ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

https://www.naewna.com/local/837351

ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร่วมมือ : นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นางพิปปา แฮ็คเก็ตต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและอาหารไอร์แลนด์ เสริมสร้างความร่วมมือด้านปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร และยกระดับความมั่นคงทางอาหารเพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพ เพียงพอ และยั่งยืน

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางพิปปา แฮ็คเก็ตต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและอาหารไอร์แลนด์ (Senator Pippa Hackett : Minister of State for Agriculture and Food of the Government of Ireland) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร และการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร โดยฝ่ายไอร์แลนด์ ยินดีให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการในประเด็นดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนส่วนฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าได้เตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางอาหารทั้งระบบ ผ่านกลไกคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับด้านนโยบายอาหารของประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนความมั่นคงอาหาร ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการฐานทรัพยากรและปัจจัยการผลิตอาหาร เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพเพียงพอและยั่งยืน

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความสนับสนุนจากไอร์แลนด์ ผลักดันการดำเนินการเคลื่อนย้ายม้าจากประเทศไทยไปยังสหภาพยุโรป โดยในปี 2563 สหภาพยุโรปได้ระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราวเนื่องจากโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness, AHS) ทำให้ม้าที่มาจากไทยไม่สามารถเคลื่อนย้ายกลับไปยังสหภาพยุโรปได้ จึงส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาขี่ม้าของไทย โดยองค์กรสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ได้ให้การรับรองประเทศไทยว่าเป็นประเทศปลอดโรค AHS (AHS-free country) ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 และหวังว่าทางสหภาพยุโรปจะได้รับการคืนสถานะภายในปีนี้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมากให้กับนักกีฬาที่จะนำม้าจากสหภาพยุโรปเข้ามาแข่งในประเทศไทยในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ฝ่ายไอร์แลนด์ยินดีที่จะประสานเรื่องดังกล่าวกับสหภาพยุโรปต่อไป

รองปลัดฯร่วมวง ถกคกก.ขับเคลื่อน การป้องกัน-ฟื้นฟู สร้างฝายราษีไศล

https://www.naewna.com/local/837349

รองปลัดฯร่วมวง  ถกคกก.ขับเคลื่อน  การป้องกัน-ฟื้นฟู  สร้างฝายราษีไศล

รองปลัดฯร่วมวง ถกคกก.ขับเคลื่อน การป้องกัน-ฟื้นฟู สร้างฝายราษีไศล

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนตามแนวทางในการป้องกันแก้ไขและฟื้นฟูผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล ครั้งที่ 1/2567 โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการศึกษาการชดเชยการสูญเสียรายได้และการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล เพื่อนำข้อมูลผลการศึกษาดำเนินงานต่อไป และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราศีไศล และรับทราบรายชื่อราษฎรที่เป็นตัวแทนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล เพื่อเป็นตัวแทนในการขอความเห็นชอบให้ทำการไต่สวนสิทธิ์ และพิสูจน์สิทธิ์ว่าเคยใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 11,986 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอาทิ 1.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงเรื่องชดเชยการสูญเสียรายได้ และการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 2.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางชดเชยการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 3.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการชดเชยการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 4.(ร่าง) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบรายชื่อครัวเรือนผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม เป็นต้น

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

https://www.naewna.com/local/837356

'นฤมล'สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.31 น.

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมงระหว่าง 2 ประเทศ สู่การขยายตลาดสินค้า ตั้งเป้าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร และสหกรณ์ระหว่างไทย-โอมาน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและรัฐสุลต่านโอมานมีความร่วมมือด้านการเกษตร ประมง การค้า และมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีระหว่างกัน จึงได้เสนอนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”ของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง รวมถึงการทำเกษตรยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความอยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมทั้งขยายตลาดสินค้าเกษตรที่มีอยู่เดิมและเพิ่มตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืนให้ทางโอมานรับทราบแนวทาง เพื่อหารือการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตรร่วมกัน

ด้านเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้สานสัมพันธ์กับทางไทยมาเป็นระยะเวลานาน และยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือด้านการเกษตรและประมงกับไทย ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิจัย และงานวิชาการ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนร่วมกัน นอกจากนี้ ทางโอมานกำลังเร่งพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงเกษตรและประมงแห่งรัฐสุลต่านโอมานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและประมง เพื่อเสริมสร้างและส่งเสริมความร่วมมือเชิงเทคนิค เทคโนโลยี และการอำนวยความสะดวกด้านการค้า ครอบคลุมพืช ปศุสัตว์ ประมง ชลประทาน การจัดการดินและน้ำ รวมถึงความร่วมมือด้านเกษตรในอนาคต
 
ทั้งนี้ นางนฤมล ได้ขอให้เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทยเชิญตัวแทนแห่งรัฐสุลต่านโอมานเข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

https://www.naewna.com/local/837325

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ เตรียมพื้นบ่อให้แห้ง กรองน้ำก่อนเข้าบ่อ และใช้กากชากำจัดปลาในบ่อ

สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย พร้อมแนะนำเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นบ่อให้แห้งที่สุดและการกรองน้ำที่สูบเข้าบ่อช่วยลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำและเชื้อโรค และมีส่วนร่วมควบคุมปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย

นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน นอกจากจะมีการลงทุนสูงแล้ว ต้องอาศัยความรู้และการจัดการที่ดี การเรียนรู้และติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากสถานการณ์ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะเกษตรกรให้ความใส่ใจและมีแนวทางในการจัดการปลาหมอคางดำ ในกระบวนการเตรียมบ่อและระหว่างการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีรวมถึงเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นผู้นำในการทำฟาร์มแบบพัฒนา หรือ การเลี้ยงกุ้งในฟาร์มระบบปิด (Closed System) มีการควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด  เกษตรกรมีประสบการณ์สูงในการป้องกันสัตว์แปลกปลอม หรือเชื้อโรคเข้าสู่บ่อกุ้งตลอดกระบวนการเลี้ยง เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเคยประสบปัญหาปลาหมอเทศจึงนำประสบการณ์จัดการป้องกันสัตว์แปลกปลอมเข้าสู่ฟาร์มกุ้งป้องกันความเสียหายที่เกิดจากปลาหมอคางดำได้ดี

นายสมพร ให้คำแนะนำว่า การเตรียมบ่อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถป้องกันปลาหมอคางดำและเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์มกุ้งได้  หลังจากจับกุ้งหมดแล้วก่อนจะเลี้ยงกุ้งรอบต่อไปต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้หมด และเอาเลนหรือของเสียออกจากพื้นบ่อ หลังจากนั้นตากบ่อให้พื้นบ่อแห้งสนิท ก่อนโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ และเกษตรกรบางรายยังปูพื้นบ่อด้วยพลาสติก PE  หากในบ่อเลี้ยงเคยพบปลาหมอคางดำ ก่อนนำน้ำออกจากบ่อเกษตรกรต้องกำจัดปลาหมอคางดำก่อนปล่อยน้ำออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยการลดระดับน้ำให้ต่ำที่สุด ในระดับประมาณ 20 เซนติเมตรโรยกากชาก่อนจับปลาหมอคางดำออกให้หมด ในขั้นตอนการนำน้ำเข้าบ่อเลี้ยง ใช้ถุงตาข่ายละเอียดกรองน้ำที่สูบเข้ามาในบ่อเพื่อป้องกันปลาหมอคางดำเล็ดรอดเข้ามาในฟาร์ม

หลังจากการปล่อยกุ้งลงบ่อแล้ว 1 เดือน เกษตรกรมีการเช็คยอทุกวัน เพื่อสุ่มตรวจสุขภาพและอัตราการเติบโตของกุ้ง ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เกษตรกรทราบว่ามีปลาหรือสัตว์น้ำแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในบ่อเลี้ยง หากพบปลาหมอคางดำเกษตรกรรอให้กุ้งเติบโตสักระยะหนึ่งแล้วลดระดับน้ำในบ่อเลี้ยงและโรยกากชาเพื่อจับปลาหมอคางดำออกบ่อให้หมด

นายสมพร กล่าวต่ออีกว่า การป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีได้ผลผลิตที่แน่นอน ยังมีส่วนร่วมควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในชุมชนโดยรอบอีกด้วย

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

https://www.naewna.com/local/837241

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ'เจ้าพระยาตอนล่าง'

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.12 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (24-26 ต.ค. 67) ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

https://www.naewna.com/local/837239

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ'รมว.กษ.'ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.08 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของนายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี (H.E. Mr. Issa Abdullah Jaber Al Alawi) เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย โดยมีผู้แทนระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการเยี่ยมคารวะหารือ ทั้งนี้ เพื่อแนะนำตัว และหารือในแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านการเกษตรและสหกรณ์ระหว่างประเทศไทย-โอมาน ณ ห้องประชุม 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/589938

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

24 ต.ค. 2567

ต้อนรับเทศกาลวันฮาโลวีนที่จะถึงนี้ ชวนไปเที่ยวเปิดตำนานเรื่องราวของ “ผี” แต่ไม่ใช่ผี! ในผืนป่าอนุรักษ์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปี “แพะเมืองผี” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของวนอุทยานแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่

วนอุทยานแพะเมืองผี ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้านธรณีสัณฐานที่เด่นชัด จากพื้นที่ที่มีลักษณะของดินและหินทราย ที่ถูกกัดเซาะจาก กระแสน้ำตามธรรมชาติจนเกิดการพังทลายเป็นแอ่งดิน เกิดเป็นเสาดินรูปร่างที่แปลกตา บางเสาดินอาจมีลักษณะคล้ายเห็ด ซึ่งเกิดจากจินตนาการของผู้คนที่มาเยือนแพะเมืองผีแห่งนี้ โดยนักธรณีวิทยาคาดว่า “แพะเมืองผี” มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปี

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

ชื่อ “แพะเมืองผี” ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า มีหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ย่าสุ่ม” เข้าไปหาผัก หน่อไม้ เพื่อเป็นอาหาร ได้เดินหลงเข้าไปในป่าและได้พบหลุมเงิน ทองคำ

จึงได้นำเงินและทองคำที่พบนำใส่ถุงแล้วเตรียมหาบ จะกลับบ้าน จากนั้นได้หลงป่าอีก ทำให้ไม่สามารถนำเอาหาบเงินและทองคำออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบแล้วหาไม้มาคาดเป็นราว (ราวไม้) เพื่อเดินออกจากป่า เมื่อออกจากป่ามาถึงบ้าน ได้ชวนเพื่อนบ้านเข้าไปในป่าอีกครั้ง

เพื่อจะได้นำหาบเงินและทองออกมา เมื่อเข้าไปถึงจุดที่ย่าสุ่มวางหาบไว้ แต่ก็ไม่พบเงินและทองคำในหาบแต่อย่างใด และไม่รู้ว่าเงินทองในหาบดังกล่าวหายไปได้อย่างไร ชาวบ้านจึงขนานนามสถานที่นั้นว่า “แพะย่าสุ่มคาดราว” ซึ่งปัจจุบัน เรียกว่า “แพะเมืองผี”

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้นชื่อ “แพะเมืองผี” ยังมาจากภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือ คำว่า “แพะ” ในที่นี้หมายถึง ป่าแพะ ส่วนคำว่า เมืองผี เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกสืบต่อกันมาในอดีต โดยอาจจะเห็นว่า ป่าแพะ ตรงนี้มีลักษณะพิศดาลของภูมิประเทศ และเพราะความเร้นลับตามเรื่องราวที่เชื่อถือเล่าสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน
“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน
“แพะเมืองผี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติล้านปี กับตำนานที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูล : วนอุทยานแพะเมืองผี

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/589949

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

24 ต.ค. 2567

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว “ยอดภูเรือ” อุณหภูมิ 15 องศา หัวหน้าอุทยานฯ เผย ปีนี้ลานกางเต็นท์ภูสน มีจุดเช็กอินใหม่

24 ต.ค. 2567 ตามรายงานอุตุนิยมวิทยาสภาพอากาศทั่วในจังหวัดเลย หลายอำเภออุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วงเช้าจะมีหมอกปกคลุมตามท้องถนน ส่วนเขตอุทยานแห่งชาติ อุณหภูมิเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 16.5 องศา, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 15.0 องศา, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 18.0 องศา, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 14.0 องศาเซลเซียส ตามยอดภูต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาสัมผัสอากาศหนาว

น.ส.เนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ กล่าวว่า ช่วงนี้ทุกเช้านักท่องเที่ยว ยังคงทยอยขึ้นยอดภูเรือ ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อรับแสงแรกของวัน และสัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยเช้านี้อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส เป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน
 

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

ภายในอุทยานแห่งชาติภูเรือ ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดมีความสูงถึง 1,365 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีลักษณะเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาขนาดใหญ่ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลหมอกที่สวยงาม ไม่แพ้จุดชมวิวอื่นของอำเภอภูเรือ ก่อนรอดูทะเลหมอก รับแสงแรกของวันใหม่

นักท่องเที่ยวมักจะนิยมขึ้นไปไหว้ “พระพุทธนาวาบรรพต” พระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปที่ชาวภูเรือให้ความเคารพศรัทธา ประดิษฐานอยู่ด้านบนยอดภูเรืออีกด้วย และขอแนะนำว่าควรเตรียมเสื้อกันหนาว เครื่องนุ่งห่มอุ่นๆ ให้พร้อมที่จะเผชิญกับความหนาวเย็น

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ยังเปิดบริการลานกางเต็นท์ภูสน ห่างจากยอดภูเรือ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นจุดกางเต็นท์ที่มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน ตุลาคม – มกราคม เหมาะแก่การมาพักผ่อน สัมผัสอากาศหนาว ชมธรรมชาติ

โดยนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์พักแรม สามารถเดินศึกษาธรรมชาติชมน้ำตกหินสามชั้น เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม ห่างจากลานกางเต็นท์ภูสนเพียง 500 เมตร สำหรับปีนี้ลานกางเต็นท์ภูสน มีจุดเช็คอินใหม่ คือ จุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น และยังมีร้านกาแฟสวยๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยว อีกด้วย
 

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศาลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว โดยการก่อสร้าง ปรับปรุง ลานจอดรถสำหรับจอดรถนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมยอดภูเรือ ให้สามารถรองรับรถของนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 200 คัน และเส้นทางสัญจรบางช่วงให้ดีขึ้น รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ต.ค. 2567 นี้ จึงขออภัยในความไม่สะดวกแก่นักท่องเที่ยวมา ณ ที่นี้ด้วย

ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา
ลมหนาวมาแล้ว! นักท่องเที่ยวแห่ชมแสงแรก สัมผัสอากาศหนาว ยอดภูเรือ 15 องศา

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ “วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ที่วัดโพธิ์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/589636

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ "วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ" ที่วัดโพธิ์

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ “วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ที่วัดโพธิ์

21 ต.ค. 2567

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ “วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ปี 2567 ชูนวดไทย มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม พร้อมเวทีเสวนาวิชาการ สาธิตการแพทย์พื้นบ้าน สมุนไพรอัตลักษณ์ประจำจังหวัด ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม ที่วัดโพธิ์

ชวนเที่ยวงานกิจกรรมสัปดาห์วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เพื่อให้คนไทยได้ร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีต่อการคุ้มครองรักษาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น ยกระดับ และนำไปใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และสมุนไพรไทย 

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ \"วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ\" ที่วัดโพธิ์

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ปีนี้ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ 

  • งานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรในตำรับวัดโพธิ์
  • การใช้ประโยชน์จาก คลังความรู้ดิจิทัล ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • การดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านด้วยตนเอง
  • ภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ
  • การยกระดับมาตรฐานการนวดไทย
  • การแพทย์แผนไทยกับสถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบัน
  • การผลิตยาสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GMP
  • การนำภูมิปัญญาสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมชิม ชอป ใช้ สมุนไพรและภูมิปัญญาล้ำค่ามากมาย
ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ \"วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ\" ที่วัดโพธิ์

ปีนี้งานจัดขึ้นภายใต้รูปแบบภายใต้แนวคิดการจัดงาน “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย นวดไทย มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม”  มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ตลอดทั้ง 5 วัน ได้แก่ 

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย”พระอัจฉริยะภาพ 7 ด้าน
  • สาธิตภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และสมุนไพรอัตลักษณ์ประจำจังหวัด
  • หมอพื้นบ้านของดี ของแท้ขั้นเทพ
  • เมืองสมุนไพรและเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
  • นิทรรศการอาหารถิ่น กินเป็น ไม่ป่วย
  • การให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย นวดไทย นวดพื้นบ้าน นวดอัตลักษณ์ 4 ภาค
ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ \"วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ\" ที่วัดโพธิ์

พบกับโรงพยาบาลผลิตยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน GMP จากทั่วประเทศ และชิม ชอป แชร์ ร้านแสดงสินค้า บริการผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารสุขภาพ จากทั่วประเทศ กว่า 50 ร้าน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2567

ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ \"วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ\" ที่วัดโพธิ์
ชวนเที่ยวงานสัปดาห์ \"วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ\" ที่วัดโพธิ์

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/589637

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง

21 ต.ค. 2567

ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. 67 มีที่ไหนบ้างเช็ครายละเอียดได้ที่นี่!

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. 67 เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ประจำปีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลและความสามารถในการรองรับได้ของทรัพยากร เปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว รวมทั้งมีความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยว และเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง

ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จำนวน 11 อุทยานแห่งชาติ 

1. อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปิดการท่องเที่ยวบริเวณ เกาะทะลุ เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่ายางนา ลานกางเต็นท์ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 15 ธันวาคม

2. อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปิดการท่องเที่ยวบริเวณลานกางเต็นท์หาดวนกร ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2567 สำหรับเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ปิดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 มกราคม

3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปิดการท่องเที่ยวหาดอ่าวคา เกาะวัวตาหลับ หาดสามเส้า ทะเลใน หาดหน้าทับ หาดถ้ำร้าง หาดสองพี่น้อง บ้านโซน 1 และลานกางเต็นท์วัวตาหลับ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม

4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร ปิดการท่องเที่ยวบริเวณเกาะในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรทั้งหมด และบ้านโซน 3 (เกาะกุลา)​ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม

5. อุทยานแห่งชาติธารเสด็จเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปิดการท่องเที่ยว บริเวณน้ำตกธารเสด็จ ระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 พฤศจิกายน

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง

6. อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง จังหวัดสงขลา ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกวังหลวงพรหมเปิดลาน ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน สำหรับน้ำตกโตนตาดฟ้า และน้ำตกโตนสูงปิดไม่มีกำหนด

7. อุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกธารโต น้ำตกละอองรุ้ง และลานกางเต็นท์บางลาง ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม

8. อุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ปัตตานีและยะลา ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกปาโจ น้ำตกฉัตรวาริน น้ำตกสุวารี บ้านโซน 1 (ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ)​ ลานกางเต็นท์บูโด (ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทั้งหมด)​ ระหว่าง 1 พฤศจิกายน ถึง 25 ธันวาคม

9. อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาวเขาตันหยง จังหวัดนราธิวาส ปิดการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดอ่าวมะนาว น้ำตกธาราสวรรค์ และจุดชมทิวทัศน์ (ปิดการท่องเที่ยวทั้งหมด)​ ระหว่างวันที่ 1-31 พฤศจิกายน

10. น้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกซีโป (ปิดการท่องเที่ยวทั้งหมด)​ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม

11.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ปิดการท่องเที่ยวบริเวณผาโสก ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน-30 มิถุนายน

เริ่ม1 พ.ย. 67 ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 11 แห่ง