รู้จักสารอาหาร HMB ตัวช่วยเสริมสร้างและชะลอการสลายมวลกล้ามเนื้อ

https://www.naewna.com/lady/840522

รู้จักสารอาหาร HMB ตัวช่วยเสริมสร้างและชะลอการสลายมวลกล้ามเนื้อ

รู้จักสารอาหาร HMB ตัวช่วยเสริมสร้างและชะลอการสลายมวลกล้ามเนื้อ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.55 น.

เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง จะลุก นั่ง เดิน วิ่ง หรือออกกำลังกาย ก็ไม่อยากที่จะต้องมาเจ็บปวดหรือร้องโอดโอยไปกับความไม่คล่องตัว นอกจากการระมัดระวังตัวเองในทุกด้านแล้ว ต้องมีความเข้าใจในเรื่องกลไกการทำงานของร่างกายที่สอดคล้องกันโดยเฉพาะ “กล้ามเนื้อ” ที่เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมีหน้าที่พยุงและปรับเปลี่ยนการเคลื่อนที่ไปมา การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยให้กระดูก และข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดี อีกทั้ง เมื่อกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงมากมวลกล้ามเนื้อก็จะทนทานแข็งแรงเช่นกัน ส่งผลให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะเสื่อมสภาพไปตามวัย เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทุกวัน โดยกล้ามเนื้อก็เช่นกันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปล่อยให้ร่างกายไม่มีการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวน้อย ก็จะส่งผลอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ยิ่งสะสมเป็นเวลานานก็ยิ่งทำให้ฟื้นฟูขึ้นได้ยาก

วิธีการดูแลกล้ามเนื้อไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องทำให้ถูกวิธี แน่นอนว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สร้างมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการทานอาหารประเภท “โปรตีน” ด้วย หากได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะช่วยให้สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า สารอาหาร HMB เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเสริมสร้างและชะลอการสลายมวลกล้ามเนื้อได้

มาถึงจุดนี้ต้องสงสัยกันว่า HMB คืออะไร และจะหาได้จากไหน อย่างที่กล่าวไปว่า หากจะดูแลกล้ามเนื้อต้องทานโปรตีนให้เพียงพอ ซึ่ง HMB คือ เบต้า-ไฮดรอกซี-เบต้า-เมทิลบิวไทเรต เป็นสารที่สร้างขึ้นจากการสลายกรดอะมิโนลิวซีนในร่างกาย ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเมื่อได้มีการทานอาหารประเภทโปรตีน ร่างกายจะเกิดการย่อยโปรตีนได้กรดอะมิโนลิวซีน จากนั้นก็จะมีการสลายกรดอะมิโนลิวซีนได้เป็น HMB ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น

ปริมาณ HMB ที่เหมาะสมต่อร่างกาย คือ 1,500-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่การที่จะได้รับ HMB ที่เพียงพอต่อวันด้วยการรับประทานกรดอะมิโนลิวซีนจากอาหารปกติเพื่อให้ร่างกายผลิต HMB ให้ถึง 1,500 มก. นั้น จะต้องรับประทานกรดอะมิโนลิวซีนสูงถึง 30 กรัม หรือเทียบเท่าไข่ไก่ 50 ฟอง หรือ อกไก่ประมาณ 7 ชิ้น ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก เนื่องจากกรดอะมิโนลิวซีน จะถูกเปลี่ยนมาเป็น HMB ได้ปริมาณ 5% เท่านั้น

จากงานวิจัยมีข้อมูลว่า HMB มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้ออย่างมากในด้านต่างๆ อาทิ ช่วยลดการสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อใหม่ได้มากขึ้น ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากการออกกำลังกาย เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ช่วยให้ร่างกายมีสัดส่วนที่ดีขึ้น และช่วยลดไขมันได้มากขึ้นเมื่อออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันและรักษาการสูญเสียกล้ามเนื้อขณะลดน้ำหนัก

เพื่อให้ทุกคนมีตัวช่วยในการดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงGiffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร GiffarineHMB Plus Vitamin D3 (กิฟฟารีน เอช เอ็ม บีพลัส วิตามินดี 3) ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของปริมาณสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย การันตีด้วยรางวัลและการรับรองจากต่างประเทศ ด้วยการใช้วัตถุดิบที่ได้รับรางวัล Nutralngredients Asia Awards 2021 หมวด Healthy Aging และผ่านการรับรองมาตรฐาน USPของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานในการผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานทั่วไป

โดยข้อมูลพบว่าการรับประทาน HMB คู่กับวิตามินดีจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ HMB โดยวิตามินดีเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นในการช่วยทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งใน Giffarine HMB Plus Vitamin D3 (กิฟฟารีน เอช เอ็ม บี พลัส วิตามินดี 3) มีทั้ง Calcium HMB และ Vitamin D3

HMB จึงเหมาะสำหรับทุกวัย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อสูง เช่น ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังหรือผู้ที่มีการเคลื่อนไหวจำกัด รวมถึงผู้ที่ดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนัก โดย Giffarine HMB Plus Vitamin D3 (กิฟฟารีน เอช เอ็ม บี พลัส วิตามินดี 3) เป็นอีกไอเทมที่ช่วยในเรื่องการเสริมอาหารที่เหมาะกับร่างกาย ซึ่งจะได้รับ HMB 1,500 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อตามงานวิจัย

ข้อควรรู้ !! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

https://www.naewna.com/lady/840521

ข้อควรรู้ !! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

ข้อควรรู้ !! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.40 น.

สาวๆ อาจจะเคยคิดว่าเครื่องสำอางทั้งหลายบนโต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 2-3 ปีแต่รู้หรือไม่ว่าเรากำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ส่วนจะเข้าใจผิดอย่างไรนั้น ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก มีความรู้ดีๆ มาบอกกัน

เครื่องสำอางมักระบุวันหมดอายุ นับเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ผลิตไปอีกประมาณ 2-3 ปี แต่นั่นเป็นการนับเวลาในลักษณะที่เครื่องสำอางนั้นยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน เมื่อเราแกะห่อเครื่องสำอาง และนำออกมาใช้จริงแล้วนั้น เครื่องสำอางจะสัมผัสกับอากาศ รับแบคทีเรียเข้าไป ทำให้เสื่อมคุณภาพ อายุการใช้งานก็จะลดน้อยลง เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากันเรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานเท่าไหร่กันบ้างนับจากการใช้ครั้งแรก

มาสคาร่า มีอายุใช้งานประมาณ 3-6 เดือน หลังเปิดใช้ครั้งแรก, อายแชโดว์ มีอายุใช้งานระมาณ 2 ปีหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, อายไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบตา ในกรณีที่มีการเหลาใช้เป็นประจำ มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี, ลิปสติก มีอายุใช้งานประมาณ 2-3 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, ลิปไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบปาก หมดอายุประมาณ 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, รองพื้น ถ้าเป็นแบบผสมน้ำใช้ได้ 1 ปี แบบผสมน้ำมัน ใช้ได้ประมาณ 1.5 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, แป้งฝุ่นหรือแป้งบรัชออนสีต่างๆ ที่ใช้ทาแก้ม-หน้า จะหมดอายุภายใน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, ยาทาเล็บ ปกติจะหมดอายุภายใน 1 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ระหว่างนั้นถ้าไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรเขย่าขวดบ่อยๆ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน,น้ำหอม ถ้ายังไม่เปิดใช้ และเก็บให้ห่างจากแสงสว่าง และความร้อน จะมีอายุใช้งานนานประมาณ 3 ปี แต่ถ้าเริ่มเปิดใช้แล้วจะอยู่ได้ประมาณ 1.5 ปี, ครีมบำรุงผิว จะอยู่ได้ราว 1 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

อายุการใช้งานเหล่านี้เป็นการประเมินจากการใช้เครื่องสำอางทั่วๆ ไป เวลาเราเปิดเครื่องสำอางแต่ละชิ้นก็ควรจดวันที่เอาไว้ เพื่อเตือนว่าเครื่องสำอางชนิดนั้นๆ จะหมดอายุเมื่อไหร่ เพราะการใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุ อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ หรืออาการอักเสบของผิวหนังได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และลักษณะของการเสื่อมสภาพของเครื่องสำอางแต่ละชนิด

เคล็ดลับดีๆ ในการยืดอายุของเครื่องสำอางให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ก็คือการเก็บไว้ในตู้เย็น หรือที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำ รวมทั้งเรื่องของการรักษาความสะอาด ซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากเครื่องสำอางจะใช้ได้นานแล้วยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวบนใบหน้าอีกด้วย

ฉลองเบิร์ธเดย์ 80 ปี วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

https://www.naewna.com/lady/840515

ฉลองเบิร์ธเดย์ 80 ปี วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ฉลองเบิร์ธเดย์ 80 ปี วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นวันมงคลอีกปีสำหรับ เจ้าสัววิเชียร เตชะไพบูลย์ เปิดบ้านริมน้ำเจ้าพระยาจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิด 80 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2567 โดยปีนี้ได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารมาเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์พร้อมนำผ้ายันต์มามอบให้เจ้าของวันเกิดเพื่อมอบให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้มาร่วมงาน ซึ่งมีเฉพาะญาติสนิท กัลยาณมิตรมาร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล

เจ้าของวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์ โดยมี
คู่ชีวิต เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ เคียงข้าง

เจ้าของวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์ โดยมี คู่ชีวิต เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ เคียงข้าง

คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อวยพรวันเกิดประธานมูลนิธิ วิเชียร เตชะไพบูลย์

คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อวยพรวันเกิดประธานมูลนิธิ วิเชียร เตชะไพบูลย์

คุณหญิงโรส–รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ มาอวยพรวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์
โดยมี จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ ร่วมต้อนรับ

คุณหญิงโรส–รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ มาอวยพรวันเกิด วิเชียร เตชะไพบูลย์ โดยมี จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ ร่วมต้อนรับ

จรรย์สมร และลูกชาย สุขกาญจน์ วัธนเวคิน มาอวยพรพร้อมมอบของขวัญวันเกิด

จรรย์สมร และลูกชาย สุขกาญจน์ วัธนเวคิน มาอวยพรพร้อมมอบของขวัญวันเกิด

ศ.ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล และแขกผู้ใหญ่

ศ.ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล และแขกผู้ใหญ่

เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ และ จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ ต้อนรับ หม่อมบงกชปริยา ยุคลฯ,
อุมาลี ชุ่มเชื้อ, เพ็ญวดี วิโรจน์วงศ์ และ พิกุล ตลาดน้อย

เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ และ จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ ต้อนรับ หม่อมบงกชปริยา ยุคลฯ, อุมาลี ชุ่มเชื้อ, เพ็ญวดี วิโรจน์วงศ์ และ พิกุล ตลาดน้อย

กลุ่มสาวสวย นันทลี จารุรัตน์, มาลินี ลีนุตพงษ์, ศรีวรรณา เจียรวัฒน์ชัย, สุพรรณรัศม์
ศิริหงษ์, อรวรรณ ศิริภักดี, ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, ดร.นุชนารถ วสุรัตน์, พวงทอง สัจจาภินันท์ และ สุจิรา จันทรวิสูตร

กลุ่มสาวสวย นันทลี จารุรัตน์, มาลินี ลีนุตพงษ์, ศรีวรรณา เจียรวัฒน์ชัย, สุพรรณรัศม์ ศิริหงษ์, อรวรรณ ศิริภักดี, ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, ดร.นุชนารถ วสุรัตน์, พวงทอง สัจจาภินันท์ และ สุจิรา จันทรวิสูตร

หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา

หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา

สุกัญญา-นวลพรรณ โอสถานนท์, วิเชียร-เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์, เพ็ชรี อมรวิวัฒน์ และ
จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์

สุกัญญา-นวลพรรณ โอสถานนท์, วิเชียร-เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์, เพ็ชรี อมรวิวัฒน์ และ จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์

ชูเดช เตชะไพบูลย์ ต้อนรับ กลอเรีย มหาดำรงค์กุล
และ ชัยยศ เอี่ยมอมรพันธ์

ชูเดช เตชะไพบูลย์ ต้อนรับ กลอเรีย มหาดำรงค์กุล และ ชัยยศ เอี่ยมอมรพันธ์

ครอบครัวลูกชาย ชูเดช เตชะไพบูลย์

ครอบครัวลูกชาย ชูเดช เตชะไพบูลย์

เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ กับน้องชาย ดร.ต่อพงศ์ วัจนะสวัสดิ์ และ นฤมล โนรี

เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ กับน้องชาย ดร.ต่อพงศ์ วัจนะสวัสดิ์ และ นฤมล โนรี

ศิลปินแห่งชาติ วินัย พันธุรักษ์ และ เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ร้องเพลงขับกล่อมผู้มาร่วมงาน

ศิลปินแห่งชาติ วินัย พันธุรักษ์ และ เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ร้องเพลงขับกล่อมผู้มาร่วมงาน

ผศ.ดร.จรินทร์ สวนแก้ว-รศ.ดร.กมลพร กัลยาณมิตร ร่วมด้วย กลอเรีย มหาดำรงค์กุล และ เยาวมาลย์ วัชรเรืองศรี

ผศ.ดร.จรินทร์ สวนแก้ว-รศ.ดร.กมลพร กัลยาณมิตร ร่วมด้วย กลอเรีย มหาดำรงค์กุล และ เยาวมาลย์ วัชรเรืองศรี

ผู้แทนโรงพยาบาลหัวเฉียว

ผู้แทนโรงพยาบาลหัวเฉียว

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทานและภาพวาดฝีพระหัตถ์‘ปีมะเส็ง ปีงูเล็ก’จัดทำสินค้าที่ระลึกปีใหม่

https://www.naewna.com/lady/840506

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทานและภาพวาดฝีพระหัตถ์‘ปีมะเส็ง ปีงูเล็ก’จัดทำสินค้าที่ระลึกปีใหม่

ร้านภูฟ้าอัญเชิญพรพระราชทานและภาพวาดฝีพระหัตถ์‘ปีมะเส็ง ปีงูเล็ก’จัดทำสินค้าที่ระลึกปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในปีมะเส็ง 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ร้านภูฟ้าได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้นำภาพฝีพระหัตถ์ งูตัวเล็ก พร้อมพรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยทุกคนนำมาพิมพ์ลงบนบัตร ส.ค.ส. เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปี “มะเส็ง งูเล็ก” 2568 นี้

จากกลอนพระราชทาน ปีมะเส็ง ปีงูเล็กน่ารักๆ ที่จะนำประชาชนชาวไทยทุกคนขึ้นบันได ไปสู่ความก้าวหน้าของชีวิต เจริญรุ่งเรืองสุขกายสบายใจตลอดปีมะเส็ง งูเล็ก พุทธศักราช 2568 ที่ใกล้เข้ามาแล้ว

ในปีแห่งชีวิตที่จะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสิริมงคลยิ่งนี้ ทางร้านภูฟ้าจึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำภาพฝีพระหัตถ์ “งูขึ้นกระได” ตัวเล็กๆ ยิ้มหวานหน้าตาน่ารัก พร้อมที่จะนำพาชาวไทยทุกคนให้มีชีวิตก้าวหน้า ขึ้นบันไดไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง โดยนำภาพฝีพระหัตถ์ดังกล่าวมาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล จำนวน 7 สี เสื้อโปโลไม่มีกระเป๋า 3 สีเสื้อโปโลพิมพ์ลาย 4 สี เสื้อคอกลมทีเชิ้ต 2 สีเสื้อคอกลมทีเชิ้ต (ทรงหลวม) 2 สี และเสื้อคอกลมพิมพ์ลาย 3 สี เสื้อทุกตัวมีสีสันสวยงาม ลูกค้าจะซื้อสวมใส่เองหรือซื้อเป็นของขวัญให้ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งทั้งผู้ให้และผู้ได้รับของขวัญนี้กันถ้วนหน้า โดยเสื้อทุกๆ ตัวจะมีชื่อสีต่างๆ ที่เปรียบกับสีสันพรรณไม้ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของความสวยงามความสุข ความสบายใจ และความรื่นเริงทั้งสิ้น

นอกจากเสื้อหลากสีและหลายแบบแล้ว ทางร้านภูฟ้ายังได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ดังกล่าวนำมาพิมพ์ลงบนสินค้าชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสินค้าเป็นของขวัญ จะได้รับพรพระราชทานอันประเสริฐและเป็นสิริมงคลยิ่ง ทั้งผู้ให้และผู้รับจะได้มีความสุข ลืมความทุกข์ และสิ่งร้ายๆ ต่างๆที่ผ่านมาในปีมะเส็ง พุทธศักราช 2568โดยทั่วหน้ากัน สินค้าดังกล่าว ได้แก่ สมุดบันทึกกระบอกน้ำ หมวก ปากกา และเครื่องใช้อื่นๆรวมทั้งยังจัดจำหน่ายกระเป๋าผ้า รูปแบบต่างๆ ซึ่งออกแบบ และให้สีโดยผู้ออกแบบจากแบรนด์ “PAINKILLER (ผู้ออกแบบสีเสื้อและผลิตภัณฑ์)”

สินค้าชุดนี้จะทยอยวางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าทั้ง 19 สาขา ตั้งแต่วันนี้ และจะจำหน่ายครบทั้งคอลเลคชั่นภายในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป รวมถึงสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperAppและติดตามข่าวสารทาง Facebook : PHUFA #PHUFA # PHUFA2568

ภารกิจสู่จักรวาล‘โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี’ลุ้นมงสาม Miss Universe 2024

https://www.naewna.com/lady/840512

ภารกิจสู่จักรวาล‘โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี’ลุ้นมงสาม Miss Universe 2024

ภารกิจสู่จักรวาล‘โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี’ลุ้นมงสาม Miss Universe 2024

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

#ชีเสิร์ฟ-#ชีป้อน !! กำลังเป็นศัพท์ใหม่ที่แฟนนางงามเชียร์ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” Miss Universe Thailand 2024 ตัวแทนประเทศไทย ลุ้นมงสาม Miss Universe 2024 สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ทั้งสื่อท้องถิ่นของเม็กซิโกและเพจนางงาม จัดอันดับมิสไทยแลนด์เป็นสาวงามจากเอเชียเพียงคนเดียวที่ติดท็อป 5 ประชันสาวงามจากลาตินอเมริกา ขณะที่กองประกวดมิสยูเวิร์สไทยแลนด์ ชวนคนไทยร่วมโหวตโอปอลสู่รอบรองชนะเลิศของมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 73พร้อมส่งกำลังใจในรอบตัดสินวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 07.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เป็นต้นไป

หลังจากเข้ากองเก็บตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะ Miss Universe Thailand 2024 เพื่อร่วมการประกวด Miss Universe 2024 ครั้งที่ 73 ณ ประเทศเม็กซิโก ไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มีสาวงามเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 128 ประเทศทั่วโลก ทำการเก็บตัว ณ InterContinental Presidente Mexico City เมือง Polanco โดย โอปอล- สุชาตา ช่วงศรี ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย ได้สร้างความเจิดจรัสและได้รับเสียงเชียร์กระหึ่มจักรวาล ทั้งจากแฟนนางงามคนไทยและทั่วโลกสื่อท้องถิ่นของเม็กซิโกเผยภาพความงามของเธออย่างต่อเนื่อง ทั้งเลือกภาพเธอขึ้นปกเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Poresto รวมถึงเว็บไซต์ infobae สื่อใหญ่ของกลุ่มประเทศที่พูดภาษาสเปน ได้เผยรายชื่อตัวเต็งมิสยูนิเวิร์ส 2024 ที่มีโอกาสคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลปีนี้ ซึ่งมีชื่อของมิสไทยแลนด์ ติดลิสต์ 1 ใน 5 โดยวางมงไว้ที่ มิสโคลอมเบีย ตามมาด้วยสาวงามจากประเทศในแถบลาตินอเมริกา

ไม่เพียงเท่านั้น โอปอล-สุชาตา ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนสาวงาม 1 ใน 6 ประเทศร่วมเยี่ยมชม Palacio de Gobierno หรือ Government Palace ณ เมืองกวาดาฮารา รัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีชื่อเสียงด้านจิตรกรรมฝาผนังอันทรงพลังของ José Clemente Orozcoโดยเฉพาะภาพของ Miguel Hidalgo ผู้นำการประกาศอิสรภาพของเม็กซิโก ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ

นอกจากความสวยสะกด รอยยิ้ม และความสามารถรอบตัวแล้ว โอปอล-สุชาตา ยังมีโครงการพิเศษของตัวเองที่ไปประชันกับบรรดาสาวงามจากทั่วโลก นั่นคือ โครงการ OPAL For Her เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนป้องกันมะเร็งเต้านม โดยเธอได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเวชธานี ในการตรวจเต้านมฟรีสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และรายได้ส่วนหนึ่งยังคงสนับสนุนโครงการ โดยมีเป้าหมายสู่ระดับสากล โดย โอปอล-สุชาตา ค้นพบคำตอบของตัวเองเมื่อเริ่มพอดแคสต์ Braveheart ด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงที่ต่อสู้กับมะเร็งเต้านมได้เล่าเรื่องราวและสนับสนุนกัน นี่คือช่วงเวลาที่เธอตระหนักถึงพลังของการเป็น “Voice for Change” เธอกล่าวว่า การเปล่งเสียงของเราไม่ใช่แค่การส่งเสริมผู้อื่นเท่านั้น แต่มันคือการทำงานร่วมกันเพื่ออนาคต ที่มะเร็งเต้านมจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว แต่เป็นสิ่งที่เราจะต่อสู้ และเอาชนะให้ได้

แฟนๆ ชาวไทย สามารถสนับสนุนการเดินทางของโอปอล-สุชาตา สู่รอบรองชนะเลิศของมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 73 ด้วยการโหวตของทุกคน โหวตที่ 1 : Miss Universe FAN VOTE -โหวตให้ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ก้าวขึ้นสู่ Top 30! ลิงก์โหวต : missu.page.link/vote vote 2 : Voice For Change by CI Talks โหวตโครงการ OPAL For Her เพื่อคว้ารางวัลโครงการดีเด่น ผ่านลิงก์การลงคะแนน : https://citalks.com/contests/ missuniverse 2024-vfc/entry/voice-for-change เพื่อให้สาวงามจากประเทศไทยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด

โอปอล-สุชาตา พร้อมเต็มที่แล้วสำหรับภารกิจจักรวาล เพื่อคว้ามง 3 มาให้คนไทยกับรอบการแข่งขันที่แฟนๆ ชาวไทยห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็นรอบ Preliminary Competition & National Costume (รอบพรีลิมฯ และรอบชุดประจำชาติ) วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป และรอบ Final Competition (รอบตัดสิน) วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 07.00 น. (ตามเวลาของประเทศไทย) เป็นต้นไป

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวตลอดการประกวด Road to Universe ของโอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ได้ทาง Facebook และ Instagram : Miss Universe Thailand / TPN Global รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียของ PPTV HD 36

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สัญญาณเตือนมะเร็ง

https://www.naewna.com/lady/840523

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สัญญาณเตือนมะเร็ง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สัญญาณเตือนมะเร็ง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคมะเร็งคือโรคที่ปัญหาสาธารณสุขระดับโลก ส่วนในประเทศไทยก็ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่139,206 คนต่อปี ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตปีละ 84,073 คนโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรก คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดีมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รวมถึงมะเร็งปากมดลูก

คำว่ามะเร็งเป็นคำที่คนส่วนใหญ่กลัว และกังวลว่าตนเองจะเป็นโรคนี้หรือไม่ ดังนั้น สัปดาห์นี้เรามาคุยถึงปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนโรคมะเร็งกัน ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งแบ่งเป็น 2 หมวดหลักๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ 

ปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้นั้นเราไม่สามารถแก้ไขได้ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น มีประวัติการเจ็บป่วยโรคมะเร็งในญาติสายตรง เชื้อชาติ/ชาติพันธุ์ (บางเชื้อชาติ/บางชาติพันธุ์มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งบางชนิดมากกว่าเชื้อชาติ/ชาติพันธุ์อื่น) และสุดท้ายคือ ประวัติการเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน 

แต่ถึงแม้ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือป้องกันได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพราะมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ไม่ปล่อยอ้วนเกินไป กินผักผลไม้เพื่อเพิ่มปริมาณกากใยหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปต่างๆส่วนในประเทศไทยก็ควรเลี่ยงการกินปลาน้ำจืด โดยเฉพาะปลาที่ไม่ได้ปรุงสุกอย่างดี เช่น ปลาสุกๆ ดิบๆ ปลาร้า ปลาจ่อมแต่หากจะกินปลาเหล่านั้นก็ต้องทำให้สุกอย่างดีเสียก่อน 

นอกจากนั้นยังต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีอันตรายที่มีมากมาย และต้องเลี่ยงมลภาวะทุกชนิดพูดโดยรวมคือ ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตลอดเวลา แต่ไม่ต้องวิตกกังวลจนเสียสติ แล้วถ้าหากทำได้ครบทุกข้อ ก็จะลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้มาก แต่ถึงแม้ทำได้บางข้อ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

อีกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งคือ ถ้าตรวจพบเร็วในระยะเริ่มแรก ผลการรักษาจะดีกว่าช่วงตรวจพบว่าโรคเป็นมากหรือระยะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ส่วนใหญ่นั้นมะเร็งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1-2คือช่วงที่โรคอยู่ในระยะเริ่มต้น ส่วนระยะที่ 3 คือโรคลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง ซึ่งไกลออกไปจากจุดเริ่มต้นของมะเร็งมาก และระยะที่ 4 คือโรคแพร่กระจายไปที่อวัยวะอื่นแล้ว ซึ่งผลการรักษาในระยะท้ายๆ จะไม่ดีนัก 

ดังนั้น ถ้าเราสังเกตสัญญาณเตือนของโรคและรีบไปรับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ จะทำให้รักษาได้เร็ว ผลการรักษาดี ตัวอย่างของมะเร็งกลุ่มนี้คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่หายจากโรคมะเร็ง 2 ชนิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งเพื่อสังเกตตนเอง และคนในครอบครัว ถ้ามีความผิดปกติดังนี้ ต้องไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน

1.มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย เช่น ท้องเสีย ท้องผูก หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ

2.มีแผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย โดยเฉพาะแผลที่มีเลือดออกหรือติดเชื้อเรื้อรัง

3.มีเลือดออกหรือสารคัดหลั่งผิดปกติจากร่างกาย เช่น เลือดในปัสสาวะ อุจจาระ หรือเสมหะ

4.มีก้อนแข็งหรือเนื้อที่เจริญเติบโตผิดปกติในร่างกายเช่น ที่เต้านมหรือส่วนอื่นๆ

5.มีอาการอาหารไม่ย่อยหรือกลืนอาหารลำบาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร

6.มีการเปลี่ยนแปลงของไฝ หรือติ่งเนื้อ เช่น สี ขนาดหรือรูปร่างที่เปลี่ยนไป

7.มีไอเรื้อรัง หรือเสียงแหบที่ไม่ยอมหาย อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง

อย่างไรก็ดี สัญญาณเตือนเหล่านี้นับเป็นอาการทั่วๆ ไปที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ไอเรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยมักชะล่าใจไม่ไปพบแพทย์ แต่มักไปซื้อยาใช้เอง เมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไปนานๆ มะเร็งที่เป็นก็รุนแรงมาก 

ดังนั้นหากอาการใดที่กล่าวในข้างต้นเกิดขึ้นแล้วยืดเยื้อเกิน 1-2 เดือน กินยาเรื่อยไปก็ไม่หายสักที แถมบางคนมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งอยู่ด้วย อย่างนี้นับว่าเสี่ยงค่อนข้างมากและบางคนยังมีพฤติกรรมใช้ชีวิตให้สุดๆ คือเสี่ยงสุดๆ แถมมีญาติสายตรงป่วยโรคมะเร็งด้วย และอายุก็มากขึ้น แบบนี้ต้องไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อจะได้ป้องกันและรักษาโรคมะเร็งได้ก่อนที่จะลุกลามบานปลาย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ สภากาชาดไทย วิจัยผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษามะเร็งเต้านม

https://www.naewna.com/lady/840520

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ สภากาชาดไทย  วิจัยผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษามะเร็งเต้านม

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ สภากาชาดไทย วิจัยผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษามะเร็งเต้านม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับ สภากาชาดไทย วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันบำบัด สำหรับใช้ในการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ จำนวนมากกว่า 11 ล้านคน จากทั่วโลก ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งกว่า 60,000 คน จากผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมดประมาณ 120,000 คน โดยโรคมะเร็งเต้านมยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิง และมีแนวโน้มอุบัติการณ์ที่สูงขึ้นทุกปี ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จึงได้ร่วมมือกับ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ดำเนินการวิจัยการแพทย์แม่นยำ (PrecisionMedicine) และผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced therapy medicinal products) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ทั้งนี้ ศูนย์ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดทำโครงการวิจัยเพื่อเตรียมผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันบำบัด (Natural Dendritic Cells ; nDCs) สำหรับใช้ในการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาวิธีการเตรียมเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดในห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จนได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Prototype) ตลอดจนการควบคุมการเตรียมเซลล์ในห้องปฏิบัติการสะอาด ให้เป็นไปตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (GMP Compliance) สำหรับใช้ในการวิจัยทางคลินิก รวมถึงการพัฒนาวิธีควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์เซลล์ซึ่งประกอบด้วย การตรวจคุณสมบัติของเซลล์ (Identity) ด้วยเทคนิคการตรวจแอนติเจนบนผิวเซลล์ (FlowCytometry), การตรวจความบริสุทธิ์ (Purity), การทดสอบการปนเปื้อนจุลชีพ (Sterility) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดที่เตรียมได้นั้นมีความปลอดภัยสำหรับการนำไปรักษาในผู้ป่วย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน สามารถเตรียมผลิตภัณฑ์เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไปแล้วจำนวน 18 ราย โดยในทุกรอบการเตรียมที่ผ่านมา ผลการทดสอบ ทุกรายการผ่านตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเดินหน้าวิจัยพัฒนางานด้านผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงที่มีความปลอดภัย และมีคุณภาพที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลสำหรับประชาชนคนไทย

ททท. ชวนร่วมกิจกรรม Your Travel Stories ลุ้นร่วมทริป Travel Workshop

https://www.naewna.com/lady/840498

ททท. ชวนร่วมกิจกรรม Your Travel Stories ลุ้นร่วมทริป Travel Workshop

ททท. ชวนร่วมกิจกรรม Your Travel Stories ลุ้นร่วมทริป Travel Workshop

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ TikTok Thailand และ บริษัท อาร์เอ็มเอส พับลิซชิ่ง จำกัด กระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม Your Travel Stories ภายใต้โครงการ “Amazing ThailandContent Creator Paradise” เพื่อสร้างการรับรู้ และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์เนื้อหา Content ในรูปแบบ สตอรี่การเดินทางท่องเที่ยว

ททท. เชิญชวน คนท่องเที่ยว มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพียงสร้างสรรค์ VDO Content สตอรี่การเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบของคุณ พร้อมโพสต์ลง TikTok ส่วนตัว ติดแฮชแท็กที่โครงการกำหนด จากนั้นตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสิทธิ์ลุ้นรับ ของรางวัลมากมายและยังมีโอกาสได้ร่วมทริป Travel Workshop จ.กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน กับ คุณมาย TikTok Creator จากช่อง TikTok @m.per.m ที่จะมาช่วยเพิ่มเทคนิคการทำ Content ให้คุณแบบ Exclusive

สำหรับกติกาการเข้าร่วมกิจกรรมมีดังนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องสร้างสรรค์ VDO Content สตอรี่การเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบของคุณ โพสต์คลิปวีดีโอ ลงช่องทางTikTok ส่วนตัว พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ (Public) ต้องติดแฮชแท็ก #YourTravelStories และ #ชื่อสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ให้ครบถ้วน จากนั้นส่งหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมไปที่ลิงก์ https://forms.gle/egwq8qZnmPUHWLpJ9 เพื่อยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมสงวนสิทธิ์ 1 ท่านต่อ 1 รางวัลเท่านั้น ทั้งนี้ รางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดของรางวัลอื่นหรือโอนสิทธิ์ให้กับบุคคลอื่นได้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสามารถใช้ภาพหรือข้อมูลของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อการประชาสัมพันธ์ หากตรวจพบว่าผู้ร่วมกิจกรรมท่านใดมีเจตนาทุจริต ไม่ว่าวิธีใดก็ตามจะทำการตัดสิทธิ์ทันที และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุด

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้-16 พฤศจิกายน 2567 และลุ้นรับของรางวัลจากโครงการมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยผู้โชคดีจะคัดเลือกจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มียอด Engagement สูงสุด 20 อันดับแรก และทำถูกต้องตรงตามกติกาที่กำหนด ซึ่งจะคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ (Creator) เพื่อคัดเลือกผู้โชคดีรับของรางวัลเป็น Gadget พร้อมร่วมทริป Travel Workshop กับ Creatorชื่อดัง จำนวน 5 รางวัล และคัดเลือกผู้โชคดีรับรางวัลเป็น Voucher ท่องเที่ยว จำนวน 15 รางวัล ททท. จะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่ Facebook Fanpage : Amazing Thailand

‘คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก’ ที่สุดแห่งประสบการณ์ช้อปมิติใหม่

https://www.naewna.com/lady/840517

‘คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก’  ที่สุดแห่งประสบการณ์ช้อปมิติใหม่

‘คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก’ ที่สุดแห่งประสบการณ์ช้อปมิติใหม่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เอมอร ศรีวัฒนประภา และ อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ สร้างปรากฏการณ์เป็นไปได้เดินหน้าขยายอาณาจักรค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว เปิดตัว “คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก” โฉมใหม่เป็นมากกว่าดิวตี้ฟรีในทำเลศักยภาพใจกลางเมืองที่ ONE BANGKOK นำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่าง ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มนักเดินทางคนไทยและต่างชาติ ด้วยสินค้าดิวตี้ฟรีและสินค้าซื้อแล้วรับกลับทันที ภายใต้แนวคิด “AN EXPERIENTIAL SHOPPING JOURNEY IN THE CITY” เหนือระดับด้วยดีไซน์โดดเด่นจากสตูดิโอระดับโลก HAYON STUDIO โดย JAIME HAYON ศิลปินและนักออกแบบชาวสเปนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักออกแบบผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา ยกระดับกรุงเทพมหานครสู่มหานครแห่งการช้อปปิ้งระดับโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ร่วมงาน นำโดย เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ, วรมาศ ศรีวัฒนประภา รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านการตลาด, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ, อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ด้านการลงทุน นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์จากศิลปินและนักแสดงชื่อดังมาร่วมส่งมอบประสบการณ์การช้อปแต่ละโซน นำโดย เอม-สรรเพชญ์ คุณากร, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, เต-ตะวัน วิหครัตน์, ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ, แคท-ซอนญ่า สิงหะ, นานิ-หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ, อิน-สาริน รณเกียรติ และโชว์ STAFF PERFORMANCE ตลอดจนเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้กับดีเจที่มาสร้างสีสันความสนุกในงานและกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมาย

คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก ตั้งอยู่ในโซน PARADE ชั้น 1 และ 2 โดย “HAYON STUDIO” บริษัทสร้างสรรค์งานศิลปะและการออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดย JAIME HAYON (ไฮเม่ ฮายอน) ศิลปินและนักออกแบบชาวสเปน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SOPHISTICATED VILLAGE” หมู่บ้านที่มีความซับซ้อนหลากหลายแต่ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ที่มาพร้อมประติมากรรม HERE AND NOW สัญลักษณ์นก 2 ตัว ที่มีความหมายต่างกัน นกตัวแรกยืนสง่างามก้าวเดินอย่างมั่นใจ แสดงถึงคุณสมบัติของความเป็นเลิศและความซื่อสัตย์ นกตัวที่สองเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดพักชั่วครู่ เพื่อเงยหน้ามองไปยังดวงดาวและฝันถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของกลุ่มบริษัทฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ช้อปแบบใหม่ใจกลางเมือง มีไฟลท์บินหรือไม่มีไฟลท์บินก็ช้อปได้ “คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก” เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ เวลา 10.00-22.00 น. บริเวณชั้น 1-2 โซน PARADE ที่ ONE BANGKOK

อรุณรุ่ง-อัยยวัฒน์-วรมาศ ศรีวัฒนประภา และ รวิ อิทธิระวิวงศ์

อรุณรุ่ง-อัยยวัฒน์-วรมาศ ศรีวัฒนประภา และ รวิ อิทธิระวิวงศ์

เฉลิมฉลองเทศกาลสายนํ้า‘ไอคอนสยาม’จัดมหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงรักษ์โลก

https://www.naewna.com/lady/840507

เฉลิมฉลองเทศกาลสายนํ้า‘ไอคอนสยาม’จัดมหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงรักษ์โลก

เฉลิมฉลองเทศกาลสายนํ้า‘ไอคอนสยาม’จัดมหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงรักษ์โลก

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอคอนสยาม สร้างมหาปรากฏการณ์ “ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG” แบบรักษ์โลกเฉลิมฉลองเทศกาลสายน้ำสุดยิ่งใหญ่ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน ตระการตาขบวนแห่นางนพมาศสุดอลังการ พร้อมจัดเต็มความบันเทิงทุกมิติ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, กรมเจ้าท่า, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, สมาคมเรือไทย, บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), แบรนด์ พีดับบลิวพี, บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน) และเมืองสุขสยามร่วมยกระดับประเพณีของไทยให้เป็นที่ชื่นชมบนเวทีโลก จัดมหาปรากฏการณ์งาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG ภายใต้แนวคิด สายธารมรดกไทย สานหัวใจไทยทุกเจน

เชิญชวนประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สวมใส่ชุดไทยลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสักการะแม่น้ำแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่เชื่อมโยงผู้คนทุกยุคสมัย สานต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันยิ่งใหญ่ ผ่านการลอยกระทงวิถีใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน พบกับนิทรรศการกระทงรักษ์โลกแรงบันดาลใจจาก 15 สถานเอกอัครราชทูตสัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กราบสักการะขอขมา พร้อมอธิษฐานขอพรพระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์ และตื่นตากับการแสดงวัฒนธรรมไทย พบกับขบวนแห่นางนพมาศในชุดผ้าไทยผสมผสานวัสดุยั่งยืน เต็มอิ่มสนุกสนาน ความบันเทิงทุกมิติ พร้อมกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ ริเวอร์พาร์คชั้น G ไอคอนสยาม

ปีนี้จัดเต็มไฮไลท์มากมายที่จะสร้างความประทับใจให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของประเพณีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการกระทงรักษ์โลก แรงบันดาลใจจาก 15 สถานเอกอัครราชทูต ตื่นตากับ “นิทรรศการกระทงนานาชาติ” เพื่อเชื่อมโยงประเพณีไทยเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลายของนานาประเทศ ครั้งที่ 6 ถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์อันโดดเด่นจากแรงบันดาลใจของสถานเอกอัครราชทูต 15 ประเทศ ได้แก่ ชิลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน,อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เปรู, โปรตุเกส, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, สาธารณรัฐเกาหลี, เม็กซิโก, เนปาล และเวียดนาม โดยแต่ละประเทศต่างเนรมิตไอเดียถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ ผ่านกระทงไทยอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Upcycled Kratong หรือกระทงรักษ์โลก รังสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ และโชว์ความงดงามบนฐานกระทงจากฝีมือของศิลปินนักทำโมเดลชาวไทย โดยเกือบทุกองค์ประกอบทำขึ้นจากการนำวัสดุเหลือใช้หลากหลายประเภทจากโครงการ 360 Waste Journey to Zero Waste ของไอคอนสยาม มารีไซเคิลและอัปไซเคิล รังสรรค์เป็นผลงานจัดแสดงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ณ ไอคอนลักซ์อเวนิว ชั้น M ไอคอนสยาม

สักการะขอขมาและกล่าวอธิษฐานขอพรพระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์เชิญชวนประชาชนเสริมสิริมงคลในช่วงเทศกาลลอยกระทงด้วยการสักการะพระแม่คงคา หรือ “พระคงคาเทวี” เทพแห่งสายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวฮินดู พร้อมขอขมาและกล่าวอธิษฐานขอพรด้วยประทีปกระทง ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2567 บริเวณโซนไอคอนลักซ์ชั้น G ไอคอนสยาม

สัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้แก่ โคมยี่เป็ง จากประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, กระทงกะลา จากประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก, โคมชักโคมแขวนจากประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟจังหวัดสุโขทัย, กระทงประทีปใหญ่ จากประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด และกระทงกาบกล้วย จากประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย จังหวัดสมุทรสงคราม โดยทุกองค์ประกอบรังสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล อาทิ ฝาอะลูมิเนียม, เศษผ้า, ก้านไม้,ใบลาน และเศษริบบิ้น

ร่วมลอยกระทงรักษ์โลกกับรางลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยายาวที่สุดหนึ่งเดียวในโลก อีกหนึ่งไฮไลท์ของวันที่15 พฤศจิกายน คือการจัดงานลอยกระทงที่เน้นความยั่งยืนและปลอดภัย โดยชวนทุกคนมาร่วมลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิลกับรางลอยกระทง ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานลอยกระทงไอคอนสยาม ด้วยความโดดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกคนให้สามารถลอยกระทงได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบายในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังร่วมกับกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดเก็บกระทงออกจากแม่น้ำภายหลังจบงาน ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการแยกประเภท และกระบวนการจัดเก็บกระทงเพื่อสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1338หรือติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง Facebook : ICONSIAM