ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ประเทศที่น่าเดินทางมาเยี่ยมชมที่สุดในโลกประจำปี 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2782617

ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ประเทศที่น่าเดินทางมาเยี่ยมชมที่สุดในโลกประจำปี 2567

2 พ.ค. 2567 11:35 น.

ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ประเทศที่น่าเดินทางมาเยี่ยมชมที่สุดในโลกประจำปี 2567

ประเทศไทย คว้าอันดับ 1 จากนิตยสาร CEOWORLD โดยถูกจัดให้เป็นประเทศที่น่ามาเยี่ยมชมสุดในโลกประจำปี 2024

นักเดินทางท่องเที่ยวต่างก็ชื่นชอบในการเดินทางไปสำรวจสถานที่ใหม่ๆ โดยจุดหมายปลายทางที่เลือกอาจขึ้นอยู่กับความชอบ เช่น ธรรมชาติที่สวยงาม มากด้วยแหล่งช็อปปิ้ง หรือสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งหมดต่างเป็นตัวเลือกเพื่อช่วยนักเดินทางในการตัดสินใจเลือกสถานที่พักผ่อนครั้งต่อไป 

นิตยสาร CEOWORLD ได้รวบรวมรายชื่อประเทศที่ดีที่สุดที่ควรไปเยือนสักครั้งในช่วงชีวิต (World’s Best Countries To Visit In Your Lifetime 2024) จากการจัดอันดับจากผู้อ่านในเว็บไซต์ และแสดงความคิดเห็นมากกว่า 295,000 คน ผลปรากฏว่าประเทศไทยติดอันดับ 1 จาก 67 ประเทศทั่วโลกด้วยคะแนน 72.15 ตามมาด้วย ประเทศกรีซ คะแนน 67.22 และประเทศอินโดนีเซีย คะแนน 65.15 

อันดับประเทศที่น่าเดินทางมาเยี่ยมชมที่สุดในโลก ประจำปี 2567

1. ประเทศไทย 72.15 คะแนน

2. ประเทศกรีซ 67.22 คะแนน

3. ประเทศอินโดนีเซีย 65.15 คะแนน

4. ประเทศโปรตุเกส 64.32 คะแนน 

5. ประเทศศรีลังกา 60.53 คะแนน

6. ประเทศแอฟริกาใต้ 59.76 คะแนน

7. ประเทศเปรู 59.76 คะแนน 

8. ประเทศอิตาลี 57.77 คะแนน

9. ประเทศอินเดีย 57.65 คะแนน 

10. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 57.38 คะแนน

นิตยสาร CEOWORLD ยังให้คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับประเทศไทยว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ความหลากหลาย และมากด้วยสิ่งที่น่าสนใจ เช่น สถานบันเทิงยามค่ำคืน มีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ และอร่อย พร้อมทั้งยังมีศิลปะ และมีวัดวาอารามที่มากไปด้วยวัฒนธรรมสวยงาม ผนวกกับแหล่งช็อปปิ้งที่มากมายทั้งตามห้างสรรพสินค้า และตลาดกลางคืน

ภาพ : istock

ข้อมูล : ceoworld

ระบบ ESTA คืออะไร ทำไมญี่ปุ่นเตรียมนำมาใช้ลงทะเบียนนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2781932

ระบบ ESTA คืออะไร ทำไมญี่ปุ่นเตรียมนำมาใช้ลงทะเบียนนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

29 เม.ย. 2567 21:00 น.

ระบบ ESTA คืออะไร ทำไมญี่ปุ่นเตรียมนำมาใช้ลงทะเบียนนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมเปิดระบบ ESTA ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลงทะเบียนแจ้งรายละเอียดกิจกรรม และที่พัก ก่อนการเดินทาง ซึ่งระบบ ESTA คืออะไร ส่งผลอย่างไรต่อนักท่องเที่ยวไทยบ้าง

ที่ผ่านมา ญี่ปุ่น มักพบกับปัญหานักท่องเที่ยวลักลอบเข้ามาพักอาศัยและทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศเตรียมใช้โยบายให้ชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่านักท่องเที่ยวระยะสั้นเพื่อการท่องเที่ยว จะต้องคัดกรองล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบบุคคลก่อนบินเข้าประเทศเหมือนกับ “K-ETA” ของเกาหลีใต้มาใช้แล้ว ส่วนที่ญี่ปุ่นจะใช้ชื่อว่า “ESTA” เหมือนที่สหรัฐอเมริกา โดยให้แจ้งรายละเอียดกิจกรรม และสถานที่พัก ก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการทำงานผิดกฎหมาย หรือการกระทำของผู้ก่อการร้าย

ระบบ ESTA คืออะไร

ข้อมูลจากเว็บไซต์ US ESTA ที่ให้บริการยื่นขอวีซ่าออนไลน์ของสหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ESTA เป็นใบอนุญาตการเดินทางที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่ถือเป็นวีซ่า ดังนั้น ESTA จึงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือข้อบังคับในการให้บริการแทนวีซ่าสหรัฐอเมริกา

ผู้ถือ ESTA สามารถใช้ใบอนุญาตเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือต่อเครื่องเท่านั้น แต่หากต้องการอยู่ต่อมากกว่า 90 วัน เพื่อศึกษา หรือทำงาน จะต้องได้รับวีซ่าประเภทนั้น

วัตถุประสงค์ของการมี ESTA ก็เพื่อรักษาความปลอดภัย และการป้องกันการก่อการร้ายในประเทศ หรือที่อื่นๆ ในโลก เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดการ และลงทะเบียนข้อมูลเกี่ยวกับนักเดินทางที่เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาเพื่อพักระยะสั้นได้ เพื่อใช้ตรวจสอบล่วงหน้าว่าผู้สมัคร ESTA มีสถานะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาโดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือว่าบุคคลนั้นอาจเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกาหากได้รับอนุญาต

ESTA คือใบอนุญาตเพื่อการท่องเที่ยว ทำธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ ในระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน โดยต้องแจ้งข้อมูลการเดินทาง กิจกรรม และที่พัก ก่อนการเดินทางแก่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น (ภาพจาก iStock)

ขณะเดียวกัน แม้ว่าจะผ่านการอนุญาต ESTA แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับประกันการเข้าประเทศ เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ จะเป็นหน่วยงานสุดท้ายที่จะตรวจคุณสมบัติของผู้เดินทางที่จะเดินทางเข้าประเทศ จึงมีความเป็นไปได้ที่บุคคลจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า และถูกเนรเทศกลับประเทศของตน

ทั้งนี้เอกสารการเดินทางของ ESTA มีอายุสองปี นับจากวันที่ออกและอนุญาตให้ผู้สมัครเข้าประเทศได้หลายครั้ง ในแต่ละครั้งสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน หากต้องการอาศัยให้นานขึ้น ต้องเดินทางออกนอกสหรัฐอเมริกาแล้วกลับเข้ามาใหม่

อย่างไรก็ตาม หนังสือเดินทางต้องมีอายุเกินสองปี มิฉะนั้น ESTA จะหมดอายุในวันที่หนังสือเดินทางหมดอายุ และต้องสมัคร ESTA ใหม่อีกครั้งหลังจากได้รับหนังสือเดินทางเล่มใหม่

ESTA ประเทศญี่ปุ่น

ผู้ที่ต้องทำ ESTA ก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น คือผู้ที่มาจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับวีซ่านักท่องเที่ยวระยะสั้น เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการเยี่ยมญาติ โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 71 ประเทศ

ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นจะต้องแจ้งข้อมูล เช่น ชื่อ วัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ รายละเอียดกิจกรรม และสถานที่ที่พัก ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทางออนไลน์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง

จากนั้นจะมีการตรวจสอบว่าเป็นผู้โดยสารที่อยู่ในบัญชีดำของอาชญากรและบุคคลที่ต้องสงสัยหรือไม่ หากพบว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ผู้ตรวจสอบจะอนุญาตให้เดินทางได้ และหากมีข้อสงสัยใดๆ บุคคลนั้นจะถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง

ประเทศญี่ปุ่นพบว่ามีชาวต่างชาติอยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นกว่า 60% ภายในระยะเวลา 10 ปี ระบบ ESTA จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยคัดกรองและลดปัญหาดังกล่าว (ภาพจาก iStock)

โดยเหตุผลที่การคัดกรองก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มงวดมากขึ้นก็เนื่องมาจากกรณีของชาวต่างชาติที่เดินทางมาญี่ปุ่นโดยผิดกฎหมาย และอยู่อาศัยในญี่ปุ่นเกินกำหนด

จากข้อมูลของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ เดือนมกราคม พ.ศ.2567 พบว่า มีจำนวนชาวต่างชาติอยู่อาศัยเกินกำหนดอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 79,113 ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 ราย จาก 10 ปีที่แล้ว และ 62.9% หรือ 49,801 ราย มีสถานะพำนักระยะสั้น

แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นมีเป้าหมายที่จะกลายเป็นประเทศที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวและขยายจำนวนประเทศที่มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นวีซ่า แต่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมชายแดนที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากการอยู่เกินกำหนดอย่างผิดกฎหมายอาจส่งผลให้ความปลอดภัยในประเทศแย่ลง

ปัจจุบันสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นกำลังพัฒนาระบบ ESTA อยู่ คาดว่าจะเปิดใช้ได้ก่อนถึงปี 2573 ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะพุ่งถึง 60 ล้านคน.

ข้อมูลอ้างอิง : www.yomiuri.co.jp

แฟนด้อมมาร์เวล เตรียมกรี๊ด พบกับการแสดงใหม่สุดล้ำที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2781871

แฟนด้อมมาร์เวล เตรียมกรี๊ด พบกับการแสดงใหม่สุดล้ำที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

29 เม.ย. 2567 17:42 น.

แฟนด้อมมาร์เวล เตรียมกรี๊ด พบกับการแสดงใหม่สุดล้ำที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เอาใจแฟนๆ ซุปเปอร์ฮีโร่ ชวนสัมผัสประสบการณ์การแสดงรูปแบบใหม่ล่าสุด พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ในธีมมาร์เวลที่โซนทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึง วันที่ 10 มิถุนายน 2567

การแสดงรูปแบบใหม่ในธีมมาร์เวลนี้มีทั้งในช่วงกลางวันในชื่อ “Find Your Super Power: Battle for Stark Expo” และการแสดงโดรนยามค่ำคืน “Find Your Super Power: Battle in the Sky” พร้อมให้แฟนพันธุ์แท้เก็บสะสมสินค้าธีมมาร์เวลใหม่ล่าสุด และดื่มด่ำไปกับอาหารและเครื่องดื่มแบบไม่หลุดธีม พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การผจญภัยอย่างซุปเปอร์ฮีโร่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยห้องพักที่ตกแต่งในธีมมาร์เวลให้เหล่าแฟนคลับประทับใจขั้นสุด

ค้นหาพลังพิเศษในตัวคุณ พร้อมร่วมต่อสู้ในมหากาพย์การต่อสู้นี้

อาร์นิม โซล่า (Arnim Zola) กลับมาแล้วพร้อมกองทัพไฮดร้า ที่บุกเข้ารุกราน Stark Expo ท่ามกลางสัญญาณไฟแดงฉานที่ขึ้นเตือนระวังภัย จงตอบรับเข้าร่วมกับเหล่าอเวนเจอร์ส พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในมหาศึกครั้งใหม่! กองกำลังไฮดร้าที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ด้วยพลังเซรุ่มที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ของกัปตันอเมริกา จากการลักลอบเข้ามาในโรงงานแห่งนี้เพื่อขโมย Arc Reactor ถึงเวลารวมพลแฟนมาร์เวล ณ Tomorrowland เพื่อช่วย ไอร่อนแมน, สไปเดอร์แมน, สตาร์ลอร์ด และเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลอีกมากมายสู้ศึกในการแสดงช่วงกลางวันชุดใหม่ล่าสุด “Find Your Super Power: Battle for Stark Expo!”


ระวังตัวไว้ให้ดีเมื่อความมืดเข้าย่างกราย เพราะการรุกรานของไฮดร้าและ อาร์นิม โซล่า จะทวีความรุนแรงขึ้น จอมวายร้ายโซล่าได้ปล่อยทัพฝูงบ็อตที่ผ่านการพัฒนาให้มีความเก่งกาจทางอากาศอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ออกมาอาละวาด เข้าร่วมการแสดงโดรนยามค่ำคืนรูปแบบใหม่ “Find Your Super Power: Battle in the Sky” สาวกมาร์เวลจะได้ร่วมมือกับ ไอร่อนแมน ธอร์ และซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลมากมายที่ตบเท้าเข้าสู่ Tomorrowland เพื่อร่วมป้องกันการโจมตีทางอากาศของอาร์นิม โซล่า ในรูปแบบที่น่าทึ่ง เพื่อเอาชนะฝูงโดรนของไฮดราที่ยึดครองอยู่เต็มฟากฟ้าไปด้วยกัน

ขัดเกลาทักษะการต่อสู้ และเรียนรู้จากฮีโร่ที่ดีที่สุด

ซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล ไม่ว่าจะเป็น ไอร่อนแมน, สไปเดอร์แมน หรือ แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์ ต่างกำลังออกลาดตระเวนไปทั่ว Tomorrowland อย่าพลาดโอกาสที่จะได้พบปะพูดคุย พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับจากพวกเขาแบบตัวจริงเสียงจริง! คุณอาจจจะได้พบกับเจ้าหน้าที่หน่วยชีลด์ (S.H.I.E.L.D.) ที่ถูกใจชุดซุปเปอร์ฮีโร่ที่คุณใส่อยู่ เลยเข้ามาส่งคำเชิญสุดพิเศษ หรือภารกิจลับสำหรับโอกาสในการพบปะกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลอย่างใกล้ชิดก็เป็นได้!

เตรียมพร้อมสำหรับของที่ระลึกซุปเปอร์ฮีโร่

เตรียมช็อปของสะสมมาร์เวลคอลเลคชันใหม่สุดคูลไปอวดโฉม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋าผ้า เครื่องประดับ ของเล่นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ฯลฯ และด้วยไอเทมเหล่านี้คุณจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมาร์เวลจากทั่วเอเชีย ด้วยการซื้อบัตรประจำตัวในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วย S.H.I.E.L.D. ที่ผลิตขึ้นใหม่สำหรับคุณเท่านั้น ซึ่งระบุพลังของคุณไว้

นอกจากนี้อย่าลืมไปแวะชมร้าน Expo Shop และ Pavilion Gifts และถ่ายรูปคู่กับหุ่นไอร่อนแมน, กัปตันอเมริกา และแอนท์แมน ขนาดเท่าตัวจริงแบบ 1:1 และห้ามพลาดโอกาสที่จะเก็บ 5 ของสะสม และพวงกุญแจ Hot Toys Super Heroes COSBABY ใหม่สุดพิเศษชุดแรกจากฮ่องกงดิสนีย์แลนด์!


เต็มอิ่มไปกับขุมพลังเมนูอาหารซุปเปอร์พาวเวอร์

อย่าปล่อยให้ตัวคุณพลังหมด มาเติมพลังด้วยชุดเมนูอาหารธีมมาร์เวลที่มีวางขายอยู่ทั่วทั้งรีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็นเมนู เบอร์เกอร์คอมโบไอร่อนแมน ของห้องอาหาร Starliner Diner และแน่นอนว่าคงไม่มีแฟนคนไหนอยากพลาดแก้วน้ำ Avengers’ Sipper เสิร์ฟคู่กับ Super Soda มาพร้อมกับไอคอนตัวละครที่เปลี่ยนไปมาได้ระหว่าง ไอร่อนแมน, กัปตันอเมริกา และสไปเดอร์แมน พร้อมสอดส่องสายตามองหาเมนูอาหารรองท้องที่เดินไปทานไปได้อย่าง ฮอทดอกควอนตัม, ขนมชูร์โร Hulked-out Super Power และ ป๊อปคอร์นแบบถังลายสไปเดอร์แมน โฉมใหม่ ที่มาพร้อมหน้าสไปเดอร์แมนสามแบบให้สะสม จะช่วย “รีชาร์จพลัง” ให้กับคุณได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับแฟนๆ ท่านใดที่เพิ่มเวลาแห่งการผจญสไตล์ซุปเปอร์ฮีโร่โดยการพักที่โรงแรม อย่าลืมไปลองเมนูธีมมาร์เวลที่อัพเกรดดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น มินิเบอร์เกอร์และเนื้อย่างเสียบไม้เหล่าฮีโร่มาร์เวล หรือเมนู Ragnarok Medley อันทรงพลัง ที่ห้องอาหาร The Archivist ใน Disney’s Hollywood Hotel

ฝึกฝนทักษะของคุณอย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้แฟนมาร์เวลได้รับโอกาสที่จะฝึกฝนและขัดเกลาพลังพิเศษของพวกเขากันแล้ว! ที่บริเวณ Stark Expo แฟนๆ สามารถมาศึกษาเทคโนโลยีสุดล้ำของไอร่อนแมน บริเวณ Iron Man Experience ลองขึ้นร่อนยาน Iron Wing บินเหนือเกาะฮ่องกง เดินสำรวจศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชีลด์ (S.H.I.E.L.D. Science & Technology Pavilion) แห่งนี้ เพื่อเรียนรู้ถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ Stark Industries กำลังพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโลกของเราให้ปลอดภัย หากคุณได้ขึ้นยานรบ Dagger เพื่อเข้าร่วมในศึก Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! และเปิดประสบการณ์อันท้าทายขีดความสามารถไปด้วยกัน!

ต่อเวลาของคุณในการต่อสู้อันกล้าหาญ

การผจญภัยแห่งมาร์เวลดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันที่โรงแรมต่างๆ ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท! ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมมิชชันงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์ซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ที่ Disney’s Hollywood Hotel เพื่อรังสรรค์เครื่องประดับและโคมไฟธีมมาร์เวลในแบบของคุณ พรีออเดอร์เซอร์ไพรส์ในธีม Groot ที่มาพร้อมกับของที่ระลึกในห้อง!


เข้าพักตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ผู้เยี่ยมชมจะได้ก้าวออกจากโลกแห่งความจริงเข้าสู่โลกที่ได้แรงบันดาลใจจากมาร์เวลด้วยห้องพักที่ตกแต่งใหม่จัดเต็มตรงธีมที่ Disney’s Hollywood Hotel เมื่อก้าวเข้าห้องพัก คุณจะได้รับการต้อนรับจากรูปวาดสุดเก๋ของยานควินเจ็ต (Quinjet) จากซีรีส์ภาพยนตร์ “The Avengers” ที่ทะยานสูงเหนือ Stark Tower เฉิดฉายและดึงความสนใจของทุกคนไปยังจิตรกรรมฝาผนังสุดตระการตาในธีม Marvel Super Heroes นอกจากนี้เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง ไอร่อนแมน, กัปตันมาร์เวล, กัปตันอเมริกา, สไปเดอร์แมน, ธอร์, ฮอว์คอาย, แอนท์-แมน, เดอะ วอสพ์, แบล็ก วิโดว์, และ ฮัลค์ ยังได้มารวมตัวกันปลุกระดมเรื่องราวมหากาพย์และตัวละครจากมาร์เวล วางแผนเที่ยวและจองห้องพักธีมมาร์เวลโดยไว โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป.

เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2781258

เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

27 เม.ย. 2567 05:30 น.

เยือน “ต้าหลี่” เมืองแห่งความงดงาม..ในทุกฤดูกาล

ต้าหลี่ หรือต้าลี่ กลายเป็นเทรนด์ในโลกโซเชียลมีเดียจากซีรีส์จีนเรื่อง Meet yourself ที่นำเสนอวิถีชีวิตแบบง่ายๆของชาวจีน โดยมีฉากหลังเป็นเมืองโบราณอันงดงามแห่งหนึ่ง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนอยากรู้จักเมืองนี้

ต้าหลี่ หรือเมืองต้าลี่ เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของจีน ตั้งอยู่ติดเทือกเขาชางซานที่สูงถึง 4,000 เมตร เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของจีน ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรของชาวไป๋ในราวศตวรรษที่ 8-9 ระหว่างปี พ.ศ.2399- 2406

ต้าหลี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งผลิตหินอ่อนหลากหลายชนิด ซึ่งนำไปใช้ในการก่อสร้างและประดับตกแต่งอาคาร และปัจจุบัน เมืองอันสวยงามนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งปรากฏในหนังและคลิปโปรโมตการท่องเที่ยวของจีน ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สามองค์ (three pagoda dali) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่

เจดีย์ตั้งอยู่ภายในวัดฉงเซิ่งซื่อ ซึ่งในอดีตเป็นวัดหลวงของเจ้าผู้ปกครองเมืองต้าหลี่ เมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1925 บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในเมืองต้าหลี่ได้รับความเสียหายถึง 99% แต่เจดีย์สามองค์กลับไม่เป็นอะไร ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเจดีย์ทั้งสามมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ภัยธรรมชาติไม่สามารถทำลายได้

ที่เป็นไฮไลต์ของต้าหลี่เห็นจะเป็นทะเลสาบเอ๋อไห่ หรือในภาษาไทลื้อและไทใหญ่เรียกว่าหนองแส ตั้งอยู่บนที่ราบสูงในเมือง เป็นทะเลสาบบนที่ราบสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสาธารณรัฐประชาชนจีน รองจากทะเลสาบเตียนฉือ นอกจากภูมิทัศน์สวยงามของทะเลสาบเอ๋อไห่แล้ว

ต้าหลี่ยังมีภูเขาชางซาน ที่ตระหง่านเหนือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆซึ่งเป็นที่มาของชื่อมณฑลยูนนาน ซึ่งหมายถึง ‘ดินแดนที่เต็มไปด้วยเมฆ’ อากาศในมณฑลนี้ว่ากันว่าเป็นอีกเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากจีนและต่างชาติให้มาสัมผัส โดยเฉพาะเมืองต้าหลี่ที่มีอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 16 องศาเท่านั้น ใครที่อยากหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็นๆแนะนำที่นี่เลย ไม่ไกล สวยงาม ที่ครั้งหนึ่งควรได้ไปเยือน.

ปักหมุด 7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2780715

ปักหมุด  7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

25 เม.ย. 2567 11:28 น.

ปักหมุด 7 โลเคชันที่เที่ยวดับร้อน จ.เลย

เปิด 7 โลเคชันสถานที่เที่ยวดับร้อน ในภาคอีสาน จังหวัดเลย

สภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้ในช่วงเดือนเมษายน ภาคอีสานเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีความร้อนสูง แต่อย่างไรก็ตามในภาคอีสานก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแม่น้ำ ลำธาร แก่ง ห้วย แลกน้ำตก ที่หลบซ่อนอยู่ตามธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่มากมาย ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นสถานที่คลายร้อนในช่วงซัมเมอร์ และน่าเดินทางท่องเที่ยวอย่างยิ่ง

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนท่องเที่ยวดับร้อนไปสถานที่ท่องเที่ยวบนพื้นที่ จ.เลย โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเล่นน้ำเย็นๆ จากธรรมชาติ พร้อมนั่งชิมบรรยากาศกลางความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มในช่วงซัมเมอร์นี้

รวมที่เที่ยวเล่นน้ำ ดับร้อน จ. เลย

  • ห้วยกระทิง อ.เมืองเลย

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง (อ่างเก็บน้ำหมานตอนบน) หนึ่งในสถานที่สุดนิยมในจังหวัดเลย ซึ่งรอบทิศทางมีบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ กิจกรรมไฮไลต์ คือ การล่องแพ รับประทานอาหาร พร้อมทั้งเล่นชิลไปกับลมเย็นๆ และธรรมชาติที่เขียวขจี

ที่ตั้ง : อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง บ้านห้วยกระทิง ตำบลกกทอง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. 

  • หาดปากหมาก อ.เมืองเลย

หาดปากหมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณแม่น้ำที่ทอดยาว ติดกับธรรมชาติอันสมบูรณ์ ของจังหวัดเลย ซึ่งถือว่ามีความใส และความเย็นที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งหาดปากหมากนี้มีพื้นที่ที่เป็นบริเวณหาดทราย เปรียบเสมือนทะเล โดยให้นักท่องเที่ยวสามารถจับจองที่นั่งเพื่อพักผ่อน ลงเล่นน้ำได้ ทั้งนี้ยังมีร้านขายอาหาร และเครื่องดื่มคอยให้บริการอีกด้วย 

ที่ตั้ง : บ้านปากหมาก ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.30–19.00 น. 

  • หาดนางคอย อ.เชียงคาน

หาดนางคอย เปรียบเสมือนทะเลในถิ่นอีสาน เป็นหาดทรายสวย ปนไปด้วยน้ำสุดใสที่สวยงามในบริเวณริมแม่น้ำโขง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสมกับการเล่นน้ำดับร้อน และชวนครอบครัวไปพักผ่อนหย่อนใจ ไปกับธรรมชาติที่รายล้อมอยู่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และร้านอาหารต่างๆ มากมาย

ที่ตั้ง : หมู่ 5 บ้านคกงิ้ว ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. 

  • แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน

แก่งคุดคู้ หนึ่งในสถานที่ที่มีความสวยงามของธรรมชาติมากมาย ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง พร้อมกับวิวของทะเลภูเขาด้านหลังเสมือนอยู่ในภาพวาด แก่งคุดคู่มีสายน้ำที่ไม่ลึกมากสามารถเดินลงไปสัมผัสริมน้ำโขงได้

ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.30–17.30 น. 

  • น้ำตกแก่งสองคอน อ.ด่านซ้าย

น้ำตกแก่งสองคอน สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งใช้เวลาเดินทางเท้าไม่ไกล และสะดวกสบาย เพียง 2 กิโลเมตร ลักษณะของพื้นที่น้ำตกแก่งสองคอน จะเป็นธารน้ำกว้าง ไหลผ่านโขดหิน นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่น้ำเล่นได้ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นน้ำตื้น

ที่ตั้ง : บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

เวลา : เปิดวัน 08.00–18.00 น. 

  • แก่งตาดข่า อ.ท่าลี่

แก่งตาดข่า แก่งน้ำที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำเหือง หนึ่งในจุดพักผ่อน เล่นน้ำคลายร้อนยอดนิยมของชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ จนได้ถูกพัฒนาเป็นจุดเล่นน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อระดับน้ำลดลง นักท่องเที่ยวสามารถชมบรรยากาศของโขดหินที่สวยงาม

ที่ตั้ง : บ้านแก่งม่วง ตำบลน้ำทูน อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

เวลา : เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น. 

  • แพผานาง-ผาเกิ้ง อ.เอราวัณ

แพผานาง-ผาเกิ้ง ตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำห้วยตาดคา เป็นหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมในหน้าร้อน ที่มีบริการแพให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ ที่แพผานาง มีบรรยากาศรอบข้างรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่เขียวขจี ไฮไลต์ของที่นี่ คือ การล่องแพทานอาหาร และกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายคายัค ปั่นเป็ด และสไลเดอร์บนแพ

ที่ตั้ง : บ้านผานาง ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

เวลา : เปิดวัน 08.00-18.00 น. 

ข้อมูล : ททท.สำนักงานเลย

ภาพ : istock

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2780328

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

24 เม.ย. 2567 17:49 น.

ไฮไลต์ 3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด ชมธรรมชาติ เมืองชุมพร

เปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคลายร้อน ที่สามารถทำกิจกรรมพายซับบอร์ด ชื่นชมธรรมชาติในจังหวัดชุมพร

จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในจังหวัดยอดนิยมจากทางภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวรวมตัวอยู่อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึงที่ จ.ชุมพร แห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำอยู่มากมาย

แน่นอนว่า ‘กิจกรรมการพายซับบอร์ด’ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยว ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ ได้ปักหมุดมาท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพรแห่งนี้ เพื่อมาทำกิจกรรมการพายซับบอร์ดในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด ที่มีทั้งทะเลที่สวยงาม รวมถึงเส้นทางธรรมชาติอันหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดชุมพร ได้แนะนำ 3 โลเคชันพายซับบอร์ด ใน จ.ชุมพร ที่ต้องห้ามพลาด ซึ่งมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สนุกไม่เหมือนใคร พร้อมกับบรรยากาศที่สดชื่น ซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหน

3 ที่เที่ยวพายซับบอร์ด จ.ชุมพร

  • เส้นทางที่ 1 : หาดทรายรี-เกาะมะพร้าว (ช่วงเวลาที่เหมาะสม กุมภาพันธ์-ตุลาคม) 

ระยะทาง 3-5 กิโลเมตร  

ใช้เวลาทำกิจกรรม 3-4 ชั่วโมง

  • เส้นทางที่ 2 : อุโมงค์โกงกาง (ช่วงเวลาที่เหมาะสม พฤศจิกายน-มกราคม) 

ระยะทาง 4 กิโลเมตร

ใช้เวลาทำกิจกรรม 2 ชั่วโมง 

  • เส้นทางที่ 3 : หาดทุ่งมะขาม 

ระยะทาง 2 กิโลเมตร 

ใช้เวลาทำกิจกรรม 1.30 ชั่วโมง 

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดชุมพร

ที่เที่ยว จุดชมวิว “เขายายเที่ยง” โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2780084

ที่เที่ยว จุดชมวิว "เขายายเที่ยง" โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

22 เม.ย. 2567 17:59 น.

ที่เที่ยว จุดชมวิว “เขายายเที่ยง” โคราช แจกพิกัดที่พัก คาเฟ่ พร้อมเส้นทาง

เขายายเที่ยง (ภาษาอังกฤษ : Khao Yay Thieng) อีกหนึ่งที่เที่ยวบรรยากาศดีๆ ที่หลายคนปักหมุด พร้อมเดินทางกันตลอดปี เนื่องจากที่นี่บรรยากาศดี มีจุดไฮไลต์อย่างกังหันลมขนาดใหญ่ ให้ได้ถ่ายรูปเช็กอิน โพสต์ความประทับใจเก็บลงบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย

ชวนเที่ยว “เขายายเที่ยง” อยู่จังหวัดอะไร

เขายายเที่ยง ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จุดเด่นของบริเวณเขายายเที่ยงคือ มีกังหันลมสีขาวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ โดยเป็นกังหันลมที่สร้างกระแสไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าลำตะคอง นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ได้ชมวิว ปั่นจักรยานชมบรรยากาศดีๆ รวมถึงเช็กอินกันได้ตลอดปี จะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือพักที่พักเขายายเที่ยงก็ได้เช่นกัน

บริเวณกังหันลมเขายายเที่ยงเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โดยไม่คิดค่าบริการ แต่หากต้องการเช่าจักรยาน ปั่นชมบรรยากาศโดยรอบ คิดค่าบริการแบบปั่นคนเดียว 40 บาท และปั่นเป็นคู่ 80 บาท สามารถเลือกปั่นได้ตามชอบ

บริเวณถัดจากกังหันลม มีหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พระพุทธรูปอันเก่าแก่ประทับอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบไหว้ ขอพร เพื่อเสริมสิริมงคลในการเดินทางได้เช่นกัน

แจกพิกัด ที่พัก เขายายเที่ยง คาเฟ่ ร้านอาหาร มีอะไรน่าสนใจบ้าง

นอกจากถ่ายรูปบรรยากาศดีๆ หรือเที่ยวบริเวณกังหันลมเขายายเที่ยงแล้ว ยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พักอีกหลายแห่ง เช่น

The Pandora Camp เขายายเที่ยง
คาเฟ่เขายายเที่ยง 2567 ตั้งอยู่บริเวณริมเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวภูเขา ป่าและวิวของ อ.สีคิ้ว ได้อย่างเต็มตา ไม่ว่าจะเลือกนั่งจิบกาแฟชิลๆ หรือชิมเบเกอรีก็ฟินไม่แพ้กัน

Campsite เขายายเที่ยง
อีกหนึ่งที่พักที่มีทั้งคาเฟ่เปิดให้บริการ ตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีน้ำตาลและสีขาว ตัดกับสีของต้นไม้และบรรยากาศเขียวขจีบนยอดเขา ชมบรรยากาศดีๆ ได้แบบจุใจ

บ้านไร่ปลายเนิน เขายายเที่ยง
ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารเขายายเที่ยง ก็สามารถแวะมายังร้านบ้านไร่ปลายเนิน กลุ่มศูนย์สาธิตการตลาดเขายายเที่ยงกันได้ ที่นี่ให้บริการทั้งอาหารคาวและหวาน สามารถนั่งกิน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศดีๆ ได้แบบ 360 องศา

Safe Haven เขายายเที่ยง
ลานกางเต็นท์ เขายายเที่ยงที่สายแคมปิ้งต้องไม่พลาด ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นาน ก็สามารถสัมผัสบรรยากาศดีๆ ใกล้เมืองกรุงกันได้แล้ว ที่สำคัญลานกางเต็นท์แห่งนี้ยังเปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้อีกด้วย

ภูนางฟ้า Angel Hill 
เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวสำหรับใครที่มองหาที่กิน ที่เที่ยว ที่พักเข้ายายเที่ยง 2567 เพราะที่นี่ให้บริการทั้งอาหารคาว ขนม เครื่องดื่ม และที่พัก สำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ ณ เขายายเที่ยง

ภูล้านดาวแคมป์ ณ เขายายเที่ยง
เอาใจสายแคมปิ้งกันต่อกับ ภูล้านดาว ลานกางเต็นท์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มากางเต็นท์ พักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติสวยๆ มองเห็นวิวของเขื่อนลำตะคองได้เช่นกัน

โกดังกุ้ง สาขาลำตะคอง
อีกหนึ่งร้านอาหารใกล้ๆ กับเขายายเที่ยง จัดเต็มอาหารหลากหลายรูปแบบทั้งอาหารขึ้นเชื่อและอาหารเมนูเด็ด ให้นักท่องเที่ยวได้แวะพักเติมพลัง พร้อมชมวิวของเขื่อนลำตะคองได้อีกด้วย

วิธีเดินทางไปยังเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา

การเดินทางไปยัง จ.นครราชสีมา สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ ปักหมุดตามพิกัด กูเกิล แม็ป https://maps.app.goo.gl/jvTqEYzQt89UzmfQ9 หรือใครที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ ก็สามารถต่อรถรับจ้างของคนในพื้นที่มายังเขายายเที่ยงได้เช่นกัน

หากใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้เมืองกรุง เดินทางง่าย สามารถไปเช้าเย็นกลับ หรือใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสั้นๆ เขายายเที่ยงก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/abroad/2780106

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

22 เม.ย. 2567 17:29 น.

4 เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก นักเดินทางควรไปเยือนสักครั้ง

เอาใจนักท่องเที่ยวสายยั่งยืน รวมเมืองท่องเที่ยวจาก 4 ประเทศทั่วโลกที่มีสิ่งแวดล้อมอันสวยงาม โดยเมืองเหล่านี้มีความยั่งยืนอย่างเหมาะสม พิจารณาจากตัวชี้วัดตามเกณฑ์ทั้ง 69 ตัว เช่น อัตราการรีไซเคิล ระดับมลพิษทางอากาศ ปริมาณเส้นทางปั่นจักรยาน และเปอร์เซ็นต์ของห้องพักในโรงแรม ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสท่องเที่ยวที่น่าสนใจไปทั่วโลก เนื่องจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนี้ เป็นการส่งผลกระทบเชิงบวกไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างเศรษฐกิจให้กับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ในทิศทางที่ดีขึ้น สร้างบรรยากาศที่ดี และยังเป็นการรณรงค์ที่จะช่วยลดผลกระทบทางลบต่อการท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย

กระแสท่องเที่ยวนี้ทำให้ทางไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม 4 แหล่งท่องเที่ยวสุดยั่งยืนที่น่าสนใจ และต้องเดินทางไปสัมผัสความยั่งยืนนี้ด้วยตนเองสักครั้ง ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ ได้รับการพิจารณาจากตัวชี้วัดตามเกณฑ์ความยั่งยืนทั้ง 69 ตัวในลำดับต้นๆ ของโลก

เมืองท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก

  • Gothenburg ประเทศสวีเดน

กอเทนเบิร์ก (Gothenburg) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสวีเดน และเป็นเมืองท่าสำคัญ บรรยากาศและผังเมืองที่นอกจากจะอุดมไปด้วยความเจริญแล้ว ยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้เห็นหมู่บ้านสไตล์นอร์ดิกเรียงรายตลอดทาง ที่เน้นเป็นหนึ่งเดียวกับความเขียวขจีจากธรรมชาติ 

นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศของความเรียบง่าย สงบ อบอุ่น และผ่อนคลาย สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเน้นไปในเชิงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ สวนสาธารณะ จุดชมวิวที่เหมาะสมมากๆ กับนักท่องเที่ยวสายชิลที่อยากจะลิ้มลองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

  • Oslo ประเทศนอร์เวย์

ออสโล (Oslo) เป็นเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นอีกประเทศสำคัญที่เป็นดั่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีความสวยงาม ไม่ว่าจะจากธรรมชาติก็ดี ประติมากรรมจากยุโรปที่เหมือนหลุดมาจากภาพวาด

ถึงแม้ว่าออสโลจะเป็นเมืองหลวงของนอร์เวย์ ที่เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีเขียวอยู่มากกว่าครึ่ง เช่น สวนสาธารณะ ป่า ทิวเขา และทะเลสาบอยู่มากมาย และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่พัฒนาเพื่ออยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีความสะอาดเป็นเลิศ สำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ บอกเลยว่าที่ออสโลนี้ ต้องเดินทางมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้ง

  • Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก

โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งที่นี่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่งในทวีปยุโรป โดยกรุงโคเปนเฮเกนเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารประเทศ เป็นที่ตั้งพระราชวังหลวง ทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมและความดั้งเดิมของพื้นที่ตั้งแต่ยุคเก่า เคล้ากับความพัฒนาและความเจริญได้อย่างลงตัว

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงความสวยงามของการออกแบบผังเมือง ตึกรามบ้านช่องสไตล์เดนิช ที่มีให้เห็นในประเทศเดนมาร์กโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการจราจรที่ไม่แออัด พร้อมทั้งพื้นที่ปั่นจักรยานภายในเมืองที่จัดได้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ทำให้เป็นที่ชื่นชอบแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนในลำดับต้นๆ อีกหนึ่งประเทศ

  • Helsinki ประเทศฟินแลนด์

เฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงขนาดใหญ่ของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ และเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีความสวยงาม เคล้าคลอกับธรรมชาติ แถมยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ได้ติดตามอย่างน่าหลงใหลในช่วงฤดูหนาว

นอกจากนี้ เฮลซิงกิ ยังมีการตกแต่งสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่สวยงาม ซึ่งทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของฟินแลนด์ได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งเมืองและประเทศที่หากมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยว ควรเก็บไว้ในลิสต์อีกหนึ่งสถานที่

ข้อมูล : bbc

ภาพ : istock

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2779510

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

19 เม.ย. 2567 18:34 น.

รู้จัก Brewpub Passport สะสมแสตมป์ดื่ม ร่วมเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่

Brewpub Passport พาสปอร์ตสำหรับนักเดินทางที่สะสมรสชาติความหลากหลาย ของเครื่องดื่ม ในแต่ละพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวไทย ในแต่ละพื้นที่ ของแหล่งท่องเที่ยวด้วยคอนเซปต์ Craft Beer The reason to travel ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรรมเครื่องดื่มในแต่ละท้องถิ่น และยังรวมไปถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างน่าสนใจ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายย่อยในประเทศไทย ยังไม่ได้มีโอกาสมากนักในตลาด ขณะที่ผู้ผลิตหลายรายมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกชูกลิ่นอายของวัตถุดิบในแต่พื้นที่เอาออกมามานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ และพยายามทำตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ล่าสุดสมาคมคราฟต์เบียร์ของไทย ได้จัดทำ Brewpub Passport เพื่อให้นักท่องเที่ยว และนักดื่มได้เดินทางออกไปสัมผัสรสชาติของคราฟต์เบียร์ ที่หลบซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ทั่วประเทศ 

Brewpub Passport เปรียบเสมือนพาสปอร์ตที่นักท่องเที่ยว นักดื่ม หรือนักชิม พกพาเพื่อสะสมตราประทับของโรงผลิตคราฟต์เบียร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นโรงเบียร์ของผู้ผลิตรายย่อยที่ตั้งใจปรุงแต่งรสชาติของเบียร์ อันหลากหลายสไตล์ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรายเล็กที่ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายให้มีรายได้ และกำลังใจในการผลิตวัตถุดิบที่ดีในการสร้างชื่อให้กับประเทศไทยได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดัน ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อช่วยปลุกกระแสท่องเที่ยวท้องถิ่น ในลักษณะทางตรง และทางอ้อมเพื่อสร้างเม็ดเงินทางด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2777768

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

12 เม.ย. 2567 07:35 น.

ฉลองสงกรานต์ชื่นฉ่ำหัวใจ “Bangkok Water Festival 2024”

ร่วมฉลองปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปีนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนพร้อมใจฉลองอย่างคึกคัก อย่างกิจกรรม “Bangkok Water Festival 2024” เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ให้ “เย็นฉ่ำ ชื่นใจ” พร้อมกันทั่วประเทศ เริ่มจากภาคกลาง ที่ กรุงเทพฯ ที่ปักหมุดจัดกิจกรรมบุญ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวร มหาวิหาร, วัดอรุณ ราชวราราม ราชวร มหาวิหาร,วัดกัลยาณ มิตรวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือกิจกรรมบันเทิงที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน,ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ส่วนภาคเหนือ จัดที่เชียงใหม่ และลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่อุดรธานีและขอนแก่น ซึ่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้

นอกจากนี้ ในกรุงเทพฯ ยังได้มีการขยายพื้นที่การจัดงาน เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย สู่คลองโอ่งอ่าง-สะพานหัน-วัดบพิตรพิมุข โดยมีกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ สองฟากฝั่งริมคลองโอ่งอ่าง รับอรุณรุ่งในเช้าของวันปีใหม่ไทยในวันที่ 13 เม.ย.67 ก่อนที่จะมาร่วมสนุกไปกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พายเรือคายัคกับทริปเจาะเวลาหาอดีตที่คลองโอ่งอ่าง สัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีชุมชนริมน้ำสมัยรัชกาลที่ 1 กับเรื่องเล่าสองฟากฝั่งตั้งแต่ป้อมพระสุเมรุจนถึงสะพานวัดบพิตรพิมุข และกิจกรรมปั่นจักรยาน ร่วมกับ Jamming Thailand เป็นกลุ่มจักรยานท้องถิ่น และดื่มด่ำบรรยากาศชม ชิม ช้อป ซึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ MRT สถานีสามยอด แล้วเดินข้ามมาที่สะพานดำรงสถิต หรือสะพานเหล็ก

ส่วน 4 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์อย่างสนุกสนานเช่นกัน โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงาน MBK Center Sand Sculpture Songkran Festival ศิลปะกองทราย นุ่งกางเกงช้างไทย ในวันทีี่ 12-17 เม.ย.67 บริเวณ MEETING POINT และ ลานกิจกรรม MBK Avenue โซน A อลังการตื่นตาตื่นใจกับโมเดลจำลองงานประติมากรรมเจดีย์ทรายสัตว์หิมพานต์ 5 ผลงานสุดสร้างสรรค์จากเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2567 นอกจากนี้ ยังได้อัญเชิญพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี มาประดิษฐาน บริเวณ CENTER HALL ชั้น G โซน B อีกด้วย ส่วนพาราไดซ์ พาร์ค ชวนสรงน้ำพระ “สมเด็จพระพุทธปฐมบรมวงศ์จักรพรรดิ์ฯ” เสริมสิริมงคล.