อิเกีย เปิดตัวคอลเลคชั่น SKOGSDUVA เปิดโลกจินตนาการของเด็กผ่านโครงการ เรื่องเล่นๆ ที่เปลี่ยนโลก

https://www.naewna.com/lady/841034

อิเกีย เปิดตัวคอลเลคชั่น SKOGSDUVA  เปิดโลกจินตนาการของเด็กผ่านโครงการ เรื่องเล่นๆ ที่เปลี่ยนโลก

อิเกีย เปิดตัวคอลเลคชั่น SKOGSDUVA เปิดโลกจินตนาการของเด็กผ่านโครงการ เรื่องเล่นๆ ที่เปลี่ยนโลก

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อิเกีย ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าในทุกๆ วันให้กับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ผ่านโครงการ “เรื่องเล่นๆ ที่เปลี่ยนโลก (Let’s Play for Change)” พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น SKOGSDUVA/สกูกส์ดูวา ณ สโตร์อิเกีย สุขุมวิท โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าแถบสแกนดิเนเวีย ที่พร้อมพาเด็กๆ ไปสำรวจดินแดนมหัศจรรย์ รวมถึงเล่นสนุกและเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดไปกับของเล่น เครื่องนอน เกม นิทาน และอื่นๆอีกมากมาย โดยภายในงานยังมีกิจกรรมการเสวนาในเรื่องต่างๆ ทั้งแรงบันดาลใจในการสร้างคอลเลคชั่น SKOGSDUVA/สกูกส์ดูวา ผลงานความร่วมมือระหว่าง Teach For Thailand และอิเกีย ประเทศไทย รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลแนวทางการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในวัฒนธรรมสวีเดน และยังมีกิจกรรมเล่านิทานแสนสนุกให้กับเด็กๆ นำโดยคณะละครปู๊นปู๊นอีกด้วย

ยุนนา ชอย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ อิเกีย ประเทศไทย เล่าถึงความสำคัญของแคมเปญ “เรื่องเล่นๆ ที่เปลี่ยนโลก” ว่า “อิเกียเชื่อว่าเด็กๆ คือคนสำคัญและบ้านคือสนามเด็กเล่นที่พิเศษที่สุด เราจึงอยากส่งเสริมการใช้พลังแห่งการเล่นเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ กระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมกับเด็กๆ ในแต่ละวัย โดยเริ่มจากการสร้างบรรยากาศในพื้นที่สำคัญอย่าง “บ้าน” ให้เอื้อต่อการเล่นและเรียนรู้ รวมถึงจัดทำ IKEA Play Report อย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนไปของทั้งเด็กๆ และผู้ปกครอง พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกไปออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างไร้ขีดจำกัด เปิดโลกแห่งจินตนาการ สร้างสรรค์ประสบการณ์การเล่นที่สนุกสนาน และได้ใช้ช่วงเวลาสุดพิเศษร่วมกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของอิเกียเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าในทุกๆ วันให้กับทุกคน”

แรงบันดาลใจเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อิเกียไม่หยุดยั้งในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเล่นเพื่อเรียนรู้ให้กับเด็กๆ โดยคอลเลคชั่นนี้ จะพาเด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการผ่านการสำรวจป่าแถบสแกนดิเนเวีย สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติ เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่า ผ่านของเล่นและของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่จะเป็นส่วนหนี่งในการช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโลกรอบตัว รวมถึงปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ให้กับเด็กๆ นอกจากนั้น อิเกียยังตั้งใจให้คอลเลคชั่น SKOGSDUVA/สกูกส์ดูวาอยู่ในกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ และครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาการเล่านิทานก่อนนอนซึ่งเป็นมากกว่ากิจวัตร แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการผ่านการผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการที่ทั้งสนุกและยังได้เรียนรู้ทักษะรอบด้าน ทั้งภาษา ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิด ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และอีกมากมาย

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าให้กับทุกคนแล้ว อิเกียตั้งใจส่งต่อสิ่งดีๆ สู่สังคมอย่างต่อเนื่องโดยทุกยอดซื้อตุ๊กตาผ้า 1 ตัว อิเกียจะร่วมสมทบทุน 30 บาท และเงินบริจาคทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับพันธมิตรอย่าง Teach For Thailand เพื่อร่วมสนับสนุนให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้

โดย สุวัฒน์ หลีเหม หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ Teach For Thailand กล่าวว่า “การสนับสนุนจากอิเกีย ประเทศไทย ช่วยให้ Teach For Thailand สามารถขยายโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Fellowship Program) ไปยังพื้นที่ที่มีบริบทท้าทายได้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้นให้แก่เด็กๆ เราขอขอบคุณที่อิเกียร่วมเป็นพันธมิตรของเราในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืนทั้งในห้องเรียน โรงเรียน และสังคม เรายินดีอย่างยิ่งที่จะสานต่อความร่วมมือในโครงการดีๆ เพื่อเด็กๆ และอนาคตของประเทศไทยต่อไป”

พร้อมวางจำหน่ายที่สโตร์อิเกียและทางเว็บไซต์อิเกีย ประเทศไทยที่ IKEA.co.th/SKOGSDUVA ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ทุกคนยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมไปพร้อมกับอิเกีย โดยอิเกียจะร่วมสมทบทุนบริจาค 30 บาท ต่อการจำหน่ายสินค้าประเภทตุ๊กตาผ้า 1 ตัว และเงินบริจาคทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับ Teach For Thailand ในการสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนาโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ในประเทศไทยต่อไป

เปิดโหมดผิวสวยกับ ‘กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม’

https://www.naewna.com/lady/841032

เปิดโหมดผิวสวยกับ ‘กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม’

เปิดโหมดผิวสวยกับ ‘กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม’

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในยุคปัจจุบันที่เทรนด์ผิวหน้าในเรื่อง Glass Skin หรือที่เรียกว่า ผิวกระจก มีความฉ่ำวาว โกลด์ และเล่นแสง กำลังได้รับความนิยม แม้จะมีทางลัดที่ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดีซึ่งช่วยได้ด้วยการใช้เครื่องสำอาง แต่หากการมีผิวที่ได้ผ่านการบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นประจำ ก็ถือเป็นแต้มต่อได้อย่างดี เพราะผิวเปล่งประกายได้ตั้งแต่หน้าสดแบบ No Filter โดยผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้าจาก GIFFARINE (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทยที่โดดเด่นในนาทีนี้อย่าง “GIFFARINEREJU GLOW SERUM” (กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม) ยกให้เป็นคู่หูตัวใหม่ของงานผิวที่จะช่วยเสริมความมั่นใจ โดยมีส่วนผสมของ PDRN 5000 ppm. ซึ่งสกัดจาก Salmon DNA จากประเทศเกาหลี มีโครงสร้าง DNA ใกล้เคียงกับมนุษย์ ที่จะช่วยฟื้นฟูสมดุลผิวใหม่ ให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ มอบความชุ่มชื้น กระจ่างใส สัมผัสงานผิวกระจกได้เมื่อใช้เป็นประจำ ให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย เหมาะกับทุกสภาพผิว

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของกิฟฟารีนในการมอบผิวสวยสุขภาพดีด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ว่า “กิฟฟารีน
ยืนหยัดในเรื่องการพัฒนาและใส่ใจผลิตภัณฑ์ เรารู้ใจผู้บริโภคโดยพัฒนาสูตรต่างๆ เพื่อบำรุงได้อย่างตรงจุด ด้วยสารสกัดที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ อย่างเช่น ซีรั่ม ในกลุ่ม HYA คือ
GIFFARINE HYA-INTENSIVE WHITENINGPRE-SERUM (กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม) และ GIFFARINE HYA SUPER CONCENTRATE SERUM (กิฟฟารีนไฮยา ซุปเปอร์ คอนเซนเทรท ซีรั่ม) ที่เห็นผลชัดเจนโดยมียอดขายสูงถึง 3 ล้านขวด และสำหรับ กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ มีส่วนผสมซึ่งสกัดจาก Salmon DNA จากประเทศเกาหลี ที่มีโครงสร้าง DNA ใกล้เคียงกับมนุษย์ รวมถึงมีส่วนผสมต่าง ๆ อีกมากมายที่ช่วยบำรุง จึงเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการดูแลผิวหน้า สร้างผิวในอุดมคติได้จากกิฟฟารีน ซึ่ง เบลล่า-ราณี แคมเปน ผู้หญิงเก่ง ซึ่งไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ มีการดูแลตัวเองอย่างดี และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองอยู่เสมอ ยังได้ทดลองใช้ กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม และชื่นชอบอย่างมาก ก่อนที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกด้วย”

การบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยความมีวินัย ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย โดยการดูแลผิวเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย ถือว่าได้เปรียบ ซึ่งในทุกวันนี้ผิวต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ทั้ง ฝุ่น ควัน แสงแดด แสงสีฟ้าผิวจึงต้องการดูแลเป็นพิเศษ เมื่อบำรุงซีรั่มเป็นประจำทั้งเช้าและเย็นอย่างต่อเนื่อง จะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง สามารถช่วยดูแลผิวได้ตรงจุดและเชื่อว่าจะมีความประทับใจโดยเนื้อซีรั่มซึมเร็ว สบายผิว ไม่หนักหน้า จึงสามารถใช้บำรุงได้ทุกวันเสริมด้วยการดูแลตัวเองในด้านต่างๆ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อคงความสดใสอยู่เสมอ โดย พญ.นลินี ไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติม

ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาผิวก่อนจึงจะหาทางแก้ไข แต่สามารถบำรุงผิวได้ทันที ด้วย “GIFFARINE REJU GLOW SERUM” (กิฟฟารีน รีจู โกลว์ ซีรั่ม) บำรุงผิวอย่างล้ำลึก
และตรงจุด เปิดโหมดผิวให้ฉ่ำวาว โกลด์ใสเล่นแสงได้ออร่าขั้นสุด

Life & Health : พลิกเกมธุรกิจจากวิกฤตสู่ความสำเร็จด้วยเทคโนโลยีข้อมูล

https://www.naewna.com/lady/841014

Life & Health : พลิกเกมธุรกิจจากวิกฤตสู่ความสำเร็จด้วยเทคโนโลยีข้อมูล

Life & Health : พลิกเกมธุรกิจจากวิกฤตสู่ความสำเร็จด้วยเทคโนโลยีข้อมูล

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในปี 2025 ที่กำลังจะมาถึงพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ที่ธุรกิจต้องเผชิญ การเตรียมตัวให้พร้อมและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นี่คือแนวทางในการรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว, การปรับตัวกับเศรษฐกิจโลก, การสร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาทักษะและความสามารถจะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดการวิกฤตเป็นทักษะที่ธุรกิจทุกขนาดต้องมี การเตรียมตัวล่วงหน้า การฝึกทีมงาน และการมีแผนฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ การใช้เทคโนโลยี เช่น AI และ Social Listening Tools ช่วยตรวจจับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนที่จะลุกลาม เป็นต้น

การเตรียมตัวให้พร้อมและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสใหม่ๆ ในปี 2025 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจาก
อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด และผู้บริหาร เรียล สมาร์ท อะคาเดมี่ (Real Smart Academy) เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานนี้ ทาง บจ.เรียล สมาร์ท ได้จัดงานสัมมนาร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ เรื่อง The Art of Brand Protection เพื่อร่วมแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการปกป้องแบรนด์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย จุดประกายไอเดียแนะกลยุทธ์การตอบสนองเมื่อเผชิญวิกฤต และการจัดการกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นกับแบรนด์ได้อย่างมืออาชีพ

บทความนี้ตั้งใจสรุปไฮไลท์ พลิกเกมธุรกิจ จากวิกฤตสู่ความสำเร็จ ด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลและกลยุทธ์โมเดล 4R ที่นักธุรกิจและผู้บริหารองค์กรต้องรู้ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

หากถามว่า “วิกฤตคืออะไร” หลายคนอาจนึกถึงภาพเหตุการณ์ใหญ่โต เสียหายรุนแรง แต่จริงๆ แล้ว วิกฤตอาจเริ่มจากประเด็นเล็กๆ ที่ไม่ได้คาดคิด เช่น การสื่อสารผิดพลาด ความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือเหตุการณ์ที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่กลับขยายตัวกลายเป็นประเด็นใหญ่เพียงชั่วพริบตา โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ข่าวสาร
แพร่กระจายรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง การจัดการวิกฤตจึงไม่ใช่เรื่องของการ “แก้ปัญหา” เท่านั้น แต่คือการควบคุมไม่ให้เรื่องเล็กๆ บานปลายไปสู่ความเสียหายที่ใหญ่กว่า

ในปี 2025 ที่จะถึงนี้ การจัดการวิกฤตจะกลายเป็นทักษะที่ธุรกิจทุกขนาดต้องมีติดตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจเล็กหรือองค์กรใหญ่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆที่เกิดขึ้น เช่น ความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาข้อมูลหลุดรั่วข่าวปลอม หรือแม้แต่คำวิจารณ์จากชาวเนต หรือผู้บริโภคที่อาจไม่ถูกต้องในโลกโซเชียล

วิกฤต..เพื่อนหรือศัตรู

หลายครั้งเราเห็นแบรนด์ที่กำลังไปได้สวยต้องสะดุดเพราะวิกฤตเล็กๆ ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน เราก็เคยเห็นธุรกิจที่กลับมาสดใสได้เพราะการจัดการวิกฤตที่ชาญฉลาด เช่น ร้านกาแฟที่ขอโทษลูกค้าและเสนอโปรโมชั่นคืนกำไรให้ชุมชน หรือบริษัทใหญ่ที่ใช้เหตุการณ์วิกฤตมาเป็นโอกาสในการแสดงถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม คำถามคือ เราเลือกจะมอง “วิกฤต” เป็นศัตรูที่ทำลายความสำเร็จ หรือเป็นเพื่อนที่ทดสอบความแข็งแกร่งของเรากันแน่?

การจัดการวิกฤต..แค่ดับไฟหรือวางแผนเพื่ออนาคต?

ในเมื่อทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ เราจะรับมือกับมันยังไง การจัดการวิกฤตไม่ได้หมายความว่าเราต้องคอย “ดับไฟ” ทุกครั้งที่มันลุกขึ้นมา แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้า การฝึกทีมงาน การมีแผนฉุกเฉิน และที่สำคัญคือการเฝ้าระวัง (Monitoring) อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถจับปัญหาได้ตั้งแต่ต้น

ลองนึกดูว่า หากวันหนึ่งสินค้าของคุณได้รับรีวิวเชิงลบจากลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่แค่การออกมาขอโทษเท่านั้น แต่คือการสร้างกระบวนการรับมือที่มีระบบ เช่น การมีทีมตอบคำถามอย่างมืออาชีพ รวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และเสนอทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีแผนเชิงรุกจะทำให้คุณสามารถควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีตัวเปลี่ยนเกมในปี 2025 ส่งผลต่อการจัดการวิกฤต

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการจัดการวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ช่วยตรวจจับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการสืบค้นข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย หรือการใช้ Social Listening Tools เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มและความคิดเห็นที่อาจเป็นตัวจุดประกายวิกฤต การใช้เทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจมีโอกาส “ตรวจจับ” วิกฤตได้ก่อนที่มันจะลุกลาม

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ธุรกิจในปี 2025 จำเป็นต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตัวอย่างเช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อตอบคำถามลูกค้าอย่างทันท่วงที หรือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคและรับมือกับแนวโน้มที่อาจกลายเป็นวิกฤตได้

โซเชียลมีเดีย จุดเล็กๆ ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ทุกวันนี้วิกฤตส่วนใหญ่เกิดจากโซเชียลมีเดีย ข่าวสาร กระแส หรือคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นบนออนไลน์สามารถแพร่กระจายได้เร็วอย่างน่าทึ่ง ยกตัวอย่างง่ายๆ ร้านอาหารที่ถูกลูกค้าโพสต์ตำหนิเรื่องบริการ ลูกค้าคนหนึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าเกิดเรื่องนี้ถูกแชร์และมีคอมเมนต์มากมาย มันสามารถลุกลามเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าที่เราคิดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การจัดการกับโซเชียลมีเดียคือการเตรียมตัวและการตอบสนองอย่างมีสติ แบรนด์ที่สามารถยืนหยัดได้ในโลกออนไลน์ไม่ใช่แบรนด์ที่ไม่เคยโดนวิจารณ์แต่เป็นแบรนด์ที่รู้วิธีจัดการกับคำวิจารณ์นั้นอย่างโปร่งใสและสร้างสรรค์

โมเดล 4R แผนการจัดการวิกฤต เตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ

โมเดล 4R จะช่วยกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจน ทำให้คุณพร้อมรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.Readiness (ความพร้อม) การเตรียมพร้อมทีมงานและระบบการจัดการตั้งรับเชิงรุกก่อนเกิดวิกฤตอยู่เสมอ

2.Radar (เรดาร์) การเฝ้าระวัง ตรวจจับสัญญาณ ติดตามสถานการณ์ในสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างใกล้ชิด

3.Response (การตอบสนอง) การตอบสนองต่อประเด็นปัญหาและสถานการณ์วิกฤตได้อย่างรวดเร็วตามแบบฉบับมืออาชีพ

4.Recovery (การฟื้นฟู) การรวบรวมรายงานเพื่อออกแบบกลยุทธ์ และแนวทางการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้กลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติให้เร็วที่สุดโดยดำเนินงานตามแผนงานและติดตามประเมินผลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

การก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่ไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ “การเปลี่ยนแปลง” และการเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตก็เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น การยอมรับว่าวิกฤตสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และการสร้างแผนรองรับอย่างดีเป็นการป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นจุดจบของธุรกิจเรา และอย่าลืมว่า การจัดการวิกฤตไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการเรียนรู้เพื่อเติบโตในอนาคตด้วยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/realsmartacademy

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ชวนช้อปของขวัญ ปีใหม่ ในงาน ‘บีเทรนด์ กิ๊ฟ เฟสต์ 2025’

https://www.naewna.com/lady/841031

ชวนช้อปของขวัญ ปีใหม่ ในงาน ‘บีเทรนด์ กิ๊ฟ เฟสต์ 2025’

ชวนช้อปของขวัญ ปีใหม่ ในงาน ‘บีเทรนด์ กิ๊ฟ เฟสต์ 2025’

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บีเทรนด์ (BETREND) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เดอะมอลล์โคราช, เอ็มโพเรียม และ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ และอีกหนึ่งในเดสติเนชั่นของคนรักความครีเอทีฟและของสะสม (NO.1 ONE STOP SHOPPING FOR CREATIVE & LIFESTYLE STORE) จัดงาน “บีเทรนด์ กิ๊ฟ เฟสต์ 2025” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SNOWGLOBE” ที่นำเสนอและบอกเล่าเรื่องราวเมจิคโมเมนต์ของช่วงเวลาแห่งความสุขปลายปีผ่านกิจกรรมมากมาย พร้อมรวบรวมของขวัญสุดชิคหลากสไตล์ด้วยโปรโมชั่นส่งท้ายปีจากแบรนด์ดังตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม 2568 เฉพาะที่แผนก BETREND ทุกสาขา

เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ บีเทรนด์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงรวบรวมสินค้าของขวัญสุดชิค และของพรีเมียมกิ๊ฟต์เซ็ทหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกล่องสุ่มสุดฮิตติดกระแส เอาใจคนชอบลุ้น ตามติดทุก เทรนด์ความฮิต รวมถึงเครื่องเขียน, อุปกรณ์สำนักงาน, แกดเจ็ต, ตุ๊กตา, สินค้าคาแร็กเตอร์, ของขวัญ และอุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ต้นคริสต์มาส, ของประดับตกแต่งเทศกาล, กระดาษห่อของขวัญ, การ์ด, ลูกโป่ง ฯลฯ ตอบโจทย์ความครบครันทุกไลฟ์สไตล์ให้เป็นของขวัญสุดประทับใจ พร้อมรับโปรโมชั่นส่งท้ายปีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สินค้าลดสูงสุด 50%, สมาชิก M CARD รับส่วนลด 100 บาท เมื่อแลก 400 M POINT, นักช้อป 3 ท่านที่มียอดซื้อสูงสุดตลอดรายการ รับฟรี ของรางวัลจากแบรนด์ดัง รวมมูลค่ากว่า 17,000 บาทเป็นต้น พร้อมเพลิดเพลินไปกับวงดนตรีสุดชิลล์ และกิจกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศแห่งเทศกาลความสุขให้เป็นเมจิกโมเมนต์ในปีนี้

และขอเชิญชวนร่วมส่งมอบรอยยิ้มและความสุข ผ่านกล่อง M SMILING BOX ให้กับเด็ก และเยาวชนที่ด้อยโอกาส เพื่อมอบให้กับสถานสงเคราะห์เด็กและเยาวชน ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และวันเด็ก 2568 โดยสามารถร่วมบริจาคผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางที่1 ร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร “เดอะมอลล์ กรุ๊ป สร้างรอยยิ้ม” ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 009-068553-8 ช่องทางที่ 2 แลกหรือบริจาค M POINT ผ่าน M CARD APPLICATION แลก 2,400 M POINT = M SMILING BOX 1 กล่อง และช่องทางที่ 3 ร่วมบริจาคผ่านกล่องรับบริจาคที่จุดประชาสัมพันธ์, จุดออกใบกำกับภาษี, จุดชำระเงินในศูนย์การค้า และในดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567-5 มกราคม 2568

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : BETREND https://www.facebook.com/betrendthailand

ยกขบวนผลิตภัณฑ์ ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567’ ภายใต้แนวคิด ‘Color of Table สีสันชาวดอย’

https://www.naewna.com/lady/841037

ยกขบวนผลิตภัณฑ์ ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567’  ภายใต้แนวคิด ‘Color of Table สีสันชาวดอย’

ยกขบวนผลิตภัณฑ์ ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567’ ภายใต้แนวคิด ‘Color of Table สีสันชาวดอย’

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิโครงการหลวง จับมือ กูร์เมต์มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และกูร์เมต์ อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567” ภายใต้แนวคิด “Color of Table สีสันชาวดอย” ยกขบวนผลิตผลและผลิตภัณฑ์อันเนื่องมาจากการพัฒนาอาชีพเกษตรกรบนพื้นที่สูงทั้งผัก-ผลไม้เมืองหนาว สินค้าแปรรูป ชา กาแฟ สินค้าหัตถกรรม ไม้ดอกไม้ประดับ และเมนูอาหารจากร้านดัง รวมกว่า 150 รายการ มาให้ช้อป ชิม สัมผัสความสุขจากทุกสีสันชาวดอยที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และบางแค และเดอะมอลล์ โคราช ตั้งแต่วันนี้-29 พฤศจิกายน 2567 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567 ณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ ชั้นจี ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า มูลนิธิโครงการหลวงจัดตั้งขึ้นจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น จากพื้นที่ดำเนินการแห่งแรก ในปี พ.ศ.2512 คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมาถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอล่าสุด ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงได้ให้การส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ชุมชนชาวเขากว่า 2 แสนคน ในพื้นที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน และพะเยา รวมทั้งหมด 39 แห่ง ประกอบด้วย สถานีวิจัย 4 แห่ง และศูนย์พัฒนา 35 แห่ง จากผลิตผลเมืองหนาว และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ กว่า 1,000 ชนิด อาทิ ผัก ผลไม้, ผลิตภัณฑ์แปรรูป, อาหาร, ขนม, สบู่, แชมพู, ผลผลิตด้านการประมง, ปศุสัตว์ และดอกไม้

ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสินค้าซูเปอร์มาเก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า งาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด Color of Table สีสันชาวดอย เพื่อนำเสนอคุณประโยชน์ของผลิตผล และผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ที่ปัจจุบันมีให้เลือกสรรหลากหลาย โดยมีสินค้าไฮไลท์ภายในงานที่น่าสนใจ อาทิ ฟักบัตเตอร์นัท รูปทรงคล้ายน้ำเต้า ผิวผลมีสีเหลือง เนื้อมีสีเหลืองเข้มเนื้อแน่น รสหวาน สามารถนำไปปรุงอาหารได้เหมือนฟักทองทั่วไป มีกากใยอาหารสูง มีแคลอรีและไขมันต่ำ เคพกูสเบอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยบำรุงกระดูก และฟัน เสริมสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็นทั้งในที่สว่าง และที่มืด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งบางชนิดมะเขือเทศเชอรี่แดง มีลักษณะรี ขนาดเล็กเหมาะสำหรับรับประทานสด รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย สารสีแดงในมะเขือเทศคือ ไลโคปีน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง และมีวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินเค, วิตามินเอ และวิตามินซี มะละกอ พันธุ์โครงการหลวงรสชาติหวาน กลิ่นหอม เนื้อแน่น เมื่อสุกเนื้อจะไม่เละ เหมาะกับการรับประทานสุก มีเอนไซม์ปาเปน มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร รวมถึงมีวิตามินซี และวิตามินเอ แบล็คเบอร์รี่ ผิวเปลือกมีปุ่มกลมเล็กๆ ผลสุกแก่จะเป็นสีม่วงเข้มหรือสีดำ มีเนื้อเป็นสีดำอมแดง เนื้อชุ่มฉ่ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม เฟต้าชีส เนยแข็งโฮลมิลค์นมควายผสมนมแพะ ผลิตจากนมกระบือพันธุ์เมซานีผสมนมแพะ เนื้อชีสแน่น เนียนนุ่ม รสชาติเข้มข้น เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าใหม่ให้เลือกช้อป เช่น รอยัล โปรเจ็กต์ เบอร์รี่ พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดผลไม้ตระกูลเบอร์รี, ลูกชิ้นปลาผสมผัก ใช้รสอูมามิจากหอยเชลล์ญี่ปุ่นแทนผงชูรส ผสมเห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ แครอท ต้นหอม และผักชี, เต้าหู้ปลา ทรงสี่เหลี่ยม มีหลากหลายรสชาติและคุณประโยชน์ให้เลือกชิมทั้ง สูตรเคลและเห็ด, สูตรฟักทองและเห็ด และสูตรมันม่วงและงาดำ, ชุดชาเขียวอ่างขางคัดพิเศษ กลิ่นใบชาหอมละมุน นำมาผสานกลิ่นต่างๆ อย่างนุ่มนวล, ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ อาทิ ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา ผสมสารสกัดจากฟักข้าว, ครีมบำรุงผิวหน้าผสมสารสกัดจากใบชาเมี่ยง และบอดี้ออยล์บํารุงผิวกาย ด้วยสารสกัดนํ้ามันเมล็ดกัญชง

สามารถช้อป ชิม สินค้าโครงการหลวงได้ตั้งแต่วันนี้-14 พฤศจิกายน 2567 ที่เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, วันที่ 14-20 พฤศจิกายน 2567 ที่โปรโมชั่น สแควร์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ โคราช, วันที่ 21- 29 พฤศจิกายน 2567 ที่เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ 1 ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากโครงการหลวงที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา (ยกเว้นสแตนด์ อโลน) ได้ตั้งแต่วันนี้-29 พฤศจิกายน 2567 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Gourmet Market Thailand

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/841003

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2567

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● มิตรสหายชาว BRAIN#2 ร่วมยินดีกับ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงต่างประเทศ..

●● คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ มช. ขอเชิญเข้าร่วมประชุมวิชาการ 60 ปี คณะเภสัชศาสตร์ มช. Future of Pharmacy : Emerging Trends in Drugs and Biologics 15 พ.ย.นี้ 08.30-16.30 น. ณ รร.เชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่..

●● ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาคจาก สจ๊วตเอ สเปนเซอร์ พร้อมผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทยนิคฮิล แอดวานี และ ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัยจากการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trail 2023 เพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการ พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย สภากาชาดไทย..

●● พล.ท.กอบบุญ วิชิต พร้อมคณะ วปอ.2547 ไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหวงหลง จิ่วจ้ายโกว และต๋ากู่ปิงชวน เมืองเฉิงตู โดยมี ดร.สุเมธ แสงนิ่มนวล และ พิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ไปด้วย งานนี้ได้มีประสบการณ์สูดออกซิเจนกระป๋องกันทั่วทุกตัวคน..

●●ยินดีกับ ภก.วีระชัย นลวชัย ที่ได้เป็น ว่าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10..

●● เพื่อนๆ ชาว Digital CEO#1 ร่วมยินดีกับ พิสิฐ ทางธนกุล ที่ได้รับรางวัล TBS Alumni Awards 2024 ของสมาคมนักศึกษาเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีธรรมศาสตร์ และ เกศรา มัญชุศรี ที่ได้รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ในวาระครบรอบ 75 ปี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์..

●● อนุโมทนาบุญกับ ดร.จิราพร ศิริคำ นำชาว EGCO Group ไปทอดกฐินสามัคคี EGCO Group เพื่อสมทบทุนสร้างพระมหาเจดีย์ศรีวชิรโสภณ อุบลรัตน์ ณ วัดพระบาทภูพานคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น..

●● ยามนี้ญี่ปุ่นกำลังบรรยากาศดี ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ควงมาดาม พญ.สุภาณี ไปทัวร์ตะลุยไหว้พระชิมอาหาร และเข้าออนเซน 8 วัน มีรูปสวยๆ มาให้เพื่อนๆ ตาร้อนกันทุกวัน..

●● ชวิศ ยงเห็นเจริญ พร้อม วีรยา ส่งทวีผล อุ้มลูกสาวคนแรกน้องเอสเธอร์ ไปกราบสักการะ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ พร้อมได้รับเมตตาทำพิธีขลิบผมไฟและตั้งชื่อให้น้องเอสเธอร์ว่า วริณประภัสร์ซึ่งหมายถึงรัศมีของผู้เป็นใหญ่ หรือแสงที่เปล่งประกายให้กับพระอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับชื่อเล่นของคุณพ่อซันที่แปลว่าพระอาทิตย์..

●● The Arts I Made, 12 Manifestos คำแถลงการณ์ของดอกไม้ นิทรรศการแสดงงานศิลปะ ที่รวบรวมศิลปินผู้เปรียบเสมือนดอกไม้ 12 ดอก ที่ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เติบโตจากดินแห่งประสบการณ์และความทรงจำที่แตกต่าง ผ่านการทดสอบ ทดลอง และค้นหาตัวตน จนผลิดอกออกผลเป็นงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ ขอเชิญร่วมดื่มด่ำกับความงามของสวนศิลปะแห่งนี้ 1 พ.ย.-29 ธ.ค. ณ Ming Artspace อุดมสุข 49 ข้อมูลที่ 064-2998761, 082-7465564..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ บุญเลิศ สุขเสรีทรัพย์ ที่สูญเสียคุณพ่อ ฟุ้ง สุขเสรีทรัพย์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ยะลา สวดอภิธรรมศพ 12-17 พ.ย. 18.00 น. ณ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว จ.ยะลา ศาลา 3 เคลื่อนศพฝังสู่สุสานจีนบ้านบุดี (กม.9) 18 พ.ย. 12.10 น. ..●●

น้องใหม่

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

https://www.naewna.com/lady/841016

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ อาหารแปรรูปกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนทุกวัย ด้วยความสะดวก รสชาติอร่อยถูกปาก และหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม หรืออาหารกระป๋อง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยสารกันบูดและสารเคมี ถ้ากินบ่อยๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ซึ่งรวมถึง “มะเร็งเต้านม” ได้เช่นกัน โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี พ.ศ.2563 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 18,000 คนต่อปี และเสียชีวิตประมาณ 4,800 คน ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคยังคงเพิ่มขึ้น นับเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วง

แพทย์หญิงจิราวดี ร่วมเจริญชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเต้านม คือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านม และสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ ซึ่งเมื่อเป็นจะมีอาการ เช่น คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ รูปร่างเต้านมผิดปกติ รู้สึกเจ็บหรือมีแผลบริเวณหัวนม ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งได้สองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของพันธุกรรม พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่ปัจจุบันพบว่ามีบางปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น เป็นเพศหญิง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก เคยเป็นมะเร็งเต้านมข้างหนึ่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การกินอาหารแปรรูปเป็นประจำ การใช้ยาฮอร์โมน ภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งเต้านมในระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเต้านมหรือคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ ก็ควรรีบมาพบแพทย์ทันที และโดยปกติแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มาตรวจคัดกรองแม้จะยังไม่มีอาการ เพราะยิ่งตรวจเจอไวก็ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น การวินิจฉัยจะเริ่มจากการตรวจร่างกาย คลำเต้านม ตรวจต่อมน้ำเหลือง ซักประวัติ และทำแมมโมแกรมร่วมกับอัลตราซาวนด์ หากพบความผิดปกติจะมีการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ก้อนที่คลำพบอาจไม่ใช่มะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดา หากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรก จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่า 90% ในระยะ 5 ปีแรก ซึ่งวิธีการรักษามะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะมะเร็งของแต่ละคน มีทั้งการผ่าตัด การให้ยาและการฉายรังสี

ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงลดการกินอาหารแปรรูป และหันมาเลือกกินอาหารปรุงสดใหม่ที่มีประโยชน์เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุไม่ชัดเจน แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงได้ เริ่มจากเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายบ่อยๆ กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย พยายามลดและเลี่ยงอาหารแปรรูป ที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปี แม้จะยังไม่มีอาการใดๆ จะช่วยให้ตรวจเจอโรคตั้งแต่เนิ่นๆเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้

หากมีข้อกังวลหรือสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์เต้านม ชั้น 4 หรือโทรนัดหมาย 02-0790040 เวลา 08.00-20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 6 ปี

https://www.naewna.com/lady/841033

สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 6 ปี

สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 6 ปี

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 6 ปี

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ฉลองครบรอบ 6 ปี จัดเต็มความสุขสุดยิ่งใหญ่ SIAM Takashimaya 6th Anniversary ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Newest & Luckiest ตอกย้ำความฟินสุโก้ย กับเทศกาลขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมในงาน “THE WAGASHI, Japanese Food, Crafts and Ikebana Festival” สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟกับเมนูสุดครีเอทโดย 8 เชฟ จาก 8 ร้าน ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อมอบความสุขสุดพิเศษให้กับผู้ที่มาร่วมงานนี้โดยเฉพาะพร้อมลิ้มลองขนมแสนอร่อยจาก 30 ร้านดังพบกับศาสตร์การจัดดอกไม้วัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น Ikebana พร้อมเตรียมพบกับโซนใหม่USAGI ONLINE เสื้อผ้าแบรนด์ดังอิมพอร์ตจากประเทศญี่ปุ่น และร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีรับของรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ณ ชั้น M ไอคอนสยาม เจริญนคร

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนเปิดประสบการณ์ลิ้มลองความอร่อยขนมหวานสไตล์ดั้งเดิมต้นตำรับขนานแท้จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการจดทะเบียนศิลปะและขั้นตอนการทำขนมเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดย 8 เชฟดัง จาก 8 ร้านดังที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นมารังสรรค์เมนูสุดพรีเมียมเพื่อวาระฉลองครบรอบ 6 ปี อาทิ ฮิโรโมริ อุชิดะ จากร้าน “กันยูโด” จังหวัดชิสึโอกะ ร้านเก่าแก่ที่ทำขนมญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำความอบอุ่นและความสงบสุขมาสู่ชีวิตของผู้คน พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมขนมญี่ปุ่นไปยังประเทศต่างๆ เช่น การสาธิตการทำขนมในกรุงปารีส โนโบรุ อิวาสะ จากร้าน “ชิโรเฮ โรโฮ” จังหวัดชิงะ เป็นร้านเก่าแก่ ตั้งอยู่บนถนนนากะเซ็นโด ที่ล้อมรอบทะเลสาบบิวะ เป็นเวลากว่า 150 ปี โดยทางร้านยังคงสร้างสรรค์ขนมญี่ปุ่นแสนอร่อย ยาสึฮิโระ ฮิคิอามิ จากร้าน “ฮิคิอามิ โคเกทสึโด” จังหวัดโทยามะ ก่อตั้งในปีไกโชที่ 8 ค.ศ.1919 ร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังที่เริ่มต้นในฟุชิกิมินาโตมาจิ เมืองทาคาโอกะ ทำขนมแบบสดๆ ตามที่ลูกค้ารีเควส โทโมคาสึ สึนากะ จากร้าน“อาโอยางิ เซอิเกะ” จังหวัดโตเกียว ขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ดั้งเดิมผลิตขนมญี่ปุ่นแสนอร่อยที่มีคุณภาพและเป็นที่โปรดปรานของคนในท้องถิ่น มีชื่อเสียงในฐานะร้านขนมโยคังที่ก่อตั้งมายาวนาน เป็นต้น

อีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาด ชมความงามของศาสตร์การจัดดอกไม้สไตล์เก่าแก่ของญี่ปุ่นที่หาชมได้ยากกับนิทรรศการ Ikebana (อิเคบานะ) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Ganbaro Cheer Up! สื่อถึงพลังในการก้าวสู่อนาคตที่สดใสส่งต่อความสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 6 ปี ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ โดย สมาคมอิเคบานะ อินเตอร์เนชั่นแนล แบงค็อก แชปเตอร์ 177 ร่วมด้วยสถาบันการจัดดอกไม้ อิเคโนโบะ,โซเก็ทซึ และโอฮาระ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

เพลิดเพลินกับงานคราฟต์สุดพรีเมียมที่คัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ อาทิ Lofty Bamboo ร้านค้าแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมที่ผลิตในหมู่บ้านทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยรวมถึงสินค้าจากลาว และเนปาล, MUAK หมวกสัญชาติญี่ปุ่นหัวใจไทย ของสองดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น Satoshi Asano และ Emi Asano ที่มาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และหลงใหลในเสน่ห์กรรมวิธีผลิตสินค้าหัตถกรรมของทางภาคเหนือ จึงนำด้านการออกแบบกับวิธีการสาน ถักทอ มาผลิตเป็นหมวกดีไซน์เก๋,RaviRavi แบรนด์กระเป๋าน้ำหนักเบาจากญี่ปุ่นที่ดีไซน์สุดน่ารักครบเครื่องด้วยฟังก์ชั่นพร้อมการใช้สอยสูงสุด, HERITAGE OF BENJARONG BY THAI ISEKYU เครื่องเบญจรงค์ผลิตโดยบริษัทอิเซคิว ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ก่อตั้งเพื่อดูแลเรื่องวัสดุและเครื่องเซรามิกมายาวนาน, ผลิตภัณฑ์จากสถานสงเคราะห์เด็กบ้าน บ้านร่มไทร สัมผัสสินค้าเบ็ดเตล็ดที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายสีสันสดใส

นอกจากนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ยังได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำหนึ่งเดียวของห้างสรรพสินค้าที่นำเข้าแบรนด์แฟชั่นดังจากญี่ปุ่นมาให้ช้อปกันถึงเมืองไทยกับ USAGI ONLINE มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นสุดฮอตจากประเทศญี่ปุ่น อาทิ Gelato Pique, Mila Owen, Celford, Lilly Brown เอาใจสาวๆ ที่ชอบแฟชั่นสไตล์ชิคๆ คูลๆ ให้ช้อปกันอย่างจุใจ พร้อมเปิดให้บริการครั้งแรกและแห่งแรกในประเทศไทยเดือนธันวาคมนี้

มาร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งความสุขในงานฉลองครบรอบ SIAM Takashimaya 6th Anniversar พร้อมช้อปสนุกกับโปรโมชั่นดีลเด็ดลุ้นรับรางวัลมากมาย ที่ห้างสรรพสินค้า สยามทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-0117500 หรือ Facebook : Siam Takashimaya

ฉลองเปิด GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่ที่แรกของโลก

https://www.naewna.com/lady/841036

ฉลองเปิด GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่ที่แรกของโลก

ฉลองเปิด GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่ที่แรกของโลก

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

GUESS (เกส) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 โดยเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์แฟชั่นยีนส์จนก้าวสู่การเป็นแบรนด์ไอคอนิกที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยเอกลักษณ์ของความเซ็กซี่และความรักในการผจญภัย ผลงานเสื้อผ้า ready-to-wear ของ GUESS ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกมายาวนานหลายทศวรรษ และล่าสุด GUESS กลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำแฟชั่นแบรนด์ในใจคนไทยด้วยการปรับโฉม GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในโลก โดยภายในงานฉลองเปิดร้าน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์GUESS ประเทศไทย “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ในฐานะ GUESS Girl คนใหม่ประจำประเทศไทย อย่างเป็นทางการ สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเอง หลงใหลในแฟชั่น มีความเซ็กซี่ขี้เล่น มีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ เป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ภายในงานได้รับเกียรติ ไท จิราธิวัฒน์,เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน พร้อมด้วย อูฟุค เมโมกลู,ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, นัชชา มีนะกรรณ, ปิยนุช จิตสง่าเลิศ, อำนาจ สุเมธาศร, หรรษา วงศ์ศิริพิทักษ์ และศิลปิน นักแสดงชื่อดังมาร่วมงาน พร้อมชมแฟชั่นโชว์ คอลเลคชั่นล่าสุด GUESS Fall 2024 นำโดยซูเปอร์โมเดล โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม,ลุค อิชิกาวะ พลาวเดน, อีตั้น-ศักดิเดช ศศิประภา ฯลฯ มาพร้อมกับเสื้อผ้าหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ท เรียบหรู สตรีท และเซ็กซี่ รวมไปถึงลุคปาร์ตี้ เสื้อครอปเข้าเซตกับคาร์ดิแกน เดรสไหมพรมลายโมโนแกรม มินิสเกิร์ตและแจ๊กเกตหนัง รวมถึงแฟชั่นยีนส์ อย่าง แจ๊กเกตเดนิมกางเกงยีนส์ที่แฝงไปด้วยดีเทลเผยความเซ็กซี่ แมทช์กับกระเป๋าดีไซน์โดดเด่น พร้อมนาฬิกาและแอคเซสซอรี่ที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว

GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ ใหม่แห่งแรกในโลก ขนาด 232 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้โดดเด่นด้วยวินโดว์สดิสเพลย์ที่นำเสนอการมิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่นสไตล์ GUESS บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบอย่างเรียบหรูด้วยโทนสีขาวสะอาดตา สะท้อนความทันสมัย แฝงด้วยรายละเอียดของโลหะสีทองที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ GUESS ที่เต็มไปด้วยไอเทมแฟชั่นหลากหลายสไตล์ สามารถหยิบมาแมทช์ได้หลายลุค อีกทั้งยังสะดุดตากับโลโก้ Triangle อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์

โดย ชมพู่ อารยา GUESS Girl ประเทศไทย ปรากฏตัวในชุด Lydie dress เดรสคอวีผ้าทอลายม้าลาย ดีเทลระบายสุดหรู เซ็กซี่ แฝงความหวานละมุนได้อย่างลงตัว เพิ่มความน่าสนใจให้ลุคด้วยแจ๊กเกตหนังสีดำดีไซน์เท่ พร้อมเผยว่า GUESS เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายเดนิมและเครื่องประดับหลากสไตล์ และรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว GUESS เพราะเป็นแบรนด์แฟชั่นที่อยู่กับคนไทยมาตั้งแต่ยุค 90 หากให้นิยาม GUESS Girl ชมว่าสาว GUESS สะท้อนถึงตัวตนของผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง รู้จักตัวตนของตัวอย่างอย่างแท้จริง และสนุกกับการใช้ชีวิต ซึ่งสะท้อนผ่านเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยสีสัน และความท้าทายว่าเราจะแมทช์แฟชั่นไอเทมต่างๆ ให้สะท้อนตัวตนที่อยู่ข้างในเราที่มีหลากหลายแบบออกมาได้อย่างไร

พบกับแฟชั่นไอเทมจาก GUESS คอลเลคชั่น Fall 2024 ได้ที่ GUESS Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่ที่แรกของโลก ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ หรือที่ช็อป-เคาน์เตอร์ GUESS ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ สำหรับ GUESS Jeans สามารถช็อปได้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว หรือช็อปออนไลน์ทั้ง GUESS และ GUESS Jeans ได้ที่ www.guess.co.th/

กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 14 ทีม Paskani 1 ครองถ้วยเกียรติยศ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

https://www.naewna.com/lady/841029

กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 14 ทีม Paskani 1 ครองถ้วยเกียรติยศ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 14 ทีม Paskani 1 ครองถ้วยเกียรติยศ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การแข่งขันกอล์ฟการกุศล “กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 14” ชิงถ้วยเกียรติยศ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ และรางวัลชนะเลิศประเภทบุคคล Fight A-C รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีทีมเข้าแข่งขัน 28 ทีม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยมี ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด เป็นประธานจัดการแข่งขัน ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็น ประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะรางวัลต่างๆ ณ สนามกอล์ฟเลควูด คันทรีคลับ ถนนบางนา-ตราด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567

การแข่งขัน กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 14 ใช้ระบบการแข่งขัน 36 System ผลปรากฏว่าทีมที่โชว์วงสวิงจนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศประเภททีม ได้รับถ้วยเกียรติยศ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ ได้แก่ ทีม Paskani 1, รางวัลชนะเลิศประเภทบุคคล Flight A รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แก่ วิศรุต ไมตรียืนยง จากทีมนอร์ทอีส รับเบอร์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคล Flight A ได้แก่ พิพิธ เชาว์วิศิษฐ ทีมวิศิษฐ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคคล Flight A ได้แก่ ทีมรัฐนันท์ ตันติวงศ์ ทีม Paskani 2

รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคล Flight B รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แก่ เหมวัฒน์ อัศสานึก ทีมนอร์ทอีส รับเบอร์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคล Flight B ได้แก่ นฎา พรหมประพันธ์ ทีมเจพีเจ แมเนจเม้นท์ Paskani 2, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคคล Flight B ได้แก่ ปณิธิ เชาว์วิศิษฐ ทีม N1, รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคล Flight C รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แก่ นพ.ณัฐสิทธิ์ ธนากรโยธิน ทีมสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคล Flight C ได้แก่ พิชิต มิทราวงศ์ ทีม SME D BANK และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคคล Flight C ได้แก่ ดร.วิชยุตม์ ทัพวงษ์

ในช่วงค่ำเป็นงานเลี้ยงพร้อมพิธีมอบรางวัล รวมถึงการจับสลากรับรางวัลพิเศษมากมาย อาทิ บัตรกำนัลที่พักสุดหรู กระเป๋ากอล์ฟ และรางวัลใหญ่ Tablet และของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ลองนา โดยวิสาหกิจแนวหน้าเพื่อสังคม เป็นยาสระผมมะกรูด และสบู่เหลวขมิ้นชัน เรียกว่าผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมีของรางวัลติดมือกลับบ้านทุกคน ชาวแนวหน้าขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่สนับสนุนและเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้แล้วพบกันใหม่ในการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่ 15”