สกร.สรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

https://www.naewna.com/local/840711

สกร.สรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

สกร.สรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานเปิดการประชุมวิเคราะห์และสรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมี นางเกณิกา ซิกวาร์ทซอน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคแต่ละแห่งตั้งอยู่ และสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาค รวมทั้งบุคลากรในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ โรงแรม เดอะ เล็คกาซี่ จ.นนทบุรี

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การประชุมวิเคราะห์และสรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในครั้งนี้ เนื่องจากการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และสถาบัน
ส่งเสริมการเรียนรู้ภาค ทั้ง 5 ภาค ได้ทําการตรวจกระดาษคําตอบพร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลผลการสอบในระดับภาคของแต่ละภาค รวมถึงข้อมูลการนิเทศสนามสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้แต่งตั้งคณะทํางานซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในงานด้าน การวัดและประเมินผล เพื่อมาทําการวิเคราะห์และสรุปผลคะแนนการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 รวมทั้งข้อมูลการนิเทศสนามสอบในภาพรวมระดับประเทศ เพื่อการจัดทําเล่มรายงานผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 หลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมถึงจัดทําข้อมูลการวิเคราะห์คะแนน การสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ของแต่ละภาค และแนวทางการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โดยสถานศึกษาสามารถนําผลที่ได้ไป พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน พัฒนาครูผู้สอน โดยนําคะแนนเฉลี่ยที่ได้ไปพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะของนักศึกษาต่อไป

ซึ่งในโอกาสนี้ นางเกณิกา ซิกวาร์ทซอน ผู้อํานวยการกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบได้รายงานว่า การประชุมครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เหตุผลสําคัญเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสถานะของสถาบันส่งเสริม การเรียนรู้ภาคจากสถานศึกษาเป็นหน่วยงานทางการศึกษา ทําให้เกิดปัญหาในการใช้เงินอุดหนุน ในโครงการการประเมินผลการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน การทํากิจกรรมต่างๆ ในโครงการการประเมินผลการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐานจะไม่คล่องตัว จึงต้องมีการบูรณาการการทํางานร่วมกัน ระหว่างสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคแต่ละแห่งตั้งอยู่ และสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคทั้ง 5 แห่ง การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนในโครงการการประเมินผล การศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน อาจต้องดําเนินการโดยผ่านสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคแต่ละแห่งตั้งอยู่ โดยสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคก็อาจต้องให้ใช้งบประมาณอื่น เช่น งบดําเนินงานในการสนับสนุนการทํางาน อย่างไรก็ตาม ตนยังคาดหวังกับการทํางานในการตรวจกระดาษคําตอบ ประมวลผลคะแนน สรุปผลคะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนให้มีคุณภาพเช่นเดิม หรือคุณภาพที่ดีกว่าที่ผ่านมา

นายธนากร กล่าวเพิ่มเติมว่าขอให้สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคแต่ละแห่งตั้งอยู่ ตั้งใจเรียนรู้งานใหม่ตามภารกิจเพิ่มเติมที่มอบหมายให้ และขอให้เจ้าหน้าที่สถาบันส่งเสริม การเรียนรู้ภาคตั้งใจในการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทํางาน ให้แก่ สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจําจังหวัดที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคแต่ละแห่งตั้งอยู่ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนกันด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานด้านตรวจกระดาษคำตอบ ประมวลผลคะแนน สรุปผลคะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนต่อไป

สจล. จับมือ ม.กรุงเทพ ปูทางสู่อนาคต สร้างบัณฑิต 2 ศาสตร์ ‘AI – ผู้ประกอบการ’

https://www.naewna.com/local/840703

สจล. จับมือ ม.กรุงเทพ ปูทางสู่อนาคต  สร้างบัณฑิต 2 ศาสตร์ ‘AI – ผู้ประกอบการ’

สจล. จับมือ ม.กรุงเทพ ปูทางสู่อนาคต สร้างบัณฑิต 2 ศาสตร์ ‘AI – ผู้ประกอบการ’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พัฒนาหลักสูตรร่วมแบบ Joint Degree สร้างสรรค์โปรแกรมปริญญาร่วมด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเป็นผู้ประกอบการที่ล้ำสมัยสำหรับปีการศึกษา 2568 ด้วยความตั้งใจที่จะบ่มเพาะวิศวกร AI รุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมและมีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ

พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของหลักสูตรร่วมบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) กับโรงเรียนมัธยมตอนปลาย 34 โรงเรียน อาทิ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม), โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม, โรงเรียนชลราษฎรอํารุง, โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์, โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ และ Denla British School เป็นต้น

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า “ความร่วมมือที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างอนาคตของการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนเยาวชนไทยสู่การเป็นผู้นำในโลกแห่งเทคโนโลยีและการประกอบการ การพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบันให้ก้าวหน้าและยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยศักยภาพของเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิต การบริการ การเกษตร หรือการดูแลสุขภาพ ในขณะเดียวกัน การมีทักษะในด้านการประกอบการ (Entrepreneurial Skills) ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตร AI Engineering and Entrepreneurship (AIEE) ที่พัฒนาร่วมกันในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชนของเรา ให้สามารถใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งที่มีทักษะในการประกอบการเพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม เราเชื่อมั่นว่าเยาวชนเหล่านี้จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและธุรกิจได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

ทางด้าน ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ในความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็น Role model ของการศึกษา โดยนำจุดแข็งของทั้งสองสถาบันมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Spirit) จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกันเปิดประตูการเรียนรู้ ผสมผสานให้เกิดความรู้ใหม่ เปิดล้อคสู่การเป็น Engineer Entrepreneurship อย่างแท้จริง พร้อมสนับสนุนผู้เรียนในด้านการเป็นผู้ประกอบการโดยได้พัฒนาแนวคิดการในจัดการเรียนการสอนจาก Babson College สถาบันชั้นนำระดับโลกในด้านผู้ประกอบการ มาปรับใช้ในการพัฒนาหลักสูตร นอกจากนี้ เรายังมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจและเครือข่ายAcceleration Center ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความสามารถให้กับผู้เรียน ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในด้านธุรกิจและการพัฒนาตนเองให้กลายเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

หลักสูตรนี้ถือเป็นการบุกเบิกนวัตกรรมการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยเน้นการบ่มเพาะวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะรอบด้าน ทั้งในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการเป็นผู้ประกอบการ นับเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของโลกอนาคตที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมพร้อมทั้งมีความสามารถในการบริหารธุรกิจ ผู้เรียนจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมจะเป็นผู้นำด้าน AI ที่สามารถก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

วว.สร้างศักยภาพชุมชนประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างด้วย วทน.

https://www.naewna.com/local/840710

วว.สร้างศักยภาพชุมชนประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างด้วย วทน.

วว.สร้างศักยภาพชุมชนประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างด้วย วทน.

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเกี่ยวกับ “การสร้างศักยภาพชุมชน” สำหรับชุมชนจากประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างภายใต้การดำเนิน โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงของประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งดำเนินงานโดยพันธมิตรเครือข่าย ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission Secretariat : MRCS) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมี ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ดร.อนุรักษ์ กิตติคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MRCS ดร.วินัย วังพิมูล ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สทนช. พร้อมด้วยกลุ่มเป้าหมายโครงการฯ เข้าร่วมการประชุม ณ อาคาร 60 ปีศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประยุกต์สู่ SMEs วว.เทคโนธานี

นางสาวสุชาดา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย เราจะเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้องปฏิบัติการเพียงอย่างเดียวแต่เราสามารถสัมผัสมันได้จากทุกที่ทุกเวลาเราต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ และขอชื่นชมหน่วยงาน วว. ที่ดำเนินการและทุ่มเทเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืนโครงการที่สำคัญนี้

“กระทรวง อว. เข้าใจถึงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและการบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในโลกแห่งความเป็นจริง และการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงภารกิจนี้เรามุ่งหวังที่จะส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง โดยการสนับสนุนการวิจัยและการสร้างศักยภาพ เรามุ่งหวังที่จะเสริมพลังให้กับชุมชนท้องถิ่น สร้างความยืดหยุ่นและการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน ทลายข้อจำกัดของชุมชน อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นางสาวสุชาดา กล่าว

ศธ.เร่งพัฒนาครู-ผู้บริหารโรงเรียน มีความรู้เกี่ยวกับข้อสอบ PISA ไปปรับการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ

https://www.naewna.com/local/840723

ศธ.เร่งพัฒนาครู-ผู้บริหารโรงเรียน  มีความรู้เกี่ยวกับข้อสอบ PISA  ไปปรับการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ

ศธ.เร่งพัฒนาครู-ผู้บริหารโรงเรียน มีความรู้เกี่ยวกับข้อสอบ PISA ไปปรับการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 38/2567 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ว่าได้มีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA ของ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้รายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับ ม.ต้น (ออนไลน์) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,445 คน จากทุกสังกัด (สพฐ. สช. สอศ. อว. สถ. กทม. และอื่นๆ) ทั้งนี้ ส่วนใหญ่อบรมผ่านช่องทาง YouTube Live และ Facebook Live รับชมย้อนหลังผ่าน YouTube และมีผู้สนใจเข้ารับอบรมผ่าน Zoom meeting กว่า 1,652 คน ตามลำดับ และจะขยายผลไปกว่า 2 หมื่นคนไปจนถึง 1 แสนคน รวมถึงให้ครูและผู้บริหารโรงเรียน ผอ.เขตพื้นที่ฯให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อสอบ PISA เพื่อวัดเด็กได้หลายๆ อย่างแล้วนำความรู้ไปปรับการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ จากการฝึกอบรมมีข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับอบรม เช่น 1.เห็นด้วยกับการจัดอบรมในช่วงปิดภาคเรียน 2.ต้องการให้มีการอบรมต่อเนื่อง 3.ต้องการให้จัดการเรียนรู้ที่เน้นความฉลาดรู้ในโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยด้วย 4.เปิดประสบการณ์การออกข้อสอบ เกณฑ์การให้คะแนน 5.มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแนวทางการทำข้อสอบที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับแนวข้อสอบ PISA 6.กิจกรรมแลกเปลี่ยนวิพากษ์ข้อสอบ เป็นสิ่งที่ดี 7.ควรเพิ่มเวลาในการออกข้อสอบมากขึ้นก่อนมาเข้ารับการอบรม

“ซึ่งจากการอบรมก็เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับคุณครู ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ที่คุณครูของเรามีความตื่นตัว มีความสนุก อยากที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆก็ถือเป็นมิติการศึกษาที่ดี ที่คุณครูเราเปิดใจกว้าง ก็เชื่อว่าเมื่อคุณครูรับสิ่งใหม่ๆเข้าไปก็จะนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้รับสิ่งใหม่ๆ ต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

อย่างไรก็ตาม สพฐ.เตรียมแผนการอบรมผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และครู พร้อมคัดกรองและจัดกลุ่มผู้ผ่านการอบรมเพื่อพัฒนาสร้างข้อสอบต่อเนื่องในทุกรายวิชาและทุกระดับ โดยมีเป้าหมายสร้างการคิดวิเคราะห์ทั้งชั้นเรียน ทั้งในกลุ่มผู้บริหาร ครู และกลุ่มที่ผ่านการอบรมเพื่อขยายผลต่อไป

“ในส่วนของการขยายผลการดำเนินงาน PISA มอบให้ สพฐ. เป็นเจ้าภาพดำเนินการ พร้อมประสานการทำงานกับ สสวท. อย่างต่อเนื่อง และให้เชิญผู้ตรวจราชการกระทวงศึกษาธิการศึกษาธิการจังหวัด ศึกษานิเทศก์ เข้ามามีส่วนร่วม พร้อมรายงานผลมายังปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ เพื่อทำเรื่องการอบรมพัฒนาความฉลาดรู้เป็นโมเดลนำร่องขยายการดำเนินงานสู่ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อให้เกิดความกระตือรือร้นและสร้างความต่อเนื่องเพื่อเราจะได้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานไปด้วยกันครบทุกภาคส่วน” รมว.ศธ. กล่าว

เปิดประวัติ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักร้องนักแสดงหนุ่มฮอต มีเพลงดัง-งานแสดงมากมาย

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2825219

เปิดประวัติ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักร้องนักแสดงหนุ่มฮอต มีเพลงดัง-งานแสดงมากมาย

12 พ.ย. 2567 17:52 น.

เปิดประวัติ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักร้องนักแสดงหนุ่มฮอต มีเพลงดัง-งานแสดงมากมาย

เรียกว่าเป็นประเด็นร้อน สำหรับกรณีที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง เผยคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นศิลปินชายร่วมกับนักร้องเรียนสาว ตบทรัพย์ 1 ในบอสของคดีดิไอคอนกรุ๊ป เรียกเงิน 20 ล้านบาท โดยมีการอ้างชื่อของหนุ่ม กรรชัย และอ้างว่าจะพาออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 

จากคลิปดังกล่าวหลายคนโยงไปถึง ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้องนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เพราะเสียงในคลิปดูคล้ายมาก ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงถึงเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชนว่า ไม่ได้ตบทรัพย์บอสดิไอคอน 20 ล้านบาท คลิปเสียงที่ออกมาคือเป็นการดีลงานทำพีอาร์และการตลาด แต่สุดท้ายขายงานไม่ผ่าน พร้อมขอโทษทำให้หนุ่ม กรรชัย เดือดร้อน หลังเอาชื่อหนุ่มและรายการโหนกระแสไปอ้างตอนดีลงาน เพราะแค่อยากขายงานให้ผ่าน บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอย้อนประวัติของ ฟิล์ม รัฐภูมิ มาฝากกัน

ฟิล์ม รัฐภูมิ เกิดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2527 ที่ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรของนางโคมมนต์ ทองมั่ง กับนายเสริมศักดิ์ โตคงทรัพย์ ด้านการศึกษา ฟิล์มจบการศึกษาระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอำนวยพิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ และในระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์สื่อดิจิตอล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ระดับปริญญาโท คณะบริหารการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ในส่วนเส้นทางการเข้าวงการบันเทิง ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยถูกวางตัวให้เป็นนักร้องในวงบอยแบนด์ G-BOYZ สังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมกับ เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร และ แบงค์ พิสิษฐ คำยอด มีผลงานถึง 2 เพลงด้วยกัน คือเพลง “ยิ้ม ยิ้ม” (ต้นฉบับ อ้น ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) และเพลง “ไม่รู้จะเลือกใคร” (ต้นฉบับ ชาคริต แย้มนาม) โดยมีมิวสิกวีดีโอเพลงเปิดตัวคือเพลง “ยิ้ม ยิ้ม” แต่ไม่ได้โปรโมตมากนัก จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ภายหลังจึงย้ายมาเป็นนักร้องเดี่ยวในสังกัดอาร์เอส โดยมีผลงานสร้างชื่อจาก โฆษณาฮอนด้า คู่กับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ มีผลงานเพลงดังในสังกัดอาร์เอสรวมถึงผลงานแสดงมากมาย

โดย ฟิล์ม รัฐภูมิ มีผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก “FILM” ก่อนจะมีผลงานอัลบั้มต่อมาอีกหลายอัลบั้ม อาทิ FILM MANIA, FILM PHENOMENON, FILM FORWARD, FILM CLIMAX, FILM HAPPY HURTDAY มีเพลงดัง อาทิ Say Hi!, ที่ที่เรารักกัน, ที่เดิม, ยากูซ่า, ใช้ทั้งชีวิต…ไว้คิดถึงเธอ ฯลฯ

ในส่วนงานแสดงละคร มีผลงานมากมาย อาทิ หัวใจลัดฟ้า, 2+1 แกร่งเกินพิกัด, หิมะใต้พระจันทร์, คุณชายร้ายเล่มเกวียน, เสน่ห์นางงิ้ว, มนต์รักข้าวต้มมัด, Daddy Duo คุณพ่อจอมเฟี้ยว, ปีศาจแสนกล, สวย เริ่ด เชิด โสด, แผนร้ายพ่ายรัก, นางมาร, The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2, ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู, เมียเถื่อน, แม้เลือกเกิดได้, เกมพยาบาท, พ่อปลาไหล, มัจจุราชฮอลิเดย์, ตะวันตกดิน, สามีเงินผ่อน ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพยนตร์ อาทิ ว้ายบึ้ม! เชียร์กระหึ่มโลก (2546), ปล้นนะยะ (2547), รักจัง (2549), รักนะ 24 ชั่วโมง (2550), ซูเปอร์ แหบ-แสบ-สะบัด (2551), รักเอาอยู่ (2555), ปล้นนะยะ 2 (2555), เพลงของพ่อ (ผลิตในโครงการภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ “เทิดเกล้า”) (2555), สตรีเหล็กตบโลกแตก (2557), ตุ๊ดตู่กู้ชาติ (2560)

อีกทั้งยังมีผลงานพิธีกร อาทิ รายการ Musica, รายการท่องโลกวัยมันส์, รายการ Chillout เพื่อนเดินทาง, รายการ ดาวประจำเมือง, รายการ เรื่องร้อนรายวัน, รายการ Classic Boy ฯลฯ

ฟิล์ม รัฐภูมิ ขอโทษ หนุ่ม กรรชัย ขายงานโดยไม่ขออนุญาต ไม่รู้ดิไอคอนคือผู้กระทำผิด (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825192

12 พ.ย. 2567 17:49 น.

ฟิล์ม รัฐภูมิ ขอโทษ หนุ่ม กรรชัย ขายงานโดยไม่ขออนุญาต ไม่รู้ดิไอคอนคือผู้กระทำผิด (คลิป)

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที หลังจากที่ หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาโพสต์เดือด พร้อมเปิดคลิปเสียงกลางรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ผู้หญิง 2 คน กับผู้ชาย 1 คน ซึ่งผู้หญิงก็คือ บอสปัน ดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนผู้หญิงอีกคนคือ นักร้องเรียน และผู้ชายคือ ศิลปินชาย โดยมีการอ้างว่า สามารถพาออกรายการโหนกระแส พร้อมอ้างชื่อหนุ่ม กรรชัย โดยแลกกับเงินมูลค่า 20 ล้านบาท ซึ่งศิลปินชายที่พูดถึงก็คือ ฟิล์ม รัฐภูมิ นั่นเอง

ล่าสุด ฟิล์ม ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ขอชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า ไม่ได้ตบทรัพย์ใครทั้งนั้น ตนเองเป็นแค่บริษัทที่ไปรับงานจาก คุณกฤษอนงค์ และในตอนนั้นทาง บอสพอล และ ดิไอคอน บอกว่าธุรกิจของเขาถูกรังแก เลยอยากจะช่วยโปรโมตและช่วยเคลียร์ตัวเองเท่านั้นเอง

และอยากจะขอโทษพี่หนุ่ม กรรชัย มากๆ น้อมรับผิดทุกอย่างที่ไปขายงานโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน แต่สุดท้ายตนเองก็ขายงานนี้ไม่ได้และไม่ได้เป็นคนพา บอสพอล ไปออกรายการโหนกระแส

– ยืนยันไม่ได้ตบทรัพย์และมันไม่ใช่คลิปเสียงของผมทั้งหมด ที่พูดในรายการอยากให้ลองรับฟังอีกแง่มุมหนึ่ง ตนเองเป็นแค่บริษัทหนึ่งที่เข้าไปรับงานจากผู้จ้างงาน และเราได้ไปรับงานตรงนั้น ซึ่งทางคุณกฤษอนงค์ติดต่อมาจ้างงาน ได้บอกว่าอยากให้ทำพีอาร์ให้กับดิไอคอนหน่อย ณ ตอนนั้นคือเดือน ต.ค. พอได้ฟังในมุมด้านเดียวก็คิดว่าไม่น่าทำได้ยากนะ ก็แค่ไปออกรายการ อย่างที่พวกเขาบอกว่า ตอนนี้ตระเวนไปออกรายการ เพื่อให้ธุรกิจได้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น ก็คิดว่าดีอยู่แล้วเพราะเป็นยุคโซเชียลกับการไปออกรายการ ก็ได้แต่แนะนำไป เราไม่ได้บอกอะไร

– หลังจากนั้นในช่วงเดือนตุลา เขาบอกว่าไปเคาะงบการตลาดมาแล้วประมาณ 20 ล้าน ซึ่งตนเองไม่ได้คุยผ่านดิไอคอน เพราะไม่รู้จักกัน แต่คุยผ่านทางคนกลางคือคุณกฤษอนงค์ แต่เขามีมาร์เก็ตติ้งแพลนเสร็จแล้ว เราก็แค่เป็นโปรดักชั่นไปรับงานมาแค่นั้นเอง

– แต่ในคลิปเสียงเขาบอกว่า เขาเคาะตัวเลขกับบอสพอลมาแล้ว และบริษัทใหญ่ขนาดนี้ อยากใช้งบโปรโมท 20 ล้าน ซึ่งผมก็โอเค และกลับมาทำการบ้านว่า 20 ล้านทำอะไรได้บ้าง

– ตอนกลางคืน คุณกฤษอนงค์ก็โทรมาหาผมอีก และบอกว่าบอสปันมาหา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ๆ เขาก็คุยกับผม ผมก็ตกใจ เพราะคุยแต่เรื่องเดิมๆ พยายามถามเราว่าเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่เขารู้อยู่แล้วว่าเท่าไหร่ แต่ความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็บอกไปว่า 20 ล้าน ก็คุณเคาะมาแล้ว 20 ล้าน และคุณก็ตกลงกันแล้วว่าจะจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งผมก็พูดตามที่เขาบอกมาทุกอย่าง แต่ในคลิปเสียงมันอาจจะดูว่าผมเป็นคนพูด แต่จริงๆ ผมไม่ใช่คนพูด ทั้งหมดทั้งมวลมีแค่นี้เอง เสร็จแล้วก็พรีเซนต์งานของผมไป

– วันนี้ทั้งหมดทั้งมวลที่จะออกมาบอกกับพี่ๆ สื่อ ก็คืออยากจะขอโทษพี่หนุ่ม กรรชัย จริงๆ อยากจะขอโทษตรงที่ว่า ผมดันเอาชื่อเขาไปแอบอ้างในการขายงานพีอาร์นี้ และไปบอกว่าเดี๋ยวจะไปออกรายการได้ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่าวันนั้นที่ผมฟัง ผมไม่ได้รู้สึกว่าธุรกิจของเขาได้มีสอดแทรกใส้ใน ผมรู้สึกว่าธุรกิจของเขาก็แค่ขายของ

– และที่เขาบอกว่าถูกรังแก ผมคิดว่าเขาถูกรังแกจริงๆ ผมก็เลยอยากจะช่วย โดยการที่ตัวคุณเองก็ต้องเคลียร์ในรายการ ผมมีเจตนาแค่นี้เอง ผมไม่ได้เป็นคนไปวางแผนสั่งใครได้ ว่าคุณจะต้องมาออกรายการไหน ไม่ใช่เลย ผมเป็นเพียงแค่ผู้ชี้แนะ แนวทางของการทำพีอาร์ ว่าควรมาออกรายการนี้ไหมเพราะรายการดังมากและเป็นที่รู้จัก แล้วคุณก็มาเคลียร์ตัวคุณเอง ผิดหรือถูกไม่ใช่ที่ตัวผม ไม่ใช่ตัวพี่หนุ่มเป็นผู้ตัดสิน ประชาชนทุกคนจะตัดสินคุณเอง เพราะว่าคุณคุยกับผมคุณบอกว่าถูกรังแก ผมก็แนะนำเขาไปแบบนั้น

– ส่วนคนกลาง เขาจะไปคุยอะไรกันมาก่อน ผมบอกตรงนี้ ผมไม่รับรู้ ผมไม่รับทราบว่าเขาไปคุยอะไรกันมาก่อน แต่ที่ผมรับรู้ ผมก็เป็นเพียงแค่บริษัทๆ หนึ่ง ที่ไปรับงานตัวนี้มาทำ

– เบ็ดเสร็จแล้วจบเรื่องผมก็ไม่ได้รับงานนี้ ผมก็ไม่ได้เงินจากการที่ผมพรีเซนต์ บริษัทผมก็เสียหาย แล้ววันนี้ตัวผมเองผมก็เสียหาย กลายเป็นว่าเครดิตที่ผมสร้างมาทั้งหมด คนงงว่าผมมาเกี่ยวข้องอะไร ซึ่งผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับดิไอคอน ผมเป็นแค่บริษัทหนึ่งที่ไปรับงานจาก คุณกฤษอนงค์ แค่นั้นเอง

– ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คุณกฤษอนงค์ เขาโทรมาหาผมทำไม ซึ่งทางบอสปัน เขาได้ไปหาคุณกฤษอนงค์ และก็โทรมาหาผม ถามว่าสิ่งที่เขาต้องทำมีอะไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้เอะใจ ว่าเขาจะอัดเสียง เราก็เลยพูดตามความจริงไป ซึ่งมันก็อยู่ในคลิปเสียงนั้นนั่นแหละครับ

– ในคลิปเสียงไม่มีสักคำเลยที่ข่มขู่กรรโชกหรือตบทรัพย์ใดๆ เบ็ดเสร็จผมไม่ได้งานและยังเสียชื่อเสียงอีก

– วันนี้เลยเอาความบริสุทธิ์ใจมาบอกทุกคนนั่นเอง

– ประเด็นตัดต่อคลิป คือมันไม่ใช่เสียงผมทั้งหมด แต่อยากให้ไปฟัง ว่าทุกอย่างเกิดจากผู้หญิงสองคน พูดหัวข้อต่างๆ มาให้ผม ผมก็ตอบไปทีละคำถาม แค่นั้นเอง

– แต่อยากขอโทษพี่หนุ่มมากๆ เมื่อวานพี่เขาโทรมาหาผมแล้ว เขาก็ว่าผม ผมก็ขอโทษพี่หนุ่มจริงๆ ครับ ที่ผมไปขายงานโดยไม่ได้ขออนุญาตพี่หนุ่มก่อน

– และสิ่งที่พี่หนุ่มด่าผมมาเมื่อวาน ผมก็จะเอามาปรับปรุง วันนี้เขาด่าผมในรายการอีก ก็เหมือนพี่สอนน้องคนหนึ่ง ผมก็ยินดีรับฟังทุกเรื่องเลย เพราะผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไปช่วยโจรแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้มีเจตนาไปช่วยผู้กระทำผิด เพราะไม่ได้มีอำนาจและหน้าที่อะไร ผมเป็นแค่คนคนนึงที่ได้รับมุมมองจากคนกลางมาอีกมุมนึง

– เหตุการณ์ที่ผมจะยืนยันและปกป้องตัวเองได้ มันเกิดก่อนที่จะมาออกรายการพี่หนุ่ม ไม่ใช่ว่าผมไม่ช่วยคนที่ทำผิดแล้ว พวกเราทุกคนก็เพิ่งมารู้ว่าธุรกิจของเขามันสอดแทรกอะไร หลังจากที่หน่วยงานเริ่มเข้าไปตรวจสอบ และเริ่มเปิดโปง ผมก็เพิ่งรู้พร้อมกับประชาชน

– และผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ข้างประชาชน เพราะผมก็ไปออกรายการพี่หนุ่ม และไปนั่งบอกเองว่าธุรกิจเขาดูแปลกๆ เหมือนสอดแทรก เหมือนไปชวนเชื่อให้คนมาเห็นผลประโยชน์มากกว่าเห็นประโยชน์ของสินค้า ซึ่งผมเป็นคนไปพูดเอง

– อยากให้ทุกคนเห็นใจในมุมมองของผมด้วย ผมก็แค่อยากจะไปรับงาน

– ส่วนที่บอกว่า ตัดต่อคลิปเสียงในรายการ หมายถึงว่า รายการได้ตัดให้มันกระชับขึ้น ซึ่งก็เข้าใจและมีใจความตามนั้นเลย และยินดีเพราะตรงนั้นจะปกป้องตัวผมเองได้

– ที่พี่หนุ่มแจ้งความ ไม่เป็นไร คือผมเข้าใจ ถ้าเป็นตัวผมผมโกรธ ถ้าได้ยินเสียงแบบนั้น เมื่อวานเขาโทรมาว่าผมเยอะมาก ผมก็น้อมรับ ผมก็มันส์ปากไปหน่อย ผมก็อยากได้งานและขายงานเต็มที่ เพราะเราคิดว่าเขาถูกเลยอยากให้เขาได้มาเคลียร์ตัวเอง เพราะ ณ ตอนนั้นผมฟังแค่มุมมองด้านเดียว

– ไม่รู้ว่าเขาต้องการแบล็คเมล์หรือเปล่า ไม่ได้สนใจ ผมก็จะเอาเรื่องของผมเข้าสู่กระบวนการทางฝั่งทนายผมเหมือนกัน เพราะผมต้องปกป้องตัวผมเอง ผมไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดอะไร ผมไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ไปรับรู้อะไรกับเงินของคุณ และผมก็ไม่ได้ไปรับเงินตรงนั้น ผมไม่ได้เงินกับพวกคุณ และไม่รู้ว่าพวกคุณทำอะไรอยู่ แต่คือว่าวันนี้บริษัทผมต้องมาเสีย เพราะผมคุยในวันนั้น

– ผมพลาดตรงที่ว่าจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาอัดเสียง อย่างนี้เวลาไปคุยกับลูกค้า จะต้องให้ทนายคุยแทนตัวผมหรือ คือผมไม่รู้ในตรงนั้นจริงๆ ไม่รู้ว่าคนกลางคุยอะไร และคนที่ดีลงานคุยอะไร

– กับคุณกฤษอนงค์ เขาเคยมาจ้างงานให้เราไปถ่ายพรีเซนต์พรรคการเมือง ก็เลยได้รู้จักกัน และเขารู้อยู่แล้วว่าผมทำงานแนวนี้ ก็เลยมาติดต่อจ้างงานผม

– ช่วงเดือนมิถุนายน บอสทั้งหลายได้ไปคุยกับคุณกฤษอนงค์ ซึ่งผมไม่ได้มีหลักฐาน แต่ผมเอามาจากในเฟซบุ๊กคุณกฤษอนงค์ เพราะผมงง ทำไมอยู่ๆ ถึงมาถึงผม ก็รีบหาหลักฐานมาให้ประชาชนดู และไปเจอภาพนี้ ซึ่งเขาดีลกันมาก่อน และผมก็ไม่รู้เขาคุยอะไรกัน เชื่อว่าช่วงที่เขาอัดเสียงก็ประมาณต้นตุลาคม แค่นั้นเองครับ

– ส่วนความสนิทและรูปถ่ายที่คุณกฤษอนงค์โพสต์ ถ้าเวลาใครเจอผมก็ถ่ายไหมอ่ะ

– เดี๋ยวจะกลับไปเตรียมหลักฐานและเอาไปชี้แจงให้กับหน่วยงาน เพราะผมเองเป็นผู้ถูกกระทำ อยู่ๆ ต้องมามีชื่อเข้าไปเอี่ยว ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย

– ยืนยันไม่มีเส้นสายอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

– ส่วนที่พูดถึงเงิน 20 ล้าน ในคลิปเสียง มันเป็นข้อมูลที่ทางเขาบอกมา ว่าเขามีงบ 20 ล้าน ซึ่งเขาคุยกับบอสพอลมาแล้ว แล้วอยู่ๆ ในคืนหนึ่ง เขาก็โทรมาหาผมและบอกว่าแฟนของบอสพอล อยากคุยกับผม ซึ่งแฟนของบอสพอล ก็ถามผมมาครั้งหนึ่ง มันก็เป็นคำถามเดิมๆ ที่ได้เล่าไป แล้วอยู่ๆ เขาก็ถามผมว่าแล้วงบเท่าไหร่ ผมก็บอกว่า 20 ล้าน ซึ่งตอนนั้นก็งงและไม่เข้าใจว่ามาถามทำไม

– เมื่อถามว่าฟิล์มไปเอาความรู้ความคิดจากไหน ว่าถ้าไปออกรายการโหนกระแส จะทำให้ผิดเป็นถูกได้ ซึ่งจะขออธิบายว่า ณ วันนั้นเราไม่รู้ว่าเขาผิดหรือถูก อยากให้ทุกท่านเห็นใจผมว่า คนที่ไม่รู้เรื่อง แล้วอยู่ๆ มีคนมาเล่าให้ฟัง ว่าธุรกิจเขาเป็นยังไง เพราะเขาต้องการมาให้ผมทำพีอาร์ให้ ผมก็รับรู้ในมุมว่าเขาขายของอย่างเดียว เขาถูกรังแก อย่างนั้นก็มาตระเวนออกรายการต่างๆ และที่เอาพี่หนุ่มไปอ้างก็ ผมผิดเอง รู้สึกผิดตั้งแต่ตอนที่พี่เขาด่าผมแล้ว ก็เป็นบทเรียนที่สั่งสอนผมได้ดีเลย

– เหตุผลที่เอาชื่อพี่หนุ่มไปอ้าง เพราะผมคิดว่าที่คนหนึ่งอยากจะไปออกรายการ เพราะเป็นกระแส ยังไงรายการต่างๆ ก็ต้องอยากได้เขา ผมไม่ได้บอกว่าไปออกรายการพี่หนุ่มแล้วคุณจะรอด แต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

– ส่วนทางด้านคุณผู้หญิงที่เป็นคู่สนทนากับบอสปัน เขาก็ได้แนะนำเช่นกันว่าต้องไปออกรายการโหนกระแส ตามไทม์ไลน์ที่เขาวางแผนมา

– สำหรับคดีของดิไอคอน ผมมาทราบข่าวตอนประมาณเดือนมิถุนายน เพราะได้มีเพจต่างๆ เอาไปลง แต่พอคุณกฤษอนงค์เล่าให้ฟัง เขาเล่าในมุมที่ถูกรังแก เขาทำสินค้าถูกต้องแต่คนเข้าใจเขาผิด เราก็เลยบอกว่าให้ทำพีอาร์ออกรายการทีวีเพื่อเคลียร์ตัวเอง แต่คุณจะเชื่อว่าใครถูกผิดผมไม่ได้มีอำนาจ

– ยืนยันว่าถ้าเรื่องคดีผมไม่ได้พูดในคลิปเสียงเลย เพราะผมยังไม่รู้เลยว่าเกิดคดีอะไรหรือเปล่า

– ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมต้องเป็นเงินสด 20 ล้าน เขาบอก เรามาว่าเขาสะดวกกว่าเป็นเงินสดซึ่งไม่รู้ว่าเขาคุยกับบอสพอลยังไง และเขาบอกผมมาว่า เขาจะให้ผมเป็นเงินสด ถ้าเกิดว่าผมเสนอไปเท่าไหร่ เขาก็จะจ่ายผมด้วยเงินสด ซึ่งคนจ้างงานบอกเรามาแบบนั้น

– ถ้าถามว่ารู้จักคุณกฤษอนงค์ช่วงไหน ยอมรับว่ารู้จักเขาตอนที่เขาทำเพจมานานแล้ว แต่เขามาจ้างงานผมตอนที่ทำพรรคการเมือง ไปถ่ายโปรโมตพรรคการเมืองให้เขาแค่นั้นเอง

– คลิปเสียงที่ออกมาไม่ทราบเลยว่าต้องการอะไร หรือมีเจตนาอะไร เพราะเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย

– ที่บอกว่ามันปาก อ้างชื่อพี่หนุ่ม โหนกระแส ซึ่งเรื่องนี้ผมได้ขอโทษท่านไปแล้ว อย่างที่ได้พูดไป ตอนขายงาน เราไม่รู้ว่าเขาคือผู้กระทำผิด เขาเล่าในมุมมองของเขาว่าเขาทำถูก เราก็บอกว่าโอเค ถ้าอย่างนั้นรายการนี้ให้ออกเต็มเลย แต่ผมเชียร์ให้ไปออกรายการของพี่หนุ่ม เพราะเรตติ้งดีและคนเชื่อถือ ผมก็มีแต่ความดีใจ ถ้าพาเขาไปออกรายการของพี่หนุ่มได้ ผมก็คงได้รับคำชมจากพี่หนุ่มนะ ผมมีเจตนาแค่นั้นจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้เกิดกับผม เขาดีลกับคนอื่นไปออกรายการ แค่นั้นเอง

ฟิล์ม รัฐภูมิ โต้ตบทรัพย์บอสดิไอคอน 20 ล้าน แจงแค่ดีลทำพีอาร์ แต่ขายงานไม่ผ่าน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2825207

ฟิล์ม รัฐภูมิ โต้ตบทรัพย์บอสดิไอคอน 20 ล้าน แจงแค่ดีลทำพีอาร์ แต่ขายงานไม่ผ่าน

12 พ.ย. 2567 17:02 น.

ฟิล์ม รัฐภูมิ โต้ตบทรัพย์บอสดิไอคอน 20 ล้าน แจงแค่ดีลทำพีอาร์ แต่ขายงานไม่ผ่าน

หลังจากที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง เผยคลิปที่อ้างว่าเป็นศิลปินชายร่วมกับนักร้องเรียนสาว ตบทรัพย์ 1 ในบอสของคดีดิไอคอนกรุ๊ป โดยมีการอ้างชื่อของหนุ่ม กรรชัย ออกรายการโหนกระแส และเรียกเงิน 20 ล้านบาท จากคลิปดังกล่าวหลายคนโยงไปถึง ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้องนักแสดงหนุ่มชื่อดัง

ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดใจในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง 8 โดยมี อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งในช่วงต้นรายการ ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้ฟังคลิปเสียงที่ หนุ่ม กรรชัย เปิดในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3

โดยหลังจากฟังคลิปเสียง ฟิล์ม รัฐภูมิ บอกว่า ถ้าฟังจากคลิปเสียงอย่างเดียวคนฟังก็ตกใจว่าทำไมมีเสียงตนไปคุย ต้องบอกว่าการที่เขามาดีลกับบริษัทตน คือตนมีบริษัทโปรดักชั่นทำบริษัทพีอาร์ เนื่องด้วยเป็นบริษัทพีอาร์ รับทำมาร์เก็ตติ้ง เขาติดต่อผมมา แล้วผมไม่รู้จักกับทีมดิไอคอนเลย เขาลงชัดเจนว่าเดือน มิ.ย. ถ้าไม่ดูไทม์ไลน์จะงงเลย อยู่ๆ มีคลิปเสียงออกมา แต่ตนไม่เคยตบทรัพย์ใคร

ก่อนจะให้ทีมงานเปิดภาพ และบอกว่าภาพนี้ไม่ใช่ของตน มันเป็นหลักฐานที่เขาลงในโซเชียลมานาน และเขาลงในโซเชียลของเขา ตนเลยไปดึงรูปมาเพื่อ declare ตัวเอง ขอย้อนภาพตอนที่คุณกฤษอนงค์ใส่เสื้อสีขาว เป็นภาพตอนเดือน มิ.ย. เขาอยากจ้างบริษัทตนทำภาพลักษณ์ใหม่ ทำพีอาร์ใหม่ เพื่อโปรโมตบริษัทเขา ผมก็ถามว่ามีงบเท่าไร เขาบอกเดี๋ยวปรึกษากันก่อน แล้วหายไป 

พอมาช่วงเดือน ต.ค. (เปิดอีกภาพ) อันนี้คืออีกเดือนนึง อยู่ๆ คุณกฤษอนงค์บอกว่ามีงบ 20 ล้านในการโปรโมตและทำพีอาร์ ผมบอกยินดีเลย ถ้า 20 ล้านสบายเลยในการทำพีอาร์ ออกรายการก็ได้ หรือทำภาพลักษณ์องค์กรใหม่ มันเป็นหน้าที่เราอยู่แล้ว ผมเป็นผู้รับจ้าง เขาเป็นผู้ว่าจ้าง แล้วเขาเป็นคนกลาง ไม่ใช่ดิไอคอน เขาบอกราคามา ผมก็โอเค ผมรู้ว่าคุณมีงบประมาณนี้ แต่ผมจะคิดคุณเท่าไรค่อยว่ากัน

พอผ่านเวลาไป อยู่ๆ คืนนึงบอสปันอยากคุยกับผมขึ้นมา ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย แล้วคุณกฤษอนงค์โทรให้ วันนั้นบอสปันไปหาเขาที่บ้าน ผมถึงงงว่ามันตบทรัพย์ยังไง อย่าให้คลิปเสียงมาทำให้ผมถูกเข้าใจผิด อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า แต่คุณก็รู้ว่าจะได้งบ 20 ล้าน ฟิล์ม บอกว่า เราทราบตั้งแต่แรก แต่อยู่ๆ เขาอยากคุยกับผม คนกลางโทรหาผม ผมก็ต้องเล่าว่าทำยังไง อาจจะมีแอบอ้างชื่อพี่หนุ่ม กรรชัย ก็ต้องขอโทษ แต่ไม่มีเจตนา ผมแค่ต้องการขายงาน ขายพรีเซนต์ให้ผ่าน

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า แต่วิธีการที่คุณขายงาน ทำให้รายการอื่นเสียหาย ประมาณว่าเรียก 20 ล้านบาทเพื่อไปออกรายการโหนกระแส รายการทีวีจะเสียหายไหม ฟิล์ม บอกว่า เสียหายแน่นอน คือก่อนหน้านี้เขาบอกผมว่าไปออกรายการมาแล้วหลายรายการ ใช้งบประมาณให้รายการต่างๆ รายการโหนกระแสเขาก็ไปออกมา เขาเอาคนไปออกหลายรายการ แต่อันนี้มันเป็นฝั่งของผมที่อยากให้ทำมาร์เก็ตติ้งแพลนให้ ผมก็รับงาน ผมเป็นแค่บริษัทนึงที่รับงาน

พอรับงานเสร็จ กลางคืนเขาโทรหาผม เขาก็พูดเยอะกว่านั้น แต่คลิปเสียงมันมีการตัดต่อให้กระชับ โดยการที่เหมือนผมพูดว่าเอาเงิน 20 ล้าน อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า ถ้าคุณพูดประโยคนี้มันเป็นหลักฐานทางกฎหมาย คุณพูดว่ามีการตัดต่อ มันมีการพิสูจน์ได้ จะพูดเล่นไม่ได้ ฟิล์ม บอกว่า ผมพูดด้วยความสัตย์จริง ยินดีให้ตรวจสอบ ในคลิปเสียงไม่มีอะไรเลยนอกจากคนคนนึงที่ไปขายงาน ไม่มีเจตนาไม่ดีเลย ไม่ได้อ้างถึงใคร

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า แต่คุณพูดว่าสามารถพาเขาไปออกรายการโหนกระแสได้ คุณจะการันตีได้ยังไงว่าจ่ายตังค์แล้วสามารถทำได้ คุณหนุ่มจะพูดแบบนั้นแบบนี้ มั่นใจได้ยังไง ฟิล์ม บอกว่า ผมไม่ได้พูดว่างบตัวนี้การันตีให้ใครพูดอะไรก็ได้ ผมหมายถึงแพลนมาร์เก็ตติ้งเขาสามารถไปออกรายการไหนก็ได้ มันเหมือนลูกค้าซื้อสปอนเซอร์ไปออกรายการ รูปแบบทั้งหมดเขาส่งมาให้ตนว่าเคยไปทำมาแล้ว ไม่ใช่ตนคิดค้นเอง เขาเคยทำแล้วแต่อยากทำอีก

อยากให้ทุกคนที่ฟังเสียงฟิล์มอยู่ได้คิดว่าก่อนที่เขาจะเกิดเรื่อง ผมอยากให้เขาไป declare ตัวเอง เพราะสิ่งที่เขาพูดให้ผมฟัง ผมฟังก็ไม่รู้สึกตกใจ อ๋อ คุณแค่ขายของ ผมไม่รู้จักว่าดิไอคอนคืออะไร เขาบอกว่าถูกแกล้ง ผมก็บอกว่าถ้าถูกแกล้งก็ไปออกรายการ ไป declare ตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ผม ผมไม่ใช่ผู้ตัดสิน พี่หนุ่มไม่ใช่ผู้ตัดสิน ประชาชนก็ต้องฟังว่าเขา declare ตัวเองได้ไหม ผมเป็นคนทำพีอาร์ ผมแนะแนวทางว่าคุณควรจะแก้ไขให้ธุรกิจของคุณกลับมาเดินได้ยังไง ผมพูดตามหลักความจริงทุกอย่าง

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า ตอนที่บอกเขาว่าให้ไป declare ตัวเอง ตอนนั้นไม่ทราบเลยเหรอว่าธุรกิจของเขาที่แท้จริงคืออะไร ฟิล์ม บอกว่า ถึงอยากให้ทุกคนดูไทม์ไลน์ คือมันเกิดก่อนที่จะเป็นคดีความ ถ้ารู้ว่าเขามาแอบแฝงว่าเขาคดโกงแบบที่หน่วยงานรัฐบอกมา ผมไม่ให้เขาไปออกรายการหรอก ผมไม่ใช่ผู้จัดรายการ ผมไม่มีสิทธิ์ มันอยู่ที่ดุลพินิจผู้ใหญ่

เมื่อถามว่าถ้าทุกคนฟังคลิปแล้วยังเข้าใจว่าฟิล์มเรียกเงิน 20 ล้านเพื่อให้เขาไปออกรายการอธิบายตัวเขา ฟิล์ม บอกว่า ผมเป็นบริษัทพีอาร์ ผมต้องพรีเซนต์ให้เขาเชื่อมั่นในตัวผมว่าจะนำพาบริษัทเขาให้กลับมาภาพลักษณ์ดูดีอีกครั้ง แต่สุดท้ายขายงานไม่ผ่าน ไม่ได้เงิน ไม่ได้งาน

ผมเป็นแค่คนกลางคนหนึ่ง แต่บริษัทและผมต้องมาเสียหายเพราะคลิปนี้ คุณโทรหาผมเอง อัดเสียงผมเอง คุณไปนั่งที่บ้านเขา ทำอะไรกันเอง แต่ผมเป็นคนกลางที่เป็นแค่บริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์ แต่ถูกสังคมพิพากษาว่าไปรับเงินเขา ฉะนั้นยินดีให้ตรวจสอบ ผมไม่ได้รับเงินใครเลย ไปถามพวกบอสเลยว่าผมรับเงินสักบาทไหม คนกลางจะไปรับเงินหรีอเปล่าผมไม่รู้ ถามว่ารู้จักบอสคนไหนบ้าง ฟิล์ม บอกว่า รู้จักกันต์ พี่แซม มิน เคารพนับถือกันทั้งนั้น คนวงการเดียวกัน

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า มีคนคอมเมนต์ว่าไปเรียกเงิน 20 ล้าน แต่เขาไม่มีเงินสดจ่าย แล้วฟิล์มบอกว่าไม่ได้รับเงินงานนี้ นี่ก็เข้าข่ายตบทรัพย์แล้ว ฟิล์ม ตอบว่า มันไปตบทรัพย์ยังไง เพราะผมไม่รู้ว่าเขาทำอะไรมาก่อน อยู่ๆ ติดต่อผมมาว่าอยากเอางบตัวนี้มาทำพีอาร์กับบริษัทผม ผมรู้โจทย์ว่าเขามี 20 ล้านบาท ผมพรีเซนต์บริษัทตัวเองว่าเขาต้องทำยังไง แล้วเขาไม่ได้เลือกบริษัทผม เขาไม่ได้จ้างงานผม ในคลิปเสียงก็เป็นหลักฐานมัดอยู่แล้วครับ

เมื่อถามว่ารายการโหนกระแสเขารับตังค์จากค่าโฆษณาเท่านั้น อย่างอื่นไม่รับ ฟิล์ม ตอบว่า อย่างที่บอกว่าเขาเล่ามาเองว่าไปออกรายการ ให้ไป tie-in สินค้า ฟิล์มแค่นำเสนอ แต่ไม่มีอำนาจ ผมไม่ใช่พี่หนุ่ม อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า การเอ่ยชื่อหนุ่มและรายการโหนกระแส มั่นใจว่าหนุ่มและทีมงานฟังอยู่ ฟิล์มอยากอธิบายอะไรไหม ฟิล์ม บอกว่า ที่พี่หนุ่มด่าก็ถูกต้องแล้วครับ เพราะผมก็ฟังรายการอยู่ ผมก็น้อมรับว่าผิดจริงๆ ที่ผมไปอ้างเขาเพราะอยากได้งาน ผมไม่รู้ว่าเขาอัดเสียงผม ผมไม่รู้ว่าเขาจะเอาคลิปมาเปิดเผย

ผมอยากได้งาน ผมคิดว่าการที่ให้บริษัทไป declare ตัวเองได้ ณ วันนั้นที่เขายังไม่เกิดความผิด เราเป็นบริษัทพีอาร์ เราก็ทำสำเร็จเป้าหมายว่าให้เขาอธิบายตัวเอง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับเขา ไม่อยู่ที่ฟิล์มหรือรายการ เขาต้องอธิบายกับประชาชนให้ได้ เพราะที่เขาให้ข้อมูลผมมา เขามั่นใจมากว่าเขา declare ตัวเองได้ เขาทำธุรกิจไม่ผิดกฎหมาย แต่พอวันนี้ที่ผมฟังจากหน่วยงาน ผมก็ยังไปออกรายการพี่หนุ่มเลยครับว่าเขาผิดที่ใช้ผลประโยชน์มาล่อ เขาไม่ได้ขายของจริงๆ เราก็รู้ข้อมูลพร้อมกับประชาชน แล้วผมไม่ได้งานนี้

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า เวลาไปขายงาน ทำไมต้องเอ่ยถึงรายการโหนกระแส และชื่อหนุ่ม กรรชัย ฟิล์ม บอกว่า การที่เขาซื้อสปอนเซอร์ต่างๆ มันจะทำให้ไปออกรายการเขาได้ เพราะเขาเอาหลักฐานมาให้ผมดู ซึ่งมีในโซเชียลอยู่แล้วที่เขาไปออกรายการต่างๆ เขาเอามาพูดให้ผมฟัง ก็คิดว่าแผนที่เขาทำมันดี แต่ตัวผมจะช่วยทำแพลนมาร์เก็ตติ้งให้อีก ทำให้คุณมาอธิบายกับประชาชนแค่นั้นเอง ไม่มีเจตนาอื่น

แต่คนก็ยังสงสัยว่าฟิล์มไปรีดทรัพย์เขา จะอธิบายคำนี้ยังไง ฟิล์ม บอกว่า ไม่มีการรีดทรัพย์เกิดขึ้น มันเป็นคำตกลงต่างๆ ที่คนกลางไปตกลงกับทางบริษัทเขามา แล้วเขาเอางบตรงนี้มาให้ผม ผมรู้ว่าเขามีงบตรงนี้ ไม่ใช่เกิดจากการรีดทรัพย์ การรีดทรัพย์คือผมโทรหาเขา ขู่กรรโชกเขา หรือทำอะไรข่มขู่ให้เขากลัว ถามว่า 20 ล้านฟิล์มเป็นคนพูด หรือเขาเป็นคนเสนอว่ามีงบ 20 ล้าน ฟิล์ม ตอบว่า เขาเป็นคนเสนอ

แล้วในวันนี้ไม่ได้ทำงานให้เขา ฟิล์ม บอกว่า ไม่ได้ทำงานให้ ผมไม่ได้งานนี้ ในมุมที่ผิดคือไปอ้างรายการพี่หนุ่ม ผมก็ขอโทษพี่เขาไป ผมก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมก็อยากได้งาน แต่ในมุมที่บอกว่าผมไปรีดทรัพย์ ผมอธิบายไปหมดแล้วว่าไม่ใช่  อ.ยิ่งศักดิ์ บอกว่า คนกำลังมองว่าคุณไปแอบอ้างที่จะทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเขาดีในงบ 20 ล้าน ไปโหนกระแส ฟิล์ม ตอบว่า ผมถึงบอกว่าดีที่เขาลงหลักฐานในโซเชียล ผมก็เลยไปดูด เวลาผมน้อย เลยดูดได้บางภาพว่ามันเป็นหลักฐานที่ยืนยันตัวผมเองว่าคุณไปคุยกันก่อนในเดือน มิ.ย. และตอนนั้นคุณไม่บอกผมว่าคุณผิด สมมติเวลาลูกค้ามา ลูกค้าก็ต้องบอกว่าบริษัทดีอย่างนี้ ผมเป็นคนกลางทำพีอาร์ ผมก็ต้องทำให้เขาออกมาดูดีที่สุด เจตนาผมไม่ได้ช่วยโจร ผมไม่มีอำนาจ โอเคมาจ้างงานผม ผมได้งบตรงนี้มา ก็เอาไปออกรายการต่างๆ

คนบอกว่าฟิล์มแก้ตัว ฟิล์ม บอกว่า แล้วแต่คนคิด เพราะไม่มีใครมองเราถูกหมดหรอก แต่วันนี้ได้พูดความจริงก็สบายใจ ยินดีรับผิดชอบคำพูดทุกคำ อ.ยิ่งศักดิ์ พูดว่า ฟิล์มบอกว่าไม่ใช่เสียงของฟิล์มทั้งหมด อันนี้ต้องรับผิดชอบคำพูด ไม่ได้รับเงิน ไม่ได้รับงานด้วย คำถามคือมีเงิน 20 ล้านออกมาจริงใช่ไหม ฟิล์ม ตอบว่า ผมไม่รู้ว่าใครได้รับงานจากเขาไป แต่ไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมก็มีแค่นี้เอง เรื่องของผมมีเท่านี้ ถ้าผมรู้ว่าเขามีแอบแฝงธุรกิจแบบนี้อย่างที่สื่อและหน่วยงานบอก ผมไม่ช่วยและไม่ทำ เพราะผมจะเอาตัวเองที่สร้างมา เอาความไว้ใจที่ประชาชนให้มาไปแลกกับสิ่งเหล่านี้ทำไม มั่นใจและถูกต้องทุกอย่าง

เมื่อถามว่าได้คุยกับหนุ่ม กรรชัย บ้างหรือยัง ฟิล์ม บอกว่า จริงๆ พี่หนุ่มโทรมาเมื่อวาน ผมก็รับฟังทุกอย่างว่าผิดจริงๆ พี่เขาด่าเราเหมือนที่ด่าในรายการว่าไม่ควรเลย ผมรู้สึกผิดมากๆ จริงๆ ไม่ควรเอาชื่อเสียงพี่เขามาพูด เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ เขาก็บอกคำนึงที่ทำให้รู้สึกเสียใจ เขาบอกว่าเขาสร้างประสบการณ์มาตั้งนาน จะเสียเพราะฟิล์มเหรอ ผมก็ขอโทษ ผมไม่มีเจตนาที่ทำให้พี่เขาเสีย ผมมีแต่ความรู้สึกผิดว่าไปหลงเชื่อคนกลาง ผมอยากได้งานก็แค่นั้นเอง

พี่เขาไม่รู้เรื่อง เขาก็ต้องเสียใจว่าทำไมอยู่ๆ ผมเอาชื่อเขาไปอ้าง ผมก็ขอโทษ ไม่ได้เจตนาเอาชื่อพี่ไปอ้างเลย เขาก็เสียใจเพราะเป็นพี่น้องในวงการ ผมก็เข้าใจความรู้สึกเขา ผมก็น้อมรับและจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ไม่โกรธเพราะเขาว่ามาก็ถูกต้องแล้วครับ

มีคนคอมเมนต์ถามว่าทำไม 20 ล้านบาทต้องรับเงินสด ฟิล์ม บอกว่า มันเป็นคำพูดที่คนกลางเขาบอกผมมา คนกลางบอกว่ายังไงให้พูดราคานี้ เพราะคุยกันมาแล้ว คนที่เขาส่งงานให้เรา เขาไปจบในราคานั้น ก็ต้องพูดในราคาที่เขาต้องการ ส่วนเรื่องไม่ไปออกโหนกระแส ฟิล์ม ตอบว่า ผมจะไปออกก็ได้ ไม่ติดอะไรเลย แต่ผมไปทำให้พี่หนุ่มลำบากใจขนาดนั้น แล้วเขาก็ว่าเราขนาดนั้น ผมก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจอีก ถ้าเราไปนั่งตรงนั้น ผมเชื่อว่าถ้าผมเป็นพี่หนุ่ม ผมก็โมโห เพราะอยู่ๆ ได้ยินคลิปเสียงมา มันเหมือนว่าผมเอารายการไปอ้าง 

แต่จริงๆ ผมไม่มีเจตนาแบบนั้น เรื่องเกิดก่อนที่ผมรู้ว่าแก๊งนี้มีอะไรบางอย่างที่อยู่ในแผนการตลาดของเขา ถ้ารู้ว่าเขาโดนคดีกันแบบนี้ ผมไม่เข้าไปยุ่ง ต้องโทษว่าคนกลางสกรีนมาไม่ดี แล้วผมประมาทกับชีวิตเองโดยการที่รีบไปรับงานมา

คนบอกว่าฟิล์มตอบไม่ตรงคำถาม ฟิล์ม บอกว่า จริงๆ ผมว่าตอบตรงหมด แต่เชื่อว่าคนคงติดใจเรื่อง 20 ล้านมากกว่า คือผมตอบความเป็นจริงไปทุกอย่าง เรื่อง 20 ล้านอยากให้มองแยกว่าผมไม่ใช่ผู้เรียก เขาเสนอมาให้กับคนกลาง คนกลางบอกผมว่ามีงบทำพีอาร์เท่านี้ ผมเชื่อว่าแค่นี้คนจะแยกออก อย่าเหมารวมว่าผมไปอยู่ในขบวนการพวกเขา ผมไม่เกี่ยว ผมแค่คนที่จะไปรับงาน เขาเสนองบนี้มาให้แค่นั้นเอง ที่คนบอกว่าแถก็แล้วแต่คนจะคิด

คนวิจารณ์ว่าขนาดบอกไม่รู้จักดิไอคอน แต่พูดเหมือนวางแผนฟอกให้บอสพอลแบบชัดเจน ฟิล์ม บอกว่า ถึงบอกว่าถ้าบอกไทม์ไลน์ผิดพลาดปุ๊บจะซวยเลย ไทม์ไลน์คือก่อนที่เขาจะเป็นคดีความ จะออกรายการพี่หนุ่ม เขาพูดในมุมว่าเขาถูก ในสิ่งที่คนกลางเขาพูดนะครับ เขาพูดในมุมที่บริษัทพูดว่าบริษัทเขาถูก เขาขายของ เราก็ยินดี เพราะเราไม่ได้รู้จัก แต่พอเรามารู้แล้ว ผมเองที่อยู่ข้างประชาชน ไปอยู่ในรายการโหนกระแสและพูดว่าแผนเขาแปลกๆ ดูแล้วว่ามันมีสอดแทรก มันชวนฝันเกินไป อันนั้นคือหลังผมได้รับข้อมูลแล้ว

เรื่องงบพีอาร์ 20 ล้าน ทำไมใช้เยอะ และรับเป็นเงินสด ฟิล์ม บอกว่า คำว่างบพีอาร์ไม่มีใครจำกัดได้หรอกว่างบบริษัทเท่าไร เขาเป็นคนเสนอมาให้ผม ไม่ใช่ผมไปเรียก ส่วนเรื่องคลิปเสียงคิดว่าในวันที่สนทนากันคุยไปนานไหม ฟิล์ม บอกว่า ไม่ทราบเลย ก็คุยเท่านั้น ไม่ได้จับเวลา ไม่ได้อัดเสียงไว้ อยู่ๆ มีคนกลางโทรเข้ามา แล้วเราก็ต้องคุย แต่จะมีคลิปท้ายๆ ที่รุนแรงกว่านี้ไหมไม่มีแล้ว ปล่อยได้เลย

ส่วนเรื่องคลิปใครเป็นคนปล่อย ก็ต้องเป็นเจ้าตัวอยู่แล้ว เพราะเขาอัดอยู่คนเดียว แต่ถามว่าทำไมอยู่ๆ เขาเอามาปล่อย ผมเป็นคนนอก อยู่ๆ คนกลางดันโทรมาหา ซึ่งก็คือคุณกฤษอนงค์โทรหา ถามว่าเจ้าตัวก็คือคุณกฤษอนงค์ซึ่งเป็นคนกลางเป็นคนปล่อยเหรอ ฟิล์มบอกว่าไม่ใช่ บอสปัญ เพราะคลิปมาจากเขาอยู่แล้ว คือผมไม่รู้ไง เพราะผมแค่คนรับงาน แล้วเขาโทรหาผมเอง

ถามว่าคิดว่าเขาสองคนมีความขัดแย้งกัน ฟิล์ม บอกว่า เรื่องนั้นผมไม่รู้ เราเป็นแค่บริษัทไปรับงาน รู้อย่างเดียวว่าซวยมากๆ ตอนนี้ ทำให้พี่หนุ่มเข้าใจผิดอีก แต่ อ.ยิ่งศักดิ์ แย้งว่า เขาเข้าใจถูกเพราะเป็นใครก็มองว่าคุณเอาชื่อเขาไปแอบอ้าง ฟิล์ม ก็บอกว่า ใช่ ก็เลยต้องขอโทษ เป็นบทเรียนเลย รู้สึกผิดเหมือนกัน 

อ.ยิ่งศักดิ์ ถามว่า ฟิล์มไม่มีปัญหาอะไรกับเขาเลยเหรอ ทั้งที่ติดต่อมาเพื่อจะทำงานร่วมกัน แล้วเราไม่ได้งาน อยู่ๆ ก็มาเสียหาย แสดงว่าเราต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่แฮปปี้ ฟิล์ม บอกว่า ไม่น่าเกี่ยวกับผม ผมว่าเขาคงปล่อยกับคนกลางที่ผมบอก เพราะเขาปล่อยมาตลอด แต่มันดันไปอยู่ในช่วงเวลานั้นพอดีที่เขาโทรมาหา

ถามว่าพร้อมไหมที่จะเข้าสู่กระบวนการแบบที่คนอื่นโดนมาก่อนหน้านี้ ฟิล์ม บอกว่า ก็ยินดีทุกเรื่อง เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมไปเกี่ยวข้องอะไรถึงขั้นไปโดนถึงขนาดนั้นไหม ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะทีมกฎหมายหรือคนมีความรู้ เขาแยกแยะเป็น เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เราไม่ได้งานด้วยซ้ำ ผมเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้เป็นผู้ไปกระทำใคร วันนี้ผมมีชื่อออกตามสื่อก็เสียหาย  บริษัทเสียหายไปด้วย เพราะแค่ผมไปคุยกับเขา แค่ต้องการงานแต่ผมไม่ได้งาน บริษัทก็เสียหาย

จากนั้น ฟิล์ม ฝากถึงผู้ชมว่า มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ พอมีเสียงตนออกมาก็รีบออกมา มีพี่ๆ สื่อมวลชนมารอ ผมบอกว่ามาพูดในรายการอาจารย์ดีกว่า เพราะจะได้พูดครั้งเดียว ผมไม่ได้เกี่ยวอะไร อยากเอาสิ่งที่พูดมาปกป้องตัวเอง เพราะสิ่งที่พูดเป็นความจริง มีไทม์ไลน์ พูดความจริงไปหมดแล้ว วันนี้คนที่ยังไม่เชื่อเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ว่าคนที่เชื่อผมก็ขอบคุณมาก เพราะที่พูดคือความจริง 

เรื่อง 20 ล้านทำไมต้องเป็นเงินสด จะเลี่ยงภาษีหรือไม่ เพราะการรับงานมันต้องเปิดใบเสร็จ ต้องหัก ณ ที่จ่าย ฟิล์ม บอกว่า เพราะคนดีลงานเขาตกลงกันแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าทางดิไอคอนต้องการเลี่ยงอะไร ถ้ารับงานนี้ก็ต้องเปิดใบเสร็จกับคนกลาง เพราะผมไม่ใช่คนไปเอาลูกค้ามา ถามว่าคนกลางจะยอมเหรอ เพราะมันต้องมีใบเสร็จรับเงินการจ่ายเงิน สมมติเขารับ 20 ล้านแต่จ่ายเรา 2 ล้าน ผมไม่ทราบ เพราะผมยังไม่ได้เสนอของผมเองว่าทำอะไรเท่าไร เขาแค่ไปรับงานมา เขาต้องจ้างงานผม ผมแค่พรีเซนต์งานให้กับลูกค้าฟัง แต่งานไม่เกิดขึ้นจริงเพราะเขาไม่เชื่อถือ 

และกับดิไอคอน ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไม่รู้จักด้วย รู้จักแค่พี่แซม มิน กันต์ ส่วนคนกลางเคยจ้างเราทำโปรดักชั่น รู้จักกันเพราะว่าเขาทำพรรคการเมือง ต้องใช้พีอาร์พรีเซนต์องค์กร เราทำงานกับเขามาตลอด เรามีความบริสุทธิ์ใจ คนคงมองว่าทำไมชื่อผมอยู่กับทุกอย่าง แต่ผมก็มาพูดเพื่อความบริสุทธิ์ใจ แล้วผมผ่านมันมาได้เพราะความถูกต้องคุ้มครองตัวเอง  จากนี้คงระมัดระวังเรื่องงานมากขึ้น จะรับงานต่างๆ ต้องให้ทีมงานไปพร้อมกับทีมทนายเลย

ปิดท้าย ฟิล์ม รัฐภูมิ ขอโทษหนุ่ม กรรชัย อีกครั้ง รับฟังที่พี่เขาว่ามา เพราะปกติพี่หนุ่มพูดกันเล่นๆ แรงๆ อยู่แล้ว ผมเสียใจมากที่ทำให้เขาเดือดร้อน และทำให้คนดีๆ ถูกคนเข้าใจผิดเพราะผมเอง ต้องขอโทษจริงๆ ถ้าเขาแจ้งความก็ต้องรับโทษ

ชมคลิป

หนุ่ม กรรชัย เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ ศิลปินชาย ปมเรียกเงิน 20 ล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825177

หนุ่ม กรรชัย เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ ศิลปินชาย ปมเรียกเงิน 20 ล้าน

12 พ.ย. 2567 15:10 น.

หนุ่ม กรรชัย เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ ศิลปินชาย ปมเรียกเงิน 20 ล้าน

จากกรณีที่ หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาโพสต์เดือดผ่านทางโซเชียลของตัวเอง บอกว่า “ตบทรัพย์กันเก่งเนอะ ล่าสุด มีคลิปเสียง ศิลปิน นักแสดงชื่อดัง ร่วมกับนักร้องสาวนักตบ อ้าง ‘กรรชัย’ ไฟเขียว ออกโหนกระแส เรียก 20 ล้าน รอฟังข่าวเที่ยงวัน”

ก่อนจะเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง ผู้หญิง 2 คน กับผู้ชาย 1 คน ซึ่งผู้หญิงก็คือ บอสปัน ดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนผู้หญิงอีกคนคือ นักร้องเรียน และผู้ชายคือ ศิลปินชาย โดยมีการอ้างว่า สามารถพาออกรายการโหนกระแส พร้อมอ้างชื่อหนุ่ม กรรชัย โดยแลกกับเงินมูลค่า 20 ล้านบาท

ล่าสุด ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แล้ว บอกว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจาก หนุ่ม กรรชัย มาดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กรณีที่มีคลิปเสียงนักร้องเรียนสาวและศิลปินชาย มีการโน้มน้าวชักชวนและเรียกรับเงินสด 20 ล้าน จากบอสปัน เพื่อแลกกับการมาออกรายการโหนกระแส

โดยมีการนำชื่อของ หนุ่ม กรรชัย และรายการ โหนกระแส ไปแอบอ้าง โดยคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมเหล่าบอสดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งเป็นช่วงที่หนุ่มกรรชัย นำเสนอเรื่องดิไอคอนกรุ๊ป เป็น EP แรก

พร้อมกับบอกอีกว่า หนุ่ม กรรชัย โกรธมาก เพราะตัวหนุ่ม กรรชัย กับรายการโหนกระแส เกิดความเสียหาย และเชื่อว่า นักร้องเรียนสาวและศิลปินชาย มีการกระทำแบบนี้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้สนิทกับ หนุ่ม กรรชัย แต่อย่างใด

สรุปปมคลิปเสียง กรรชัย เดือด ศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างตบทรัพย์ 20 ล้านแลกออกโหนกระแส

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825145

สรุปปมคลิปเสียง กรรชัย เดือด ศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างตบทรัพย์ 20 ล้านแลกออกโหนกระแส

12 พ.ย. 2567 14:23 น.

สรุปปมคลิปเสียง กรรชัย เดือด ศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างตบทรัพย์ 20 ล้านแลกออกโหนกระแส

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาโพสต์เดือดผ่านทางโซเชียลของตัวเอง บอกว่า “ตบทรัพย์กันเก่งเนอะ ล่าสุด มีคลิปเสียง ศิลปิน นักแสดงชื่อดัง ร่วมกับนักร้องสาวนักตบ อ้าง ‘กรรชัย’ ไฟเขียว ออกโหนกระแส เรียก 20 ล้าน รอฟังข่าวเที่ยงวัน” 

ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้พูดเรื่องนี้ผ่านทางรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ บอกว่า เดี๋ยวเปิดให้ฟัง ซึ่งมันเชื่อมโยงกับที่ผมเคยพูดไปก่อนหน้านั้น แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีหลักฐาน วันนี้ผมมีคลิป เดี๋ยวเปิดให้ฟัง บอกเลยว่าเสียพี่เสียน้องกัน ซึ่งเรื่องราวนี้ไปเกี่ยวพันกับ ดิไอคอน

– หนุ่ม กรรชัย เผยว่าได้มีคลิปเสียงส่งมาให้ ซึ่งเป็นความยาว 29.30 นาที เนื้อหาในคลิปที่นั่งฟัง ตนเองเคยพูดไปแล้วว่า มีคนไปอ้างเรียกตบทรัพย์ 20 ล้าน เพื่อมาออกรายการ โหนกระแส ซึ่งตนเองบอกว่าไม่มีหรอก ใครจะมาเรียก 20 ล้านเพื่อออกรายการ และไม่เคยไปรับเงินใครอยู่แล้ว อย่างกรณี บอสพอล มาออกรายการก็จ่ายค่าน้ำมันด้วย แต่ถ้ามาเอาเงิน ยืนยันไม่มี 

– คลิปนี้เป็นการพูดคุยระหว่าง ผู้หญิง 2 คน กับผู้ชาย 1 คน ซึ่งผู้หญิงก็คือ บอสปัน ดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนผู้หญิงอีกคนคือ นักร้องเรียน โดยการพูดคุยกัน ได้อ้างว่ารู้จัก หนุ่ม กรรชัย เดี๋ยวจะให้ทางฝั่งของศิลปินชายท่านหนึ่งไปพูดคุยให้ และคุยแล้วกรรชัยไฟเขียว จะยกสปอนเซอร์ของรายการ โหนกระแส ในวันจันทร์ออกหมดเลย ซึ่งวันที่คุยคือวันพุธ 9 ต.ค. บอสปัญไปที่บ้านของ นักร้องหญิง มีการพูดคุยกันว่า เดี๋ยวจะไปออกโหนกระแส แล้วให้ศิลปินชายคนหนึ่งประสานงานกับ หนุ่ม กรรชัย ไว้แล้ว เพราะสนิทกัน และหนุ่ม กรรชัย จะโฆษณาของโหนกระแสในวันที่ 14 ต.ค. ออกเลย แต่สุดท้ายแล้วนักร้องเรียนไม่ได้ให้คุยกับ กรรชัย แต่ให้คุยกับศิลปินชายแทน  

– จากนั้นก็ได้มีการเปิดคลิปการพูดคุยระหว่าง บอสปัน กับนักร้องเรียน และศิลปินชาย ขึ้นมา ซึ่งทางศิลปินได้พูด มีการพยายามที่จะบอกว่าได้มีการพูดคุยกับตนเองแล้ว และไฟเขียว และพยายามที่จะบอกกับบอสปันว่า หนุ่ม กรรชัย เป็นคนเดียวที่จะช่วยได้ ถ้าบอกว่าผิดคือผิด ถูกคือถูก

– ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่า คลิปเสียงนี้ไม่ใช่เสียง ป๋อง กพล โดยได้คลิปนี้มานานแล้ว แต่ต้องการเช็กก่อน ยืนยันตัวเองไม่ใช่ศาล ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมาย ตนบอกใครผิดใครถูกไม่ได้ ขอตำหนิไม่ใช่แค่ดูถูกตน แต่ดูถูกกระบวนการยุติธรรมไทยด้วย และที่ดูเลวร้ายคือมีการไปเรียกเงิน 20 ล้าน แต่การพูดในลักษณะที่แอบอ้างชื่อตนเองไปเรียกเงิน แล้วเหมือนเขาเป็นคนกลางพยายามพูดคุยให้

– หนุ่ม กรรชัย ได้พูดกลางรายการว่า เมื่อช่วงเช้าให้ทนายความไปแจ้งความแล้วและส่งคลิปให้ตำรวจ พร้อมประสานบิ๊กเต่า (พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว) แล้ว โดยคลิปถึงมือตำรวจแล้ว การมาอ้างแบบนี้ไม่เหมาะ ทั้งคนถูกล่าวหาและผู้เสียหายไม่ควรถูกเรียกเงิน

– และได้เปิดคลิปเสียงอีกครั้ง ซึ่งในคลิป บอสปัน ได้พูดว่า ถ้าเงิน 20 ล้าน ตอนนี้เอาเงินออกมาไม่ได้ เพราะทนายบอกว่าถ้าเอาเงินออกมาจะถูกตามเส้นเงิน และศิลปินชาย ได้บอกว่า ตนเองเป็นแค่คนกลางที่เอาคำพูดของ หนุ่ม กรรชัย มาบอก บอสปัน เท่านั้น โดยให้คำตอบภายในวันศุกร์ เพราะจะออกรายการวันจันทร์ ขอเป็นเงินสด

– ด้าน หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่า ตนเองได้รับการติดต่อจากศิลปินชายคนนี้จริง โดยโทรมาหา หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งศิลปินชายคนนี้บอกว่า รู้จักกับบอสพอล และจะพามาออกรายการวันจันทร์ แต่มีข้อแม้ให้พาพี่สาว (บอสปัน) ไปออกรายการด้วย จึงบอก มาได้เลย จะได้พูดในอีกมุม เพราะโหนกระแสต้องการอยู่แล้ว เพราะบอสพอลไม่เคยออกที่ไหน ไม่ต้องเอาเงินหรอก เอาแค่หน้าตาก็พอ เพราะมันเป็นสิ่งที่คนต้องการ แต่ในระยะนั้นบอสพอลได้มีการโพสต์ข้อความขึ้นมายาวเหยียด ตนเองก็ได้โทรหาศิลปินชายคนนั้นบอกว่า อย่าโพสต์อะไรเลย ค่อยมาพูดในรายการทีเดียวจะได้จบๆ แต่สุดท้ายศิลปินคนนี้ก็เงียบไป

– หลังจากนั้น คุณกู๊ดดี้ เพื่อนพอลโทรหาตนเอง บอกว่า พอลบอกอยากคุยกับพี่หนุ่มแต่ขอไปออก the standard ก่อน ซึ่งตนเองก็บอกว่า ได้ไม่มีปัญหา หลังจากนั้นได้มีการต่อสายคุยกับพอล พอลอยากคุยกับผู้เสียหายด้วย ผมก็จัดให้ต่อสายตรง กัน จอมพลัง เลย

– สุดท้ายบอสพอลมาออก จันทร์ที่ 14 ต.ค. ไม่มีการเสียเงินสักบาท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินชาย กับนักร้องหญิงท่านนี้เลย

ฟิล์ม รัฐภูมิ จ่อแถลงถูกโยงคลิปเสียงร่วมมือนักร้องเรียนสาว เรียกเงิน 20 ล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2825149

ฟิล์ม รัฐภูมิ จ่อแถลงถูกโยงคลิปเสียงร่วมมือนักร้องเรียนสาว เรียกเงิน 20 ล้าน

12 พ.ย. 2567 13:35 น.

ฟิล์ม รัฐภูมิ จ่อแถลงถูกโยงคลิปเสียงร่วมมือนักร้องเรียนสาว เรียกเงิน 20 ล้าน

เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนเลยทีเดียว เมื่อ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เผยคลิปเสียงผ่านทางรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3 ซึ่งเป็นคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นศิลปินชายร่วมกับนักร้องเรียนสาว ตบทรัพย์ 1 ในบอสของคดีดิไอคอนกรุ๊ป โดยมีการอ้างชื่อของหนุ่ม กรรชัย ออกรายการโหนกระแส เรียกเงิน 20 ล้านบาท

ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่าไม่เคยรับเงินใคร และในช่วงเช้าวันนี้ (12 พ.ย. 2567) ก็ได้ให้ทนายความไปแจ้งความ พร้อมทั้งนำคลิปทั้งหมดส่งให้ตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และจากคลิปดังกล่าวหลายคนก็โยงไปถึงนักร้องหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เพราะเสียงในคลิปคล้ายมาก

ล่าสุด บันเทิงไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยัง ฟิล์ม รัฐภูมิ ก็ได้รับคำตอบว่าจะเตรียมแถลงข่าวถึงเรื่องนี้กับสื่อมวลชนหลังไปร่วมรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง 8 เวลา 15.00 น. นอกจากนี้ในเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า “‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เตรียมแถลงข่าว ระบุ เป็นคลิปตัดต่อ ไม่ใช่คลิปเสียงตนทั้งหมด เป็นแค่คนๆ หนึ่งไปรับงาน เขาไปรับงาน เขาอยากทำพีอาร์ ผมก็ไปรับงาน ไม่ได้เป็นเรื่องตบทรัพย์อะไรทั้งสิ้น ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ กล่าวว่า เสียงเป็นเหตุการณ์เกิดก่อน ‘ดิไอคอน’ จะเป็นประเด็น”