13 มีนาคม วันช้างไทย พร้อมพิกัดที่เที่ยวอนุรักษ์ช้าง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2770134

13 มีนาคม วันช้างไทย พร้อมพิกัดที่เที่ยวอนุรักษ์ช้าง

13 มี.ค. 2567 11:45 น.

13 มีนาคม วันช้างไทย พร้อมพิกัดที่เที่ยวอนุรักษ์ช้าง

ช้าง เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประจำชาติของไทยที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมายาวนานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ช้าง จึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย

เพจข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. ได้ให้ข้อมูลว่า ในอดีต ช้าง เป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ไทย เคยถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในธงชาติในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกไว้ว่าช้างได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ท่านได้ทำยุทธหัตถี และทรงประกาศเอกราชกับความเป็นชาติ พร้อมพระราชทานยศให้ช้างเป็นถึง “เจ้าพระยาปราบหงสาวดี”

นอกจากนี้ ช้างยังช่วยสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสสิงคโปร์ และเบตาเวีย (จาการ์ตา) ประเทศอินโดนีเซีย พระองค์ได้พระราชทานช้างสำริดให้แก่ทั้ง 2 ประเทศนี้ด้วย นอกจากนี้ด้วยความที่ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ มีความเฉลียวฉลาด มีพละกำลังมหาศาล ในยุคสมัยที่การคมนาคมยังไม่เจริญเทียบเท่ากับในปัจจุบัน ช้างจึงได้ถูกใช้เป็นพาหนะในการคมนาคมด้วย ดังนั้นจึงถือว่าช้างมีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาโดยตลอด

เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติช้าง เพื่อให้ประชาชนคนไทยสนใจช้าง รักหวงแหนช้าง ให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือ และอนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันช้างไทย” และได้ประกาศโดยสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ลงในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ในปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นการเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ มีกิจกรรมให้ทำร่วมกับช้างอยู่หลายแห่ง เพจข่าวสารท่องเที่ยว ททท. รวมพิกัดไว้ให้ดังนี้

  1. วังช้างอยุธยา แล เพนียด
  2. ปางช้างแม่ตะมาน
  3. ปางช้างเผือก เชียงคาน
  4. ฮักช้างเชียงใหม่
  5. ปางช้างภัทร
  6. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์)
  7. หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา (หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง)
  8. ไร่อ้อมกอดภูเขา ออร์แกนิกฟาร์ม

ใครที่อยากไปเยี่ยมชม ทำกิจกรรม และสัมผัสวิถีชีวิตของช้างไทยก็มาสัมผัสกันได้เลย

วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ทำตามได้ง่ายๆ ทุกขั้นตอน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2769772

วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ทำตามได้ง่ายๆ ทุกขั้นตอน

12 มี.ค. 2567 16:48 น.

วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ทำตามได้ง่ายๆ ทุกขั้นตอน

เปิดทุกขั้นตอนในการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ 2567 สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดพักผ่อน สามารถเลือกเดินทางโดยจองตั๋วรถไฟตู้นอนชั้น 1 และชั้น 2 เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศธรรมชาติสองข้างทาง ไทยรัฐออนไลน์นำวิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์แบบง่ายๆ มาฝากกัน ต้องจองล่วงหน้ากี่วัน ชำระเงินอย่างไร และรับตั๋วได้ที่ไหน บทความนี้นำคำตอบมาฝากกัน

10 ขั้นตอนจองตั๋วรถไฟออนไลน์ ตู้นอนชั้น 1 ชั้น 2 พร้อมวิธีชำระเงิน

1. เข้าสู่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ https://dticket.railway.co.th โดยวิธีการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ผ่านเว็บไซต์นี้ เรียกอีกอย่างว่าจองตั๋วรถไฟผ่านระบบ D-Ticket หลังจากนั้นให้คลิก “สมัครสมาชิก” เพื่อสร้างบัญชีสมาชิกสำหรับเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มทำการจองตั๋ว

2. เมื่อสมัครสมาชิกแล้ว ให้คลิกเข้าสู่ระบบ สามารถเลือกล็อกอินผ่านอีเมล, เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักก็ได้ กรอกรหัสผ่าน แล้วคลิก ข้าสู่ระบบ”

3. เลือกช่อง “ต้นทาง” เพื่อพิมพ์ชื่อสถานีต้นทางที่เราต้องการขึ้นรถไฟ และเลือก “ปลายทาง” เพื่อเลือกจุดหมายปลายทางที่เราต้องการเดินทางไป เลือกวันเดินทาง พร้อมกับจำนวนผู้โดยสาร แล้วคลิก “ค้นหา”

หมายเหตุ : สถานีหัวลำโพง ให้เลือกสถานีกรุงเทพ, สถานีกลางบางซื่อ ให้เลือกสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

4. ในตัวอย่างนี้ได้เลือกต้นทางสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเดินทางไปยังสถานีเชียงใหม่ โดยระบบจะแสดงข้อมูลขบวนรถไฟที่วิ่งให้บริการในวันดังกล่าว พร้อมทั้งเวลารถไฟออกต้นทางและเวลารถไฟถึงปลายทาง หากใครต้องการจองตั๋วรถไฟตู้นอนชั้น 1 และ 2 ให้เลือก “ด่วนพิเศษ CNR” (ขบวนที่ 9)

5. รถไฟประเภทด่วนพิเศษ CNR ก็จะแบ่งออกเป็นตู้นอนปรับอากาศชั้น 1 (ห้องส่วนตัว) และตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 (เตียงบน-เตียงล่าง) หากโบกี้เป็นแถบสีเทา แสดงว่าไม่มีที่นั่งว่างเหลือแล้ว ในตัวอย่างนี้คลิกเลือกตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 

6. ระบบจะแสดงข้อมูลส่วนตัวของเราอีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ หากมีผู้โดยสารหลายคน ก็สามารถกรอกเบอร์โทรศัพท์และอีเมลส่วนตัวของผู้เดินทางแต่ละคนแยกกันได้ หลังจากนั้นคลิก “เลือกที่นั่ง”

7. ในขั้นตอนการเลือกที่นั่ง ให้เราเลือกที่นั่งสีเขียว ซึ่งเป็นสถานะที่นั่งว่าง สามารถกดจองได้ โดยให้สังเกตสัญลักษณ์เตียงบน (รูปบันได) หรือเตียงล่าง เราสามารถคลิกดูที่ตู้ 1 และ 2 ได้ เพื่อเช็กว่ายังมีที่นั่งสถานะว่างอีกหรือไม่

8. เมื่อเลือกที่นั่งได้แล้ว ให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งว่าเป็นเตียงบนหรือเตียงล่างตามที่ต้องการหรือไม่ หากต้องการเปลี่ยนที่นั่งใหม่ เราจะต้องคลิปรูปกากบาทเพื่อลบที่นั่งเดิมออกก่อน เมื่อเลือกได้แล้วให้คลิก “ถัดไป”

9. ตรวจสอบข้อมูลการสำรองที่นั่งอีกครั้ง อย่าลืมดูวันเดินทางและที่นั่งว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หลังจากนั้นคลิก “ชำระเงิน” ซึ่งแต่เดิมการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ จะต้องชำระเงินผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตเท่านั้น แต่อัปเดตล่าสุดสามารถชำระผ่าน QR Code ได้แล้ว

10. คลิกเลือกประเภทบัตร แล้วกรอกข้อมูลบัตรเพื่อทำธุรกรรมในการชำระเงิน แล้วคลิก “Submit” เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ หากชำระเงินสำเร็จ ตั๋วรถไฟจะถูกส่งไปยังอีเมลที่เราระบุไว้

นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ D-Ticket แล้วคลิกแถบเมนู “ประวัติการซื้อ” เพื่อตรวจสอบข้อมูลการจองของเราก็ได้เช่นกัน

โทรจองตั๋วรถไฟได้ไหม ต้องโทรเบอร์อะไร?

วิธีจองตั๋วรถไฟไทย สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน ได้แก่

  • จองตั๋วที่เคาน์เตอร์สถานีรถไฟทั่วประเทศ
  • จองตั๋วรถไฟผ่านเว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย (ระบบ D-ticket)
  • จองตั๋วรถไฟทางโทรศัพท์ เบอร์ 1690 (จองได้ก่อนวันเดินทาง 5 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน)

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ 2567 ต้องจองล่วงหน้ากี่วัน?

หากต้องการจองขบวนรถไฟประเภท “รถด่วน-รถด่วนพิเศษ” ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันเดินทาง

หากต้องการจองขบวนรถไฟประเภท “รถเร็ว-รถนำเที่ยว” ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วันก่อนวันเดินทาง

หากต้องการจองขบวนรถไฟประเภท “ขบวนรถธรรมดา-ชานเมือง-ท้องถิ่น-รถแบบที่นั่งอิสระ (ไม่ระบุที่นั่ง)” สามารถซื้อได้ในวันเดินทาง ก่อนรถออกไม่เกิน 2 ชั่วโมง

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าเพิ่มเติม ที่นี่

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ เริ่มจองได้ตั้งแต่กี่โมง?

เมื่อถึงวันแรกที่สามารถจองตั๋วรถไฟได้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเปิดให้จองตั๋วพร้อมกันได้ทุกช่องทาง เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ทั้งการโทรจองตั๋วรถไฟผ่านเบอร์ 1690 (นำรหัสที่ได้รับไปออกตั๋วที่สถานีรถไฟอีกครั้ง) ซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ และซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ผ่านระบบ D-Ticket

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ ชำระเงินผ่านช่องทางไหน?

ในกรณีที่จองตั๋วรถไฟออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือระบบ D-Ticket ในปัจจุบันจะต้องชำระเงินค่าตั๋วผ่านทางบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตเท่านั้น หลังชำระเงินเสร็จสิ้น ระบบจะส่งตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ให้ทางอีเมลที่เราระบุไว้

แต่หากเป็นการจองตั๋วรถไฟที่หน้าสถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือจองผ่านทางโทรศัพท์เบอร์ 1690 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถชำระเงินสด หรือชำระผ่านคิวอาร์โค้ดได้ที่สถานีรถไฟ พร้อมกับรับตั๋วได้เลย

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ 2567 สามารถจองผ่านระบบ D-Ticket ออกตั๋วออนไลน์ ใช้เดินทางได้เลย

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ รับตั๋วที่ไหน?

จองตั๋วรถไฟออนไลน์ ต้องปรินต์ไหม? หากจองตั๋วรถไฟออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือระบบ D-Ticket ไม่จำเป็นต้องปรินต์ตั๋วรถไฟ โดยสามารถเปิดอีเมลเพื่อแสดงตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบไฟล์ PDF แสดงต่อเจ้าหน้าที่รถไฟตอนตรวจตั๋วเลยก็ได้ แต่หากใครสะดวกที่จะปรินต์ตั๋วก็สามารถทำได้เช่นกัน

เปิดโลกสัตว์ในตำนานรูปแบบใหม่ ผ่านนิทรรศการ “Mythical Dream” จาก 3 ศิลปินวัยรุ่นไทย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2769028

เปิดโลกสัตว์ในตำนานรูปแบบใหม่ ผ่านนิทรรศการ "Mythical Dream" จาก 3 ศิลปินวัยรุ่นไทย

8 มี.ค. 2567 15:31 น.

เปิดโลกสัตว์ในตำนานรูปแบบใหม่ ผ่านนิทรรศการ “Mythical Dream” จาก 3 ศิลปินวัยรุ่นไทย

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ร่วมกับ Madskills รังสรรค์โลกสัตว์ในตำนานรูปแบบใหม่ ผ่านนิทรรศการ “Mythical Dream”, Trio จาก 3 ศิลปินไทยมาแรง เข้าชมฟรีตลอดเดือนในวันที่ 9 มี.ค.-9 มิ.ย. 2567 นี้

ทรู ดิจิทัล พาร์ค และ Madskills แกลเลอรีชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่ผลักดันศิลปินรุ่นใหม่มากมายร่วมกันเนรมิตพื้นที่ TDPK Studio ให้กลายเป็นโลกสุดมหัศจรรย์ของสัตว์ในตำนานอย่างยูนิคอร์น กริฟฟิน ฟีนิกซ์ และเพกาซัส ผ่านนิทรรศการ “Mythical Dream”, Trio exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu, curated by Madskills จาก 3 ศิลปินไทยมาแรง Cheese Arnon, Bluepalete และ Kratai Dudu เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความท้าทาย ชัยชนะ และจิตวิญญาณที่ไม่มีวันแตกสลายในการไล่ตามความฝันของคนยุคใหม่ และเหล่าสตาร์ทอัพ

นิทรรศการ “Mythical Dream”, Trio exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu, curated by Madskills เป็นนิทรรศการศิลปะครั้งแรกที่รวบรวมผลงานของ 3 ศิลปิน ไทยชื่อดังอย่าง Cheese Arnon, Bluepalete และ Kratai Dudu เจ้าของผลงานศิลปะที่สร้างชื่อเสียงไปไกลในหลายประเทศ สู่การสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่อันน่าตื่นเต้น 

ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ออกเดินทางท่องไปยังโลกของสัตว์ในตำนาน พร้อมดื่มด่ำไปกับผลงานอันหลากหลายทั้งภาพวาดแคนวาส ภาพพิมพ์ ฟิกเกอร์ และประติมากรรม Pop Art สุดเจ๋ง ที่จัดทำขึ้นสำหรับนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ 

ไฮไลต์พิเศษ เพื่อฉลองเปิดโซนจัดแสดงผลงานใหม่ TDPK Studio 1 มาด้วยกิจกรรมสุดพิเศษที่ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมเป็นเจ้าของสินค้าคอลเลกชันพิเศษจากศิลปินให้ได้สะสมกัน อาทิ เสื้อยืด, หมวกแก๊ป, หมวกบักเก็ต, หมอน, สมุดโน้ตลายสุดคิวต์

ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ “Mythical Dream”, Trio exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu, curated by Madskills สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.-9 มิ.ย. 2567 ณ TDPK Studio 1, ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ (BTS ปุณณวิถี) เปิดให้เข้าชมนิทรรศการทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น. เข้าฟรี และสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ truedigitalpark

ดร. ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิทัล พาร์ค จำกัด (True Digital Park) หรือ TDPK

ดร. ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิทัล พาร์ค จำกัด (True Digital Park) หรือ TDPK กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนชุมชนสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ เหล่านักคิด และนักสร้างสรรค์ของไทย โดยการออกแบบให้ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เป็นมากกว่าแค่พื้นที่พบปะแลกเปลี่ยน แต่ยังมอบประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้ผู้คน ผ่านการจัดกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความชอบของคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาให้วันนี้เพื่อร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ความน่าตื่นเต้นในครั้งนี้

ดร. ธาริต เล่าต่อว่า “Mythical Dream”, Trio exhibition บอกเล่าเรื่องราวของสัตว์ในตำนานทั้ง 4 อย่างยูนิคอร์น กริฟฟิน ฟีนิกซ์ และเพกาซัส ซึ่งมาจากชื่อของตึกในทรู ดิจิทัล พาร์ค ผสมผสานเข้ากับโลกของเหล่าสตาร์ทอัพในรูปแบบศิลปะสมัยใหม่ พร้อมด้วยเหล่าพาร์ตเนอร์ชั้นนำอย่าง SASOM (สะสม) แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้ซื้อ-ขายสินค้าและของสะสมในงาน รวมถึงทรูคอร์ปอเรชั่น ที่ร่วมสนับสนุนการจัดนิทรรศการในครั้งนี้”

พิชย วิวัฒน์รุจิราพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Madskills

พิชย วิวัฒน์รุจิราพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Madskills กล่าวเสริมว่า “สำหรับคอนเซปต์ในนิทรรศการ “Mythical Dream”, Trio exhibition คือการนำเรื่องราวของสัตว์ในตำนานมาตีความในรูปแบบใหม่ ผ่านมุมมองและสไตล์ผลงานอันโดดเด่นของศิลปินไทยทั้ง 3 คน ได้แก่ Cheese Arnon, Bluepalete และ Kratai Dudu โดยเปรียบเปรยแง่มุมที่น่าสนใจต่างๆ ของสัตว์ในตำนานกับเรื่องราวการเดินทางและการเติบโตของคนรุ่นใหม่ ที่พยายามสร้างตัว ฝ่าฟัน และแสวงหาความสำเร็จ เหมือนกับการเดินทางตามความฝันของเหล่าสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและจิตวิญญาณที่แน่วแน่ โดยผลงานศิลปะแต่ละชิ้นจะเป็นตัวแทนของเหล่าผู้คนและสตาร์ทอัพมากมายที่ได้มาเจอกัน”

อานนท์ เนยสูงเนิน (Cheese Arnon) ผู้สร้างสรรค์ตัวละครจิ้งจอกน้อยอันโด่งดัง

ด้านศิลปิน อานนท์ เนยสูงเนิน (Cheese Arnon) ผู้สร้างสรรค์ตัวละครจิ้งจอกน้อยอันโด่งดัง เปิดเผยว่า “เทคนิคการวาดภาพในงานนี้เป็นสไตล์การวาดในยุค Romanticism ผสมผสานกับการตีความใหม่ในโลกแฟนตาซี ทำให้ผลงาน The Fox ในเวอร์ชันนี้มีความลึกซึ้งมากกว่าแค่ใช้องค์ประกอบของยูนิคอร์น หรือฟีนิกซ์ แต่ยังมีการเชื่อมโยงภาพกับอารมณ์ของคนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพ อาทิ ฟีนิกซ์ที่มีวงจรชีวิตเกิดใหม่จากกองเถ้าถ่าน เล่าคู่ขนานไปกับเส้นทางชีวิตของบริษัทสตาร์ทอัพ”

รุ่งนภา คำน้อย (Bluepalete) เจ้าของผลงานเด็กหญิงในชุดขนเฟอร์

รุ่งนภา คำน้อย (Bluepalete) เจ้าของผลงานเด็กหญิงในชุดขนเฟอร์ เล่าว่า “งานศิลปะที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงความพร้อมในการลองทำอะไรใหม่ๆ ทั้งเทคนิคการใช้สีและการใช้จินตนาการเกี่ยวกับตัวละครสัตว์ในตำนาน จนได้ผลงานที่ออกมาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกถึงความพร้อมและความทะเยอทะยาน ช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมเข้าถึงความหมายที่เชื่อมโยงกับอารมณ์และช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพต้องเผชิญอยู่เสมอ”

สุภาพร ชาวสวน (Kratai Dudu) เจ้าของผลงานลูกช่างซ่อมรถและเพื่อน ๆ

ปิดท้ายที่ สุภาพร ชาวสวน (Kratai Dudu) เจ้าของผลงานลูกช่างซ่อมรถและเพื่อนๆ ของเขา เล่าว่า “ผลงานชิ้นต่างๆ ได้มีการนำเอาองค์ประกอบของสัตว์ในตำนาน การจัดวาง และการสร้างสรรค์บรรยากาศในภาพที่ชวนฝัน ร่วมกับการแฝงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตในตำนาน หรือเหนือจินตนาการก็สามารถดำรงอยู่ได้ร่วมกันอย่างกลมกลืนเฉกเช่นคนเรา และยังสามารถทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงได้ในสักวัน”

ครั้งแรกของประเทศไทย กับงานเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2024

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2768775

ครั้งแรกของประเทศไทย กับงานเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2024

8 มี.ค. 2567 05:30 น.

ครั้งแรกของประเทศไทย กับงานเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2024

เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ของงานศิลปะ ไปกับงานเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2024 International Sand Sculpture Festival 2024 Chonburi Thailand (ISSF) ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายในงานพบกับประติมากรรมทรายสุดยิ่งใหญ่กว่า 50 ผลงาน ผจญภัยในเขาวงกตทราย ที่ท้าทายความสามารถ และสติปัญญา เต็มอิ่มกับอาหารหลากหลาย การแสดงดนตรี สุดประทับใจร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศระดับโลก โดยจะจัด ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา

สำหรับงานประติมากรรมทรายนี้จัดในคอนเซปต์ “ป่าหิมพานต์อันลี้ลับ” เต็มไปด้วยการปั้นสัตว์รูปร่างประหลาดแปลกตาอยู่มากมาย เข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของสัตว์ในป่าหิมพานต์ รู้จักสิ่งมีชีวิตที่น่าพิศวงแบบประจันหน้า อาทิ 1.คชสีห์ เป็นสัตว์ผสมทั้งส่วนของช้างและสิงโต โดยมีส่วนหัวและงาเป็นช้าง แต่มีลำตัว ขาและหางเป็นสิงโต เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ 2.กิเลนปีก มีรูปร่างคล้ายม้า แต่มีเกล็ดเหมือนปลา มีเขา และมีปีกคล้ายนก เป็นสัตว์มงคล ตามตำนานเชื่อว่าจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ที่พบเห็น 3.คนธรรพ์ เป็นชาวสวรรค์ ที่รูปร่าง วาทศิลป์งดงาม มีหน้าที่ขับร้องและเล่นดนตรีบำเรอเทวดา 4.กินรี-กินนร ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ ฯลฯ พบกันได้ในเทศกาลประติมากรรมทรายนานาชาติ 2024 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-19 พ.ค.67 ที่เลเจนด์ สยาม พัทยา จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/SandFestival2024 

เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ไปยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้าง รู้ไว้ก่อนไปเช็กอิน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2768670

เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ไปยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้าง รู้ไว้ก่อนไปเช็กอิน

7 มี.ค. 2567 16:38 น.

เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ไปยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้าง รู้ไว้ก่อนไปเช็กอิน

เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุง มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และกิจกรรมต่างๆ กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนทุกช่วงวัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์แจกคู่มือเดินทาง เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ไปยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้าง พร้อมเรื่องน่ารู้ก่อนไปเช็กอิน

ทำความรู้จัก ห้างเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) มีอะไรบ้าง

เอ็มสเฟียร์ มาพร้อมคอนเซปต์ศูนย์การค้าแห่งอนาคตที่ไม่เคยหลับใหล จัดเต็มพื้นที่ช็อป กิน แฮงเอาต์ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษบนพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร โดยแบ่งชั้นได้ดังนี้

  • ชั้น B1 และ B2 ลานจอดรถ
  • ชั้น G และ GM : EM Market Hall ตลาดสินค้า รวมอาหารทั้งไทยและต่างชาติไว้หลากหลายเมนู ให้ได้ลิ้มรส รวมไปถึงช็อปสินค้าใน Gourmet Market
  • ชั้น M : EM Gallery ศูนย์รวมแฟชั่นและเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากทั่วโลก 
  • ชั้น 1F : EM Lifestyle รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งเครื่องประดับ สินค้าตามกระแส สินค้าเพื่อสุขภาพ หรือสินค้าในบ้าน
  • ชั้น 2F : EM Innovation รวมนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า แก็ดเจ็ต หรือยานยนต์ 
  • ชั้น 3F : IKEA ช็อปปิ้งของใช้ พร้อมกับอาหารจานโปรดของใครหลายคน
  • ชั้น 4F : ลานจอดรถ IKEA 
  • ชั้น 5F และ 5M : EM Wonder ศูนย์รวมความสนุกสนาน ทั้งแสง สี เสียง และพื้นที่แฮงเอาต์
  • ชั้น 6 : UOB Live จัดแสดงงานในพื้นที่ในอาคาร รองรับผู้เข้าชมกว่า 6,000 คน

ห้าง EMSPHERE ร้านอาหารมีอะไรบ้าง

ถูกใจสำหรับนักชิม หรือสายกินทั้งหลาย เพราะทาง เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) มีร้านอาหารคาวหวาน ทั้งอาหารไทย สตรีทฟู้ด อาหารท้องถิ่น และอาหารจากทั่วโลกให้เลือกหลาย เช่น Mini Oriental, Gordon Ramsay Street Pizza, Shake Shack, HITORI SHABU, Zaozen, Souri, เซ็งซิมอี๊, Bearhouse และอื่นๆ อีกเพียบ

แจกวิธีเดินทาง EMSPHERE ไปยังไง เปิด-ปิดกี่โมง

ห้าง EMSPHER ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และซอยสุขุมวิท 24 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โดยสามารถเดินทางไปยังห้างเอ็มสเฟียร์ได้ ดังนี้

  • รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6
  • รถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสุขุมวิท ทางออก 2
  • รถโดยสารประจำทางฝั่งหน้าห้างเอ็มสเฟียร์ ได้แก่ สาย 98, 1-39 (สาย 71 เดิม), 511, 3-11 (สาย 48 เดิม), 3-8 (สาย 38 เดิม), 508, 38, 4-39 (สาย 40 เดิม), 25, 3-1 (สาย 2 เดิม), 25 (รถแอร์), 2 และสาย 2 (รถแอร์)
  • รถโดยสารประจำทางฝั่งตรงข้ามห้างเอ็มสเฟียร์ ได้แก่ สาย 501 (รถแอร์), 1-39 (สาย 71 เดิม), 3-8 (สาย 38 เดิม), 4-39 (สาย 40 เดิม), 508, 3-11 (สาย 48 เดิม), 25, 38, 25 (รถแอร์), 511, 2 และสาย 2 (รถแอร์)
  • รถยนต์ส่วนตัวเดินทางผ่านเส้นถนนสุขุมวิทหลัก ทางถนนหมายเลข 3

แจกพิกัดที่จอดรถ EMSPHERE และค่าจอดรถ

หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถ คิดค่าบริการ ดังนี้

  • 2 ชั่วโมงแรกไม่คิดค่าบริการ
  • ชั่วโมงที่ 3-6 คิดค่าบริการ ชั่วโมงละ 20 บาท
  • ชั่วโมงที่ 7-8 คิดค่าบริการ ชั่วโมงละ 50 บาท

ทั้งนี้ หากใครที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า บริเวณลานจอดรถชั้น B2 มีที่ชาร์จให้บริการถึง 12 ช่อง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าห้างเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) เป็นอีกหนึ่งห้างใหม่ใจกลางกรุงฯ ที่เดินทางสะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทำให้กลายเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของชาวกรุง และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ที่มาภาพ : Emsphere at EM District

รู้จัก เกาะผ้า ที่เที่ยวอันซีนจังหวัดพังงา

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2768770

รู้จัก เกาะผ้า ที่เที่ยวอันซีนจังหวัดพังงา

7 มี.ค. 2567 15:51 น.

รู้จัก เกาะผ้า ที่เที่ยวอันซีนจังหวัดพังงา

สำหรับคนที่ชอบเที่ยวที่ลับฉบับอันซีน ไม่ชอบซ้ำใคร “เกาะผ้า” คือหนึ่งในลิสต์ที่น่าสนใจของจังหวัดพังงา ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก และมีประวัติที่น่าสนใจไม่น้อย

เกาะผ้า ตั้งอยู่ตำบลเกาะคอเขา ห่างจากชายฝั่งจังหวัดพังงาประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเนินทรายละเอียด ราบเรียบเหมือนผ้าผืนใหญ่สีขาวนวลอยู่ท่ามกลางทะเลอันดามันที่มีน้ำทะเลสวยใส จึงเป็นที่มาของชื่อ “เกาะผ้า” หรือ “Sand Pile island” เนินทรายเกิดจากการทับถมของทรายจำนวนมากเป็นสันดอนกลางทะเล ในช่วงที่น้ำลดระดับลงไม่มาก ก็จะเห็นเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะ คล้ายปรากฏการณ์ทะเลแหวก แต่ถ้าน้ำทะเลลดระดับลงต่ำสุดจะปรากฏเป็นเกาะเดียวเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้า

ภาพจากเพจศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว

ในอดีตเกาะผ้าเคยเป็นเกาะกลางน้ำที่เงียบสงบ เต็มไปด้วยต้นสนและต้นมะพร้าว มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาพักผ่อนนอนอาบแดด และทำกิจกรรมต่างๆ แต่หลังจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 คลื่นได้พัดพาทุกสิ่งหายไปในทะเล เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงก่อเกิดเป็นเนินทรายกลางทะเลขึ้นมาใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเดินทางช่วงเช้าไปถ่ายรูป เล่นน้ำ ดำน้ำดูแนวปะการังน้ำตื้น และดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูน หรือพายเรือคายัครอบเกาะได้

ภาพจากเพจศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเกาะผ้าคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน มีท่าเรือบริการไปเกาะผ้า โดยขึ้นที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา สามารถใช้บริการเรือเหมาลำหรือเรือประมงพื้นบ้านได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที

ข้อมูลอ้างอิง : ททท., บางกอกแอร์เวย์

รับวันหนังสือโลก ‘มหาวิหารเซนต์พอล’ เปิดห้องสมุดลับให้พักค้างคืน ราคาเพียง 7 ปอนด์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2768725

รับวันหนังสือโลก 'มหาวิหารเซนต์พอล' เปิดห้องสมุดลับให้พักค้างคืน ราคาเพียง 7 ปอนด์

7 มี.ค. 2567 14:34 น.

รับวันหนังสือโลก ‘มหาวิหารเซนต์พอล’ เปิดห้องสมุดลับให้พักค้างคืน ราคาเพียง 7 ปอนด์

มหาวิหารเซนต์พอล ประเทศอังกฤษ ชวนนักท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์ใหม่ เข้าพักค้างคืนในห้องสมุดลับของวิหาร ซึ่งด้านในมีหนังสือเรียงรายกว่า 22,000 ให้อ่านอย่างหนำใจในช่วงวันหนังสือโลก

หนึ่งในที่พักสุดแปลกที่เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่แค่ช่วงวันหนังสือโลกเท่านั้น ซึ่งอาจเป็น “ประสบการณ์เพียงหนึ่งครั้งในชีวิตเท่านั้น” 

ทริปท่องเที่ยว และสถานที่พักแห่งนี้ถูกจัดขึ้นโดย Airbnb ที่เชิญชวนบุคคลที่รักในการอ่านหนังสือมาพักค้างคืนในห้องสมุดที่ซ่อนอยู่ใน ‘มหาวิหารเซนต์พอล’ (St. Paul’s Cathedral) ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (ประเทศอังกฤษ) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง

มหาวิหารเซนต์พอล สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอังกฤษ กำลังสร้างห้องสมุด “ลับ” ให้กลายเป็นที่พักสำหรับการพักค้างคืน เนื่องในโอกาส “วันหนังสือโลก ด้วยราคาเพียง 7 ปอนด์ หรือ 318 บาท เท่านั้น 

ทริปนี้จำกัดผู้เข้าพักเพียงแค่สองคนเท่านั้น ในวันที่ 15 มีนาคม 2024 ที่จะได้เข้าพักในห้องหนังสือลับแห่งนี้ โดยทริปนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีคนเข้านอนในอาสนวิหารอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งภายในห้องสมุด มีหนังสือให้อ่านมากกว่า 22,000 เล่ม

ระหว่างการเข้าพัก แขกที่ได้รับคัดเลือกทั้งสอง จะได้เข้าไปในมหาวิหารทางประตูของคณบดี และขึ้นบันไดเวียน ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ โดย ‘เซอร์คริสโตเฟอร์ เรน’ เมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ จะมีการต้อนรับพิเศษจากคณบดีไปยังสถานที่จัดงาน และร่วมทัวร์อาสนวิหารอันเก่าแก่ รวมถึงการเข้าไปในโดม พร้อมถ่ายวิดีโอแบบ 360 องศา บนมหาวิหารเซนต์พอล

ซานดรา ไลนส์ ทิมเบรลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวที่เซนต์พอลส์ กล่าวว่า “ห้องสมุดนี้เพิ่งได้รับการบูรณะ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งที่นี่ถือเป็นอัญมณีล้ำค่าของอาสนวิหารแห่งนี้ ซึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยกลไกจากสถาปัตยกรรมอันชาญฉลาดของเซอร์คริสโตเฟอร์ เรน” 

“ทริปพิเศษนี้ แขกผู้โชคดีจะได้รับโอกาสในการเจาะลึกประวัติศาสตร์ ความมหัศจรรย์ และสัมผัสประสบการณ์ในวิหารเซนต์พอลอย่างแท้จริง พร้อมการเข้าพักที่ไม่เคยมีใครได้พัก ซึ่งรับรอบว่าไม่ซ้ำใคร” ซานดรา ไลนส์ ทิมเบรลล์ กล่าว

การเข้าพักในทริปนี้จะมีค่าบริการเพียงแค่ 7 ปอนด์ ซึ่งยังรวมอาหารเย็น และอาหารเช้าด้วย โดยจะเปิดให้จองผ่าน Airbnb ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2024 นี้

ข้อมูล : airbnb, bbc

ภาพ : airbnb

โจ ธรรศพลฐ์ แอร์เอเชีย เคลียร์ดราม่าตั๋วเครื่องบินแพง ซื้อตอนไหนถูกกว่า

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2767706

โจ ธรรศพลฐ์ แอร์เอเชีย เคลียร์ดราม่าตั๋วเครื่องบินแพง ซื้อตอนไหนถูกกว่า

7 มี.ค. 2567 13:45 น.

โจ ธรรศพลฐ์ แอร์เอเชีย เคลียร์ดราม่าตั๋วเครื่องบินแพง ซื้อตอนไหนถูกกว่า

เมื่อได้โอกาสสัมภาษณ์ โจ ธรรศพลฐ์ CEO สายการบินดัง ย่อมต้องถามถึงเทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ควรซื้อตอนไหน และทำไมราคาตั๋วเครื่องบินหลังพ้นช่วงโควิดถึงมีราคาแพง 

“ราคาตั๋วก่อนโควิดจะถูกกว่าช่วงหลังโควิด เพราะเครื่องบินที่จอดอยู่กว่า 3 ปีจะกลับมาบินได้ต้องนำไปเข้าศูนย์ซ่อมบำรุงก่อน ลำหนึ่งใช้เงินประมาณหลักร้อยล้านบาท มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องทำเพื่อความปลอดภัย มันเลยต้องมาเฉลี่ยกับตั๋ว มันคือราคาของความปลอดภัย ทำให้ราคาตั๋วตอนนี้แพงขึ้นประมาณ 15-20% จากช่วงก่อนโควิด แต่ก็มีโอกาสที่ราคาจะลดลงมาบ้าง ถ้าซ่อมเครื่องบินจบแล้ว”

ส่วนเทคนิคการซื้อตั๋วราคาถูกจาก CEO สายการบิน มีวิธีไม่ยากแค่วางแผนการเดินทางล่วงหน้านานสักหน่อย 

“ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้ายังไงก็ราคาถูก ถ้าซื้อในเวลากระชั้น ยังไงก็แพงแน่ๆ จะเห็นได้ว่าราคาตั๋วที่แพงหูฉี่ มีแค่ 3-5 ที่บนเครื่องเท่านั้นเพราะเราอาจให้คนซื้อตั้งแต่เนินๆ ควรซื้อก่อน 30-45 วันได้ยิ่งดี ถ้า 15-20 วันก่อนเดินทางก็จะแพงขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่รับได้ แต่ถ้า 3 วันล่วงหน้าก่อนเดินทาง อันนี้แพงแน่นอน”

ติดตามอีกหลายเรื่องราวในคลิปฉบับเต็ม คอนเฟิร์มว่าตอบคำถามเกี่ยวกับเครื่องบิน สายการบินที่ทุกคนสงสัยแน่นอน

เปิดตัวนิทรรศการ Da Vinci Alive Bangkok ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในรูปแบบอิมเมอร์ซีฟ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2768098

เปิดตัวนิทรรศการ Da Vinci Alive Bangkok ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในรูปแบบอิมเมอร์ซีฟ

5 มี.ค. 2567 16:09 น.

เปิดตัวนิทรรศการ Da Vinci Alive Bangkok ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในรูปแบบอิมเมอร์ซีฟ

ครั้งแรกในไทยที่จะได้พบกับนิทรรศการศิลปินเอกอย่าง เลโอนาร์โด ดา วินชี ในรูปแบบศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ ส่งเสริมแรงบันดาลใจครั้งใหม่ให้กับคนที่รักผลงานศิลปะ

Grande Experiences ผู้สร้าง และเจ้าของลิขสิทธิ์ Monet & Friends Alive ผนึกกำลังกับ Live Impact Events ถ่ายทอดประสบการณ์ครั้งสำคัญ กับผลงานนิทรรศการผลงานศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลกของเลโอนาร์โด ดา วินชี ในชื่อ Da Vinci Alive Bangkok (ดา วินชี อะไลฟ์ แบงคอก) ครั้งแรกในเอเชีย

เลโอนาร์โด ดา วินชี หนึ่งในบุคคลที่ขึ้นชื่อเรื่องงานวิศวกรรม

ผู้เข้าร่วมชมงาน Da Vinci Alive Bangkok จะได้พบกับผลงานในสาขาวิชาต่างๆ อันรอบรู้ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ไม่ว่าจะเป็นด้านของวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จนอาจกล่าวได้ว่า นี่คือหนึ่งในชายที่รอบรู้ในหลากหลายบทบาท มีความเป็นปราชญ์อย่างรอบด้านทั้งในฐานะศิลปิน ประติมากร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักคณิตศาสตร์ วิศวกร และสถาปนิกที่เก่งกาจอย่างหาตัวจับยาก

เลโอนาร์โด ดา วินชี ถือเป็นตัวละครสำคัญของโลกในยุคเรอเนซองซ์ หรือยุคแห่งความตื่นรู้ทางปัญญา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และอารยธรรมต่างๆ 

เดอะ วิทรูเวียน แมน (The Vitruvian Man) หนึ่งในผลงานเด่นของเลโอนาร์โด ดา วินชี

การจัดงาน Da Vinci Alive Bangkok จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเพื่อเชิดชูมรดกทางศิลปวิทยาการที่ตกทอดมาอย่างยาวนานของ เลโอนาร์โด ดา วินชี ผ่านความร่วมมือกับ พิพิธภัณฑ์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Museo Leonardo da Vinci) ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงจากอิตาลีและฝรั่งเศส เพื่อสะท้อนผลงานอันทรงคุณค่า ความอัจฉริยะ ความปราดเปรื่อง และส่งต่อแรงบันดาลใจ วิธีคิด การทำงาน ของเลโอนาร์โดตลอดช่วง 505 ปีที่ผ่านมา 

นิทรรศการ Da Vinci Alive Bangkok เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสโลกของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในยุคเรอเนซองซ์ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม จนถึง 31 กรกฎาคมนี้ ที่ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม

โมนาลิซ่า (Mona Lisa) ผลงานที่ทำให้ทุกคนทั้งโลกรู้จักชื่อของเลโอนาร์โด ดา วินชี แม้เจ้าตัวจะเสียชีวิตไปมากกว่า 500 ปีแล้วก็ตาม

เปิดจำหน่ายบัตร Early Bird ในราคา 750 บาท แล้ววันนี้ที่ Thai Ticket Major บัตรวีไอพี 1,580 บาท บัตรทั่วไป 1,080 บาท และมีราคาพิเศษสำหรับนักเรียน-นักศึกษา 480 บาท

ไอคอนสยาม ตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางศิลปะระดับโลก” เพื่อส่งเสริมผลงานศิลปินไทย และต่างประเทศ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2767850

ไอคอนสยาม ตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางศิลปะระดับโลก” เพื่อส่งเสริมผลงานศิลปินไทย และต่างประเทศ

4 มี.ค. 2567 16:14 น.

ไอคอนสยาม ตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางศิลปะระดับโลก” เพื่อส่งเสริมผลงานศิลปินไทย และต่างประเทศ

ไอคอนสยาม จัดงาน ICONSIAM ART & CULTURE งานส่งเสริมผลงานศิลปินไทย และศิลปินต่างประเทศ ด้วยการเปิดเป็นพื้นที่รองรับการจัดงานศิลปวัฒนธรรมมาตรฐานระดับโลกที่ให้คนรักงานอาร์ตต้องมาเยือน ด้วยแนวคิด “นำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” โดยจับมือองค์กรพันธมิตร นำไฮไลต์ผลงานศิลปะชั้นเลิศ สุดเอ็กซ์คลูซีฟหาชมได้ยาก สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้นักท่องเที่ยวได้ชมตลอดปี 2567  

ไอคอนสยาม ประเทศไทย เป็นแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อหลอมรวมเอกลักษณ์วิถีไทย และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัย พร้อมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมารวบรวมไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้สถานที่แห่งนี้นำเสนอความเป็นไทยสู่เวทีโลกอย่างสวยงาม

หัวใจสำคัญของที่นี่ คือ การถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยในทุกมิติ (Embrace The Power Of Thaines) เราจึงได้เห็นการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ของความเป็นไทยผ่านการออกแบบโครงการทั้งภายใน และภายนอกที่วิจิตรบรรจง ผสมผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว รวมไปถึงการทำงานร่วมกับศิลปินแห่งชาติ ศิลปินระดับโลก รวมไปถึงศิลปินท้องถิ่น หลายท่าน เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอก ซึ่งมีอยู่ทั่วอาคาร ทำให้ไอคอนสยาม มีความโดดเด่น และได้รับการยอมรับ จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางระดับโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือน

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด

“เพื่อต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ไอคอนสยามมุ่งมั่นยกระดับผลงาน ‘ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก’ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมผลงานศิลปินไทย และนำงานศิลปวัฒนธรรมมาตรฐานระดับโลกมาจัดแสดงให้คนไทยได้ชื่นชม และมีประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่ “ICONSIAM ART & CULTURE” เป็นหมุดหมายให้ทุกคนเข้าถึงงานศิลปะทั้งจากศิลปินไทย และศิลปินต่างประเทศได้ทุกวัน พร้อมตอกย้ำแนวคิดหลัก ‘นำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก’ สอดคล้องกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าทางสังคม เชิดชูภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก” สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด 

ปี 2567 นี้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับไอคอนสยาม เตรียมจัดงาน “Bangkok Art Festival 2024 ครั้งที่ 9” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม โดยโครงการนี้จะเป็นโครงการสำคัญที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้งานศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งยังทำให้ศิลปินในทุกๆ แขนง มารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ จนก่อเกิดพลังขับเคลื่อน ต่อยอด ส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทย พัฒนาผลงานสู่ระดับอาเซียนและนานาชาติต่อไป

ไอคอนสยาม ได้มีแผนงานร่วมกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อเตรียมจัดงานเทศกาลงานศิลปะประจำปีสุดยิ่งใหญ่ Winter Art Fair Festival ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่จัดแสดง และจำหน่ายงานศิลปะทุกรูปแบบจากศิลปินต่างๆ มากมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะได้มาแลกเปลี่ยนผลงานและเก็บสะสมผลงานจากศิลปินที่ชื่นชอบ ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาในงาน ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม  

โดยตลอดทั้งปี 2567 จะมีงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ มาหมุนเวียนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมตลอดปี 

รวมงานศิลปวัฒนธรรม มาตรฐานระดับโลก ไอคอนสยาม

  • Da Vinci Alive Bangkok นิทรรศการที่รวบรวมผลงานของเลโอนาร์โด ดา วินชี ผู้รอบรู้ในสรรพวิทยาการ อัจฉริยะชาวอิตาลี ที่มีบทบาทเป็นทั้งศิลปิน ประติมากร นักดนตรี นอกจากนั้นยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักคณิตศาสตร์ วิศวกร และสถาปนิกที่หาตัวจับได้ยาก เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2567 ณ Attraction Hall ชั้น 6
  • งานหัตถศิลป์ งานช่างสิบหมู่ กับ Thai Craft Studio เป็นการนำประติมากรรมพระพุทธรูปและองค์เทพตามความเชื่อของไทยที่หาชมได้ยาก จัดแสดงให้ชม ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน และหลังจากนั้นจะเปลี่ยนผลงานให้ทุกได้ชมอย่างต่อเนื่อง ณ Arts Way ชั้น M  
  • งาน Art Scape ที่นำเสนอผลงานที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบงานเพนติ้ง ประติมากรรม ของเล่นสะสม ภาพพิมพ์ ภาพวาด ครอบคลุมไปถึงผลงานศิลปะออนไลน์ NFT จากศิลปินชั้นนำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่มาจัดแสดงผลงานนิทรรศการหมุนเวียนกันไปในแต่ละเดือน ท่ามกลางความงดงามของทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้ ถึง 30 เมษายน 2567 ณ นภาลัย เทอร์เรซ ชั้น 7 ไอคอนสยาม 
  • งาน Across the Centuries ข้ามศตวรรษ นิทัศนศิลปะ 2567 รวมผลงานจากศิลปินระดับ “บรมครู” ที่ผ่านการทำงานศิลปะระดับคุณภาพมาอย่างยาวนานครอบคลุมไปถึงศิลปิน “รุ่นกลาง” ที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางศิลปะ และศิลปินรุ่นเล็ก ที่เริ่มแจ้งเกิดในวงการศิลปะในศตวรรษที่ 21 โดยจะเปิดให้ชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 มีนาคม 2567 ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1
  • จัดนิทรรศการ CARVENTURE เตรียมพบกับครั้งแรกของการจัดแสดงนิทรรศการรถคลาสสิกที่จับคู่กับคาแรกเตอร์อาร์ตทอยสุดน่ารักจากศิลปินไทยที่มีผู้ติดตามจากทั่วโลก เช่น คาแรกเตอร์น้องไดลีย์ กับรถ CADILLAC 1967 หรือ WORLD BOY กับรถ CADILLAC 1952 ซึ่งทุกคนสามารถร่วมชม และเก็บสะสมผลงาน โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 24 มีนาคมนี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค 
  • นิทรรศการ tokidoki ICONIC Bangkok Experience จากผลงานสร้างสรรค์ของ ซิโมเน่ เล็กจ์โน่ (Simone Legno) โดยบริษัท อาส์ค มี จำกัด ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ ICONSIAM Art & Culture Space ชั้น 8 ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้  

ขณะเดียวกันไอคอนสยามยังได้ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ และศิลปินรุ่นใหม่จัดแสดงผลงานศิลปะอีกมากมาย อาทิ ศิลปินระดับตำนาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สิทธิชัย ปรัชญารัติกุล ศิลปินรุ่นใหม่ เช่น Peachful, Kiwtum, Nutped, Toddyinthemood, Plulalin รวมถึงผลงานจากนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง และคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่จะนำผลงานศิลปะมาให้ทุกท่านได้ชมในเร็วๆ นี้ อีกด้วย คุณสุพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า 

เกษร กำเหนิดเพ็ชร รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

แนวคิดการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมนี้ เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นในการปรับบทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ โดยขับเคลื่อนงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยการสร้างรายได้ เสริมคุณค่า และพัฒนาสังคม ผลักดันศิลปวัฒนธรรมให้มีบทบาทในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย และยังทำให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สามารถนำไปปรับในการดำรงชีวิตและสร้างอาชีพต่อไปได้” เกษร กำเหนิดเพ็ชร รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้าย

นักท่องเที่ยวทุกคน สามารถมาเปิดประสบการณ์ของงานศิลปะที่ปรากฏอยู่ ณ ไอคอนสยามพร้อมดื่มด่ำกับงานศิลปะที่น่าหลงใหลในพื้นที่ต่างๆ ได้ตลอดทั้งปีที่ไอคอนสยาม (ICONSIAM)