้ว ทําให้เรื่องดูน่ารัก สนุก และส่งเสริมกันตลอดเวลา

“เรื่องนี้ก็ทำเวิร์กช็อปกับนักแสดงท่านอื่นๆ แล้วก็อ่านบทเยอะๆ ค่ะ อ่านหลายๆ รอบ เพื่อให้เข้าตัวละครมากขึ้น แล้วก็ได้คุยกับผู้กำกับฯ ด้วย ตอนเราอ่านบทเราก็จะเข้าใจมุมหนึ่งแต่พอเข้าซีน พี่เค้าก็จะอธิบายว่ามุมมองเป็นแบบนี้นะ ก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น”

ด้วยความเป็นหนังเรื่องแรก ต้องมีความยาก แต่สำหรับเธอแล้ว เมเบิ้ลปรับเปลี่ยน ความยาก เป็นความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่

“แรกๆ ก็อาจจะมีเกร็งบ้าง หนักใจบ้าง เพราะหนูก็คาดหวังว่าอยากเล่นให้ดี พอมาเจอพี่ๆ ในกอง เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไร ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ทำให้ไม่เครียดมาก การทำงานร่วมกับ พี่นิว (ฐิติภูมิ) ก็มีแบบว่า ก่อนเข้าฉากเราก็มีการละลายพฤติกรรมกันด้วยการกิน กินกันแบบสนุกมากค่ะเหมือนมาทำความรู้จักกัน เพราะเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกด้วย การเข้าฉากด้วยกันก็ไม่มีอะไรยาก แต่ก็มีฉากที่ยาก ซึ่งเป็นซีนอารมณ์ พี่นิว ก็จะคอยแนะนำด้วยค่ะ”

เมื่อ “โอ” ในหนังเป็น “สาวอินโทรเวิร์ต”แล้วตัวจริงเป็นสาวอินโทรเวิร์ต ด้วยหรือเปล่า

“มีบ้างบางมุมค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมดบางอารมณ์ก็แบบอยากอยู่คนเดียว แต่บางอารมณ์ก็ไปสนุกสนานกับคนอื่นๆ ด้วยความที่เราอยู่ในวงการบันเทิง ก็ต้องเข้าสังคม เจอคนโน้นคนนี้ เพื่อเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองด้วยค่ะ”

ขึ้นชื่อว่าเป็น “เด็กในคาถา” ของใหม่ ดาวิกา งานนี้ “เมเบิ้ล” กดดันแค่ไหน….!

“เอาตรงๆ ไม่กดดันเลย ด้วยความที่ก่อนจะรับเล่นหนังเรื่องนี้ พี่ใหม่ก็ดูรายละเอียดให้ทุกอย่าง แล้วก็แนะนำด้านการแสดง การวางตัว ซึ่งตัวหนูเอง ก็อยู่กับพี่ใหม่มาพักนึงแล้ว ก็จะรู้ว่าเราต้องทำตัวหรือวางตัวอย่างไรค่ะ แต่ก็มีแอบถามบ้าง เรื่องการทำความเข้าใจกับตัวละคร ซึ่งพี่ใหม่ก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีหนูก็บอกกับตัวเองว่า เมื่อโอกาสมาถึงแล้วเราก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พยายามทำอย่างเต็มที่ ก็คิดว่าผลงานเรื่องแรกของหนูจะต้องออกมาดีแน่นอนค่ะ”

“หนังรักของคนที่ไม่อยากมีความรัก” ซึ่ง “เมเบิ้ล” ก็เล่าถึงความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ว่า

“เป็นหนังไทยอีกหนึ่งเรื่อง อยากให้ทุกคนมาดูกันค่ะ เป็นหนังที่รู้สึกสบายๆ มีความน่ารัก แล้วก็มีความตลกปนอยู่ด้วย ดูแล้วเพลินแน่นอน แล้วก็สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองไทยจากหนังเรื่องนี้ ถือเป็น Soft Powerด้านการท่องเที่ยวได้เลยค่ะทั้งจังหวัดราชบุรี และเชียงราย ซึ่งตัวเมเบิ้ลเองก็ได้ไปหลายๆ ที่ โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบภูเขา ต้นไม้เยอะๆ ชอบมากเลยค่ะ”

รู้จักเธอผ่านมุมมองของหนังรักไปแล้ว มารู้จัก “เมเบิ้ล” เพิ่มเติมกัน!

เมเบิ้ล มีชื่อจริงว่า สิริวลี สิริวิบูลย์มีนิสัย ร่าเริง สนุกสนาน เป็นคนกินง่าย อยู่ง่ายไลฟ์สไตล์ชอบ อ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่น TIKTOK รักต้นไม้ ชอบภูเขา ความฝัน อยากไปเที่ยวรอบโลก และชอบกินอย่างที่สุด

และถ้าเปรียบ “ความรัก” เหมือน “กาแฟ” สาวเมเบิ้ล จะเป็นกาแฟรสชาติไหน?

“หนูขอเปรียบเป็นม็อคค่าค่ะ รู้สึกว่าตัวเองก็ค่อนข้างเป็นคนที่แบบกลมกล่อมกลมๆ เหมือนมีรสชาติโกโก้ที่มาผสมกับกาแฟให้มันนวลขึ้นค่ะ อย่าลืมไปดูหนัง Endpressoปณิธานหวานน้อย กันเยอะๆ นะคะ อยากให้ทุกคนมาชมกัน รับรองว่าสนุกแน่นอน เป็นหนังรักของคนที่ไม่อยากมีความรัก ดูแล้ว…อยากมีความรักแน่นอนค่ะ” อย่าลืมไปอุดหนุนหนังไทย และเป็นกำลังใจให้ “นางเอกป้ายแดง”คนนี้ด้วย!!! เตรียมรับความกลมกล่อมกับทุกรสชาติใน “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” วันนี้ในโรงภาพยนตร์

ทำความรู้จัก หนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์ ‘ดีแลน ไบร์อันท์’

https://www.naewna.com/entertain/843222

ทำความรู้จัก หนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์ ‘ดีแลน ไบร์อันท์’

ทำความรู้จัก หนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์ ‘ดีแลน ไบร์อันท์’

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกับหนุ่มน้อยขี้อายสุดฮอตมากเสน่ห์ “ดีแลน ไบร์อันท์” ที่ได้มาเล่นละครเต็มตัวเรื่องแรกในเรื่อง “หวานรักต้องห้าม” ทางช่อง 3 ในบทบาท “ชาลี” นักกีฬาฟุตบอลที่เติบโตมาในครอบครัว LGBTQ ที่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าถูกใจสุดๆ กับการพลิกคาแร็กเตอร์ครั้งนี้ และแน่นอนว่านอกจากหน้าตาที่หล่อทะลุจอบวกกับฝีมือทางการแสดงที่ไม่ธรรมดานี้เอง ที่ทำให้คนนี้กลายเป็นขวัญใจแม่ยกในโลกออนไลน์ ใครที่อยากรู้จักหนุ่มมากความสามารถคนนี้ให้มากขึ้นตามมาส่องไปพร้อมกัน

ดีแลน ไบร์อันท์ อายุ 19 ปี เกิดวันที่ 19 ตุลาคม 2548 ส่วนสูง 182 ซม. ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน เส้นทางในวงการบันเทิงของหนุ่มดีแลนเริ่มต้นจากงานโฆษณา และเริ่มเข้าสู่วงการนายแบบตั้งแต่เด็ก จนอายุประมาณ 13-14 ปี ได้มีโอกาสเล่นซีรี่ส์เรื่องแรกก่อนเข้ามาอยู่ใต้สังกัดช่อง 3 ในส่วนผลงานละครถือว่าปังสุดๆ ประเดิมเรื่องแรกในละครชุด ดวงใจเทวพรหม เรื่อง “ลออจันทร์” ต่อด้วย “โลกหมุนรอบเธอ”รับบทเป็น “ภูเขา” ลูกชายของตะวันกับมานะ และมีโอกาสได้ไปรับเชิญในเรื่อง “หนึ่งในร้อย” ที่ออกอากาศตีคู่มากับ “หวานรักต้องห้าม” รับบทเป็น “ชาลี” เรียกว่าฉายแววความโดดเด่นทางการแสดงขึ้นเรื่อยๆ จนมีผลงานรอจ่อคิวลงจอต่อกับ “เมื่อตะวันลับฟ้า (ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว)” และเร็วๆ นี้ กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง “นาคบรรพ์” ให้ได้รอติดตามอีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกดาวเด่นสุดๆ ในตอนนี้

ด้านไลฟ์สไตล์งานอดิเรก

ผมชอบเล่นกีฬามากครับชอบแทบทุกอย่างเลย แต่ที่เล่นประจำจะเป็น ดำน้ำ เวคบอร์ด ฟุตบอล ถ้าเป็นพวกกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมผมว่าผมเล่นได้หมดนะครับ แต่สิ่งที่อยากทำมากๆ คือ โดดร่ม รอหาเพื่อนไปโดดด้วยกันอยู่ครับ เวลาว่างผมก็จะชอบขับมอเตอร์ไซค์ศึกษาเรื่องรถก็เป็นอีกอย่างที่ผมชอบครับ

ตอนที่ได้รับบทบาทนี้เตรียมตัวยังไงบ้าง

ตอนแรกที่ได้รับบทนี้ผมคิดว่าต้องยากแน่ๆ เห็นว่าคาแร็กเตอร์ชาลีเป็นนักฟุตบอลผมก็คิดว่าบทนี้น่าจะเข้ากับตัวผม เพราะผมเองก็ชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน ช่วงหนึ่งผมเคยอยู่สโมสร Bangkok FC ซึ่งก็เหมือนกับบทบาทที่ผมได้รับด้วยมีความใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากครับ โดยเฉพาะเรื่องชอบเตะบอล และช่วงที่ถ่ายก็เป็นตอนผมอายุ 18 เท่ากับตัวละครเลย ผมว่าผมเล่นเป็นตัวเองประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์

ได้ทำงานกับ ผู้กำกับฯ พี่นุชี่เป็นยังไงบ้าง

ตอนแรกก็กลัวนะครับ แต่พอได้ร่วมงานแล้วไม่ดุเลยครับใจดีมาก พี่นุชี่ช่วยเทรนเรื่องการแสดงผมเยอะมาก ช่วงแรกผมประหม่ามากยังเล่นไม่ค่อยได้ แต่ก็ได้พี่นุชี่มาช่วยปรับการแสดงให้ครับ ได้ร่วมงานกับพี่เขาเป็นประสบการณ์ที่ดีของผมมากๆ

รับบทเป็นลูกชายที่เติบโตมาในครอบครัว LGBTQ เตรียมตัวทำการบ้านเยอะไหม

พี่ๆ ทุกคนน่ารักมากครับ อย่างพี่เจนนี่เขาก็จะคอยช่วยส่งอารมณ์บางฉากที่ผมยังเข้าไม่ถึงอย่างฉากเสียน้ำตาผมเป็นคนที่ร้องไห้ยากมาก ก็ได้พี่เขามาคอยช่วย สิ่งนี้
ค่อนข้างเป็นปัญหาที่ผมต้องทำการบ้านเยอะเหมือนกัน ส่วนพี่เดี่ยวน่ารักมากครับพี่เขาคอยให้คำปรึกษาหลายเรื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดง หรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เหมือนพี่ชายคนหนึ่งเลยครับ เตรียมตัวหลักๆ ก็จะเป็นในเรื่องของการใช้ศัพท์LGBTQ

คาดหวังความสำเร็จจากละครเรื่องนี้ยังไงบ้าง

ผมแค่อยากให้คนได้ดูละครกันเยอะๆ เพราะว่าเรื่องนี้สนุกมากจริงๆ ผมตื่นเต้นมากที่ได้ดูละครเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นละครเต็มตัวเรื่องแรกของผมเลย และเป็นบทบาทที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน เป็นละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริงด้วย ยิ่งเป็นอะไรที่น่าติดตามมากจริงๆ หวังว่าทุกคนจะได้เห็นผมในมุมใหม่ๆ มากขึ้นนะครับ”

ยิ่งทำความรู้จักยิ่งตกหลุมรักเข้าอย่างจัง โดยแฟนๆ สามารถเข้าไปติดตาม “ดีแลน ไบร์อันท์” หนุ่มมากความสามารถคนนี้ได้ทาง Instagram : dy_al_br และอย่าลืมติดตามชมละครเรื่อง “หวานรักต้องห้าม” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

‘Season of Love Song ครั้งที่ 14’ เทศกาลดนตรีที่เปลี่ยน เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง

https://www.naewna.com/entertain/843223

‘Season of Love Song ครั้งที่ 14’  เทศกาลดนตรีที่เปลี่ยน เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง

‘Season of Love Song ครั้งที่ 14’ เทศกาลดนตรีที่เปลี่ยน เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย กับ “Chang Music Connection PresentsSeason of Love Song ครั้งที่ 14” หรือ SoLS14 เทศกาลดนตรีแห่งความสุขที่จัดเต็มทั้งเพลงรัก เพลงร็อก จาก 15 ศิลปินชั้นนำ ท่ามกลางลมหนาวของเวเนโต้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในธีม MONOPOLY หรือกระดานมหาสนุก ที่ผู้จัด Create Intelligence (CI) ตั้งใจเนรมิตงานให้กลายเป็นพื้นที่มอบความสนุกข้ามวัน และความมันส์แบบข้ามคืน ยาวนาน กว่า 15 ชั่วโมง

ความสุขในปีนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ ประเดิมด้วยวงอินดี้ป๊อปมาแรงในยุคนี้อย่าง PURPEECH ที่แท็กทีมมากับ YOURMOOD ศิลปินหนุ่มเจ้าของเสียงอันน่าหลงใหล นับว่าเป็นการคอลแล็บที่ลงตัว ต่อเนื่องด้วย ALLY ศิลปินสาวสุดน่ารัก เจ้าของฉายาลูกสาวแห่งชาติ ที่มาพร้อมกับเสียงหวานๆ ไปต่อกับ VIOLETTE WAUTIER ที่ปีนี้ได้กลับมาเยือนเวที SoLS อีกครั้ง พร้อมขนเพลงฮิต เพลงใหม่และเพลงที่ทุกคนคิดถึง กลับมาสร้างความทรงจำดีๆ เมื่อแดดเริ่มร่ม Polycat วงดนตรีซินท์ป๊อปชั้นนำ ก็รับหน้าที่ต่อในการพาไปสัมผัสกับลมหนาวที่เริ่มมาเยือนและต้อนรับช่วงค่ำด้วย SINGTO NAMCHOK ศิลปินผู้พาให้เราดื่มด่ำไปกับเพลงรัก แต่บรรยากาศ SoLS ก็ยังฮอตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสาวๆ 4EVE ขาแดนซ์ตัวแม่แห่งวงการ T-POP ขึ้นมาโชว์สเต็ปฮอตๆ กับท่าเต้นสุดฮิต ก่อนจะมาคูลดาวน์ลงสักนิดกับ BOWKYLION ศิลปินเจ้าของเสียงสวย กับคอสตูมสุดเป๊ะปัง ตามมาด้วยเพื่อนซี้ อย่าง THE TOYS เจ้าของเสียงนุ่มละมุน ยิ่งดึก ยิ่งสนุก ยิ่งมันส์ เมื่อถึงคิวของป๋ามี่PALMY ที่พร้อมชวนทุกคนมากระโดดโลดเต้นร่วมสร้างความทรงจำแบบที่ยากจะลืมไปกับโชว์ครั้งสุดท้ายของ COCKTAIL บนเวที SoLS ด้วยบทเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ ก่อนจะก้าวเข้าสู่วันใหม่ไปพร้อมกับไฮไลท์พลุชุดใหญ่เฉลิมฉลองครั้งที่ 14 ของ “Season of Love Song” แบบจัดเต็ม ไปเดือดต่อกันแบบไม่พักกับ PAPERPLANES และต้องบอกว่าอีกหนึ่งไฮไลท์ ต้องมี PARADOX วงดนตรีสุดจี๊ด สุดมันส์ เมื่อถึงคิว EBOLA ที่มาทำให้ชาวร็อกสนุกข้ามวันข้ามคืนกันแบบตาค้าง ถึงช่วงสุดท้ายกับ THE RICHMAN TOY วงปิดงานในช่วงรุ่งเช้ากับเพลงสุดมันส์ที่มาพร้อมคอมสตูมชุดนอน เตรียมส่งทุกคนให้นอนหลับฝันดีก่อนเช้าวันใหม่ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมไฮไลท์ประจำปีที่ต้องมีกับกิจกรรม “ใส่บาตร” ที่ชวนทุกคนทำบุญก่อนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ