‘โจซี่ โฮ’นักแสดงดังฮ่องกงคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงที่มีเสน่ห์ที่สุดจากภ.Onpaku

https://www.naewna.com/entertain/840905

'โจซี่ โฮ'นักแสดงดังฮ่องกงคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงที่มีเสน่ห์ที่สุดจากภ.Onpaku

‘โจซี่ โฮ’นักแสดงดังฮ่องกงคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงที่มีเสน่ห์ที่สุดจากภ.Onpaku

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.41 น.

โจซี โฮ(Josie Ho) นักร้องและนักแสดงที่โดดเด่นในวงการบันเทิงของฮ่องกง ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และการแสดงที่หลากหลาย ด้วยบทบาทยากๆ ที่เธอเลือกแสดง ทั้งแนวคอมเมดี้ ดราม่า ไปจนถึงหนังระทึกขวัญ และถือเป็นนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าเพียงคนเดียวนอกฮ่องกง ที่ได้แสดงภาพยนตร์ทั้งในเอเชียและยุโรป

ล่าสุด บินลัดฟ้ามาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16  หรือ World Film Festival of Bangkok พร้อมควงสามี แชน ซิ ชงและนักแสดงในสังกัด อิแมน (Iman)ศิลปินคนแรกที่เซ็นสัญญากับ 852 Films ซึ่งเป็นบริษัทของโจซี โฮ ที่เตรียมสร้างโปรเจกต์ใหม่ตีตลาดฮอลลิวู้ดและตลาดเอเชีย

ซึ่งการเดินทางมากรุงเทพฯ ในครั้งนี้ของ โจซี โฮ(Josie Ho) นอกจากจะมาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพฯ แล้วงานนี้เจ้าตัวยังคว้ารางวัล The Most Intriguing Actress Awardหรือรางวัลนักแสดงนำหญิงที่มีเสน่ห์ที่สุด จากเรื่อง Onpaku(ออนพาคูล) ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่เคยฉายในปี 2022 และมีการฉายให้ชมในพิธีมอบรางวัลครั้งนี้อีกด้วย โดยเจ้ายังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทย พร้อมเผยว่าจะมีเซอร์ไพรส์ในแฟนหนังชาวไทยได้ชมกันอีกด้วย

“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ในฐานะนักแสดงและในฐานะตัวแทนของบริษัท 852 Films จากฮ่องกง และขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงผู้มีเสน่ห์ที่สุด และขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสนำภาพยนตร์ 3 เรื่องที่บริษัทของเราได้สร้าง คือ 1. Onpaku  2. Rajah และ 3. The Bliss มาแนะนำให้ผู้ชมชาวไทยได้รู้จัก โดยเฉพาะOnpakuและ Rajah กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย หวังว่าผู้ชมชาวไทยจะให้การสนับสนุนนอกจากนั้นแล้วตอนนี้ฉันกำลังเตรียมงานคอนเสิร์ตของฉันด้วยสำหรับโอกาสร่วมงานกับประเทศไทยก่อนหน้านี้ เราได้ทำงานขั้นตอนหลังการถ่ายทำของภาพยนตร์ในไทย และฉันหวังว่าจะได้มีโอกาสมาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยอีกในอนาคต เพื่อให้วงการภาพยนตร์ฮ่องกงได้มีส่วนร่วมในประเทศไทยฉันชอบประเทศไทยมาก เพราะที่นี่มีอาหารอร่อยๆ มากมาย ที่ฉันชอบที่สุดคือ ทอดมันกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง และต้มยำ รวมถึงชอบการเดินเล่นในตลาดนัดกลางคืนของไทย นอกจากนี้ฉันเองยังชื่นชม ออกแบบ-ชุติมณฑน์นักแสดงหญิงชาวไทย และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับเธอในอนาคตฉันขอแนะนำ Iman ศิลปินคนแรกภายใต้สังกัด 852 Films โดยตอนนี้เราเริ่มเตรียมซิงเกิลแรกของเขา หวังว่าจะมีโอกาสแนะนำให้ผู้ชมชาวไทยได้ฟัง นอกจากนี้ปีนี้เขายังได้แสดงในภาพยนตร์ของเรา และในปีหน้าเรามีแผนให้เขารับบทพระเอกในภาพยนตร์ 3 เรื่อง ซึ่งฉันมีความเชื่อมั่นในตัวเขามาก”

ด้าน อิแมน (Iman)ที่ก่อนจะมาเป็นนักแสดงนั้นเจ้าตัวมีอาชีพเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่เคยรักษาดูแล สามีของโจซี โฮ ก่อนจะเข้ามาเป็นศิลปินในสังกัด ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยความรู้สึกที่ได้มาร่วมเดินพรมแดงเป็นครั้งแรกในงานWorld Film Festival of Bangkok ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

“ผมรู้สึกขอบคุณมากสำหรับการเชิญและการสนับสนุนจากบริษัทที่พาผมมาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ในครั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มากรุงเทพฯด้วย ผมเริ่มหลงรักกรุงเทพฯ แล้วผมสนใจเมืองไทยมาก และหวังว่าวันหนึ่งจะได้มาถ่ายทำภาพยนตร์ที่นี่ สำหรับผมการเปลี่ยนจากอาชีพแพทย์มาเป็นนักแสดงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม เพราะไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือนักแสดง ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”ในขณะที่ คอนรอย (Conroy)โปรดิวเซอร์ของ 852 Films ก็ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า

“ในฐานะโปรดิวเซอร์ของ 852 Films ฉันหวังว่าจะได้มีโอกาสมาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย และนำภาพยนตร์ฮ่องกงมาเข้าฉายในไทย ซึ่งในขณะนี้ 852 Films กำลังเตรียมภาพยนตร์ 3 เรื่อง หวังว่าจะได้นำมาฉายในไทยด้วยคาดว่าไม่นานเกินรอครับ”

สำหรับภาพยนตร์ Onpaku ที่เป็นเรื่องราวซาร่าห์ ผู้ชอกช้ำจากการอกหัก เดินทางไปโตเกียวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อเธอพบว่าตัวแทนอสังหาริมทรัพย์คือบุคคลอันน่าสะพรึงจากอดีตของเธอ และโรงแรมที่จองไว้กลับถูกยกเลิกอย่างกระทันหัน เนื่องจากหมดทางเลือก ซาร่าห์จึงต้องลงเอยที่มินิพาคุ สถานที่น่าขนลุกที่ดูแลโดยหญิงชราผู้ดูเหมือนจะรู้จักเธอ ขณะที่ภาพหลอนประหลาดและความลับดำมืดของบ้านค่อย ๆ เผยตัว ซาร่าห์ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับปริศนาที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของบุคคล ทำให้การพักผ่อนของเธอกลายเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในฝันร้าย

ชวนค้นหาสีสันของอารมณ์ในตัวคุณสนุกไปกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ในงาน MEGA MUSIC IN THE PARKครั้งที่ 4

https://www.naewna.com/entertain/840904

ชวนค้นหาสีสันของอารมณ์ในตัวคุณสนุกไปกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ในงาน MEGA MUSIC IN THE PARKครั้งที่ 4

ชวนค้นหาสีสันของอารมณ์ในตัวคุณสนุกไปกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ในงาน MEGA MUSIC IN THE PARKครั้งที่ 4

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.40 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนาและบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)มอบประสบการณ์ความสุขสุดพิเศษ ชวนทุกคนไปร่วมค้นหาสีสันของอารมณ์ในตัวคุณผ่านบทเพลงและเสียงดนตรีจากเหล่าศิลปินดัง กับบรรยากาศชิลๆ ภายในสวนสาธารณะขนาด 7 ไร่  ในงาน MEGA MUSIC IN THE PARK ครั้งที่ 4ภายใต้คอนเซ็ปท์COLOR YOUR MOOD นำโดยTHE TOYS, MEAN, BLACKBEANSและFELLOW FELLOWพร้อมเพลิดเพลินไปกับหลากหลายกิจกรรมที่จะทำให้สุดสัปดาห์ของทุกคนเต็มไปด้วยสีสันความสนุก

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2567

19.00 – 20.00 น.                   คอนเสิร์ตจากBLACKBEANS วงอินดี้กับแนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ 

20.30 – 21.30 น.                   คอนเสิร์ตจากMEAN4 หนุ่มกับดนตรีแนวป๊อบหลากเพลงฮิต

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567

19.00 – 20.00 น.                   คอนเสิร์ตจากFELLOWFELLOW2 หนุ่มดูโอเจ้าของเพลงดัง “ดาวหางฮัลเลย์”

20.30 – 21.30 น.                   คอนเสิร์ตจาก THE TOYSศิลปินหนุ่มผู้สร้างปรากฎการณ์เพลงฮิตติดชาร์ต

สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดสรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมความเอนจอยภายในงาน อาทิ ถ่ายภาพฟรี!กับตู้ PHOTO MOOD ครีเอทท่าสุดจึ้งตามอารมณ์และ รับฟรี TATTOO STICKERลายสุดคิวท์ (จำกัดวันละ 300 สิทธิ์เท่านั้น)และเมื่อรับประทานอาหารหรือช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ จากร้านค้าภายในศูนย์การค้าหรือใช้คะแนนเมกา สไมล์ รีวอร์ดสเพียง 5 คะแนน แลกรับฟรี KEYCHAINพิเศษ!สำหรับสมาชิกใหม่เมกา สไมล์ รีวอร์ดส รับฟรีทันที GRIPTOKสุด Exclusive สำหรับติดสมาร์ทโฟน พิเศษ! สำหรับเพื่อนใหม่ที่แอดLine OA @megabangnaofficial รับฟรี! สติ๊กเกอร์ลายลิมิเต็ด อิดิชั่นเฉพาะ 500 ท่านแรกต่อวันเท่านั้นนอกจากนี้ ยังเพิ่มเติมความฟินกับหลากหลายบูธอาหารและเครื่องดื่มให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกันอย่างจุใจมาร่วมเอนจอยไปกับเสียงดนตรีและเติมเต็มสีสันอารมณ์ในตัวคุณด้วยเสียงเพลงท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล ในงานMEGA MUSIC IN THE PARK ครั้งที่ 4COLOR YOUR MOODวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนและวันอาทิตย์ที่ 24พฤศจิกายน 2567 ระหว่างเวลา16.00 น.– 22.00น.งานนี้ชมฟรี!ณ เมกา พาร์ค ศูนย์การค้าเมกาบางนาดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชันเมกาบางนา หรือ Add Line OA  @megabangnaofficial

“ศูนย์การค้าเมกาบางนา” แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สถานที่ที่จะทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษของทุกคน

ในครอบครัว เติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE

#เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE

#MegaMusicInThepark2024 #MusicInThePark #Megabangna

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของเมกาบางนาได้ที่

แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4G

เว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/

เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTER

อินสตาแกรม : @MEGABANGNA_TH

ทวิตเตอร์ : @MEGABANGNA3

ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL

หรือโทร. 02-105-1000

‘อั้ม-แอน-แอฟ’สวยฉ่ำ สวยแพง เอเลแกนซ์ลุค ร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี บิวตี้เจมส์

https://www.naewna.com/entertain/840902

'อั้ม-แอน-แอฟ'สวยฉ่ำ สวยแพง เอเลแกนซ์ลุค ร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี บิวตี้เจมส์

‘อั้ม-แอน-แอฟ’สวยฉ่ำ สวยแพง เอเลแกนซ์ลุค ร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี บิวตี้เจมส์

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.34 น.

อั้ม พัชราภา – แอน ทองประสม – แอฟ ทักษอรสามนางเอกตัวแม่วงการบันเทิงไทย นำทัพยกขบวนดารา นักแสดง ศิลปิน และท็อปเซเลบริตี้จากทุกวงการมิ้นต์ชาลิดา – มิกค์ ทองระย้า-นนกุล ชานน– เติร์ด ลภัส – ม่อน ธนัชชัย – แฟรงค์ธนัตถ์ศรันย์ – โอเจ ศวัส – วิน พันธุ์เดช -กาย พงศ์เกษมและเหล่าคนดังอีกร้อยกว่าชีวิตร่วมงาน BEAUTY GEMS 60th Anniversary High Jewelry”เปิดบันทึกปฐมบทใหม่ ปรากฏการณ์ฉลองครบรอบ 60 ปีอย่างยิ่งใหญ่ สร้างกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์กระหึ่มวงการจิวเวลรี่

บิวตี้เจมส์ผู้รังสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีอันดับหนึ่งของเมืองไทย โดย หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุลร่อนการ์ดเชิญเซเลบริตี้ ร่วมชมแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง กว่า 60 คอลเลกชัน ภายใต้ธีม ExhibitionHigh Jewelry”นำเสนอผลงานคุณภาพมาตรฐานสากล ภายใต้แบรนด์ของคนไทย ส่องประกายความงดงามให้เห็นถึงความประณีตในการเจียระไนโดยช่างฝีมือไทย พร้อมเปิดตัวผลงานชิ้นเอก “ผึ้งเบญจรงค์”ซึ่งตั้งใจสร้างสรรค์เพื่อโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะผึ้งเบญรงค์เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของABEILLE COLLECTIONSและเป็นเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงที่เป็นทั้งเข็มกลัดและจี้

“ผึ้งเบญจรงค์” แรงบันดาลใจมาจาก ลวดลายความงดงามของเครื่องเบญจรงค์ 5 สี อัตลักษณ์ความเป็นไทย สะท้อนภูมิปัญญาคนไทยและนำมาประดับในชิ้นงานเครื่องประดับจากช่างฝีมือคนไทย แฝงความหมายการก้าวผ่านทุกยุคสมัย แต่คงไว้ซึ่งรากเหง้าความเป็นไทย ที่จะยังคงอยู่และได้รับการสืบสานและส่งต่อตลอดไป “ผึ้งเบญจรงค์” ผลิตแบบ Limited Edition จำนวนจำกัด 60 ชิ้น ในแต่ละชิ้นมีหมายเลขกำกับ ประดับเพชรหายาก Fancy Yellow Diamondประกอบด้วย เพชรสีเหลือง 0.30 กะรัต เพชร1.00 กะรัต มรกต 0.20 กะรัต ทับทิม 0.60 กะรัต ไพลิน 0.65 กะรัต ทองคำขาวและทองคำ น้ำหนัก 9.00 กรัม มูลค่า 250,000 บาท

!!! บิ๊กเซอร์ไพร์ส !!! กับการปรากฏตัวของซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่ง“อั้ม พัชราภา”มาร่วมงานและชมแฟชั่นโชว์ สวยหรูงามสง่าในลุคเอเลแกนซ์ เจิดจรัสด้วยสร้อยคอไพลินประดับเพชรIZABELLE (อิสซาเบล คอลเลกชัน)เพชร15.70 กะรัต ไพลิน154.95 กะรัต และทองคำ น้ำหนัก 6.17 กรัม มูลค่า70 ล้านบาทดีไซน์รูปผึ้ง เปรียบตัวแทนหญิงสาวที่แสนงดงาม มีเสน่ห์ งดงามด้วยพลอยสีน้ำเงินเสริมความทรงอำนาจ

ตระการตากับการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงในชุดไฮไลต์ ได้เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง“แอน ทองประสม” ร่วมรันเวย์ โดยสวมใส่เครื่องประดับในRAYNA COLLECTIONS (ไรย์น่า คอลเลกชัน) เพชร 34.58 กะรัต ทองคำขาวน้ำหนัก 78.49 กรัมและทองคำ น้ำหนัก 6.17 กรัม มูลค่า125  ล้านบาท ดีไซน์โดดเด่นด้วยราชินีผึ้ง ตัวแทนความยิ่งใหญ่และสง่างาม ความแข็งแกร่งของเพชรเป็นดั่งผู้นำ ผนวกรวมเข้ากับเสน่ห์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Yellow Diamond Fancy (คานารี) ตอกย้ำเอกลักษณ์ของ บิวตี้ เจมส์ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านความงดงามอันประณีตของช่างฝีมือไทย

ส่องโมเมนต์รันเวย์หวาน“แอฟ ทักษอร” กับการเดินแบบครั้งแรกของ “นนกุล ชานน” แอฟสวยละมุนสวมใส่สร้อยคอประดับเพชร ALYONA (อโยน่า คอลเลกชัน) เพชร 90.19 กะรัต และทองคำขาว น้ำหนัก 106.61 กรัม มูลค่า 150 ล้านบาท ดีไซน์อลังการเห็นถึงความงดงามของการรวมตัวหมู่มวลผึ้งนางพญาและผึ้งงาน ตัวแทนความสามัคคีและขยันขันแข็ง เพิ่มเสน่ห์ให้สร้อยคอด้วยเพชรเม็ดใหญ่ที่ส่องประกายเจิดจรัส

“นนกุล” มาในลุคที่แฝงความโก้หรู สวมใส่สร้อยคอเพชร KAREV (คาเรฟ คอลเลกชัน) ที่ให้อารมณ์ทันสมัย เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ เสริมความโดดเด่นให้กับผึ้ง แสดงถึงความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ เครื่องประดับชิ้นนี้ประกอบด้วย เพชร 2.20 กะรัต ทองคำขาว น้ำหนัก 35.40 กรัม มูลค่า 1 ล้านบาท

ตามดูเซเลบริตี้ที่นั่งชิดติดขอบรันเวย์กันบ้างนักแสดงสาว “มิ้นต์ ชาลิดา” ควงคู่มากับน้องชาย “ม่อน ธนัชชัย” เลือกใส่เครื่องประดับใน ABEILLE COLLECTIONS (อาเบล คอลเลกชัน) มิ้นต์สวยสะกดด้วยสร้อยทองคำขาว น้ำหนัก 70.35 กรัม ประดับเพชร 11.38 กะรัต มูลค่า 2.5 ล้านบาท ส่วนม่อนสลัดภาพคูล สวมมาดลุคสมาร์ทกับเข็มกลัดผึ้ง

นอกจากนี้ ยังมีพระเอกลูกครึ่ง “มิกค์ ทองระย้า”ศิลปินหนุ่ม “เติร์ด ลภัส” นักแสดงวัยรุ่น “แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์” นักกีฬารุ่นใหม่ไฟแรง “โอเจ ศวัส” เซเลปผู้หลงใหลกีฬาไอซ์ฮอกกี้ “วิน พันธุ์เดช” และผู้ประกาศหล่อสมาร์ท“กาย พงศ์เกษม”เลือกใช้เข็มกลัดผึ้งใน ABEILLE COLLECTIONS (อาเบล คอลเลกชัน) เสริมลุคชูเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ละชิ้นมีมูลค่า 250,000 – 300,000 บาท

อีกหนึ่งโชว์ที่สะกดคนอยู่หมัดทุกนาที ยกให้“รัดเกล้า อามระดิษ” ด้วยดีกรีนักร้อง Diva ของแท้กับการโชว์พลังเสียงคุณภาพระดับเทพ การส่งอารมณ์มาเต็มๆ รับเสียงปรบมือกึกก้องดังสนั่นห้อง Napalai Grand Ballroom โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ สร้างความประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบให้เหล่าเซเลบริตี้คนดัง ส่งเสียงชื่นชม บิวตี้ เจมส์ จัดเต็ม จัดแน่นรับคะแนนเต็ม 100 แบบไม่หัก สมมงแชมป์วงการไฮจิวเวลรี่ ครองใจผู้บริโภคตลอดกาล

อินทุกโมเมนต์สนุกทุกวินาทีใน THE CONCERT Present ‘ARMCHAIR OriginalConcert

https://www.naewna.com/entertain/840901

อินทุกโมเมนต์สนุกทุกวินาทีใน THE CONCERT Present 'ARMCHAIR OriginalConcert

อินทุกโมเมนต์สนุกทุกวินาทีใน THE CONCERT Present ‘ARMCHAIR OriginalConcert

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.29 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับการอำลา Line Up Originalทั้ง 4 คน ของวง Armchair ที่อยู่มายาวนานถึง 24 ปี โดยมี โย่ง อนุสรณ์ มณีเทศ (ร้องนำ/กีตาร์) , อ้วน อธิษว์ ศรสงคราม (คีย์บอร์ด/ฟลุต) , ผึ้ง จตุตถพงศ์ รุมาคม (กีตาร์) , จ้อ พีระพล ลีละเศรษฐกุล (เบส/ แช็คโซโฟน) ได้กลับร่วมเล่นด้วยกันครั้งสุดท้าย พร้อมทัพ Special Guest สุดพิเศษ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ สถานที่จัดงาน THUNDER DOME MUANG THONG THANI ใน THE CONCERT Present “ARMCHAIR Original Concert ที่นับว่าเป็นหนึ่งคอนเสิร์ตแห่งปีที่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “สมบูรณ์แบบ สมการรอคอยจริงๆ” 

ทันทีที่คอนเสิร์ตเริ่มนับหนึ่งแฟนเพลงนับพันคนของวงArmchair ก็เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ความทรงจำแรกอีกครั้ง เพราะอินโทรเพลง “สิมิลัน” ได้มาพร้อมการเปิดตัวสมาชิกครบวงทั้ง 4 ก่อนตามด้วยเพลงน่ารัก “อยากกลับไปหา” และ “ปาดีดาดีดับ” และตามด้วยเพลง “เธอคนเดียว” กับ “เข้าใจและยอมรับ” ที่ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น  ก่อนที่จะพาคนฟังเข้าสู่อารมณ์คิดถึงไปกับเพลง “คิดถึง” และตามด้วยการพูดส่งกำลังใจของพี่โย่งเพื่อพาทุกคนเข้าสู่เพลง “วันที่ฉันป่วย” ที่ทุกคนร้องตามกันทั้งฮอลล์ ซึ่งช่วงแรกของของงานจะเป็นเรื่องราวของ “ฤดูใบไม้ผลิ” และงานครั้งนี้เรื่องราวทั้งหมดจะเล่าผ่านฤดูกาลต่างๆ ใน 1 ปี ที่จะมีเรื่องราวและความรู้สึกเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งรัก และ ทั้งเหงา     

แต่ก่อนที่บรรยากาศเหงาๆ จะทำให้ทุกคนเคลิ้ม Special Guest คนแรก ตูน Bodyslamได้ขึ้นมาแจมกับวง Armchair ทำเอาแฟนเพลงร้องว้าวกันทั้งฮอลล์ พร้อมกับโยกตามไปกับเพลง “พรุ่งนี้”  สำหรับ Special Guest คนแรก ตูน Bodyslamทำเอาโย่งตื่นเต้นสุดๆ เพราะนอกจากจะเป็นรุ่นพี่โรงเรียนมัธยมที่ชื่นชมและเป็นพี่ในวงการดนตรีที่อยู่กันในหลายโมเมนต์สำคัญแล้ว วันนี้ตูนยังเคลียร์คิวมาเพื่อน้องรักอย่างวง Armchair ก่อนไปแสดงต่อที่จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย และหลังจากที่พูดคุยกัน พร้อมเปิดคลิปเก่าของตูนและโย่งที่หาดูที่ไหนไม่ได้บนจอยักษ์แล้ว แฟนๆ ก็กรี๊ดสนั่นเมื่ออินโทรเพลง “รึเปล่า” เวอร์ชันพิเศษเติมความร็อกระหว่างตูนและโย่งประสานเสียงได้อย่างลงตัวสมศักดิ์ศรีตัวพ่อชาวร็อกของแทร่

เมื่อบรรยากาศความร็อกได้ค่อยๆ ผ่านไป ก็ถึงเวลา โมเมนต์ “ฤดูหนาว” ซึ่งเป็นเหมือนจังหวะเหมาะสมที่แจ๊สแบนด์จะมาเล่นเพลง “ดวงดาวในบ่อน้ำ” ที่ตามด้วยการอัปเดตชีวิตของอ้วนที่เป็นสายนักชิมและตามด้วยเพลง “น้ำหนัก” และ “ป่วนปั่น” ซึ่งนอกจากนักเต้นเท้าไฟจาก The Hop Bangkok ก็มากับเซอร์ไพรส์คาดไม่ถึงจากศิลปินเสียงคุณภาพผู้สร้างรอยยิ้มทันทีที่ปรากฏตัวอย่าง เบน ชลาทิศ ที่ออกมาร้องเพลง “สำเริงสำราญ” ของ Armchair ก่อนเบนจะขอร้องเพลงดังที่มาจากชีวิตจริงสุดเรียลอย่าง “คนข้างล่าง” เวอร์ชั่นสุดพิเศษที่หาฟังที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ก่อนตามด้วยโมเมนต์ทอล์กโชว์สุดฮาของเบนกับโย่งที่ทำคนทั้งฮอลล์หัวเราะแทบทุกประโยคเพราะไม่ค่อยได้เห็นเวอร์ชั่นโบ๊ะบ๊ะปล่อยมุขฮาแบบนี้ของ โย่ง อาร์มแชร์ ก่อนที่หมดพาร์ทนี้เบนก็ได้ฝากของแถมนอกสคริปต์ให้ทุกคนด้วยเพลง “Minute of love” ที่เจ้าตัวขอยกให้เป็นเพลงรักที่หวานที่สุดที่เคยฟังมา 

พอพูดคุยกันหอมปากหอมคอ ก็เข้าสู่โมเมนต์เพลงรักอย่าง ที่เริ่มด้วยเพลงแรกของ Armchair อย่าง “อบเชย” ที่ทำหลายคนยิ้มและน้ำตาซึมเมื่อน้องอบเชยลูกสาวของพี่โย่งออกมาในอ้อมกอดคุณพ่อทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ !! ในความน่ารักของน้องอบเชย ก่อนที่ทุกคนจะพร้อมใจร้องเพลง Happy Birthday งานนี้ ทำเอาคุณพ่ออย่างโย่งถึงกับปลื้มปริ่มหัวใจเป็นที่สุด จากนั้นก็ต่อกันด้วยซีนเปิดตัวอ้วนที่มาร้องเพลงช่วง “ฤดูใบไม้ร่วง” ในเพลง “แพร” และ “photograph”  และตามด้วยซีนน่ารักเมื่ออ้วนขอเป็นสวมบทตากล้องให้กับคนทั้งฮอลล์และเดินไปหาทุกมุม ก่อนกลับสู่การพูดคุยของวงที่ทุกคนขอพูดความในใจ และจากนั้นก็เป็นเพลง “ขอให้หยุดฟัง” เวอร์ชั่นอะคูสติกที่อบอุ่นหัวใจที่สุด

หลังจากที่แฟนๆ ได้เจอกับเพื่อนสายร็อค และสายดีโว่ของ Armchair ไปแล้ว ก็ถึงเวลาเอาใจชาวอินดี้เมื่อ เจ Penguin Villa และ กอล์ฟ Superbakerขอรียูเนี่ยนยูนิตสุดคูลแห่งปีอย่าง Super Penguin ที่มากับเหล่าเพลงอินดี้ในตำนานทั้ง “โลกไม่ใช่ของเรา”,  “บ้านของหัวใจ”, “ACROPHOBIA” ซึ่งใครที่ดูก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  เอาใจเด็กฮิปสเตอร์ไปเลย!  ก่อนเจ้าของงานอย่าง Armchair จะคืนสเตจมาแลกมุกฮา ย้อนความหลังก่อนร่วมกันร้องเพลง “ครึ่งใจ”, “15 กุมภา” และก็เป็นช่วงที่โย่งขอร้องเพลง “ผู้ชายที่โชคดี” ให้กับก้อยภรรยาที่อยู่เคียงข้างนับ 10 ปี พร้อมลงจากเวทีไปร้องคู่กับเจ้าตัวจนเรากล้าการันตีว่าใครที่ได้ฟังความในใจและเพลงนี้แบบสดๆ คือคุณโชคดีจริงๆ 

ช่วงท้ายของงานก็เป็นโมเมนต์ “ฤดูร้อน” ที่เริ่มด้วยเพลงสุดเศร้า “อีกครั้ง” ที่จ้อขอมาจับแซ็กโซโฟน ก่อนเข้าสู่เวลาเหมาะสมที่หนุ่มฮอตของยุคอย่าง กลัฟ คณาวุฒิ จะก้าวขึ้นมาทำให้หัวใจทุกคนในฮอลล์เต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยการแร็ปเติมสีสันให้กับเพลงหวาน “Minute of love” ที่ถูกเติมความสนุกสุดด้วยการเรียบเรียงแบบใหม่ๆ และกลัฟได้บอกรักทุกคนร่วมกับพี่ๆ Armchair ผ่านเพลง “อยู่ที่เธอทุกอย่าง” ที่เขาขอเล่นคีย์บอร์ด Launch Pad คู่ใจ ก่อนที่ Armchair จะสร้างบรรยากาศหน้าร้อนแบบน่ารักส่งท้ายฤดูด้วยเพลง “คุณเก็บความลับได้ไหม”, “อาจเพราะเธอ” และ “ไปด้วยกัน” ภายใต้บรรยากาศปาร์ตี้สุดเหวี่ยงที่ทุกคนพร้อมใจสละเก้าอี้กันทันที

แม้ว่าฤดูกาลจะผันเปลี่ยนครบทั้ง 4 ฤดูไปแล้ว แต่จากเสียงเชียร์สนั่นของแฟนๆ ก็นำพาเข้าสู่ช่วงอังกอร์ ที่หลังจากทุกคนได้เห็นภาพถ่ายงานฝีมือของอ้วน ก็เป็นเวลาที่ทุกคนได้ฟังเพลง “รึเปล่า” และปิดท้ายด้วยเพลง “รักเเท้” ที่พวกเขาตั้งใจถ่ายทอดให้กับผู้ชม ผู้เป็นเหมือน “รักแท้” ของสมาชิก Armchair ทุกคน เพื่อ ส่งทุกคนกลับบ้านพร้อมภาพความทรงจำสุดท้าย ที่ทุกคนจะได้เห็นทั้ง 4 คนเล่นดนตรีด้วยกันบนคอนเสิร์ตใหญ่แบบใส่สุดทุกฉากและทุกเพลงอย่างแท้จริง 

‘เฟย ภัทร’เปิดใจหมดเปลือก! สเปคสาวในฝันคือแบบไหน? พร้อมเดทสุดฟินกับ ‘นนท์ อินทนนท์’

https://www.naewna.com/entertain/840899

'เฟย ภัทร'เปิดใจหมดเปลือก! สเปคสาวในฝันคือแบบไหน? พร้อมเดทสุดฟินกับ 'นนท์ อินทนนท์'

‘เฟย ภัทร’เปิดใจหมดเปลือก! สเปคสาวในฝันคือแบบไหน? พร้อมเดทสุดฟินกับ ‘นนท์ อินทนนท์’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.25 น.

หนุ่มหล่อมาดเข้ม “เฟย ภัทร เอกแสงกุล” ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดสนั่นโซเชียลอีกครั้ง หลังจากไปออกรายการ Holidate กับพิธีกรหนุ่มสุดฮา นนท์ อินทนนท์ ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่มาโปรโมทผลงาน แต่หนุ่มเฟยยังได้เปิดใจเรื่องราวส่วนตัวแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะสเปคสาวในฝันที่หลายคนรอคอย งานนี้ทำเอาแฟนคลับที่รอฟังใจจะขาด ได้รู้กันไปเลยว่าหนุ่มเฟยชอบผู้หญิงแบบไหน

ส่วนนนท์ อินทนนท์ ได้ไปเดทกับหนุ่มเฟยแบบฟินๆ ในรายการ Holidate ครั้งนี้พิธีกรหนุ่มสุดฮาอย่าง นนท์ อินทนนท์ ได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนสาวๆ ไปเดทกับหนุ่มเฟยแบบเต็มรูปแบบ ทำเอาแฟนๆ อิจฉาตาร้อนกันไปตามๆ กัน บรรยากาศสุดโรแมนติก ทำให้แฟนๆ ได้เห็นมุมน่ารักๆ ของทั้งคู่ และได้รู้จักหนุ่มเฟยมากขึ้นไปอีก

สเปคสาวในฝันของหนุ่มเฟยจะเป็นยังไง ? ต้องบอกเลยว่าหนุ่มเฟยนั้นเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่สาวๆ หลายคนหมายปอง แต่จะสเปคตรงกับใครบ้างนั้น ไปฟังกันเลย!

นนท์ : สรรพนามเวลาใช้เรียกแฟน

เฟย  : เรียกว่า คุณ มันดูให้เกียรติและดูสุภาพด้วย

นนท์ : สเปคที่ชอบเป็นแบบไหน

เฟย  : ชอบคนตัวเล็ก 

นนท์ : จากที่ดูเธอเป็นคนที่ภาพลักษณ์ดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆคุณเป็นคนไม่ง่ายเป็นคนเยอะ เวลาจะคบกับใครจะคิดเยอะ 

เฟย  : มากๆ ถามจริงรู้ได้ไงไม่งั้นคงมีเมียไปแล้ว

นนท์ : เเละที่คิดเยอะเพราะแค่รู้สึกว่าคุณไม่ได้อยากเปลี่ยนแฟนบ่อย เอาจริงๆผู้ชายที่เค้าจะดูโหดๆ เค้าจะมีความคิดเยอะ ไม่ได้คิดทุกอย่างแค่ด้านเดียว

นนท์ : แล้วเรื่องไหนรู้สึกกังกลสุด ที่คนๆนี้จะมาคบกับเรา

เฟย  : หลักๆน่าจะเป็นเรื่องที่คุยแล้วมันไม่คลิก มันคุยไม่รู้เรื่อง คือบางคนเรารู้สึกว่าเราอยากจะคบกับเค้าตลอดเวลาหรือเปล่า อยากจะโทรหาตลอดหรือเปล่า อยากจะแชร์นั่นนี่ แล้วถ้าแชร์ไปแล้วมันจะต่อกันได้หรือเปล่า อันนี้สำคัญ ต่อให้บางคนน่ารักแค่ไหนแต่ถ้าคุยแล้วมันต่อกันไม่ได้เลยก็ไม่รู้จะคบอยู่ไปได้ทำไม

นนท์ : มีแฟนมาแล้วกี่คน?

เฟย  : น่าจะ 3 คน

นนท์ : โสดมานานแค่ไหนแล้ว ?

เฟย  : 1 ปี

นนท์ : อุ้ย ก็ไม่นาน แต่จะนานสำหรับเค้าหรือเปล่า

เฟย  : จริงๆก็ไม่ได้นานมาก

นนท์ : ชอบกินอาหารสไตล์ไหนมากที่สุด

เฟย  : ชอบกินเนื้อวัว

นนท์ : เวลากินอาหาร ชอบคนกินแบบไหน 

เฟย  : ชอบคนแบบตั้งใจกิน กินจริงจัง กินอาหารอร่อย ไม่ต้องแอ๊บ คือเวลาเราสั่ง เราสั่งเยอะ แล้วพอมากินนิดเดียวมันเสียดายของ เพราะกินสนุก การคุยมันก็จะสนุก

นนท์ : เคยตกหลุมรักใครจากการกินมั๊ย?

เฟย  : ตกหลุมรักจากการทำอาหารมากกว่า

นนท์ : แล้วชอบจีบก่อนหรือถูกจีบ

เฟย  : ชอบจีบก่อนมากกว่า ชอบผู้หญิงเวลาคุยเสียงธรรมชาติ และชอบผู้หญิงผมสั้น เพราะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองประมาณนึง

นนท์ : จริงๆตัวเองเป็นคนคลั่งรักมั๊ยประมาณไหน

เฟย  : ก็คลั่งรักประมาณนึง เป็นฟิวที่แบบจะไม่ได้หวานมาก ชอบตลกพูดคุยสนุกสนาน

นนท์ : ชอบคนแก่กว่า หรือเด็กกว่า ?

เฟย  : ชอบคนแก่กว่า

งานนี้คงไม่แปลกใจที่สาวๆ หลายคนต่างหมายปองและหวังจะได้เป็นสเปคของหนุ่มเฟยก็ทั้งหล่อ ทั้งโสดแถมเสน่ห์ร้อนแรงขนาดใครจะอดใจไหวกับสายตาที่เย้ายวนแบบนี้

แต่จะมีใครโชคดีได้ครองหัวใจหนุ่มหล่อคนนี้หรือไม่ คงต้องรอลุ้นกันต่อไป!

สามารถติดตามความสนุกย้อนหลังได้ ตามลิ้งค์ที่แนบมาค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=f7qH5AJdyng&t=768s

แซ่บเกินต้าน! ‘หยาดทิพย์’อวดหุ่นปังในชุดบิกินีรับลมริมทะเล

https://www.naewna.com/entertain/840869

แซ่บเกินต้าน! 'หยาดทิพย์'อวดหุ่นปังในชุดบิกินีรับลมริมทะเล

แซ่บเกินต้าน! ‘หยาดทิพย์’อวดหุ่นปังในชุดบิกินีรับลมริมทะเล

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.30 น.

แม้จะห่างหายจากงานละครไปพักใหญ่ สำหรับคุณแม่ลูกหนึ่งอย่าง “หยาดทิพย์ ราชปาล” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้เผยภาพหุ่นสุดเป๊ะ หน้าท้องแบนราบ อกอึ๋มเบาๆ ในชุดบิกินีสีฟ้าสดใส โพสท่าสวยอยู่ริมทะเลที่ภูเก็ต ทำให้บรรยากาศของทะเลดูร้อนแรงขึ้นมาทันที 

มวล.ระดมสมอง ยกระดับระบบวิจัยฯ ขับเคลื่อนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

https://www.naewna.com/local/841071

มวล.ระดมสมอง ยกระดับระบบวิจัยฯ  ขับเคลื่อนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

มวล.ระดมสมอง ยกระดับระบบวิจัยฯ ขับเคลื่อนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเวทีระดมความเห็นเพื่อกำหนดกลยุทธ์ยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาค ภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ

ผศ.ดร.สมใจ หนูผึ้ง หัวหน้าสถานวิจัย สำนักวิชาการบัญชีและการเงิน ม.วลัยลักษณ์ (มวล.) ในฐานะหัวหน้าโครงการกำหนดกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรม ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาคภาคใต้ (SEC) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมาอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. ร่วมกับสำนักวิชาการบัญชีและการเงินพร้อมภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคใต้ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบกลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่า
ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานกล่าวเปิด มีบุคลากร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคการศึกษาเข้าร่วมกว่า 150 คน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 9
โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผศ.ดร.สมใจ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการร่วมกันและการให้ความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน โดยกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้มอบหมายให้อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ดำเนินการ พัฒนาระบบกลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อมุ่งพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตามที่รัฐบาลได้ประกาศพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคใต้ขึ้น โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพรและระนอง ให้เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีเป้าหมาย เพื่อแนะนำโครงการดังกล่าว โดยมีการประชุมกลุ่มย่อยและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาคม สมาคม ชุมชน สถาบันการศึกษา ในพื้นที่ SEC ที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และจะมีการนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการกำหนดทิศทางในระยะยาว เพื่อเป็นกรอบในการวางแผนการดำเนินการมุ่งเป้าอย่างมีประสิทธิภาพ

“โครงการฯให้ความสำคัญกับการกำหนดวิสัยทัศน์ที่มาจากความต้องการและความคาดหวังของคนในพื้นที่จริง ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจมีทิศทางที่ชัดเจนและสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ครอบคลุม ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีต่อไป” ผศ.ดร.สมใจ กล่าว

NSM ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย ‘คืนรอยยิ้ม สร้างอนาคต’ จัดส่งสื่อการเรียนรู้วิทย์ ฟื้นฟูเด็กและชุมชน จ.เชียงราย

https://www.naewna.com/local/841070

NSM ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย ‘คืนรอยยิ้ม สร้างอนาคต’  จัดส่งสื่อการเรียนรู้วิทย์ ฟื้นฟูเด็กและชุมชน จ.เชียงราย

NSM ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย ‘คืนรอยยิ้ม สร้างอนาคต’ จัดส่งสื่อการเรียนรู้วิทย์ ฟื้นฟูเด็กและชุมชน จ.เชียงราย

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM, นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณด), นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ NSM,ดร.ชนินทร วรรณวิจิตร รองผู้อำนวยการNSM, นายณัฐพล ศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการด้านปฏิบัติการ ปณด และนางสาวศรีประพาฬ ศรีประเสริฐ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการโลจิสติกส์นครหลวง ร่วมผนึกกำลังจัดส่งสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อ “คืนรอยยิ้ม สร้างอนาคต” พร้อมฟื้นฟูพลังแห่งการค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กๆ และชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จ.เชียงราย ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี โรงเล่นพิพิธภัณฑ์เล่นได้ จ.เชียงราย เตรียมรอรับพร้อมกระจายไปสู่ 15 โรงเรียนในอ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อไป

กิจกรรมฯ ครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในปฏิบัติการตามนโยบายของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ยังคงห่วงใย ประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดย NSM ร่วมด้วย บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ดำเนินการจัดส่งสื่อการเรียนรู้ให้ถึงมือเด็กและชุมชน ซึ่งถือเป็นหน่วยงานอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้าแบบครบวงจร เพื่อส่งมอบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปสู่เยาวชนและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง และได้ประสานกับโรงเล่นพิพิธภัณฑ์เล่นได้ จ.เชียงราย ที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 20 ปี ที่เป็นเสมือนพื้นที่สร้างสรรค์และแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมถ่ายทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น เพื่อร่วมกิจกรรม “เปิดพื้นที่แห่งการรับฟัง เพื่อบรรเทาทุกข์พร้อมสร้างความสนุกผ่านสื่อของเล่น” โดยจะทำหน้าที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้และกระจายส่งต่อให้กับเยาวชนและประชาชน ทั้ง 15 รร. ในอ.แม่สาย จ.เชียงราย

รายงานพิเศษ : ‘Thailand Space Week 2024’ เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีอวกาศจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน

https://www.naewna.com/local/841072

รายงานพิเศษ : ‘Thailand Space Week 2024’  เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีอวกาศจากทั่วโลก  สร้างโอกาสทางธุรกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน

รายงานพิเศษ : ‘Thailand Space Week 2024’ เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีอวกาศจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. จับมือหน่วยงานพันธมิตรอย่าง Cabinet office of Japan, ISPACE, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ECURS, SIEMENS, THAICOM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ อีกกว่า 70 บริษัท จัดงาน Thailand Space Week 2024 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10 โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้นำหน่วยงานอวกาศจากนานาประเทศและเหล่าผู้ประกอบการทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจากทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นงานด้านเทคโนโลยีอวกาศในระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีฯในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งใจจัดงาน Thailand Space Week 2024 ในครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจด้านอวกาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะนำมาสู่การขับเคลื่อนทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีในอนาคต โดยเทคโนโลยีอวกาศจะแทรกซึมอยู่ในเกือบทุกส่วนของการดำเนินชีวิตในปัจจุบันและยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เป็น New S Curve สำหรับการจัดงาน Thailand Space Week ในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการใช้เทคโนโลยีของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอวกาศ

“ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนานวัตกรรมในด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะเร่งการพัฒนาดาวเทียมเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน
ในประเด็นสำคัญต่างๆ ของประเทศ ส่งเสริมการเติบโตธุรกิจด้านอวกาศทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น Spaceport และความร่วมมือกับธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ไม่เพียงแค่นั้นรัฐบาลยังส่งเสริมให้เยาวชนได้เกิดการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมอวกาศ ผ่านการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ การสร้างความตระหนักและความสามารถด้านอวกาศนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคตต่อไป”

ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวต่อว่า งาน Thailand Space Week 2024 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวง อว. ที่ต้องการขับเคลื่อนนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดความร่วมมือและการใช้ประโยชน์สำหรับประเทศไทยมากที่สุด งานนี้ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดในด้านเทคโนโลยีอวกาศและธุรกิจในประเทศไทย คาดว่าตลอดการจัดงาน 3 วัน จะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน จาก 34 ประเทศทั่วโลก บริษัทเข้าร่วมงานมากกว่า 70 บริษัท บูธนิทรรศการมากกว่า 100 บูธ ซึ่งแนวทางการจัดงานของปีนี้เราเน้นเรื่อง “Converging Technologies, Connecting People,” ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องนำมาหลอมรวมกับเทคโนโลยีอื่นๆ (Technology Convergence) ที่จะนำมาสู่เครื่องมือ ข้อมูล และการจัดการที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับมนุษย์และการดำเนินธุรกิจ โดยการจัดงานครั้งนี้ผู้ร่วมงานนอกจากจะมีโอกาสอัปเดตข้อมูลที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและกิจการอวกาศจากนานาประเทศแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้รู้จักและสร้างเครือข่ายทางความรู้และธุรกิจกับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ซึ่งปีนี้เราได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตและนักการทูตมากกว่า 10 ประเทศมาร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีผู้นำและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรด้านอวกาศจากหลายประเทศทั้งในเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ อาทิ CNSA ประเทศจีน, KARI สาธารณรัฐเกาหลีใต้, OSTIN ประเทศสิงคโปร์, EU , MYSA จากประเทศมาเลเซีย, QZSS ประเทศญี่ปุ่น และ PHILSA ประเทศฟิลิปปินส์ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และมุมมองภายในงานด้วย

“สำหรับจุดเด่นของงาน Thailand Space Week 2024 มีหลายกิจกรรม โดยเฉพาะในส่วนของ Plenary Stage จะมี Session ที่น่าสนใจ อาทิ Space Leaders Forum, Unveiling Asean Space Ecosystems, การใช้เทคโนโลยีอวกาศรับมือกับความท้าทายที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน, Financing the Future กับโอกาสในอุตสาหกรรมอวกาศ หรือจะมาร่วมส่องอนาคตเทคโนโลยีอวกาศ ไปกับ นางฟ้าไอที คุณเฟื่องลดา กับ Trend ในอีก 10 ข้างหน้า ทั้งหมดล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยที่พร้อมเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาและขับเคลื่อนภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอวกาศเพื่อสร้างโอกาสและประโยชน์ให้กับภูมิภาคนี้

ประเทศไทยมุ่งหวังที่จะสร้างโอกาสและขยายความร่วมมือ ทั้งด้านองค์ความรู้ ธุรกิจ และการลงทุนในระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงของภูมิภาค ซึ่งมุ่งหวังจะให้เกิดการยกระดับและเปิดโอกาสให้กับ Space related Industry ของไทยกับพันธมิตรจากนานาประเทศ อันจะนำมาสู่การเพิ่มรายได้ใหม่ๆ ให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ” ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

‘สอวช.’ร่วมภาคีเครือข่าย จัดประชุมชีววิทยาสังเคราะห์ ตั้งเป้ามุ่งแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก

https://www.naewna.com/local/840870

‘สอวช.’ร่วมภาคีเครือข่าย จัดประชุมชีววิทยาสังเคราะห์ ตั้งเป้ามุ่งแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก

‘สอวช.’ร่วมภาคีเครือข่าย จัดประชุมชีววิทยาสังเคราะห์ ตั้งเป้ามุ่งแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.32 น.

‘สอวช.’ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดประชุมนานาชาติด้านชีววิทยาสังเคราะห์ SynBio Consortium 2024 ตั้งเป้านำองค์ความรู้มุ่งสู่แนวทางแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โครงการธัชวิทย์ ,หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) จัดการประชุมนานาชาติด้านชีววิทยาสังเคราะห์ในประเทศไทย ประจำปี 2567 หรือ SynBio Consortium 2024

ทั้งนี้ เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และนักนวัตกรรมชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของชีววิทยาสังเคราะห์ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ ส่งเสริมความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านชีววิทยาสังเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก เช่น การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ เกษตรกรรมที่ยั่งยืน และพลังงานสะอาด เป็นต้น โดยงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องอีเทอร์นิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

นายศุภชัย กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมแผนที่นำทางการพัฒนาชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio Development Roadmap) ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจในการขับเคลื่อนแผนที่นำทางนี้ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในด้านการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา โดยแผนงานต่าง ๆ ภายใต้แผนที่นำทางฉบับนี้จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่ช่วยสนับสนุนการประยุกต์ใช้ชีววิทยาสังเคราะห์ในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนด้านสุขภาพ และมีส่วนสำคัญต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ให้มุมมองของภาคเอกชนต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมบนฐานการประยุกต์ใช้ชีววิทยาสังเคราะห์ ว่าชีววิทยาสังเคราะห์ เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญยิ่งในการพลิกโฉมความสามารถทางการแข่งขันของไทย โดยจะเข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพ ส.อ.ท. พร้อมจับมือกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์และนำมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพที่ถือเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มาสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำพาประเทศไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ด้าน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ SynBio Development Roadmap ว่า แผนที่นำทางนี้ไม่ใช่เพียงแผน แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยการร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกและใช้จุดแข็งของประเทศไทย เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง สนับสนุนการประยุกต์ใช้ชีววิทยาสังเคราะห์ในหลากหลายอุตสาหกรรมได้

นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ กรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)ได้กล่าวว่าเครือข่าย SynBio หรือ SynBio Consortium ได้มีการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2565 ด้วยวิสัยทัศน์ “ชีววิทยาสังเคราะห์สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG)” โดย ส.อ.ท. เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ไปสู่เชิงพาณิชย์ ผ่านการเสนอแนะ ผลักดัน และร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านกฎระเบียบ มาตรการและกลไกที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมซึ่งมีฐานมาจากเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์และเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ซึ่งความร่วมมือภายใต้เครือข่ายนี้ จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านชีววิทยาสังเคราะห์ได้อย่างยั่งยืน

ดร.สิริพร พิทยโสภณ นักยุทธศาสตร์ระดับสูง รักษาการแทนรองผู้อำนวยการ สอวช. ได้กล่าวปิดงานและกล่าวขอบคุณผู้ร่วมอภิปราย ผู้ดำเนินงาน และผู้เข้าร่วมงานทุกคน ที่ได้มีส่วนร่วมทำให้ประเทศไทยได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ ยังได้ขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวง อว. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่มีส่วนสำคัญทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งข้อมูลเชิงลึกและการหารือในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับแผนที่นำทางการพัฒนา SynBio จะถูกส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อ และเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและความก้าวหน้าของชีววิทยาสังเคราะห์ต่อไป

ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยการจัดเสวนาใน 5 หัวข้อ ได้แก่

1. ความท้าทายและกฎระเบียบในการแก้ไขยีนในพืช แลกเปลี่ยนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขยีน (Gene Editing: GEd) ในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะกฎระเบียบใหม่ของไทย นำเสนอกรณีตัวอย่างจากธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี GEd ในสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เพื่อให้มุมมองระหว่างประเทศ อีกทั้งมีการอัปเดตสถานะการวิจัย GEd ในไทย เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่มีอยู่

2. การนำงานวิจัยไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงข้อเสนอแนะ ความท้าทาย และแนวทางการส่งเสริมงานวิจัยด้าน SynBio จากห้องปฏิบัติการไปสู่ตลาด บทบาทของ Accelerator และความก้าวหน้าในภูมิภาค อภิปรายข้อดี ข้อเสียของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรม

3. การวิจัยอย่างรับผิดชอบในชีววิทยาสังเคราะห์ มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมการวิจัยอย่างรับผิดชอบ โดยเน้นจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีกรณีศึกษาเพื่อเน้นปัญหาจริยธรรมในการใช้งานเทคโนโลยีชีวภาพที่ผ่านมา

4. ความสำคัญของมาตรฐานทางเทคนิคในชีววิทยาสังเคราะห์ มุ่งเน้นบทบาทของมาตรฐานในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในสาขานี้ โดยพิจารณาความท้าทายในการจัดการข้อมูลในวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์และผู้กำหนดนโยบาย

5. โครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาแรงงานทักษะสูง สำหรับการขยายขนาดในระดับอุตสาหกรรม เป็นการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรที่มีความสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาชีววิทยาสังเคราะห์ มีการนำเสนอเกี่ยวกับเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) และการศึกษาภูมิทัศน์ชีววิทยาสังเคราะห์ เน้นถึงสถานะและศักยภาพของสาขานี้ในประเทศ

ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำเสนอมุมมองที่มีประโยชน์สำหรับความก้าวหน้าด้านชีววิทยาสังเคราะห์ในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์ชีววิทยาสังเคราะห์ในประเทศไทยต่อไป